วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

บทสรุป BIOHAZARD RE:2

        
                                   

                          บทสรุป BIOHAZARD RE:2          

                                                      BY Decibel per oxide



                               LEON CAMPAIGN 



                                       ในแถบชานเมืองของ Raccoon city ........




ผู้ร่วมรายการ - นี่คุณ ฟังนะ ผมซีเรียส โอเค๊ ? ผมเห็นมันด้วยตาตัวเองเลยล่ะ
ผู้จัดรายการวิทยุ - โอ้ ผมเชื่อคุณนะ เพื่อน ผมเชื่อคุณจริงๆ ไหนเล่าต่อสิ เล่าต่อ
ผู้ร่วมรายการ - โอเค เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว คืนที่ผมกำลังเดินจากบาร์กลับบ้าน แล้วอยู่ๆยัยผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งตรงมาหาผม เธอเดินเป๋ไปเป๋มา ผมก็คิดว่าเธอเมา
ผู้จัดรายการวิทยุ - โว้ โว้ ฮ่ะๆ โอเค เดี๋ยวๆ ถามจริงๆเลยนะ ไหนบอกเราสิว่าตอนนั้นคุณดื่มไปเยอะแค่ไหนอ่ะ?
ผู้ร่วมรายการ - โธ่คุณ ผมยังมีสติอยู่นะ ไม่เอาน่า ...ฟังต่อนะ แล้วเธอก็ตรงเข้ามา จนผมเห็นเธอชัดขึ้น พอเห็นหน้าเธอเต็มๆเท่านั้นแหละ พระเจ้า หน้าเธอเน่าเปื่อยเต็มไปหมด ยังกะซากศพ เหมือนซากศพเดินได้ยังไงยั้งงั้นเลย !



คนขับรถบรรทุก - ฮะๆ ฟังเหมือนเมียชั้นเลยว่ะ .. 
ผู้ร่วมรายการ - สาบานเลยว่าผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนจริงๆนะ คืนนั้นทั้งคืนเล่นเอานอนไม่หลับเลยอ่ะ 
ผู้จัดรายการวิทยุ –ใจเย็น ใจเย็นเพื่อน มันก็แค่ คุณโอเคอยู่มั๊ยเนี่ย? อยู่นอกเมืองก็อย่ามัวแต่กลัวล่ะโอเค๊?
ผู้ร่วมรายการ – ถ้าคุณอยู่ที่นี่นานพอคุณก็จะรู้เองแหละ พวกมันพร้อมที่เข้าขย่ำคุณทุกเวลาเลย ผมเคยเห็นพวกมันโจมตีคนอื่นด้วยนะ .....ดหดดแหแรนร ......
คนขับรถบรรทุก –ไม่เอาน่า วิทยุมาเป็นบ้าอะไรตอนนี้ว่ะเนี้ย? 



คนขับรถบรรทุก – ให้ตายสิ ง่วงนอนฉิบเลย สงสัยต้องหาที่นอนซักหน่อยแล้ว เฮ้ยยย !! ตายห่าแล้ว !!!!



                คนขับรถบรรทุก – ไม่ๆๆ ไม่ๆๆๆๆ ตายสนิท จะทำไงดีว่ะเนี้ย ? ชั้นจะทำไงดี !!





      ห่างออกไปแปดไมล์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาอาร์คเลย์เป็นที่ตั้งของเมืองแร็คคูน




ทางตอนเหนือสุดของเมืองถูกล้อมรอบด้วยป่าแรคคูนและแม่น้ำ 3 สายที่มาบรรจบกันประกอบด้วย Marble, Circular และ Aimes โดยแม่น้ำ Marble เป็นแม่น้ำสายที่หล่อเลี้ยงชุมชนในเขตชานเมือง ส่วนแม่น้ำ Circular ก็ทอดตัวหล่อเลี้ยงเมืองแร็คคูนตั้งแต่ฝั้งตะวันออกยันตะวันตก เป็นเสมือนเขตแดนธรรมชาติที่แบ่งแยกเมื่องฝั่งตะวันตกออกจากเมืองฝั่งตะวันตก ทำให้เขตตะวันตกของเมืองแยกออกจากเมืองแร็คคูนตอนบนและตอนใต้ ในส่วน Dawntown ก็ถูกถนน Ennerdale เป็นเขตแดนขวางกั้นออกจากส่วนเหนือของเมือง เป็นสถานที่ตั้งของสถานีตำรวจเมืองแร็คคูนในบริเวณขอบชายแดน


 เมืองทางด้านตะวันออกของแม่น้ำจึงไม่ได้ถูกพัฒนาและไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนอกจากเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยแร็คคูนที่ตั้งอยู่ติดกับเขตชายแดนด้านเหนือติดกับเทือกเขาอาร์คเลย์อันเป็นพื้นที่ที่ถูก   Umbrella corporation บริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่กว้านซื้อพื้นที่ทางตะวันออกของแม่น้ำ Circular เอาไว้ใช้สำหรับทำเขตโรงงานอุตสหกรรมผลิตสารเคมีเพื่อใช้ประกอบธุรกิจ

    

ประชากรของเมืองแร็คคูนเข้าเป็นลูกจ้างในแรงงานในโรงงานสารเคมีถึง 40% ของประชากรทั้งหมด ทำให้เมืองแร็คคูนมีฐานทางเศษฐกิจไปทางอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ที่มีสวนสัตว์แห่งเมือง Raccoon แหล่งปีนเขาที่เทือกเขาอาร์คเลย์ และ หอนาฬิกา St. Michael's Clock Tower ที่ตั้งอยู่กลางเมืองเป็นสัญลักษณ์ในโปสการ์ดที่นักท่องเที่ยวต้องจดจำ


บริษัท Umbrella ที่พยายามลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆทั้งการสร้างโรงพยาบาล  Raccoon General Hospital ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มแผนพัฒนาเมืองที่ชื่อว่า Bright Raccoon 21 โดยการร่วมมือกันของ และ นายกเทศมนตรี  Michael Warren ที่ได้รับทุนจากองค์กรในท้องถิ่นหลายแห่งรวมกันเพื่อหวังที่จะปรับปรุงเมืองแร็คคูนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ก็ได้มีการทำสัญญาลับระหว่าง Umbrella กับ ผ.อ โรงพยาบาล เพื่อให้ทาง  Umbrella ได้สร้างห้องทดลองลับอยู่ในชั้น B2F เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกในการทดลองผลิตไวรัสชนิดใหม่สำหรับใช้ทำอาวุธชีวภาพที่ผิดกฎหมาย


 รวมทั้งเป็นที่ประชุมลับของคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของทั้งทาง Umbrella และทางผู้บริหารของโรงพยาบาล โดยมีทางเข้าที่ต้องนั่งเรือเข้ามาทางท่อระบายน้ำหลักของโรงพยาบาล


จนเมื่อ บริษัท Umbrellaได้เข้ามาควบรวมอำนาจ และเริ่มสร้างหน่วย Special Tactics and Rescue Service (S.T.A.R.S.) ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่มากฝีมือขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยปฏิบัติงานขั้นสูงที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับรองรับสถานการณ์ที่เกินความสามารถของตำรวจธรรมดาจะทำได้


แต่ภายในมุมมืดจากความสวยงามที่กล่าวมา ลึกลงไปยิ่งกว่านั้นบริษัท Umbrella ก็ได้มีการลักลอบ วิจัยอาวุธชีวภาพ (Bio Organic Weapon, หรือ B.O.W) ที่ผิดกฎหมายขึ้นมาอย่างลับๆ โดยไม่มีใครรู้ จนเมื่อ t-Virus ไวรัสชนิดใหม่ที่บริษัท Umbrella คิดค้นขึ้นประสบผลสำเร็จ


