วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

World of Final Fantasy

                   

                   

                    บทสรุป   World of Final Fantasy




BY Decibel per - oxide 





                                              -Prologue -


                                           Awake at Last 






[???] – ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก

เสียงของหญิงปริศนาที่ทำล้อเลียนเสียงนาฬิกาพยายามบ่งบอกถึงเวลาว่าให้ตื่นจากนิทราได้แล้ว ..
เด็กชายคนพี่ค่อยๆตื่นทันที






ตาที่ยังไม่ค่อยจะลืมดีเห็นแต่มือซ้ายที่เปลี่ยนไปแบบที่ไม่คุ้นตา เด็กสาวคนพี่ค่อยตื่นตามมา 




ทั้งคู่พี่น้องต่างรู้ดีว่าที่ที่เขาทั้งคู่อยู่นี้เป็นสถานที่ที่ ไม่ค่อยคุ้นตา หรืออาจเพราะว่า ความทรงจำไม่มีเพียงพอสำหรับที่จะจำ ....


  


[???] – ถึงเวลาตื่นได้แล้ว



เสียงของหญิงปริศนาบอกอีกที ก่อนร่างของทั้งน้องพี่ร่วงลงมาสู่พื้นที่แห่งความจริง ...








Ghost Town … เขต Plaza 99 




[Lann] – ฮ้าวววว ... ฮืมม เอาละ คงต้องไปทำงานแล้ว หัวหน้าคงไม่ชอบแน่ๆถ้าชั้นไปสายอีก 



Lann เด็กหนุ่มผมสีส้มที่เพิ่งตื่นลืมตาก็ต้องรีบไปทำงานโดยไม่ทันสังเกตว่ามีอะไรแปลกปลอมเกาะอยู่บนหัว ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปที่จุดดาวทางเข้าเขต North Promenade แล้วเข้าไปที่ Nine Bean Coffee ร้านกาแฟที่เคยทำงานเป็นประจำ 

[???] – เฮ้ ชั้นอยู่นี่ 
[Lann] – หือ เธอเข้าไปได้ยังไงร้านยังไม่เปิดเลย แล้วทำไมมีใครอยู่ซักคนเลยแฮะวันนี้ .. เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับ ขอโทษจริงๆนะครับคุณลูกค้าที่ต้องให้รอนาน .. เดี๋ยวจะรีบเสิร์ฟน้ำให้ก่อนเลยนะ 




[???] – ไม่คะขอบคุณ ขอกาแฟซักแก้วก็พอคะ อ่อ แล้วก็ขอน้ำตาลแบบโถใหญ่ๆเลยนะ แบบชั้นชอบแบบหวานๆมากๆอ่ะ 
[Lann] – ได้เลย เดี๋ยวผมจัดใหญ่ชุดใหญ่เลยนะ ... โห ยังไม่มีใครเตรียมกาแฟไว้เลยนี่นา .. เอ่อ โทษนะครับคุณลูกค้า รอแปบนึงนะครับ
[???] – ไม่เป็นไรคะ ไม่ต้องรีบนะ เวลาไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก



[Lann] – กาแฟได้แล้วครับ ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ 
[???] – ขอบคุณคะ
[Lann] – เออ ใส่น้ำตาลเยอะไปมั๊ยนั่น ... (คิดในใจ)




[Reynn] – อยู่นี่เอง Lann !!
[Lann] – อย่าเสียงดังสิ Reynn เลิกแก่แดดซะทีได้มั๊ยห๊ะ !
[Reynn] – เฮ้ อย่ามาว่าแบบนั้นนะ อายุเราไม่ได้ต่างกันมากหรอกนะยะ แล้วชั้นก็มารอพี่ตั้งนานแล้วด้วย 
[Lann] – เออๆ รู้แล้วๆ โทษทีแล้วกันนะ .. เอ่อ ขอโทษด้วยนะครับคุณลูกค้า .. เอาละ  มีไรก็พูดมาน้องรัก พี่พร้อมจะเปิดหูฟังหมดทุกหูและ 
[Reynn] – อ่า .. ฟังหมดทุกหู ที่พี่หมายถึง บนหัว ...  ช่างเหอะ ว่าแต่เช้านี้พี่เห็นใครบ้างมั๊ย ? 
[Lann] – แน่นอน ก็เธอไง แล้วก็ คุณลูกค้าคนนั้นอีก 



[Reynn] – โอ้ !! อ่า หวัดดีค่า ..
[Lann] – นี่เธอไม่เห็นจริงๆหรอยัยบื้อเอ้ย ฮ่าๆ 
[Reynn] – เอ่อ แต่ ฟังนะ ตามมานี่กับชั้นหน่อยเร็วๆ 
[Lann] – เฮ้ยๆ ใจเย็นๆๆๆๆ เบาๆๆๆ



[Reynn] – เนี้ย ดู ในเมือง ไม่มีใครซักคนเลย 
[Lann] – มันเงียบอยู่เพราะมันยังเช้าไง บางที ..
[Reynn] – ชั้นหมายถึง มัน ไม่มี ใครเลย ซักคนเดียวววว !! แล้วเช้านี้พี่เห็นใครซักคนรึยังนอกจากเธอคนนั้นอ่ะ ?
[Lann] – เอ่อ มันก็จริงแฮะ ยังไม่เห็นใครเลย
[Reynn] – แล้วแบบนี้มันจะเรียกว่าผิดปกติได้รึยังห๊า 
[Lann] – มั้งงงง ไม่รู้สิ ..



[???] – นี่เธอทั้ง 2 คนจำอะไรไม่ได้เลยหรอ ?
[Reynn] – ว่าไรนะ ?? แล้วเธอเป็นใคร มาจากเมืองอื่นหรอ เรารู้จักกันมั๊ยเนี้ย ? ไม่สิ ไม่รู้จักแน่นอน 
[Lann] – Reynn มีมารยาทหน่อยสิ ..
[???] – สรุปว่าพวกเธอคงจำอะไรไม่ได้จริงๆสินะ ฮ่าๆ
[Reynn] – ก็กรุณาตอบคำถามชั้นด้วยสิคะ !!



[Enna] – เธอจะเรียกชั้นว่า Enna .. Kros ..อ่า Enna Kros ก็ได้
[Reynn] – โอเค อ่อ เราตื่นขึ้นมาที่ Ghost Town เมื่อเช้า มันแปลกๆ บางทีคุณอาจจะรู้ว่าเพราะอะไร ?
[Enna] – ใช่ มันมีแต่พวกเธอ แต่มันก็จะเป็นแบบนี้ตลอดนั่นแหละ โลกที่จะมีแต่เธอแค่ 2 คน โลกที่ไร้กาลเวลา บางอย่างจบลงเพื่อให้บางสิ่งเริ่มต้น 
[Lann] – เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ
[Enna] – แต่ไม่ต้องตกใจหรอก ถึงแม้โลกนึงมันจะจบลงก็ไม่ได้แปลว่ามันจะเดินทางไปที่ไหนไม่ได้ซะเมื่อไหร่  ชั้นตามดูพวกเธอมาซักพักแล้วละ จนถึงตอนนี้แค่เธอไม่ทันสังเกตแค่นั้นเอง แต่ก็แปลกใจที่ Lann ชงกาแฟให้ชั้นเมื่อเช้านี้ 
[Reynn] – โอเค คุณทำให้ชั้นหลอนได้ที่แล้วตอนนี้ จะหลอกให้กลัวรึไง
[Enna] – เอาละ ไหนๆก็ตื่นมาแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเล่าเรื่องราวให้ฟังกันแล้ว 
[Enna] – ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก Tama กันก่อน Tama มานี่ !!

        



[Lann] – เฮ้ยยย ไอ้ตัวนี้มาอยู่บนหัวผมตอนไหนเนี้ยยย ??
[Reynn] – ชั้นก็พยายามจะบอกอยู่ตอนแรก
[Enna] – จากตรงนี้มันจะเป็นของเธอ ฟังเรื่องราวต่อจากมันแล้วกันนะ
 [Reynn] – เฮ้ย เดี๋ยว จะไปกันง่ายๆเลยหรอ 
[Tama] – หวัดดีจ้า ชั้นชื่อ ทามะ ชั้นมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเธอ มีคำถามอะไรที่อยากรู้มั๊ย ??
[Lann] – อืมมมม .. คิดก่อนนะ .... มันมีเป็นตันเลยคำถามอ่ะ !! แกมาอยู่บนหัวชั้นได้ไง แล้วหมาจิ้งจอกทำไมพูดได้ฟะ !!!
[Tama] – ถามจิง ?? นี่เป็นคำถามแรกในหัวเลยหรอ เห้อออ รู้แล้วว่าทำไม Enna ถึงทุ่มพวกเธอลงมาจากหอคอยนั่น 
[Lann] – แล้วมันเป็นความผิดของพวกชั้นนะเว้ย 
[Reynn] – ใจเย็นสิพี่ 
[Lann] – ชั้นจะเล่นงานเธออีกคนด้วยแหละ !!!



[Tama] – ก่อนจะเริ่มอะไรต่ออะไร อยากจะชงกาแฟซักถ้วยก่อนนะ 
[Reynn] – ได้สิ ขอด้วยนะ 
[Lann] – เฮ้ย ปกติพี่ต้องเป็นคนชงกาแฟดิ ทำไมย้ายข้างเร็วนักฟ่ะ Reynn!
[Tama] – นายชงมานานแล้วไปพักก่อนไป๊ !! 
[Reynn] – ใช่ .. Lann เห็นนายยุ่งๆมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ
[Tama] – เอาน้ำตาลกี่ก้อนดีจ๊ะ ?
[Reynn] – ของพี่ 3 ก้อนใช่ป่ะ Lann ? ส่วนของชั้นก้อนเดียวพอนะ 
[Tama] – ได้เลยจ๊ะ ตามมานะ
[Lann] – แต่ ชั้นเพิ่งบอกว่า ...ชั้นจะ .. รู้ไรมั๊ย เอามาซักถ้วยก็เหมือนกัน .. เฮ้อออ 




[Lann] –  “Mirage Keeper” หรอ ? ชั้นกับ Reynn เนี้ยนะ 
[Tama] – แน่นอนที่สุด สัญลักษณ์ที่แขนของพวกเธอก็เห็นอยู่แล้วว่าเกิดมาเพื่อทำงานที่ไม่ธรรมดา  
[Reynn] – มือของเราทำแบบนั้นได้ด้วยหรอ ?



[Tama] – พวกเธอลืมกันได้ไงไม่เข้าใจ ? พวกเธอสามารถใช้มันควบคุมพวกมัน เป็นเจ้านายพวกมันได้ ไอ้สิ่งมีชีวิตลวงตาที่พลังอำนาจที่เรียกว่า “Mirages” นะ อันที่จริงต้องบอกเลยว่า ถ้าพวกเธอควบคุมจ้าวแห่ง “Mirages” ทั้ง 7 ได้ พวกเธอก็สามารถใช้พลังของมันควบคุมโลกนี้ได้เลยนะ
 [Reynn] – เอ่อ ก่อนจะควบคุมโลก พวกเราจะควบคุมเจ้าพวก “Mirages” ที่ว่านี่ยังไงก่อนดีกว่านะ 
[Tama] – อย่างที่ Enna บอกไม่มีผิดเลย ว่าชวนรำลึกอดีตอย่างเดียวไม่พอ ชั้นต้องสอนพวกเธอใช้งาน “Mirages” อีกครั้งด้วยแน่นอน ก่อนอื่นชั้นจะให้ดู Prismarium ของชั้นก่อนเลย
[Lann] – แล้วมันทำอะไรได้อ่ะ



[Tama] – ด้วย Prismarium อันนี้ “Mirages” ตัวไหนที่ถูกจับมาอยู่ด้านในมันจะเชื่อฟังคำสั่งเธอ สั่งอะไรต่ออะไรได้ทั้งนั้นเลย .. เอาละ มาเริ่มการต่อสู้กันเล๊ยยยย !!!






                                                 เรียนรู้ระบบต่อสู้ขั้นพื้นฐาน 




ระบบการต่อสู้ของเกมจะเป็นระบบ Turn base ฝ่ายใดเลื่อนถึงด้านบนของเกทก่อนก็จะได้เลือกกระทำ 




ซึ่งสามารถปรับให้โหมดต่อสู้เป็นแบบ Wait (รอให้เลือกคำสั่ง) และ Activate (การกระทำของศัตรูจะดำเนินไปตามเรียลไทม์โดยไม่หยุดรอเวลา) 




ทั้งโจมตีธรรมดาและการใช้ Ability ต่างๆที่มีตามปุ่ม วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม กากบาท ซึ่งต้องเสียค่า AP หรือ Action Point ในการใช้งาน ทำให้เกทพลัง AP สีแดงใต้เกทพลังชีวิตลดลง และสามารถเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อถึงเทิร์นต่อไปในการต่อสู้



[Tama] – เข้าใจกันแล้วนะ เธอ 2 คนทำดีกว่าที่คิด ถ้าทำได้ดีพอเธอจะสามารถใช้พลังควบคุมเหล่า “Mirages” ให้ต่อสู้เคียงข้างพวกเธอได้ตามที่ต้องการเลยละ 
[Reynn] – แทบไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆนะเนี้ย




[Enna] – ชั้นมั่นใจว่าได้บอกทุกอย่างที่พวกเธอควรรู้มากพอแล้วนะ พวกเธอทั้งคู่สูญเสียความทรงจำ ทุกเรื่องราวทุกความสามารถที่มี ต้องแต่พวกเธอกับโลกนี้ถูกแยกออกจากกัน ซึ่งพวกเธอต้องสะสมเพิ่มพูนมันให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง 
[Tama] – พวกเธอสูญเสียเหล่า “Mirages” ผู้รับใช้ทั้งหมดของพวกเธอไป แต่โชคดีที่ความทรงจำของพวกมันเป็นสิ่งที่พวกเธอสามารถซึมซับมาจากพวกมันได้ ซึ่งมันอธิบายได้เลยว่าทำไมความทรงจำส่วนใหญ่ของพวกมันถึงกระทบกระเทือนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 
[Enna] – เอาละ ตามมา ชั้นจะให้พวกเธอดูอะไร



[Enna] – อีกฝากของประตูแห่งแสงนี้คืออีกโลกนึง โลกที่แตกต่างที่เราเรียกว่า “ Grymoire” ที่นั่นพวกเธอจะค้นพบกับเหล่า “Mirages” ที่หายไปของพวกเธอ 
[Lann] – คุณหมายถึง พวกมันทั้งหมดอยู่ในโลกนั้นหมดเลยหรอ ?
[Enna] – ใช่แล้วละ แล้วเธอพร้อมแล้วที่จะไปเอาพวกมันเป็นพวกอีกครั้งหรือเปล่าละ ?
[Reynn] – แล้ว เอ่อ ถ้าเราสามารถค้นพบเหล่า “Mirages” ที่หายไปได้ความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา อย่างที่คุณบอก พวกเราจะจำเรื่องราวที่ผ่านมาที่เราลืมไปทั้งหมดเลยใช่มั๊ยคะ ?
[Enna] – เรื่องนั่นชั้นไม่ค่อยแน่ใจอ่ะนะ เพราะเรื่องที่พวกเธอสูญเสียความทรงจำมันคนละเรื่องกับที่เธอสูญเสีย “Mirages” ไป แต่ก็เอาเถอะ ตราบใดที่พวกเธอยังไม่ลืม “ Grymoire” ... “ Grymoire” ก็จะยังจำเธอได้อยู่ดี พวกเธอตั้งใจที่จะตามหาร่องรอยของอดีตของพวกเธอให้ดีก็พอ



[Reynn] – คุณหมายความว่า ไม่ว่าเราจะได้ความทรงจำกลับมาได้หรือไม่ แต่เรายังคงตามร่องรอยของอดีตที่ผ่านมาของพวกเราได้ใช่มั๊ยละ ? 
[Enna] – ใช่เลยละ และถ้าพวกเธอรวบรวมพวก “Mirages”  ได้มากเท่าไหร่ ชั้นคิดว่าพวกเธอก็จะมีโอกาศได้เจอครอบครัวของพวกเธออีกครั้งในไม่ช้าแน่นอน  
[Reynn] – ครอบครัวของพวกเราหรอ ?
[Lann] – มันก็มีเหตุผลนะ ที่พวกเราน่าจะมีครอบครัวบ้าง
[Enna] –ใช่เลย เอาละ ถ้างั้น เธอพร้อมมั๊ย ? เธอละพร้อมมั๊ย ? ที่จะเข้าไปผจญภัยใน Grymoire







                                         Chapter 1 – Land of the Lilikin



                                ป่า Wellspring woods ... โลกแห่ง Grymoire




[Lann] – เนี้ยอ่ะหรอ  Grymoire ?
[Reynn] – อ่า ฮ่าๆๆๆๆๆ ดูน่าสิทำไมกลายเป็นตัวเตี้ยแบบนั้นอ่ะ ฮ่าๆ
[Lann] – อ๊ะ ! ฮ่าๆๆ เราดูตลกพอๆกันเลยเนอะ ฮ่าๆๆๆ 
[Reynn] – ห๊า !!!
[Tama] – อ๋อ ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ มันเป็นลักษณ์รูปร่างของคนในโลก Grymoire น่ะ  Enna ต้องการให้แน่ใจว่าพวกเธอจะสามารถอยู่ในโลกได้อย่างไม่แปลกแยกมากนัก
[Reynn] – โห เธอทำได้ขนาดนี้เลยหรอเนี้ย แต่ก็ดีเหมือนกันพวกเราจะได้ไม่ต้องคอยระวังไปทำร้ายใครโดยไม่ได้ตั้งใจด้วย




ในโลก Grymoire นั้น พวกคนตัวเล็กจะเรียกว่า Lilikin ส่วนพวกที่มีร่างกายสูงใหญ่แบบโลกปกติจะเรียกว่า Jiants ซึ่ง Lann จะสามารถสลับการใช้ร่างเล็กร่างใหญ่ได้ด้วย 
Reynn – กด L1 + O
Lann  – กด L1 + สี่เหลี่ยม 
โดยทั้ง 2 ร่างนั้นสามารถเซ็ท “Mirages” ที่ยืนบนหัวได้ต่างกันด้วย โดยร่างใหญ่ปกตินั้นตัวละครจะสามารท่า Skill ที่ใช้อาวุธของตัวเองรวมเข้ากับธาตุของ “Mirages” ที่ใช้เพื่อเป็นท่าโจมตีที่เรียกว่า Channel Element ได้ (อาวุธของ Lann ก็คือมือกรงเล็กเหล็ก ส่วนอาวุธของ Reynn ก็คือ มีดสั้น)   

-จากนั้นเดินเข้าไปต่อจนพบกับ Mirage ที่เดินไปมาอยู่ มันคือเจ้า Chocochick มอนสเตอร์ธรรมดาในเขตนี้แต่มันเป็นตัวแรกที่เจอ Tama เลยสอนให้ Lann จับมันโดยใช้พลังของ prismarium



                                           เรียนรู้ระบบ Imprisming Mirage


หลักและเงื่อนไขในการจับ Mirage มาเป็นพวกมีขั้นตอนดังนี้

1.การจะจับ Mirage นั้นจะต้องทำให้มันเกิดการ Prismtunity หรือตัวส่องแสงออร่าสีขาวก่อน แปลว่าสามารถปลดล็อกที่จะสามารถกดปุ่ม Imprism เพื่อใช้พลังของ prismarium จับตัวมันได้ แต่การทำให้ Mirage เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงออร่าสีขาวออกมานั้นนั้นสามารถทำได้หลายวิธีคือ

1.1 วิธีปกติ - ใช้เวทย์ Libra ทำการสแกนดู Mirage ที่ต้องการจะจับ โดยจะแสดงให้เห็นสเตตัสทั้งจุดแข็ง (Strong) จะแสดงเป็นตัวเลข + และจุดอ่อน (Weak) จะแสดงเป็นตัวเลขติดลบ ของ Mirage ตัวนั้นๆ  ถ้าเป็น Mirage ก็ดูจุดอ่อนว่ามันแพ้ธาตุอะไร ก็ใช้เวทย์นั้นโจมตีมันจะทำให้มัน อ่อนแอ (Weak) หรือถ้าไม่มีเวทย์ที่มันแพ้ก็ต้องใช้วิธีโจมตีไปจนกว่ามันจะใกล้ตายหรือ HP น้อยที่สุด ก็จะทำให้ Mirage เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับ
1.2 เงื่อนไขพิเศษ - หากเป็น Mirage แบบพิเศษ (Rare Mirage) เมื่อใช้เวทย์ Libra ทำการสแกนดูแล้วดูรายละเอียดที่บรรยายอยู่ในกรอบก็ทำให้รู้ว่า Mirage ตัวนั้นต้องการเงื่อนไขยังไงเพื่อทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสง ซึ่งก็มีมากมายหลายอย่างเช่น
-ทำให้ยอมแพ้คือการทำให้มันมี HP น้อยที่สุด จากโจมตีปกติ หรือ ใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย หรือใช้ท่ากระทืบพื้นหรือเวทย์ดินกระแทกพื้น
-ใช้เวทย์ธาตุต่างๆหรือไอเทมต่างๆที่ระบุไว้ยิงใส่มัน




     



2. หาก Mirage ตัวที่จะจับอยู่ในฟอร์มของการต่อตัวหรือ Stacking อยู่ จะต้องทำให้มันแยกตัวจากกันก่อนโดยการโจมตีต่อเนื่องอย่างรุนแรงให้มันโงนเงนจนตก หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตายโจมตีไปเรื่อยจนกว่ามันจะตกแยกกัน แล้วจึงจะทำขั้นตอนให้มัน Prismtunity หรือตัวส่องแสงออร่าสีขาวได้
3. หากตัวละครเลเวลสูงกว่ามันมาก การโจมตีมันอาจทำให้มันตายทันทีจนไม่สามารถจับได้ หากจะทำเงื่อนไขเพื่อทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงนั้น จะต้องใช้ Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 เพื่อไม่ทำให้ตาย หรือ หากจำเป็นต้องใช้เวทย์ยิงตามธาตุเพื่อให้มันเกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสง หากยิงเวทย์ตรงๆมันจะตายทันที ก็ให้ใช้ไอเทมเวทย์ธาตุต่างๆที่ขายในร้านค้าโยนใส่มันแทน



                                                    เรียนรู้ระบบ Stacking 




การ Stacking หรือ การเอา Mirage ขึ้นขี่หัวนั้นสามารถเซ็ทได้ที่คำสั่ง Stack Setup ในเมนูหลัก โดยสามารถเอา Mirage ขึ้นขี่หัวได้ 2 ชั้นเรียงตามขนาดของมัน
Mirage ไซส์ M จะอยู่ตรงกลาง
 Mirage ไซส์ S จะอยู่ด้านบนสุด
Mirage ไซส์ L ขนาดใหญ่จะอยู่ด้านล่างซึ่งจะเป็นพาหนะที่ตัวละครใช้ขี่ได้ด้วย


           แล้วร่างเล็ก ( Lilikin) กับร่างใหญ่ (Jiants ) มันมีความสำคัญแตกต่างกันยังไง ?




1. ร่างใหญ่นั้นตัวละครจะสามารใช้ท่า Skill ที่ใช้อาวุธของตัวเองรวมเข้ากับธาตุของ “Mirages” ที่ใช้เพื่อเป็นท่าโจมตีที่เรียกว่า Channel Element ได้
2. ทั้ง 2 ร่างจะสามารถใช้การจัดเรียงมอนสเตอร์(Mirages) ต่างกันคือ
- ร่างเล็ก ( Lilikin) นั้นตัวเอกจะมีขนาด M จะสามารถใช้ มอนสเตอร์(Mirages) ขนาด L ไว้ด้านล่างเพื่อขี่ และใช้ขนาด M ไว้บนหัว
- ร่างใหญ่ (Jiants ) นั้นตัวเอกจะมีขนาด L จะสามารถใช้ มอนสเตอร์(Mirages) ขนาด M และ S ไว้บนหัว 2 ตัวเรียงกัน

    ** แต่ต้องเปลี่ยนขนาดก่อนเข้าฉากต่อสู้ ถ้าให้ดีก็ให้ตัวเอง 2 ตัวใช้คนละร่างเลยดีที่สุด ** 






                       การเอา Mirage ขึ้นขี่หัวนั้นจะทำให้เกิดผลกับตัวละครคือ 

1. HP ของตัวละครกับ Mirage ที่ขึ้นขี่หัวจะรวมกันทำให้แข็งแกร่งขึ้น
2. ทำให้สามารถใช้เวทย์มนต์หรือ Ability ร่วมกับ Mirage ที่ขึ้นขี่หัวได้และอาจทำให้มีเวทย์มนต์หรือ Ability ใหม่ๆที่ซ่อนอยู่เพิ่มออกมาด้วย
3. ทำให้ตัวละครมีค่าสเตตัสเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งจะแตกต่างกันตาม Mirage ที่ใช้
4. หากศัตรูมีการโจมตีอย่างหนักหน่วงอาจทำให้เกิดอาการ Unstack หรือ Mirage ตกจากหัวได้


                                แล้วหากตัวเอกแยกจาก Mirage จะเกิดอะไรขึ้น ?



-เกิดอาการมึนงงทำอะไรไม่ได้ 1 - 2 เทิร์น
- HP และความสามารถต่างๆของทั้งตัวเอกและ Mirage จะเหลือน้อยมาก
 แต่ถึงแม้จะทำให้ความสามารถทุกๆอย่างที่รวมกันต้องหายไป แต่ Mirage ที่แยกตัวออกมาก็จะเป็นอีก 1 ปาร์ตี้ที่สามารถออกคำสั่งในการต่อสู้เพิ่มขึ้นมาอีกคน โดยการแยก Mirage ออกมาเป็นอิสระแบบไม่ขี่หัวก็เป็นกลยุทธในการต่อสู้อีกแบบนึงเช่นกันหากบริหารจัดการได้ดีพอ



                     วิธีทำให้ Mirage เปลี่ยนร่างในระดับที่สูงขึ้น (Mirage Transfigurations)



1.ต้องเดินตาราง Skill ใน Mirage Boards ของ Mirage จนถึงตำแหน่งของร่างต่อไปพร้อมด้วยระดับเลเวลหรือคีย์ไอเทมที่ร่างใหม่ต่อการ


2.เมื่อปลดล็อกร่างที่ 2 ได้แล้ว ต้องเข้าไปที่จุดเซฟหรือประตูมิติเลือกเข้าไปที่ Prism Case ของ Serafle เลือกไปที่ตัว Mirage ตัวที่ปลดล็อกร่างที่ 2 แล้ว กดปุ่ม Option เพื่อ Transfigurations ก็จะเห็นร่างที่ 2 ที่ปลดล็อกแล้วให้เลือกเปลี่ยนเข้ามาใช้ในปารตี้ได้แล้ว






                                         เรียนรู้สัญลักษณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในการต่อสู้ 





Element Status

Fire  ธาตุไฟ
Ice ธาตุน้ำแข็ง
Thunder ธาตุสายฟ้า
Wind ธาตุลม
Water ธาตุน้ำ
Earth ธาตุดิน
Light ธาตุแสง
Dark ธาตุไฟ




Ailment Symbols

-สถานะที่เป็นผลลบ-
Stun มีนงง
Poison  ติดพิษ
Confusion สับสน
Sleep หลับ
Blindness ตาบอด
Oblivion  หลงลืม
Berserk บ้าคลั่ง
Slow เชื่องช้า
Death นับเวลารอความตาย
K.O น็อก

+ สถานะที่เป็นผลบวก +
Protect ป้องกันการโจมตีทางกายภาพ
Shell ป้องกันการทางเวทย์มนต์
Reflect สะท้อนพลังโจมตีเวทย์มนต์
Regen เพิ่ม HP ที่เล็กน้อยระหว่างเทิร์น
Haste เพิ่มความเร็ว
Bravery เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพ
Faith เพิ่มพลังโจมตีเวทย์มนต์


เดินเข้าไปด้านในต่อจนพบกับกำแพงหินที่มีดวงตาขนาดใหญ่ขวางทางอยู่ Tama จะมาอธิบายว่ามันคือ Gimme Golem 


มันเป็นกำแพงประหลาดที่หลงเหลือจากยุคโบราณ หากเจอมันกั้นเส้นทางอยู่ก็จะไปไหนไม่ได้จนกว่าจะเข้าไปถามมันว่ามันต้องการอะไร แล้วไปหามาให้มันก็จะผ่านทางไปได้

เมื่อเข้าไปสำรวจที่ดวงตาจะเห็นสิ่งที่มันต้องการซึ่งตรงนี้มันต้องการไอเทม Lusterleaf แล้วจะหาไอเทมนี้ได้จากไหน ? Tama จึงอธิบายต่อถึงความสามารถหรือ Ability ที่ซ่อนอยู่ของ Mirage แต่ละตัวที่มีอยู่ ซึ่งบางตัวจะมีความสามารถหาไอเทมในฉากได้หาก Power up Skill ให้มัน ซึ่งสามารถอัพได้ที่ Mirage Board คำสั่งแรกในเมนูหลัก                        

เรียนรู้การอัพ Skill ของ Mirage โดยการเข้าไปในเมนู Mirage Board แล้วเลือกเจ้า Chocochick แล้วอัพ Skill แรกให้มันโดยใช้ค่า SP จาก Mirage ตัวนั้นๆ โดยค่า SP หรือ Skill Point นั้นจะได้มาจากการ level up ของ Mirage



ซึ่งคือ Skill Stroll ซึ่งเป็น Support Skill ที่จะทำให้ Mirage ออกมาเดินอยู่ในฉากแผนที่ได้ ซึ่งจะทำให้มันสามารถหาไอเทมที่ซ่อนอยู่ตามทางได้ โดยเมื่อมันเข้าไปใกล้จุดที่มีไอเทมซ่อนอยู่



 มันจะส่งเสียงบอกให้รู้ และตรงบริเวณที่มีไอเทมที่ซ่อนอยู่ก็จะมีสัญลักษณ์รูปแว่นขยายขึ้นมา เข้าไปสำรวจเก็บก็จะได้ใบ Lusterleaf มา เอาไปให้  Gimme Golem มันก็จะให้หายไปทำให้ผ่านทางได้ตามปกติแล้ว



จากนั้นเดินต่อไปจนถึงทางออกจากป่าจะพบกับ prism ที่มีไอปีศาจสีดำอยู่ด้านใน พอ Tama บอกว่ามันคือ Mirage ชนิดนึง Lann ก็โดดเข้าไปหวังจะจับมันมาเป็นพวกทันที



แต่เมื่อเข้ามาจะพบว่า Mirage ตัวนี้มันไม่ได้น่ารักเหมือนที่ผ่านมา มันคือเจ้า Behemoth ขนาดใหญ่ที่แสนดุร้าย จนTama ต้องอธิบายต่อว่า prism ที่มีไอปีศาจสีดำอยู่ด้านในนั้นเรียกว่า murkrifts ซึ่ง Mirage ที่อยู่ด้านใน murkrifts จะเป็น Mirage ที่ดุร้ายและอันตรายสุดๆ เมื่อเจอมันต้องมั่นใจว่าเลเวลของเรามีมากพอที่จะเอาชนะและจับมันได้ด้วย .....  แน่นอนว่า Reynn และ Lann ตายคาที่ !!!



                                          Nine wood Hills .... Ghost Town 





[Enna] –  อ้าวเธอทั้ง 2 คนตายแล้วหรอเนี้ย ?
[Lann] –  ตายหรอ ?? ไม่มีทางอ่ะ !!
[Reynn] –  บางทีอาจจะจริงนะก็เมื่อกี้เราเพิ่งโดนเจ้าตัวนั้นฆ่าตายนี่
[Lann] –   ทำไมชั้นยังรู้สึกเหมือนปกติอยู่เลยละ
[Enna] –   ก็เพราะมีใครคนนึงเข้าไปแทรกแซงในขณะที่เธอกำลังจะตายและทำให้การต่อสู้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นไงละ 
[Reynn] – ว้าว คุณทำแบบนั้นได้ด้วยหรอ 
[Enna] –  แน่นอน จริงๆ Tama ก็ทำได้นะ 



[Tama] – ใช่แล้ว ชั้นมีพลังที่สามารถย้อนเวลาได้นิดหน่อยถึงจะไม่แข็งแกร่งมากแต่ก็ยังพอที่จะช่วยพวกเธอได้แน่นอน แต่มันก็จะต้องกินพลังชีวิตของชั้นไปด้วย แต่ได้พักซักหน่อยก็ดีขึ้น ซึ่งเมื่อกี้ชั้นก็ต้องสังเวยชีวิตไปหนึ่งเพื่อช่วยพวกเธอ เนี้ยๆ คนที่ให้ริบบิ้นอันนี้มาเป็นคนสอนให้ชั้นในความฝัน อ่อ แล้วก็พลังของชั้นมีไว้เพื่อช่วยพวกเธอโดยเฉพาะด้วยนะ คราวหลังถ้าชั้นช่วยพวกเธอจากอันตรายแล้วก็อย่าลืมชุบชีวิตชั้นกลับมาตอนที่อยู่ที่นี่ด้วยนะ
[Lann] –  แน่นอนชั้นจะเป็นคนช่วยเอง
[Reynn] – ขอบคุณนะ Tama เราเป็นหนี้เธอครั้งนึงนะ จริงๆถ้าคนบางคนหัดฟังอะไรให้ดีๆก่อนคงไม่ตายแบบนี้หรอก จริงมั๊ย Lann



                                                   เรียนรู้เกี่ยวกับการตาย 

เมื่อ Lann และ Reynn ตายพร้อมกันในฉากต่อสู้ ไม่ว่าที่ไหน Tama จะพากลับมาฟื้นขึ้นที่ Nine wood Hills อีกครั้ง และถ้าจะกลับไปที่จุดที่สู้ต่อก็ต้องเดินทางกลับไปใหม่เอง แต่ ที่ต้องระวังคือ หากในกรณีที่ต่อสู้กับ Mirage ที่มีระดับสูงเช่นพวก Boss หากตายแล้วจะ Game Over ทันที โหลดมาอีกครั้งก็ที่จุดที่เซฟไว้ที่จุดเซฟครั้งล่าสุด 


คุยจบเดินเข้าไปในเมืองที่เขต North Promenade ตามจุดดาว จะพบกับหญิงสาวในชุดโจโกะโปะที่เห็นวิ่งผ่านไปตอนที่คุยกัน






เธอชื่อ Chocolatte แม่ค้าร้านขายของช่างจ้อที่เป็นคนขายไอเทมที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทางนั่นเอง



ในขณะที่กำลังเดินกลับมาที่หน้าประตูมิติ จะพบกับ Serafle Mirage สายลมสุดเซ็กซี่คู่กัดของ Tama ออกมาทักทาย งานอดิเรกของเธอคือนักสะสม Mirage และที่เธอมาหา Lann และ Reynn ก็เพราะทั้งคู่มี Mirage เป็นตันในไม่ช้านี้แน่นอน


ซึ่ง Serafle จะให้ Prism Case ของเธอมาสำหรับไว้ใช้เป็นที่เก็บ Mirage ที่จับได้ที่เกินจากที่จากที่สามารถเก็บติดตัวได้โดยสามารถเลือกเมนู Prism Case ที่จุดเซฟและที่ประตูมิติเพื่อฝากถอน Mirage ที่มีได้ รวมทั้งยังได้ไอเทม Seraphone ที่เอาไว้ใช้เรียกให้ Serafle มาเก็บ Mirage ถึงที่ในกรณีที่ช่อง ที่ใช้เก็บ Mirage เต็มระหว่างทางด้วย ก่อนจาก Serafle จะให้ Sylph Mirage สายลมเอาไว้ให้ใช้งานด้วย


-จากนั้นเดินกลับไปที่หน้าประตูมิติเพื่อคุยกับ Enna Kros


[Enna] –  เอาละ ชั้นคิดว่าจากนี้พวกเธอคงจะจัดการอะไรด้วยตัวเองกันได้แล้วนะ
[Tama] –  คุณหมายความว่าคุณจะทิ้งเราไปแล้วหรอ ??
[Reynn] – ทำไมถึงต้องไปตอนนี้ละคะ แล้วคุณจะไปไหน ?
[Enna] –  ซักแห่งนี่แหละจ๊ะ 
[Reynn] – ช่วยได้มากเลยคะสำหรับคำตอบ ชั้นยังมีคำถามที่จะถามคุณอีกเยอะเลยนะ 
[Enna] –   เสียใจด้วยนะ ตอนนี้ชั้นช่วยอะไรพวกเธอทุกออย่างตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ แล้วก็โลกแต่ละโลกมันมีกฎของมัน อย่างเช่น น้ำชนะไฟ แสงชนะความมืด 
[Lann] –  ผมคิดว่าแบบนั้นมันเรียกว่าวิทยาศาสตร์มากกว่านะ ฮ่าๆ
[Enna] –   ชั้นตั้งใจไว้ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งในเรื่องที่ชั้นเอื้อมไม่ถึงชั้นถึงไม่ทำไง
[Lann] – ไม่ทำอะไรครับ ?
[Enna] –    ไม่ทำลายกฎเกณฑ์ไง 
[Lann] – คุณเป็นคนที่อธิบายเรื่องต่างๆได้แย่มากเลยรู้มั๊ย งงมาก
[Reynn] – คุณบอกว่าที่คุณช่วยเราไม่ได้เพราะคุณกลัวที่จะฝ่าฝืนกฎของโลกหรืออะไรบางอย่างใช่มั๊ยคะ ?
[Lann] – ขนาดนั้นเลยหรอ ผมหมายถึง ไม่เอาน่า คุณคิดว่าคุณเป็นใครเนี้ย 



[Enna] –  ชั้นหรอ ? พระเจ้าไงจ๊ะ
[Reynn] – เอ่อ เธอ หายไปแล้ว ? .. ชั้นคิดว่าจากนี้ก็เล่นตามกฎของที่นี่แล้ว ก็เธอพูดซะช็อคขนานนั้น แต่ เธอเองก็ดูจะ มีความเมตตา กรุณามากๆเลยนะ 
[Lann] – ว่าแต่ เธอเป็นพระเจ้าจริงๆหรอ ?
[Serafie] – ใครจะไปรู้ละยะ  Enna Kros ก็คือ Enna Kros หรือเธอว่าไง 
[Tama] – จริงแท้แน่นอนเลยละ 




                              Chapter 2 – Foretold by Prophecy




                                     ป่า Wellspring woods ... โลกแห่ง Grymoire




- เข้าประตูมิติเดินทางกลับโลก Grymoire ไปป่า Wellspring woods อีกครั้ง ที่นี่มี Mirage อยู่แค่ 2 ชนิด จับตัวแรกคือ Chocochick ไปแล้ว ที่เหลืออยู่อีกตัวคือเจ้า Mu จับมันมาซะพร้อมเรียนรู้ระบบ Auto Battle โดยการกด Touch pad 1 ครั้งแต่การต่อสู้แบบอัตโนมัติไม่ค่อยจะมีความจำเป็นมากนัก
-เดินทางต่อไปจนถึงทางออกจากป่า ก็จะเห็น murkrifts ยังอยู่ ซึ่ง Tama จะอธิบายว่าหากเคยสู้กับมันมาแล้วก็จะเห็นรายละเอียดของมันจากด้านนอกอย่างชัดเจน Behemoth LV26 เลเวลถึงพร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาจับมันได้เลย  จากนั้นเดินทางไปที่ทางออกของป่าเข้าสู่ Bridge Overlook  ก็จะถึงสถานีรถไฟที่ปลายสะพานที่ทอดยาวสู่โลกภายนอก และไม่นาน รถไฟขบวน Cactuar Express (Jiant Car) ก็เดินทางมาถึงสถานี



[Reynn] – อ่อ เราควรจะขึ้นรถไฟนี่มั๊ยเนี้ย ?
[Tama] – แน่นอนที่สุด ขึ้นไปกันเล๊ย !! 
[Lann] –  โอ้ เจ๋ง !!! 
[???} อุ้ยตายหนามหล่น ! นานแค่ไหนแล้วเนี้ยที่ไม่มีผู้โดยสารใหม่แบบนี้ ของตั๋วด้วยคร๊าบบบบ !!
[Lann] – เฮ้ยย !! นั่นมัน Mirages นี่ มันพูดได้ด้วยอ่ะ !!



[พนักงานตรวจตั๋ว Cactuar ] – ผมคือ พนักงานตรวจตั๋ว Cactuar ขอตรวจตั๋วด้วยคร๊าบบบ
[Lann] –  ผู้ตรวจตั๋วหรอ เอาน่า ก็ที Tama มันยังพูดได้เลยนี่ 
[Reynn] – แต่ เรามีตั๋วกันมั๊ยเนี้ย
[Tama] – อ่ะ นี่ตั๋ว จ๊ะ 
[พนักงานตรวจตั๋ว Cactuar ] – ว้าววว นี่มันตรวจแบบครึ่งชีวิตเลยหรอ ไม่เคยเห็นกับตาซะทีตั๋วพิเศษแบบนี้ !!! เอาละ งั้นก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิ์ภาพน๊ะคร๊าบบบ  
[Reynn] – เราได้ตั๋วมาจากไหนอ่ะ
[Tama] – แน่นอน Enna Kros เธอเตรียมพร้อมไว้ให้ชั้นหมดแล้วละ ทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องใช้เลยละ
 [Reynn] – งั้นก็ดีเลยสิ 
[Lann] –   แล้วไอ้ตั๋วครึ่งชีวิตมันคือไร ชีวิตไม่ได้มี 1 เดียวหรอ ?


และรถก็มาถึงปลายทางที่ อาณาจักร Cornelia



[Lann] –  โห ดูสิ เมืองเขาเป็นระเบียบเรียบร้อยมากๆอ่ะ
[Reynn] – ใช่ๆ ดูแฟนตาซีมากๆด้วย 
[Lann] –   ฮืมม ทุกคนเอาอะไรวางไว้บนหัวกันหมดด้วยแหละ เฮ้ Tama ทำไมไม่ขึ้นมาบนหัวชั้นละ มาๆ 



[ชาวบ้าน] – จะว่ามั๊ยถ้าจะถามว่าพวกคุณมาจากไหนกันคะ ?
[Reynn] – เอ่อ พวกเราอ่ะหรอ ? คือ 



โครมมม !!!   พวก Mirages มืดของกองทัพ Bahamutian บุก !! 

[Lann] –   บาฮามู ? บาฮามู คืออะไร ???
[ชาวบ้าน] – สมาพันธรัฐ  Bahamutian คือ กลุ่มที่มีการครอบครอง Mirages ไว้มากที่สุด 
[Reynn] – ห๊า !! มีคนจะเอา Mirages ไปทำกองทัพด้วยหรอ ?
[Lann] –   งั้นก็สบายมากสำหรับเรา เดี๋ยวผมจัดการมันให้เอง 
[Reynn] – เฮ้ เดี๋ยวดิ๊ Lann !!!




เข้าไปจัดการพวก Goblin Guard ที่บุกเข้ามาให้หมด แต่ในขณะที่ Lann พยายามจะจับมันมาใช้งานก็ปรากฏว่าไม่สามารถจับมันได้เหมือน Mirages ที่ผ่านมา ....



