วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

FFXV Multiplayer Expansion Comrades




Multiplayer Expansion Comrades คือโหมดการเล่นแบบใหม่ของ FFXV ที่แพ็ครวมให้ไว้แล้วสำหรับผู้ที่ซื้อ season pass และขายแยกที่ PlayStation Store ในราคา 635 บาท ขนาด 7.5GB โหมด


 Comrades คือโหมดออนไลน์จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ตและจำเป็นต้องมี Plus ในการเล่นกับผู้เล่นอื่นๆ แต่ก็สามารถเล่นกับ A.I ในโหมด single player โดยไม่ต้องใช้ Plus ก็ได้เช่นกัน โดยจำเป็นต้องมีแผ่น FFXV หลักในการเล่นด้วย สามารถเข้าไปเล่นโหมด Multiplayer Expansion Comrades ที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในเมนู download content ในหน้าแรกหลังจากการดาวโหลดเสร็จสิ้น



                         FFXV Multiplayer Expansion Comrades

 ฺ                                                 BY Decibel per - oxide


** สัญลักษณ์ที่ด้านซ้ายบนที่เป็นรูปลูกโลกหมุนอยู่แสดงถึงสถานภาพในการ Online 
** การเซฟเกมจะเป็นแบบ Auto Save ซึ่งจะเซฟอัตโนมัติในช่วงเวลาสำคัญและก่อนที่จะเลือกออกจากเกม


ครึ่งปีหลังการจากไปของ Noctis และเหล่าสหายผู้ติดตาม ข่าวการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายก็แพร่กระจายไปตามสื่อของพวกจักรวรรดิ Niflheim อย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นเจ้าชายที่เป็นที่มุ่งหมายให้เป็นรัชทายาทครองบัลลังก์ก็เหมือนสิ้นแสงที่จะนำทางเหล่าประชาชน ผู้อพยพมากมายจาก Crown city และอีกส่วนที่กระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของ Lucis ต่างมุ่งหน้าไปยัง Lestallum เมืองแห่งความหวัง ที่ที่จะนำพาชาวประชาแห่ง Lucis ให้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกันด้วยใจที่เป็นหนึ่งเดียว



ได้ยินข้ามั๊ย เหล่าสหายผู้ปักปักษ์กษัตรา 
พลังแห่งราชาจะติดตามเจ้าไปพร้อมภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ต่อราชอาณาจักร
ร่างกายของพวกเจ้าสิ่งที่ใช้เชื่อต่อพรอันศักดิ์สิทธิ์จากหินอันทรงอธิฤทธิ์แห่ง Lucis 
 ดาบของเจ้าจะแวววาวด้วยแสงแห่งความหวังที่พร้อมจะฝ่าฟันแผ่วทางเส้นทางที่อันตรายเพื่อองค์ราชาในอนาคต
แต่จงรู้ไว้ถึงกฎที่ห้ามละเมิดหรือทำผิดมิให้หลงลืม ก่อนราชาที่แท้จริงจะตื่นขึ้นและนำแสงสว่างคืนสู่แผ่นดิน
จนกว่าจะถึงวันนั้น จงอย่าลืมภาระที่ยิ่งใหญ่ที่พวกเจ้าแบกเอาไว้
เหล่าสมาชิกแห่งกลุ่ม ดาบแห่งราชาที่แสนยิ่งใหญ่ “คิงส์เกลฟ”



            Libertus – ตื่นต้อนรับวันใหม่ได้แล้ว แปลกใจมากเลยละสิว่าทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?




                  ** เริ่มการสร้าง Avatar ซึ่งจะเป็นตัวละครแทนตัวผู้เล่นในเกมได้เลย **



                                                    ตัวละครที่ผมสร้างชื่อ   Decibel Oxide




Libertus – ไง จำอะไรไม่ได้เลยหรอ ช่างเถอะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก นายอาจกำลังหนีบางสิ่งที่ชีวิตนี้นายไม่อยากจะจำมันเลยก็ได้ อย่างแรกเลยที่นายควรจะรับรู้ไว้ นายคือ เกลฟ เหมือนกับชั้น องค์ราชาให้พวกเรายืมพลังเพื่อปกปักษ์พระองค์ ก็นะ เราก็สู้ไป แม้พระองค์จะจากไปนานแล้ว แต่พลังของท่านยังหลงเหลืออยู่ ชั้นก็คิดว่าเราควรใช้มันในทางที่ดี เห็นนั่นมั๊ย นั่นเป็นปราการด่านสุดท้ายของมนุษย์ชาติ เป็นงานสุดท้ายของเราเหล่า “คิงส์เกลฟ” ที่ต้องคอยปกปักษ์เมืองนี้เอาไว้จากทุกภัยอันตรายที่จะเข้ามา 


จงมีความสุขกับแสงสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ บางที่มันอาจจะหายไปก่อนที่นายจะรู้ตัวก็ได้ เพราะงั้น ตราบใดที่ยังมีแสงสว่างเหลืออยู่บนโลกนี้ เราก็มีสิทธิ์ที่จะใช้มันตามแบบของเราเอง และไม่ว่านายจะจำอะไรได้หรือไม่ได้ เราก็มีวิถีปฏิบัติที่ยิ่งใหญ่แบบนี้แหละ ถือว่าเป็นกระตุ้นความทรงจำของนายเบาๆก็แล้วกัน เพราะทุกๆอย่างที่ Lestallum นั้นมีความสำคัญต่อ “เกลฟ”อย่างพวกเราเป็นอย่างมาก 

ก่อนที่การสนทนาถูกขัดจังหวะจากเสียงตะโกนของคนขับรถจนต้องจบลง สัตว์ประหลาด !! พวกมันอยู่ข้างหน้า !! ทำให้ทุกคนต้องลงไปจัดการพวกมัน


                                     Quest : Warriors of Light  


** การบังคับในฉากต่อสู้โดยรวมจะเหมือนกับการบังคับตัวละครในภาคหลัก จะต่างกันตรงที่ Avatar ของคุณที่ใช้เล่นจะไม่สามารถใช้ไอเทมเติม HP ได้นอกจากใช้เวทย์และจากการให้เพื่อนในทีม Heal หรือชุบชีวิตให้เท่านั้น **


                                              เรียนรู้ระบบการต่อสู้เบื้องต้น

O – โจมตีปกติ
สี่เหลี่ยม - การ์ด / กลิ้งตัวหลบ
L2 + สามเหลี่ยม- การใช้เวทย์ฟื้นพลังชีวิต 
L2 + วงกลม –การใช้เวทย์โจมตี 
R1 + สามเหลี่ยม -Warp strike 

จากนั้นจัดการศัตรูที่ออกมาตามทางไปพร้อมๆกับเรียนรู้ระบบการต่อสู้ไปจนถึงหน้าทางเข้าเมือง Lestallum จะพบ Daemon ขนาดใหญ่ Mutant Iron Giant ออกมาขวางทาง พร้อมๆกับแม่ทัพ Cor ที่ออกมาช่วยเป็นกำลังเสริมให้สูสีขึ้น


Cor – ต้องการให้ช่วยมั๊ย?
Libertus – ท่านแม่ทัพ !
Cor – ไม่ต้องมาพิธีรีตองตอนนี้หรอก เรามีเรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการกันก่อน 
Libertus – รับทราบครับ ทุกคน มีสมาธิกับการต่อสู้กันด้วย !!

หลังจากช่วยกันจัดการ Mutant Iron Giant ลงได้สำเร็จก็ตามแม่ทัพ Cor เข้าไปในเมือง Lestallum ได้เลย


                                     Quest: Descent into Darkness



                                              เมือง Lestallum






Cor – นายเป็นนักสู้มีฝีมือเหมือนกันนะ ทุกคนใน Lestallum คงจะยกย่องนายที่ช่วยให้พวกเขาปลอดภัย


     

Liberlus – นี่ครับ ได้มาแล้ว
Holly – โอ้ ชั้นไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี

** Meteoshards คือ ชินส่วนที่เก็บสะสมมาเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อคืนพลังงานให้กับเมือง *

Liberlus – นายพักผ่อนตามสบายนะ บางทีนายอาจจะขอบคุณใครก็ตามที่ช่วยพานายมาที่นี่ก็ได้ ส่วนชั้นคงต้องขอตัวไปทำงานก่อนนะ ไม่อยากจะให้หน้าบูดๆของแม่ทำ Cor ตอนด่าว่าชั้นอู่งานน่ะ ..อ่อ เกือบลืม ชั้นมีอะไรจะให้นายด้วย มือสั้นคู้นี่ เพื่อนายจะใช้ประโยชน์ได้ จัดการเซ็นชื่อเอาไว้ที่ด้ามมันด้วยล่ะ  