ไม่นาน t-Virus ก็เกิดการรั่วไหลออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยในโรงพยาบาลติดเชื่้อจำนวนมาก


 ก่อนจะแพร่เชื้อร้ายออกไปยังเมืองแร็คคูนทางปลิงชนิดหนึ่งในท่อระบายน้ำที่เกิดการกลายพันธุ์จาก  t-Virus


การรั่วไหลของ  t-Virus ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมาที่คฤหาสน์ของครอบครัวสเปนเซอร์ในเทือกเขาอาร์คเลย์ ทำให้หน่วย S.T.A.R.S. ต้องเข้าไปตรวจสอบ และพบว่า t-Virus ที่แพร่กระจายออกไปได้เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นซากศพเดินได้ไม่ต่างจากสัตว์ทั่วไปที่กลายเป็นสัตว์ร้ายในชั่วพริบตา


2 เดือนต่อมาหลังจากเรื่องวุ่นวายที่คฤหาสน์ของครอบครัวได้จบลง t-Virus ที่เริ่มแพร่กระจายรั่วไหลอยู่ในเมืองแร็คคูนก่อนหน้านี้ไม่นาน มันได้เปลี่ยนผู้คนมากมายให้กลายเป็นซากศพเดินที่เรียกว่า ซอมบี้ ออกกัดกินผู้คนจนตายติดเชื้อแพร่กระจายความเป็นซอมบี้ร้ายจนวุ่นวายไปทั่วทั้งเมือง




                       Part 1: Gas station and Raccoon City streets


             ....... บนถนนเส้นหลักที่เป็นทางมุ่งเข้าสู่ Raccoon city ......





ไม่กี่วันหลังจากเรื่องราวผิดปกติในเมืองแร็คคูนได้ถูกแพร่กระจายออกไปจนหนาหู เป็นช่วงเวลาที่ Leon Scott Kennedy นายตำรวจพึ่งจบจากโรงเรียนตำรวจใหม่ๆอายุเพียง 21 ปี กำลังเดินทางมุ่งหน้ามายังเมืองแร็คคูน ด้วยเหตุผลที่อยากเข้ามาประจำการที่เมืองหลังเขาที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้มีเพียงแค่ จิตใจที่มุ่งมั่นที่จะท้าทายคดีฆาตกรรมประหลาดที่เกิดขึ้นที่นี่มากมายแต่ก็แอบแฝงด้วยเหตุผลบางอย่างที่อาจเกิดจากความอยากหลีกหนีให้ไกลจากความรู้สึกของตัวเองที่เพิ่งเลิกลากับแฟนสาวได้ไม่นาน


หลังจากพักโรงแรมใน Arklay County ได้ 1 คืน Leon ก็ต้องรีบเดินทางต่อเพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง ก่อนจะต้องแวะเติมน้ำมันที่ The Mizoil ปั๊มน้ำมันแห่งเดียวแห่งสุดท้ายที่ตั้งอยู่บนถนนที่เป็นรอยต่อระหว่าง Arklay County กับเมืองแร็คคูน โชคร้ายที่ Leon ไม่สามารถติดต่อกลับไปยังสถานีที่เขากำลังเดินทางไปประจำการใหม่หรือแม้แต่รับรู้เรื่องราวข่าวสารที่ทางกองทัพสหรัฐฯได้ทำการอพยพผู้คนออกจากเมืองพร้อมทั้งปิดกั้นบางส่วนในเขตชานเมืองอันเนื่องมาจากการระบาดของ t-Virus และปั๊มน้ำมันที่เขากำลังแวะพักเพื่อเติมเชื้อเพลิงในการเดินทางให้ถึงจุดหมายก็ไม่ได้ไกลพอที่มหัตภัยร้ายจกล่ำกรายมาถึงเฉกเช่นกัน


                            Leon – หืมม ไม่มีใครอยู่เลยหรอ? .... ชักไม่ค่อยดีแล้วสิ 





ทันทีที่ Leon เห็นรอยเลือดที่สาดกระเซ็นอยู่ตามทางมันช่างประจวบเหมาะที่จะทำให้เหตุผลในความไม่เข้าที่เข้าทางที่เขามีบังคับให้ต้องเข้าไปสำรวจด้านในปั๊ม Mizoil ในทันทีเพื่อให้รู้ความ


ความมืดสลัวภายในร้านของปั๊มน้ำมันได้ไฟฉายที่ตกอยู่ไล่ไปโดยพลันเมื่อ Leon เดินสอดส่องเข้าไปค้นหาที่ด้านใน ยามที่ถูกทำร้ายจนเลือดตกยางออกนั่งรวยรินอยู่ตรงทางเข้าประตูชั้นใน Leon แวะตรวจสอบแล้วปล่อยให้เขานั่งพักหายใจก่อนจะรีบเข้าไปด้านในต่อ


เมื่อเดินก้าวผ่านเข้าไปจนถึงห้องที่สุดทางจนได้พบนายตำรวจท้องที่ที่กำลังวุ่นวายกับการจัดการบางสิ่งที่ต่อต้านเขาอยู่ จนเกิดพลาดท่าเมื่อเขาหันมาระแวดระวังเพื่อเตือนถึงอันตรายเพื่อให้ Leon ไม่ต้องเข้าไป โดนชายท่าทางประหลาดเข้าขย้ำกัดกินจนตายไปต่อหน้าต่อตา


ร่างของชายที่ไม่ต่างจากซากศพเดินได้ที่เดินเข้ามาหาทำให้ Leon รู้ดีว่าต้องยิงมันให้ดับคาตา แม้ว่าต้องพยายามยิงอยู่หลายครั้งหลายที


ทันทีที่ยิงมันจนล้มลงได้ก็รีบเข้าไปที่ที่แขวนกุญแจที่อยู่ด้านในแล้วเอาไปไขประตู วิ่งออกจากร้านให้ไวท่ามกลางซากศพเดินได้มากมาย



                                                            ???? – อย่ายิง !!



                                                           Leon – หมอบลง !!



Leon – คุณไม่เป็นไรนะ?
???? – คะ คิดว่านะ ...ขอบคุณนะ
Leon – เอาไว้ขอบคุณทีหลังเถอะ ตอนที่เราปลอดภัยแล้วอ่ะนะ ดูนั่นสิ.
???? – โอ้ พระเจ้า !



ซากศพเดินได้มากมายเดินล้อมวงเข้ามาอย่างช้าๆแต่น่ากลัว ทั้งคู่เริ่มรู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อไปโดยไม่ทำอะไรได้ตายกลายเป็นศพเดินได้เฝ้าปั๊มนี้แน่นอน


Leon จึงรีบวิ่งฝ่าพวกมันไปขึ้นรถทันใดก่อนที่จะเรียกสาวน้อยเสื้อแดงให้โดดตามขึ้นรถให้ไวก่อนที่จะขับออกไปจากปั๊มอย่างไม่รีรอ


???? – ที่นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
Leon – ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็หวังว่าที่สถานีตำรวจจะมีคำตอบให้ผมได้นะ
???? – เดี๋ยวนะ คุณเป็นตำรวจหรอ?
Leon – ใช่ ผม Leon Kennedy คุณล่ะ?
Claire – Claire ค่ะ Claire Redfield 



Leon – คนแถวนี้หรอ?
Claire – เปล่าค่ะ ชั้นมาตามหาพี่ชาย เขาก็เป็นตำรวจอยู่ที่นี่เหมือนกัน 
Leon – โอ้ งั้นมันก็คงเป็นเรื่องที่ดีแล้วที่เราได้เจอกันอ่ะนะ เพราะตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะคาดหวังอะไรอีกแล้วล่ะ 