[Lann] – เฮ้ย เดี๋ยวดิ พวกแกจะหนีไปไหน !! มันเกิดอะไรกันขึ้นนะทำไม่ถึงใช้ Imprism จับมันไม่ได้ฟ่ะ 
[Tama] – นายไม่เห็นแสงรอบๆตัวพวกมันหรอ ? มันแปลว่ามันถูกครอบครองโดย The Keeper คนอื่นอยู่ไง ถ้าจะจับมันได้นายต้องเอาชนะเจ้าของ (Mirage Master) ของมันก่อน 



[ชาวบ้าน] – Jiants หรอ พวกเขาเป็นพวกเดียวกับ Bahamutian รึเปล่า
[ชาวบ้าน] – แต่เขาจัดการไอ้พวก Mirages มืดช่วยพวกเราไว้นะ มันเหมือนคำทำนายที่ว่าไว้เป๊ะๆเลย
[ชาวบ้าน] – โทษทีนะคะ ชั้นขอคุยกับพวกคุณเป็นการส่วนตัวหน่อยได้มั๊ยคะ 
[Reynn] – ได้สิคะ



[ชาวบ้าน] – พวกคุณมาจากอีกโลกนึงใช่มั๊ยคะ ?
[Reynn] – โอ้ จริงๆพวกเรา เอ่อ คือ ..
[Lann] – ใช่แล้วละ จริงๆคุณน่าจะพอได้ยินมาบ้างนะ พวกเราคือ Mirage Keeper ครับ
[Reynn] – เอ้า !! อย่าไปบอกเธอหมดสิ 
[Lann] – ไมอะ ? มันเจ๋งจะตาย ทำไมต้องปิดบังอ่ะ ชั้นอยากจะอวดจะตายไป ฮ่าๆ 
[ชาวบ้าน] – มีใครบางคนต้องการพบพวกคุณที่ปราสาท Cornelia จะรบกวนช่วยตามขึ้นไปที่นั่นหน่อยได้มั๊ยคะ ?


จากนั้นก็ขึ้นไปด้านบนสุดของเมืองเข้าสู่ปราสาท Cornelia



[เจ้าหญิง Sarah ] – ขอบคุณที่พวกคุณมา ยินดีต้อนรับสู่ อาณาจักรCornelia ชั้นคือเจ้าหญิง Sarah คะ
[Lann] – เดี๋ยวคุณชาวบ้านเมื่อกี้ เป็นเจ้าหญิงหรอ ?
[Reynn] – โอ้ ตายแล้ว พวกเราไม่ทราบมาก่อนเลยคะ ขอประทานอภัยกับการแสดงออกที่เสียมารยาท Lann ด้วยนะคะ ชั้นคือพี่สาวของเขาเองคะชื่อ Reynn 
[เจ้าหญิง Sarah ] – ชั้นเองก็ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ระแวงสงสัยพวกคุณว่าเป็นพวกเดียวกับพวก Bahamut ส่งมา ชั้นมองผิดเอง แถมพวกคุณยังแสดงความกล้าหาญช่วยจัดการ Mirages มืดที่เข้ามาบุกอาณาจักรเราไว้อีกต่างหาก เราตัวแทนแห่งประชาชนของอาณาจักร Cornelia ต้องขอขอบคุณพวกคุณมากกว่า 
[Lann] – แหม่ คือมันก็ไม่ได้กล้าหงกล้าหาญอะไรหรอกคร๊าบ 
[Reynn] – จริงๆเราก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรที่มันสำคัญมากมายอะไรหรอกคะ 
[เจ้าหญิง Sarah ] – ชั้นเองก็แทบจะไม่เชื่อเลยว่าพวกคุณคือ คนที่คำทำนายเคยกล่าวไว้อะคะ
[Reynn] – คำทำนายหรอ ? เอ่อ ใช่ ชั้นได้ยินชาวบ้านพูดถึงพวกเราเมื่อกี้ ว่าจะถามอยู่พอดี 
[เจ้าหญิง Sarah ] – ถ้าพวกคุณไม่ว่าอะไร ชั้นขอเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกเลยนะคะ



Cornelia คืออาณาจักรที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของ Grymorie เป็นอาณาจักรปกครองตนเองที่ไม่ขึ้นตรงต่อสหพันธรัฐ Bahamutian และสนธิสัญญา Brandelis ของ King Brandelis อย่างไรก็ตาม Cornelia ก็ยังผดุงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยของเรา แต่ทางสหพันธรัฐ Bahamutian พยายามที่จะทำลายทุกอย่างที่เราสร้างมา เราเองก็พยายามช่วยเหลือตัวเองเพื่อเอาตัวรอดตลอดมา จนมาถึงยุคนี้ที่ สหพันธรัฐ Bahamutian พยายามทำทุกวิธีที่จะบดขยี้กดดันด้วยการรุกรานต่างๆนานา      

[Reynn] – คุณหมายถึงการโจมตีโดยพวก Mirages อย่างเมื่อซักครู่นี้หรอคะ ? 
[เจ้าหญิง Sarah ] – ใช่แล้วคะ
[Reynn] – แล้วเรื่องคำทำนายที่ว่าละมันมีผลกับเรื่องนี้ยังไง ?
[เจ้าหญิง Sarah ] – ตำนานแห่ง Azure ได้กล่าวไว้ว่า




เมื่อกาลเวลาเวียนมาบรรจบใหม่อีกครั้ง พวกเขาก็จะกลับมาในฐานะแขกผู้มาเยือน คนร่างใหญ่ (Jianis) จากเนินเขาของโลกอื่นที่ไม่ใช่โลกของเรา พวกเขาจะทำให้อนาคตของ Grymorie เปลี่ยนแปลงไป 2 ทาง ทางนึงช่วยเหลือให้พ้นภัย อีกทางนึงทำลายสิ้นไม่เหลือสิ่งใด เป็นปริศนาที่ทิ้งไว้ให้วุ่นวายใจของผู้มีจิตใจสูงส่งเอาไว้คบคิดเอา   





[Reynn] – อืมมม .. คนตัวใหญ่ที่จะทำให้อนาคตแยกเป็น 2 ทางหรอ ? คนตัวใหญ่จากเนินสูงหรอ .. เหมือนเนิน Nine wood Hills !! จริงๆก็ไม่อยากจะเชื่อเลยนะแต่มันก็ตรงกับพวกเรามากๆ คุณจะว่าอะไรมั๊ยถ้าชั้นจะถามปัญหาที่คาใจหน่อย คือถ้า สหพันธรัฐ Bahamutian ชั่วร้ายจริงๆทำไมถึงมีอาณาจักรอื่นๆไปร่วมกับพวกเขาละคะ ?
[เจ้าหญิง Sarah ] – ส่วนใหญ่ของอาณาจักรใน Grymorie แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และด้วยภายใต้กองทัพอันแข็งแกร่งของพวกมันรวมถึง Mirages มากมายที่มันครอบครองไว้ ทางเดียวของความอยู่รอดหลายอาณาจักรก็ต้องยอมด้วยความหวาดกลัว
 [Lann] – พวกมันควบคุม Mirages ได้ครั้งละหลายๆตัวจริงดิ ?
[เจ้าหญิง Sarah ] – ผู้นำสาส์นของ King Brandelis ที่รู้จักกันดีในชื่อ Segwarides และ Pellinore เป็นคนควบคุม Mirages แทบทั้งหมดใน Grymorie เหมือนกับที่ Queen of the Keeper เคยทำได้ในสมัยอดีตกาล 
[Reynn] – Queen of the Keeper หรอ ? ฟังดูเหมือนจะทรงพลังมากนะ
[เจ้าหญิง Sarah ] – ใช่คะ แต่มันเป็นเรื่องราวที่นานเป็นศตวรรษแล้ว 



[Reynn] – ขอถามคำถามโง่ๆหน่อยนะคะ คือถ้า สหพันธรัฐ Bahamutian รับประกันว่าเขามีอำนาจในการปกป้องคุ้มครองทุกอาณาจักรได้จริงๆมันจะไม่ดีหรอถ้าจะลองให้เขาปกครองดู แต่คุณต้องเข้าใจว่า พวกอาณาจักรที่ยอมเข้าร่วมยอมทำตามกฎของพวกมันล้วนแล้วแต่ยอมเพราะความหวาดกลัวหรือไม่ก็ถูกยึดอานาจักรมา เชื่อเถอะว่าชั้นเห็นความน่าสยดสยองนั่นมาแล้ว ชั้นต้องขอให้พวกคุณลองเห็นด้วยตาของตัวเองแล้วจะเข้าใจเอง แล้ว ต่อไปพวกคุณจะไปอะไรกันต่อละ ? 
[Lann] – ที่ทำได้ตอนนี้ก็คงออกไปข้างนอกจับ Mirages ให้ได้มากที่สุด 
[Reynn] – คือจริงๆเรายิงควบคุมพวกมันได้มากเท่าไหร่ก็จะทำให้เราได้ความทรงจำของเราที่หายไปกลับคืนมามากเท่านั้นนะคะ 
[Lann] – ช่ายแล้ว อย่างไอ้พวก Goblin ที่มาโจมตีเมืองคุณเราก็เล่นให้ร่วงให้หมดเลย !!
[เจ้าหญิง Sarah] – เล่นให้ร่วง คือ ยังไงคะ ??
[Reynn] – เอ่อ คือ เขาหมายถึงเราจะลองหาทางช่วยคุณเท่าที่เราจะช่วยได้นะคะ



 [เจ้าหญิง Sarah] – โอ้ จริงหรอคะ ชั้นและประชาชนแห่ง Cornelia ต้องขอขอบคุณอย่างสูงเลยนะ
[Reynn] – ก่อนที่เราจะช่วยคุณ คุณไม่คิดว่าเราจะต้องเตรียมอาวุธดีๆไว้สู้กับพวกมันก่อนหรอคะ ? เราคงสู้ไม่ได้แน่ถ้าไม่มี Mirages เก่งๆมาใช้งาน 
[Lann] – เยี่ยมเลย เจ้าหญิงพอจะรู้ว่าที่ไหนมี Mirages เก่งๆมากๆอยู่บ้างป่ะครับ 
[เจ้าหญิง Sarah] – แน่นอนคะ ทางเหนือของ Cornelia คุณจะเจอสถานที่นึงที่เรียกว่า Nether Nebula ที่นั่นมี Mirages ระดับสูงอยู่มากมายเลยละ มันดุร้ายมากๆ บางที่มันอาจจะฆ่าคุณตายได้ง่ายๆเลยนะ ยังไงก็โปรดใช้ความระมัดระวังด้วยนะคะ
[Reynn] – น้องชายชั้นนี่แหละคะตัวพาตายเลย 
 [Lann] – เอ้า แล้วทำไมต้องมาลงที่ชั้นทุกทีเลยฟ่ะเนี้ย !


ขณะลงมาจากปราสาทเพื่อออกเดินทาง ระหว่างทางจะพบประตูแห่งแสงขนาดเล็กในเมืองด้วย Tama จะอธิบายง่ายๆได้ว่า มันคือประตูมิติที่เชื่อมโยงไปถึงประตูมิติใหญ่ที่ Nine wood Hills ได้ นั่นคือ หากพบประตูแห่งแสงขนาดเล็กที่ไหนนั่นแปลว่าสามารถกลับไปที่ Ghost Town ได้ซึ่งจะพบเห็นได้ตามที่ต่างๆทั้งในเมืองและในดันเจี้ยนต่างๆ



ที่ลานกว้างของเมืองจะพบทหารคนนึงที่มีเครื่องหมาย ! อยู่ที่หัว นั่นคือสัญลักษณ์ของคนที่มีภารกิจเสริมให้ทำ หรือจะเรียกว่า Miniventure



                                   [Miniventure] – Best Helm in the Realm

สิ่งที่ต้องการ – คีย์ไอเทม Earth hammer 1 อัน
สถานที่ – Cornelia
รางวัล – Hi-Potion x 5 

โดยสามารถดูรายละเอียดภารกิจย่อยที่รับมาได้ที่เมนู Adventure Log หัวข้อย่อย Miniventure ทำทุกอย่างเสร็จแล้วออกจากเมืองแล้วมุ่งหน้าเข้าไปยังพื้นที่ Cornelia Region ได้เลย




                                   Chapter 3 – Old Acquaintances 





ในพื้นที่ชายแดนของ Cornelia นั้นไม่ศัตรูในพื้นที่นอกจากความงดงามของทิวทัศน์ จากนั้นก็เข้าไปที่ทางแยกขวา (เพราะแยกซ้ายไปไม่ได้) เพื่อเข้าสู่ถ้ำ Nether Nebula ได้เลย


                                                        ถ้ำ Nether Nebula






-ในโซนแรก เข้ามาจะเจอประตูแห่งแสงที่สำหรับใช้กลับไปที่ Nine wood Hills และด้านในระหว่างทางเดินเมื่อเปิดหีบจะได้ Mirajewel มา



 Mirajewel ก็คือผลึกที่เอาไว้สวมใส่เพิ่ม Ability ให้ตัวเอกนั่นเองโดยสามารถเลือกสวมใส่ได้ที่เมนู Mirajewel ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในเมนูหลัก โดยอันแรกที่ได้มาคือ Libra Mirajewel ซึ่งเป็นผลึกที่สวมใส่แล้วทำให้ผู้สวมใส่มีเวทย์ Libra หรือเวทย์ส่องสถานภาพศัตรูใช้ 


-ในโซนที่ 2 ระหว่างทางจะเจอ Gimme Golem ขวางทางอยู่ เข้าไปสำรวจดูจะพบว่ามันต้องการไอเทม Sleekstone ซึ่งเป็นไอเทมที่เก็บมาได้ระหว่างทางอยู่แล้ว เอาให้มันเพื่อเปิดทางได้เลย และในโซนนี้ก็จะเริ่มพบกับพวกศัตรูที่สามารถ Stacking หรือยืนบนหัวกันได้ด้วย แน่นอนพวกมันจะแข็แกร่งขึ้นเหมือนและจัดการได้ยากขึ้นด้วย



-ในโซนที่ 3 เข้ามาจะเจอปริศนาแบบใหม่นั่นคือ Puzzle switches หรือสวิตซ์ปริศนา โดยวิธีแก้ปริศนานั้นก็คือ การเอา Mirages ไปวางบนสวิตซ์ตามเงื่อนไขที่มันต้องการ  เมื่อเข้าไปสำรวจจะเห็นรายละเอียดของเงื่อนไข

Switch Conditions 
-ต้องการ Mirages น้ำหนักรวม 5 กิโลหรือมากกว่า
- ต้องการ Mirages ที่มีความต้านทานต่อธาตุดินรวม 50 หรือมากกว่า



บนสวิตซ์สามารถวาง Mirages ได้ 3 ตัว แต่จะวางกี่ตัวก็ได้ขอให้ตรงตามเงื่อนไขก็พอ อย่างปริศนาแรกก็ให้ใช้ Mini Golem กับ Copper Gnome 2 ตัวไปวางแล้วกดสามเหลี่ยม Activate ได้เลย เมื่อได้ตามเงื่อนไขก็จะทำให้สวิตซ์ทำงานจนทำให้ทางเชื่อมออกมาให้ไปต่อได้

ข้ามไปฝั่งตรงข้ามด้านในพื้นที่จะเจอ Puzzle switches อีกอัน

Switch Conditions 
-ต้องการ Mirages น้ำหนักรวม 5 กิโลหรือมากกว่า
- ต้องการ Mirages ที่มีความต้านทานต่อธาตุดินรวม 75 หรือมากกว่า


เปิดทางเข้าไปเก็บไอเทมในกล่องด้านใน 1 ในนั้นก็จะเป็น Earth hammer ที่เป็นไอเทมสำหรับภารกิจย่อยอันแรกที่รับไว้ด้วย

-ในโซนที่ 4 เข้าไปจะพบจุดเซฟและก้อนหินที่ต้องใช้ความสามารถของ Mirages ในการผ่านทาง




ในถ้ำ Nether Nebula โซนที่ 4 แถวจุดเซฟที่มีหินขวางอยู่ การทำลายก้อนหินต้องใช้ความสามารถของ Mirages ในการผ่านทาง หินนี้จะสามารถทำลายด้วย Support Skill – Smash เมื่อเดินเลยไปหน่อยจะเจอทางขาดที่ต้องใช้ Support Skill – Flulter (ไม่ว่า Mirages ตัวไหนที่มี Support Skill 2 อันที่ว่านี้ใช้ได้หมด) ในการบินข้ามไปก็จะเข้าไปถึงส่วนที่ 5 ของถ้ำ

 

 ในโซนที่ 5 นี้จะมีไอเทมดีๆให้เก็บแต่จะเต็มไปด้วยศัตรูที่มีเลเวลสูงมาก หากจัดการกลุ่มแรกลงได้จะฟันค่า EXP ระดับ 6000 - 8000 ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเก็บเลเวลแบบก้าวกระโดดในช่วงแรกๆของเกมอย่างมาก (แต่ต้องมีระดับเลเวลของตัวละครที่มากพอด้วยนะ) ในโซนนี้นอกจากจะมีศัตรูที่ให้ค่า EXP แล้วยังมี Mirages ดีๆ 3 ตัวที่ซ่อนอยู่ซึ่งพวกมันจะแรนด้อมออกมาสู้ด้วย ประกอบด้วย 

                                                               Fritt ธาตุไฟ 




                                                      Bablizz ธาตุน้ำแข็ง




                                                      Zapt ธาตุสายฟ้า  




วิธีจะทำให้ปลดล็อกตัวให้จับได้(ส่องแสง) นั้น จะต้องทำตามเงื่อนไขพิเศษ ซึ่งก็คือซัดเวทย์หรือโยนไอเทมเวทย์ที่พวกมันต้านทานใส่มัน Fritt ก็ยิงเวทย์ไฟ , Bablizz ยิงเวทย์น้ำแข็ง และ Zapt ยิงเวทย์สายฟ้า  แน่นอนพวกมันจะพลังไม่ลดเพราะเป็นธาตุหลักของมัน แต่จะทำให้ตัวมันปลดล็อก(ส่องแสง)ให้จับได้ ซึ่งเจ้าพวก Mirages ทั้ง 3 ตัวที่ว่าก็คือ  Ifrit , Shiva และ Ramuh ในร่างแรกนั่นเอง ใครที่เลือกตัวไหนไปแล้วอยากได้อีก 2 ตัวที่เหลือก็มาจับไปเลี้ยงได้เลย


- กลับมาเข้าเนื้อเรื่องหลักต่อ .... เข้าไปเซฟแล้วเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าไปด้านในของถ้ำซึ่งเป็นที่สิงสถิตของ Mirages ที่ทรงพลังที่กำลังรออยู่


[Reynn] – นี่มัน .....??
[Tama] – โอ้ ไม่ดีแน่ๆ .. นี่เรียกว่า Threshold มันเป็นสิ่งบ่งบอกถึงอาณาเขตของ Mirages ที่ทรงพลังสร้างเอาไว้ เพื่อให้ใครที่เข้ามาเห็นจะได้ระวังตัวว่ามัน ข้างในมี Mirages ที่ทรงพลังอำนาจและอันตรายอยู่ ที่หนักกว่านั้นคือ ถ้าเกิดอะไรกับพวกเธอข้างในชั้นจะไม่สามารถใช้พลังในการย้อนเวลาช่วยได้เลยด้วย 
[Reynn] – เอาเถอะ เป็นไงก็เป็นกันยงไงเราก็ต้องเข้าไปด้านใน
[Tama] – แน่นอน แต่อย่าลืมเซฟให้เรียบร้อยก่อนด้วยนะ




[Ramuh] – ข้าว่าเราได้เจอนักเดินทางโง่ๆที่เข้ามาลองของอีกแล้วละ
[Ifrit] – พวกนี้มัน ..? 
[Shiva] – แหม่ๆ ดูสิใครกลับมาหาเรา
[Ifrit] – อ่า ไอ้พวก ครึ่งไพนท ขอต้อนรับกลับมานะ 
[Reynn] – จริงๆก็จำไม่ได้หรอกนะว่าเคยเจอกันตอนไหน คือพวกเราความจำเสื่อมน่ะ แต่เห็นด้วยเรื่องน้องชายชั้น นอกจากมันจะครึ่งไพนทแล้ว มันยังมีสมองแค่ครึ่งนึงด้วย 
[Ifrit] – พวกเจ้ามันไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ ฮ่าๆๆๆ
[Ramuh] – พวกเธอจำพวกเราไม่ได้เลยหรอ ?
[Shiva] – จริงดิ งั้นพวกเขาก็ไม่ได้มาอัญเชิญเรานะสิ
[Ifrit] – งั้นต้องบอกให้เคลียร์เลยนะเพื่อจะให้มั่นใจว่าเราจะถูกจิกหัวใช้แบบถูกคน ถ้าพวกแกจะมาอัญเชิญพวกเราทั้ง 3 ก็จงแสดงความแข็งแกร่งของพวกแกมาซะ ไม่งั้นก็จะต้องถูกข้าทำลายทิ้ง !!
[Shiva] – ใช่ ทำลายยยย !!



[Ramuh] – พอเลยเจ้า 2 คน ทำไมแค่นี้ต้องทำโมโหเลือดขึ้นหน้ากันด้วย ? ดูพวกเขาดีๆสิ พวกนั่นยังไม่ได้เป็น Mirage Keeper ข้าดูออก
[Shiva] – ท่านพูดถูก จริงด้วย พวกเขาดูแตกต่าง ข้านี่โง่จริงๆเลย 
ถ้างั้น จะว่ายังไงถ้าจะให้พวกเราแค่คนเดียวเข้าไปจัดการ มันจะได้แฟร์ๆหน่อย ว่าไง ?
[Ramuh] – อืมมม .. ก็ดีนะ งั้นเอาเลย เลือกเลยว่าจะต้องการสู้กับพวกเราคนไหน ? และ จงเลือกให้ดีๆด้วยละ !
[Lann] – ละ เลือก ไปทำไมอ่ะ ?
[Ramuh] – เวลาไม่ได้ทำให้เจ้าฉลาดขึ้นเลยจริงๆ
[Shiva] – เราพยายามจะบอกว่า เธอ 2 คนยังไม่พร้อมที่จะอัญเชิญพวกเราพร้อมๆกันทั้ง 3 ไงละ เข้าใจยัง ??
[Reynn] – โอเค รู้เรื่อง ขอบคุณ เอาละเดี๋ยวเลือกเอง 




                                                             ** ผมเลือก Ifrit **




[Ramuh] – เอาละ พอได้แล้ว ข้าเห็นแล้ว 
[Shiva] – ตลกแฮะ แต่ก็เอาเถอะ 
[Ifrit] – ข้าอับอายพวกเจ้ามากที่ยังแข็งแกร่งไม่พอ
[Ramuh] – เอาละ ตอนนี้ต้องขอลากันก่อนนะ
[Shiva] – ลากันแค่ตอนนี้นะ 

จบการต่อสู้ ผู้เล่นเลือกสู้กับ Mirages Summons ตัวไหนก็จะได้ Prismarium ของตัวนั้นมาเพื่อนำมันมาใช้งานด้วย  เมื่อทำทุกอย่างในถ้ำจนพอใจแล้วก็เข้าประตูมิติกลับไปที่ Nine wood Hills ได้เลย




หญิงสวมหน้ากากลึกลับ – Mirages แห่ง Nebula ถูกปลดปล่อยแล้ว และแล้ว เวลาก็กลับมาเดินอีกครั้ง 






                                           Ghost Town …. Nine wood Hills 

เมื่อกลับมาที่ Nine wood Hills อีกครั้ง เข้าไปสำรวจที่ร้านค้าของน้อง Chocolatte ให้พอใจเพราะจะมีไอเทมใหม่ๆเพิ่มเข้ามาด้วย หลังจากกำลังจะเดินกลับไปที่ประตูมิติ ก็จะพบกับน้อง Serafle อีกครั้ง


[Chocolatte]- ขี้เกียจเดินไปไหนมาไหนอะดิ๊ ดูหน้าก็รู้ว่าเป็นพวกขี้เกียจ มาชั้นจะบอกเคล็ดลับเปิดสมองให้ฟัง เชื่อเหอะพวกเธอต้องไม่เชื่อแน่นอน ฮ่าๆ ชั้นนะแว๊บไปมาด้วยการมุดผ่าน windways จ๊ะ อิอิ 


สิ่งที่ควรรู้มีแค่นี้ไม่ต้องไปสนใจมุขตลกของ Lann เพราะจริงก็แค่ก็สอนให้เรียนรู้จักกับการใช้ Fast Travel หรือที่เรียกว่า windways ซึ่งก็คือการกดสี่เหลี่ยมในขณะอยู่ใน Nine wood Hills ก็สามารถวาร์ปไปส่วนต่างๆของเมืองได้ในทันทีนั่นเอง 

ถ้าแวะเข้ามาในห้อง Lann นอกจากสามารถใช้นอนพักเพื่อเพิ่ม HP – MP แล้ว ในเครื่องเกมยังสามารถดูข้อมูลต่างได้ด้วย


- Mirage Manual จะเป็นที่เก็บข้อมูลของ Mirage ที่เจอและที่จับได้
-Who’s who ข้อมูลตัวละครต่างๆในเกมที่เจอ
- มินิเกมส์ 


                                Chapter 4 – A Legendary Warrior 


อาณาจักร Cornelia ... โลกแห่ง Grymoire


หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจตามจับ Mirage ที่แข็งแกร่งที่ถ้ำ Nether Nebula เพื่อเอามาเป็นอาวุธไว้ใช้ช่วยอาณาจักร Cornelia ต่อกรกับพวกสหพันธรัฐ Bahamutian ที่กำลังเข้ามารุกราน



แต่เหมือนจะไม่ทันการเพราะพอเหยียบย่างเข้ามาในเมือง กองทัพของสหพันธรัฐ Bahamutian ก็บุกเข้ามาทันที โดยการนำของแม่ทัพที่เป็นเจ้าของเหล่า Mirage สาย Goblin ได้ส่งกองทัพ Mirage บุกเข้ามาประชิดตั้งค่ายไว้ที่บนเนินที่ชายแดนของ Cornelia อย่างรวดเร็ว


[เจ้าหญิง Sarah] – ถ้าพวกมันเข้ามาตั้งค่ายในระยะประชิดชายแดนแบบนี้ ก็รู้ได้แน่ชัดว่าพวกมันต้องการจะบุกโจมตีเราให้จบในครั้งเดียว 
[Reynn] – แล้วเราจะเอาไงกันดีละคะ ?
[Lann] – ดูเหมือนว่าพวกเราต้องลงไปจัดการพวกมันเอง ปัญหาขี้ประติ๋วมาก 
[Reynn] – หือออ แล้วนายจะให้เราทำยังไงห๊ะ ?
[Lann] – ก็ลงไปสู้กับมันไง !
[เจ้าหญิง Sarah] – พูดได้ดี แต่เอ่อ ทางอาณาจักรเราไม่มีกองทัพหรืออาวุธยุทโธปกรณ์ที่แข็งแกร่งพอที่จะไปสู้เขาได้หรอกคะ
[Lann] – แต่คุณมีพวกเราอยู่นี่ไง วางใจเถอะน่า ผมกับ Reynn จะลอบเข้าไปจนถึงตัวหัวหน้ามันที่อยู่บนเนินเขาแล้วจัดการซะ ก็จบ 



[เจ้าหญิง Sarah] – มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอคะเนี้ย 
[Reynn] – เอ่อ เขาอาจดูไม่ฉลาดนักแต่เรื่องต่อสู้เนี้ยยกให้เขาเลยละ รับรองเขาจะใช้ร่างเล็กๆของเขาหลบพวกศัตรูเข้าไปได้แน่นอน 
[Lann] – โห นี่เธอก็ไม่สูงกว่าชั้นซักเท่าไหร่หรอกนะ 
[Reynn] – บางทีชั้นก็คิดว่าเด็กคนอื่นคงไม่มีอะไรแปลกๆที่แขนแบบพวกเราหรอก ตอนนี้เรากลับภูมิใจที่เห็นมัน บางทีก็คิดอยู่ว่าแม่เราก็อาจจะมีแบบนี้เหมือนกัน เอาเถอะมาเข้าเรื่อง รับรอง Lann ไม่มีทางคิดที่จะลุยถ้าเขาไม่มั่นใจว่าชนะหรอกคะ จริงๆเขามีเซ็นท์เวลาที่จะเกิดอะไรแปลกๆเพื่อจะได้หนีทันเสมอ จะเรียกว่าปอดแหกโดยธรรมชาติก็ว่าได้นะคะ ฮ่าๆ 
[Lann] – เออ พูดไปเหอะ แล้วคอยดูแล้วกัน เรื่องหมูๆอยู่แล้ว 
[Reynn] – แล้วคุณละคะเจ้าหญิงจะเชื่อใจพวกเราหรือเปล่า ?
[เจ้าหญิง Sarah] – พวกเราจะสู้ร่วมกับพวกคุณคะ บางทีมันอาจจะเป็นเวลาที่เหมาะแล้วที่จะสู้ก่อนที่พวกเราจะเสียง Cornelia ให้กับพวกมัน พวกเราจะสู้ และเชื่อมั่นในพลังของ Mirage Keeper  คะ !!



-ในขณะเดินลงมาจะพบกับ Brigade Captain แม่ทัพของทหาร Cornelia ที่แม้จะรู้ว่ากองทัพของตัวเองนั้นไม่ได้มีพลังอำนาจแต่เขาก็แสดงความกล้าหาญออกมาที่จะเข้าร่วมสู้รบด้วย จากนั้นเตรียมตัวให้พร้อม  แล้วออกไปที่เขตชายแดนของ Cornelia ที่เนินเขาทางซ้ายตรงข้ามกับทางเข้าถ้ำ Nether Nebula ก็จะพบค่ายทหารของพวกสหพันธรัฐ Bahamutian ที่ต้องบุกเข้าไป



                                                       The Watchplains  


เข้ามาด้านใน Goblin Camp แล้วลุยเข้าด้านในท่ามกลางการต่อสู้รบของทหาร Cornelia และกองทัพของสหพันธรัฐ Bahamutian



-ในโซนแรกจัดการเก็บ Mirage ที่มีในฉากคือ 2 ตัวตามที่ Mirages Discovery ในแผนที่ต้องการคือ 2 ชนิด
- ในโซนที่ 2 เข้ามาแล้วแวะเข้าไปที่ส่วนด้านซ้ายของแผนที่ตรงซอกเขาจะมีกล่องไอเทมที่มี Ability Seed อยู่


โดย Ability Seed เป็นผลึกที่เอาไว้สวมใส่ในตาราง Skill ของพวก Mirage ในช่องว่าง (Blank Space) ที่เอาไว้ใส่ Ability เสริมจาก Ability Seed ซึ่งจะเป็นพวกเวทย์มนต์และท่าโจมตีต่างๆ) 

ในส่วนนี้จะพบกับทหารเกราะของกองทัพ Bahamutian ที่มาพร้อม Babyhemoth ซึ่งเจ้า Babyhemoth ก็สามารถจับได้ด้วย  แต่พวก Goblin ทั้งหมดยังจับไม่ได้เพราะมันยังมีเจ้าของอยู่ซึ่งก็คือแม่ทัพของกองทัพ Goblin ที่เข้ามาบุกนั่นเอง



ตรงกลางพื้นที่ของโซน 2 จะพบ Brigade Captain แม่ทัพของทหาร Cornelia กำลังโดนรุมทำร้าย เข้าไปช่วยจัดการศัตรูให้หมด Brigade Captain พยายามจะบอกว่าลูกน้องของเขาเห็นเจ้าหญิง Sarah เดินอยู่ในสนามรบด้วย ซึ่งตัวเขาก็ไม่แน่ใจและไม่เชื่อว่าเจ้าหญิง Sarah จะเข้ามาในสนามรบด้วย 

        


-ขึ้นไปต่อจนถึงโซนที่ 3 ก็จะพบจุดเซฟ แต่ระหว่างนั้น Lann แล Reynnก็จะสังเกตเห็นเจ้าหญิง Sarah กำลังเดินอยู่ที่ด้านล่างของพื้นที่จริงๆ ในขณะที่ก็อปลินยักษ์กำลังจะปีนเขาขึ้นมาทำร้ายเธอ



โชคดีที่  Brigade Captain องค์รักษ์ผู้กล้าหาญเข้ามาช่วยปกป้องเธอไว้ แต่ Lann ที่รู้ดีว่า Brigade Captain ยังไงก็ไม่มีทางต้านทานพลังของก็อปลินยักษ์นั่นได้ เขาจึงพยายามที่จะลงไปช่วยแม้ Reynn จะพยายามห้ามเพราะวิ่งไปยังไงก็ไม่ทัน





 แต่ จู่ๆพลังในตัวของ  Lann และ Reynn ก็รวมกันเปล่งประกายแห่งแสงความหวังพุ่งเข้าหา Brigade Captain จนทำให้ร่างของเขาอาบไปด้วยแสงแห่งความหวังที่ทรงพลังมากพอจะจัดการศัตรูที่ขวางทางให้สยบราบลงไปด้วยดาบเดียว  





[Reynn] – ปลอดภัยรึเปล่าคะฝ่าบาท
[Lann] – เฮ้ เพื่อน ท่าเมื่อกี้เจ๋งมาเลยอะ !!




[Captain] – อ่า ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมเนี้ย ?
[เจ้าหญิง Sarah] – ชั้นคิดว่าดูจากแสงนั่นชั้นพอจะอธิบายได้ มันเป็นสิ่งที่ดีนะกัปตัน ตั้งแต่วันนี้ไปชั้นขอเรียกคุณว่า นักรบแห่งแสง (Warrior of Light) จะเหมาะกว่านะ 



[Captain] – ผมน่ะหรอ ฝ่าบาทแน่ใจนะครับ ?
[เจ้าหญิง Sarah] – มันเป็นหนึ่งในตำนานของ Cornelia ที่เคยบอกเอาไว้ ฮีโร่นิรนาม ที่มีพลังที่ยิ่งใหญ่และจิตใจที่กล้าหาญนามว่า นักรบแห่งแสง คุณคือ “Mediums” ผู้เป็นหนึ่งใน Realm’s “Champion” 
[Reynn] – Mediums ?? ..  Champion ??  คืออะไรคะ ?



[เจ้าหญิง Sarah] –  “Champion” จะเกิดขึ้นเมื่อแผ่นดินเข้าสู่กลียุค พวกเขาจะตื่นขึ้นพร้อมด้วยพลังที่แสนมหัศจรรย์ ส่วนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกโดยพลังแห่งแสงจะเรียกว่า “Mediums”  นักรบแห่งแสงผู้นี้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นนักรบในตำนานแห่ง Cornelia แต่ก็ยังมี “Mediums” ที่พร้อมจะเป็น “Champion” อีกมากมายที่โลก Grymoire แห่งนี้ 
[Warrior of Light] – ไม่น่าเชื่อเลย ผมเป็นหนึ่งในพวกเขาจริงๆหรอเนี้ย ? แสงที่ส่งมาจากแขนของ Lann และ Reynn ที่ส่งมาหาผมได้ปลุกพลังที่ซ่อนอยู่มานานให้ตื่นขึ้น
[เจ้าหญิง Sarah] – พวกคุณมีพลังนั่นหรอ ? พลังที่จะปลุกเหล่า “Mediums”  ให้กลายเป็น “Champion” 
[Reynn] – ชั้นก็เพิ่งรู้เนี้ยและคะ ก็อย่างที่บอกพวกเราจำอะไรไม่ได้เลย เดี๋ยวก่อน พวกบ้านั่นมันมาอีกแล้ว 


จัดการ Boss – Bahamutian Commander และ Giant Goblin ทั้ง 2 ตัวไม่มีธาตุอะไรที่แพ้นอกจากธาตุแสง


[Lann] – เห็นมั๊ย แบบนี้ 
[Reynn] – เดี๋ยวนะ ทหารชุดเกราะนี่ไม่ใช่คนนี้ เป็น Mirage หรอ ?
[เจ้าหญิง Sarah] – ไม่นะ พวกทหารพวกนี้ต่างก็แข่งขันกันแทบตายเพื่อให้ได้เป็นทหารระดับหัวกระทิของสหพันธรัฐ 



ณ.สถานที่ลึกลับแห่งนึง .......




[ผู้หญิงที่อยู่ในกรงผลึก]- ใช่ .. นั่นแหละ พวกเขาอยู่ที่นี่แล้ว
[Knight in the black Armor]- มันนานกี่ปีแล้วนะ 



[ผู้หญิงที่อยู่ในกรงผลึก]- กี่ปีก็ไม่แต่ต่างหรอกหากอยู่ที่นี่ 
[Knight in the black Armor]-เวลา สำหรับเราจะต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ... Segwarides !!  
[Knight in the Golden Mask]- ครับท่าน 



[Knight in the black Armor]- เจ้าน่าจะเริ่มต้นได้แล้วนะ ข้าเชื่อใจว่าเจ้าคงมีแผนดีๆอยู่ มีรายละเอียดบ้างมั๊ย ? 
[Knight in the Golden Mask]- โอ้ แน่นอนข้าจะบอกท่านจนหมดทุกอย่างเลยละ 
[Knight in the black Armor]- งั้นฝากเป็นหน้าที่เจ้าด้วยแล้วกันนะ 
[ผู้หญิงที่อยู่ในกรงผลึก]- ท่านมีอะไรแคลงใจอย่างงั้นหรอ ?




[Plumed Knight]- พวกเราต้องทำให้คำทำนายเสร็จสมบูรณ์
[Knight in the black Armor]- ใช่แล้ว .. มันจะนำทางพวกเราไปสู่หน้าประวัติศาสตร์ของยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึงแน่นอน !! 


-หลังจากที่จัดการ Bahamutian Commander ไปแล้ว Goblin ทั้งหมดก็จะเป็นอิสระ ซึ่งตอนนี้จะสามารถจับได้ทั้งหมดแล้วทั้ง Goblin , Red Cap Goblin และ Goblin Guard



** ซึ่งเจ้า Goblin Guard ที่ถือโล่กับดาบนั้นต้องมีเงื่อนไขในการจับโดยการใช้เวทย์ Protect ใส่มัน **

- หลังจากจัดการ Boss ก่อนที่จะเข้าประตูมิติกลับเมือง เข้าไปด้านในค่ายจนสุดทางด้านซ้ายก่อนจะพบเจ้า Black Chocochick ยืนอยู่มันเป็น Rare Mirage ตัวแรกที่สามารถจับได้



                                     วิธีการจับ Black Chocochick Rare Mirage

เจ้า Black Chocochick มันตายง่ายมาก ก่อนอื่นอย่าไปโจมตีมันจนตายให้ใช้ท่า Subdue (หาดูว่า Mirage ตัวไหนมี Skill นี้ก็เอามาร่วมสู้ด้วย) เพื่อโจมตีมันไม่ให้ตายแค่พลังลด จากนั้นเลือกไอเทม Potion โยนให้ เจ้า Black Chocochick เท่านี้ก็จะสามารถจับมันได้ง่ายๆ (ถ้าไม่งั้นยังไงมันก็ไม่เปล่งแสงให้จับ) พร้อมกับคีย์ไอเทม Black Chocochick  Memento มาด้วย

                                       


                                      Ghost Town …. Nine wood Hills 


เมื่อกลับเข้ามาที่ Ghost Town ใน  Nine wood Hills เข้าไปด้านในเขต North Promenade อยู่ๆ Lann และ Reynn ก็จะถูกพามาอีกมิตินึงโดยไม่ทันได้ตั้งตัว


[Lann] – ที่นี่มันที่ไหนกันเนี้ย ??  หะ เห้ยยย ระวังหน่อยดิ !! เธอเห็นคนชนชั้นมั๊ย หน้าคล้ายๆชั้นเลย ?
[????] – เจ้า 2 คนควรจะอยู่ที่นี่หรอ ?
[Reynn] – Tonbery หรอ ?




[Tonbery] – ก็ตามนั้นแหละ เป็น Tonbery มาตลอด เจ้าเด็กน้อยออกนอกลู่นอกทางมาไกลไปหน่อยนะ
[Lann] – นอกลู่ อะไร ลู่ๆ 
[Reynn] – เขาหมายถึงเราหลงทางมาไกลนะ ว่าไปแล้วเราอยู่ที่ไหนกันเนี้ย ?
[Tonbery] – เอาเป็นว่า พวกเจ้าทั้งคู่ตามข้ามาดีกว่านะที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัยนักหรอก ข้าขอแนะนำให้รู้จักกับ The Coliseum !! 



The Coliseum ลานประลองที่อยู่ขั้นกลางระหว่างมิติของเวลา ควบคุมการประลองโดย Tonbery เป้าหมายคือ เข้าประลองฝีมือเพื่อมีโอกาสในการจับ Rare Mirages ที่หายากๆ


                                          กฎของ The Coliseum

1.หลังจากเอาชนะคู่ต่อสู้ได้จะได้รางวัลตามที่ระบุไว้ แต่ไม่ได้ EXP
2.สามารถจับ Mirages ที่เป็นคู่ต่อสู้ในการประลองได้
3.สามารถสู้ได้หลายครั้งแม้จะเคลียร์ไปแล้วแต่จะได้รางวัลที่ต่างจากครั้งแรก
4.หากแพ้การต่อสู้จะไม่เสียอะไร ยกเว้นไอเทมที่ใช้ไป 
5. คุณไม่สามารถหนีจากก ารต่อสู้ได้


เข้าไปคุยกับ Tonbery เลือกเข้าประลอง โดยจะมีรายละเอียดของ Match ต่างๆที่มีรวมทั้งระดับเลเวลของคู่ต่อสู้ ซึ่งที่พอจะสู้ได้ตอนนี้ก็คงเป็น FF Mascots 1 LV.11 สู้กับพวก Chocobo


แต่หากคุณได้ Day One Edition Bonus DLC มากับแผ่น ก็จะได้รับ Coliseum Astraea มา แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้รางวัลต่างๆมาฟรีอย่างเดียว เมื่อไส่โค๊ดปลดล็อกแล้วก็จะทำให้มี Match พิเศษเพิ่มเข้ามาให้สู้อีกคือ

1.Never Mess with a Moogle LV14 – สู้กับ Glow Moogle




2. Chocobo Princess Sakura  LV14 – สู้กับ White Chocobo




3.Fighter Type III LV14 – สู้กับ Astraea 




4.The Queen’s Attendant LV14 – สู้กับ Quacho 




5.QQ in the Making LV14 – สู้กับ Quachacho 




รางวัลที่ได้นั้นเล็กน้อยแต่เป้าหมายคือจับพวกมัน โดยทั้งหมดจะเป็น Rare Mirages โดยจะต้องโยน Potion ให้มัน ทั้งเจ้าม็อค โจโกโปะ และ เพนกวิน จึงจะสามารถทำให้มันยอมเปล่งแสงให้จับได้

และถ้าหากคุณได้เคยจบตัว Demo ของ World of Fantasy มาแล้ว เมื่อรับรางวัลตอนโหลดเซฟครั้งแรกก็จะได้ Match พิเศษเพิ่มมาอีกอัน


To Save and Protect LV14 – สู้กับ Magitek Armor P  แน่นอนว่าสามารถจับ Magitek Armor P จาก FF6 มาใช้งานได้ด้วย





                      Chapter 5 – The Champion Who Save Grymore 



                                         อาณาจักร Cornelia ... โลกแห่ง Grymoire


เมื่อสามารถจัดการต้านทานจนกองทัพของสหพันธรัฐ Bahamutian ล่าถอยไปได้จนทำให้อาณาจักร Cornelia กลับมาสงบสุขอีกครั้ง อย่างน้อยๆก็ตอนนี้ เมื่อมาถึงที่ Cornelia Lann และ Reynn ก็เข้าเฝ้า เจ้าหญิง Sarah ทันที


[Tama] จากที่ดูตอนนี้พวกก็อปลินที่ค่ายของพวก Bahamutian หนีกระเจิงไปหมดแล้วละ 
[Reynn] – อย่างน้อยๆก็จะทำให้พวกมันไม่มายุ่งกับ Cornelia พักใหญ่เลยละคะ
[Warrior of Light] – และพวก Mirages ที่พวกมันจับเอาไว้ก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างอิสระตามธรรมชาติเหมือนเดิมอีกด้วย 
[เจ้าหญิง Sarah] – Mirages ป่าพวกนี้ไม่มีเจ้าของแล้ว พวกคุณสามารถจับมันมาใช้งานได้เลยนะ 
[Lann] – แล้วทำไมคุณนักรบถึออยู่ที่นี่ละ ?
[เจ้าหญิง Sarah] – แน่นอนจ๊ะ เขาต้องอยู่ที่นี่  แต่ถึงยังไงก็เถอะพวกเราก็ยังต้องจับตามองพวก Bahamutian ว่ามันจะโจมตีเราอีกตอนไหน ที่เราต้องการคือ พันธ์มิตร จากอาณาจักรอื่นที่จะมาช่วยกันต้านทาน พวก Bahamutian 
[Warrior of Light] – จริงๆแล้ว ถ้าเรากระจายเจตนารมณ์ของเราในการต่อต้านสหพันธรัฐ Bahamutian  น่าจะมีอณาจักรที่เห็นด้วยที่เข้ามาร่วมกับเราต่อต้านสหพันธรัฐก็ได้นะครับ แล้วก่อนหน้านี้ก็มีกลุ่มที่เคยออกมาต่อต้านพวกสหพันธรัฐมาแล้ว พวกเขาเรียกตัวเองว่า League of F 
 [เจ้าหญิง Sarah] – League of F หรอ ? คุณรู้มั๊ยว่าจะเจอพวกเขาได้ยังไง ?