ตอนนี้จะต้องเลือกเมืองเกิดของคุณจาก 4 เมืองคือ
Galahd
Isomnia
Lestallum
Altissia

   ** ความแตกต่างของเมืองต่างๆจะส่งผลให้ค่าพลังเวทย์และพลังชีวิตเพิ่มขึ้นแตกต่างกัน **


Liberlus –เอานี่แถมมือถือให้อีกอันด้วย นายจะไม่ขอบคุณ  Liberlus คนนี้หน่อยเรอะ? หรือนายลืมชื่อชั้นแล้ว นายต้องพยายามจำทุกอย่างให้ได้มากกว่านี้อ่ะนะ



ในเมืองตอนนี้นั้นยังไม่มีพลังงานไฟฟ้าสะสมมากพอที่จะทำให้ร้านค้าต่างๆเปิดได้มาก จะมีแค่ไม่กี่ร้านที่เปิดคือ

- ร้านขายอาวุธ

         

         

- ที่รับเปลี่ยนแปลง Avatar และ สามารถสร้าง Avatar ใหม่เพิ่มได้อีก 8 ตัวโดยใช้ไอเทมที่เป็นพื้นฐานเดียวกัน (เต้นท์ด้านหลังสามารถเข้าไปอาบน้ำทำให้เสื้อผ้าหายเรอะได้)
ส่วนร้านอัพเกรดอาวุธของ Cid และร้านขายเสื้อผ้าของไอริสยังเปิดไม่ได้ในตอนนี้

ตอนนี้จะมีเครื่องหมาย ? สีเหลืองในแผนที่อยู่ 2 จุดคือ ที่ทหารที่ยืนอยู่หน้าเมือง เขาจะแสดงความยินดีในการเข้าเป็นสมาชิกใหม่และที่ได้ช่วยเมืองไว้ด้วยเงิน 1000 Gil สำหรับไว้ใช้งาน



อีกจุดคือสำนักงานข่าวท้องถิ่นของ Vyv ที่จะให้สัญญาว่าจ้างในการถ่ายรูปเพื่อให้เขามาใช้ทำข่าว ซึ่งจะทำให้สามารถถ่ายรูปได้แล้ว แต่จะเป็นการถ่ายแบบอัตโนมัติหรือกดสี่เหลี่ยมในช่วงเวลาที่กำหนดไม่สามารถถ่ายเองตามจุดต่างๆได้อย่างอิสระ




            Quest หลักสามารถทำได้ที่โต๊ะรับภารกิจของ Jeanne ตรงจุดสัญลักษณ์  !  สีส้ม




Jeanne – นายคือ Glaive คนใหม่ที่เค้าพูดถึงกันใช่มั๊ย? ชั้นชื่อ Jeanne ทำงานให้กับ โรงไฟฟ้า EXINERIS เรานำเอาผลึก Meteoshards มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อป้อนให้กับเมืองนี้และพื้นที่ต่างๆใกล้เคียง เจ๋งใช่มั๊ยล่ะ เราทำให้เกิดแสงให้มากที่สุดเพื่อไล่พวก daemons ไม่ให้มาวุ่นวาย ถ้านายมีไอเดียว่าจะให้เราส่งไฟฟ้าไปที่ไหนก็บอกข้อมูลมาได้เลยนะ



จากนั้นทำการเลือกจุดที่จะส่งกำลังไฟฟ้าไปยังจุดแรกที่ใกล้ที่สุดไป 200 kW จากที่ทั้งโรงไฟฟ้ามีสะสมอยู่ 500 kW การส่งกำลังไฟฟ้าไปที่จุดนั่นทำให้พื้นที่ในการทำเควสย่อยในบริวเณใกล้เคียงถูกปลดล็อกออกมา

ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าไปคุยกับ Monica ที่โต๊ะรับภารกิจ Side Mission HQ  เพื่อรับภารกิจย่อยที่ออกมาใหม่ได้แล้ว


เมนูก่อนเข้าภารกิจจะมี 3 อย่างคือ
- Quick Play คือ การทำภารกิจร่วมกับ Player ผู้เล่นอื่นๆในเซิร์ฟเวอร์ (จำเป็นต้องใช้ Plus ในการเล่น)
- Custom ปรับแต่งตัวละครให้พร้อมในการทำภารกิจ
- Recruit AI คือ การทำภารกิจร่วมกับ A.I  (ไม่จำเป็นต้องใช้ Plus ในการเล่น)





