วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561

บทสรุป Ni no Kuni II: Revenant Kingdom [PAGE 2] [ต่อ]

           

          บทสรุป Ni no Kuni II: Revenant Kingdom [PAGE 2]


                                    BY Decibel per - oxide




                                                       [PAGE 1]
http://decibelperoxide.blogspot.com/2018/03/ni-no-kuni-ii-revenant-kingdom-decibel.html



 
                                          5- 2 An Audience with the Queen



Hydropolis อาณาจักรแห่งมหาสมุทร เป็นอาณาจักรทางทะเลที่ประกอบด้วยเกาะแก่งจำนวนมากที่รู้จักกันในชื่อหมู่เกาะ Hydropelago ประชากรส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยมนุษย์และพวก merfolk มีการประมงเป็นฐานของเศษฐกิจที่มีชื่อเสียงจากอาหารทะเลเลื่องชื่อ และมี Brineskimmer เป็น Kingmaker ที่น่าเกรงขามคอยปกปักษือยู่ใต้ทะเล



ราชินี Nerea คือผู้คุมกฎแห่ง Hydropolis ที่ออกกฎและข้อกำหนดข้อห้ามอย่างเคร่งครัด นักท่องเที่ยวและพ่อค้าจากต่างถิ่นจะถูกเก็บภาษีอย่างหนักทุกครั้งที่เข้ามาในเมือง แม้ยทัศนีย์ภาพของอาณาจักรที่สวยงามและน่าสนใจแต่ก็มีผู้คนส่วนใหญ่คัดค้านความเข้มงวดนี้ แม้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมและปราบปรามกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยมาตลอดแต่ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง 


Tani – ในที่สุดก็มาถึงซะที หวัดดี Hydropolis
Evan – ที่นี่สวยมากๆเลย แถมอากาศก็ดี อบอุ่น สดชื่อ อ๊า !!
Batu – ช่ายย สวยมาก รู้ซึ้งเลยที่นี้ว่าไอ้อาการเมาเรือมันเป็นยังไง อ๊วกกกก !!!
ทหาร – เรือจากต่างถิ่น ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย รีบท่าน Leander ด่วนเลย
Roland – เอาล่ะ ที่นี้เราก็ต้องหาทางที่ดีที่สุดในการเข้าพบราชินี Nerea กันดีกว่า



ราชินี Nerea – ชั้นไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมประชาชนถึงรักเจ้ามากนัก Leander ทั้งที่เจ้าทั้งอ่อนแอและงี่เง่าขนาดนี้ ..แต่ พวกเขารักนายก็ดีแล้ว เพราะถ้าไม่มีนายชั้นก็ไม่มีความหมาย ..อย่างที่คนเขาชอบนินทากัน ใช่รึเปล่าล่ะ?



Leander – ไม่มีท่านอาณาจักรของเราก็ไม่เหลืออะไรเช่นกันครับฝ่าบาท เรื่องนี้ผมรู้ดี ..แต่ประชาชนเขาไม่รู้ อาณาจักรอื่นๆก็ไม่รู้ และถ้าพวกเขารู้ ...
ราชินี Nerea – ถ้าพวกเขารู้ ...แล้วยังไง?
Leander – ชีวิตของฝ่าบาทก็จะอยู่ในอันตรายน่ะสิ กองทัพของ Malign มันไม่เข้ายึดอำนาจแน่นอน ผมถึงต้องเดินหน้าที่จะทำแบบนี้ต่อไป ตราบใดที่ประชาชนเห็นด้วยกับผม พวกเขาก็จะไม่เป็นศัตรูกับเราและจะไม่หันมาต่อกรกับเรา ที่ผมกลัวเพราะประชาชนคือสิ่งเดียวที่จะทำลายเราได้
ราชินี Nerea – งั้นนายก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อราชินีของนาย ยอมตายถวายชีวิตให้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจเลยงั้นสิ?
Leander – ขึ้นอยูกับว่ามีเหตุผลที่เพียงพอรึเปล่าด้วยครับฝ่าบาท ถ้ามันทำแล้วยืดอายุท่านไปได้เพียงแค่นาทีเดียวก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำแล้ว ความตายนั้นจะเป็นเกรียติต่อชีวิตผมตลอดไป
ราชินี Nerea – นานๆทีคนที่ดูไม่น่าสนใจอย่างนายจะพูดแบบนี้ได้เหมือนกันนะ .. น่าตลกดี 
Leander – ท่านทรงพระกรุณามาก ฝ่าบาท 