[Warrior of Light] – ว่ากันว่าคหบดีใหญ่แห่งอาณาจักร Saronia เคยติดต่อกับพวกเขา
[เจ้าหญิง Sarah] – ใช่ อาณาจักร Saronia ในอดีตก็เคยต่อต้านสหพันธรัฐมาก่อนด้วย 
[Warrior of Light] – ถ้าอย่างนั้นปล่อยเป็นหน้าที่กระหม่อมที่จะออกเดินทางไปค้นหาข้อมูลของ League of F ด้วยเถอะครับ 
[เจ้าหญิง Sarah] – ไปคนเดียวหรอ ? กว่าจะไปถึง อาณาจักร Saronia คุณต้องผ่านป่าและดินแดนหิมะที่มี Mirages น่ากลัวมากมาย มันอันตรายมากด้วยนะ
[Lann] – เฮ้ ผมว่าเรื่องนี้ปล่อยให้พวกผมจัดการดีกว่านะ 
[Reynn] – ใช่คะ คุณนักรบจะได้คอยดูแลอยู่ที่นี่ด้วย 
[Lann] – ช่าย Champion ในตำนานแห่ง Cornelia ก็ต้องอยู่ดูแลและคอยปกป้อง Cornelia ถูกแล้ว ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอกนะ ทีนั่นเหมาะกับเราเพราะมี Mirages ให้จับเพียบอีกด้วย ถ้าเจ้าหญิงไม่ว่าอะไรอ่ะนะ เรายินดีจะช่วย 
[เจ้าหญิง Sarah] – ทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งเลยคะ ขอบคุณมากๆ  นี่คะจดหมายมอบอำนาจของชั้นที่จะการันตีให้พวกคุณผ่านเข้าไปที่นั่นได้อย่างปลอดภัย 
[Lann] – ถ้างั้นก็ขอลาออกเดินทางกันเลยแล้วกันนะ บาย 




-เมื่อไม่ทำธุระอะไรแล้วก็ขึ้นรถไฟจาก Cornelia เลือกเดินทางขึ้นเหนือไปยัง Saronia ได้เลย



แต่ก่อนจะไปถึงอาณาจักร Saronia ที่เป็นทวีปหิมะขาวโพลนเด่นตระหง่านอยู่ด้านบนนั้นจะต้องผ่านป่า Pyreglow Forest ที่ต้นไม้ใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางเป็นทางผ่านขึ้นไปด้านบนด้วย



                                                   Pyreglow Forest



-ในโซนแรกของป่าจะมี Miragesให้จับคือ เจ้านก Cockatrice เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้ HP มันลดต่ำสุด โดยใช้ ใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตายก็ได้
-โซนที่ 2 จะมีผลึก Murkrift ด้านในจะมี Mirages Sharqual LV13 อยู่ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์ไฟหรือไอเทมเวทย์ไฟโจมตีใส่ (อย่าให้มันตายนะ)


-โซนที่ 3 จะมี Miragesให้จับคือ
1. กิ้งก่า 2 หัว Dualizard เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำ HP ให้เหลือน้อย
2. เจ้ากระบองเพชร Cactrot เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำ HP ให้เหลือน้อย เจ้าตัวนี้จะให้ไอเทมที่จำเป็นต่อการจับ Rare Mirages ด้วยก็คือ Elixir (แรนด้อมดอร์ป)
-โซนที่ 4 จะมี Miragesให้จับคือ
1. Right Claw ปีศาจมือดำ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำ HP ให้เหลือน้อย
2. DeathSkull เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้ไอเทม Lethean Cnime หรือ Loco weed โยนใส่มัน (ไอเทมนี้หาซื้อได้ในร้านของ Chocolatte ที่ Nine wood Hills


ในโซนนี้จะมี HP Seed ให้เก็บและ ทางมุมซ้ายบนจะมีทางที่ถูกกิ่งไม้กั้นอยู่แต่จะสามารถเผาทำลายได้โดยใช้ Support Skill Sizzle ของ Fritt (ร่างแรกของ ifrit) เปิดทางเข้าไปได้ 



-ในส่วนที่ 5 – 7 ของต้นไม้จะไม่มีศัตรูแต่จะเป็นเขาวงกตที่ไม่ซับซ้อนมาก (ตามภาพ) เมื่อเข้ามาจนถึงโซนที่ 8 ซึ่งเป็นยอดของต้นไม้จะเจอ Rare Mirages Magic Jar เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ เอาไอเทม Elixir โดยใส่มัน


 โดยไอเทม Elixir ถ้าจะเอาตอนนี้ก็รอให้ดอร์ปจาก เจ้ากระบองเพชร Cactrot ถ้าไม่ได้ก็ต้องรอจนกว่าร้านค้าจะมีขายแล้วค่อยย้อนมาเก็บ Magic Jar


-เมื่อทำทุกอย่างหมดแล้ว ผ่านจุดเซฟด้านขวาของโซนที่ 4 ไปจะเข้าไปสู่ Forest Lake ซึ่ง Lann และ Reynn จะพบ Summoner สาวคนนึงกำลังร่ายมนต์อธิษฐานอยู่กลางบึงน้ำศักดิสิทธิ์




[Reynn] – สวยงามมากเลย แต่เดี๋ยวนะ เหมือนเคยเห็นแบบนี้มาก่อน แต่จำไม่ได้จริงๆ 
[Yuna] – Jiants ที่เดินทางมากับ Mirage หรอ ? ก็คงไม่ใช่คนจากโลกแห่ง Grymoire สินะ !
[Reynn] – ใช่แล้วละ แล้วคุณชื่ออะไรหรอ แล้วคฑานั่นมัน ....



[Yuna] – ชั้นชื่อ Yuna พวกคุณเป็น ผู้นำสาสน์ (Heralds) หรอ ?มีพวกแบบคุณมากมายที่มาก่อกวนพวกเรา เมื่อไหร่จะเลิกทำความวุ่นวายให้โลกนี้ซะที ไปซะจาก Grymoire ซะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกคุณ !!



เข้าต่อสู้กับ Boss Yuna และ Valefor ตัว Yuna นั้นมีสถานภาพเป็นกลางไม่แพ้ธาตุอะไร ส่วน Valefor มนต์อสูรประจำตัวเธอนั้นแพ้ น้ำแข็งและความมืด เมื่อจัดการตัวใดตัวนึงจนใกล้ตายแล้ว Yuna และ Valefor จะ Stacking รวมตัวกันทันที หลังจากเอาชนะ Yuna ได้เธอก็เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่คุ้นเคยกับพวก Lann และ Reynn



[Yuna] – วิธีที่พวกคุณควบคุม Mirage นั่น มีแต่ Lusse Farna เท่านั้นที่มีพลังแบบนี้ บอกมาสิว่าพวกคุณเป็นใครกันแน่ ?
[Lann] – หือออเธอบอกว่า Lusse Farna หรอ ? นั่นมันชื่อแม่ของพวกเรานะ
[Reynn] – เอ่อ ใช่ นั่นแหละชื่อเธอ ทำไมจู่ๆก็นึกได้ขึ้นมาซะงั้น คุณรู้อะไรเกี่ยวกับ Lusse Farna บ้างคะ ?
[Yuna] – อืมมม ... งั้นตามมานี่สิ ชั้นจะให้ดูอะไร



[Reynn] – ตุ้มหูนั่น มันเหมือนคฑาของคุณเลย 
[Lann] – รูปสลักนั่นแม่ของพวกเราหรอ ?
[Yuna] – ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายเหมือนหลายพันปีที่ผ่านมา Champion จากโลกอื่นได้เข้ามาช่วยโลก Grymoire เอาไว้ เธอชื่อ Lusse Farna
[Reynn] – ห๊า แม่เป็นคนทำหรอ ? แต่มันเมื่อหลายพันปีก่อนนะ 
[Lann] – จริงด้วยมันไม่มีเหตุผลเลย แม่เป็น Champion แล้วนี่คือรูปสลักของแม่หรอ ?
[Yuna] – พวกเธอเรียก Lusse Farna ว่าแม่ ชั้นคงต้องถามหน่อยว่าพวกเธอเป็นใครกันแน่ ?
[Reynn] – คือ อ่า เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้คะ ..........
[Yuna] – พวกเธอความจำเสื่อมหรอ แปลกมากเลยนะ 
[Reynn] – คุณจะช่วยเล่าเรื่องของ Lusse Farna ต่ออีกได้มั๊ยคะจะขอบคุณมากๆเลย 
[Yuna] – ต้องขอโทษด้วยที่มันเป็นแค่เรื่องเล่า เป็นตำนานที่เล่ามารุ่นต่อรุ่นแค่นั้นน่ะ 
[Reynn] – ได้คะ ยังไงก็ได้หมด 




ในช่วงเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว โลกแห่ง Grymoire กำลังจะถูกทำลายโดยความช่วยร้ายที่เราเรียกว่า Demon Dyad  Lusse Farna ก็ได้เข้ามาช่วยปกป้องเอาไว้โดนสร้างประตูมิติ Ultima Gate เป็นสะพานเชื่อมเพื่ออัญเชิญ ผู้นำสาสน์ (Heralds) ที่มีพลังมหาศาล 3 ตนจาก Realm of God พลังที่ได้มาทำให้เธอกลายเป็น Champion แห่ง Grymoire แต่น่าเศร้าที่ถึงแม้เธอจะสามารถช่วยโลกของเราจาก Demon Dyad ได้สำเร็จ แต่พวกเหล่า Heralds ทั้ง 3 ตน หลังจากใช้พลังช่วยเหลือโลกนี้เอาไว้ได้แล้ว กลับทรยศเธอ หนึ่งในพวกมัน และเหล่าลูกสมุนกำลังเตรียมสร้าง กองทัพ Mirages ใหม่ (Legion of new Mirages) ค่อยๆควบคุมเพื่อหวังครอบครองโลก Grymoire อย่างช้าๆด้วยอำนาจแห่งสหพันธรัฐ Bahamutian ที่มันจัดตั้งขึ้นโดยรวบรวมอาณาจักรที่ยอมศิโรราบเพราะความหวาดกลัว หนึ่งใน Heralds ก็คือ Brandelis ราชาของพวก Bahamut ในตอนนี้นั่นเอง 




[Reynn] – กองทัพ Mirages ใหม่ หรอ ? Lann เธอคิดว่ามันมีอะไรเชื่อมโยงกับความทรงจำที่หายไปของเรารึเปล่า ? 
[Lann] – จะบ้าหรอ นี่มันเรื่องเล่าตั้งพันปีมาแล้วนะ 
[Reynn] – แต่จำไม่ได้หรอ Enna Kros บอกว่าที่ Nine wood Hills ที่เราตื่นขึ้นมาเป็นสถานที่ไร้ซึ่งกาลเวลานี่ จริงมั๊ย Tama ?
[Tama] แน่นอนที่สุด ที่นั่นไม่มีเวลาเข้ามามีบทบาทอะไรเลยละ ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าพวกเธออยู่มานานแค่ไหน แน่นอนว่ามันไม่มีทางวัดได้หรอกนะ
[Reynn] – จะว่าอะไรมั๊ยถ้าชั้นจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Lusse Farna หลังจากที่ Heralds ทรยศเธอและหวังจะครองโลก ?
[Yuna] – เรื่องนั้นเราไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่ากันว่าพวกพวกที่ Heralds อัญเชิญมาจับเธอไปขังเอาไว้ที่ปราสาทของพวก Heralds 
[Lann] – นักโทษหรอ แล้วมันอยู่ที่ไหนไอ้ปราสาทบ้านั่นนะ !!
[Yuna] – ชั้นเองก็อยากจะช่วยแต่ไม่มีใครรู้เลยว่ามันอยู่ที่ไหน ไม่ใช่แค่ชั้นแต่แม้แต่ทหารของพวกมันก็ไม่มีใครรู้เพราะ ราชา Brandelis ปิดเป็นความลับ
[Lann] – บ้าแล้ว !! มันจะไปซ่อนได้ไงปราสาทขนาดใหญ่แบบนั้น !!
[Reynn] – นี่ใจเย็นดิ !! มันเป็นเรื่องเล่าตำนานไม่ใช่หรอ แต่เราจะหาความจริงเราก็ต้องผลิกแผ่นดินหากันได้ ก็เหมือนกับที่อยู่ๆเราก็จำชื่อแม่ขึ้นมาได้นั่นและ ไม่แน่ความทรงจำของเราอาจค่อยๆกลับมาก็ได้ 
[Yuna] – ถ้าพวกเธอจะสืบเรื่องของพวก Bahamutian ก็ลองไปสืบดูตามอาณาจักรที่เป็นเมืองขึ้นของมันดูก่อนสิ อย่าง อาณาจักร Saronia ทางเหนือจากที่นี่ชั้นมั่นใจเลยว่าพวกเขาเข้าร่วมกับสหพันธรัฐแล้ว  
[Reynn] – อะไรนะ นั่นมันที่ที่เรากำลังจะไปนี่นา แสดงว่า เจ้าหญิง Sarah เธอยังไม่รู้แน่นอน แต่เราก็มาไกลเกินจะหันหลังกลับแล้ว และยังสัญญาจะหาข่าวเรื่อง League of F ไว้ด้วย



[Lann] – พวกเราต้องขอโทษด้วยนะที่พูดไม่ดีกับคุณ ขอบคุณที่เล่าเรื่องราวให้ฟังนะ ยูนะ 
[Yuna] – ไม่หรอกชั้นต่างหากที่โจมตีพวกคุณก่อนเพราะเข้าใจผิดโดยไม่ยอมดูดีๆก่อน ยังไงก็ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ 

-จากนั้นก็เดินออกจากพื้นที่ทางเหนือต่อได้เลย


[Yuna] – อีกแล้วหรอ ? มันเหมือนกับตอนยุค Ragnarok การต่อสู้ที่ถูกเอาอย่างจาก Champion คนใหม่ สุดท้ายมันจะเป็นทางรอดจากสิ่งชั่วร้ายได้จริงๆงั้นหรอ ? 
[???] - พวกแกจะไม่มีทางรอดหรอก !!
[Yuna] – ห๊ะ !!
[Plumed Knight] – ภาพมายาหรอกหรอ ? ฮึ แต่ช่างเหอะ อย่างน้อยก็ยังได้ยินอะไรดีๆมาเยอะ คุ้มค่าการรอคอยหน่อย !! 


       

                                             Ghost Town …. Nine wood Hills 





เมื่อกลับมาที่  Nine wood Hills ในตอนนี้จะพบกับประตูประหลาดขนาดใหญ่กลางเมือง เมื่อเข้าไปด้านในจะพบกับเด็กหญิงท่าทางประหลาดคนนึงที่แม้แต่ชื่อของตัวเองก็ยังจำไม่ได้ เธอบอกแค่ว่าที่นี่เป็นห้องดื่มชาของเธอ



เด็กหญิงที่จำชื่อตัวเองไม่ได้บอกว่าเธอเคยฝันเห็น Lann และ Reynn มาที่นี่ครั้งนึง แถมยังรู้ดีว่าทั้งคู่มาเพื่ออะไรทั้งที่ Lann และ Reynn เองก็ไม่รู้ เธอบอกว่า ในฐานะของ Mirages Keeper ทั้ง 2 คนจำเป็นต้องหา Mirages ใหม่ ก็เลยต้องมาสัมผัสวิญญาณของเพื่อนๆ (เหล่าบรรดา Mediums ต่างๆ) เพื่อเข้าไปในความทรงจำของการต่อสู้ใน อดีต ปัจจุบัน อนาคต ในยามที่ Mirages เข้ามาคุกคามเพื่อเขา และพวกเขาก็ต้องการให้พวกคุณเปลี่ยนแปลงอนาคตให้ดีขึ้นด้วย  


                                         เรียนรู้เกี่ยวกับ  Intervention Quest 

Intervention Quest เป็นเควสย่อยอีกรูปแบบนึงที่เรียกว่า Intervention Quest หรือเควสแทรกแซง เป็นภารกิจที่จะได้เข้าไปในเหตุการณ์การณ์ต่อสู้สำคัญๆของเพื่อนคนต่างๆในตอนที่พวกเขากำลังลำบากทั้งใน อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต แต่เราต้องบังคับ Lann และ Reynn เข้าต่อสู้แทน เหมือนกับได้ควบคุมชะตากรรมของเพื่อนเจ้าของเรื่องราวนั้น ซึ่งก็จะได้เจอ Mirages แบบใหม่ๆ ที่สามารถจับมาใช้ได้ โดยเมื่อทำ Intervention Quest ของ Mediums คนนั้นๆสำเร็จแล้ว ก็จะสามารถปลดล็อก Champion Medal ของ Mediums คนนั้นออกมาได้ด้วย


เมื่อเข้าไปคุยกับเด็กหญิงที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ ก็จะมีคำสั่งต่างๆคือ
1. Intervene การเข้าแทรกแซงเหตุการณ์ต่างๆ โดยมีแรกคือ

Intervention Quest 1 – The Girl who forgot her name [1 ดาว]
รางวัล – Ether x3
เหตุการณ์ – เป็นเรื่องของ Warrior of Light ในวันที่มีพวกทหาร Bahamutian และกองทัพก็อปลินบุกข้ามกำแพงเมืองเข้ามาเพื่อหวังทำร้าย เจ้าหญิง Sarah ซึ่งจะได้ต่อสู้กับ Bahamutian Soldier กับ Goblin อีก 2 ตัว  (ไม่สามารถจับมาใช้งานได้)


Intervention Quest 2 – Where Art Thou Smoochy – Poo ? [1 ดาว]
รางวัล – Hi-Potion ,
เหตุการณ์ – เป็นเรื่องของ Warrior of Light ในวันที่มีเจอกับ Princess Goblin ที่เข้ามาจับตัวเจ้าหญิง Sarah ไปเพื่อแลกกับการให้ Warrior of Light ยอมรับเธอเป็นเจ้าสาว ซึ่งจะได้ต่อสู้กับ Boss Princess Goblin (ไม่สามารถจับมาใช้งานได้)  และเมื่อจัดการกับ Princess Goblin ลงได้ Warrior of Light ก็หมายจะฆ่าที่แต่ก็ได้ เจ้าหญิง Sarah โลกสวยมาห้ามไว้และห้ามไม่ให้ดูถูกความรักของเธอ ซึ่งก็ทำให้ Princess Goblin ถึงกับร้องไห้ที่ เจ้าหญิง Sarah ดีกับเธอแม้เธอจะตั้งใจมาทำร้าย จน Warrior of Light ต้องยอมปล่อยตัวเธอไป แต่ Princess Goblin ก็ยังไม่เลิกเกรียนเพราะเธอพร้อมจะกลับมาใหม่ถ้าหัวใจตั้งการ ...



[เด็กหญิงที่จำชื่อตัวเองไม่ได้] - การเข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์ในช่วงเวลาต่างๆนั้นจะทรงผลกับความทรงจำของเจ้าของเรื่องราวหรือเปล่าหรอ ?? เวลาแม้เป็นสิ่งเปราะบางแต่มันก็มีความมหัศจรรย์ในตัวเองเพราะมันสามารถบิดงอได้ และด้วยพลังแห่งห้องดื่มชานี้จะทำให้ ความฝันและความเป็นจริงสามารถอิงแอบกันได้หลายครั้งเท่าที่ต้องการ พวกคุณสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ต่างๆได้โดยเจ้าของเรื่องราวไม่รู้ตัว หรือเห็นพวกคุณแต่อย่างใด และอะไรก็ตามที่คุณทำสำเร็จแล้วมันเกิดประโยชน์กับเจ้าของความทรงจำ ประโยชน์นั้นๆที่คุณทำไว้ก็จะเปลี่ยนแปลงกับตัวเขาในช่วงเวลานั้นจริงๆ ตราบใดที่พวกคุณไม่เอาไปใช้ในทางที่ผิดมันก็จะไม่เกิดผลเสียตามมาหรอก ..

2. Trade In Arma Gems ก็คือการนำเอา Arma Gems ที่เก็บได้ตามสถานที่หรือรางวัลจากเหตุการณ์ต่างๆมาใช้แลก Champion Medal ที่ปลดล็อกออกมาจากการทำ Intervention Quest ของ Mediums คนนั้นเสร็จแล้ว


ตอนนี้ถ้าเข้าไปใน Trade In ก็จะพบ Warrior of Light Champion Medal ออกมา (ใช้ Arma Gems 2 อันในการแลก) ซึ่งก็จะทำให้ Warrior of Light ที่เป็น Mediums (ผู้ถูกคัดเลือก) กลายสภาพเป็น Champion โดยสมบรูณ์ พร้อมทั้งเมนูสุดท้ายที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในเมนูหลักก็คือ Champion Medal 


โดยจะสามารถติดตั้ง Champion Medal ได้เต็มที่ได้ 3 อัน เมื่อติดตั้งแล้วก็จะสามารถเรียก Champion เจ้าของ Medal นั้นออกมาช่วยสู้ได้ในฐาน Summon นั้นเอง


โดยการจะเรียกใช้งาน Champion นั้นต้องทำให้เกทของ Champion Point เต็ม โดยการถูกโจมตีหรือตอนที่จัดการศัตรูลงได้ ซึ่ง Champion Medal ของ Mediums คนต่างๆนั้นจะเพิ่มขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อได้พบเจอ Mediums เหล่านั้นแล้ว และมี Arma Gems พอในการแลกเปลี่ยนก็สามารถเข้ามาคุยกับเด็กหญิงที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ เพื่อทำ Intervention Quest ใหม่ได้

** และหากได้ DLC Day One ที่แถมมาก็จะมี Champion Medal ของ Sephiroth เพิ่มขึ้นมาให้พิเศษอีก 1 อันด้วย ** 



หลังจากกลับออกมาจากห้องดื่มชา ที่เมืองตอนนี้ร้านของ Chocolatte เริ่มมีไอเทมใหม่ขายแล้วนั่นคือพวก Ability Seed ต่างๆที่เอาไว้ติดตั้งในช่องว่างของตาราง Skill ของ Mirages


หลังจากทำธุระหมดแล้วก็เข้าประตูมิติวาร์ปไปที่ Forest Lake เพื่อเดินทางออกไปที่ชายแดนของเขตดินแดนน้ำแข็งต่อได้เลย ....



                                 Chapter 6 – Solace from the Ice




เมื่อเข้ามาในเขต Ice Region ซึ่งเป็นเขตชายแดนของดินแดนที่หนาวเย็นทางเหนือของ Cornelia แค่ก้าวย่างเข้ามาหมายจะเริ่มเดินทาง Lann และ Reynn ก็ต้องสะท้านเพราะความหนาวเย็นสุดขั้วจนต้องรีบเข้าไปพักหนาวในโรงแรมแรกที่เจอทันที และสถานที่พักผ่อนหนึ่งเดียวก่อนเข้าสู่เขตหิมะที่หนาวเย็นก็คือ Sherlotta Solace




[Sherlotta] – ว้าววว แขกคนแรกในรอบหลายวันของเราเลยนะเนี้ย Sherlotta Solace ขอต้อนรับค่า ชั้น Sherlotta คะ
[Lann] – อุ่นๆๆๆ ดีจัง 
[Reynn] – อ่อ ขอโทษคะ เราจะขอพักซักหน่อยจะได้มั๊ยคะ
[Sherlotta] – แน่นอนสิ Sherlotta Solace จะเป็นโรงแรมได้ไงถ้าเรา ปฏิเสธนักเดินทางที่กำลังจะหนาวตายอ่ะ



[Lann] – โอ้ยยย เมื่อยๆๆๆ ผ่อนคลายดีจัง 
[Sherlotta] – โหห ไม่เคยเห็น Jinants มาหลายปีแล้วนะเนี้ย
[Reynn] – เฮ้ยย Lann ทำงี้ได้ไง !!
[Lann] – อุ๊ป !! โทษที แต่ทำไม่ดูเธอไม่ตกใจเลยอ่ะ
 [Sherlotta] – ก็มีแค่บางคนเท่านั้นแหละที่ต่อต้าน Jinants แต่ชั้นก็ยังพอจำได้บ้างก่อนที่ Jinants จะไม่ถูกยอมรับในโลกนี้อ่ะแค่ตอนนี้ไม่ค่อยได้เจอบ่อยนักแต่เชื่อเหอะถ้าเป็นคนอื่นกลัวจนตาถลนแน่นอน 
[Reynn] – หวังว่าเธอคงไม่เอาไปบอกใครใช่ป่ะ ?
[Sherlotta] – อ่า ไม่หรอก อีกอย่างใครที่เข้ามาในใต้หลังคาโรงแรมของชั้นคือแขกคนสำคัญของชั้นเสมอ  เอาละ ชั้นอาจจะช่วยพวกคุณได้ ถ้าอยากจะซื้อของอะไรไปใช้ระหว่างเดินทางไกลอ่ะนะ 
[Reynn] – เยี่ยมเลยคะ อะไรที่อุ่นๆนั่นแหละที่เราต้องการตอนนี้เลย 
[Lann] – ว้าว อุ๊น อุ่น 
[Reynn] – โทษนะคะแล้วอันนี้ขายเท่าไหร่ ?
[Sherlotta] – เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่าพวกคุณกำลังจะเดินทางข้ามทุ่งน้ำแข็งกันอ่ะ
[Lann] – จริงๆเราตั้งใจจะไปที่ Saronia กันน่ะ 
[Sherlotta] – พอเลย ทริปนี้อันตรายสุดๆ ก่อนจะไปถึง Saronia จะต้องผ่านช่องเขาน้ำแข็งที่เต็มไปด้วย Mirages น่ากลัวๆเยอะเลยนะ มันอันตรายกับนักเดินทางมากๆไม่ว่าจะ Jiant หรือ Lilikin ก็ไม่มีทางผ่านไปได้ง่ายๆหรอก 




[Lann] – อ๋อหรอ ฮ่าๆ พอดีผมมี Mirages เจ๋งๆติดตัวอยู่บ้าง อย่าเอาไปเทียบกับพวกนักเดินทางงี่เง่าพวกนั้นสิ 
[Reynn] – จริงๆเราเป็น Mirages Keeper นะคะ จำเป็นต้องเดินทางไปที่นั่นตอนนี้เลยส่วนพวก Mirages ระหว่างทางเราพอจะรับมือได้อยู่
[Sherlotta] – ว้าวว Mirages นี่ก็ไม่ได้เห็นมานานแล้วเหมือนกันนะ แต่ Mirages Keeper อย่างพวกเธอนี่เพิ่งเห็นตัวเป็นๆนี่แหละ 



[Refia] – อ่อ โทษทีนะคะ ชั้นชื่อ Refia ชั้นติดอยู่ที่โรงแรมนี่นานแล้วละเพราะกลัวพวก Mirages ที่น่ากลัวใน Icicle Ridge อ่ะคะ
[Sherlotta] – Refia เธอแน่ใจแล้วหรอ ?
[Refia] – แน่ใจสิ ชั้นตั้งใจไว้แล้ว !
[Sherlotta] – ไม่ต้องมามองด้วยสายตาแบบนั้นหรอ ชั้นไม่ห้ามเธอหรอกน่า ถึงอยากห้ามก็เถอะ เฮ้อออ.. เออ นี่คุณ Mirages Keeper เมื่อกี้คุณบอกว่าพวกคุณกำลังจะไปที่ Saronia ป่ะ 
[Reynn] – ใช่คะ จริงๆเราจำเป็นต้องไปหาข้อมูลบางอย่างที่นั่นเลยอยู่ที่นี่นานไม่ได้ไง 
[Sherlotta] – เฮ้อออ ที่นี่มีแค่ชั้นคนเดียวใช่มั๊ยที่ฟังอะไรเข้าใจเนี้ย เอาเถอะๆๆ พวกเธอชนะ เอานี่ไป Warlock Warmer อุปกรณ์กันหนาวที่ดีที่สุดของร้าน แลกกับพา Refia เดินทางไปที่ Saronia กับพวกคุณด้วยโอเคมั๊ย ? เธอเป็นนักเวทย์ขาว รับรองคุณไม่ปฏิเสธเธอแน่นอน 
[Reynn] – ได้เลย นักเวทย์ขาวหรอ เหมาะกับการเดินทางของเราพอดีเลยละ
[Refia] – เยี่ยมเลยเราวินๆกันทั้ง 2 ฝ่ายนะ ขอบคุณจ้า 




จากนั้น ออกจาก Sherlotta Solace พร้อมกับ Refia เดินทางต่อไปตามทุ่งน้ำแข็งปลายทางที่ทางขึ้นช่องเขาน้ำแข็ง Icicle Ridge …



                                                  Icicle Ridge


เมื่อเดินเข้ามาในช่วงแรของช่องเขาน้ำแข็งจนพบประตูมิติ สิ่งที่จำเป็นต้องเตรียมมาด้วยก่อนเข้าไปคือ Mirages ที่มี Support Skill Sizzle  และ Smash เพื่อเผาและทำลายก้อนน้ำแข็งระหว่างทาง


- ในโซนแรก เข้ามาจนเจอก้อนน้ำแข็งขวางทางต้องใช้ Support Skill Sizzle ของ Fritt (ร่างแรกของ ifrit) ในการเผาทำลายเพื่อผ่านทางไป ช่วงกลางจะเริ่มเจอห้องพื้นลื่น ต้องลื่นไปตามพื้นน้ำแข็งเพื่อหาเส้นทางไปต่อ

Mirages ในพื้นที่บางส่วนจะเคยมีให้จับแล้วทั้ง Babyhemoth, Deathskull,  แต่บางตัวก็เป็นตัวใหม่ ในโซนแรกจะมี
1. Quachacho (ถ้าใครยังไม่ได้จาก DLC ก็จับได้เลย) เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity คือ โยน Potion เติมพลังให้มัน

-โซนที่ 2 จะเริ่มเจอพวกหมาป่าหิมะ White Nakk เข้าจู่โจม เมื่อจัดการมันได้พวกมันจะหนีไป ตอนนี้ยังจับมันไม่ได้เพราะมันมีจ่าฝูงเป็นเจ้าของอยู่
Mirages ในโซนนี้ที่เป็นตัวใหม่ๆคือ
1. Baby Paleberry เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity คือ โจมตีจน HP เหลือน้อย หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1



2. Ice Bat เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity คือ ใช้เวทย์ Flash หรือไอเทมทำให้มันตาบอด


ในส่วนของห้องพื้นลื่นจะเจอแท่น Gimme ขวางทางด้านบนอยู่เอาไอเทม Squish Sparkly ให้มัน (ไอเทมตกจากศัตรูทั่วไป)

-โซนที่ 3 เข้ามาจะเห็นหมาป่าหิมะตัวจ่าฝูงมาเฝ้ามองอยู่บนเนินเขา เข้ามาในส่วนที่เป็นพื้นลื่น จะมีทางไปได้ 3 ทาง ซ้าย ซ้ายบนและทางขวา หาทางลื่นไถลไปทางซ้ายจะมีก้อนหินขวางทางอยู่ ต้องเอา Mirages ที่มี Support Skill Smash ทำลายเปิดทางขึ้นไปด้านบนจะพบ Puzzle Switch


สวิตซ์ปริศนาที่ต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขคือ
-น้ำหนักรวมให้ได้ 11 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุดินรวมกัน 100 หรือมากกว่า 

เมื่อแก้ปริศนาได้แล้วจะทำให้พื้นน้ำแข็งด้านบนตกลงไปบนที่พื้นลื่น จะสามารถลื่นไถลไปเข้าที่ส่วนซ้ายบนได้แล้ว เข้าไปจะ Secret Area ที่มี Mirages Rare Holy Dragon รออยู่



เข้าไปจัดการมันซะ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity คือ ใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ในธาตุแสงโจมตีใส่มัน



-โซนที่ 4 จะเจอจุดเซฟ และฝูงหมาป่าที่ตัวจ่าฝูงนำลูกๆมาดักรออยู่ Boss Grandfenrir & White Nakk ตอนนี้ยังจับอะไรไม่ได้ ฆ่าให้หมดได้เลย


เมื่อจัดการจ่าฝูงหมาป่าหิมะ Grandfenrir ได้แล้ว ตอนนี้เมื่อเจอ White Nakk เข้ามาระหว่างทางก็จะสามารถจับมันมาได้แล้ว เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity คือ ใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ในธาตุน้ำแข็งโจมตีใส่มัน


ในโซนนี้จะมีผลึก Murkrift ด้วยด้านในคือ Mini Flan เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity คือ โจมตีจน HP เหลือน้อย หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1

เมื่อเก็บทุกอย่างและเก็บเลเวลจนพอใจแล้วก็ออกจากที่นี่สู่ทุ่งน้ำแข็งอีกด้านเดินทางสู่เมืองท่าเรือ Saronia Harbor ได้เลย ...


                             Chapter 7 – The Thane and the Knave



                                                   Saronia Harbor 





[Refia] – ขอต้อนรับสู่ Saronia จ้า ชั้นต้องรีบขอตัวไปหาลุงก่อนนะ ขอบคุณนะที่ช่วยพามาส่ง ดูแลตัวเองละ 
[Tama] – เดี๋ยวนะ ชั้นคงไม่ต้องเตือนใช่มั๊ยว่าไอ้อาณาเขต Threshold รอบๆเมืองนี่มันหมายถึงอะไร ? 
[Reynn] – ห๊า !! งั้นก็แปลว่าในเมืองนี้มี Mirages ที่ทรงพลังซ่อนอยู่หรอ ?
[Tama] – ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละ ระวังตัวไว้ด้วยแล้วกัน
[Reynn] – อืมม ... ว่าแต่ Lann นายเป็นอะไรเนี้ยยืนเงียบนานแล้วชั้นไม่เคยเห็นนายเงียบมาก่อนเลยนะ 
[Lann] – หนาวจจนจะแข็งตายอยู่แล้ว แปลกจังนึกว่าเข้าเมืองแล้วจะอุ่นแท้ๆเลย หนาวๆๆๆ อ่ะ เฮ้ยๆ เผลอไปเหยียบอะไรเข้าอีกวะ ?





[แมว] – ฟ่ออออออ !!!!
[Lann] – อุ้ยโหย่ว ..ขอโทษทีน้า 
[Reynn] – เจ้าบื้อเอ้ย แมวยังต้องขอโทษอีกหรอ ฮ่าๆๆๆ 
[Lann] – ก็ดูหน้ามันสิน่ากลัวยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก !


- จากนั้นคุยกับชาวบ้านที่มีเครื่องหมาย ! บนหัวให้หมดในเมือง 3 คน คนสุดท้ายจะอยู่ในเขต Shanty Town


ซึ่งจะพบว่า ชาวบ้านกำลังทุกข์ยากและต้องจำใจทนกับการที่เมืองยอมไปเป็นส่วนหนึ่งของ สหพันธรัฐ Bahamut เพราะบ้านเมืองกำลังเต็มไปด้วยความอดอยาก Lann และ Reynn ค่อนข้างหนักใจที่เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แต่ก็จำต้องมองข้ามและพุ่งเป้าไปที่การไปคุยกับ คหบดีใหญ่ของเมืองในเรื่อง Leagues of S ตามที่สัญญาไว้กับ เจ้าหญิง Sarah ทั้งคู่เลยรีบเดินทางไปที่คฤหาสน์ใหญ่ในเมืองทันที 


[ทหาร] – ชั้นจะพูดกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะนังหนู ไปซะ !
[Refia] – นี่ไม่ฟังกันเลยใช่มั๊ยที่อธิบายไปนะ !!
[Lann] – Refia นี่ เป็นอะไร มีปัญหาอะไรรึเปล่า ?
[Refia] – พวกคุณ … ก็ไอ้ทหารบ้าเนี้ยมันไม่เห็นชั้นเข้าไปข้างใน ชั้นก็บอกแล้วว่าลุงชั้นเป็นคหบดีใหญ่ของเมือง ชั้นจะเข้าไปหาลุงมันผิดมากใช่มั๊ย ?? 
[ทหาร] – ข้าไม่สนหรอกว่าแกจะพูดยังไง แต่แกจะไม่ได้เจอเขาหรอก!



[Reynn] – ฟังก่อนนะ เราเป็นตัวแทนของเจ้าหญิง Sarah แห่ง Cornelia เพื่อมาขอพบกับคหบดีใหญ่ของเมือง นี่คือเอกสารยืนยัน ! ชั้นขอร้องดีว่าขอให้ปฏิบัติกับเพื่อนชั้นให้ดีๆด้วยเข้าใจ ?
[Lann] – นี่ เอาให้มันรู้จักที่สูงที่ต่ำบ้าง Reynn !
 [ทหาร] – Cornelia ใช้พวก Jiants เป็นทูตเรอะ !  .. เอาละ พวกเธอผ่านเข้าไปได้ แต่ นังเด็กนี่ห้ามเข้า !



[Lann] – Refia เป็นส่วนหนึ่งในคณะติดตามของเรา เธอต้องมาด้วย มาเถอะ Refia !  หลีก เผลอเหยียบไม่รู้ด้วยนะ ! 
[Refia] – ขอบคุณนะพวกคุณช่วยชั้นตลอดเลย
[Reynn] – ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกน่า เรื่องโกหก Lann เขาถนัดนักละ 




                                      ห้องทำงานของ คหบดีใหญ่แห่ง Saronia






[คหบดีใหญ่แห่ง Saronia] – พวกเจ้านะหรอตัวแทนจาก Cornelia ชั้นได้ยินมาว่าพวกเขาเพิ่งไล่บี้กองทัพของสหพันธรัฐจนล่าถอยไปงั้นหรอ? จะมาบอกข้าเรื่องการบุกรุกที่ล้มเหลวหรอ ? พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อให้ข้าช่วยอะไร ?
[Reynn] – ใช่คะ พวกเขาพยายามบุกโจมตีเข้ามา แต่ในตอนนั้น .. 



[Refia] – แกเป็นใคร !!!
[คหบดีใหญ่แห่ง Saronia] –  หืออ ทำไมละ Refia นั่นเธอหรอ ?
 [Refia] – ชั้นถามว่า  ... แกเป็นใคร !!!
[คหบดีใหญ่แห่ง Saronia] –  ไม่เอาน่า ชั้นลุงของเธอไง
[Refia] – ไม่ แกไม่ใช่ลุง Takka ของชั้น !!



[คหบดีใหญ่แห่ง Saronia] –  ฮ่าๆๆๆ ข้าคิดถึงจริงๆด้วย ที่เจ้ามองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะเจ้าเป็น Medium อย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆด้วย ข้าถึงพยายามกำจัดเจ้าแบบที่ไม่ต้องได้กลับมาที่นี่อีกเลยยังไงละ 
[Refia] – แกเอาลุง Takka ของชั้นไปไหน !!



[คหบดีใหญ่แห่ง Saronia] –  ก็ยืนอยู่นี่ไง มีอะไรแปลกหรอแม่สาวน้อย นี่แหละลุงของเธอละ ... เฮ้อ วางอุบายไว้อย่างดีแล้วแท้ๆ สงสัยโชคชะตาอาจกำหนดให้เป็นแบบนี้ละมั้ง  Jiants จากเนินเขามาที่นี่กับพวก Medium ที่กำลังจะกลายเป็น Champion โดยการสรรหาของมัน แต่ใช่ว่าพวก  Medium มันจะไม่มีเลือดเนื้อที่ไหนกัน มันก็ตายได้เหมือนกัน ฮ่าๆๆๆๆ จะโชคชะตาหรือชะตากรรม ชั้นก็รับมือได้หมดนั่นแหละ !!! 



ทันทีที่พูดจบคหบดีใหญ่แห่ง Saronia ก็กลายร่างเป็น Boss – Bahamutian Soldier เข้ามาโจมตี
 ...จัดการมันซะ !!




[Lann] – เย้ !! จัดการได้แล้ว ฮ่าๆๆ หมูมากๆ




[Bahamutian Soldier] – คิดว่าหยุดข้าได้แล้วหรอ !! เอาอีกสิ มาดูสิว่าข้าจะเอาชนะชะตากรรมได้มั๊ย !! เอาสิ เอาเล๊ยยย !!!   … อ๊ากกกกก !!! ทะ ท่าน Segwarides ทำไม ?? ...



[Knight in the Golden Mask] – เพราะแกมันโง่ไง ถามได้ ? โง่ที่ดันปล่อยให้ Medium กลายเป็น Champion
[Lann] – เอ่อ .. ท่าจะไม่ดีแล้วมั้งเนี้ย เตรียมเผ่นกันเหอะ 





[Knight in the Golden Mask] – หนีจากความตาย หนีจากชีวิตที่พวกแกมีอยู่ไง ...  อ๊ากกกกกกกก !!!!






[???] – เร็วหนีทางนี้ เร็ว !!
[Lann] – นะ นั่นมันแมวตัวนั้นนี่ ?
[???] – เออ แล้วจะมาหรือไม่มา !!!
[Reynn] – ห๊า โอเคๆๆ 





[Knight in the Golden Mask] – ฮ่าๆๆๆ พระเจ้าทรงเตือนพวกเรา นี่เป็นสัญญาณว่าเราไม่ได้ไร้ซึ่งผู้ท้าทาย แต่ใครจะรู้ว่าพวกแกจะแหลกเป็นชิ้นๆหรือจะต้องยอมเป็นพวกเดียวกัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 




[Lann] – เฮ้ออออ ... เกือบไปแล้วววว 
[Refia] – ขอบคุณนะ Sherlotta 
[Lann] – ห๊า !!!
[Reynn] – ห๊า !!!



[Sherlotta] – ชั้นน่าจะรู้นะว่าพวกเธอจะพาปัญหามาหาเรา 
[Lann] – อ๊า ...!! เธอแปลงเป็นแมวได้ไงเนี้ยย ประหลาดมากเลย
[Sherlotta] – ที่นี่นายไม่ได้ประหลาดคนเดียวหรอกนะ เฮ้ออ ไม่อยากเชื่อเลย เมืองนี้เป็นแบบนี้ไปได้ พวกเธอลองมองดูด้วยกล้องส่องทางไกลนี่สิ 



[Lann] – อะไรวะน่ะ ?
[Reynn] – นั่น โซ่ขนาดใหญ่ มันมาจากท้องฟ้าหรอ ?
[Sherlotta] – ไม่ต้องมาถามชั้นหรือใครๆให้ยากเลย มันมีแขกคนนึงทิ้งกล้องนี้เอาไว้ที่โรงแรมชั้น ไม่ได้บอกด้วยว่าจะให้ใช้ทำอะไร และก็อย่างที่ชั้นเคยบอกทุกอาณาจักรที่ยอมเป็นสมาชิกของพวกสหพันธรัฐมันก็จะเป็นแบบนี้กันหมด ไอ้คณบดีบ้านั่นมันไม่เห็นรึไงว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นใน Grymoire เฮ้อ เบื่อกับเรื่องที่อะไรก็ไม่รู้นี่เต็มทนและ



[Reynn] – แล้วพวกเราจะทำอะไรได้ละ เรามานี่ก็เพื่อถามข้อมูลของ League of S แค่นั่นเอง แต่กลับมาเจอคำถามอีกมากมายไปหมด 
[Sherlotta] – โทษนะ เมื่อกี้เธอพูดถึง League of S รึเปล่า ?
[Reynn] – ใช่คะ เรื่องมันเป็นแบบนี้ .......