เมื่อเลือกการเล่นแล้วตัวละครจะออกเดินทางไปยังจุดเตรียมตัว ส่วนเพื่อนร่วมทีมที่จะเข้ามาก็แล้วแต่ว่าเราเล่นในโหมดที่เป็น Player หรือ A.I แต่จะมีเพื่อนร่วมทีมในการเข้าร่วมได้ 3 คน เมื่อพร้อมแล้วก็สำรวจที่จุดเริ่มภารกิจแล้วเลือกคำสั่ง Depart ได้เลย


                           Side Quest – Hunt: Garulessa Gone wild 

Power – 1.120 kW
Bounty – 680 gil
Reward – ไม่มี 



เป้าหมายคือจัดการพวก Garulet ที่ออกมาเรื่อยๆจนกว่าจะครบตามจำนวนที่กำหนด จากนั้นตัวบอส Garula จะออกมาก็เข้าไปจัดการมันซะก็เป็นอันเสร็จภารกิจ


หลังจบภารกิจก็จะมีการปันผลคะแนนจาก Score ที่ได้จากการต่อสู้ และหากได้เก็บวัตถุดิบจากพื้นที่มาตามที่ Monica ต้องการเธอก็จะทำให้อาหารให้กินเพื่อเพิ่มสเตตัส (ชั่วคราว) สำหรับใช้ในการต่อสู้ครั้งต่อไป แล้วก็จะรอรับ กำลังไฟฟ้า เงิน และค่าประสบการณ์ เป็นรางวัลหลังการกินอาหารได้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำภารกิจแต่ละครั้ง



มาถึงตรงนี้ เราจะได้เรียนรู้ระบบของเกมแล้วว่า ภารกิจหลักที่สำคัญที่สุดคือ การกระจายพลังงานไฟฟ้าที่ โรงไฟฟ้า EXINERIS จากเมือง Lestallum ไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อขับไล่ความมืดไม่ให้ Deamon มีพลังอำนาจเข้ามาทำร้ายผู้คน 



การจัดการ กำลังไฟฟ้า เพื่อนำมาป้อนโรงไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะ กระแสไฟฟ้าที่จ่ายไปจะเกิดภารกิจใหม่ๆและปลดล็อคสินค้าใหม่ๆทั้งเสื้อผ้าและอาวุธใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากการที่ได้รางวัลจากการปลดล็อกพื้นที่นั้น และการจะได้กำลังไฟฟ้ามาเพื่อซับพอร์ทโรงไฟฟ้าในภารกิจหลัก การทำภารกิจย่อยต่างเพื่อเก็บ กำลังไฟฟ้า เงิน ระดับเลเวล จึงเป็นสิ่งสำคัญรองลงมาที่ต้องทำเพื่อสนับสนุนกัน โดยประเภทของภารกิจต่างๆจะประกอบด้วย



Hunt Quest - ภารกิจล่ามอนสเตอร์ตามปกติ ยากง่ายตามระดับเลเวล
Defense – ภารกิจป้องกันพื้นที่จากการบุกทำลายของมอนสเตอร์ เป้าหมายคือจัดการมอนสเตอร์ที่เข้ามาโจมตีพื้นที่เป้าหมายอย่าให้เป้าหมายเสียหายก่อนจัดการศัตรูหมด
Escort – ภารกิจคุ้มกันเป้าหมายจากมอนสเตอร์ที่มาโจมตี  เป้าหมายคือจัดการมอนสเตอร์ที่เข้ามาโจมตีเป้าหมายอย่าให้เป้าหมายถูกทำล่ยก่อนจัดการศัตรูหมด

Urgent – ภารกิจฉุกเฉิน ที่มีเป้าหมายเข้าจัดการมอนสเตอร์ระดับสูงเพื่อเคลียร์พื้นที่และเมื่อทำภารกิจสำเร็จแล้วจะสามารถ ปลดล็อกรูปกุญแจสีม่วงในแผนที่เพื่อเดินไฟฟ้าไปจุดต่างๆต่อได้ (หาก ดูรายละเอียดในจุดรูปกุญแจสีม่วงในแผนที่จะเห็นว่าต้องผ่าน Urgent Quest อันไหนก่อนถึงจะปลดล็อก)


เมื่อเข้าไปที่ Mission HQ ของ Jeanne เพื่อภารกิจหลักต่อ จะเห็นแผนที่ในการเดินกระแสไฟฟ้าที่มีจุดต่างๆเพิ่มเติมขึ้นมา โดยแต่ละจุดที่มีเครื่องหมาย  !  สีฟ้าจะต้องใช้กำลังไฟฟ้าจำนวน kW ต่างๆที่ไม่เท่ากัน ดังนี้