ประชาชนชาวเมืองแร็คคูนโปรดฟัง เนื่องจากตอนนี้ได้มีการระบาดของเชื้อไวรัสอยู่ทั่วทั้งเมือง ขอแนะนำให้คุณมาพักหลบภัยที่สถานตำรวจของเมืองเพื่อความปลอดภัย เรามีที่พัก อาหารและยารักษาโรคที่เพียงพอสำหรับความต้องการของทุกคน



Claire – พระเจ้า นี่มันไม่จริงใช่มั๊ยเนี่ย? 
Leon – สถานีตำรวจอยู่ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่ พวกเขาต้องรู้อะไรแน่ๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น
Claire – แล้วถ้าเกิดว่า มันไม่มีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่แล้วล่ะ ถ้าเหลือแค่พวกเราที่รอดล่ะ?
Leon – ไม่ พวกเขายังไม่ตายกันหมดหรอก ยังมีผู้รอดชีวิตอยู่แน่นอน ที่นี่ไม่ใช่เมืองเล็กๆนะ ... ถนนถูกปิดแล้ว สงสัยเราต้องเดินเท้ากันต่อจากตรงนี้แล้วล่ะ






                                         Claire – ชั้นว่าเราคงต้องวิ่งมากกว่านะ 
                                         Leon – ใช่ เห็นด้วยเลยล่ะ! ...อ๊ากก !!!




             Claire – ดูสิ Leon มีคนมาช่วยเราแล้วล่ะ!  ....เอ่อ ไม่นะ เดี๋ยวนะ ไม่ใช่แล้วล่ะ!!




               Leon – ตายแล้ว มันกำลังจะชนเรา !! Claire ออกจากรถ .. ออกจากรถ เดี๋ยวนี้ !!!

ผลพวงจากความซวยของคนขับรถบรรทุกที่ดันไปชนเอาซอมบี้สาวที่ชานเมืองจนพลาดท่าถูกกัดส่งผลให้คนขับเกิดอาการติดเชื้อจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เหยียบคันเร่งรถจนหมดไมล์มาจากนอกเมืองพุ่งชนทุกอย่างที่ขวางหน้าตามถนนที่เต็มไปด้วยซอมบี้ที่ขวางทาง


 โชคร้ายคือปลายทางคือรถของ Leon และ Claire ที่กำลังถูกฝูงซอมบี้รุมยำ จนในที่สุดรถบรรทุกก็กวาดทุกอย่างจนเรียบไปจนหมดทั้งถนนรวมถึงรถตำรวจที่ Leon ขับมาจนเกิดการระเบิดไฟลุกไหม้ไปทั่ว


                                 Leon – Claire !! คุณเป็นอะไรรึเปล่า โอเคนะ?



                                        Claire – ชั้นไม่เป็นไร! แล้วคุณล่ะ?



Leon – ผมคงจะอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้วล่ะ มันไม่ปลอดภัยแล้ว !!
Claire – หาทางหนีไปก่อนเลย แล้วไปเจอกันที่สถานีตำรวจก็แล้วกันนะ !!!
Leon – โอเค ผมจะไปหาคุณที่นั่นนะ !


วิ่งหลบฝูงซอมบี้จากจุดรถระเบิดเข้าไปที่ซอกตึกฝั่งซ้ายจะมีทางลงบันไดไปออกด้านหลังของตึกก็จะเห็นด้านหน้าทางเข้าของสถานีตำรวจเมืองแร็คคูน 


                                            RPD Police Station


                                                            Main Hall




??? – David .. Marvin พวกคุณอยู่หรือเปล่า? ผมเจอทางออกจากที่นี่แล้ว อยู่ในบันทึกนี่ ส่งกำลังเสริมมาที่ห้องโถงฝั่งตะวันออกด่วนเลย !!
Leon – ห้องโถงฝั่งตะวันออกงั้นหรอ? คงต้องไปตามหาหมอนี่หน่อยแล้ว


                                       — Investigate the East Side


สำรวจเก็บไอเทมต่างๆในห้อง Main Hall ให้หมดรวมทั้งไอเทมจาก DLC ในลังเก็บของตรงจุดเซฟ



จากนั้นมุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของตึกโดยการเปิดสวิตซ์ชัตเตอร์ประตูทางผ่านด้านขวาของ Main Hall เป้าหมายคือ Watchman’s Room


???? – เปิดให้หน่อย !! เร็วๆ เปิดประตูบ้านี่ให้หน่อย !!
Leon – จับมือผมไว้ ผมจะช่วยดึงออกมาเอง !!
???? – อ๊ากกกกกก !!!





Officer’s Notebook ที่เก็บได้จากศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกัดขาดสองท่อนมีไว้สำหรับใช้แก้ปริศนาเปิดรูปปั้นทั้ง 3 อันเพื่อให้ได้มาซึ่ง Medallion ทั้ง 3 อันสำหรับใส่ในรูปปั้นเทพีขนาดใหญ่ในห้อง Main Hall เพื่อเปิดทางลับออกจากสถานีตำรวจ

จากนั้นก็เอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้กลับมาที่ห้อง Main Hall อีกครั้ง จำนวนซอมบี้มากมายที่ออกมาตามช่องทางเดินแคบๆทำให้ Leon ไม่สามารถเดินกลับไปอย่างสะดวกสบายนัก ซ้ำหนักคือเกือบเอาชีวิตไม่รอดในตอนที่ต้องคลาดลอดชัตเตอร์ทางเข้าสู่ Main Hall แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังรอดชีวิตอยู่ช่วยเอาไว้


Marvin – ระวัง เดี๋ยวชั้นจัดการมันเอง !! .... เอาล่ะ คุณปลอดภัยแล้ว แค่ตอนนี้อ่ะนะ 
Leon – ขอบคุณครับ
Marvin – ผม Marvin Branagh 
Leon – ผม Leon Kennedy ครับ ..ผมเจอเจ้าหน้าที่อีกคนด้านใน แต่ผมไม่ ...ผมไม่ สามารถช่วยเขาไว้ได้ 
Marvin – ลุกขึ้นเถอะ ผมมั่นใจว่าคุณทำเท่าที่ทำได้แล้วแน่นอน Leon



Leon – มีใครรู้มั๊ยครับว่าไอ้เรื่องบ้าๆนี่มันเกิดจากอะไรกันแน่?
Marvin – ไม่มีเบาะแสอะไรเลย แต่มีรู้แน่ๆอย่างนึงเลยคือ ทุกอย่างที่คุณรู้ตอนนี้มันจะกินคุณทั้งเป็นได้ถ้าคุณไม่ระวังตัวให้ดีๆ 
Leon – ผมควรจะเริ่มงานตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วซะนะ คงจะได้ได้รับการโทรแจ้งว่าให้หนีไปจากที่นี่ให้ไกลๆ และผมจะได้รีบมาที่นี่ให้เร็วกว่านี้ 
Marvin – ตอนนี้คุณอยู่ที่นี่แล้ว Leon นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด



Leon – เอาล่ะ ผู้หมวด ผมพร้อมแล้วล่ะ แผนยังไงว่ามา 
Marvin – ก็หวังไว้ว่า คุณจะหาทางออกจากที่นี่ได้ เจ้าหน้าที่ที่คุณพบก่อนหน้าคือ Elliot เขาค้นพบว่าทางออกลับที่จะออกจากสถานีต้องแก้ปริศนาก่อน ตามนี้
Leon – งั้นตอนนี้ข่าวดีก็คือ เราพอมีทางที่จะพาคุณไปที่โรงพยาบาลได้แล้ว 
Marvin – ไม่ๆ ผมไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอก
Leon – ผู้หมวด ผมไม่มีวันทิ้งคุณไว้ที่นี่หรอกนะ 
Marvin – ผมขอออกคำสั่งกับคุณนะ เด็กใหม่ คุณต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน เข้าใจนะ ถ้าเอาผมไปด้วยจะทำให้ช้าเปล่าๆ แล้วก็ เอานี่ไว้ใช้ด้วย 
Leon – ผมรับไว้ไม่ได้หรอก .. 
Marvin – ไม่ต้องพูด ....และ อย่าทำให้ผมผิดหวังล่ะ ...ถ้าคุณเห็นไอ้พวกนั้นเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะใส่ยูนิฟอร์มหรือไม่ใส่ก็เถอะ อย่าได้ลังเล ถ้าไม่กำจัดพวกมันซะก็รีบหนีได้เลย เข้าใจนะ?
Leon – รับทราบครับ