[Sherlotta] – โอ้ เรื่องแค่นี้เองหรอ บางทีชั้นอาจจะช่วยได้นะ 
[Reynn] – เธอช่วยได้หรอ ??
[Sherlotta] – แน่นอน ชั้นพอรู้จักคนแถวนี้อยู่บ้าง คนใน Saronia ใครบ้างไม่รู้จัก League of S เดี๋ยวชั้นจะลองหาข่าวให้ 
[Reynn] – จริงนะ !! ขอบคุณมากๆๆคะ
[Refia] – Sherlotta อยู่แถวนี้มานานกว่าที่เราคิดนะ เธอรู้จักคนเพียบอ่ะ 
[Sherlotta] – ไม่ต้องมาพูดเรื่องอายุของชั้นเลยนะ !
[Lann] – แล้ว เอ่อ เธอแปลงเป็นแมวได้ไงเนี้ย บอกหน่อย 
[Sherlotta] – เรื่องมันยาว และตอนนี้ชั้นไม่มีอารมณ์จะเล่า โอเค๊ ?
แต่บอกได้แค่ว่า แมวแรดได้ทั่วแหละยะ ..มาคุยเรื่องของพวกคุณดีกว่า แล้วตกลงคุณมีแผนจะไปไหนต่อละ ? 



[Reynn] – เรามีปริศนาอีกมากเลยที่ต้องไขให้ออก แต่ตอนนี้คงพุ่งเป้าไปที่ League of S ก่อน ชั้นว่าคงจะดีถ้าคิดหาคำตอบไปพร้อมกับจับ Mirages เก่งๆมาเสริมทัพไปพลางนะ บางทีอาจจะเจอเงื่อนงำของแม่ชั้นด้วย 
[Refia] – จากที่นี่ สถานที่ที่เหมาะที่สุดที่จะหา Mirages เก่งๆต้องไปที่ Low Sea เลยคะ แต่คุณคงไม่มีทางเลือกเพราะมีอยู่ที่เดียว สามารถนั่งเรือจากที่นี่ไปได้เลย 
[Reynn] – ดูท่าว่านี่คงเป็นเมืองสุดท้ายของทวีปนี้แล้วละ โอเค เราลองไปสำรวจดูหน่อยก็ไม่เสียหายหรอก 
[Sherlotta] – แล้วเธอละจะกลับไปโรงแรมรึเปล่า พวกหมาป่านั่นก็ถูกจัดการไปแล้ว จะเหลือก็แค่ความหนาวแค่นั้นเอง 
[Refia] – ได้คะ อยากจะทำงานที่โรงแรมนี่มานานแล้วจริงๆก็อยากทำงานกับลุงด้วย ถ้าไม่ว่าอะไรชั้นดูแลแทนให้เองคะ  
[Sherlotta] – แน่นอนตามสบายจ๊ะ
[Refia] – แล้วก็คุณ 2 คน ชั้นต้องขอบคุณอีกครั้งนะที่ช่วยเหลือ เดินทางปลอดภัยนะคะ 




** ได้คีย์ไอเทม magic monocles 
** ปลดล็อก Refia’s Champion Medal ที่ Tea Room 



หากกลับไปที่ Nine wood Hills แล้วเข้า Tea Room ไปคุยกับเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้จะพบ Intervention Quest เพิ่มขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นเซ็ทเหตุการณ์ของ Refia  ทั้งหมด



                                               Intervention Quest


Intervention Quest 3 – The Ice Bridge [1 ดาว]
ต้องการ -  Arma Gems 2 ก้อน
รางวัล – Solid Frigicite x 2
เหตุการณ์ – เหตุการณ์ของ Refia ในขณะแยกกลับมาที่โรงแรม Sherlotta Solace แล้วเกิดมีไอเดียขึ้นมาว่าทำไมนักเดินทางต้องทนหวาดกลัวกับอันตรายในการที่ต้องเดินทางผ่าน Icicle Ridge ทุกครั้งก่อนจะถึงเมืองท่า Saronia ถ้าทำสะพานน้ำแข็งข้ามไปได้ก็คงจะดี


เธอจึงเอาความคิดนี้ไปปรึกษากับ Sherlotta ที่โรงแรม Sherlotta ให้คำแนะนำกลับมาว่า ถ้าจะทำแบบนั้นจริงๆก็ต้องใช้พลังของ Miragesสายน้ำแข็งที่ทรงพลังที่สุดนั่นก็คือ Shiva แห่ง ถ้ำ Nether Nebula แต่คิดอีกที หากทำสะพานน้ำแข็งข้าม Icicle Ridge ไปยังเมืองท่า Saronia ได้เลย โรงแรมของเธอก็จะต้องขาดรายได้เพราะนักเดินทางก็จะแวะพักน้อยลง แต่เหมือน Refia จะไม่ได้ฟังตรงนี้เพราะเธอรีบเดินทางไปที่ ถ้ำ Nether Nebula ทันทีเมื่อรู้ข้อมูล


เมื่อ Sherlotta และ Refia เข้าไปพบ Shiva ที่ถ้ำ Nether Nebula ทั้งคู่ไม่รอช้าจึงขอให้ Shiva ช่วยทำสะพานน้ำแข็งให้ แน่นอนว่า Shiva ก็ไม่ใส่ใจเพราะธุระไม่ใช่จึงไม่ยอมทำให้ แต่ Sherlotta ก็ใช้กลยุทธเกทับด้วยการแกล้งดูถูก Shiva ว่าที่แท้ก็ทำไม่ได้ไม่น่ามาให้เสียเวลา ทำให้ Shiva โกรธมากที่มาว่าเธอทำไม่ได้ทั้งๆที่เธอแค่ไม่อยากทำ จนเกิดการต่อสู้ขึ้น


จากนั้น Lann และ Reynn ก็จะเข้าแทรกแซงเหตุการณ์โดยการสู้กับ Shiva แทน จนเมื่อเอาชนะได้แล้ว Shiva ที่ต้องพ่ายแพ้จึงต้องยอมสร้างสะพานน้ำแข็งให้ด้วยความอับอาย


 แต่ก็อยากที่บอก Sherlotta เมื่อรู้สึกตัวได้ก็ต้องมานั่งหงุดหงิดใจว่าทำไปทำไมเพราะถ้านักเดินทางมีทางลัดไปที่ Saronia ได้ง่ายๆใครจะมาพักโรงแรมของเธอ


Intervention Quest 4 – Never Cross the Boss [1 ดาว]
ต้องการ -  Arma Gems 2 ก้อน
รางวัล – ??? , Holy Torch x2
เหตุการณ์ – ในระหว่างที่ Sherlotta และ Refia เดินทางมาสำรวจทุ่งหิมะใกล้ๆโรงแรมเพราะได้ยินข่าวจากพวกนักเดินทางที่เจอ Mirages ออกมาปล้นนักเดินทาง หลังจากทั้งคู่รออยู่ไม่นาน Mirages สายน้ำแข็งน่ากลัวตัวนึงก็ปรากฏกลายออกมาพร้อมเสียงโหยหวนว่า ให้ทิ้งของมีค่าแล้วหนีไปซะ ก่อนที่จะเข้าโจมตีทันที


ชื่อของมันคือ Undead Princess Mirages สายน้ำแข็งที่แสนน่ากลัว Lann และ Reynn ก็จะเข้าแทรกแซงเหตุการณ์โดยการสู้กับมันจนสามารถเอาชนะได้


เมื่อรู้ตัวว่าแพ้แล้ว Undead Princess ก็เริ่มฉ้อเลาะใส่ทันที แต่ยังไม่ได้พูดก็ถูก Sherlotta เตะกระเด็นแล้ว เมื่อพยายามตะเกียดตะกายเข้ามาพยายามพูดอีกที Sherlotta ก็เตรียมจะเตะกระเด็นอีกรอบโทษฐานที่ออกมาหลอกนักเดินทางที่เป็นลูกค้าของเธอจนไม่มีใครแวะเข้าไปพัก ก่อนจะเตะกระเด็นอีกรอบ ทันทีที่ Undead Princess หน้ามึนกลับมาเป็นรอบที่ 2 Refia จึงบอกให้ Sherlotta รับฟังมันหน่อยเพราะเตะยังไงก็ไม่ตายเพราะมันเป็น Undead


Undead Princess เลยมีโอกาสบอกสิ่งที่มันต้องใจคือมันอยากได้งานทำ จน Sherlotta คิดไอเดียได้ว่าในเมื่อมันเคยเป็นตัวปัญหาที่หลอกนักเดินทางจนหนีไปไม่มาพักโรงแรมของเธอ Sherlotta จึงรับ Undead Princess ให้มาทำงานกับเธอในหน้าที่หลอกลูกค้าให้หนีเข้ามาพักที่โรงแรมของเธอแทนซะเลย ...

Intervention Quest 5 – A Grudge that won’t Budge [1 ดาว]
ต้องการ -  Arma Gems 2 ก้อน
รางวัล – ??? , Spider silk x2
เหตุการณ์ – ทันทีที่ Undead Princess เริ่มงานเป็นแผนกต้อนคนเข้าโรงแรม กับลูกค้ารายแรกที่มันพยายามจะชักชวนให้เข้าไปพักที่โรงแรมแต่นักเดินทางก็กลับปฏิเสธบอกว่าไม่เหนื่อยและมีสะพานแล้วใช้เวลาอีกไม่นานก็ถึงเมืองแล้วเลยไม่อยากพัก พูดไม่รู้เรื่องนัก Undead Princess เลยใช้เวทย์อัดจนนักเดินทางนอนสลบไปทันที


เมื่อ Sherlotta และ Refia ออกมาดูผลงานก็พบนักท่องเที่ยวนอนอยู่ แต่ Undead Princess ก็แก้ตัวไปว่านักท่องเที่ยวบอกว่าหิวจนตาลายเลยสลบไป ทำให้ Refia ต้องลากนักเดินทางเข้าไปพักผ่อนในโรงแรม อย่างน้อยๆก็ได้ลูกค้ามาหนึ่งคน ในขณะที่ Sherlotta ลากตัว Undead Princess ให้ไปกับเธอเพื่อไล่ล่า Mirages จอมหลอนตัวใหม่ที่ได้ยินข่าวว่าออกมาก่อกวนนักเดินทางลูกค้าของเธอ


เมื่อไปถึงที่หมาย Sherlotta และ Undead Princess ก็จะถูก Mirages ลึกลับโจมตีมันคือ Metalliskull Mirages สายผีนั่นเอง Lann และ Reynn ก็จะเข้าแทรกแซงเหตุการณ์โดยการสู้กับมันจนสามารถเอาชนะได้  หลังจบเหตุการณ์ Sherlotta อารมณ์ดีพอเลยไม่ไล่ Undead Princess ออก จนมันเริ่มบอกว่ามีมุขใหม่ที่จะทำหน้าตลกใส่ลูกค้าแทน เลยทำให้ Sherlotta โมโหจนต้องไล่มันไปทำงานแบบไม่ต้องหยุดพักแทน ...



** ตอนนี้ใน Coliseum จะปลดล็อก Metalliskull ออกมาเป็นคู่ต่อสู้แล้ว เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้ไอเทมที่ทำให้หลงลืมใส่มัน (Inflict Oblivion) **



ตอนนี้เมื่อเข้าใน Trade In Arma Gems ก็จะเจอ Refia Champion Medal ถูกปลดล็อกออกมาแล้ว หากมี Arma Gems ครบ 2 อันก็ทำการอัญเชิญ Refia ออกมาเป็น Champion คนที่ 3 ได้เลย




                     เงื่อนไขการจับ Rare Mirages Undead Princess มาใช้งาน


หลังจบเหตุการณ์นี้ลองแวะกลับไปที่เขตน้ำแข็ง (Ice Region) ที่หน้าโรงแรม Sherlotta  บ่อยๆจนกว่าจะพบ Undead Princess คอยส่งยิ้มให้นักท่องเที่ยวตามหน้าที่เรียกแขกของมันตามที่เจ๊ Sherlotta สั่งมันไว้ เลือกสู้กับมันได้เลย



ซึ่งตอนนี้จะสามารถจับ Rare Mirages Undead Princess ได้แล้ว เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมันด้วยธาตุแสง และที่สำคัญ การต่อสู้กับมันจะได้ Exp ถึง 4 หมื่นซึ่งจะสามารถสู้กับมันกี่ครั้งก็ได้เรื่อยๆเพราะมัน Undead ถือว่าเป็นจุดเก็บเลเวลง่าย เร็วและที่ดีที่สุด และถ้าสู้กับมัน 10 ครั้งก็จะได้ Trophies Never Give up the Ghost ด้วย





                             Chapter 8 – Buccaneer Blues



                                                 Saronia Harbor


เป้าหมายที่จะเดินทางต่อไปของ Lann และ Reynn ที่กำลังต้องการมุงสู่ Low Sea เริ่มส่อเค้ามีปัญหาเพราะหลังจากคุยกับชาวเมือง (ที่มีเครื่องหมาย ! บนหัว) หลายๆคนดูแล้วพบว่าที่ท่าเรือของเมืองนั้นไม่มีเรือที่จะให้ใช้เดินทางไปไหนอีกแล้ว 



เพราะปัญหาที่ร่ำลือกันว่า ที่ท่าเรือมีเรือโจรสลัดที่แสนน่ากลัวจอดอยู่ แต่ Lann กลับคิดแผนดีๆขึ้นมา ก็ในเมื่อหาเรือมันยากนักเพราะกลัวโจรสลัด ก็จัดการหัวหน้าของโจรสลัดแล้วขโมยเรือของมันเอาใช้ไว้เดินทางก็สิ้นเรื่อง !! จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในเขตท่าเรือของเมืองทันที  

 

                                                    Saronia Docks 




** เตรียม Mirages ที่มี Support Skill Sizzle (ไฟเผา) ของ Fritt (ร่างแรกของ ifrit) กับ Support Skill – Flulter (บิน) (พวก Moogle กับพวกที่มีปีก) มาด้วย **



-ในโซนแรก ของพื้นที่เข้ามาจะเจอปืนใหญ่ที่ต้องใช้ Support Skill Sizzle (ไฟเผา) ของ Fritt (ร่างแรกของ ifrit) เพื่อยิงตัวเองข้ามไปอีกฝั่งนึง

Mirages ที่เจอในเขตนี้ นอกจาก Floating Eye, Mini Flan , Dualizard และ Sharqual ที่เคยเจอมาในพื้นที่ก่อนหน้านี้แล้ว ก็จะมีตัวใหม่ๆให้จับคือ

1. Mimic (ปลอมเป็นหีบสมบัติ) เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้ยอมแพ้ โจมตีให้ HP เหลือน้อย หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย


-หลังจากยิงข้ามมาด้านในแล้วเข้ามาตามทางจนเจอปืนใหญ่จุดที่ 2 ตรงทางขาด ยิงข้ามมาทางฝั่งขวาต่อจะเจอ Puzzle Switch 


สวิตซ์ปริศนาที่ต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขคือ
-น้ำหนักรวมให้ได้ 5 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุน้ำรวมกัน 50 หรือมากกว่า
เมื่อกดสวิตซ์จะทำให้น้ำทะเลขึ้นแล้วยิงปืนใหญ่ย้อนกลับมาตรงกลาง ที่ทางขาดก็จะมีทางเดินขึ้นมาให้เห็นเพื่อไปต่อที่ส่วนที่ 2 ได้

-ในโซนที่ 2 เข้ามาด้านในตามทาง สุดทางจะมีจุดที่ต้องใช้ Support Skill – Flulter (บิน) ข้ามไปเก็บหีบสมบัติ ที่เหลือก็เดินตามทางจนถึงส่วนที่ 3 ต่อ
Mirages ใหม่ๆที่เจอในเขตนี้คือ
1. Ahriman เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์หรือไอเทมที่ทำให้มันตาบอด หรือถ้าขี้เกียจจบก็เอาFloating Eye เลี้ยงจนโตแทนก็ได้




                       การจับ Rare Mirages ลับใน Saronia Harbor ในโซนที่ 2

การจะเจอ Kupicaroon นั้นต้องแก้ปริศนาตีระฆังในพื้นที่ก่อน โดยในพื้นที่จะมีระฆังในโซนที่ 2 ของพื้นที่ ให้ตีระฆังเรียงตามภาพ


                                              1 – 2 – 3 – 1 






จากนั้นเรือของพวก Kupicaroon จะเข้ามาเทียบท่า เข้าไปจัดการสู้กับ Kupicaroon ที่อยู่บนเรือ



เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันเกิดอาการ Berserk ด้วยเวทย์หรือไอเทม War Gong ก็ได้


-ในโซนที่ 3 จะมี ผลึก Murkrift ด้านในจะมี Mega Sharqual ให้จับ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมันด้วย Damage สูงสุดของเรา (ท่า Subdue ให้ยอมแพ้ไม่ได้ผล) ถ้าขี้เกียจจับก็สามารถเลี้ยงเจ้า Sharqual ให้โตเป็น Mega Sharqual ก็ได้เหมือนกัน


-ระหว่างทางจะเจอแท่น Gimme Golem ขวางอยู่ เอาไอเทม Swirl shell (ตกจากศัตรูทั่วไปในพื้นที่) ให้มันเพื่อเปิดทาง

-ในโซนที่ 4 เข้ามาจะเจอเส้นทางเดินตรงกลางไปที่จุดเซฟได้เลย แต่ถ้าจะเก็บไอเทมก่อน ต้องยิงปืนข้ามไปทางฝั่งขวาจะเจอ Puzzle Switch


 สวิตซ์ปริศนาที่ต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขคือ
-น้ำหนักรวมให้ได้ 5 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุน้ำรวมกัน 50 หรือมากกว่า
เมื่อกดสวิตซ์จะทำให้น้ำทะเลขึ้นแล้วยิงปืนใหญ่ย้อนกลับมาตรงกลาง เส้นทางเดินกลางไปจุดเซฟจะหายไปแต่ทางฝั่งซ้ายจะขึ้นมาแทน แวะไปเก็บไอเทมฝั่งซ้ายซะ แล้วค่อยยิงปืนใหญ่ข้ามไปฝั่งขวากด Puzzle Switch ให้น้ำลง แล้วยิงข้ามกลับมาตรงกลางก็จะสามารถเดินเข้าไปตามทางจนถึงจุดเซฟและเรือโจรสลัดเป้าหมายได้แล้ว

[Lann] – นี่ไง หมูๆ เหมือนบนเรือไม่มีใครอยู่ด้วยซ้ำ 
[Moogle] – พวกเราอยู่ทางที่ Kupo !
[Reynn] – ห๊ะ !! 
[Moogle] – ช้าไป Kupo ! 
[Moogle] – จะขโมยของโจรสลัดหรอ Kupo !



[Lann] – ห๊า ไอ้พวกเนี้ยหรอ โจรสลัด 
[Moogle] – Kupo ! ออกมาให้หมดพวกเรา Kupo ! 
[Tama] - พวกมันมากันนับไม่ถ้วนเลย Kupo !
[Lann] – แล้วจะเอาไงต่อดีละ Kupo ! 
[Reynn] – เลิกทำเสียง Kupo ! แล้วสู้กับมันได้แล้ว Kupo ! 



สู้กับพวก Kupirate ที่ออกมามากมายให้หมด มันแพ้ สายฟ้าและลม ซึ่งจัดการพวกมันได้ไม่ยากนัก เพราะมันแค่ลูกเรือ จากนั้นกัปตันเรือโจรสลัดที่แท้จริงก็จะออกมา


[???] – ไอ้พวกลูกระจ๊อก น่าขายหน้ายิ่งนัก !!!
[Faris] – ชั้น Faris และนี่คู่หูของชั้น Syldra 
[Moogle] – นั่นกัปตัน Faris มาแล้ว Kupo !
[Reynn] – มีอาณาเขต Threshold ด้วย
[Tama] – Mirages นั่นทั้งใหญ่ทั้งทรงพลังมากๆเลย



[Faris] – เก่งมากที่ทำให้ลูกเรือชั้นเสียเกรียติได้ถึงขนาดนี้ 
[Lann] – เอ่อ ขอบคุณที่ชมครับ แต่ชมทำไมอ่ะเราเพิ่งอัดพวกมันมานะ
 [Reynn] – เขาประชดไงเจ้าบื้อเอ้ย !!
[Faris] – หึหึ ..พวกเจ้าเป็นใครกันแน่เนี้ย ตัวตลกหรอ ? แต่โชคร้ายหน่อยนะ ถ้าพวกแกสะเออะมาขโมยของจากโจรสลัดแกก็จะรู้ว่าจะได้เจอกับอะไรเป็นการตอบแทน !!!



การต่อสู้กับ Faris และ Syldra นั้นเนื่องจาก Syldra ไซด์ XL ที่ทรงพลังมาก ด้วย Skill Thunder Storm ที่สามารถอัดกระแทกจนแตกออกจากกันแล้วกระหน่ำซ้ำ อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเลเวลมาระดับไหนยังไงก็สู้ไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมันคือ การแพ้ตามเนื้อเรื่อง เท่านั้น



[Tama] – พวกเราอย่าเพิ่งยอมแพ้สิ ถ้าเราโดนเล่นงานใน อาณาเขต Threshold ทุกอย่างที่ทำมาก็หมดกันพอดี !
[Reynn] – แต่พวกมันแข็งแกร่งมากเลยนะ !



[???] – เจอจนได้ !! แกอยากจะเอา Refia ไปซ่อนที่ไหนก็เอาเถอะ แต่พวกแกจะหนีชะตากรรมไม่ได้หรอก !!!
[Faris] – นั้นมันคหบดีใหญ่เจ้าเมือง Saronia นี่ มันมาทำไมที่นี่เนี้ย ?
[Reynn] – มันตามพวกเรามาหรอเนี้ย !!




[???] – อ๊ากกกกกกกกกก !!!!!
[Faris] – นั่นมันอะไรกัน !!
[Tama] – ตายแล้ววว หนีเสือปะจระเข้จริงๆเล๊ย ทำไงละที่นี้ !!!
[Bahamutian Soldier] – ก็คงได้แค่จูบลากันละมั้ง นี่มันเป็นชะตากรรมที่กำหนดมาแล้วยังไงพวกแกก็หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก !! แล้วลองคิดดูสิว่าโชคชะตาที่กำหนดให้เรามามันยิ่งใหญ่แค่ไหน ?แล้วพวกแกจะได้เห็น ! และในตอนนี้ Jiants ที่มาจากเนินสูงในตำนาน คำถามทั้งหมดของพวกแก ตัวข้านี่แหละคือคำตอบ !!!




การต่อสู้กับ Boss - Bahamutian Soldier นั้นแม้จะเลเวลสูงหรือจัดการมันจน HP เหลือ 0 ยังไงมันก็ไม่ตาย ไม่ใช่เพราะชะตากำหนดเหมือนที่มันว่าแต่เพราะมันจะเป็นแพ้ตามเนื้อเรื่องอีกเหมือนกัน เลือก Escape หนีได้เลย


[Faris] – หนีไปให้พ้นทาง !!
[Bahamutian Soldier] – อ๊ากกกกกกกกก !!!



มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง ?. … ข้ากำลังจะตายหรออออ ? ..

[Faris] – เฮ้ยย ! พวกตัวตลก อธิบายทุกอย่างมาให้หมด 



[Faris] – อืมมม แล้ว ทหารของสหพันธรัฐปลอมเป็นคหบดีใหญ่ Takka แค่คนเดียวหรอ ?
[Reynn] – เรื่องนั้นเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่ที่แน่ๆเราพูดความจริงทั้งหมดแน่นอน 
[Faris] – ถ้าไม่ยอมบอกเพราะไม่ไว้ใจกับก็บอกไว้ก่อนเลยนะ ที่ผ่านมาชั้นไม่เคยทำงานรับใช้ไอ้พวกสหพันธรัฐเลยซักครั้ง 
[Reynn] – เอ่อ กัปตัน Faris คุณพอจะรู้มั๊ยว่าฐานใหญ่ของพวก สหพันธรัฐ มันอยู่ที่ไหน ?
[Faris] – วิหารแห่ง Bahamut นะหรอ ไม่มีใครรู้หรอก ทำไมหรอ หรือเพราะต้องการจะไปที่นั่นก็เลยจะมาขโมยเรือของชั้นไปละสิ !
[Reynn] – เอ่อ อ่า มันเป็นความคิดของ Lann คนเดียวเลยคะ คนนี้ๆเลย!
[Lann] – อะไร ชั้นหรอ ? เปล่าไม่ได้ ผมไม่ได้หมายถึงเรือลำนี้ ปากโป้งฉิบเป๋ง .. แต่ก็  เอ่อ ...ขอโทษคร๊าบบ ผิดเองยกโทษให้ด้วยน้า .... 
[Faris] – ฮ่าๆๆ พอได้แล้วเจ้าหนุ่มเอ้ย เอาเถอะ ชั้นจะพาพวกเธอไปเอง ถ้าพวกเธอคือ Jiants ที่มาจากเนินเขา ตามตำนานจริงๆ ชั้นก็สมควรที่จะช่วยเหลือพวกเธอได้สิ่งที่ต้องการ 
[Reynn] – สิ่งที่ต้องการหรอ ? แสดงว่าคุณรู้เรื่องตำนานมากกว่านี้อีกหรอ ?
[Faris] – ม๊อค มานี่ดิ แกอ่านบันทึกตำนานมารึยัง เล่าสิ 



[Moogle] – ตามตำนานกล่าวไว้ว่าคนตัวใหญ่ที่มาจากเนินเขาจะต้องตามเก็บกุญแจ 4 ดอกมาให้ครบ เพื่อใช้ในการเปิดทางไปยัง Crystal tower เผชิญอันตรายด้วยจิตใจที่กล้าหาญเพื่อพุ่งทะยานขึ้นสู่สวรรค์บนชั้นฟ้า Kupo!
[Lann] – อืมม กุญแจ 4 ดอกเพื่อเปิดทางสู่ Crystal tower หรอ ? เออ ม๊อค ชั้นคงไม่ต้องเดา แกคงรู้ใช่มั๊ยว่ากุญแจทั้ง 4 อยู่ที่ไหน ?
 [Moogle] – ผมเกรงว่าจะรู้แค่กุญแจดอกแรกเท่านั้น Kupo!
[Lann] – อันเดียวก็เอาวะ !
[Moogle] – ว่ากันว่ากุญแจดอกแรกอยู่ที่ หุบเขาแห่งเพลิง Kupo! 
[Lann] – แล้วมันอยู่ที่ไหนละ ?
[Faris] – เท่าที่คิดออกนะ หุบเขาแห่งเพลิงที่ Babil ไปทางใต้ของ Low sea 
[Reynn] – เฮ้อ .. ก็ไม่พ้น Low Sea อีกจนได้ ...


[Knight in the Golden Mask] – ไอ้พวกชั้นต่ำพวกนี้พยายามกันจัง มันก็ทำได้แค่สร้างแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยแค่นั้นเอง แต่ชะตากรรมทั้งหมดยังไงมันก็ไม่มีทางออกนอกเส้นทางของมันหรอก ฮี.. ฮี ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 

     



หลังจากเป็นมิตรกับ Faris แล้ว ตอนนี้ก็จะมี Kupirate เพิ่มเข้ามาในพื้นที่และ
สามารถจับ ได้แล้ว



เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้ยอมแพ้ HP เหลือน้อย หรือ ใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย ก็จะทำให้ได้  Mirages ครบทุกตัวในแผนที่แล้ว



                                             Chapter 9 – The Low Seas 



                 
                                                   Pirate Ship




[Lann] – โอเค สรุปว่าเราจะต้องเดินทางข้าม Low seas เพื่อไปตามหาสถานที่ที่เรียกว่า Valley of fire กันใช่มั๊ย ?
[Reynn] – ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ เหมือนเรากำลังเดินไปตามเส้นทางของตำนานที่เรากันปากต่อปากกันอยู่ เอาจริงๆแล้วมันจะนำเราไปหาอะไรก็ยังไม่รู้เลย แต่ก็เอาเถอะ ชั้นคิดว่ายังไงเราก็คงต้องลองลุยกันดูแหละนะ  เอ่อ กัปตัน Faris คุณพอจะบอกทางไปที่ Low seas กับเราได้มั๊ยคะ ?



[Faris] – อืมม .. ก็อาจจะได้นะ แต่ชั้นก็ให้ยืมเรือลำนี้ไปไม่ได้ด้วยสิ แต่เรือชั้นก็ไม่สามารถแล่นในทะเลด้านล่างได้ด้วยสิ ถึงแม้จะอยากให้ยืมก็เหอะ แต่ เดี๋ยวนะ ... ม็อค แขกเราคนนั้นยังอยู่หรือเปล่า ? จำได้มั๊ยเนี้ย ยัยแว่นนั่นน่ะ 
[Moogle] – อ๋อ คนจาก League นั่นเอง Kupo! เธอน่าจะ ... เดี๋ยวไปดูก่อนนะ Kupo!



[Quistis] – เรียกชั้นมามีอะไรหรอ ?
[Faris] – ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องรบกวน
[Quistis] – นึกว่าเราตกลงกันเรียกร้อยแล้วนะ สินค้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า ?
[Faris] – เปล่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี ชั้นมีเรื่องอะไรจะถามหน่อยถ้าคุณไม่ว่าอะไรนะ คนพวกนี้ต้องการจะไปที่ Low seas น่ะ 
[Quistis] – พวกนี้เป็นใคร ?
[Faris] – คนตัวใหญ่ที่มาจากเนินเขา ตามตำนาน ตัวเป็นๆเลยละ 
[Quistis] – อะไรนะ !!



[Lann] – นี่งายยยย !!
[Reynn] – เลิกโชว์เลย ขอโทษด้วยคะน้องชายมันเกรียน คือเราเองก็ไม่แน่ใจมากหรอกคะเรื่องตำนานอะไรนั่นน่ะ แทบไม่รู้อะไรเลย ที่เรารู้ก็คือ ....... 
[Quistis] – อืมมม... เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก
[Faris] – คือพวกเขาต้องการเรือและชั้นก็ได้ยินมาว่าเธอมีอยู่ลำนึงใช่ป่ะ ?
[Quistis] – ก็นะ ถ้าเรื่องคหบดีเป็นทหารของสหพันธรัฐ Bahamut ปลอมตัวมาจริงๆ งั้นเราก็ไม่ได้ติดหนี้อะไรกับมันแล้วหมายถึงเรือนั้นเราก็ยึดเอาไว้เลยแล้วกัน 
[Reynn] – คุณหมายความว่าไงคะ ยึดเรือนั่นมาเลยนะ ?
[Quistis] – คือ พวกในกลุ่มของชั้นมาทำธุระที่นี่ก็กะว่าจะเอาเรือนี้มาให้กับคหบดีนั่น จะเรียกว่าอะไรดีนะ ติดสินบน ไง 



[Quistis] – แล้วเอ่อ คุณใจนะว่าเห็นไอ้คณบดีนั่นกลายร่างน่ะ
[Faris] – ใช่ จากนั้นก็ให้ Sydra จัดการขย่ำไปเรียบร้อยแล้วละ
[Quistis] – โอเค ถ้าชั้นคิดไม่ผิดนะ ชั้นไม่แน่ใจว่าพวก Jiants นั่นจะเป็นคนในตำนานจริงรึเปล่า แต่ชั้นจะลองรอดูว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน เอาจริงๆงานนี้จะรอดไปได้แค่ไหนก็พอ 
[Faris] – ฮ่า งั้นเรามาดูกันว่าคลื่นที่ Low seas จะหยุดคนจากตำนานนี้ได้หรือเปล่า 
[Quistis] – เอาละพวกคุณชนะ ชั้นจะให้เรือเร็วกับพวกคุณเพื่อเดินทางไปที่ Low seas 
[Lann] – เจ๋งเลยยยยย !!
[Reynn] – ขอบคุณมากคะ .... แต่ทำไมรู้สังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้แฮะ

ตอนนี้ยังสามารถเข้าประตูมิติกลับไปเตรียมตัวหรือทำธุระตามที่ต่างๆได้ก่อน เมื่อพร้อมแล้วก็กลับมาคุยกับ Quistis อีกครั้งได้เลย ...


[Quistis] – นี่ไงเรือที่ว่า พวกเธอขึ้นไปรอได้เลย ชั้นตั้งระบบการเดินเรือให้ไปที่ Low seas แบบอัตโนมัติแล้วนะ เอาละไปได้แล้วก่อนที่คหบดีกับพวกสหพันธรัฐจะมาเห็นเข้า 
[Lann] – หล่อนพูดดีกับพวกเราเหมือนกันแฮะ
[Reynn] – ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ 
[Quistis] – บายนะ แล้วก็อย่ากลับมาหลอกหลอนกันอีกเลยนะ 
[Reynn] – ห๊า !! วางไงนะ !!



[Lann] – ออกมากลางทะเลแล้วอุ่นขึ้นเยอะเลย
[Quistis] – แต่หนาวๆมันก็เย็นดีเหมือนกันนะ 
[Tama] - ชั้นแทบไม่เชื่อเลยว่าเขาจะให้เรือเจ๋งๆลำนี้มา เราโชคดีมากๆอ่ะ 
[Reynn] – เออนี่ Lann นายเคยคิดเรื่องที่ Quistis กับ Faris คุยกันบ้างป่ะ 
[Lann] – เค้าว่าไรหรอ ?
[Tama] – เขานินทาเราประมาณว่า ยังไงเราก็คงไม่มีทางรอดถึง Low Seas แน่นอนไงละ 
[Lann] – หรอ แล้วไงละ ? 
[Reynn] – เออ ช่างเหอะ อืมม Low seas นี่ก็สวยดีเหมือนกันนะ แล้วที่ว่า Low นี่หมายถึงทางทิศใต้ของแผนที่ป่ะ 
[Tama] – แล้วทำไมตั้งชื่อว่า Low อ่ะ 
[Lann] – เอ่อ Reynn ชั้นคิดไปคนเดียวรึเปล่าที่รู้สึกว่า ทะเลมันจะสุดทางไปต่อแล้วน่ะ รู้สึกไม่ค่อยดีแล้วสิ 






[Reynn] – ชั้นว่า Low Seas ไม่ได้แปลว่าทิศใต้แล้วละ 




[Lann] – เรากำลังตกลงไปข้างล่างงงงงงงงงงง !!!!!!



[Reynn] – กรี๊ดดดดดดดดดดดด !!!
[Tama] – ฮ่าๆๆๆๆๆๆ โคตรมันเล๊ยยยยย !!!! 







                                           The Low Seas – Land fall 


[Lann] – ที่นี่มัน ?.. แล้วเรือเราละ หายไปแล้วจะไปไหนต่อยังไง ? แล้วเราต้องไปที่ไหนต่อเนี้ย ???
[Reynn] – โอ๊ยย หยุดถามได้มั๊ย แล้วชั้นจะไปรู้มั๊ย ??



เมื่อ Lann และ Reynn ตกลงมาจากทะเลด้านบนมาสู่ทะเลด้านล่าง พื้นที่ตรงหน้าเป็นแค่เกาะเล็กๆท่ามกลางทะเลรอบตัว แต่สิ่งที่ทั้ง 2 พบมีแค่ฝูงงูทะเลกำลังรุมทำร้ายลูกเต่าที่น่าสงสารอยู่ ทั้งคู่เลยรีบเข้าไปช่วยทันที


เข้าไปจัดการ Seas Snake ให้หมด เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์หรือไอเทมธาตุน้ำใส่มัน


[Lann] – เฮ้ๆๆ
[Reynn] – ห๊ะ ทำไมอ่ะ
[Lann] – เราเป็น Mirages Keeper ปล่อยไปแบบนั้นได้ไง ต้องจับไว้สิ .....โอ๊ะ โอ่ ...เอ่อ อ่า ที่เธอทำอ่ะถูกแล้วเยี่ยมมากเลยที่ปล่อยมันไปนะๆๆ 



[Adamantoise] – อ๊ากกกกก !!! … เจ้าหนู Mirages Keeper สองคนเนี้ยหรอที่ลูกของข้าบอกว่าพวกเจ้าช่วยชีวิตมันเอาไว้น่ะ ขอบคุณมากนะ 
[Lann] – พูดได้ด้วยแฮะ ??
[Tama] – โห นี่ชั้นกำลังพูดกับ Mirages หรอเนี้ย ?
[Reynn] – ตลกกันพอยัง นายก็พูดได้ Tama 
[Adamantoise] – เอาละ ไหนบอกสิ Mirages Keeper อย่างพวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี่หรอ ?
[Reynn] – คือเรื่องมันเป็นแบบนี้คะ ...............



[Adamantoise] – อืมมมม ข้าว่าข้าช่วยพวกเจ้าตามหาสถานที่ที่เรียกว่า Babil ได้นะ พวกเจ้าขึ้นมาขี่หลังข้าเพื่อออกเดินทางได้เลย
[Reynn] – ได้จริงหรอคะ ?
[Adamantoise] – แน่นอน ข้าจะเป็นเรือให้พวกเจ้า ก็จะพยายามเรือให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วกัน

เมื่อทำธุระที่จะทำเสร็จแล้ว ก็ขึ้นหลัง Adamantoise ออกเดินทางได้เลย เส้นทาง Low Seas นั้นจะพิเศษกว่าพื้นที่ทั่วไปเพราะต้องขี่ หลัง Adamantoise ในการเดินทางในทะเลซึ่งเป็นทางตรงและไม่ไกลมาก


และจะ Mirages ในพื้นที่ก็จะเห็นเป็นรูปฉลามว่ายไปมาในทะละ โดยที่ Mirages ในพื้นที่ Low Seas นั้นจะมีอยู่แค่ 3 ชนิดเท่านั้น นอกจาก Seas Snake ที่เจอในตอนแรกแล้วก็จะมีอีก 2 ตัวคือ

1.Mega Sharqual ที่เคยเจอในผลึก Murkrift ที่ Saronia Harbor มาแล้ว ถ้ายังไม่ได้จับก็สามารถจับมันได้ที่นี่ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมันด้วย Damage สูงสุดของเรา (ท่า Subdue ให้ยอมแพ้ไม่ได้ผล) ถ้าขี้เกียจจับก็สามารถเลี้ยงเจ้า Sharqual ให้โตเป็น Mega Sharqual ก็ได้เหมือนกัน

      


2.Minimantoisse หรือเจ้าลูกเต่าแบบเดียวกับลูก Adamantoise เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้ยอมแพ้ ให้ HP มันเหลือน้อยที่สุด หรือ ใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย

ในขณะเดินทางกลางทะเลจะเจอสาวน้อยคนนึงโดดขึ้นมาบนหลังเต่าเพื่อขอเดินทางไปด้วย ...

[Lann] – โว้ๆๆๆ เฮ้ยใครนะ ??
[????] – โห คนจริงๆด้วย นึกว่าตาฝาดไป ฮ่าๆ
[Reynn] – แล้วตกลงเธอคือใครหรอ ?



[Rikku] – โอ้ โทษที ลืมแนะนำตัวเลย ชั้นชื่อ Rikku จ๊ะ เซ็งเลย ตั้งแต่เป็นนักล่าสมบัติมา ไม่เคยโดนพวก Mirages โจมตีเรือจนเรือแตกซักที น่าอายมาก จริงๆชั้นก็พอว่ายน้ำไปได้อ่ะนะ แต่คงไปไกลไม่ไหวอ่ะ ดีนะที่เจอพวกเธอผ่านมา ชั้นเลยโดดขึ้นมาบนเต่าของพวกเธอเลย ฮ่าๆ ว่าแต่พวกเธอจะไปไหนกัน แล้วมีเต่ายักษ์นี้ได้ไงอ่ะอยากรู้อ่ะ ไม่ธรรมดาแน่เลย
[Reynn] – คือเรื่องมันเป็นแบบนี้คะ ...............



[Adamantoise] – มีคนเพิ่มขึ้นก็เฮฮามากขึ้น ไปด้วยกันก็ได้นะ สนุกกับการเดินทางกันต่อเลยทุกคน 
[Rikku] – ขอบคุณจ๊ะย่าเต่า แหม่พวกเธอคือ Mirages Keeper หรอกหรอ ? เท่ไปเลย ว่าแล้วไม่งั้นคงเป็นเพื่อนกับ Adamantoise ไม่ได้ง่ายๆหรอกเนอะ ฮ่าๆ 
[Reynn] – อันที่จริงก็เพิ่งเจอกับเต่ายักษ์ใจดีแบบนี้ตัวแรกนี่แหละ 
[Rikku] – เออ แล้วพี่เธอจะไปที่เขต Babil กันหรอ ? ชั้นช่วยนำทางไปให้ได้นะ ทางนี้เลยพวก !!




-จากนั้นก็นั่ง Adamantoise เดินทางไปตามเส้นทาง Low seas ต่อ ช่วงนี้ถ้าเลเวลมากพอเก็บกับพวก Mirages ที่นี่จะได้ค่า EXP สูงระดับหมื่นเลยนะ แต่ต้องทนความอึดของเจ้าเต่า Minimantoisse ด้วยเพราะโจมตีมันเข้ายากมาก เมื่อเก็บเลเวลจนพอใจแล้วก็มุ่งหน้าตรงไปจนสุดทางก็จะถึงชายฝั่ง Rainbow Shore 



                               Chapter 10 – Too warm a welcome



                                                       Rainbow Shore




[Lann] – ขอบคุณมากนะที่ช่วย 
[Adamantoise] – ไม่มีปัญหาหรอก 
[Reynn] – ขอบคุณนะที่ช่วยนำทางให้ Riku 
[Rikku] – ไม่เป็นไรจ๊ะ ชั้นก็อยากพักนิดหน่อยเหมือนกันแหละ 
[Reynn] – แล้วเธอจะไปไหนต่อหรอ ?
[Rikku] – อืมมม .. เอ่อ พี่เต่า คือชั้นยังเหนื่อยอยู่เลยอ่ะ ยังไงขอชั้นขี่เดินทางต่ออีกหน่อยได้มั๊ยอ่ะ นะๆ คงไม่ว่าอะไรนะ
[Adamantoise] – ได้เลย ไปส่งไกลแค่ไหนข้าก็หาทางกลับบ้านเองได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอก 
[Rikku] – โอเค งั้นก็กลับมาลุยงานโปรดของชั้นต่อดีกว่า ไปล่าสมบัติกันเล๊ย !! 
[Reynn] – เดินทางปลอดภัยจ้า 
[Lann] – บาย พี่เต่า Adamantoise แล้วซักวันผมจะกลับมาจับไปเลี้ยงนะ อย่าน้อยใจไปละ 
[Lann] – แล้วเราเอาไงต่อละ ?
[Reynn] – อย่างแรกคงต้องหาเมืองพักผ่อนก่อนเลยละ 
[Tama] – ที่ต้องห่วงคือทางขึ้นเขานี่ต่างหากละ จะข้ามพ้นมั๊ยไม่รู้ ท่าทางมันรังมังกรชัดๆ 
                       



เมื่อ Lann และ Reynn มาขึ้นฝั่งที่ชายฝั่ง Rainbow Shore ได้สำเร็จ หลังจากล่ำลา Rikku แล้วก็เดินทางขึ้นหุบเขาแผลเป็นมังกร Dragon Scar ต่อได้เลย



                                                         Dragon Scar


** เส้นทางนี้จำเป็นต้องใช้ Support Skill – Flulter ในการบินข้ามเส้นทาง **


-โซนแรก ในเส้นทางมีส่วนที่ต้องใช้ Support Skill – Flulter บินข้ามไปเก็บไอเทม
 Mirages ในพื้นที่นั้นทั้งหมดจะมีอยู่ 7 ชนิดที่โซนแรกจะมี 3 ชนิดคือ
1.Copper Gnome เคยเจอแล้ว
2.Mini Golem เคยเจอแล้ว
3.Blood eye ปีศาจลูกตามีปีก เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ จัดการศัตรูตัวอื่นให้หมดให้เหลือมันเป็นตัวสุดท้าย


-โซนที่ 2 จะมี Mirages ใหม่ 2 ชนิดคือ
1. Red Dragon มังกรแดง หรือ ร่างโตของ Holy Dragon เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้ท่าโจมตีทางพื้นดินด้วยความรุนแรง Critical



2. Spark Dragon หรือ ร่างแรกของ Red Dragon เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันเกิดสภาวะผิดปกติทางร่างกาย (เป็นใบ้ ตาบอด ติดพิษ Slow)

โซนที่ 3 ในพื้นที่ จะมี Mirages ใหม่ 1 ชนิดคือ
1. Bihydra กิ่งก่า 2 หัว เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ จัดการศัตรูตัวอื่นให้หมดให้เหลือมันเป็นตัวสุดท้าย



ในพื้นที่ตรงทางขึ้นเขาฝั่งซ้ายบนจะมี Gimme Golem ขวางอยู่มันต้องการไอเทม Fluffflower ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีต้องเดินไปเข้าที่ส่วนทางออกฝั่งขวาไปที่ Secret Area ก่อน ด้านในจะเจอกับ Mirages ระดับสุดยอดไซด์ XL รออยู่ มันคือ Cerberus!!




เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์หรือไอเทมธาตุโจมตีเรียงกัน ไฟ – น้ำแข็ง – สายฟ้า



            ซึ่งจริงแล้ว Cerberus ก็คือร่างสุดท้ายของหมาป่าหิมะ White Nakk นั่นเอง



                                          การใช้ Mirages Summon [XL]




Mirages Summon ก็คือ Mirages ตัวเต็มวัยที่มีขนาด XL นั่นเอง ซึ่งมันจะไม่สามารถใช้ขี่หรือรวมร่าง (Stacking) กับ Lann และ Reynn ได้ แต่จะสามารถเรียกใช้มันในฐานะสัตว์อสูรได้ โดยการเลือกคำสั่ง Mega Mirages โดยมีเงื่อนไขการใช้งานคือ
- การ Summon มาต้องเสียค่า AP ของทั้ง 2 คนรวมกัน
- การใช้ Summon ในการต่อสู้จะใช้ได้เฉพาะ Skill ของ Mirages ตัวนั้นๆเท่านั้น ไม่สามารถใช้ Skill ของ Lann และ Reynn ได้
- การใช้ Summon ในการต่อสู้จะอิงความแข็งแกรงจากระดับเลเวลของ Mirages ตัวนั้นๆเท่านั้นไม่เกี่ยวกับระดับเลเวลของ Lann และ Reynn (แปลว่า หาก Mirages Summon มีเลเวลที่น้อยกว่า Lann และ Reynn ก็เปล่าประโยชน์ที่จะเรียกมาใช้งาน
-Mirages Summon จะสามารถใช้งานได้จนกว่า HP จะหมดหรือถูกเรียกกลับ
- เมื่อเรียกใช้ Mirages Summon ในการต่อสู้แล้วจะไม่สามารถใช้ Mirages ตัวนั้นได้อีกระยะนึง


เมื่อจับ Cerberus ได้แล้ว เข้าไปเก็บไอเทม Fluffflower ในรังของมันมาแล้วเอากลับไปให้ Gimme Golem ในพื้นที่ตรงทางขึ้นเขาฝั่งซ้ายบนเพื่อขึ้นไปที่โซนที่ 4 ซึ่งเป็นยอดเขาต่อ



โซนที่ 4 เข้ามาจะพบจุดเซฟก่อนเข้าไปพบกับ Boss Mega Red Dragon เมื่อจัดการมันได้แล้ว แต่ในขณะที่ Lann และ Reynn กำลังจะหาทางลงจากเขา เจ้า Mega Red Dragon ที่ยังไม่ตายสนิทก็ลุกขึ้นมาหมายจะโจมตีใส่ Tama โชคดีที่มีสาวหมัดหนักเข้ามาช่วยเอาไว้


[Tama] – เอาละ ที่นี้พวกเราก็ผ่านทางไปหลังเขาได้แล้วละ ไปกันเถอะ
[Lann] – ห๊ะ ทะ ทามะ ...
[Tama] – อะไรหรอ ยะ อย่าบอกนะว่าข้างหลังชั้นมี ....




[????] – Final ….. Heaven !!!





[Tifa] – ว้าววว ใช้ได้นี่นา .. โอ้ ลืมไปเดี๋ยวค่อยมาดีใจที่หลัง ต้องรีบหนีก่อน..  พวกคุณมาทางนี้เร็วๆ !!









[Masked Woman] – 2 คนนั้นกำลังจะเริ่มทำอะไรบางอย่างและจะทำให้มี Mediums ตื่นขึ้นกลายเป็น Champion อีกคนนึงหลังจากพวกเขาทำสำเร็จ 
[Plumed Kinght] – เจ้าหมายความว่า คำพยากรณ์ของ Azure จะเป็นจริงอย่างงั้นหรอ ? แต่ก็เถอะ จะกี่ Champion ก็ไม่มีทางมาเปลี่ยนกฎของโลกได้หรอก กฎของโลกแห่งนี้มันไกลเกินกว่าพลังของพวกมันจะหยั่งถึงแน่นอน 
[Masked Woman] – พลังที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงกฎของโลกแห่งนี้ได้คือพลังของกษัตริย์ที่แท้จริงเท่านั้น !
[Plumed Kinght] – เราต้องรีบทำให้คำพยากรณ์เลือด (Crimson Prophecy) สมบูรณ์ให้เร็วที่สุด เราตกลงกันแล้วใช่มั๊ย ?
[Masked Woman] – ใช่ ...



[Tama] – ขอบคุณนะที่มาช่วยอัดไอ้มังกรบ้านั่นก่อนที่มันจะขย่ำชั้นจากด้านหลังได้ทัน 
[Reynn] – ใครจะไปรู้ จู่ๆก็โผล่มาเฉยเลย
[Tifa] – ชั้นดีใจที่พวกเธอปลอดภัยนะ ไอ้มังกรยักษ์นั่นเป็นจ้าวแห่งขุนเขานี้เลย พวกเธอรอดมาได้ก็ถือว่าโชคดีแล้วเพราะปกติไม่เคยมีใครรอดจากมันมาก่อนเลยนะ ปกติคนทั่วไปก็ไม่ค่อยจะเข้ามาใกล้ภูเขานี้กันด้วยแหละ พอดีชั้นผ่านมาได้ยินเสียงดังลั่นไปหมดเลยขึ้นมาดูเพราะคิดว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ
[Lann] – แต่ไอ้หมัดดินระเบิดของเธอนั่นโคตรเจ๋งเลยนะ เปรี้ยงเดียวกระเด็นเลย 
[Tifa] – โอ้ ฮ่าๆ อันที่จริง คือมันเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายของชั้นน่ะ เพิ่งคิดค้นได้ แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ลองใช้มันด้วย  ชั้นอยู่ในเมือง Nibelheim ทางเหนือจากภูเขานี่ ถ้ามีอะไรแวะไปหาได้นะ 


                                       ** ปลดล็อก Tifa’s Champion Medal ** 



                                                    Intervention Quest



หากกลับไปที่ Nine wood Hills แล้วเข้า Tea Room ไปคุยกับเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้จะพบ Intervention Quest เพิ่มขึ้นมาใหม่ดังนี้

Intervention Quest: Underdog Day [2 ดาว]
ต้องการ -  Arma Gems 2 อัน
รางวัล – Bomb Core x2 
เหตุการณ์ – เรื่องราวของโจรสลัด Faris ที่เกิดขึ้นในวัน Underdog Day ซึ่งเป็นกิจกรรมนึงของเรือโจรสลัดของ Faris กฎง่ายๆ เจ้าพวกลูกเรือม็อคตัวไหนมาสู้กับกัปตัน  Faris แล้วชนะก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันแทนทันที แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับมันกว่าทุกปีเมื่อเจ้าม็อคตัวนึงที่เกิดหาญกล้ามาเข้าท้าสู้โดยใช้ไม้เด็ดคือ มันดันอัญเชิญ Ifrit มาเป็นตัวช่วยในการต่อสู้


แต่อะไรๆกลับไม่เป็นอย่างที่ม็อคคิดเมื่ออสูร Ifrit กลับหงุดหงิดว่าใครบังเอิญเรียกมันมา พอเห็นเป็นเจ้าม็อคตัวน้อยนิดเลยโมโหหนักกว่าเดิมเลยเปลี่ยนใจจะขย่ำเจ้าม็อคแทน ทำให้ Faris ต้องเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ด้วยการร่วมกับม็อคสู้ Ifrit แทน ซึ่ง Lann และ Reynn ก็จะเข้าแทรกแซงเข้าไปสู้แทนจนเอาชนะได้ในที่สุด หลังจากเรื่องกลับทำให้ Faris สะใจกับการประลองในครั้งนี้อย่างมากจนถึงกับหัวเราะออกมา แต่สิ้นเสียงหัวเราะก็กลับมาด่าม็อกว่าที่หลังอย่าอัญเชิญอะไรมามั่วๆแบบนี้อีกเด็ดขาด

Intervention Quest: A Duo of Tree [1 ดาว]
ต้องการ -  Arma Gems 2 อัน
รางวัล – Phoenix Pinion 
เหตุการณ์ – เป็นเรื่องราวของ Tonberry เจ้าของลานประลอง Coliseum ที่กำลังเจอเรื่องวุ่นวายที่พวก Mirages ใน Coliseum เกิดการประท้วงจนเกิดออกมาสร้างความปั่นป่วนไปทั่วจนทำให้ Tonberry ถึงกลับเครียดหาทางออกไม่ได้จนต้องเรียกเพื่อนซี้ 2 คนมาช่วยซึ่งก็คือ
นายตรวจตั๋ว Cactuar และ Moogle นั่นเอง


หลังจากที่ Tonberry ต้องยอมเล่นมุขเรียกชื่อเล่นกับ Cactuar และ Moogle จนพวกมันยอมช่วยเหลือแล้ว Lann และ Reynn ก็จะเข้าแทรกแซงเข้าไปสู้กับ Mirages ใน Coliseum ที่ออกมาก่อความวุ่นวาย ประกอบด้วย Mirages 3 ชุดลงได้สำเร็จ


แต่เหตุการณ์ยังไม่จบเมื่อ Tifa ที่กำลังจะมีธุระรีบขึ้นรถไฟแต่นายตรวจตั๋ว Cactuar กลับมาอยู่ที่นี่จนรถออกไม่ได้ Tifa เลยเข้าไปสั่งสอน Tonberry, Cactuar และ Moogle ที่อุตสาห์ลงทุนต่อตัวเพื่อเพิ่มพลังจากคำแนะนำของ Moogle แต่สุดท้ายก็จะถูก Meteor Strike ของ Tifa จนกระเด็นไปคนละทิศทาง จนสุดท้ายทั้ง 3 ก็ต้องปรึกษากันเพื่อใช้ยุทธวิธีใหม่นั่นคือ ร่วมมือกันสู้ด้วยความสามารถของแต่ละคน Cactuar เริ่มใช้ความเร็วจน Tifa เริ่มงง ทำให้ Tonberry ฉวยโอกาสแทงข้างหลังได้ ปิดท้ายด้วยเวทย์เสกถังมาหล่นใส่หัวของ Moogle จน Tifa สลบไปในที่สุด สร้างความดีใจกับสามสหาย Tonberry, Cactuar และ Moogle เป็นอย่างมาก .....

Intervention Quest: Treasure Island , Ahoy [1 ดาว]
ต้องการ -  Arma Gems 2 อัน
รางวัล – Dragon Scale x 2 
เหตุการณ์ – เป็นเรื่องราวของ Rikku หลังจากมาส่ง Lann และ Reynn แล้วก็ขอให้เต่ายักษ์ Adamantoise ช่วยพาไปหาเกาะมหาสมบัติที่เธอตั้งใจเอาไว้ เมื่อถึงเกาะมหาสมบัติที่ Rikku นำทางมา ในขณะที่ Rikku กำลังดีใจที่เจอกล่องสมบัติมากมายเต็มเกาะ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่ามันคือพวก Mimic ปลอมตัวมาแล้วเข้ามารุมโจมตี ทำให้ Adamantoise ต้องเข้าไปช่วย Rikku สู้ด้วย



 Lann และ Reynn ก็จะเข้าแทรกแซงเข้าไปสู้กับพวก Mimic จนจัดการมันได้หมด แม้เรื่องจะจบลงที่ Rikku ต้องเสียใจที่ไม่ได้สมบัติที่เธอต้องการ Adamantoise จึงถามว่าจะหาสมบัติต่อหรือเปล่า ? Rikku ก็กลับมาหน้าเปื้อนยิ้มอีกทั้นทีก่อนจะตอบว่า “แน่นอน มันอยู่ในสายเลือดของชั้น ชั้นเกิดมาเพื่อเป็นนักล่าสมบติ” ก่อนที่ Adamantoise และ Rikku จะร่ำลาแยกทางกันไปด้วยมิตรภาพที่ดีต่อกัน ...แต่ก็ทำเอาเต่ายักษ์ถึงกับอิจฉาการเป็นนักผจญภัยของ Rikku จนอยากไปร่วมเดินทางกับเธอด้วย แต่ก็ติดปัญหาหลายๆอย่างเรื่องร่างกาย แต่ Adamantoise ก็นึกขึ้นได้ว่า Mirages Keeper ทั้ง 2 คนอาจช่วยได้ไม่ทางใดก็ทางนึง .....




Intervention Quest: I Hate Lighting ! [2 ดาว]
ต้องการ -  Arma Gems 2 อัน
รางวัล – ??????

เหตุการณ์ – เป็นเรื่องราวของ Rikku หลังจากร่ำลาเต่ายักษ์ Adamantoise เพื่อหาสมบัติในเกาะมหาสมบัติตามที่เธอตั้งใจไว้ต่อ แต่ทว่า แต่ละกล่องสมบัติแต่ละกล่องที่เธอเจอก็เป็นต้องกลายเป็นเจ้า Mimic ทุกกล่อง แม่แต่กล่องสมบัติที่เธอหวังไว้ตรงหน้าก็ยังไม่พ้นจะต้องเจอกับ Mimic อีกจนได้


หลังจากจัดการ Mimic อีกตัวจากอีกกล่องสมบัติที่เปิดได้ Rikku ก็เริ่มรมณ์เสียโมโหโวยวายเพราะอยากออกจากเกาะบ้าๆนี่เสียที จนมีสายฟ้าฟาดลงใส่เธอกับร่างขนาดใหญ่มาปรากฏตัวตรงหน้ามันคือ แม่ของเหล่า Mimic  ทำให้ความหงุดหงิดทั้งหมดของ Rikku ไปลงกับมันทันทีฐานที่เอาลูกๆ Mimic ของมันมาหลอกเธอ Lann และ Reynn ก็จะเข้าแทรกแซงเข้าไปสู้กับ Mimic Queen จนจัดการมันลงได้


แต่สุดท้ายแม้แต่ Mimic Queen ก็ยังหายไปต่อหน้าไม่เหลือซากให้ Rikku เก็บ ทำให้เธอหลุดลิกดอย่างมาก แต่มันก็เหมือนก็มีพลังบางอย่างที่คอยผลักดันให้ Rikku ไม่ยอมแพ้ที่จะหาสมบัติจริงๆให้ได้ ก่อนที่ Rikku จะมุ่งหน้าไปหากล่องสมบัติกล่องใหม่ที่เธอเห็นตั้งอยู่ไกลกับความหวังครั้งใหม่ว่ามันจะเป็นกล่องสมบัติจริงๆเสียที …..


ตอนนี้ในเมนู Trade In Arma Gems ก็จะพบ
- Champion Medal ของ Faris (ใช้ Arma Gems 2 อันในการปลดล็อก)
Champion Medal ของ Tifa (ใช้ Arma Gems 2 อันในการปลดล็อก)
** หากมี Arma Gems เพียงพอก็สามารถไปแลกมาได้เลย **
         

กลับมาที่เนื้อเรื่องต่อ ... เมื่อ Lann และ Reynn ได้ผ่านอันตรายจากหุบเขา Dragon Scar ก็มาถึงพื้นที่ Babil ได้สำเร็จ เป้าหมายคือภูเขาแห่งเพลิงที่ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่นี้ แต่ก่อนจะเข้าไปทั้งคู่ตัดสินใจที่จะเข้าไปหาข้อมูลต่างๆกับคนในพื้นที่ตามหมู่บ้านต่างๆกันก่อน ...


ที่เมือง Agarthir เมืองเล็กที่เจอหลังจากที่ลงเขา เมื่อเข้ามาจะพบว่าเป็นเมืองที่คลั่งลัทธิที่เชิดชู คำพยากรณ์เลือด (Crimson Prophecy) เป็นอย่างมาก มีชาวบ้านให้เควสย่อยอยู่ 1 คน ที่มีเครื่องหมาย ! บนหัว

 

Miniventure : Needle for Speedle 
เป้าหมาย – กำจัด Cactuars 3 ตัวในเขตทะเลทราย
รางวัล – Hi Ether x 2 





เมื่อรับเควสย่อยแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีไอเทมมาจบเควส ออกมานอกเมืองแล้วเข้าไปที่เมือง Nibelheim ที่อยู่ที่ตีนภูเขาไฟได้เลย ...







                                 Chapter 11 –  Crimson and Azure 


                                                     Nibelheim


[Lann] – แปบนะ .. ใช้แว่นส่องก่อน อืมมม ที่นี่ไม่มีโซ่เหล็กแฮะ 
[Reynn] – บางทีที่นี่อาจจะไม่ได้เข้าร่วมกับสหพันธรัฐ Bahamut เหมือน Cornelia ก็ได้ 



[Tifa] – เฮ้ นั่นพวกเธอที่เจอบนเขาใช่ป่ะ ?
[Lann] – อ้าววว ว่าไงแม่สาวหมัดหนัก 
[Reynn] – เธอเป็นไงบ้าง Tifa ดีใจที่เจอเธออีกนะ
[Tifa] – เช่นกัน .. เออ ชั้นมีเรื่องจากถามหน่อย Mirages Keeper อย่างเธอ 2 คนมาที่ Babil ทำไมกันหรอ 
[Reynn] – ได้สิ เราคงลืมไปว่ายังไม่ได้บอกเธอเลยคือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ ............
 [Tifa] – เยี่ยมเลย ชั้นเริ่มจะกังวลนิดหน่อยแล้วนะ แล้วถ้าเกิดว่าชั้นไปช่วยพวก Bahamut ละ
[Lann] – แปลกจังทำไมทุกคนที่นี่ชอบคิดว่าเราเป็นพวก Bahamut จัง!!
[Reynn] – ไม่รู้ดิ เขาอาจจะเห็นพวก Mirages Keeper ส่วนใหญ่ไปเข้าร่วมกับพวก Bahamut ก็ได้มั้ง 
[Tifa] – ใช่เลย แต่คงไม่ใช่ Mirages Keeper ที่เป็น Jiant แน่นอน เพราะตอนนี้พวกเขาต่างก็กำลังสู้กับพวก Bahamut เพราะพวกมันไปทำลายบ้านเกิดของพวกเขาเมื่อนานมาแล้ว แถมชาวบ้านต่างก็กำลังคุยกันเรื่องคำพยากรณ์ของคนตัวใหญ่ที่มาจากเนินเขา  ตกลงพวกคณจะกำลังไปที่หุบเขาแห่งไฟใช่มั๊ย ?
[Reynn] – อันที่จริงแล้ว มันเป็นเบาะแสเดียวที่เรามีตอนนี้เลยละ 
[Tifa] – หุบเขาแห่งไฟ คนที่นี่ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องราวของที่นั่นมากนักหรอก ไม่รู้ว่าที่กล่าวถึงในตำนานนั่นใช่ที่นี่หรือเปล่าก็ไม่รู้
[Lann] – อ้าว เธอหมายความว่าไงเนี้ย 
[Tifa] – ก็เพราะที่นี่มีภูเขาไฟเพียบเลยละ เออ จริงสิ ชั้นลืม Summoner ที่อยู่ในเมืองนี้เลย เธอกำลังค้นคว้าเรื่องกเกี่ยวกับ ภูเขาแห่งไฟอยู่ เธออาจจะรู้อะไรดีๆก็ได้นะ


[Tifa] – ชั้นขอแนะนำให้รู้จัก คนตัวใหญ่จากเนินเขา ในตำนาน
[Lann] – วะ ฮ่าๆๆๆ ... เฮ้อออ มันก็เท่านั้นแหละ 



[Rydia] - สวัสดีคะชั้นคือ  ผู้อัญเชิญ (Summoner) Rydia ..หืออ มีอะไรไม่ดีสำหรับแกหรอ ..เหมือนเขากำลังจะบอกว่าพวกคุณอาจเป็นคนไม่ดี
[Lann] – เอ ผมเห็น Mirages ของคุณเหมือนของ Yuna เลย กะแล้วว่าจะต้องเป็น ผู้อัญเชิญ (Summoner) เหมือนกัน
[Rydia] – ห๊า คุณหมายถึงเลดี ยูนะ หรอ ?
[Reynn] – ใช่คะ เราเคยเจอเธอมาก่อนหน้านี้แล้วเธอก็ช่วยเหลือบอกข้อมูลดีๆให้เราเยอะแยะเลยด้วย 
[Tama] – จริงๆเราคงจะมาไม่ถึงที่นี่หรอกนะถ้ายูนะไม่ชี้ทางให้ 
[Rydia] – อ่อหรอ งั้นชั้นคงเข้าใจผิดว่าพวกคุณเป็นคนไม่ดีแน่เลย .. ได้ยินมั๊ย แกคิดมากไปเอง 2 คนนี่เค้าเป็นเพื่อนกับเลดี้ยูนะ คงไม่ใช่คนไม่ดีแน่นอน ชั้นหมายถึงเราเชื่อใจพวกเขาได้แน่นอน ไหนพวกคุณลองเล่าให้ชั้นฟังสิคะ ...............



[Rydia] – ตกลงพวกคุณจะตามหากุญแจทั้ง 4 ตามตำนานใช่มั๊ยคะ ?
[Lann] – ใช่ครับ ที่เรามาที่ Babil ก็เพราะได้ยินมาว่ามีกุญแจดอกนึงอยู่ที่หุบเขาแห่งไฟ
[Rydia] – ใช่แล้วคะ แต่ กุญแจที่ว่าก็เป็นส่วนนึงของ คำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy) 
[Reynn] – คำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy)หรอ ? เดี๋ยวนะ คุณกำลังจะบอกว่าคำพยากรณ์มันมีมากกว่า 1 อันหรอคะ ? 
[Rydia] – ใช่คะ แต่ที่นี่สวนใหญ่จะใช้อันเดียวคือคำพยากรณ์สีฟ้าแห่งนภา (Azure Prophecy) ในคำพยากรณ์พูดถึงสัญลักษณ์ทั้ง 4 แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องกุญแจ ชั้นว่ามันต้องมีความหมายอะไรซ่อนอยู่อีกแน่นอน 



[พวกคลั่งลัทธิ] - Azure Prophecy มันเป็นคำสอนของพวกนอกรีต !!
[Rydia] – อย่ามายุ่ง มันไม่ใช่เรื่องของพวกคุณ !!
[พวกคลั่งลัทธิ] - คำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy) คือคำสอนหนึ่งเดียวที่แท้จริง !!
[พวกคลั่งลัทธิ] – นี่เธอเป็นผู้อัญเชิญจริงหรือเปล่าเนี้ย !! เธอควรที่จะภาวนาเพื่อนำทางไปสู่หอคอยคริสตัลมากกว่านะ 
[พวกคลั่งลัทธิ] – คำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy) คือความจริงแท้ !! ผู้เคียงข้าง Mirages จะมีหนึ่งเดียวที่ถูกเลือกให้ครอบครองกุญแจทั้ง 4 เพื่อเปิดทางเข้าสู่หอคอยคริสตัลมันจะนำทางไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้าเพื่อรับพรจากพระเจ้าให้เข้าสู่ความเป็นนิรันดร 
[พวกคลั่งลัทธิ] – มองหาให้ตายมันก็ไม่เจอหรอกสัญลักษณ์อะไรนั่น ไม่นานก็จะมีคนพบกุญแจทั้ง 4 แห่งตำนานที่แท้จริง !! 


[Rydia] – เฮ้อออ วันนี้ฟังพวกควายแดงมาทั้งวันและ 
[Tifa] – คนพวกนี้เมื่อก่อนไม่เคยใช้ความรุนแรงหรือทำผิดกฎหมายเลยนะ แล้วดูเดี๋ยวนี้สิ 
[Rydia] – พวกโง่เง่ามันจะรู้มั๊ยว่า คำพยากรณ์สีฟ้าแห่งนภา (Azure Prophecy) ถูกเขียนขึ้นโดยผู้อัญเชิญคนแรกนะ คำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy) มันมาทีหลัง ใครเขียนขึ้นก็ไม่รู้แล้วไม่มีข้อบัญญัติอะไรที่เหมือนกันด้วยซ้ำ 
[Tifa] – แล้วเหล่าผู้นำต่างก็ใช้ คำพยากรณ์ ของตัวเองทำให้ผู้คนเชื่อในแบบที่ต่างกัน 
[Rydia] – ชั้นเลยต้องมาที่นี่เพื่อพิสูจณ์ของเท็จจริงด้วยตัวเองไงละ เออ แล้วถามหน่อยนะ ทำพวกคุณถึงมาตามหากุญแจอย่างตามคำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy) ละ ?
[Reynn] – เรื่องมันเป็นแบบนี้คะ ......................




[Rydia] – แม่ของพวกคุณชื่อเหมือนกับเลดี้ Lusse Farna หรอ ? ก็เลยออกตามหา Heralds Castle เพื่อไปช่วยเธอ
[Tifa] – เข้าใจและ ถ้าพวกคุณคือคนตัวใหญ่จากเนินเขาจริงๆยังไงชะตากรรมคุณก็ต้องลิขิตให้เป็นไปตามคำพยากรณ์ไม่ทางใดก็ทางนี่แหละ 
[Reynn] – มีบางคนบอกว่าถ้าเรารวบรวม Mirages ได้มากพอ ความทรงจำเรื่องราวของครอบครัวของเราก็จะกลับมา
[Rydia] – อืมมม แบบนี้ คงมีทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้ว่าคำพยากรณ์นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เราคงต้องไปดูให้เห็นกับตา ตกลงชั้นจะร่วมทางกับพวกคุณไปที่หุบเขาแห่งไฟด้วยแล้วกัน ก็แล้วแต่ว่าพวกคุณจะอยากได้ชั้นเป็นเพื่อนหรือเปล่าอ่ะนะ ....
[Lann] – คุณหมายความว่าไงเนี้ย ?
[Rydia] – เอ่อ ช่างมันเหอะ เอาละเราพร้อมจะไปกันยัง ??
[Reynn] – พร้อมอะไร ? เรายังไม่รู้เลยว่าจะไปที่หุบเขาแห่งไฟนั่นยังไง ?
[Rydia] – ชั้นพอมีข้อมูลที่คิดไว้อยู่บ้างนะ ถึงแม้ว่าที่ Babil จะมีภูเขามากมายแต่ชั้นเชื่อว่าหุบเขาแห่งไฟตามตำนานน่าจะอยู่ภูเขาลูกที่ 7 อย่างแน่นอนคะ  



[Reynn] – เออ Rydia แล้ว ผู้อัญเชิญ (Summoner) อย่างคุณกับ Mirages Keeper แบบเรามันแตกต่างกันยังไงละ ?
[Rydia] – รู้มั๊ยว่าชั้นก็กำลังจะถามพวกคุณเหมือนกันเลยละ ฮ่าๆ ถ้าเอาตามหลักการเลยนะ ผู้อัญเชิญ (Summoner) จะสามารถทำสัญญากับ Mirages ที่จะนำมาใช้งานได้อย่างมากก็หนึ่งหรือ 2 ตัว แค่นั้น ที่เรียกพวกคุณว่า Mirages Keeper เพราะมีความพิเศษกว่า Keeper  สามารถสร้างความสัมพันธ์และฝึกฝนเหล่า Mirages ให้แข็งแกร่งขึ้นได้ แถมยังสามารถครอบครองพวก Mirages มากมายด้วย แล้วตอนนี้พวกคุณทำสัญญากับพวกมันได้เยอะรึยังละ ?
[Reynn] – ก็ยังไม่มากนะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน Tama ว่าไงดีละ ?
[Tama] – ห๊า ..เอ่อ ชั้นก็ไม่รู้อ่ะ ไม่เคยทำสัญญาอะไรมาก่อนเหมือนกัน
[Rydia] – อ้าว ชั้นนึกว่า Tama เป็นคู่หูของพวกคุณซะอีก 
[Reynn] – คู่หู หรอ ??
[Rydia] – ใช่ คู่หู อย่างเจ้ามังกรหมอกนี่ไง เป็น Mirages ตัวแรกของชั้นมันเลยเป็นคู่หูที่ยืนเคียงข้างคอยปกป้องชั้น เรียกว่าผู้พิทักษ์ก็ได้นะ 
 [Tama] – ชั้นไม่ได้รับคำสั่งมาให้ปกป้อง Lann และ Reynn อ่ะ 
[Reynn] – หรอออ ... แต่ยังไงถึงจะ Mirages Keeper หรือ Summoner ชั้นก็ว่ามันเจ๋งทั้งคู่นั่นแหละ 
[Rydia] – แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอีกมากมายนะที่ชั้นยังไม่รู้


ก่อนออกจากเมืองจะมีชาวบ้านให้เควสย่อยอยู่ 1 คนยืนอยู่ใกล้ๆ  Rydia

Miniventure : Birthday Present  
เป้าหมาย – ต้องการไอเทม Dragon Scales 3 อัน (มีอยู่แล้วตกจากมอนสเตอร์ทั่วไป)
รางวัล – Berserk Seed 



หลังทำธุระเสร็จแล้วออกจากเมือง Nibelheim แล้วเข้าไปที่ทางขึ้นภูเขาไฟที่อยู่ใกล้ได้เลย




                                                  Valley Seven


ทันทีที่ก้าวเข้ามาในเขตภูเขาไฟที่ร้อนระอุ Rydia ก็แสดงอาการไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆแต่เมื่อทุกคนเธอก็ยังคงเปลี่ยนเรื่องเพื่อเดินทางต่อทันที

** Support Skill ของ Mirages ที่จำเป็นต้องมีก็คือ
- Chill Skill ของพวก Mirages สายน้ำแข็งที่สามารถทำให้ลาวาเย็นได้
- Smash skill สำหรับทำลายก้อนหินทางขวางทาง

Mirages ในพื้นที่มีทั้งหมด 11 ชนิด เคยเจอแล้ว 6 ชนิด คือ Behemoth, Black Nakk, Blood Eye, Flammantoise, Red Dragon, Spark Dragon ส่วน Mirages ใหม่มี 5 ชนิด

-ในโซนแรก 
Mirages ที่เจอในโซนนี้คือ
1. Korrigan เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันหลับ (จะใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)



2. Bomb เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้ไฟโจมตีใส่มัน (จะใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)

-การเดินทาง เส้นทางฝั่งซ้ายของพื้นที่จะเจอ Puzzle Switch สวิตซ์ปริศนา 2 จุด โดยต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขเพื่อเปิดทางไปต่อ
จุดแรก เงื่อนไขคือ
-น้ำหนักรวมให้ได้ 4 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุไฟรวมกัน 5 หรือมากกว่า



จุดที่ 2 เงื่อนไขคือ
-น้ำหนักรวมให้ได้ 5 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุไฟรวมกัน 50 หรือมากกว่า
จะสามารถเข้าไปเก็บไอเทม Jaggejaw มาได้

-จากนั้นเดินกลับไปส่วนทางขวาของพื้นที่จะเจอ Gimme Golem กั้นทางอยู่ เอาไอเทม Jaggejaw ให้มันเพื่อเปิดทางได้เลย ใกล้ทางเข้าไปโซนที่ 2 จะมีลาวากั้นทางอยู่ ตรงนี้ต้องใช้ Support Skill Chill ทำให้ลาวามันแข็งตัวจนสามารถเดินผ่านไปเก็บไอเทมได้

-ในโซนที่ 2
ในพื้นที่จะมีทางแยกอยู่ 3 เส้นทาง ซ้าย – บน – ขวา แต่เมื่อเข้ามาที่กลางพื้นที่จะพบไฟขนาดใหญ่พุ่งออกมาปิดกั้นทางเอาไว้ ซึ่งทุกคนจะรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของ Mirages ที่ทรงพลังในพื้นที่ทำเพื่อต้องการจะขัดขวาง แต่จู่ๆ Rydia กลับร้องด้วยความหวาดกลัวจนวิ่งหนีเข้าไปในเส้นทางฝั่งซ้ายทันที ทำให้ Lann และ Reynn ต้องรีบตามไปช่วยเธอ

-ในโซนที่ 3
Mirages ที่เจอในโซนนี้คือ
1. Cocadrille เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันติดพิษ (จะใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)





2. Lead Gnome เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้คาถา Shell กับมัน (จะใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)

-การเดินทาง ด้านซ้ายบนของพื้นที่จะมีผลึก Murkrift ด้านในจะเจอกับ Memecoleous LV30 เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันติดพิษ (จะใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)


-ผ่านผลึก Murkrift ขึ้นไปจะเจอ เจอ Puzzle Switch สวิตซ์ปริศนา โดยต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขเพื่อเปิดทางไปต่อคือ
-น้ำหนักรวมให้ได้ 12 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุไฟรวมกัน 150 หรือมากกว่า



เมื่อแก้ปริศนาได้ก็จะเปิดทางเข้าไปยังส่วนลับเจอกับ Phoenix เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ เติมพลังมันให้เยอะที่สุดในหนึ่งครั้ง (โจมตีมันจนใกล้ตายแล้วใช้ Elixir เติมพลังให้มันจนเต็ม)

-เข้าไปด้านในจะพบ Rydia กำลังจะถูก Bomb เข้าทำร้าย Lann และ Reynn จึงรีบเข้าไปช่วยทันที โดยต้องสู้กับ Bomb 6 ตัว ถ้าเลเวลต่ำอาจลำบากเพราะพวกมันจะระเบิดตัวเองก่อนตายทุกครั้ง


เมื่อจัดการ Bomb จนหมด เหลือตัวสุดท้ายที่กำลังจะกระเด็นไปหา Rydia จนเจ้ามังกรหมอก Misty คู่หู่เธอเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน ก็จะสามารถช่วย Rydia แต่ก็จะรู้ความจริงบางอย่างที่เอเก็บซ่อนเอาไว้มาตลอด


[Reynn] – จริงๆแล้วชั้นเกลียดและกลัวไฟมากๆ เพราะนานมาแล้วตอนที่พวก Bahamut เข้าโจมตีหมู่บ้านของชั้น บ้านชั้นถูกไฟไหม้ ชั้นอยู่ในบ้านตอนนั้น อยู่คนเดียว แล้วชั้นก็ ...ฮือๆๆ
[Lann] – อ้าวแล้วเธอจะเข้ามาที่ภูเขาไฟนี่ทำไมละ ?
[Rydia] – ก็พวกคุณขอให้ช่วยไม่ใช่หรอละ ? แล้วอีกอย่าง ชั้นก็อยากจะเอาชนะความกลัวของชั้นเองด้วย แต่ มันกลับทำไม่ได้ มันมีไฟเยอะกันไป 
[Reynn] – ชั้นว่าเธอทำดีมากเลยนะ เจ้า Bomb เมื่อกี้เธอก็จัดการมันได้ตูมเดียวเลย 



[Lann] – ใช่ เธอเจ๋งจะตายไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนะ ไฟจะทำอะไรเธอได้ละ ถ้ามันมาก็เป่าให้ดับไปเล๊ย !!
[Reynn] – เป่าให้ดับไปเล๊ย หรอ ? คิดได้ไง เธอไม่ได้กลัวเทียนวันเกิดนะ !
[Lann] – เอาไม่ใช่หรอ ? งั้นก็เอางี้ บางทีพวกเราจะเชียร์เธอเอ๊งงงง !!
[Reynn] – ทำได้แค่ เชียร์เธอเนี้ยนะ ??
[Rydia] – อะ ฮ่าๆๆ เธอนี่มันแปลกประหลาดจริงๆ ฮ่าๆ
[Lann] – ไม่ใช่ซักกหน่อยย !!
[Rydia] – อะ ฮ่าๆๆ เอาละ ไปกันเถอะ 
[Lann] – ไม่เป็นไรหรอก กลับบ้านเถอะ เธอไม่ต้องพิสูจน์อะไรหรอก ถ้าเราเข้าไปเจออะไรเราจะบอกเธอเองนะ 
[Rydia] – จริงหรอ แล้วจะผ่านกำแพงไฟนั่นยังไงละ ? เอางี้นะชั้นจะจัดการไฟที่ขวางทางนั่นก่อนแล้วถึงจะกลับ ไปกันได้แล้ว


-เดินย้อนกลับไปที่โซนที่ 2 ตรงกำแพงไฟ Rydia ก็จะใช้พลังทั้งหมดของเธอเรียก Misty ออกมาเพื่อพ่นความเย็นทำให้ไฟหายไปในทันที


[Lann] – เป็นอะไรรึเปล่า Rydia ??
[Rydia] – ไม่เป็นไร แค่หมดพลังนิดหน่อย แต่ก็ได้ผล เอาละชั้นคงต้องกลับเมืองก่อนนะ เบื่อที่จะหนีแล้ว
[Reynn] – เดินทางปลอดภัยนะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจ๊ะ 

ตอนนี้สามารถผ่านส่วนกลางของโซนที่ 2 ได้แล้วเก็บไอเทมให้หมดแล้วเข้าไปที่โซนที่ 4 ได้เลย เข้ามาที่จุดเซฟเตรียมตัวให้พร้อมแล้วขึ้นไปด้านบนเนินของถ้ำจะพบกุญแจแห่งไฟลอยอยู่



แต่เมื่อเข้าไปหยิบเจ้า Bomb ขนาดใหญ่ก็เข้ามากินกุญแจเข้าไปแล้วเข้าโจมตีทันที จัดการ King Bomb ซะ ต้านทานไฟ 200 % เต็มแต่แพ้น้ำ 75 % เมื่อจัดการมันลงได้ก็จะได้ Arma Gem มาถึง 6 อันเลย


[Lann] – นี่ไงละ Key of Flames อย่างที่คำทำนายว่าไว้ไม่มีผิดเลย
[Reynn] – คงงั้นมั้ง ...
[Lann] – อ้าว เป็นอะไรเนี้ย เหมือนเธอจะไม่ดีใจเลยนะ ทำไมละ ?
[Reynn] – เปล่า ชั้นก็แค่ ...

จู่ ถ้ำก็สะเทือนเลื่อนลั่นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่มังกรตัวใหญ่จะปรากฎกายขึ้นมาแล้วเรียกน้ำถาโถมเข้ามาพัดร่างของ Lann และ Reynn หายไปในพริบตา 


      

    

             ..... ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของคนลึกลับคนนึงที่เป็นผู้กระทำ .......... 


      




                                Chapter 12 – Ribbit Jiggle Panic 



           
[Lann] – ทำไมโดนแบบนี้อีกแล้วฟ่ะเนี้ย !! ที่ไหนอีกละคราวนี้ 
[Reynn] – ชั้นว่าเราคงไม่ได้อยู่แถว Nibelheim แล้วละ น่าจะมาไกลเลย 


เมื่อตั้งสติกันได้แล้ว ในขณะที่เดินเข้ามาในหนองน้ำ Lann และ Reynn ก็เจอกบประหลาดตัวนึงนั่งบนโขดหิน มันพยายามสื่อสารบางอย่างด้วยภาษากบที่ไม่มีใครจะเข้าใจ


กบ – อ๊บๆ อ๊บๆๆๆๆๆ 
[Reynn] – นี่มันกบอะไรกันเนี้ย 
[Lann] – มันใช่ Mirages หรือเปล่าเนี้ย ? ทำท่าทางแปลกๆ 
กบ – อ๊บๆ อ๊บๆๆๆๆๆ อ๊บๆๆ !!
[Tama] – อ๊บๆ อ๊บๆๆๆๆๆ
กบ – อ๊บ !! อ๊บๆ อ๊บๆๆๆๆๆ อ๊บๆๆ
[Lann] – ห๊ะ พูดภาษากบได้ด้วยหรอ Tama ?
[Tama] – ได้ ดิ๊ ฟังสำเนียงเขาดีๆสิ ชั้นว่าเขาเป็นกบที่โดนสาปมานะ 
[Reynn] – กบนี่เป็นคนหรอ ? 
[Lann] – แล้วไอ้ อ๊บๆ นี่มันมีสำเนียงด้วยเรอะ ?
[Tama] – เดี๋ยวถามต่อก่อน …. อ๊บๆ อ๊บๆๆๆๆๆ
กบ – อ๊บๆ อ๊บๆๆๆๆๆ อ๊บๆๆ !!



[Tama] – เขาบอกว่ากบสีทองที่อยู่ในหนองน้ำใกล้ๆนั่นเป็นคนสาปเขาอ่ะ 
[Lann] – อ่อ งั้นเราก็ไปจัดการมันเลยดิ
[Tama] – แน่นอน แต่อย่าลืมว่าต้องจับมันมาด้วยนะ  
[Lann] – ได้เลย พวกเราลุยกัน !!
[Reynn] – ระวังด้วยละ อย่าไปโดนคำสาปมันเข้าละ 
[Lann] – เอ๊า !! แล้วนี่จะมาช่วยกันสู้เรอะ ?
[Reynn] – แหม่ สู้กับกบมันคงไม่ game over หรอกมั้ง ใช่มั๊ย ?
[Lann] –  อะ เออๆ …


จากนั้น Lann ก็ต้องสู้กับเจ้ากบ Luck Toad คนเดียว ซึ่งก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร จัดการได้ไม่ยาก แต่อย่าลืมจำตัวมันมาด้วยละ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันยอมแพ้ HP เหลือน้อยที่สุด หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย


เมื่อจับตัว Luck Toad มาได้ทุกคนก็เอามันมาร่ายเวทย์ถอนคำสาปให้กับกบประหลาดจนได้ ชายรูปเกือบงามที่ชื่อ Snow ออกมา


[Snow] –  วู้วววว  ฮ่า !! ดูสิใครกลับมา !! พวกนายอุตสาห์พยายามช่วยอย่างเต็มที่ ขอบคุณมากเลยนะ โอ้ ผมชื่อ Snow ผมมาเพื่ออัดขาใหญ่ที่อยู่ในบึงนี้ จนมาเจอไอ้กบสีทองเหลืองอร่ามสุดเท่นั่น จริงๆก็เจอมาเยอะ แต่ก็นะคนเรามันก็พลาดกันได้ ไอ้ตอนโดนสาปเป็นกบนี่ก็คิดมากนะ นี่เราต้องกินแมลงวันแล้วนั่งบนใบบัวตลอดชีวิตหรือไงฟ่ะ จนพวกนายผ่านมาช่วยชั้นนี่แหละ วู้ พวกนายนี่โคตรเจ๋งเลยวะ ฮ่าๆ
 [Lann] –  ผมก็ไม่รู้นะว่าอะไรยังไง แต่ทำให้คุณมีความสุขผมก็ดีใจแล้วละ
[Tama] –โห ไม่เคยได้ยิน Lann พูดได้ดีแบบนี้มาก่อนเลยนะเนี้ย
 [Snow] –   แล้วพวกนายมาจากไหนกันอ่ะ แล้วมาทำไมที่นี่ ? 
[Reynn] – อืมมม เรื่องทั้งหมดมันเป็นอย่างงี้คะ …………….



[Snow] –  พวกนายบอกว่าโดนน้ำวนดูดมาจาก Nibelheim อ่ะนะ ?
ว้าว นี่นึกว่าผมเจอมาหนักแล้วนะเนี้ย ฮ่าๆ ผมหมายถึง Nibelheim นี่มันอยู่ทวีปด้านบนเลยนะ รอดกันมาได้ไงเนี้ย 
[Tama] – เรื่องของเรื่องคือตอนนี้เราติดอยู่ที่นี่ อยากจะหาทางออกไปจากนี่อ่ะ
[Lann] –  โอเค แล้วตกลง คุณออกจากที่นี่ยังไงอ่ะ Snow 
[Snow] – แบบนี้ไงละ !!!