- Apparel shop ร้านขายอุปกรณ์แต่งกายของ Iris ใช้กำลังไฟ 150 kW ร้านของ Iris จะขายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทรงผม และคำสนทนาสำหรับใช้ทักทาย



- Remodeling Station ร้านอัพเกรดอาวุธของ Cid ใช้กำลังไฟ 300 kW ร้านอัพเกรดอาวุธของ Cid นั้นสำหรับใช้อัพเกรดอาวุธด้วยวัตถุดิบที่เก็บได้ตามที่ต่างๆ ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาอัพเกรดอาวุธนั้นจะส่งผลให้สถานะต่างๆของอาวุธเปลี่ยนแปลงไปต่างกัน


และการอัพเกรดอาวุธแต่ละครั้งในการใส่วัตถุดิบผสมลงไปนั้นจะทำให้ระดับเลเวลของอาวุธเพิ่มขึ้น ระดับเลเวลของอาวุธต่าง ๆนั้นจะมีระดับขั้นอยู่ซึ่งเมื่ออัพเกรดจนระดับเลเวลเต็มแต่ละขั้นจะทำให้อาวุธเปลี่ยนแปลงรูปแบบและสถานะที่สูงขึ้นไปอีก


- Supply Station ใช้กำลังไฟ 500 kW จะทำให้มีร้านขายไอเทมเปิดขึ้นที่ทางด้านหน้าเมือง
- Treasure Spot ใช้กำลังไฟ 200 kW เปิดไฟที่ตลาด Partellum Market ได้เงิน 1200 gil
- Leville Square ใช้กำลังไฟ 600 kW ปลดล็อกเควสย่อย A Tangled web they Weave ออกมาให้ทำ


                                        Hunt Quest - A Tangled web they Weave

Power – 2460 kW
Bounty – 720 gil 

เมื่อแจกจ่ายกระแสไฟฟ้าไปจนทั่วทุกจุดของเมืองแล้วจะปลดล็อก Solo Quest ของ Holly ออกมาให้ทำ จากนั้นก็เดินไปหา Holly ที่รออยู่ที่หน้าโรงไฟฟ้าด้านในได้เลย


                            Solo Quest – Ropeway Under Renovation                 




Holly – ไงๆ ขอต้อนรับสู่ Glaive นะพ่อหนุ่ม ชั้นยังไม่ค่อยเชื่อฝีมือเธอเท่าไหร่หรอกนะ แต่มันช่วยไม่ได้เพราะชั้นมีบางอย่างที่ต้องให้เธอช่วยหน่อยก่อนที่จะวุ่นกันไปทั้งเมือง  ที่ Libertus บอกว่าเชื่อฝีมือเธอได้จริงเปล่า เราทำงานกันได้ใช่มั๊ย?

Holly – ทดสอบๆ เธอได้ยินชั้นมั๊ยพ่อหนุ่ม? ขอบคุณอีกครั้งนะที่ยอมช่วย
** กด R2 จะสามารถเปิดเมนูเลือกข้อความแชทพูดคุยกับ Player อื่นได้ ***



Holly – โอเค เธอเห็น รางรถกระเช้าด้านบนทางซ้ายของเธอมั๊ย? มันมีอีกรางนึงทางขวา แต่ตอนนี้มันไม่ทำงาน ชั้นหวังว่าเธอคงพอซ่อมมันได้นะ ปกติเราจะใช้มันในการลำเลียงผลึกดาวตก meteorshard ไปยังเตาเผาตามจุดต่างๆทั้ง 2 รางต้องทำงานพร้อมๆกันถึงจะเติมเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าได้เต็มที่ เพราะถ้าโรงไฟฟ้าพลังตกลงไป ไอ้พวกปีศาจมันแห่เข้ามาในเมืองเราแน่นอน ระวังตัวด้วยนะ ยังมีพวกปีศาจตัวเล็กตัวน้อยที่จะออกมารังควาญเธอระหว่างทางอยู่เหมือนกัน 

จากนั้นลุยศัตรูไปคนเดียว (เพราะเป็นงานลุยเดี่ยว) เข้าไปตามทางด้านใน ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนแล้ววาร์ปขึ้นไปตามจุด Piont-warp ขึ้นไปด้านบนของรถกระเช้า วิ่งไปตามแกนเหล็กทางฝั่งขวาจนสุดแล้ววาร์ปไปที่กระเช้าด้านล่าง