Combat Knife ที่ได้มาคือ Sub Weapon แบบใช้แล้วทิ้ง มีดจะสามารถใช้ในการต่อสู้ระยะประชิดเพื่อประหยัดกระสุน [L1 + R2] 



และทำให้สามารถหนีจากการถูกซอมบี้เข้าโจมตีระยะประชิดได้ด้วยการ Counterattack [L1] โดยทั้งนี้ทั้งนั้น มีด  สามารถหักพังได้ตามการใช้งานและสามารถเก็บเอามาใช้ได้เมื่อพบเจอระหว่างทาง


                                                   - Find 3 Medallion

สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือค้นหา เหรียญ Medallion ทั้ง 3 ที่ซ่อนไว้ในรูปปั้นทั้ง 3 อันให้พบเพื่อนำมาใช้สำหรับใส่ในรูปปั้นเทพีขนาดใหญ่ในห้อง Main Hall เพื่อเปิดทางลับออกจากสถานีตำรวจ

                                                        Lion Medallion





-ขึ้นไปบนระเบียงชั้นบนจะพบรูปปั้นสิงโตอยู่ ปรับตัวอักษรอักขระที่รูปปั้นดังภาพที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกก็จะได้ Lion Medallion ออกมา


                                                      Unicorn Medallion



เข้าไปส่วนทางซ้ายของ Main Hall โดยใช้มีดที่ได้มาตัดเทปที่แปะแผงสวิตซ์ประตูเอาไว้ออกเพื่อกดสวิตซ์เปิดประตูชัตเตอร์ออกเข้าไปสู่ห้อง Reception เก็บแผนที่ที่พนัง


                                   แผนที่ตำแหน่งไอเทมต่างๆใน Police Station, 1F
                                              เข้าไปดูภาพขนาดใหญ่ตามลิงค์
https://oyster.ignimgs.com/mediawiki/apis.ign.com/re2-remake/8/82/RE2_RPDMapLeon_1FUpdate.jpg?width=1920



                                                            Record of Events

25 กันยายน
เราได้เปลี่ยนสถานีตำรวจให้กลายเป็นที่พักพิงชั่วคราวอันเนื่องมาจากเกิดการระบาดอย่างกระทันหัน ตำรวจทุกนายได้รับคำสั่งให้ความสำคัญสูงสุดในการช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยให้ได้มากที่สุดเท่าที่พวกเราจะมีที่รองรับพวกเขาได้ 

ในคืนนั้น 1 ในผู้ลี้ภัยที่ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้โจมตีพวกเราตอนกลางดึก ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตาย 1 และบาดเจ็บ 3 นาย ประชาชนที่มีท่าทีว่าจะมีโอกาสติดเชื้อถูกนำตัวไปควบคุมอย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่าภายใต้สถานการณ์ที่ตรึงเครียดแบบนี้ มันจะเป็นเรื่องง่ายที่สุดในกรณีที่อาจจะมีใครมางับเราเข้าอีกโดยไม่รู้ตัว 

26 กันยายน
วันนี้พวกกลุ่มคนที่บ้าคลั่งโจมตีเราอีกครั้งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้น ทำให้ผู้รอดชีวิตจำนวนน้อยต้องหาทางเอาตัวรอดภายในประตูนิรภัยต่างๆที่ปิดตัวขังเอาไว้ ทำให้เราไม่มีทางที่จะหนีออกจากที่นี่ได้ เราถูกตัดออกจากโลกภายนอกและไม่แน่ใจว่าเราจะซ่อมแซมระบบควบคุมของเราได้หรือเปล่า 

27 กันยายน 
เกิดการโจมตีกันอีกครั้งทางปีกตะวันตกของตึกทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 12 คน คงเหลือผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดที่นี่ ในขณะที่ทุกๆอย่างที่นี่กำลังดำดิ่งลงสู่จุดที่เรียกว่าอลม่านอย่างที่สุดแล้ว
David Ford เจ้าหน้าที่ฝ่ายบันทึกข้อมูล สถานีตำรวจเมืองแร็คคูน 


ไปตามเส้นทางเดินฝั่งซ้ายไปยังห้อง Operation Room สำรวจเก็บไอเทมและเอกสารต่างๆในห้องให้หมด จากนั้นปีนพนังทางขวาของห้องเพื่อปีนช่องกระจกออกไปที่ทางเดินฝั่งขวาของห้องต่อ


เข้าห้อง Safety Deposit Room ซึ่งเป็นห้องล็อกเกอร์นิรภัยที่สามารถกดปุ่มที่แผงควบคุมเพื่อเอาไอเทมต่างๆออกมาใช้ได้ แต่ปุ่มกด (Spare keys) เลข 2 และ 3 หายไปทำให้สามารถกดได้แค่ ช่อง 106 (ฟิล์มถ่ายรูป) ช่อง 109 (กระสุน)

เข้าห้อง West office เก็บไอเทมทั่วไปที่อยู่ในห้องให้หมด ซึ่งในห้องนี้จะมีโต๊ะทำงานของ Leon อยู่ด้วย แต่มันถูกล็อกเอาไว้ถึง 2 ชั้น


รหัสคือ ซ้ายใส่รหัส NED ขวาใส่รหัส MRG จะได้ High-Capacity Mag สำหรับมาผสม (Combine) เข้ากับปืน Matilda handgun ทำให้สามารถใส่กระสุนในจำนวนที่มากขึ้นได้


ตู้เซฟในห้องทำงานด้านในหมุน ขวา9 – ซ้าย18  - ขวา7 ด้านในจะได้ไอเทม Hip Pouch กระเป๋าที่จะเพิ่มช่องสำหรับเก็บไอเทมอีก 1 ช่อง



                                                       Operation Report 

                                                    28 กันยายน , 2:30 am
ทุกคนตายกันหมดเหลือแค่พวกผม 3 คน ไม่มีอาวุธ กระสุนก็หมด การต่อสู้มีมาอยู่ตลอด มันบั่นทอนทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเราอย่างมาก เราตัดสินใจที่จะไม่ทำตามเจ้าหน้าที่ Philips ที่แนะนำพวกเราให้หนีออกจากที่นี่ด้วยทางลับที่มีมาตั้งแต่สมัยที่ที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เธอบอกว่ามันจะพาเราออกไปทางท่อระบายน้ำที่อยู่ใต้สถานีได้ ที่ผ่านมาผมปฏิเสธไอเดียของเธอมาตลอด แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกเพราะสถานการณ์เลวร้ายลงทุกที ใช่ มันไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่าไอ้อุโมงค์ลับที่จะพาลงไปยังท่อระบายน้ำมันมีจริงมั๊ย และถ้ามีมันจะมีพวกซอมบี้อยู่มากแค่ไหน แต่ผมจะไม่ยอมนั่งรอความตายอยู่ที่นี่แน่นอน ถึงแม้มันจะฟังดูเป็นไปได้ยากแต่ยังไงก็ต้องลองหาไอ้ทางลับลงท่อระบายน้ำนั้นดูซักตั้งก็แล้วกัน 