[Lann] – โว้ !!! โคตรเจ๋งเลย 
[Reynn] – เดี๋ยวนะ คุณเป็น Summoner หรอคะ ?



[Snow] – ก็อยากจะบอกว่าเคยเป็นอะนะ ..แต่ไม่อ่ะ จริงๆแล้วคำว่า Summoner นี่มันตลกมากสำหรับคนอย่างผมจริงๆนะ  แต่ก็ช่างเหอะนะ ต่อไปพวกนายเอาไงต่อละ เปิดทางออกให้แล้วเนี้ย จะทำไงก็ตามสบายนะ 
[Reynn] – แล้วนายละ จะอยู่นี่ตามอัดขาใหญ่อะไรนั่นต่อหรอ หรือยังไง
[Snow] – รู้มั๊ย จะว่าไปผมก็ไม่ควรจะมาจากไกลจากที่ผมมาเท่าไหร่หรอกนะ แต่ผมกับ Jiggles มีอะไรธุระบางอย่างที่ต้องเคลียร์นิดหน่อยนะ
[Lann] –  จัดการกับ Mirages หรอ ? งั้นให้พวกเราช่วยนะ 
[Reynn] – ยังไงพวกเราก็จะได้ตามจับ Mirages ในพื้นที่นี้ด้วย บางทีเราอาจจะช่วยคุณอัดเจ้าขาใหญ่อะไรของคุณนั่นด้วยไง
[Snow] – จริงดิ อ่า งั้นก็เจ๋งเลย พวกเราเป็นทีมเดียวกันแล้ว ไอ้เจ้าขาใหญ่นั่นโดนอัดแน่นอน ฮ่าๆ 



                                           The Windswept Mire


Mirages ในพื้นที่มีทั้งหมด 8 ชนิด เคยเจอแล้ว 2 ชนิด คือ Mini Flanและ ส่วน Mirages ใหม่มี 6 ชนิด

-ในโซนแรก จะเป็นโซนที่มีเหตุการณ์เจอกับ Snow ซึ่งจะสามารถจับ Lucky Toad ได้ตามเนื้อเรื่อง


เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันยอมแพ้ HP เหลือน้อยที่สุด หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย

- ในโซนที่ 2
Mirages ที่เจอในโซนนี้คือ
1. Flan เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันยอมแพ้ HP เหลือน้อยที่สุด หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย



2. Water Toad (ร่างแรกของ Lucky Toad) เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันเกิดอาการ Berserk (จะใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)



3. Malboro เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้ตัวมันเกิดความผิดปกติทางสเตตัส ตาบอด เป็นใบ Slow หรืออะไรก็ได้ (จะใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)


มุมซ้ายบนจะมี Puzzle Switch สวิตซ์ปริศนาที่ต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขคือ


-น้ำหนักรวมให้ได้ 14 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุดินรวมกัน 25 หรือมากกว่า
จะทำให้น้ำลดแล้วมีทางเข้าไปต่อยังส่วนรับของบึง ด้านในจะเจอกับ Rare Mirages Malboro Menace กับ Flan Princess


ก่อนอื่นต้องโจมตีมันให้มันแยกกันให้ได้ก่อน แต่ 2 ตัวนี้คือร้ายทั้งคู่ Flan Princess นี่ใช้ Berserk หมู่ ส่วน Malboro Menace ก็รู้ๆกันอยู่ติดความผิดปกติทุกสถานะพร้อมกัน



Malboro Menace เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้ตัวมันเกิดความผิดปกติทางสเตตัส แต่เจ้านี่จะป้องกันไว้หมดยกเว้น Slow ให้ใช้เวทย์ Slow กับมัน
Flan Princess เงื่อนไขการจับมันนั้นเลวร้ายสุดๆ เพราะต้องทำให้ทุกคนในปาร์ตี้ตายหมดเหลือแค่คนเดียวมันถึงจะเกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับ แต่ มีถ้าเลือกอีกทางคือจัดการมันแบบปกติก็จะได้


Flan Princess Memento มา จากนั้นก็เลี้ยง Flan จนถึงจุดที่เปลี่ยนร่างก็จะสามารถใช้ Flan Princess Memento เปลี่ยนร่างเป็น Flan Princess ได้ ซึ่งง่ายกว่าเยอะเลย

ผ่านจุดเซฟเข้าไปที่บึงด้านใน จะพบกับเจ้าขาใหญ่คู่อริของ Snow



[Lann] –  เฮ้ยย ตัวมันใหญ่จังฟ่ะ !! 
[Reynn] – อะ ฮ่าๆๆๆ แล้วที่ว่าจะมาเตะตูดมันเนี้ย ตกลงส่วนไหนละที่เรียกว่าตูดอ่ะ
[Snow] – ก็ทั้งหมดนี่แหละที่เรียกว่าตูดน่ะ !!!!



จัดการ Boss – Golden Flan จำมันไม่ได้ฆ่าได้ตามสะดวกได้เลย



 [Lann] – ที่เราชนะมันแล้วหรอ ทำไมไม่รู้สึกเหมือนชนะเลยอ่ะ
[Reynn] – ชั้นรู้ อาจเพราะเราแค่มาช่วยแก้เผ็ดไอ้ตัวนี้เพื่อเอามันส์แค่นั้ละมั้ง
[Snow] – ชั้นว่ายังอัดมันไม่สะใจด้วยซ้ำนะ
[Reynn] – ยังไม่หายแค้นอีกหรอไง ถามจริงๆนะ Snow นายไปแค้นอะไรมันหนักหนาอ่ะบอกหน่อย ?
[Snow] – มันมีแต่จะมากขึ้นมากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะมันเคยโจมตีหมู่บ้านของผมจนยับเยินเลย แล้วควรจะต้องดีกับมันด้วยหรอ อัดให้สาแกใจให้จำไปนานน่าจะดีกว่า เอาละ ยังไงก็ขอบคุณนะที่ช่วย วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว แล้วก็ ผ่านบึงนั่นไปอีกหน่อยคือทางออกจากที่นี่นะ พื้นที่จะกันดารกว่านี้เยอะเลย เดินทางปลอดภัยละ โอเค !! ไปละ บางทีเราอาจเจอกันอีกก็ได้นะซักวันนึง !





** ปลดล็อก Champion Medal ของ Snow ที่ห้องดื่มชาของเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ ** 


- ในโซนที่ 3 ใกล้ทางออกจากบึงไปเขตทะเลทรายจะมี Mirages ในพื้นที่อีก 1 ตัว
1.Nut Eater เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ บัฟสเตตัสให้มัน (ใช้ Shell ใส่มันก็ได้)



-เสร็จแล้วก็ออกจากเขตบึงเข้าเขตทะเลทรายได้เลย



                                Chapter 13 – Castle in the Desert



                                               เขตทะเลทราย 


ทันทีที่ Lann และ Reynn เดินทางผ่านเขตบึงมาก็จะเข้าสู่เขตทะเลทรายที่ร้อนระอุ และสถานที่แรกที่ทั้งคู่พบกับคือ กองคาราวานที่พักกลางทะเลทราย ทั้งคู่จึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปหลบร้อนทันที ที่หน้าทางเข้าคาราวานจะมีชาวบ้านที่มีภารกิจย่อยให้ทำอยู่ด้วย


                              Miniventure : Taking Care of Bizzy – izzyness – I

ต้องการ – Dragon wing 3 อัน
รางวัลคือ Aerora Seed 



                             Miniventure : Taking Care of Bizzy – izzyness – II

ต้องการ – Healing springs  2 อัน
รางวัลคือ Regen Seed 



                                      กองคาราวาน ที่พักกลางทาง .....




[Reynn] – โทษทีนะคะจะว่าไรมั๊ยถ้าเราจะขอพักซักหน่อยอ่ะ
[พ่อค้าในกองคาราวาน] – แน่นอน ได้สิ อยากพักนานแค่ไหนก็ได้เลย แต่ หืมมม ดูพวกเธอแต่ตัวแล้วไม่น่าจะรอดกลางทะเลทรายแน่เลยเนี้ย เดี๋ยวนะ ...เอ้า เอานี่ไปใช้ ครีมกันแดด ลองไปทากันเองนะ 
[Lann] – ว้าวววว ปกป้องอย่างมั่นใจ ฮ่าๆๆ 
[Reynn] – อ่อ ขอบคุณมากคะ 
[พ่อค้าในกองคาราวาน] – อืมมม ....................

ที่กองคาราวานจะมีประตูมิติกลับไปที่เมืองเพื่อเตรียมตัว จากนั้นขึ้นเหนือจากกองคาราวาน ฝั่งซ้ายจะมีพายุทรายไม่สามารถผ่านได้ มุ่งหน้าเข้าที่ฝั่งขวา The Phantom Sands




                                                 The Phantom Sands

Mirages ในพื้นที่มีทั้งหมด 7 ชนิด เคยเจอแล้ว 4 ชนิด ส่วน Mirages ใหม่มี 3 ชนิด

-ในโซนแรก Mirages ในพื้นที่จะเป็นของเดิมทั้งหมด เส้นทางภูเขาทะเลทรายนี้จะเป็นเส้นทางวน ให้กดดูแผนที่ดูจะเห็นเส้นโยงไปที่พื้นที่ต่อไปก็ให้ออกตามเส้นโยงนั้น เส้นทางกลางล่างเข้าไปเก็บ Raise Seed ที่กล่องสมบัติปากหลุม ส่วนเส้นทางเข้า ซ้าย – ขวาด้านบน ออกทางไหนก็ได้เพื่อเข้าสู่โซนที่ 2

- โซนที่ 2 
Mirages ที่เจอในโซนนี้คือ
1. Sandicore เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ จัดการศัตรูในกลุ่มให้หมดให้เหลือมันเป็นตัวสุดท้าย


2. Cactuar เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันเกิดอาการ Slow (ด้วยเวทย์มนต์หรือไอเทมก็ได้)


** ถ้ากำจัด Cactuar ครบ 3 ตัวก็จะเคลียร์ Miniventure : Needle for speedle ได้ด้วย ** แต่ Cactuar นั้นจะเจอยากมากแต่จะหนีได้อย่างเร็วมากและที่สำคัญมันให้ค่า Exp มากถึง 10000 ด้วย

ทางออกจะมีสองทาง ซ้าย – ขวา ให้ออกทางฝั่งซ้ายเพื่อไปยังโซนที่ 3 ต่อ

- โซนที่ 3 
Mirages ที่เจอในโซนนี้คือ
1. Memecoleous เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันติดพิษ (ด้วยเวทย์มนต์หรือไอเทมก็ได้)


ในโซนที่ 3 จะมีช่องตรงกลางลางที่เข้าไปแล้วจะเจอปากหลุมเหมือนทุกโซน แต่ โซนนี้สามารถโดดลงไปด้านล่างได้ ซึ่งจะเจอ Rare Mirages ที่ซ่อนอยู่ในถ้ำลับ



2. Sphinx  เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมัน 1 ครั้งให้ได้ค่าความเสียหายสูงที่สุด ทริคคือ มันแพ้ธาตุน้ำ ให้ใช้เวทย์เลเวลสูงๆโจมตีมัน จัดการได้แล้วเก็บ Sphinx Memento



ทางออกโซนนี้จะมีสองทาง ซ้าย – ขวา ให้ออกทางฝั่งขวาเพื่อไปยังโซนที่ 4 ต่อ

- โซนที่ 4 
ออกมาจะเจอจุดเซฟและทางออกของทะเลทราย ผ่านจุดเซฟเข้าไปที่ทางออกของทะเลทรายจะพบกับ Boss Sand Worm 


หลังจากจัดการหนอนทะเลทรายได้แล้ว Lann และ Reynn ก็กำลังเดินออกจากพื้นที่อย่างชะล่าใจ ก่อนที่เสียงของหญิงปริศนาสุดห้าวจะตะโกนออกมา ...

[????] – อยากตายกันนักรึไง ? !!!



[Lann] – เฮ้ยย มันยังไม่ตายยยย !! 
[Reynn] – ว๊ายยยย !!!




[????] – แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ .... เดี๋ยวชั้นจัดการให้เอง ..

ก่อนที่หญิงปริศนาที่โผล่เข้ามาช่วยที่เร็วดุจฟ้าผ่าก็ฟาดใส่เจ้าหนอนทะเลทรายจนตายในกระบวนท่าเดียว ..!!



[Reynn] – ชั้นไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ขอบคุณจริงๆคะ 
[Lightning] – ช่วยได้แค่แปบเดียวเท่านั้นแหละ ยิ่งอยู่ที่นานเท่าไหร่ชีวิตจะยิ่งสั้นลงเท่านั้น มาเถอะรีบหนีมาทางนี้ !!



[Lightning] – จริงๆชั้นแปลกใจนะที่เห็นคนตัวใหญ่จากเนินเขาในตำนานเกือบเอาชีวิตไม่รอดในทะเลทรายเนี้ย 
[Lann] – โอ้ ฮ่าๆ รู้จักพวกเราด้วยหรอเนี้ย
[Reynn] – ทำไมนายต้องดีใจขนาดนั้นด้วย เชื่อชั้นสิเราไม่ต้องการชื่อเสียงนี้หรอกน่า 
[Lightning] – ไหนลองเล่าเรื่องที่ชั้นสมควรรู้มาสิ ..
[Lightning] – กุญแจทั้ง 4 ในคำทำนายหรอ ? น่าสนใจ มันอธิบายอะไรถึงอะไรบางอย่าง
[Reynn] – คุณรู้เรื่องกุญแจพวกนี้ด้วยหรอ เหมือนจะรู้เยอะด้วย ลองเล่าให้พวกฟังให้เราฟังให้มากกว่านี้หน่อยสิคะ 



[Lightning] – ถ้าจำไม่ผิดนะกุญแจทั้ง 4 ประกอบด้วย ดิน ไฟ น้ำ และ ความมืด 
[Lann] – แล้วเธอพอจะรู้มั๊ยว่ากุญแจที่ว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน ? 
[Lightning] – หึ ...
[Reynn] – มีอะไรรึเปล่าคะ ?
[Lightning] – อ่อ โทษที ชั้นไม่รู้หรอก ว่ากุญแจพวกนั้นซ่อนอยู่ที่ไหน แต่ว่า ..




[ชาวบ้าน] – เรื่องนั้นชั้นพอรู้ .. กุญแจแห่งดิน อยู่ที่ต้นกำเนิดแห่งแสงแห่ง Mako  กุญแจแห่งน้ำ อยู่ที่วิหารที่ลึกที่สุด กุญแจแห่งความมืด อยู่ที่ดินแดนแห่งความสิ้นหวังที่แม้ยามค่ำคืนก็ไม่อาจมืดมิด 
[Lightning] – เดี๋ยวนะ !! ที่พูดมานั่นมาจากคำทำนาย Crimson Prophecy ใช่มั๊ย ? เหมือนจะมีบางถอยคำที่ขาดหายไปนะ 
[ชาวบ้าน] – ใช่ คุณรู้เยอะเหมือนกันนะคุณนักท่องเที่ยว 
[Reynn] – อ่อ ขอเวลานอกคะ อะไรคือ บางถอยคำที่ขาดหาย นี่มันคืออะไรหรอคะ ?



[Lightning] – เค้าพูดถึงส่วนของคำทำนายดั่งเดิม ที่ไม่ได้กล่าวถึงบทที่เพิ่มเติมมาใหม่ในภายหลัง แต่สำคัญคือเธอไปอ่านมาจากไหนหรอ ?
[ชาวบ้าน] – โอ้ ชั้นไม่ได้อ่านเองหรอก ชั้นได้ยินมาจากใครคนนึงอ่ะคะ
[Lann] – แล้วปราสาทของพวกบาฮามุทละ คุณพอรู้เรื่องบ้างมั๊ย ? 
[Reynn] – นายนี่ก็เนอะ แล้วเธอจะไปรู้ได้ไงละ ? 
[ชาวบ้าน] – ชั้นไม่รู้หรอก แต่มันก็มีที่มีพูดต่อๆกันมาอยู่เหมือนกัน 
[Lann] – จริงดิ !!!
[ชาวบ้าน] – มันเป็นแค่ข่าวลือ แต่ว่า .. พวกเขาว่ากันว่า ปราสาทที่คุณตามหา อยู่ในอณาเขตปกครองของ Heralds เป็นส่วนนึงของหอคอยคริสตัล ที่อยู่อีกฝากนึงซึ่งเป็นอณาเขตของพระเจ้า 
[Reynn] – Heralds .. ตอนนี้ที่เป็นราชาของพวกบาฮามุท
[Lann] – คือถ้าเราเก็บกุญแจทั้ง 4 มาจนครบมันจะสามารถเปิดไปสู่หอคอยคริศตัลได้ ชั้นเข้าใจถูกใช่ป่ะ ?
[Reynn] – ที่ฟังมาก็น่าจะประมาณนั้นอ่ะนะ
[Lightning] – หึหึ .....................
[Lann] – ฮ้าวววว . ยิ่งวิเคราะห์มากยิ่งเกิดความง่วง ..
[Reynn] – อย่ามาทำง่วงนะ นายทำชั้นง่วงตามไปด้วยเลยเนี้ย 



จนถึงรุ่งเช้า ในขณะที่ Lann และ Reynn ยังไม่ทันได้ตื่นจากความเหนื่อยล้า โซ่ขนาดใหญ่ก็เริ่มสั่นใหม่ก่อนจะดึงปราสาทขนาดใหญ่ให้พ้นออกมาจากพื้นทราย





[Reynn] – โซ่นั่น !!





[Lann] – พวก สหพันธรัฐ มันมาทำอะไรแถวนี้เนี้ย !! แล้ว ทำไมร่างกายมันถึงอยู่ๆก็หมดแรงไปหมดเลยเนี้ย !!





แม้แต่ Lightning ที่พยายามจะเข้าไปจัดการกับพวกศัตรูที่โผล่มาก็กลับถูกอัศวินขนนกสวนกลับจนสลบไปทันที ..!!





[Edgar] – เฮ้ ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน สนไอ้พวกนี้อย่างเดียวพอ 
[Plumed Knight] – เหอะ ไร้สาระ !!



[Lann] – ไอ้อัศวินนั่นมันใครกัน !
[Reynn] – พวกสหพันธ์รัฐอ่ะสิจะใครละ 
[Edgar] – ข้าเชื่อว่าพวกข้าจัดการทุกอย่างมาดีนะ เจ้าคนตัวใหญ่จะว่านอนสอนง่ายเข้าร่วมได้อย่างง่ายดาย  
[Reynn] – เข้าร่วมงั้นหรอ ? ฟังดูหยาบคายกับชั้นมากเลยนะ !!
[Edgar] – โอ้ พวกแกอาจจะตัวใหญ่ แต่ในความเห็นของข้านะ 
ชั้นสนใจแต่คนที่ใหญ่จริงแค่นั้นแหละ 



[Lann] – งั้นหรอ ? ไม่มีใครกล้าดูพี่ชั้นขนาดนี่มาก่อนเลยนะเว้ย !! เจอพลังของ Keeper หน่อย ....อ๊ากกกกกกก !!!

   

[Reynn] – Lann !! เป็นอะไรไป .... อ๊ากกกก !!
[Edgar] – จำไว้นะ ถ้าพวกแกไม่แน่จริงก็อย่าคิดไปดิ้นรนต่อสู้เลยวะ 



[Lann] – นี่มันเกิดบ้าอะไรกันแน่เนี้ย พลังของเราหายไปไหน ??
[Reynn] – ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน !
[Lann] – อั๊กกกก !!!


** หลังจากจบเหตุการณ์ที่บังคับตามเนื้อเรื่องแล้ว **  เมื่อกลับมาที่ Phantom Desert อีกครั้งก็จะมี Sand Worm เพิ่มเข้ามาให้จับตัวด้วย เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้ท่าเค๊าท์เตอร์การโจมตีด้วยเวทย์ธาตุต่างๆใส่มัน (ผมใช้น้ำแข็ง)






และในพื้นที่สุดทางในจุดที่เคยเจอบอส Sand Worm ก็จะมี ผลึก Murkrift อยู่ด้านในมี Chrome Giant ให้จับด้วย เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ หลบการโจมตีมันแล้วสวนกลับ (Evade attack) ตัวที่สามารถทำได้คือ Sphinx แต่ถ้าขี้เกียจก็เอา Lead Gnome ไปเลี้ยงให้โตจนเปลี่ยนร่างแทนก็ได้ **


** ปลดล็อก Champion Medal ของ Lightning ที่ห้องดื่มชาของเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ **



                                                    Chapter 14: Lost Power



                                                     Underground Prison




[Lann] – พี่ เป็นอะไรหรือเปล่า ?
[Reynn] – คิดว่าไม่นะ แล้วนายละ 
[Lann] – ผมไม่เป็นไร ยกเว้นแต่ ..อ๊ากก !!  ว่าแต่ ที่นี่มันที่ไหนกันฟ่ะ !!


[Reynn] – โทษนะคะ คุณรู้มั๊ยว่าเราอยู่ที่ไหน ?
[นักโทษ] – หืมม Jiants หรอ ? ต้องถามว่า ทำไมพวกนายถึงโดนโยนเข้ามาที่นี่ได้มากกว่า ..ที่นี่คือคุกไง อยู่ใต้ปราสาทของ Figaro พวกมันเรียกว่าคุก แต่จริงๆมันที่ประหารมากกว่า 
[Lann] – คุกหรอ !!
[Reynn] – งั้นมันก็น่าจะมีทางหนีได้บ้างแหละน่า



[นักโทษ] – โอ้ หรอ คิดดีแต่ลืมไปได้เลย สังเกตดีๆจะเห็นว่าไม่มีผู้คุมที่เป็นคนเลย ที่นี่มันใช้หุ่นยนต์ Sentient Machines เป็นตัวไล่ล่าสังหารนักโทษที่คิดจะหนี รอดได้ก็ถือว่าปาฎิหารแล้วละ !
[Lann] – Sentient Machines หรอ ? พวกมันไม่ใช่ Mirages รึไง 
[นักโทษ] – นักโทษอย่างชั้นจะรู้อะไรมากหรอก แต่เท่าที่เห็น ไม่มี ตั้งแต่ราชา Figaro เริ่มมีปัญหาเมื่อปีที่แล้วเขาเลยตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเอกชน พวกบริษัท shinra จนพวกหุ่นยนต์ของ shinra เริ่มโจมตีผู้คนของที่นี่ เหมือนมันจะมีความคิดของตัวเอง สุดท้าย ที่นี่ก็ถูกยึดโดยพวกหุ่นยนต์และไม่มีใครเข้ามาอีก นอกจากคนที่กระทำผิดต่อ ราชา Figaro ก็จะถูกนำมาปล่อยให้เน่าตายที่นี่ 

-ตอนนี้ทั้ง Reynn และ Lann จะไม่สามารถใช้พลังของ Keeper ในการควบคุมหรือใช้ Mirages ได้เลย การโจมตีจะไม่มีทั้ง Skill หรือพลังพิเศษใดๆนอกจากโจมตีปกติและการใช้ไอเทมเท่านั้น จากนั้นเตรียมตัวซื้อไอเทมต่างๆที่จำเป็นจากนักโทษในคุกเพื่อเตรียมลุยเพื่อหนีออกจากที่นี่ได้เลย


[Lann] – อ๊ากก !! ชั้นก็ยังใช้พลังไม่ได้อยู่ดี นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเราแน่เนี้ย Tama แกพอรู้มั๊ย ?  ห๊า เฮ้ Tama ทำไมไม่ตอบละ 
[Reynn] – Tama อยู่ที่ไหน ? ตอบด้วยสิ ... นี่เราสูญเสียพลังของ keeper จริงๆหรอเนี้ย ? 
[Lann] – โธ่ ไม่เอาน่า มันก็แค่ ..... บ้าจริง !!
[Reynn] – นายพอจะมีไอเดียอะไรดีๆมั๊ยเนี้ย ?
[Lann] – ไอเดียอะไร ประตูซักบานยังไม่เห็นเลย ! แต่ยังไงเราก็จะออกจากที่นี่ให้ได้ 
[Reynn] – แน่นอน ! แต่ ถ้าเราไม่มี Tama เราได้ตายที่นี่แน่นอน 
[Lann] – ไม่เอาน่า ! เราไม่ตาย ..... 



ในขณะที่กำลังคุยกับเพื่อหาทางออกจากที่นี่โดยไร้พลังและที่ปรึกษาอย่าง Tama หุ่น Magitek Armor ก็โผล่ออกมาโจมตีโดย Reynn และ Lann ไม่ทันได้ตั้งตัว


Boss Magitek Armor และ Searcher ถ้าเจอในแบบปกติก็จะไม่มีอะไรยากมากมายแต่การต่อสู้ตอนนี้จะไม่สามารถใช้พลังของ Keeper ในการควบคุมหรือใช้ Mirages ได้เลย การโจมตีจะไม่มีทั้ง Skill หรือพลังพิเศษใดๆนอกจากโจมตีปกติและการใช้ไอเทมเท่านั้น จึงต้องพยายามจัดการศัตรูไปทีละตัวสลับกับการใช้ไอเทมเติม HP เอาจนกว่าจะเอาชนะได้ แต่ในความเป็นจริง Reynn และ Lann จะไม่สามารถจัดการหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยพวกนี้ได้เลย



[Lann] – ให้ตายเหอะ เราทำอะไรมันไม่ได้เลยจริงๆหรอวะเนี้ย ? ห๊ะ !!
[?????] –  พลังสายฟ้า !!!!!!!!!!



[Squall] –  พวกนายคือคนตัวใหญ่จากเนินเขาใช่มั๊ย ? หือ พวกนายไหวมั๊ยเนี้ย ?
[Reynn] – อ่อ เอ่อ คะๆ เราโอเค ขอบคุณมากคะ 
[Lann] – ผะ ผมก็โอเค แต่ก็เกือบไปเหมือนกันนะ !
[Squall] –  ไม่เกือบหรอกน่า ผมชื่อ Squall นะ .. เอานี่ไปใช้ซะ 




[Reynn] – กล่องอะไรอ่ะ ?
[Squall] –  มันคือ eldbox หรือพูดง่ายก็คือ ไอเทมที่พวกนายใช้ในการจับ Mirages ที่พัฒนาขึ้น 
[Reynn] – คุณหมายถึงมันคือ Prismariums หรอ ?
[Squall] –  เออ ก็ตามที่พวกคุณเรียกนั่นแหละ คุณจะเรียกมันว่า Prismariums ก็ได้ ที่ต่างกันก็แค่ มันใช้จับพวกหุ่นยนต์ไม่ใช่ Mirages ลองกับเจ้าหุ่น Magitek Armor นี่ก็ได้ 



[Lann] – ว้าว โคตรเจ๋งอ่ะ 
[Reynn] – Squall ตกลงคุณเป็นพวกไหนทำไมถึงช่วยพวกเราละ ?
[Squall] –  เอาไว้เล่าระหว่างทางแล้วกัน ตอนนี้เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่ก่อน 




[Squall] – ผมอยู่กับหน่วย SeeD นักรบรับจ้างที่ทำงานให้กับ League of S เป้าหมายของเราก็คือต่อต้านและโค่นลมพวก สหพันธรัฐ Bahamut  ผมรู้เรื่องพวกคุณเพราะ Quistis เป็นคนให้ข้อมูลมา
[Reynn] – Quistis หรอ ? … อ๋อ คนที่ให้เรือเรามานั่นเอง
[Lann] – โอ้ เจ๊แว่นนั่นเป็นคนของ League of S หรอเนี้ย 
[Squall] – ฮ่าๆ ใช่แล้ว เธอเป็นระดับเจ้าหน้าที่เลยละ 
[Reynn] – แล้วทำไมคุณถึงมาช่วยเราเอาตอนนี้ละ น่าจะมาช่วยตั้งแต่เรือตกน้ำตกแล้ว
[Squall] – หืมม ไม่เห็น Quistis พูดเรื่องน้ำตกอะไรเลยนะ บอกแค่ว่าคนของ Edgar จับพวกคุณมาไว้ที่นี่เลยให้ผมมาช่วย และที่มากกว่านั้น พวกคุณเห็นสมอที่ดึงปราสาทใต้ทะเลทรายของ Edgar ขึ้นมารึเปล่า ? การจะทำลายแหล่งพลังงานของมัน เราจำเป็นต้องใช้ Mako Energy ที่ซ่อนอยู่ในโรงงานลับใต้คุกนี้นี่แหละ 
[Reynn] – คุณแน่ใจนะว่า Mako Energy มันมีพลังมากขนาดนั่นเลนน่ะ
[Squall] – ใช่สิ เชื่อผมเถอะ เราไม่ได้รู้มาแบบบังเอิญหรอกนะ Edgar มันส่งพวกคุณมาที่นี่ก็เพราะเป็นส่วนนึงของแผนการของมัน เพื่อให้งานของมันเสร็จสมบูรณ์ จริงๆราชา Figaro เจ้าของปราสาทเดิมไม่ได้อยากเข้าร่วมกับสหพันธรัฐหรอก แต่เพราะ Edgar มันไม่อยากถูกจับเป็นเชลย ก็เลยเปลี่ยนข้างไปอยู่กับสหพันธรัฐซะเลย ก็แค่พวกขี้ขลาดที่ต้องเลือกระหว่างความเป็นความตายเท่านั้นแหละ 
[Lann] – แล้วตกลงงานนี้จะให้เราช่วยยังไงละ ?
[Squall] – เป้าหมายของเราคือ Mako Reactor 0 ด้านในเต็มไปด้วย Mirages ที่น่ากลัวและอันตรายมากๆ 
 [Reynn] – พอจะเดาออกแล้วละ
[Squall] – ใช่แล้ว เราต้องการให้พวกคุณจัดการเคลียร์พื้นที่ให้จับพวก Mirages ให้พ้นทางให้หมด งานนี้ถ้าเราไม่มี Mirages Keeper ช่วย เราคงลำบากไม่น้อยแน่ๆ โชคดีที่เจอพวกคุณ งานเลยเดินหน้าต่อได้ พวกคุณรู้มั๊ย League of S เริ่มงานแล้วห้ามพลาดซะด้วย แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าทางข้างหน้ามันจะราบรื่นหรอกนะ  เอาละหมดเวลาคุยแล้วลุยกันได้เลย ใช้ eldboxs ที่ให้ไปให้เกิดประโยชน์ที่สุดด้วยละ 



**  eldboxs เป็นคีย์ไอเทมที่ทำให้สามารถจับพวกหุ่นยนต์ในพื้นที่นี้มาใช้งานได้เหมือนกับ Prismariums ที่ใช้จับ Mirages แต่ในพื้นที่นี่ หากจับหุ่นยนต์มาใช้งานแล้วจะยังไม่สามารถอัพ Skill ให้มันได้ในตอนนี้ **

ในพื้นที่ของ Underground Prison นั้นจะประกอบด้วยพื้นที่ 4 โซนๆละ 4 เขตย่อยที่ต้องผ่านไป โดยศัตรูในพื้นที่ไม่ใช่ Mirages แต่เป็นพวกหุ่นรักษาความปลอดภัยซึ่งจะมีอยู่แค่ 2 ชนิดคือ

1. Magitek Armor เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้ยอมแพ้โดยโจมตีให้ HP เหลือน้อยที่สุดหรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย



2. Searcher เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีทางกายภาพธรรมดา 1 ครั้ง (อย่าให้มันแรงจนตายนะ)

** ตอนนี้สามารถจับหุ่น 2 ชนิดนี้มา Stacking กับ Reynn และ Lann เพื่อเพิ่มพลังได้ด้วย (แต่ยังอัพเกรด Skill ต่างๆไม่ได้) 



และระหว่างทางจะเจอประตูทางผ่านที่สามารถใช้ Support Skill Zap ของ Searcher ในการเปิดประตูระหว่างทาง (มีสัญลักษณ์รูปสายฟ้า) เพื่อเก็บไอเทมต่างๆได้ด้วย **

เมื่อเข้ามาถึงโซนที่ 4 ก็จะพบจุดเซฟก่อนถึงจุดเซฟจะมีทางเดินไปที่ทางขาดอยู่ ตอนนี้จะเป็นการบังคับไปตามเนื้อเรื่องยังไม่สามารถใช้ Mirages ต่างๆได้จึงยังไม่ต้องสนใจ



 เข้าไปด้านในจะพบ Boss Death Machine  ตอนนี้ยังจับไม่ได้ จัดการมันซะ

    

 แต่ถ้าอยากได้ก็ต้องเอา Searcher ไปเลเวลอัพเอาเอง หรือไปจับมันในลานประลองหลังจบภารกิจนี้
 เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมันให้เกิด Critical 



[Lann] – ห๊า !! ทำไมมันออกมาเยอะขึ้นเรื่อยๆฟ่ะเนี้ย !!
[Squall] – พลังสายฟ้าผมไม่พอด้วยสิ เยี่ยมเลย เอาละ พวกคุณล่วงหน้าไปก่อนเลย มีเจ้าหน้าที่อีกคนรับช่วงต่ออยู่ ไอ้พวกเศษเหล็กนี่ผมจัดการเอง ไปก่อนได้เลย 
[Lann] – คุณจะรับมือมันคนเดียวหมดเลยได้ยังไง
[Reynn] – ใช่ ให้เราอยู่ช่วยดีกว่านะ 
[Squall] – ไม่ต้อง นี่มันงานของผม ! ไปซะ !!
[Lann] – เฮ้ เดี๋ยวสิ !! 
[Reynn] – มาเถอะ เราช่วยเขาไม่ได้หรอกตอนนี้ พลังเราก็ไม่มี ทำตามที่เขาบอกจะดีกว่า 
[Lann] – เออ ก็ได้ !!

เมื่อจบภารกิจจนสามารถใช้พลังของ Mirages ได้แล้ว กลับมาที่คุกใต้ดินตรงจุดเซฟของโซนที่ 4 อีกครั้ง ตรงทางเดินขาดใกล้ๆจุดเซฟจะสามารถใช้ Support Skill Flutter ในการ บิน ข้ามไปด้านในห้องลับจะเจอ Rare Mirages Mist Dragon อยู่



เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ เติม HP ให้มัน 1 ครั้งให้ได้มากที่สุด โดยการโจมตีจนพลังมันต่ำสุด ใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตายก็ได้ จากนั้นก็โยน X – Potion หรือ Elixir เติมพลังมันให้เต็มก็ได้




                        Chapter 15: The Mako Reactor and the The Black Mages 






[Lann] – นั่นไง คนของ League of S ที่ว่า 



[Reynn] – เดี๋ยวๆ เหมือนจะมีอะไรแปลกๆนะ 
[Lann] – เฮ้ยย !! เขาโจมตีเราทำไมเนี้ย 


ในขณะที่ Lann และ Reynn กำลังมุ่งหน้าไปที่ Mako Reactor ตามที่ Squall บอกเอาไว้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ของ League of S เป็นคนรับช่วงต่อ แต่จู่ Shelke ที่เหมือนจะเป็น เจ้าหน้าที่ของ League of S ที่ว่ากลับพุ่งเข้าโจมตีใส่ทั้งคู่ทันที


การต่อสู้กับ Shelke นั้น ไม่ต้องไปเปลืองแรงเปลืองของเพราะยังไง Lann และ Reynn ก็ไม่มีทางสู้เธอได้อยู่ดี



[Shelke] – ให้ชั้นชนะได้ยัง ? ถ้ามัวแต่จะโต้กลับก็มีแต่จะทำให้พวกคุณต้องตายนะ 
[Lann] – ถ้าจะต้องตายก็ขอลองซักทีเถอะวะ !!  …อ๊ากกกกก !!
[Reynn] – Lann เป็นอะไรหรือเปล่า ?  นี่แนะ !! …อ๊า !!



[Shelke] – ดีมาก แค่นี้ก็มากพอแล้วนะ ...

[Lann]  - อ๊ากกกกก !!
[Reynn] – อ๊า !!



[Shelke] – Countertek เข้าที่แล้ว วิธีที่ดีกว่านี้ไม่มีหรอกนะ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้งานได้นานแค่ไหนด้วย 



[Tama]  - ตื่นจ้า ตื่นจ้า 
[Lann]  - ห๊า Tama หรอ ?
[Tama]  - ตัวจริงเสียงจริงเลยจ้า ดีใจที่ได้เจอกันอีกนะจ๊ะ 
[Reynn] – ดูเหมือนว่าพลังของเราจะกลับมาเหมือนเดิมแล้วด้วยนะ
[Tama]  - ตอนชั้นติดต่อพวกเธอไม่ได้ชั้นเศร้ามากๆเลยรู้ป่ะ 





[Shelke] – ถ้าพลังของพวกเธอกลับมาเหมือนเดิมแล้วก็ควรลุยต่อกันได้เลย 
[Tama]  - โอ้ ถ้าไม่ใช่เพราะฝีมือของ Shelke คงทำไม่สำเร็จ สุดยอดป่ะละ แล้วเธอก็ยังเป็นคนของ League of S ด้วยนะ ฮ่าๆๆ 
[Reynn] – ชั้นว่าแล้วเธอต้องเป็นเจ้าหน้าที่อีกคนของ League of S ที่ Squall บอกเอาไว้ 
[Shelke] – ตกลงพล่ามกันจบยัง ? เพราะว่าเรากำลังรีบ...
[Tama]  - โอ้ อ่า อยากบอกว่าที่เธอทำกับพวกนายอ่ะ Countertek อะไรนั่นมันเป็น เวทย์มนต์ที่เป็นเทคนิคในยุคโบราณอ่ะนะ แล้วที่เธอบอกว่าไม่แน่ใจว่าสำเร็จมั๊ยนะเธอแกล้งพูดน่ะ 
[Shelke] – ไม่ใช่ซะหน่อย ...
[Tama]  - อ่าๆๆ เผื่อพวกเธออยากรู้ Shelke ก็เป็น Champion ด้วยนะ พวกนายจะไม่รักเธอได้ไงว่ามั๊ยอ่า 
[Lann]  - ยังไงก็ขอบคุณมากนะ เธอเจ๋งมากเลยรู้ป่ะ
[Shelke] – เอ่อ ชั้นไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้หรอก เรามาที่เพื่อทำงานให้สำเร็จ เอาละ เริ่มปฏิบัติการณ์ต่อกันได้แล้ว  





                                                        Mako Reactor O


เมื่อเข้ามาที่ โซนแรก ของพื้นที่ จะเห็นเครื่องกำเนิดพลังงาน 2 อันกับแท่นควบคุมประตู ที่ต้องทำคือชาร์จพลังไฟฟ้าให้กับเครื่องกำเนิดพลังงานทั้ง 2 อันโดยใช้ Support Skill Zap – กระแสไฟฟ้าทำให้เครื่องจักรทำงาน โดยตอนนี้จะมีอยู่ในหุ่น Searcher ที่เจอในคุกใต้ปราสาท


 โดยจะต้องชาร์จไฟเรียงตามเลขที่เขียนไว้ ถ้าไม่มีเลขก็ให้ดูสายไฟที่พื้นที่โยงระหว่างเครื่องกำเนิดพลังงานแต่ละเครื่องที่พื้นเรียงตามพื้นเอา

Mirages ในโซนแรกจะมีแค่ของเดิมๆอย่าง  Magitek และ Searcher จัดการชาร์จพลังงานให้แกนซ้าย (1) – ขวา (2) เพื่อเปิดประตูไปโซนต่อไปได้เลย

โซนที่ 2 – ระหว่างทางต้องใช้ Support Skill Flutter – บิน เพื่อข้ามท่อเหล็กไปเก็บไอเทม
Mirages ใหม่ๆที่มีในโซนที่ 2 คือ

1.  Werebat เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันตาบอด (ด้วยเวทย์มนต์หรือไอเทมก็ได้)



เครื่องควบคุมประตูจะอยู่ช่วงกลางพื้นที่ส่วนแกนพลังงานจะอยู่ด้านล่าง 3 อัน จัดการชาร์จพลังงานให้แกนซ้าย (1) – กลาง (2) ขวา (3) เพื่อเปิดประตูไปโซนที่ 3

โซนที่ 3 - (ส่วนบน) จะเป็นห้องโถงกลางซึ่งจะเห็นห้อง Mako Reactor O ขนาดใหญ่ตั้งอยู่โดยทางเข้าจะอยู่ในโซนที่ 3 (ส่วนล่าง) เดินผ่านเข้าไปประตูสุดทางออกไปที่โซนที่ 4 ได้เลย

โซนที่ 4 – ในส่วนกลางของพื้นที่ใต้บันไดทางลงจะมีผลึก Murkrift ด้านในมี Mythril Golem 3 ตัวให้จับ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ บัฟสเตตัสให้มัน (ใช้ Shell ก็ได้)  (ด้วยเวทย์มนต์หรือไอเทมก็ได้) หรือจะเอา Copper Gnome มาอัพให้โตก็ได้ จัดการแล้วเข้าไปเก็บคีย์ไอเทม dazzledisk มาด้วย


ในโซนที่ 4 เมื่อลงบันไดมาชั้นล่าง จะพบเครื่องควบคุมประตูจะอยู่ที่หน้าประตูทางออกด้านบน ส่วนแกนพลังงานจะมี 4 อัน จัดการชาร์จพลังงานให้แกนล่าง (1) – ขวา (2) ซ้าย (3) บน (4) เมื่อชาร์จเสร็จที่กั้นของทางฝั่งขวาจะเปิดออก เข้าไปจะพบ จุดเซฟ กับทางแยกฝั่งขวาที่มีที่กั้น เครื่องควบคุมประตูที่หน้าประตูที่สุดทาง

ผ่านจุดเซฟไปกดสวิตซ์ที่เครื่องควบคุมประตูประตูสุดทางจะเปิด พร้อมกันประตูทางไปตรงทางเข้าตรงทางลงบันไดแต่ จะมีที่กั้นทางตรงจุดเซฟขึ้นมาด้วย ตอนนี้จะมีเวลานับถอยหลัง 15 นาทีเพื่อให้เข้าประตูไปตามทางอ้อมไปตามทางที่เปิดอยู่จนมาถึงชั้นล่างของโซนที่ 4 อีกรอบ เป้าหมายคือเข้าประตูข้างๆแท่นควบคุมตรงข้ามทางลงบันไดไปต่อ


** แต่ **  ถ้าต้องการจะเข้าส่วนลับของพื้นที่ก็อย่าเพิ่งเข้าให้เข้าไปที่ทางฝั่งขวาตรงจุดเซฟ ที่กั้นทางจะถูกเอาออกแล้ว ผ่านจุดเซฟไปตามทางเดินทางขวาจะเจอ Gimme Golem มันต้องการ คีย์ไอเทม dazzledisk


ถ้าเก็บมาตรงหลังผลึก Murkrift แล้วก็เอาให้มันเพื่อผ่านทางไปจนถึงสวิตซ์เปิดประตูห้องลับที่สุดทาง ซึ่งก็จะทำให้การนับถอยหลังจบลงพร้อมทั้งที่กั้นทุกอันระหว่างก็จะเปิดออกจนหมดด้วย


เข้าไปด้านใน Secret Area จะเจอกับ Rare Mirages ฝาแฝดกระบองเพชรยักษ์ 2 ตัวพร้อมๆกัน หน้ามันเหมือนกันต้องดูชื่อเอา

1. Gigantrol (ตัวซ้าย) มันคือร่างขนาด L ของ Cactrol เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ บัฟสถานะความเร็ว (haste) ให้มัน (ด้วยเวทย์มนต์หรือไอเทมก็ได้)



2. Gigantuar (ตัวขวา) มันคือร่างขนาด L ของ Cactuar เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมันด้วย critical

เมื่อทำทุกอย่างหมดแล้วก็กลับออกไปเข้าประตูข้างๆแท่นควบคุมตรงข้ามทางลงบันไดได้เลย ตรงไปตามทางก็จะเข้ามาที่ทางเดินด้านล่างของห้องโถงในโซน 3 จนถึงจุดเซฟหน้าห้อง Mako Reactor O เป้าหมาย

Mirages ตัวสุดท้ายในแถวๆทางเดินใกล้ๆจุดเซฟนี้ยังมีอีก 1 ตัวคือ


1. Garchimacera เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันเกิดอาการมึนงง ? (Confusion) (ด้วยเวทย์มนต์หรือไอเทมก็ได้) ** Mirages ชนิดนี้จะหายาก พยายามเดินหาไปๆมาๆหลายๆรอบ)

จากนั้นก็เข้าไปที่ห้อง Mako Reactor O ที่อยู่ด้านในได้เลย




[Lann] – นี่มันอะไรวะเนี้ยย ??
[Tama] – ทำไมทุกตัวมัน ..เหมือนกันหมดเลยอ่ะ ?
[Reynn] – แฮะๆ รู้สึกว่าเรากำลังมีปัญหากับเมจพวกนี้ซะแล้ว เรียกเมจถูกป่ะเนี้ย ?