 เรียนรู้การใช้ท่า Blade- warp โดยการกด L1 + สามเหลี่ยมเพื่อการวาร์ปไปในจุดที่เพื่อนอยู่เพื่อชุบชีวิตเพื่อนที่บาดเจ็บ ซึ่งจะต่างจากการกด R1 ล็อกเป้าศัตรูแล้วกดสามเหลี่ยมเพื่อใช้ท่า Warp – Strike 

เมื่อรักษาอาการบาดเจ็บของช่างแล้ว กดปุ่มต่างๆตามที่ขึ้นมาให้ทันก็จะสามารถซ่อมรถกระเช้าสำเร็จ ก็จะจบภารกิจ



Holly – วันนี้ทำได้ดีมากพ่อหนุ่ม เธอกำลังให้คนทั้งเมืองประทับใจ โรงไฟฟ้ากลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่อีกครั้งแล้ว และถ้าเราผลิตไฟฟ้าได้มากพอเราคงแจกจ่ายไปยังเมืองต่างๆได้ทั้งอาณาจักรแน่นอน

ทันทีที่โรงไฟฟ้าทำงานได้อย่างเต็มกำลังแล้ว จากนั้นภารกิจต่อไปก็คือ การแจกจ่ายไฟไปตาม Major Outposts  หลักทั้ง 4 รอบๆเมืองให้หมด

      

เมื่อเข้าไปที่ Mission HQ ของ Jeanne เพื่อภารกิจหลักต่อ จะเห็นแผนที่ในการเดินกระแสไฟฟ้าเส้นทางด้านเหนือที่ต้องการกระแสไฟเชื่อมต่อกัน 2 จุด 500 kW และ 2000 kW ก่อนจะถึง Power Supply ที่ Pylon จัดการหากระแสไฟฟ้ามาเดินสายพลังงานเข้าไปให้ถึงให้สำเร็จ ก็จะได้ meteorshard มา 2 ก้อนได้พลังงานไฟฟ้ารวม 400 + 500 kW แต่ในขณะเดียวกันก็มีภารกิจช่วยเหลือเร่งด่วนเข้ามาเพราะ หลังจากที่มีข้อความขอบคุณเข้ามาก็มีข่าวร้ายเพิ่มเติมว่า ทางฝ่ายขุดเจาะได้ค้นพบ โลงศพของราชวงศ์ ได้และกำลังขนส่งมาทางรถแต่ถูกพวกปีศาจรุมทำลาย จนต้องขอให้ออกไปช่วยที่หน้าประตูเมือง


                             Side Quest – Let Sleeping King Lie 


         ทันที่ที่รถเข้ามาถึงหน้าเมืองก็ช่วยจัดการฝูง Goblin ที่ตามมาให้หมดก็จะจบภารกิจ


Hunter – แมร่ง งานนี้ กว่าจะขนสิ่งนี้มาถึงที่นี่ได้ไม่ง่ายเลยนะ ทำงานได้ดีมาก Glaive เอาละที่นี้ชั้นขอถามหน่อยนะ ได้ที่เราขุดมาได้นี่มันคืออะไรกันฟ่ะ !! โอ้ เดี๋ยวนะ เราขุดเจอมันที่ห้องใต้ดินของ Leville ใช่ป่ะ เดาว่าต้องมีกษัตริย์องค์ใดองค์นึงนอนพักอยู่ในนี้แน่นอน พูดถึงเรื่องนอนพัก ดูจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้านายนี้แล้ว บางทีนายอาจจะต้องหาคำตอบกับมันทั้งคืนแน่นอน 



The Oracle  –  ดาบแห่ง Lusic เจ้าพร้อมจะปลดปล่อยจิตวิญญาณของเจ้าแล้วหรือไม่ ไม่งั้นข้าคงมิอาจก้าวข้ามไปยกระดับจิตใจที่เจ้าแบบรับไว้ได้ ข้าจะมอบการปกป้องของข้าเพื่อแบ่งเบาภาระของเจ้า


                                ** ได้รับ The Oracle’s Sigil: Healing Light x 1 ** 


   

                                                 Royal Sigil

Royal Sigil คือพลังเทพพิทักษ์ที่ได้จากเหล่ากษัตริย์ในอดีต เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้สเตตัสของผู้สวมใส่เปลี่ยนไปและจะช่วยเสริม Skill บางอย่างของตัวละครให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามแต่พลังของเทพพิทักษ์แต่ละองค์ สามารถได้จากสุสานของราชวงศ์ที่อยู่ตามจุดต่างๆของแผนที่เมื่อเปิดทางไปถึง 