                                 Elliot Edward เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองแร็คคูน


เก็บทุกอย่างเท่าที่เก็บได้แล้วออกจากห้อง  West office แล้วเดินตามทางเดินด้านบนไปจนถึงห้องใต้บันไดทางขึ้นชั้น 2 เก็บ Wooden Boards แผ่นไม้สำหรับปิดหน้าต่างกันซอมบี้พังกระจกเข้ามาแล้วจะพบห้อง Dark Room  ซึ่งเป็นห้องเซฟและห้องล้างฟิล์ม ที่สามารถเอาม้วนฟิล์มต่างๆที่เก็บได้ระหว่างทางมาล้างให้เป็นภาพถ่ายออกมาเก็บไว้ได้

จากนั้นขึ้นบันไดหน้าห้อง Dark Room ไปชั้น 2 ต่อเข้าไปในห้อง Men’s Locker Room จะพบท่อไอน้ำที่แตกกั้นทางเข้าไปยังโพรงที่พนังห้องน้ำด้านในซึ่งต้องหาวาล์วมาหมุนปิดมัน สำรวจในห้องเก็บไอเทมให้หมด  รหัสเปิดตู้ล็อกเกอร์ด้านขวา CAP ได้กระสุนช็อตกัน 


และจะพบคีย์ไอเทม Portable Safe ตรงชั้นเก็บผ้าเช็ดตัว วิธีเปิดมันออกนั้นต้องกดปุ่มต่างๆให้มีไฟเขียวขึ้นเรียงกดจนครบทุกปุ่ม ถ้ากดผิดเป็นไฟแดงต้องเริ่มใหม่


เมื่อกดปุ่มเรียงกันจนไฟเขียวติดทั้งหมดแล้วจะได้คีย์ไอเทม Spare Key ออกมาซึ่งก็คือปุ่มกดแผงควบคุมล็อกเกอร์นิรภัยในห้อง Safety Deposit Room นั่นเอง


กลับไปที่ห้อง Safety Deposit Room อีกครั้งแล้วเอา Spare Key ใส่เข้าช่องปุ่มกดที่หายไป โดยจะใส่แทนตัวเลข 2 หรือ 3 ก็แล้วแต่ใจ จากนั้นก็กดเอาไอเทมจากตู้ที่สามารถเปิดได้ใหม่มาให้หมด

จากนั้นขึ้นบันไดหน้าห้อง Dark Room ไปชั้น 2 แล้วต่อไปจนถึงชั้น 3 ต่อ ที่ล็อกเกอร์ตรงทางขึ้นมาใส่รหัส DCM ได้กระสุน MAG /  เก็บคีย์ไอเทมกุญแจรูปโพธิดำสีฟ้าที่อยู่บนโต๊ะทำงาน


 แวะเก็บไอเทมตามทางเดินไปจนถึงห้อง West Storage Room เข้าไปสำรวจเก็บไอเทมต่างๆและเก็บ Hip Pouch บนโต๊ะตรงด้านในห้องเพื่อเพิ่มช่องเก็บไอเทมอีก 2 ช่อง


         

                                            Some Guy's Scribblings

ไอ้องค์กรบ้าเอ้ย ! พอทำงานเสร็จก็ปล่อยลอยแพเราเฉยเลย งั้นก็ได้เลย ได้เลย ชั้นจะได้ทำอะไรเล่นสนุกๆให้สะใจไหนโลกแม่งก็กำลังเละเป็นขี้แล้วนี่ ชั้นจะจัดการไอ้บอร์ดบริหารหมูสกปรกนั่นให้หมดด้วยระเบิด C4 ที่เหลืออยู่ ระเบิดแม่งให้หมดแล้วบอกลา ซาโยนาระ ไอ้พวกห่านั่นได้เลย 

แต่นึกอีกทีถ้ามันจบเร็วเกินไปมันจะสนุกอะไรว่ะ บางทีชั้นอาจจะให้อะไรพิเศษๆกับพวกมันหน่อย ช่าย บางทีชั้นอาจจะให้พวกมันฆ่ากันเอง ใครเหลือรอดคนสุดท้ายชั้นจะไว้ชีวิต ชั้นว่ามันต้องยอมทำแน่นอน

ปากก็พร่ำสรรเสริญ ความยุติธรรมและความภาคภูมิใจ แต่กี่ครั้งแล้วที่พวกแกกดขี่ชั้นด้วยแค่เพราะพวกแกเป็นเจ้านายที่เหนือกว่า? ช่าย พ่อตำรวจดี  ดีจนตายกันหมดนี่ไง แม่งเอ้ย แค่คิดก็สนุกแล้ว ตอนนี้ชักอยากได้เพลงประกอบแล้วสิ   

จากนั้นเมื่อออกจากห้อง West Storage Room ทางประตูอีกฝั่งจะมาออกที่ชั้นระเบียงของห้องสมุด


Marvin – Leon นี่ Marvin นะทราบแล้วเปลี่ยน ผมอยากจะให้คุณกลับมาที่ห้องโถงกลางด่วนเลย
Leon – คุณโอเคนะ Marvin?
Marvin – ผมมีบางอย่างจะให้คุณดู มันสำคัญมากๆเลย 
Leon – โอเค ทราบ ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ


คุยกับ Marvin จบลงจากชั้นระเบียงไปในห้องสมุดที่เต็มไปด้วยซอมบี้ เก็บคีย์ไอเทม Red Book บนโต๊ะมาแล้วออกประตูตรงทางลงบันได จะออกมาที่ห้อง Lounge เก็บไอเทมแผนที่ Police station Upper Floors Map ที่พนังมา


                             แผนที่ตำแหน่งไอเทมต่างๆใน Police Station, 2F - 4 F
                                       เข้าไปดูภาพขนาดใหญ่ตามลิงค์
                                                  Police Station, 2F 
https://oyster.ignimgs.com/mediawiki/apis.ign.com/re2-remake/4/4f/RE2_RPDMapLeon_2F.jpg?width=960
                                                  Police Station, 3F - 4F
https://oyster.ignimgs.com/mediawiki/apis.ign.com/re2-remake/f/f7/RE2_RPFMapLeon3FUpdate.jpg?width=960


               

                                                                            
และจะพบรูปปั้นม้ายูนิคอร์นอยู่ที่นี่ ปรับตัวอักษรอักขระที่รูปปั้นดังภาพที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกก็จะได้ Unicorn Medallion ออกมา


จากห้อง Lounge กลับไปที่ห้องสมุดออกประตูขวาโดยใช้กุญแจโพธิดำสีฟ้าไขออกไปจะมากลับมาที่ชั้นบนระเบียงฝั่งซ้ายของ Main Hall ได้อีกครั้ง


                                       Marvin – อ่า Leon มาแล้วหรอ มานี่ ดูนี่สิ


Leon – เยี่ยม ! ว่าแล้วว่าเธอต้องทำได้
Marvin – คุณรู้จักเธองั้นหรอ?
Leon – ใช่ เธอชื่อ Claire ผมเข้ามาเมืองมาพร้อมกับเธอน่ะ



Marvin – งั้นคุณก็ต้องไปที่ลานด้านนอกผ่านทางชั้น 2 ของห้องโถงนี้ไปทางตึกฝั่งตะวันออก 
Leon – เข้าใจแล้ว ... ขอบคุณนะผู้หมวด 


                                                  Maiden Medallion


จาก Main Hall ขึ้นบันไดไปบนระเบียงฝั่งขวาเข้าห้อง Waiting Room แวะเปิดเซฟในห้องด้วยรหัส ขวา 6 / ซ้าย 2 / ขวา 11 ได้ไอเทม Muzzle Brake สำหรับประกอบปืน Matilda แล้วใช้กุญแจโพธิดำสีฟ้าเปิดประตูด้านในห้องทะลุไปยังทางเดินด้านใน


       เข้าห้อง Art room เก็บเอกสาร Raccoon Magazine กับ Weapon locker Key Card บนโต๊ะมา