การต่อสู้กับ Boss Vivi และเหล่า Clone Mage นั้น ต้องพุ่งเป้าไปที่ตัว Vivi


 โดยต้องทำให้มันเกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โยนไอเทมเติมพลังให้มัน (Potion) แล้วการต่อสู้ก็จะจบลง


[Vivi] – แค๊กกๆๆๆ เฮ้ ใครทำควันพวกนี้เนี้ย ??
[Shelke] – หือ มันพูดได้ด้วยหรอ ?
[Tama] – ใช่ ชั้นก็ได้ยินมันพูดเหมือนกัน
[Vivi] – โววว Mirage พูดได้ด้วย !!
[Shelke] – อ้าว แน่นอนว่ามันต้องพูดได้สิ แปลกด้วยหรอ 



[Lann] – นี่เจ้าหนู นายชื่อ Vivi ใช่มั๊ย ?
[Vivi] – อืมม ใช่ 
[Reynn] – แล้ว เอ่อ พวกเพื่อนๆเธอนั่นละ พูดได้เหมือนกันมั๊ยอะ ?
[Vivi] – เพื่อนหรอ ? ไหนเพื่อนผม ?



[Vivi] – โววววว !!! ทำไมมีตัวชั้นเต็มไปหมดเลยละ ??
[Tama] – อย่าเข้าไปใกล้สิพวกนั้นดูอันตรายมากเลยนะ!
[Vivi] – พวกเนี้ยหรอ ? เฮ้ๆ ที่พวกนายทำแบบนี้หมายถึงอะไรรู้รึเปล่า! ฟังนะ ....... 



เห็นป่ะ พวกเขาก็ฟังเหตุผลเป็นนะ พวกเขาบอกว่าจะช่วยพวกเราด้วยละ เอาละ แล้วจะให้ผมและเพื่อนๆช่วยอะไรหรอ ?
[Shelke] – โอ้ แน่นอน มีสิ ......





[Lann] – ว้าวว ดูสิ Reactor มันได้ผลจริงๆด้วย !!
[Lann] – เย้ แบบนี้เราจะพลาดได้ไง
[Reynn] – ใช่ ออกไปดูข้างนอกกันเถอะ !!



[Edgar] – ได้เวลาแล้วสินะ เอาละ! เดินเครื่องเต็มตัวได้เลย !!!!







[Lann] – วู้ฮู้ เย้ !!!!




[Reynn] – สำเร็จ ฮ่าๆ 
[Tama] – ปราสาท Figaro เป็นอิสระแล้ววว !!







                                                       Figaro Castle 




[Tama] – เฮ้อออ เป็นภารกิจที่หนักที่สุดเลยนะเนี้ย 
[Reynn] – แต่ แล้วที่คำทำนายว่าไว้ละ หากแสงแห่ง Mako ส่องสว่างก็จะนำทางไปหากุญแจแห่งพสุธา ไม่ใช่หรอ ? แล้วไหนละ ?



[Vivi] – นี่ใช่กุญแจที่ว่ารึเปล่าอ่ะ ?
[Lann] – ใช่เลย ! นี่แหละกุญแจดอกที่ 2 ของเรา ถามหน่อยนายได้มายังไงเนี้ย ? 
[Shelke] – คิดว่ามันคงอยู่กับ Vivi มาตลอดนั่นแหละ 
[Lann] – ฮ่าๆๆ โชคดีมากๆเลย 



[Reynn] – อืมม รู้สึกแบบนี้อีกและ โชคดีเลย บังเอิญเกินไปมั๊ย ไม่น่าจะใช่ที่อะไรๆมันจะพอเหมาะพอดีแบบนี้เลยจริงๆ
[Shelke] – แล้ว Vivi จะไปที่ไหนต่อละ ?
[Vivi] – อืมมมม ..



[Edgar] – เอางี้มั๊ยละ ก็อยู่มันที่ปราสาทนี้เลยก็ได้ 
[Lann] – เฮ้ย นี่ แก !!
[Edgar] – อะ ฮ่าๆ เพื่อนตัวใหญ่คนโปรดของผม การช่วยเหลือของพวกคุณมันประเมินค่าไม่ได้เลยจริงๆนะ อะ อ่า ..
[Lann] – หืมมมม





[Edgar] – อ่ะ แฮะๆ คะ คือ Squall ไม่ได้บอกถึงเจตนารมณ์ของผมหรอ 
[Reynn] – ไม่ได้บอก !
[Lann] – หืมมมม
[Edgar] – คะ คืองี้นะ ฟังก่อน ผมเสียใจที่ต้องทำแบบนั้น ก็พวกบาฮามุธมันหูตาเยอะแยะไปหมด ก็เลยต้องเนียนหน่อย 
[Reynn] – แล้ว Lightning ละ เธอเป็นไงบ้าง ?
[Edgar] – เธอไม่เป็นไรผมหาโอกาสพาเธอหนีไปนานแล้ว จริงๆเธอไม่ควรออกไปช่วยพวกคุณ มันผิดแผนไปหน่อย 
[Reynn] – จริงดิ Lightning รู้กันกับนายด้วยหรอเนี้ย ? โอ้ จริงๆคุณมาช่วยเราหลังจากที่ตอนแรกไม่คิดจะช่วยเราใช่ป่ะ 
[Edgar] – เฮ้ออ กัดเข้าไป ... หืมม แรงสั่นสะเทือนนี่มัน !!



[Lann] – เฮ้ย !!นั่นมันตัวบ้าอะไรน่ะ ??
[Shelke] – มันโผล่มาจากไหนเร็วมากเลย
[Edgar] – มันซ่อนอยู่ใต้ปราสาท Figaro มาตั้งแต่แรกแล้วอย่างั้นหรอ?
[Tama] – เหลือเชื่อ Mirage นั่นดูทรงพลังมาก แต่เหมือนกำลังบ้าคลั่งเพราะถูกพลังบางอย่างครอบงำอยู่น่ะ  



[Edgar] – นั่นแหละงานของพวกคุณ Mirage Keeper เคลียร์พวก Mirage ไม่พึงประสงค์ออกจากปราสาทนี้ให้หมด แต่ก่อนจะเข้าไปผมมีข้อมูลบางอย่างจะบอกก่อนนะ กุญแจอีกดอกนึง ตามคำทำนายที่ว่า ดินแดนแห่งความสูญสิ้นที่แม้กลางคืนก็ไม่มืดมิด ผมพอรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน 
 [Lann] – จริงหรอ ? ที่ไหน !
[Edgar] – ทางตะวันตกจากที่นี่ พวกคุณจะเจอสะพานขนาดใหญ่ที่จะพาข้ามไปอีกทวีป มันเป็นดินแดนที่ท้องฟ้ามีแต่ความมืดมิดที่ที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน เราเรียกกันว่า ดินแดนที่พระอาทิตย์ถูกขโมยไป ตรงตามคำกล่าวของคำทำนายที่ว่า ดินแดนที่แม้กลางคืนก็ไม่มืดมิดยังไงละ 


** ปลดล็อก Champion Medal ของ Shelke ที่ห้องดื่มชาของเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ **



  ที่ปราสาท Figaro Castle จะมีพวกทหารที่มีภารกิจย่อยให้ทำด้วย


                           Miniventure : The Battle for teatime I

ต้องการ – กำจัด Red Captain 3 ตัว
รางวัลคือ X-Potion  


                           Miniventure : The Slacker Slack 

ต้องการ – กำจัด Sand worms 10 ตัว 
รางวัลคือ Earth Spell stone  


ก่อนออกเดินทางแวะเข้าไปคุยกับ Edgar อีกครั้ง ....



[Edgar] – Midgar เพิ่งได้ตื่นขึ้นครั้งแรกหลังจากการนอนหลับที่ยาวนานเลยนะ
[Reynn] – Midgar คือ ?
[Edgar] – อ่อ มันเป็นชื่อสถานที่ของส่วนใต้ดินที่พวกเธอเพิ่งไปสำรวจมาเมื่อกี้ไง 
[Lann] – ใครมันช่างว่างจนถึงกับตั้งชื่อคุกเลยหรอเนี้ย
[Edgar] – ในทางเทคนิค มันไม่ใช่คุกทั้งหมดหรอก อณาจักรเราไม่ได้สร้างส่วนนี้มาใหญ่โตเกินกว่าจะเป็นคุก ชายคนที่พวกคุณเจอที่คุกข้างล่างนั่นก็เป็นทหารของชั้นเองนั่นแหละ  เจ้าปราสาทดำทรายนี่มันเป็นของครอบครัวของชั้นมาตลอดนานมากแล้วแต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามันมีส่วนลับอยู่ใต้ปราสาท จนเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ชั้นไปเจอเขา ชั้นตื่นเต้นมากและด้วยความอยากเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ แต่ที่นั่นเต็มไปด้วย Mirages ที่น่ากลัวมากมาย เลยต้องไปร้องขอให้บริษัท Shinra ใช้กองทัพหุ่นยนต์ของพวกเขาสำรวจและศึกษา Midgar อย่างละเอียดจนได้พบพลังงานลึกลับที่เรียกว่า mako แต่แล้วพวกมันก็เกิดมีความคิดเป็นของตัวเองและเริ่มโจมตีพวกเรา ทำให้ปราสาท Figaro Castle ของเราถูกพวกสหพันธรัฐยึดไป และที่ชั้นทำทีว่ายอมเป็นพวกเดียวกับมันก็เพื่อหาทางยึดเอาปราสาท Figaro Castle กลับคืนมานั่นแหละ  

จากนั้นออกจากปราสาท Figaro Castle เพื่อออกสู่เขตทะเลทรายได้เลย ในพื้นที่ทะเลทรายนั่นก็จะมีทางที่สามารถเดินกลับไปยังพื้นที่ใกล้ๆเคียงได้ด้วย
ทางออกขวาบน – Phantom sand
ทางออกซ้ายล่าง – กองคาราวาน
ทางออกด้านล่าง – บึง Windswept Mire
ทางออกทางทิศเหนือคือ ทางไปสะพานขนาดใหญ่ Big Bridge จุดเป้าหมายของภารกิจต่อไป



                                Chapter 16: Clash on Big Bridge 


       


[Lann] – พระเจ้า .. นี่เราต้องปีนขึ้นไปถึงบนยอดนั่นจริงๆหรอเนี้ย ?
[Reynn] – ไปมัวชื่นชมมันอยู่ได้ ชั้นคิดอย่างเดียวเลยนะว่าใครนะที่สร้างไอ้สะพานขนาดใหญ่นี่ขึ้นมาได้มากกว่า
[???] – ไม่มีใครสร้างมันหรอกจ๊ะ Jiant คนนึงเป็นคน Summon มันออกมาอยู่ที่นี่ในครั้งอดีตกาลแล้วละ 



[Eiko] – ชั้นชื่อ Eiko คะ เป็นคนดูแลสะพานแห่งนี้ พวกคุณมาเพื่อข้ามสะพานนี้ใช่ป่ะ ?
[Reynn] – ใช่คะ เออ เธอบอกว่าสะพานนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นแต่ถูกใครคนนึงอัญเชืญมา หมายถึงเอ่อ .. 
[Eiko] – เอาจริงๆชื่อจริงๆของสะพานนี้คือ Alexander Mirage ผู้ยิ่งใหญ่ Big Bridge Alexander



[Tama] – เออ จริงด้วย !! ทำไมลืมไปได้นะ ชั้นเองก็เคยเห็นมันมาก่อนตั้งนานแล้ว 
[Lann] – เอาจิงดิ !! ไอ้สะพานยักษ์นี่มันมีชีวิตจริงๆหรอ ?
[Eiko] – เพราะงั้นไง Summoner อย่างชั้นถึงต้องมาคอยดูแลเขาไงละ
[Reynn] – อ้าว นี่เธอก็เป็น Summoner ด้วยหรอเนี้ย ?
[Eiko] – ก็ใช่คะ แต่ชั้นไม่ใช่คนอัญเชิญ Alexander นะ เออ ชั้นถามไรหน่อยสิ ? พวกคุณคือ Jiant ที่มาจากเนินเขาตามตำนานที่เขาว่ากันใช่ป่ะ ?
[Reynn] – อืมม จะว่าอย่างงั้นก็ได้นะ 



[Eiko] – งั้นที่ชั้นเดาไว้มันก็คงเป็นความจริง แต่เดี๋ยวนะ ถ้าคำทำนายเป็นความจริง .... พวกคุณต้องคิดดีๆนะ อย่าทำพวกเราผิดหวังเพราะเลือกข้างผิดอีกละ !! ไม่มีใครจำได้หรอก พวกเขาก็ไปผัวพันกับเรื่องคำทำนายสีเลือด (Crimson Prophecy) ด้วยเหมือนกันนะ ก็คำทำนายแห่งสีฟ้านภา (Azure Prophecy) บอกอย่างชัดเจนเลยว่า พวกคุณสามารถเป็นได้ทั้งผู้ช่วยให้รอดและผู้ทำลายได้พอๆกัน 
[Reynn] – จริงด้วย เจ้าหญิง Sarah ก็พูดถึงทางแยกในอนาคตที่จะเกิดเพราะพวกเราเหมือนกันนะ 
[Eiko] – ชั้นเริ่มจะกังวลแล้วสิ บางทีชั้นอาจไม่ควรให้พวกคุณข้ามสะพานนี้ไปด้วยซ้ำ 
[Lann] – ไม่เอานะ ชั้นกับพี่สาวเป็นคนดีนะ พวกเราต้องเลือกสิ่งที่ดีในอนาคตแน่นอนน่า 
[Reynn] – แน่ใจ ??
[Eiko] – หืมมม ?? …. แต่ก็เอาเถอะ ชั้นคงไปห้ามพวกคุณไม่ได้หรอก คำทำนายมันเกี่ยวกับพวกคุณไม่ใช่ชั้นซักหน่อย เอาละขึ้นลิฟต์นั่นไปได้เลย แล้วอย่าไปทำเรื่องวุ่นวายบนนั่นละ ขึ้นลิฟต์นั่นไปแล้วเกาะให้ดีๆละ ชั้นจะส่งไปถึงด้านบนเอง ต้องเงียบหน่อยนะเพราะ Alexander เขากำลังหลับ



[Reynn] – ทำไมชั้นรู้สึกไม่ค่อยดีเล๊ยยยยยยยยยยยยยยย!!!
[Eiko] – เดินทางโดยสวัสดิ์ภาพจ้า!!!!  …. เอาละ ชั้นเห็นนานแล้ว คนที่แอบอยู่ตรงนั้นน่ะออกมาได้แล้ว คุณก็จะมาข้ามสะพานด้วยงั้นหรอ ?




[Plumed Knight] – เปล่า แต่ชั้นมีธุระกับเธอน่ะ Summoner  .. มีพลังจิตหรอถึงรู้ว่าชั้นแอบอยู่ได้ เห็นแบบนี้แล้วยังจะอยากเป็นศัตรูกับชั้นอีกหรอ ?
[Eiko] – Fenrir อยู่ข้างๆชั้นนะ !
[Plumed Knight] – แล้วแต่นะ จะสู้ก็ให้มันสูสีหน่อย หวังว่าจะมีฝีมือมากกว่ายัยเด็กเจ้าของ Mist Dragon อ่ะนั่น 
[Eiko] – แกหมายถึง Rydia หรอ ? ไม่นะ !! แกทำอะไรเธอ !!
[Plumed Knight] – เอาน่า อีกไม่นานเธอก็จะไม่สนเรื่องพวกนี้แล้ว  !!!!!!





[Reynn] – ทำไมลิฟต์หยุดละ ? ถึงแล้วหรอ ?? 


    
 
  

[Tama] – อย่าบอกนะว่า Alexander ตื่นแล้วอะ ?
[Lann] – โอ้ ไม่นะ ที่เราต้องเดินขึ้นเองเลยหรอ ขาลากแน่ๆ ทำมายย !!





                                                          Big Bridge


เส้นทางของที่นี่จะเป็นเส้นทางขึ้นสะพานตรงๆยาวๆเลย แบ่งออกเป็น 4 โซน Mirages ในพื้นที่มีทั้งหมด 8 ชนิด ของเดิมๆ 2 ชนิดคือ Bombino กับ Mythril Giant ส่วนชนิดใหม่ๆมี 6 ชนิด

-ในโซนแรก
Mirages ในพื้นที่มี

1. Brothertaur เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้ธาตุดินโจมตีใส่มัน (ใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้)



2. Baby Tonberry เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีทางกายภาพ ทำให้มันยอมแพ้ HP เหลือน้อยที่สุด หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย


3. Imp เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันเกิดสภาวะสับสน (Confusion) (ใช้เวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้) ใช้ Loco Weed



4. Magic pot หรือ ร่างแรกของ Mimic เป็น Mirages ที่หายากเพราะนานๆจะออกมาให้เจอที เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ เอาไอเทม Elixir โยนให้มัน




-โซนที่ 2
เมื่อเข้ามาตรงทางเดินขึ้นจะพบว่ามันมีพื้นที่ความห่างและสูงเกินกว่าที่จะปีนข้ามไปได้

[Lann] – เยี่ยม ที่นี้เราจะไปยังไงกันละเนี้ย ?
[?????] – เดี๋ยวทำให้ดู !!



[?????] – เอาละ ตาพวกนาย เหยียบที่จุดแดงนั่นแล้วโดดขึ้นมาได้เลย
[Reynn] – ขอบคุณนะที่สาธิตให้เราดู




[Bartz] –  เล็กน้อย ผมชื่อ Bartz ครับและนี่คู่หูผมเจ้า Boko ผมได้ยินว่ามีตัวประลาดมาตะโกนเรียกชื่อผมแล้วทำร้ายคนทั่วไปที่ข้ามสะพานนี้อยู่ เอ่อ เดี๋ยวๆ คงไม่ใช่พวกคุณใช่ป่ะ 
[Reynn] – ห๊า เปล่านะ พวกเราเพิ่งรู้ชื่อนายก็ตอนนายบอกมานี่แหละ 
[Bartz] –   ดีแล้ว งั้นชั้นจะไปตามหาเจ้าคนที่ว่าแถวๆนี้ดูหน่อย พวกคุณกำลังจะข้ามสะพานนี้ใช่ป่ะ ไปทางเดียวกันงั้นก็ไปด้วยกันเลยละกัน


Mirages ในพื้นที่มี

1. Kuza Kit เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำ Counterattack ใส่มัน




2. Left Claw เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีทางกายภาพ ทำให้มันยอมแพ้ HP เหลือน้อยที่สุด หรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย (หรือจะเอา Right Claw มาอัพให้โตก็ได้)


-โซนที่ 3   
ในพื้นที่นี้ไม่มีการเจอศัตรู นอกจากการขึ้นสะพานแบบใหม่ โดยระหว่างทางขึ้นทั้ง 2 ด้านซ้าย – ขวาจะมี Mythril Giant มายืนดักเอาไว้แล้วคอยปล่อยคลื่นพลังออกมา หากโดนตัวจะทำให้ต้องสู้กับ Mythril Giant 3 ตัวทุกครั้ง (จริงๆแล้วเหมาะกับการเก็บเลเวลมากๆเพราะได้ Exp ครั้งละ 19680 และยังสามารถเก็บได้เรื่อยๆหากยังไม่ได้ฆ่า Mythril Giant ตัวที่ปล่อยพลังมาซะก่อน )


ที่พื้นจะมีจุดพื้นเด้งให้กระโดดหลบได้ พยายามกำจัด Mythril Giant ทั้งหมดจากทั้ง 2 เส้นทางขึ้นด้วย (เพื่อจะได้เจอ Rare Mirages ในช่วงสุดท้าย)

-โซนที่ 4
ในพื้นที่นี้ไม่มีศัตรู เข้ามาจะพบลานกว้างขนาดใหญ่ กับ Mythril Giant ตัวสุดท้ายที่ยืนคุมพื้นที่อยู่ ซึ่งหากจัดการ Mythril Giant ทุกตัวในโซนที่ 3 หมดแล้ว เมื่อกำจัดตัวสุดท้ายได้วิญญาณของ Mythril Giant ทุกตัวจะมารวมตัวกันที่เสาอักขระแล้วเกิดใหม่เป็น Iron Giant ออกมา



Iron Giant นั้นเป็น Rare Mirages ระดับ XL ที่สามารถจับมันได้ด้วยเงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ บัฟสเตตัสให้มัน (ใช้จะใช้เวทย์หรือใช้ไอเทม Shell Stone ก็ได้)



เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วก็ผ่านจุดเซฟเข้าไปที่ลานกว้างขนาดใหญ่ได้เลย


[?????] –  Bartzzzzzz ..... Bartzzzzzz !!!!!!
[Reynn] – เดี๋ยวนะ นี่รึเปล่าคนที่นายว่า ที่เรียกชื่อนายอ่ะ
[Bartz] –   แกเป็นใคร ? ออกมาให้ชั้นเห็นตัวเดี๋ยวนี้นะ !!
[Gilgamesh] –  Baaaaaartz !! ข้า Gilgamesh !!! ข้ากลับมาเพื่อล้างแค้นแล้ว !!!!




[Bartz] – แล้ววว เอ่อ นายเป็นใครอะ ?
[Lann] – ห๊า ! นี่นายไม่รู้จักมันรึไง ?
[Gilgamesh] – ข้ารอวันนี้มาหลายปีแล้ว .. กี่ปีกันแล้วนะ ? เดี๋ยวนะ เจ้าเจอข้าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ ? แกละรู้ป่ะ ก็บอกมาสิฟ่ะถ้าแกจำได้อ่ะ 
[Lann] – อ้าว แล้วชั้นเกี่ยวไรอ่ะ ? มาถามเฉยเลย 
[Gilgamesh] – เดี๋ยวนะ อืมม วันนั้น ถึงวันนี้ ก็ อืมม ชั้นรอให้ถึงวันนี้มาถึง ... 1 พันปีแล้วววว !!



[Lann] – โอ้ เลขสวย
[Bartz] – ไม่ได้แหกตาดูหน้าชั้นบ้างเล๊ย ว่าจะอก่ขนาดนั้นมั๊ย
[Gilgamesh] – เฮ้ยยย เงียบๆๆๆๆ ไม่มีใครจะมาบังอาจหัวเราะล้อเลียน Gilgamesh ได้โดยไม่จบด้วยการต่อสู้หรอกน๊ะ !!!!!!!!




เข้าไปจัดการ Boss – Gilgamesh ซะ !!



[Gilgamesh] – อ๊ากกกกก !!! ไม่แฟร์นี่หว่าที่มารุมกันแบบนี้ ไอ้ขีโกง คราวหน้า แกกับชั้นตัวต่อตัว เข้าใจมั๊ย ???
[Bartz] – อ่า ..เรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ
[Gilgamesh] – กะ แก !! หืมม งั้นฝากไว้ก่อนเถอะ ยังไงชั้นก็จะกลับมาจัดการแกอยู่ดี !! … ไปละ !! โชคดี !!
[Lann] – อืมม .. มันไปโดนตัวไหนมาวะนะ ?
[Bartz] – ใครจะไปรู้ ? แต่ผมไม่ชอบเลยแบบนี้ ....





** ปลดล็อก Champion Medal ของ Bartz ที่ห้องดื่มชาของเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ **


หลังจากจัดการ Gilgamesh จนมันหนีไปแล้วก็ออกจากที่นี่ได้เลย


[Bartz] – เอาละ ถึงทางออกแล้ว เจอกันใหม่นะ
[Lann] – ดูแลตัวเองด้วยละ 
[Reynn] – เจอกันวันหลัง อย่าลืมกันละ ?
[Tama] – บาย 


หลังจบเหตุการณ์ในบทที่ 16 จะมี Rare Mirages ที่สามารถจับมาใช้งานได้อีก 2 ตัว

1.Gilgamesh  - ที่ลานประลองจะมีแมทช์การต่อสู้เพิ่มมาใหม่อีกชุด หนึ่งในนั้นคือ แมทช์ Exdeath Kooky Kabuki LV.59 จะได้สู้กับ  Gilgamesh อีกครั้ง และครั้งนี้จะสามารถจับเขามาใช้งานได้ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันติดสถานะ Berserk (ด้วยเวทย์หรือไอเทมเวทย์ก็ได้) ก็จะสามารถจับ Gilgamesh Mirages Size M มาใช้งาน



2. Behemonster -ที่ Nine wood Hills เข้า Tea Room ไปคุยกับเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้จะพบ Intervention Quest เพิ่มขึ้นมาใหม่หนึ่งในนั้น คือ Intervention Quest: Ifrit meet his Match ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของ Bartz ที่ได้เจอ Rikku โดยบังเอิญขณะที่ทั้งคู่กำลังเข้าไปหาสมับติที่ถ้ำ Nether Nebula ที่นั่นทั้งคู่ได้เจอกับ  Ifrit ออกมาขัดขวางแต่กลับได้เจอ Mirages สุดโหดเข้าโจมตี มันคือ Behemonster หรือร่าง XL ของ Behemoth จนทั้ง Bartz , Rikku รวมทั้ง Ifrit ต้องร่วมกันต่อสู้โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งการต่อสู้กับ Behemonster นั้น สามารถจับมันได้ด้วย เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีทางกายภาพแบบธรรมดาๆ แต่ถึงแม้มันจะส่องแสงพร้อมให้จับแต่ก็จะจับตัวมันยากมากๆ ถือว่าเป็น Rare Mirages ที่จับยากที่สุดตัวนึงเลย



                                           Chapter 17: Naught but Nightmares 


                                                  ดินแดนแห่งสุริยุปราคา  





[Tama] – โห พระจันทร์สวยจัง 
[Reynn] – แน่ใจหรอว่ากุญแจดอกที่ 3 จะอยู่ในสถานที่แบบนี้จริงๆอ่ะ
[Lann] – เหอะ ผมห่วงเรื่องประโยคที่ว่า แม้กลางคืนก็ไม่มืดมิดของคำพยากรณ์พูดถึงที่นี่มากกว่านะ 
[Tama] – ชั้นว่าเราไปเช็คดูที่เมืองที่มีแสงสว่างเดียวของที่นี่ก่อนจะดีกว่านะ 
[Reynn] – เอะ เดี๋ยวนะ นั่นมัน .. รถไฟหรอ ?? 

ท่ามกลางบรรยากาศที่หน้ากลัว ที่นี่ Reynn และ Lann จะได้เจอกับขบวนรถไฟและนายตรวจ Cactuar Conductor คนเดิมเพิ่มเติมคือมุขหลอกผีที่ทำให้ Reynn ทั้งกลัวและโกรธเพราะถูกแกล้ง เมื่อพร้อมแล้วก็นั่งรถไฟออกเดินทางต่อจนมาถึงอาคารขนาดใหญ่ที่มีโซ่ตรวจแห่ง สหพันธรัฐ Bahamut ตรึงอยู่อย่างชัดเจน





                                                 Tometown of the Ancients 




[Tama] – โห มีแต่หนังสือเต็มไปหมดเลย !! 
[Lann] – โอ้ เยี่ยมมม จริงๆชั้นมีความจำเป็นที่ต้องใช้ของแบบนี้เป็น 0 เลยนะ  …แต่ก็สงสัยนะว่าทำไมไม่มีใครเผาหนังสือพวกนี้ให้เป็นไฟให้มันสว่างซะก็จบ
[Reynn] – อืมม เมืองนี้มืดเอามากๆอ่ะ ชั้นหมายถึง ก็รู้ว่าชื่อดินแดนที่แม้กลางคืนก็ไม่มืดมิด แต่ ถ้ามันมืดตลอดแบบนี้เมืองทั้งเมืองก็น่าจะหลับกันหมดจริงมั๊ย ?
[Tama] – ใช่ เรายังเห็นชาวบ้านเดินไปมากันอยู่เลยเนอะ 
[?????] – ฮืออออออๆๆๆๆ
[Lann] – ห๊ะ เฮ้ คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ 
[Reynn] – เอ๊ะ .! คนพวกนั้นมัน .? Lann ระวังนะ !!



[?????] – แฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ !!!!
[Lann] – เฮ้ยยยย ตัวอะไร !!!



[Cloud] – อ๊ากกกก !!!
[Lann] – อะ ห๊ะ ??



[Cloud] – มาเถอะ .... ตกลงจะตามมามั๊ย ?
[Reynn] – ห๊ะ ..เอ่อ ค่ะๆ ไปๆ
[Lann] – แน่นอน รีบเลย !!



[?????] – แควกกกกก !!!!
[Lann] – Mirages หรอ ? แบบนี้พวกเรารับมือได้สบาย ฮ่าๆ 



[Cloud] – พวกคุณเป็น Keeper หรอ ? ไม่สิ คนตัวใหญ่ที่มาจากเนินเขาในตำนาน 
[Reynn] – ทา ด้า !!
[Lann] – ใช่แล้ว บอกเราสิว่า Mirages อยู่ที่ไหนแล้วรอดูฝีมือของเราก็แล้วกัน
[Cloud] – หึ .. ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ตามผมมาได้เลย ทางนี้ 



                                                      Library Ancients 




[Celes] – สรุปว่า พวกนี้เป็นใคร ?
[Cloud] – Celes เด็กพวกนี้คือ คนตัวใหญ่ที่มาจากเนินเขา
[Celes] – คุณไม่ได้หมายถึงเรื่องจากคำทำนายใช่มั๊ย ?
[Reynn] – เอ่อ ที่ว่าอยากให้เราช่วย ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่คะ?
[Cloud] – ชัวร์ .. เริ่มจากตรงไหนดีนะ ? ………………

[Reynn] – จู่ๆโซ่นั่นก็มาจากไหนไม่รู้ จากนั้นก็มีพวก Mirages ออกมางั้นหรอ ?
[Cloud] – ใช่ League of S ส่งผมมาที่นี่ เพื่อมาตรวจสอบเรื่องโซ่เสมอนั่นแค่นั้น 
[Celes] – ทันทีที่เขามาถึงพวกแวมไพร์ ก็ออกมาโจมตีที่นี่ทันทีเลย มันเป็นความวุ่นวายที่โฉ่งฉ่างมากๆ ชั้นเป็นนักดาบรับจ้าง ทำงานเป็นการ์ดในที่แห่งนี้ Library Ancients ห้องสมุดโบราณของเมือง เลยไม่ค่อยได้ออกไปนอกเมื่องมากนัก ที่จริงชอบที่นี่เพราะมันเงียบดี ทุกอย่างปกติดีมาตลอด จนพวกแวมไฟรนั่นมา เรื่องมันเกิดรวดเร็วมากๆเลย
[Cloud] – เออ Celes แล้ว ... เขาไปไหนเนี้ย
[Celes] – หมกตัวอ่านหนังสือแถวนี้แหละมั้ง ... ซิด !! อยู่มั๊ย ?? ซิด ถ้านายไม่ตอบชั้นจะเผาหนังสือให้หมดเลยนะ !!



[Cid ] – เดี๋ยวๆๆๆ มาแล้วๆๆๆๆ เบื่อไอ้พวกผีที่มาวุ่นวายอ่ะ ไม่ชอบเลยจริงๆ
[Lann] – ห๊า !! ไอ่หุ่นกระป๋องนี่พูดได้ด้วย !?? ใช่ Mirages ป่ะเนี้ย
[Celes] – คิดว่าน่าจะคล้ายๆกันมั้ง 
[Cid ] – อย่ามาหยาบคายกะผมนะ ผมก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกคุณแหละ แค่บางครั้งผมมาอยู่ใน .... อะ จ๊ากกกกกกกก !!!!



[Celes] – ใช่ เขาต้องมาอยู่ในถังขดลวดนี่ และงานของชั้นก็คือทำให้เขาสงบลงเวลามันรวน 
[Reynn] – ทำให้สงบอะไร ชั้นว่าคุณจะทำเขาพังมากกว่านะ 

[Cid ] – ผมกลับมาแล้วววว !!
[Celes] – เชื่อเถอะ ต้องทำอีกเยอะเลยถ้าจะให้ใกล้เคียงกับคำว่าทำลายเขาอ่ะนะ 
[Cid ] – ขอบคุณมากที่ห่วง ผ..
[Celes] – พอเหอะคะนายท่าน ให้เราคุยกันต่อได้ยัง ?
[Cid ] – โอ้ เรอะ เอาละถึงไหนแล้วอ่ะ ?



[Reynn] – อ่อ สรุปว่าคุณคือพวกหนอนหนังสือ แล้วคุณทำอะไรกับร่างกายคุณอ่ะ เปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์เพื่อจะได้อ่านหนังสือได้แบบไม่ต้องหลับต้องนอนตลอดไปงั้นหรอ ?
[Cid ] – ม่ายๆๆ ผิดแล้วๆๆ ผมอ่านเป็นเวลามากกว่า อยากให้เรียก นักสะสมหนังสือมากกว่า ขอบคุณครับ
[Reynn] – แล้วมันต่างกันตรงไหนเนี้ยย ??
[Celes] – ชั้นพอเข้าใจนะ ถ้าเป็นคนอื่นคงทิ้งร่างนี้ไปแล้ว แต่เขาไม่หลอกตัวเอง เพราะยังไงจิตวิญญาณเขาก็ติดอยู่ในนั้น 



[Cloud] – พอได้แล้ว !! มัวแต่พูดเล่นอยู่ได้เรามีงานสำคัญที่ต้องทำนะ
[Reynn] – เอาละ งั้นมาเริ่มที่ พวกชาวบ้านที่มีเขี้ยวแบบนั้นมันเกิดจากอะไร
 [Cloud] – แวมไพร์ไง มันใช้ผู้คนเป็นเครื่องมือด้วยการกัดแค่ครั้งเดียวคนธรรมดาก็จะกลายเป็นผีดูดเลือดเหมือนมัน
[Reynn] – เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่ามันสามารถเปลี่ยนคนให้เป็น Mirages ได้อ่ะ จะจัดการพวกมันยังไง แล้วทำให้กลับมาเหมือนเดิมได้ป่ะ
[Cid ] –  จัดการหรอ พวกเขาเคยเป็นคนนะ เป็นแค่เหยื่อ จากหนังสือที่ผมเคยอ่านเจอ เขาว่าใครที่โดนแวมไฟร์กัดถ้าอยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมต้องไปจัดการไอ้แวมไฟร์ตัวที่กัดอ่ะนะ คำสาปถึงจะหายไป 
[Celes] – งั้นเราคงต้องไปจัดการแวมไฟร์ตัวแรกที่กัดทุกคนที่นี่ดีกว่ามั๊ย? 
[Cloud] – ใช่แล้ว ถ้าเราตามรอยเบาะแสการระบาดย้อนกลับไปก็จะเจอไอ้แวมไฟร์ตัวแรก
[Celes] – งั้นเรียกไอ้ตัวแรกว่า Prime ถ้าเราจัดการ Prime ได้ชาวบ้านก็กลับเป็นปกติ 
[Lann] – เยี่ยม ตกลงแผนว่าไงบอกมาเลย .. ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจที่คุณพูดกันเท่าไหร่ก็เหอะนะ 
[Reynn] – แล้วเราจะหา Prime ได้ที่ไหน ?



[Celes] – อืมม Cloud นายจำได้มั๊ยว่าตอนที่มาที่นี่ใหม่ๆเคยสู้กับแวมไฟร์ที่ไหนเป็นที่แรกอ่ะ ?
[Cloud] – บอกพิกัดที่ชัดเจนไม่ได้ แต่จำได้ว่ามีการระบาดมาจากเหนือ 
[Cid] – ทางเหนือหรอ ? โอ้ งั้นก็มีอยู่ที่เดียวเลย  
[Celes] – ใช่แล้ว ที่สุสานรถไฟนั่นไง 
[Cloud] – งั้นรออะไรละ ไปกันเลยพวกเรา !!
[Celes] – เดี๋ยวก่อน Cloud แล้วใครจะดูแลชาวบ้านที่นี่ละ ? ชั้นจะอยู่ที่นี่เอง โดยเฉพาะเลยคือ นาย Sid ที่ชั้นต้องอยู่ที่นี่ 
[Reynn] – งั้นพวกเราจะไปแทนให้เอง ใช่มั๊ย Lann
[Lann] – ห๊า ! อ่อ ใช่ๆ จะแวมไฟร์หรืออะไรบอกทางมาเลยจะจับให้เรียบเลยคอยดู 




- คุยจบเข้าไปเก็บไอเทมด้านในห้องสมุดก่อน จากนั้นคุยกับ Cloud เพื่อออกเดินทางไปที่สุสานรถไฟได้เลย



                                                      Train Graveyard 

** เตรียม Mirages ที่มี Support Skill Sap ชาร์จไฟฟ้าให้เครื่องจักรทำงานกับ Support Skill – Smash ทำลายสิ่งกีดขวาง มาด้วย **



Mirages ที่เจอในพื้นที่จะมีทั้งหมด 9 ชนิด มี 8 ชนิดที่เคยเจอแล้ว พวกเดิมๆอย่าง Chrome Giant, Ice Bat, Imp, Mordskull, Skull Eater, Vampire, Werebat มี 1 ชนิดที่เป็น Mirages ตัวใหม่ที่ไม่เคยเจอ

โซนที่ 1 และ 2 – ใช้ Support Skill Sap ชาร์จไฟฟ้ากับเครื่องควบคุมเครนยกและปรับโบกี้รถไฟเพื่อทำทางไปต่อ กับใช้ Support Skill – Smash ทำลายสิ่งกีดขวางเพื่อเปิดทางไปเก็บไอเทม

โซนที่ 3 – เข้าไปที่ส่วนขวาล่างของทางออกเพื่อเก็บคีย์ไอเทม Wearwheel ก่อนแล้วเอาไปให้ Gimme Golem ที่ขวางทางที่ทางออกทางด้านบนเพื่อผ่านทางไปโซนที่ 4

โซนที่ 4 – ใช้ Support Skill Sap ชาร์จไฟฟ้ากับเครื่องควบคุมเครนยกและปรับโบกี้รถไฟเพื่อทำทางไปจนถึงทางเข้าโซนที่ 5

โซนที่ 5 – เข้ามาจนพบจุดเซฟที่กลางพื้นที่ เข้าไปที่เส้นทางใต้ของจุดเซฟเพื่อเก็บคีย์ไอเทม Wearwheel ก่อนแล้วเอาไปให้ Gimme Golem ที่ขวางทางที่ทางเดินด้านบน เข้าไปจนถึงทางแยกซ้าย – ขวา


 เข้าไปที่แยกขวาก่อนจะเจอ Puzzle Switch สวิตซ์ปริศนาที่ต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขคือ
-น้ำหนักรวมให้ได้ 11 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุดินรวมกัน 100 หรือมากกว่า


เปิดทางเข้าไปที่ Secret Area ทางขวาล่างของพื้นที่ เข้าไปจะเจอผลึก Murkrift อยู่ 4 ก้อนประกอบด้วย
LV43 เจอกับ Red Cap 5 ตัว 
LV40 เจอกับ Reaver Mu 5 ตัว
LV37 เจอกับ Korrigan 5 ตัว
LV35 เจอกับ Manticore 5 ตัว



Manticore คือร่างแรกของ Sphinx ตัวนี้เป็น Mirages ตัวใหม่ที่ไม่เคยเจอ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์พิษ (Poison) หรือไอเทมเวทย์พิษ (Poison Fang) กับมัน


เมื่อจัดการเคลียร์ Murkrift 4 อันจนหมดแล้วอันที่ 5 จะปรากฏออกมา ด้านในคือ Nightmare LV35. ซึ่งเป็น Rare Mirages เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์ธาตุความมืดโจมตีมัน

จากนั้นออกไปที่ โซนที่ 5 ต่อได้เลย ที่ลานกว้างของโซนที่ 5 จะพบกับ Vampire Prime เข้ามาโจมตี ก่อนที่มันจะโฉบลงมาจับตัว Reynn ลากเข้าไปด้านใน เมื่อ Lann วิ่งตามเข้าไปช่วยก็จะพบ Reynn นอนมึนงงอยู่ที่ลานกว้างก่อนที่ Vampire Prime จะพุ่งเข้ามาเปิดฉากโจมตี


สู้กับ Boss Vampire Prime ให้ชนะ แต่หลังจากจัดการมันได้แล้วจะพบว่า Reynn เกิดอาการแปลกๆขึ้นมาจน Lann เริ่มรู้ว่า Reynn ถูกกัดจนกลายเป็นแวมไพร์ไปซะแล้ว



แถมเจ้า Vampire Prime ตัวพ่อก็ตายยากตายเย็นมันกลับลุกขึ้นมาอีกได้หน้าตายเฉย ในขณะที่ Lann กำลังโดนทั้ง Reynn ที่กลายเป็นแวมไพร์และ Vampire Prime ที่ไม่ยอมตายกำลังรุมเข้ามาพร้อมๆกัน


โชคดีที่ Cloud มาช่วยเอาไว้ด้วยอาวุธที่ Cid คิดค้นขึ้นมาเพื่อให้ Lann ใช้ตอกเข้าที่หน้าออกมันจน Vampire Prime สลายตายไปและ Reynn ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้สำเร็จ



[Cloud] – ทำได้ดีมาก ไม่นานเธอก็จะค่อยๆกลับมาเป็นปกติ ทั้งเธอแล้วก็คนในเมือง
[Lann] – ขอบคุณคุณด้วยนะ เจ๋งมากเลยไอ้อาวุธนั่น ทำได้ไงอ่ะ
[Cloud] – ต้องขอบคุณซิดมากกว่าที่คิดค้นวิธีเอาชนะ Prime ได้ด้วยการใช้ไม้ตอกเข้าหัวใจมันจากที่เขาอ่านหนังสือมา ชั้นกว่าจะหาต้นไม้ตามที่เข้าต้องการเพื่อมาทำวัตถุดิบก็ใช้เวลานานไปหน่อย
[Reynn] – นี่ตกลงชั้นกลายเป็นแวมไพร์ไปจริงๆหรอ โม้น่า 
[Lann] – จริงๆ ชั้นเห็นพี่มีเขี้ยวด้วยคิดแล้วยังเสียวอยู่เลย 
[Cloud] – หือ .. นั่นอะไรน่ะ ?