                                           The Oracle Sigil: Healing Light

สเตตัส : + เวทย์ธาตุแสง 20% , - กำลัง 20% และ - พลังโจมตี 20%
Skill เสริม : กด L2 + สามเหลี่ยม ทำให้การใช้เวทย์ Heal มีรหัศมีที่กว้างขึ้น สามารถฮีลได้หลายคนพร้อมๆกัน 




                                              The wanderer Sigil: Cheer  
                                             
อยู่ที่ Tomb of the Wanderer
สเตตัสเมื่อสวมใส่ :  + HP 40% , + MP 20%  , พลังโจมตี 10%
Skill เสริม – กด L2 + วงกลม ทำให้การใช้เวทย์บัฟเพิ่มสเตตัสให้เพื่อร่วมทีมให้มีรหัศมีที่กว้างขึ้น สามารถบัฟได้หลายคนพร้อมๆกัน




                                             The Warriors Sigil: Untouchable 


อยู่ที่ Power Station Pylon
สเตตัสเมื่อสวมใส่ :  + HP 30%  , พลังโจมตี -30%
Skill เสริม – กดสี่เหลี่ยมค้างจะสามารถปรบมือล่อศัตรูมาหาตัวเองได้ ในจังหวะที่ศัตรูพุ่งโจมตี กดสี่เหลี่ยมอีกครั้งจะสามารถหลบระยะประชิดพร้อมทิ้งเงาสุญญากาศล่อเป้าไว้ด้วย 

การใช้งาน Skill Untouchable เมื่อสวมใส่ The Warriors Sigil
กดสี่เหลี่ยมค้างจะสามารถปรบมือล่อศัตรูมาหาตัวเองได้ ในจังหวะที่ศัตรูพุ่งโจมตี กดสี่เหลี่ยมอีกครั้งจะสามารถหลบระยะประชิดพร้อมทิ้งเงาสุญญากาศล่อเป้าไว้แทนการกางบาเรียและจะโจมตีสวนกลับที่ง่ายต่อการติด Critical ได้ ความพิเศษอีกอย่างของ Skill Untouchable คือง่ายต่อการทำให้ติดท่า Chain-warp หรือแพทฟอร์มที่ 2 ของ Warp strike จะสามารถทำ Chain attack ต่อทำความรุนแรง X 3.0 - 5.0ได้





                                                  The Justs Sigil: Omniguard 

อยู่ที่ Tomb of the Just 
สเตตัสเมื่อสวมใส่ :  + HP 30%  , MP 50%  พลังโจมตี -30%
Skill เสริม – กดสี่เหลี่ยมจะสามารถสร้างบาเรียขนาดกว้างสองชั้นที่มีพลังป้องกันสูงขึ้นค่อยเพิ่งพลังป้องกันและเพิ่ม HP ให้คนที่อยู่ในรัศมีที่ละนิด และค่อยๆกิน MP ไปทีละนิดอย่างช้าๆทำให้กางบาเรียได้นานขึ้น (ตราบใดที่ไม่มีศัตรูเข้ามาโจมตีโดนตัว) 




                                                  The Rogue Sigil: Aerial Ace

 อยู่ที่ Tomb of the Rogue 
สเตตัสเมื่อสวมใส่ : + MP20%  + กำลัง 30% , + ธาตุแสง  30%
Skill เสริม – สามารถแดชต่อเนื่องในอากาศขณะโจมตีกลางอากาศด้วยการกดแกนอนาล็อกซ้ายไปตามทิศทางที่ต้องการและปุ่ม O (เสีย MP) 




ภารกิจที่จะต้องทำในตอนนี้คือ การเดินกระแสไฟไปตาม Major Outposts  หลักทั้ง 4 รอบๆเมืองให้หมด ประกอบด้วย

Old Lestallum
Meldacio Hunter HQ 
Cauthess Depot 
Galdin Quay 


แต่การเดินกระแสไฟไปตามจุด Outpost หลักทั้ง 4 นั้นจำเป็นต้องใช้ กำลังไฟฟ้าจำนวนมาก และมีหลายเส้นทางให้เลือกเดินกระแสไฟฟ้าทั้งในเรื่องทิศทางและลำดับก่อนหลังตามใจที่ผู้เล่นเลือกดำเนิน แตกแยกเป็นเรื่องราวมากมาย การเตรียมพร้อมระดับเลเวลของผู้เล่นในการดำเนินภารกิจให้ลุล่วงจึงเป็นเรื่องสำคัญประกอบการตัดสินใจ 

ฉะนั้นการดำเนินเรื่องต่อไปจะเป็นเส้นทางและการตัดสินใจของผู้เขียนและตัวคุณผู้เล่นในการเลือกดำเนินเกมซึ่งอาจจะต่างกัน ผมจะนำเสนอเฉพาะทริคและเส้นทางที่สำคัญๆในโอกาสต่อไป ..