                                              บทความศิลปะ: หินสีแดง

ทับทิมที่เป็นที่หวงแหนของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด มันเป็นเสมือนเป็นสิ่งล้ำค่าของราชินีแห่งแม่น้ำไนล์ แต่มันก็ดูดกลืนสิ่งดีๆของนางไปหมดจนสุดท้ายมันก็นำทางให้นางไปสู่ความตายก็ต้องจบชีวิตลงด้วยกิโยติน 

และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องเล่าขานสุดท้ายของอัญมณีนี้ เฉกเช่นหน้าที่ของอัญมณีทั่วไปที่เหล่าขุนนางผู้สื่อสัตย์จะนำไปถวายเป็นของกำนัลให้กับกษัตริย์ของพวกเขาโดยไม่เคยสนที่มาที่ไปหรือแหล่งกำเนิดว่ามันมาจากไหน ทำให้อัญมณีแห่งความตายเม็ดนี้ปกคลุมไปด้วยเรื่องเล่าขานถึงผลของความชั่วร้ายตลอดมา แต่ผู้คนต่างก็กระตือรืนล้นที่อยากจะหามันมาครอบครอง 

จนมีผู้อ่านที่น่ารักคนนึงที่นำความชั่วร้ายที่แฝงตัวอยู่ภายใต้ความงดงามของอัญมณีเม็ดนี้มาดูแลเพื่อต้องการพิสูจน์ตำนานที่เล่าขานว่ามันจะนำมาซึ่งความตายต่อผู้เป็นเจ้าของมัน แต่ที่แน่ๆอัญมณีสีแดงฉานที่เหมือนถูกอาบด้วยเลือดจนมันวาวยังคงรวบกวนจิตใจผู้คนมากมายในทุกที่ที่มันเยื้องย่างไปจนถึงทุกวันนี้ 

สำรวจเก็บแขนซ้ายของรูปปั้น (Statue’s Left Arm) บนโต๊ะด้านใน เอามาผสม (Combine) กับไอเทม Red Book จะได้มือซ้ายที่ถือหนังสือแดงมา


แล้วเอาไปใส่ที่ตัวรูปปั้นจะได้คฑาหัวพลอยแดงมา (Scepter) กดตรวจสอบ (Examine) ที่คฑาเพื่อแกะ พลอยแดง Red Jewel ออกมา


จากนั้นออกจาก Art Room เดินตามทางเดินมายังทางหนีไฟ Fire Escape จะเห็นคอปเตอร์ที่ตกลงมาชนกับพนังของสถานีตำรวจอีกด้าน ออกประตูมาที่ระเบียงด้านนอกก็จะพบ Claire อยู่ด้านนอก


Claire – Leon !?
Leon – Claire ! รออยู่ตรงนั้นแหละเดี๋ยวผมลงไป



Leon – ดีใจที่ได้เจอคุณอีกนะ Claire 
Claire – แล้วคุณเป็นไงบ้างล่ะ คอปเตอร์นั่นรู้สึกว่าจะบินมาจากที่ไหนซักแห่งนี่แหละ 
Leon – อืมม ผมไม่เป็นไร ยังอยู่ครบ 32 ดีอยู่
Claire – เดาว่าคุณคงไม่ได้มีกุญแจหรือที่สะเดาะกุญแจอะไรซักอย่างติดมาด้วยใช่มั๊ย?
Leon – โชคร้ายหน่อยนะ ผมไม่มีกุญแจหรอก  ว่าแต่คุณกำลังทำอะไรอยู่หรอ?
Claire – คุณก็รู้ ...ก็เอาตัวรอดไปเรื่อยแหละ
Leon – งั้นก็ดีแล้ว ..ว่าแต่เรื่องพี่ชายคุณล่ะ เจอยังมีไรคืบหน้าบ้างเปล่า?
Claire – ยัง ไม่มีข่าวอะไรเลย
Leon – อย่าเพิ่งหมดหวังล่ะ Claire ผมมั่นใจว่าคุณต้องเจอพี่ชายแน่นอนเชื่อสิ 



Leon – บ้าเอ้ย คอปเตอร์นั่นระเบิด !! คุณรู้ใช่มั๊ยว่ามันหมายถึงอะไร?
Claire – รู้สิ เวลาดินเนอร์ของพวกซอมบี้ไง
Leon – Claire ผมว่าคุณควรจะรีบหนีได้แล้วนะ 
Claire – ไม่ต้องห่วงชั้นหรอก Leon ห่วงตัวเองก่อนเถอะ 
Leon – Claire คุณต้องหนีได้แล้ว เดี๋ยวนี้ !!
Claire – เฮ้ เราต้องผ่านเรื่องบ้าๆนี่ไปให้ได้ด้วยกันนะ โอเค๊ ?
Leon – อืมม 


จากนั้นเก็บคีมตัดเหล็ก Cutting Tool ตรงทางเข้าข้างประตูรั้วแล้วตัดโซ่ที่คล้องประตูเพื่อเปิดเข้าไปด้านในที่ด้านหน้าห้อง Watchman’ Room ที่เคยมาเอาสมุดบันทึก แล้วใช้คีมตัดโซ่เปิดเข้าห้อง EAST OFFICE



เก็บฟิวส์ (Electrical Part) และ แกนหมุน (Round Handle) ด้านในห้องทำงาน แล้วออกจากห้องเอา ฟิวส์ (Electrical Part) ไปใส่ที่แผงควบคุมประตูชัตเตอร์ด้านขวาของ Main Hall เพื่อให้ประตูทำงานสามารถ เปิด - ปิด ได้อีกครั้ง


เดินทางต่อจาก Main Hall ใช้กุญแจโพธิ์ดำสีฟ้าไขเข้าห้อง West Office (ทิ้งกุญแจโพธิ์ดำสีฟ้าไปได้เลยเพราะไม่ได้ใช้มันอีกแล้ว)


 จากนั้นไปเข้าห้อง OPERATIONS ROOM แล้วใช้คีมตัดโซ่เปิดเข้าไปในห้องด้านในเก็บ  Electronic Gadget ออกมา


แวะห้อง SAFETY DEPOSIT ROOM เข้าไปที่ตู้เก็บอาวุธด้านในใช้  Weapons Locker Key Card เปิดเก็บปืน W-870 Shotgun มาใช้

จากนั้นขึ้นบันไดหน้าห้อง Dark Room ไปชั้น 2 เข้าห้องน้ำใช้ แกนหมุน (Round Handle)ที่ท่อไอน้ำเพื่อปิดไอน้ำที่พ่นออกมาจะสามารถเข้าไปด้านในได้ ผ่านทะลุกำแพงแตกเข้าไปจนถึงตึกอีกด้านแล้วเข้าไปในห้องทำงานของหน่วย S.T.A.R (STARS OFFICE)


 เก็บไอเทม Battery ในห้องทำงานด้านใน แล้วเอา Battery ผสม (combine) กับไอเทม Electronic Gadgetจะได้ไอเทมตัวจุดระเบิด (Detonator) มา


กลับไปขึ้นบันไดหน้าห้อง Dark Room ไปชั้น 3 เข้าไปด้านในสุดจนถึงจุดที่มีระเบิด C4 ติดอยู่


ใช้ไอเทมตัวจุดระเบิด (Detonator) เข้าไปแล้วเริ่มจุดชนวนได้เลย เมื่อระเบิดเปิดทางออกได้แล้วด้านในจะพบรูปปั้นเทพี เปิดดูคำใบ้หมุนอักขระในสมุดแล้วหมุนตามนั้น



                    (ตัวอักขระที่รูปปั้นจะมองเห็นได้ยากเพราะมีสนิมขึ้นพยายามมองเอาเองดีๆ)



                                   เมื่อเปิดออกได้ก็จะได้ Maiden Medallion มา


เมื่อได้ Medallion ครบ 3 อันมาแล้วก็กลับไปที่ Main Hall เพื่อเอาไปใส่ที่รูปปั้นใหญ่ ก็จะสามารถเปิดทางลับออกได้แล้ว


Leon – นี่คือทางลงไปที่เส้นทางใต้ดินสินะ สำเร็จ เราเจอทางออกแล้ว เราเจอทางออกของเราแล้วหมวด Marvin ! ได้เวลาไปกันได้แล้ว เฮ้ Marvin 
Marvin – แฮ่ๆๆๆ อ่า....
Leon – เราต้องพาคุณไปโรงพยาบาลด่วนเลย
Marvin – ไม่ๆๆ คุณเอาตัวรอดไปเถอะ 
Leon – ไม่เอาน่า เดี๋ยวผมจะดูแลคุณเอง
Marvin – ไปได้แล้ว !!
Leon – ฟังนะ เราทำสำเร็จแล้ว เราจะออกจากที่นี่ด้วยกัน ถ้าคุณ ...