[Tama] – นั่นกุญแจดอกที่ 3 ของเราไง เย้ๆ !!
[Cloud] – Prime คงเป็นผู้ครอบครองมันไว้ หรือไม่ก็ ...
[Reynn] – มีอะไรหรอคะ ?
[Cloud] –  ...ไม่รู้สิ กุญแจจะทำอะไรได้นอกจากไว้เปิดอะไรซักอย่างนั่นแหละ ว่ามั๊ย ช่างเถอะ ... อยู่ๆก็คิดขึ้นมาเฉยๆ ผมไปดีกว่า 
[Reynn] – อ่อ Cloud ยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย  
[Lann] – ขอบคุณอีกครั้งนะ 
[Cloud] – อย่าทำอะไรที่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังล่ะ 



หลังทุกคนแยกย้ายกันไป กลับมาเงาจางๆที่แอบเฝ้าดูด้วยสายตาแดงกล่ำอยู่ห่างๆ มันใช้ดาบขนาดใหญ่อันคมกริบตัดรถไฟจนขาด 2 ท่อนเพื่อแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่มันคิดอยู่




** ปลดล็อก Champion Medal ของ Cloud และ Celes ที่ห้องดื่มชาของเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ **


                          ** การจับ Rare Mirages  Vampire Prime มาใช้งาน **

หลังจบเหตุการณ์นี้หากกลับไปที่ลานประลองจะพบแมทช์เพิ่มขึ้นมาใหม่คือ The Bitees’s Biters’ Biter จะได้สู้กับ Vampire Prime และ Werebat ซึ่งตอนนี้จะสามารถจับ Rare Mirages Vampire Prime ได้แล้ว


 เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมันด้วยธาตุแสง ส่วนเด็ดของ Prime คือทุกครั้งที่โจมตีจะได้ HP กลับมาด้วยเสมอ 100 – 200 Point




                                           Tometown of the Ancients




หลังจากทำธุระทุกอย่างเสร็จแล้วกลับไปที่เมืองห้องสมุด Tometown of the Ancients อีกครั้ง ตอนนี้เมืองและผู้คนกลับมาเป็นปกติแล้ว ในเมืองจะมีเควสย่อยให้ทำ 2 อันคือ


                                   Miniventure : Mirage pandemonium

ต้องการ – กำจัด Mirage ในพื้นที่ Train Gravyard 10 ตัว
รางวัลคือ Slow seed 

                                   Miniventure : The Spellstone Scholar 

ต้องการ – Wind Spellstone 1 อัน และ Earth Spellstone 1 อัน 
รางวัลคือ Esuna seed


เข้าไปคุยกับ Celes และ Cid ที่ห้องสมุดโบราณ เพื่อถามหากุญแจดอกสุดท้ายตามคำทำทายว่าอยู่ที่ Temple of The Deep ซึ่งผู้รอบรู้อย่าง Cid ก็จะบอกให้ทันทีว่า วิหารแห่งนี้อยู่ เขต Besaid นั่นเอง


[Celes] – เมืองทั้งเมืองปกติดีแล้ว ผู้คนกลับมาเหมือนเดิมแต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครสนใจไอ้โซ่เสมอที่ยึดบ้านเมืองของพวกเขาเท่าไหร่เลย
[Lann] – แน่นอนพวกเขาไม่แคร์จนกว่าพวกเขาจะโดนพวกมันทำร้ายให้เจ็บตัว
[Celes] – จริงๆแล้วไม่ใช่หรอก ชั้นคิดว่า คนโง่ก็คือคนโง่ พวกเขาคิดว่าพวก Bahamut เป็นคนช่วยพวกเขาจากแวมไพร์ต่างหาก แถมพวกมันยังให้สัญญาว่าหากตกอยู่ในการควบคุมของสหพันธรัฐพวกเขาจะได้รับเสรีภาพอย่างที่ต้องการ มีวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้น ซึ่งมันไม่จริงเลย 
[Lann] – แล้วอะไรทำให้พวกชาวบ้านเชื่อแบบนั้นละ ?
[Celes] – พวกมันพยายามแสดงออกด้วยความเมตตาและให้สิ่งของกับพวกเขาทำให้พวกเขาภูมิใจกับสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ได้มาไง พวกเขาถูกทำให้ดูเป็นคนสำคัญ ได้ใช้ชีวิตหรูหราฟูฟ่า กันพวกเขาให้หากจากความลำบาก ไม่ต้องอดอยาก ชาวเมืองก็ไม่จำเป็นต้องประท้วงหรือก่อ สงครามเพื่อต่อต้านสหพันธรัฐ ติดกับอยู่กับชีวิตที่แสนสบายไปวันๆ  



[Reynn] – ถามอีกอย่างนะคะ ไปไงมาไงคุณถึงมาทำงานกับ Cid ละ ?
[Celes] – คงต้องย้อนไปนานหน่อย เขาเป็นคนจ้างชั้นให้มาคุ้มครองเมืองนี้น่ะ แต่เอาเข้าจริงที่ชั้นยอมอยู่ก็เพราะ ... อยากที่เห็น ทำให้ใครบางคนให้พ้นจากปัญหาไง Cid เครื่องรวมบ่อยมาก ถ้าลองมองดีๆซากปรักหักพังมากมายที่สุสานรถไฟนั่นก็ฝีมือ Cid ล้วนๆเลยนะ หากจิตใจเขาถูกชัทดาวน์เมื่อไหร่ เขาจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าทันที นี่แหละตัวอันตรายของจริง เห็นยังว่าทำไมต้องมีคนคอยดูเขาตลอด



[Cid] – ว่าก็ว่าเหอะ พวกคุณอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับ คำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy) บ้างมั๊ย ?
[Reynn] – อันที่จริงตั้งแต่เรามาที่นี่เราก็รู้จักแต่ คำพยากรณ์สีท้องฟ้า (Azure Prophecy) พอมีคนพูดถึงคำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy) แถมยังมีอะไรเหมือนๆกันด้วยคราวนี้เลยมึนตึบเลยคะ 
[Lann] – มา ยัดใส่หัวผมได้เล๊ย 
 [Cid] – รู้มั๊ย หนังสือในห้องสมุดนี้มีมากมายหลายพันหลายหมื่นเล่มแต่ไม่มีเล่มไหนเลยที่กล่าวถึง คำพยากรณ์สีเลือด (Crimson Prophecy)   
[Lann] – คงเพราะมีหนังสือที่กล่าวถึงมันเล่มนึงหายไปละมั้ง 
[Cid] – ... ไม่ใช่ ..ที่นี่รวบรวมหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดไว้จนครบแล้ว อันที่จะเรามีแต่ที่เกี่ยวกับคำทำนายที่ถูกที่ควรต่างหาก แค่นี้มันก็บอกทุกอย่างได้แล้ว 



[Cid] – แล้วคุณรู้ป่ะว่ากล้องส่องทางไกลที่คุณได้มา ผมเป็นคนประดิษฐมันเองเมื่อปีที่แล้ว ตอนทำตั้งใจว่าจะสร้างร่างใหม่แล้วจะใช้แว่นนั่นมีเลนท์แบบพิเศษที่จะสามารถมองหาสิ่งที่บิดเบือนได้ ตั้งใจทำไว้เพื่อออกเดินทางหาหนังสือใหม่ๆที่มีขายเฉพาะใน ร้านหนังสือลับอะน่ะ แต่สรุปว่าไม่เจอไอ้ร้านหนังสือลับอะไรนั่นหรอก แต่กลับเห็นโซ่สมอของพวกบาฮามุธเต็มๆเลย ต่อมาก็มีคนมาถามนะว่าเลนท์แบบนี้สร้างยังไง ชั้นก็เลยบอกวิธีสร้างให้ไปฟรีๆเลย ฮ่าๆ
[Reynn] – ชั้นรู้และว่าทำไมเจอแว่นแบบนี้ที่โรงแรม Sherlotta  



                                       ดินแดนแห่งสุริยุปราคา (Eclipsed Region)





จากนั้นเดินทางมายัง ดินแดนแห่งสุริยุปราคา (Eclipsed Region) แล้วเดินทางไปทางเส้นทางแยกขวาจาก Tometown of the Ancients เข้าไปที่สถานีรถไฟของเขตนี้ได้เลย ....


ที่ Eclipsed Region Train station ไม่รู้ว่าที่โลก Grymoire นั้นมีสถานีรถไฟกี่ที่ แต่ว่าที่แน่ๆทุกที่ต้องเจอกับนายตรวจคนเดิม นายตรวจ Cactuar หนึ่งเดียวคนนี้แน่นอน ที่หน้าสถานีจะมีชาวบ้านที่มีเควสย่อยให้ทำอยู่ 1 เควส

                                        Miniventure : A Dancer's Dilemana

ต้องการ – จับ Mirages ที่เป็นเพศหญิงแล้วเอาเข้ามาอยู่ในปาร์ตี้ (เอา Shiva ก็ได้) 
รางวัลคือ Accuracy + Seed



เมื่อพร้อมที่จะออกเดินทางแล้วก็คุยกับนายตรวจตั๋วได้เลย  แต่การเดินทางด้วยรถไฟครั้งนี้ไม่เหมือนกันทุกครั้ง !!!



เพราะมันต้องทะยานขึ้นไปแบบตั้งฉากขึ้้นไปด้านบน ........



 ต้องทะลุแผ่นน้ำกั้นขึ้นไปที่ทวีปด้านบนจนถึงสถานที่ที่เรียกว่าเขตชายทะเลบนเกาะ Besaid ที่สวยงาม







                        Chapter 18: The Fell Spell and the Quacho Queen



                                เกาะ Besaid .. เมือง ท่าเรือ Port Besaid 


Miniventure : Scaling the wall of love 
ต้องการ – ไอเทม Fish Scales 5 อัน

รางวัลคือ Dispel Seed






[Reynn] – เอาละตอนนี้เรามีแค่คำจากคำทำนายที่ว่า วิหารที่อยู่ลึกลงไป ไม่รู้จะเริ่มยังไง ? ลองถามพวกชาวบ้านดูอาจจะได้อะไรดีๆบ้าง


........... (คุยกับคนที่มีเครื่องหมาย ! บนหัวให้หมด) .......



[Lann] – เท่าที่ลองคุยๆกับหลายๆคนดู มีแต่คนบอกว่าเคยได้ยินชื่อวิหาร Sunken Temple แต่ไม่มีใครเคยเห็นและไม่รู้ว่ามีจริงๆหรือเปล่าอ่ะดิ  
[Reynn] – ลองคิดดูนะที่ว่า  วิหารที่อยู่ลึกลงไป เนี้ยถ้าคนที่ไม่ได้ดำน้ำลงไปก็คงไม่ได้เรียกมันแบบนี้หรอกว่ามั๊ย ?
[Lann] – ไอ้ตอนที่เราขึ้นรถไฟมาก็ไม่ยักกะเห็นแฮะ หืมมม .. ป้าย อะไร? Pantaloggist พร้อมให้การช่วยเหลือแล้ววันนี้ .. 



[Tama] – เดี๋ยวนี้มีการเปิดสอนการหายใจกันแล้วหรอเนี้ย ฮ่าๆ
[Lann] – ช่ายๆการหายใจเป็นเรื่องสำคัญมากๆนะ
[Reynn] – Pant มันเป็นคำ Prefix ซื้อบื่อเอ้ย ..มันหมายถึงคำที่ใช้เติมเข้าข้างหน้าคำอื่น แล้วทำให้คำคำนั้นมีความหมายผิดไปจากเดิมอะไรแบบนี้ 
[Lann] – pan กระทะ การทำอาหารหรอ ?
[Reynn] – เฮ้อออ นายเลิกคิดแต่คำหน้าคำเดียวซะทีได้มั๊ย มันหมายรวมๆว่า รับปรึกษาปัญหาต่างๆอะไรแบบเนี้ย 
[Lann] – งั้นก็เยี่ยมเลย ถ้าเขาทุกเรื่องจริงๆเราลองไปถามเรื่อง วิหาร Sunken Temple ดูดีป่ะ เพื่อเขาจะบอกอะไรเราได้บ้างไง 

Lann รีบชวน Reynn ไปโดยไม่ทันได้ดูสิ่งที่เขียนไว้ใต้ป้ายว่า คำสาปไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย !! …เข้าไปด้านในที่จุดรูปดาวจนพวกบ้านหลังใหญ่ ป้ายเขียนไว้ว่า Besaid Laboratory แต่ดูไปแล้วเหมือนกับบ้านของพวกคนทรง ...



[Shantotto] – เอาละการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ .. อ้าว หรือเราใส่ส่วนผสมน้อยไปนะ ? 
[Lann] – ลูกค้ามาแล้วคร๊าบบบ
[Shantotto] – ใครน่ะ ? โอ้ตายแล้ว ชั้นไม่เคยตอนรับลูกค้าที่เป็น Jiant มาก่อนเลย มา 2 คนเลยด้วย 
[Lann] – ที่นี่ใช่ที่รับปรึกษาและแก้ปัญหาต่างๆป่ะ
[Shantotto] – ใช่แล้ว มีไรให้ช่วยหรอ ?



[Shantotto] – อืมมม ตามหา วิหาร Sunken Temple งั้นหรอ ?
[Lann] – บางทีคุณอาจจะมีคาถาวิเศษที่ทำให้เราหายใจในน้ำได้อะไรแบบนั้น มีป่ะละ ?
[Shantotto] – หายใจในน้ำหรอ ตกลงอยากได้เหงือกหรือคาถากันแน่เนี้ย จริงๆมันก็มีอ่ะนะ แต่มันอาจะ ....  ช่างเหอะ  ทะเลที่นี่มันอันตรายมากๆเลยนะ พวกคุณจะไม่เสียใจทีหลังแน่นะ 
[Reynn] – อืม คะ ถ้าคุณมีทางช่วยก็ขอให้บอกหน่อยจะขอบคุณมากๆเลยคะ
[Lann] – นะครับ ได้โปรดดดละ 
[Shantotto] – เอาละ ถ้าต้องการให้ช่วยมากจริงๆ ชั้นจะทำตามที่พวกคุณต้องการก็ได้ ..ถ้าหากว่าคุณรู้ว่าชั้นจะทำอะไรอ่ะนะ ?..
[Reynn] – อะไรนะคะ ?
[Shantotto] –  มาเริ่มกันเล๊ยย !!  ตกลงคุณสองคนนี่ใครซื่อบื้อพอที่จะลองเป็นคนแรกละ  อ่า.....!!!!




[Lann] – อั๊ก !!! หะ หายใจ หายใจไม่ออก !!!
[Reynn] – เฮ้ย นี่แกทำอะไรเขานะ !!
[Shantotto] –  ง่ายๆเลย ตอนนี้เขาหายใจด้วยอากาศไม่ได้แล้วอ่ะนะ ก็คุณบอกอยากหายใจในน้ำเหมือนกับปลาไม่ใช่หรอ ? ปลาอยู่บนบกหายใจไม่ได้ก็ตายนะ 
[Reynn] – นี่แกกำลังจะฆ่ากันชัดๆ !!
[Shantotto] – ชั้นให้ความช่วยเหลือไปแล้วนะ ที่นี่พร้อมจะตอบแทนกันรึยัง ? อย่ามายั่วโมโหกันดีกว่านะนังหนู 





การต่อสู้กับ Shantotto นั้นไม่ต้องไปสู้ให้เปลืองไอเทมนะ เพราะยังไงก็แพ้ เพราะต้องแพ้ตามเนื้อเรื่อง .... ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ...





[Reynn] – อั๊กกก อะไรเนี้ย ทำไมอยู่ในน้ำ.. ชะ ชั้น หะหายใจไม่ ... เอ๋ หายใจได้นี่นา ... ห๊า ... Lann ?
[Lann] – งายพี่ 





[Shantotto] – อ้าว รู้สึกตัวกันแล้วหรอจ๊ะ เอาละ Tidus พาสองคนนี้ไปทัวร์ใต้น้ำหน่อยเร๊ว !
[Tidus] – รับทราบครับผม !!


[Lann] – ว้าวว โคตรเจ๋งอ่ะ เราอยู่ในทะเล แถมยังหายใจใต้น้ำได้ด้วย !




[Reynn] – หวังว่านายคงจะชอบนะ เพราะเราคงหายใจบนบกไม่ได้แล้วมั้ง
 [Tidus] – เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก .. ตามมาผมจะพาไปที่ วิหาร Sunken Temple ผมดำน้ำไปที่นั่นเป็นพันๆครั้งแล้วละ ไปเถอะ นี่นายเห็นพวก Quacho นั่นมั๊ยที่ว่ายไปมาอ่ะ ว่ากันว่าราชินีของพวกมันอ่ะ ครอบครอง Quacho Ruby อยู่ มันขายได้เป็นล้านๆเลยนะจะบอกให้ ชั้นถึงลงมาบ่อยไง เผื่อเจอ ฮ่าๆ
[Lann] – ถามหน่อย ทำไมนายหายใจในน้ำเก่งจังละ ??
[Tidus] – แหม ถ้านายรู้ว่าชั้นเล่น Blitzballs เก่งแค่ไหนคงไม่ถามแบบนี้แน่ ฮ่าๆ  ... ไม่รู้จัก Blitzballs สินะ วันหลังจะเล่าให้ฟังแล้วกัน



 .. นั่นไงละ ถึงและ วิหาร Sunken Temple เอาละ เดินทางปลอดภัยนะ ผมไปรอข้างบนละกัน ถ้าเจอ Quacho Ruby เอามาฝากบ้างแล้วกันนะ 




                                                  วิหารใต้ทะเล  Sunken Temple





Mirages ที่เจอในพื้นที่จะมีทั้งหมด 10 ชนิด มี 7 ชนิดที่เคยเจอแล้ว พวกเดิมๆอย่าง Sea Snake, Sea Worm, Sharqual, Quachacho มี 3 ชนิดที่เป็น Mirages ตัวใหม่ที่ไม่เคยเจอ

โซนที่ 1 – ที่วิหารใต้น้ำจะสามารถเดินขึ้นไปตามพนังที่มีพืชน้ำสีเขียวขึ้นอยู่เพื่อข้ามทางขาดหรือเก็บไอเทมต่างๆในพื้นที่ได้ด้วย

Mirages ตัวใหม่ที่เจอในพื้นที่คือ
1. Sea Serpent - เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้ธาตุน้ำโจมตีมัน



2. Nightsqual เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้มันนอนหลับ (ด้วยเวทย์หรือไอเทม Dream Powder ก็ได้)
โซนที่ 2 – ทางฝั่งซ้ายของพื้นที่จะมีจุดที่สามารถเดินไต่พนังขึ้นไปเก็บคีย์ไอเทม Chamchime เพื่อเอาไปให้ Gimme Golem เปิดทางเข้าไปที่ทางเข้าโซนที่ 3


Mirages ตัวใหม่ที่เจอในพื้นที่คือ


1. Mega Nightsqual เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์ Bravery กับมัน โดย Mirages ที่มีเวทย์นี้ก็พวก Tonberry, Skull Eater, Right Claw, Spark Dragon, Sphinx, Sercurity Eye, Imp


โซนที่ 3 – ระหว่างทางเดินฝั่งขวาจะมีจุดที่สามารถเดินไต่พนังขึ้นไปเก็บคีย์ไอเทม Chamchime เพื่อเอาไปให้ Gimme Golem เปิดทางเข้าตรงจุดเซฟไปที่ทางเข้าโซนที่ 4

Mirages ตัวใหม่ที่เจอในพื้นที่คือในผลึก Murkrift LV45
1.Mindflayer  เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์ Reflect กับตัวเองแล้วรอให้มันเสกเวทย์ต่างๆใส่ให้สะท้อนไปใส่ตัวมันเอง



 2. Squidaken เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ใช้เวทย์ Reflect กับตัวเองแล้วรอให้มันเสกเวทย์ต่างๆใส่ให้สะท้อนไปใส่ตัวมันเอง


**หมายเหตุ ** Mindflayer และ Squidaken จะอยู่ด้วยกันทั้ง 2 ตัวพวกมันจะเสกคาถาทำให้สเตตัสผิดปกติมากมายใส่จนสับสนหลงลืมมัวไปหมด เมื่อเริ่มต่อสู้ให้ใช้เวทย์ Reflect กับตัวเองให้เร็วที่สุด เท่านี้มันจะทำอะไรไม่ได้เลยเพราะเวทย์จะสะท้อนกลับไปใส่มันเองจนหมด **


โซนที่ 4 – ผ่านจุดเซฟไปก็จะเข้าไปถึงห้องของ Quacho Queen



[Quacho Queen] – จริงหรอ ? ชั่วร้ายจริงๆไอ้พวก Tonberry ตอนแรกก็บังอาจมาขโมยกุญแจของพวกเราไปตอนนี้พวกมันยังเสนอหน้ามาเรียกราชาของพวกมันมาอีกหรอ ? เลวมาก พวกมันกะจะมาชิงอาณาจักรของชั้นแน่นอน !! .

     

. เอ๊ะ ใครอยู่ตรงนั้นนะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ .. อ้าวไม่ใช่มนุษย์แต่เป็น Jiant ผู้หญิงหรอ ? ไม่ธรรมดาเลยนะเนี้ย มาสิเข้ามาคุยกัน มีข่าวอะไรมาบอกชั้นงั้นหรอ



[Lann] – ดูอะไรอยู่หรอ Reynn …. เฮ้ยย นั่นมันราชินี Quacho นี่นา



[Quacho Queen] – ห๊ะ ! ... กรี๊ดดดดด!!!! ชั้นเกลียดผู้ชายยยย ฮืออๆ หึ่ม ..ดีละ !!!




จัดการ Boss - Quacho Queen และพวก Miney ตอนนี้ยังจับพวกมันเป็นพวกไม่ได้ จัดการให้หมด




[Quacho Queen] – ฮืออออๆๆๆๆ ทำไมๆๆๆ ทำไมพวกเขาถึงทำกับชั้นขนาดนี้ ฮือออๆๆๆๆ ไอ้ทุเรศ ไอ้พวกบ้า ไอ้ผู้ชายบ้า !!! 




[Reynn] – ดูสิ Ruby ของ Quacho Queen เธอทำตกไว้ อย่างน้อยๆตอนนี้เราก็ไม่ได้กลับบ้านมือเปล่าแล้วละ 
[Tama] -  และเราก็น่าจะตามรอยเธอไปเพื่อไปเอากุญแจด้วยนะ ไม่งั้นเราจะมาที่นี่กันทำไม ?
[Reynn] – จริงด้วย แล้วเราก็รู้แล้วด้วยว่ากุญแจมันอยู่ที่ไหน จำได้มั๊ย Quacho Queen บอกว่าพวก Tonberry ขโมยกุญแจไปอ่ะ 
[Lann] – อ่าฮ่า ! มันคงจะอยู่ใต้วิหารนี่ที่ไหนซักแห่งแน่นอน ตามเธอไปอาจจะรู้ก็ได้ 

จากนั้นออกจากห้องแล้วย้อนลงมาจากจุดเซฟทางด้านซ้ายตรงทางลงบันไดจะเห็น Quacho Queen เปิดฝาหอยยักษ์สีเขียวที่เคยผ่านมาลงไปด้านล่าง


 เตรียมตัวทำอะไรให้พร้อมแล้วโดดตามลงไปได้เลย ซึ่งจะเป็นส่วนที่ 5 ของถ้ำ ด้านในจะเห็น Quacho Queen ห้าวเข้าไปบุกถ้ำของ พวก Tonberry หวังจะเอากุญแจของเธอคืน แต่ก็ต้องโดดเตะกระเด็นมานอนกองกับพื้นเพราะเจอกับ ราชาแห่ง Tonberry ที่พวกลูกๆ Tonberries อัญเชิญมา


เข้าไปสู้กับ Boss Tonberry King กับเหล่าลูกน้อง Tonberry จัดการมันซะ ก็จะได้กุญแจในตำนานดอกสุดท้ายมาครอบครอง

[Tama] – ไชโย !! เราทำได้แล้ว กุญแจดอกที่สุด ดอกสุดท้ายของเราได้มาแล้ว !!! 
[Lann] – เฮ้ เธอเป็นไงบ้างอ่ะ ก่อนหน้านี้ขอโทษด้วยนะ 



[Quacho Queen] – ชะ ชั้น ไม่รู้สิ ไม่เคยมีผู้ชายมาช่วยชีวิตแบบนี้ ก็อยากจะขอบคุณอ่ะนะ แต่ ..อย่าหวังเลย !! เอากุญแจบ้าๆนั่นไปซะไอ้หน้าคางคก !!
[Lann] – อะ อ่า ... ชะ โชคดีนะ .. โดนด่าอีก 
[Reynn] – โอเค เอาน่า ..อย่าไปถือเธอเลย อย่างน้อยเราก็ได้สิ่งที่เราต้องการแล้วก็ถือว่าจบนะ กลับกันเถอะเรา






                                    เกาะ Besaid .. เมือง ท่าเรือ Port Besaid




[Tidus] –  เฮ้ยพวกนายเจ่งวะ ได้ Quacho ruby มาด้วย 
[Reynn] – ไหนละยาแก้คำสาปของพวกเรา รีบเอามาก่อนเลย 
[Lann] – วู้ !!! สูดอากาศเต็มปอดได้แล้วสดชื่นจริงๆเล๊ย !!  
[Reynn] – รู้สึกว่า Dr. Shantotto คงไม่ได้พูดเล่นซะแล้ว เพราะทะเลนี้มันน่ากลัวจริงๆด้วย 
[Tidus] –  เอาเถอะแต่ถ้าหากพวกนายจะไปดำน้ำที่ไหนอีกละก็ เอานี่ Poxyale ไว้ใช้หายใจใต้น้ำ 



[Yuna] – พวกคุณอยู่ที่นี่เอง ตามหาแทบตายเลย ! 
[Reynn] – อ้าว นั่นเลดี้ ยูนะ นี่นา
[Tidus] –   อ่า เพื่อนหรอ ผม Tidus ครับผม 
[Yuna] – ชั้นซัมมอนเนอร์ ยูนะ คะ
[Tidus] –  ว้าวเป็นซัมมอนเนอร์ด้วยหรอฮะ ผมไม่เคยเจอมาก่อนเลยนะ
[Tama] – ดีใจจังที่ได้เจอกันอีกนะคุณยูนะ วันนี้วันดีแน่นอน
[Yuna] –  จ๊ะ วันนี้วันดะ ไม่สิ ไม่ดีๆๆ ชั้นมัวแต่ทำไรอยู่เนี้ย นี่ไม่ใช่เวลามาคุยนะ ...อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะว่าพวกคุณทำอะไรกับ Rydia และ Eiko   



[Reynn] – เดี๋ยวก่อนคะ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับ Rydia และ Eiko หรอ?
[Yuna] –   อย่ามาทำไม่รู้เรื่องดีกว่า ก็พวกเขาทั้ง 2 คนหายตัวไปหลังเจอกับพวกคุณนี่ ! 
[Reynn] – เดี๋ยวให้พวกเราอธิบายก่อนค่ะ .......................
[Yuna] –   ตกลงคุณสาบานว่าไม่รู้หรอ เอาละชั้นเชื่อ แล้วพอมีไอเดียมั๊ยว่าเพื่อนๆชั้นถูกใครจับไปละ ?
[Reynn] – ชั้นไม่รู้จริงๆคะว่าใครจับตัวพวกเค้าไปไหน แต่ที่แน่ๆมีบางคนกำลังตามจับคนที่เป็นซัมมอนเนอร์อยู่แน่นอน 
[Yuna] –   อืมม .. ตามจับคนที่เป็นซัมมอนเนอร์หรอ ? ทำให้ชั้นนึกขึ้นมาได้เลย ก็ตอนที่หลังจากที่ชั้นพบพวกคุณที่บึง ตอนนั้น . ห๊ะ !!



[Reynn] – เลดี้ ยูนะ !!! ไม่นะ!!!
[Tidus] –  ไอ้บ้าเอ้ย !! ชั้นไม่ยอมให้แกหนีไปง่ายๆหรอกน่า !!





[Reynn] – แฮกๆ หายเข้ากลีบเมฆเลย ไม่เข้าใจไอ้บ้านั่นมันมีปัญหาอะไรนักหนานะ มันได้ซัมมอนเนอร์ไปอีกคนจนได้ !! 
[Tama] - หวังว่า Tidus จะตามไปช่วยยูนะเอาไว้ได้ทันนะ !!






.. อะไรอีกละ ! เฮ้ย กุญแจพวกนี้มันเป็นอะไร มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย ???  นั่นมัน ...!!!!






[ผู้หญิงที่ถูกขังในกรงผลึก]-  สัตว์ร้ายกำลังจะถูกปลดปล่อย และทั้ง 2 โลก ….
[Brandelis] – โลก 2 โลกก็จะรวมกันอีกครั้งยังไงละ !!





** ปลดล็อก Champion Medal ของ Shantotto และ Tidus ที่ห้องดื่มชาของเด็กสาวที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ **



                            Chapter 19: The Other Nine Wood Hills





[Lann] – ไอ้นี่มันอะไรกันเนี้ย ? 
[Masked Woman] – มันเป็นทางที่จะพาพวกคุณไปสู่ Crystal Tower ตามเส้นทางนี้ไปคุณจะพบกับคำตอบที่คุณกำลังตามหา 
[Reynn] – คำตอบ หรอ ?



[Masked Woman] – Lusse Farna  .. ถ้าพวกคุณอยากจะเจอเธอต้องกล้าที่จะไปที่ Crystal Tower
[Lann] – แม่ของพวกเราอยู่บนนั้นหรอ ที่ไหน ? เธอยังมีชีวิติอยู่มั๊ย?
[Masked Woman] – กุญแจทั้ง 4 ดอกที่พวกคุณได้มาจะบอกให้พวกคุณรู้ ถ้าพวกคุณกล้าพอ 
 [Tama] – เธอหายตัวได้ด้วย ! ใช้คนใน Grymoire แน่หรอ ?



[Lann] – เราไปกันเร็ว Reynn !
[Reynn] – เดี๋ยวก่อน ! ทำไมยัยผู้หญิงประหลาดนั้นมาบอกเรา มันต้องมีเหตุผลอะไรสิ ?
[Lann] – แล้วทำไมชั้นจำเป็นต้องรู้ด้วยละ ? เธอต้องการจะเลิกหรอหลังจากที่ทำทุกอย่างมาตั้งเยอะแยะเนี่ยนะ
 [Reynn] –เปล่า แต่ ฟังนะ ลองคิดสิ มันมีเรื่องแปลกๆมากมายที่นี่ 
[Lann] – ผู้คนที่นี่หรอ ? พวกเค้าก็แค่ตัวเล็ก มันแปลกก็จริงแต่มันก็โลกของเขาอ่ะนะ
[Reynn] – ฉันหมายถึง คำทำนาย น่ะ พวกเขาทำอย่างกับเราเป็นตัวละครนึงในเรื่องราวนี้อย่างนั้นแหละ ฉันรู้สึกเหมือนมีบางคนอยู่เบื้องหลังและวางแผนให้พวกเรามาที่นี่ 
[Lann] – อะไรนะ โห เธอมโนคิดมากไปเองแล้วละ Reynn
[Reynn] – นายไม่คิดเองมากว่า 
[Lann] – ชั้นเอ่อ ..เอาละถ้าสมมุติว่าเธอคิดถูก ถ้าเรื่องราวมันถูกลิขิตหรือวางแผนไว้แล้วโดยใครคนนึง ทำไมเราถูกเกือบตายมาหลายครั้งแล้วละ ? ถ้าเราไม่รีบสะสมจับ Mirages ให้มากที่สุด เราก็ไม่มีทางรู้ความจริงเรื่องในอดีตของเราหรอก  ที่ชั้นเห็นนะ เราทำทุกอย่างมาด้วยเจตนารมณ์ของเราเองต่างหาก 
[Reynn] – ที่ชั้นรู้แน่ๆคือ เราไม่มีทางเลือก .. โอเค เอาละ เราไปที่ Crystal Tower ให้มันรู้กันไปเลยดีกว่า 



ที่เขตชายทะเลของ เมือง ท่าเรือ Port Besaid จะมี ชาวบ้านที่ให้เควสย่อยอยู่ที่ชายทะเลคนนึง


                             Miniventure : The young Mirage Hunter – I

ต้องการ – Mirages ที่มีลักษณ์ สีขาว ขนปุยๆ คล้ายหมา 
รางวัลคือ 3000 Gil  



                                                  Nonary Region 


ในสถานที่ที่ Lann และ Reynn เข้ามาจากบันไดคริสตัลเผยให้เห็นสถานที่แห่งนึงที่คล้ายกับ Ghost Town ใน Nine wood hill ในสภาพพังยับเยิน กับหอคอยขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าที่น่าจะเป็น หอคอยคริสตัลตามที่ทั้งคู่ตั้งใจเข้ามา


[Reynn] – ดูนั่นสิ Lann
[Lann] – นั่นคงเป็นหอคอยคริสตัลแน่นอนเลย
[Terra] – กลับไปเดี๋ยวนี้นะ !!



[Lann] – Magiitek armor หรอ ?
[Reynn] – เธอเป็นใคร ?
[Terra] – ชั้นไม่ .. อ่ากก บอกให้กลับไป !!  คุณจะไม่มีวันได้ไปไกลจากนี้แน่นอน !



[Maduin] – ว๊ากกกก !!!!
[Reynn] – เธอเป็นซัมมอนเนอร์หรอเนี้ย ?
[Terra] – รีบหนี ไป !!!!  อ๊ากกกก !!!





                                    เข้าไปจัดการกับ Boss Terra และ Maduin  




[Terra] – ไม่ ..พวกคุณต้องไม่ ..
[Reynn] – เธอโอเค แค่สลบไปแค่นั้น เหมือนจะไม่บาดเจ็บอะไรเลย ชั้นคิดว่าเธอคงจะแข็งแกร่งมากๆเลยนะ 
[Terra] – เหมือนเธอพยายามจะบอกว่าไม่ให้พวกเราทะไรบางอย่าง 
[Lann] – ถ้าเธอไม่เป็นไรมากเราก็ควรรีบไปกันได้แล้วนะก่อนจะมีใครมาโจมตีเราอีก
[Reynn] – อืมม ก็ได้ ..



[Knight in the Golden mask] – ยังไงก็เหอะ ก็ถือว่าว่านอนสอนง่ายดีจริงๆนะ ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ดีทีเดียว ก็เหมือนอย่างที่ผ่านมา พวกมันนี่ทำลายง่ายกันจริงๆเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ



                                                 Crystal Tower


Support Skill ของ Mirages ที่สมควรมีในการเดินทางที่นี่คือ  Flulter (บิน) และ Smash (ทำลาย)

Mirages ที่เจอในพื้นที่จะมีทั้งหมด 12 ชนิด มี 8 ชนิดที่เคยเจอแล้ว พวกเดิมๆอย่าง Bomb, Kuza Kit, Moogle, Mindflayer, Paleberry, Sand Worm, Sea Worm, Unicorn มี 4 ชนิดที่เป็น Mirages ตัวใหม่ที่ไม่เคยเจอคือ Sistertaur , Water Golem, Wind Toad


                                                          -ชั้นที่ 1 -

โซนที่ 1 – ที่นี่จะมีประตูมิติกลับเมือง ผลึกวาร์ป 2 อันที่ยังไม่ทำงาน และเส้นทางลงไปชั้นล่างของโซนที่ 1 ระหว่างทางจะเจอ Kuza Beast ขวางทางอยู่ เมื่อจัดการมันแล้ว จะได้คียไอเทม Clearcryst อันแรกเอาไว้ให้ Gimme Golem เพื่อเปิดทางลงไปชั้นล่างสุดของหอคอย โดยระหว่างจะมี Gimme Golem กั้นทาง 4 จุดที่ต้องใช้ ได้คียไอเทม Clearcryst 4 อันที่ได้จาก Kuza Beast 4 ตัว ที่เจอระหว่างทางขึ้นหอคอยมาใส่ ตอนนี้ยังไม่มีอีก 3 ยังไม่ต้องลงไปที่ชั้นล่างของหอคอยในตอนนี้


Mirages ตัวใหม่ที่เจอในพื้นที่คือ


1. Sistertaur - เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีทางกายภาพให้ HP เหลือน้อยหรือใช้ท่า Subdue ที่โจมตีแล้ว HP เหลือ 1 ไม่ทำให้ตาย


2. Water Golem - เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมัน 1 ครั้งให้ค่าความเสียหายมากที่สุด


3. Wind Toad เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ ทำให้เกิดการหลงลืม (ใช้ไอเทม Lethean Chime)

โซนที่ 2 – เข้าไปส่วนล่างใช้ Skill บินข้ามไปเก็บไอเทมแล้วเข้าไปวาร์ปที่คริสตัลสีเขียวขึ้นชั้นบนต่อ
โซนที่ 3 – ระหว่างทางใช้ Skill Smash ทำลายผลึกเข้าไปเก็บไอเทม แล้วขึ้นบันไดไปชั้น 2 ต่อ


                                                   -ชั้นที่ 2 -

โซนที่ 1 – ทางขวาจะเจอ Kuza Beast ตัวที่ 2 ขวางทางอยู่ เมื่อจัดการมันแล้วจะได้คียไอเทม Clearcryst อันที่ 2 มาแล้ววาร์ปไปโซนที่ 2 ต่อ
โซนที่ 2 – ใช้ Skill บินข้ามไปเข้าผลึกวาร์ปสีเพลิงเข้าไปเก็บไอเทมแล้วขึ้นบันไดไปชั้น 2 ต่อ


                                                  -ชั้นที่ 3 -

โซนที่ 1 – ที่นี่จะเจอจุดเซฟและผลึกวาร์ปสีขาวสำหรับวาร์ปไปที่ประตูชั้นล่างได้ ด้านในจะเจอผลึกวาร์ปที่ยังไม่ทำงานกับ Puzzle Switch สวิตซ์ปริศนาที่ต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขคือ


-น้ำหนักรวมให้ได้ 9 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุลมรวมกัน 75 หรือมากกว่า

จุดวาร์ปสีเขียวจะทำงาน ให้วาร์ปเข้าไปที่ส่วนกลาง เข้าผลึกสีเพลิงวาร์ปไปเก็บไอเทมแล้วค่อยกลับมาขึ้นบันไดวนไปที่โซนที่ 2 ต่อ

โซนที่ 2 – ใช้ Skill บินข้ามทางขาดไปที่ทางขึ้นบันไดวนไปที่โซน 3
โซนที่ 3 – เข้าไปตามทางจนถึงบันไดไปชั้นที่ 4 ต่อ

                                                            -ชั้นที่ 4 -

โซนที่ 1 – เดินเข้าไปวาร์ปที่ผลึกเขียวไปด้านในแล้ววาร์ปผลึกเพลิงไปวาร์ปที่ผลึกเขียวต่อจนเจอ Kuza Beast ตัวที่ 3 อยู่ เมื่อจัดการมันแล้วจะได้คียไอเทม Clearcryst อันที่ 3 แล้ววาร์ปที่ผลึกแดงไปโซน 2 ต่อ
โซนที่ 2 –ระหว่างทางใช้ Skill Smash ทำลายผลึกเข้าไปเก็บไอเทม แล้วขึ้นบันไดไปชั้น 3 ต่อ
โซนที่ 3 – เข้าไปตามทางจนถึงบันไดไปชั้นที่ 5 ต่อ

                                                             -ชั้นที่ 5 -

โซนที่ 1 –ใช้ Skill บินข้ามทางขาดไปที่ทางขึ้นบันไดวนไปที่โซน 2 ต่อ
โซนที่ 2 – ที่นี่จะเจอ Puzzle Switch สวิตซ์ปริศนาที่ต้องเอา Mirages ไปชั่งตามเงื่อนไขคือ


-น้ำหนักรวมให้ได้ 10 ก.ก หรือมากกว่า
-มีพลังของธาตุดินรวมกัน 75 หรือมากกว่า

ทำให้ผลึกวาร์ปกลายเป็นสีเพลิงเพื่อวาร์ปไปที่โซนกลางของพื้นที่จนถึงบันไดทางขึ้น จะเจอ Kuza Beast ตัวที่ 4 อยู่ เมื่อจัดการมันแล้วจะได้คียไอเทม Clearcryst อันที่ 4 แล้วขึ้นบันไดไปชั้นที่ 6 ต่อ

-ชั้นที่ 6 – เข้าไปตามทางจนถึงบันไดทางขึ้นไปที่ชั้น 7 จะพบประตูผลึกสีรุ้ง จุดเซฟ และผลึกแดงที่ใช้วาร์ปกลับไปที่ชั้นแรก




         ** ก่อนเข้าไปที่ประตูคริสตัลย่าลืมตามเก็บ Mirages ตัวที่สุดท้ายที่ซ่อนอยู่มาด้วย ** 

ตอนนี้ได้คียไอเทม Clearcryst มาครบ 4 อันแล้ว กลับไปที่ชั้น 1 แล้วลงบันไดไปชั้นล่างเอา Clearcryst ให้ Gimme Golem ที่กั้นทางอยู่ 4 จุดเพื่อเปิดทางลงไป ชั้นล่างสุดจะเจอคริสตัลวาร์ปอยู่



วาร์ปเข้าไปเจอโซนลับที่มี Rare Mirages TITAN อยู่ เงื่อนไขการทำให้เกิด Prismtunity หรือตัวส่องแสงพร้อมให้จับคือ โจมตีมันให้เกิด Critical
เมื่อทำทุกอย่างจนหมดแล้วก็เข้าไปที่หน้าประตูคริสตัลได้เลย


        

[Lann] – โธ่เว้ย ทำไมมันเปิดยากเปิดเย็นแบบนี้นะ เปิดสิเว้ย !
[Reynn] – ใจเย็นสิ ทำแบบนั้นมันจะมีประโยชน์อะไร อืมม ดูสัญลักษณ์พวกนั้นสิ มันเหมือนกับ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นสัญลักษณ์ของธาตุทั้ง 4 





[Tama] – ใช่แล้ว เธอนี่ฉลาดมีความรู้มากจริงๆเลย
[Reynn] – เปล่าหรอก แต่แม่ของเราเคยเล่าให้ฟังตอนเรายัง ..
[Lann] – Reynn เธอจำได้ด้วยหรอ ??
[Reynn] – เปล่าๆ แต่อยู่ๆมันก็นึกขึ้นมาได้งั้นละ 
[Tama] – อาจเพราะเธอเข้ามาที่นี่ละมั้ง หรือไมแม่ของพวกเธอก็คงจะอยู่ไม่ไกลจากนี้แน่นอน 
[Lann] – เอ่อ .. งั้นมั้ง แล้ว สัญลักษณ์ 4 ธาตุแล้วยังไงละ
[Tama] – มันเรียกว่า Quadrelemence Barrier เป็น บาเรียธาตุที่มีการปกป้องโดย Mirages ของธาตุนั้นๆอยู่ 
[Lann] – พูดง่ายๆคือ เราต้องไปจัดการไอ้เจ้าพวก Mirages 4 ตัวนั้นใช่ป่ะ ... โอเค เอาละงั้นก็ไปจัดการพวกมันกันเลยใช่มั๊ย Reynn ! อ่ะ คิดไรอยู่ละ เป็นไรหรอ ?
[Reynn] – ห๊ะ ? อ่า เปล่าๆ เราไปจัดการพวก Mirages ทั้ง 4 ที่ปกป้องประตูนี้กันเถอะ !!



ที่หน้าประตู คริสตัล จะมีดาบอยู่ 4 เล่มแทนธาตุทั้ง 4 โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวาพร้อมผลึกที่เป็นที่วาร์ปไปยังสถานที่อยู่ของ Mirages ทั้ง 4 ที่ปกป้องพลังธาตุของบาเรีย

ฝั่งซ้าย จุดคริสตัลวาร์ปสีเขียว จะพาไปยัง หอคอยแห่งลมและดิน ที่ต้องลงไปตามทางลงหอคอย 3 โซนพื้นที่จนถึงห้องของ Boss



Tiamat Mirages ผู้ปกป้องธาตุลม และ Asterius Mirages ผู้ปกป้องธาตุดิน เมื่อจัดการพวกมันได้ก็จะปลดล็อกธาตุลมและดินสำเร็จ

ฝั่งขวา จุดคริสตัลวาร์ปสีฟ้า จะพาไปยัง หอคอยแห่งไฟและน้ำ ที่ต้องลงไปตามทางลงหอคอย 4 โซนพื้นที่จนถึงห้องของ Boss

    


 Kraken Mirages ผู้ปกป้องธาตุน้ำ และ Buer Mirages ผู้ปกป้องธาตุไฟ เมื่อจัดการพวกมันได้ก็จะปลดล็อกธาตุไฟและน้ำสำเร็จ





เมื่อจัดการ Mirages ผู้ปกป้องธาตุทั้ง 4 ลงได้อาวุธธาตุที่ปักอยู่ที่แท่นก็เริ่มเลยขึ้นมาแล้วแทงทำลายม่านบาเรียให้สลายหายไปในพริบตา



[Reynn] – ชั้นว่า ที่พวกเขาสร้างกุญแจขึ้นมาก็เพื่อเปิดบาเรียอันนี้นั่นเอง แต่ที่สำคัญคือ การสร้า