.

                                     การเลือกผู้นำของผู้อพยพ


เมื่อรวบรวมเหล่าผู้อพยพที่อยู่ตามจุดต่างๆในแผนที่ (จุดที่เป็นรูปคนเป็นกลุ่ม) จนได้จำนวนคนมาจำนวนนึง และ สามารถช่วยหัวหน้าของกลุ่มผู้อพยพต่างๆมาได้ 3 คนคือ Marcia Lythe , Finnegon Parton และ Torben talum มารวมกันที่ Lestallum จนครบแล้ว


จะมีเหตุการณ์ที่ต้องมีการ เลือกตั้ง หัวหน้าของกลุ่มผู้ลี้ภัยที่อยู่ที่เมือง Lestallum โดยคุณผู้เล่นต้องเป็นคนเลือก 1 ใน 3 คนให้เป็นหัวหน้า โดยการเลือกหัวหน้าจากผู้ที่เป็นตัวแทนทั้ง 3 คนนั้น แต่ละคนจะส่งผลต่อเมืองและรางวัลที่ได้ต่างกันคือ



  Marcia Lythe
ฮันเตอร์ ที่เป็นที่รู้จัก Risorath Basin ที่มีความสามารถในเรื่องการค้นหารวบรวมและจัดหาทรัพยากรและเสบียงต่างๆมาขายทำกำไร  รางวัลที่เมืองจะได้หากเลือกเธอก็คือ เธอจะบริจาคไอเทมต่างๆให้กับคุณผู้เล่นจำนวนนึงโดยสามารถเข้าไปรับได้ที่ร้านค้าหน้าเมือง 

Finnegon Parton
พ่อค้าเร่ที่เป็นที่รู้จักดีใน pegglor outlook เป็นหนึ่งเรื่องการจัดหาเงินทุนเพื่อช่วยในการค้นหาทรัพยากรและเสบียงใหม่ๆ รางวัลที่เมืองจะได้หากเลือกลุงก็คือ เขาจะบริจาคเงินให้กับคุณผู้เล่นจำนวนนึงโดยสามารถเข้าไปรับได้ที่ร้านค้าหน้าเมือง

Torben talum
หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาอดีตหน่วยรบของ Lucis เจ้าของร้านขายอาวุธ Culless Munitions ดูแลด้านการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ รางวัลที่เมืองจะได้หากเลือกเขาก็คือ สามารถซื้ออาวุธในราคาที่ลดลง 20 %



                                          อาวุธของ Crown Guard ในตำนาน


เมื่อดำเนินเรื่องมาจนถึงช่วงที่ Gladiolus , Prompto และ Ignis เดินทางมาถึงเมือง หากเข้าไปคุยกับพวกเขาที่หน้าโรงไฟฟ้าจะสามารถประลองกับพวกเขาได้ หากชนะก็จะได้อาวุธใหม่ๆมาครอบครอง


ดาบ Samoji  ได้จากการต่อสู้ชนะ Gladiolus
เลเวลเต็มที่ 50
พลังโจมตีเมื่อเลเวลสูงสุด 162
Skill ที่ติดมากับอาวุธคือ
-Last Chance – เมื่อพลังชีวิตลดลงเหลือ 30% จะทำให้โอกาสที่จะโจมตีแบบ Critical เกิดมากขึ้น 10%
-Face off Boost X
พลังโจมตีของดาบจะเพิ่มขึ้นอีก 30% เมื่อสู้กับศัตรูที่มีจำนวนน้อย


 ธนู Piercing Bow ได้จากการต่อสู้ชนะ Prompto
เลเวลเต็มที่ 30
พลังโจมตีเมื่อเลเวลสูงสุด 83
Skill ที่ติดมากับอาวุธคือ
-Barrier Saver – ทำให้ใช้ค่า MP ในการสร้างบาเรียน้อยลง 20%
- Helmsplitter – เมื่อใช้การโจมตีแบบธรรมดา (กด O) จะทำให้พลังป้องกันของศัตรูลดลง 10%


หอก  Storm Lance ได้จากการต่อสู้ชนะ Ignis
เลเวลเต็มที่ 20
พลังโจมตีเมื่อเลเวลสูงสุด 110
Skill ที่ติดมากับอาวุธคือ
- ????? ยังไม่ปลดล็อกออกมา