Marvin – มันสายไปแล้ว ... ผมกำลังพยายามอยู่ Leon ..แต่จะหยุดมันไม่ไหวแล้ว เราจะให้เชื้อมันกระจายออกไปอีกไม่ได้ ....ไปซะ !!



                          Leon – เข้าใจแล้ว ..... ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง Marvin ...


ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองแร็คคูนจะเข้ามาปฎิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบในปี 1969 เนื่องจากเมืองที่มีการขยายตัวมากขึ้นจนตำรวจรัฐ Arklay County Sheriff's Department (ASD) ไม่สามารถรับมือไหว 



อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมืองแรคคูนที่ปิดตัวลงก็ถูกซื้อต่อและนำมาต่อเติมสร้างเป็นสถานีตำรวจสำหรับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฐานปฎิบัติงานและภายใต้อาคารหอศิลป์ที่เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อนก็ย่อมเต็มไปด้วยความลับที่บริษัท Umbrella นำมาซุกซ่อนไว้อย่างไม่ต้องสงสัย 


                                                   Underground Facility

                              แผนที่ตำแหน่งไอเทมต่างๆในพื้นที่ Underground Facility 
                                           [กดดูภาพขนาดใหญ่ตามลิงค์]
https://oyster.ignimgs.com/mediawiki/apis.ign.com/re2-remake/a/a2/RE2_UndergroundMapLeon.jpg?width=1920


ผ่าน Secret Room ที่เป็นห้องพักสำหรับเซฟแล้วลงลิฟต์ไปต่อจนถึงบันไดลงชั้นใต้ดิน เดินลงมาจนถึงชั้นล่างสุดเพื่อเก็บระเบิดมือ (Hand Grenade) เอาไว้ใช้ จากนั้นยังไม่ต้องสนใจประตูทางออกในชั้นล่างนี้เพราะมันยังออกไม่ได้ เดินกลับขึ้นบันได้ไปที่ทางเดินชั้นกลาง ระหว่างเดินไปตามทางเดินจะพบเสียงบางอย่างที่กำลังคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวอยู่ด้านล่าง


ทันทีที่เข้าไปพยายามจะดันเอาตู้ที่ล้มมาขวางทางขึ้นเพื่อไปต่อ Leon ก็ต้องตกใจเมื่อตัวประหลาดขนาดใหญ่ในคราบของนักวิทยาศาสตร์ตัวนึงบุกเข้ามาโจมตีเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว Leon ถูกจับกระแทกแบบไม่ยั้งจนพื้นทางเดินที่เป็นเหล็กเก่าๆแตกหักร่วงหล่นมาที่ห้องเครื่องกล (MACHINERY ROOM) ที่อยู่ด้านล่างด้วยกัน


ก้อนเนื้อที่น่าขยะแขยงที่ห่อหุ้มร่างกายชายที่สวมชุดกราวของนักวิทยาสตร์ถูกแสงสาดส่องจนเห็นความน่าขยะแขยงจนเต็มตา ก่อนที่มันจะเดินย่างเข้ามาหมายตาที่จะเข้าทำร้ายทำลายทุกอย่างตรงหน้านั่นคือ Leon อย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้ Leon ไม่มีทางเลือกที่ต้องยิงออกไปแม้จะยังเห็นได้ว่ามันยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ครึ่งตัว


การจัดการมันที่ได้ผลที่สุดคือการทิ้งระยะห่างให้มากพอที่จะไม่ให้ถูกการเหวี่ยงมือโจมตีไปมาของมัน ใช้ปืนสั้นยิงไปที่หัวหรือจุดต่างๆเท่าที่ทำได้เพื่อสร้างความเสียหายจนมันเปิดดวงตาขนาดใหญ่ที่ไหล่ขวาออกมาแล้วใช้ช็อตกันกระหนำยิงเข้าไปที่ดวงตาที่แขนจะสร้างความเสียหายมันได้มากกว่าปกติ

                                   

พยายามมองเส้นทางให้ดีเพื่อไม่ให้เข้าไปในจุดที่จนมุม เก็บไอเทมต่างๆทั้งกระสุนปืน ระเบิดเอาไว้ใช้ต่อสู้ไปพร้อมๆกับหาจุดที่สามารถทิ้งระยะโจมตีผสมกับถอยรักษาระยะให้ปลอดภัยได้จนสามารถทำให้มันบาดเจ็บจนพลัดตกลงไปที่ด้านล่าง ทำให้ Leon รอดตายได้ อย่างน้อยก็ตอนนี้


เมื่อจัดการมอนสเตอร์ประหลาดที่เข้ามาทำร้ายลงได้ บันไดทางขึ้นด้านบนของอีกฝั่งของห้องก็จะถูกปลดลงมา ขึ้นไปชั้นบนจนถึงห้องควบคุมกดสวิตซ์เปลี่ยนทางเดินจากซ้ายมาทางขวาแล้วข้ามทางเดินนั้นไปอีกฝากจนถึงห้อง Operators Room ซึ่งเป็นห้องเซฟ เก็บ Hip Pouch ไอเทมเพิ่มช่องใส่ไอเทมในตู้ล็อกเกอร์ จัดการเซฟและไอเทมให้เรียบร้อยแล้วขึ้นไปขึ้นบันไดที่สุดทางเดินด้านในห้องจะมาโผล่ที่ ลานจอดรถใต้ตึกสถานีตำรวจ



                                              Parking Garage



Leon – บ้าเอ้ย ประตูมันต้องใช้คีย์การ์ดเปิดอีก .....หมาซอมบี้เนี่ยนะ ล้อเล่นใช่มั๊ย ? อย่ามายุ่งกับชั้นนะโว้ย ! อ๊ากกก !!

                *********************** ปัง !!!! **************************


???? – ฉลาดเข้าไว้ ......... เอาปืนลงได้แล้ว ชั้นเป็น FBI 
Leon – เอ่อ ขอบคุณครับ ...
???? – หึ คุณยังต้องเจอเรื่องเซอร์ไพรซ์อีกเยอะ 


Leon – คุณเป็น FBI งั้นหรอ? แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?
???? – โทษที มันเป็นความลับทางราชการที่บอกคุณไม่ได้
Leon – แล้วคุณจะไปไหน?
???? – ห่วงตัวเองก่อนเถอะ ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้นแล้วรีบหนีออกจากที่นี่ได้แล้ว !!
Leon – เฮ้ เดี๋ยวสิ คุณจะไปไหน ผมยังพูดกับคุณไม่จบเลยนะ !

จากส่วนของโรงจอดรถ ตอนนี้สามารถเข้าไปได้ 2 ทางคือประตูด้านบนขวาและด้านล่างซ้ายของแผนที่ ตามเจ้าหน้าที่ FBI สาวปริศนาเข้าไปที่ประตูทางใต้ของที่จอดรถจะเข้าสู่ส่วนของสถานที่คุมขังผู้กระทำความผิด เข้าห้องทำงานห้องแรกเก็บแผนที่ Police Station B1 ที่บอร์ดมาใช้


 แผนที่ตำแหน่งไอเทมทั้งหมดใน Police Station B1สามารถเข้าไปดูภาพขนาดใหญ่ตามลิงค์
https://oyster.ignimgs.com/mediawiki/apis.ign.com/re2-remake/b/ba/RE2_RPDMapLeon_B1.jpg?width=1920

เดินทางพร้อมสำรวจเก็บไอเทมต่างๆไปทางของคุกจนถึงห้องท้ายสุดของพื้นที่จะพบยังมีชายคนนึงถูกขังอยู่


???? – เฮ้ ให้ตายสิ นี่คนจริงๆหรอเนี่ย ฮ่าๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เจอคนแบบปกติซักที 
Leon – คุณอยู่ที่นี่มานานแล้วหรอ?
???? – ก็นานอยู่ ว่าแต่เราคือผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายใช่ป่ะ?
Leon – ไม่ๆ ยังมีผู้รอดชีวิตคนอื่นอีกนิดหน่อย
???? – โอ้ งั้นก็เป็นข่าวดีสินะ


???? –  ... ว่าแต่ Iron เป็นคนส่งคุณมาใช่ป่ะ
Leon – Iron คุณหมายถึง สารวัตร Iron รึเปล่า? เขายังอยู่แถวๆนี้งั้นหรอ?
???? –  ใครสนล่ะ  .. ท่านคงกำลังดินเนอร์กับใครซักคนอยู่ล่ะมั้ง 
Leon – ทำไมคุณพูดงั้นล่ะ?
???? –  ก็มันนี่แหละที่เป็นคนขังผมเอาไว้ที่นี่ !
Leon – ผมว่าเขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้ 
???? –  หวังดีงั้นหรอ? ....เพราะผมเคยรายงานเรื่องใต้โต๊ะสกปรกๆของเขามากกว่า ..ไม่แน่ถ้าเป็นผม ผมก็อาจจะทำแบบมันเหมือนกันแหละ


???? –   คุณต้องปล่อยผมไปนะ เอาล่ะ ผมมีข้อตกลงจะมาเสนอ .. นี่คือ GARAGE KEY CARD คีย์การ์ดที่ใช้เปิดออกจากที่จอดรถแห่งนี้ ผมรับรองเลยว่าไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้ถ้าไม่ใช้มันเชื่อผมสิ ! 
Leon – เสียใจด้วย ผมคงทำไม่ได้ ต้องถามสารวัตรก่อน 
???? –   ไม่เอาน่า เราต่างก็ถูกขังเป็นนักโทษในสถานีตำรวจนี้ไม่ต่างกันหรอก นี่จะเป็นทางที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้เราทั้งคู่รอดไปจากที่นี่นะ  .....ให้ได้สิ มันมาแล้ว !!
Leon – อะไร ใครมา ??
???? –    เร็วเข้าสิอย่ามัวแต่งี่เง่า คุณต้องการสิ่งนี่นะ !! แค่พาผมออกไปจากที่นี่แค่นั้นเอง เร็วสิ !!


???? –   ห๊ะ !! อ๊ากกก !! อ๊ากกกกกกกก !!!! 
Leon – โอ้ พระเจ้า !! นั่นมันตัวอะไรวะน่ะ !! .... นั่นใคร !!?


???? – นี่ชั้นเอง เอาปืนลงได้แล้ว 
Leon – ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันเกิดขึ้นเร็วมากๆเลย
???? – ชั้นบอกให้นายรีบออกไปจากที่นี่ยังไงล่ะ เห็นนั่นมั๊ย อยากอยู่ในสภาพเดียวกับ Ben งั้นหรอ?
Leon – คุณรู้จักเขาด้วยหรอ? 
???? – เขาเคยพยานที่แจ้งข้อมูลที่จะเอาไปใช้ในการสืบสวนของชั่นน่ะ 
Leon – งั้นทีเขาพูดนั่นก็คงเป็นเรื่องจริงสินะ ...เฮ้ๆ เลิกอยู่ๆก็เดินหนีผมซะที ! ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย ผม ลีออน เคนเนอร์ดี้ 


???? – หาทางออกจากที่นี่ก่อนจะสายเกินไปลีออน แล้วค่อยมาคุยกัน  .... ชั้นชื่อ Ada 
Leon – สงสัยต้องยอมทำตามข้อเสนอของ Ben ซะแล้วสิ 

เป้าหมายตอนนี้คือหาทางเปิดกล้องขังของ Ben เพื่อเอา GARAGE KEY CARD ที่อยู่ที่คอเขามาใช้เปิดประตูที่จอดรถเพื่อหนีออกจากที่นี่


เก็บข้อเหวี่ยงหัวสีเหลี่ยม Square Crank บนโต๊ะ สำรวจแผงควบคุมไฟฟ้าของคุกจะพบว่ามันแผงเชื่อมต่อพลังงานของมันหายไปส่วนนึงทำให้ไม่สามารถเปิดประตูคุกออกได้

ภารกิจต่อไปคือการตามหา แผงเชื่อมต่อพลังงานของแผงควบคุมที่หายไปเพื่อเปิดคุก จากนั้นกลับไปออกไปที่ส่วนจอดรถอีกครั้งแล้วเข้าประตูขวาบนเข้าไป

สำรวจในห้อง Firing Range เก็บกล่องสีเหลืองบนโต๊ะแล้วสำรวจเพื่อเปิดมันออกจะพบกุญแจรถทะเบียน 7439 อยู่ด้านใน



(ย้อนออกมาที่ที่จอดรถ กดสำรวจกุญแจรีโมทของรถที่ได้มาเพื่อให้เปิดกระโปรงหลัง มองหารถทะเบียน 7439 แล้วเข้าไปเก็บ  Gun Stock แล้วเอาไปผสมกับปืน Matilda จะได้ด้ามจับแบบใหม่มา)

 เก็บไอเทมต่างๆในห้อง Firing Range ให้หมดแล้วออกจากห้องเดินทางเข้าด้านในต่อจนถึงห้องเก็บศพ (Morgue) สำรวจศพในช่องเก็บศพจนได้กุญแจ Diamond Key (ข้ามหลามตัดสิม่วง) ออกมา



แล้วนำเอากุญแจข้ามหลามตัดสิม่วงไปเปิดประตูในห้อง Firing Range เก็บไอเทมต่างๆในห้องมาให้หมด


 ก่อนที่จะย้อนกลับไปใช้ ข้อเหวี่ยงหัวสีเหลี่ยม Square Crank เปิดประตูชัตเตอร์ตรงทางเดินด้านบนของห้องเก็บศพ (Morgue)


เข้าไปจนถึงห้อง Generator Room แล้วเก็บ Boxed Electronic Part สำรวจเปิดดูจะได้ Electronic Part มา


จากนั้นเข้าไปกดเปิดพลังงานในห้องนี้ จะทำให้ประตูตรงช่องทางเดินทางขวาของห้อง Firing Range เปิดออก


ลุยฝูงซอมบี้หมามากมายหลังจากพลังงานกลับมาแล้วทำให้กรงของมันเปิดออกมาเข้าประตูตรงช่องทางเดินทางขวาของห้อง Firing Range จะพบบันไดทางขึ้นมายังชั้นบนจนถึงห้อง BREAK ROOM ซึ่งเป็นห้องเซฟ


                                 UPDATE 12 / 2 / 2019




 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

SOURCE แหล่งที่มาของข้อมูลในการใช้ประกอบบทสรุป
https://residentevil.fandom.com/wiki/Raccoon_City

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------