ราชินี Nerea – แล้วนายมีอะไรรึเปล่าถึงมาเข้าเฝ้า?
Leander – มีครับ ทหารมารายงานว่ามีเรือจากต่างถิ่นเข้ามาเทียบท่าของเราครับ เป็นเรือที่ไม่ทราบสัญชาติ อาจเป็นของนักเดินทางหรือมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าก็ได้ 
ราชินี Nerea – แล้วยังไง? .. ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็ตาม ก็ต้องปฎิบัติตามกฎของเราอย่างเคร่งคัดไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้นเข้าใจนะ? การที่จะมีใครซักคนทำผิดกฎของอาณาจักร ไม่ว่าใคร ชั้นก็ไม่มีทางยอมรับได้ ชั้นพูดชัดเจนแล้วนะ 
Leander – รับทราบครับผม

Lofty – นี่ๆ พวกเราไปเดินแตร่ๆดูลาดราวแถวๆนี้ดูหน่อยป่ะเพื่อจะได้หนทางอะไรดีๆมาบ้าง
Evan – อืมม ได้สิ 
กะลาสีเรือ – ถ้าฝ่าบาทจะกลับก็บอกเราได้ตลอดนะ  ขอให้สนุกกับการชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองเก่าให้เต็มที่นะ อย่าหลงทางล่ะครับ 


ทหาร – เดี๋ยวก่อน คนต่างถิ่นทุกคนที่มาเยือน Hydropolis จำเป็นต้องรู้ถึงกฎที่ต้องปฎิบัติตามก่อนเข้าเมืองทุกครั้ง ก่อนอ่นช่วยแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการมาที่นี่ของพวกท่านก่อน ท่านมาเยี่ยมเยือนในฐานนะนักท่องเที่ยวหรือมาทำการแลกเปลี่ยนค้าขายสินค้าครับ?
Roland – พวกเรามาจากอาณาจักร Evermore เป็นประเทศที่สร้างขึ้นมาใหม่อยู่ที่ Heartland มีความตั้งใจที่จะขอเข้าเฝ้าราชินี Nerea เพื่อพูดคุยธุระสำคัญน่ะ
ทหาร – อืมม ผมไม่เคยเห็นอาณาจักรไหนมาขอเข้าเฝ้าองค์ราชินีมาก่อนเลยนะ แล้วท่านก็ไม่เคยอนุญาตให้คนภายนอกเข้าเฝ้าด้วย พวกท่านมาเสียเที่ยวแล้วล่ะ ต่อไปคือเรื่องกฎทั้ง 4 ข้อที่พวกท่านต้องจำไว้ให้ขึ้นใจและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด  กฎข้อแรก ห้ามทำร้ายเพื่อนคนอื่นๆ กฎข้อสอง ห้ามรุกล้ำเข้าไปยังเขตพื้นที่ชั้นสูงก่อนได้รับอนุญาต  กฎข้อสาม คนป่วยห้ามเข้าเมืองอย่างเด็ดขาด และ กฎข้อที่ 4 สำคัญที่สุด ความรักคือสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น !!!
Roland – อะไรนะ ฟังเขาพูดสิ บ้าไปแล้ว
ทหาร – เราประชาชนแห่ง Hydropolis ไม่เหมือนกับชาติอื่น จะไม่มีภัยคุกคามใดมากล่ำกลายพวกท่านตราบที่อยู่ที่อาณาจักรนี้ แต่หากว่ากระทำการใดอันผิดต่อกฎที่แจ้งไปจะได้รับการลงโทษทันทีไม่มีการยกเว้นใดๆทั้งสิ้น 
Batu – หรือเราจะลองไปเดินหาซื้อของขวัญซักอย่างสองอย่างเอาไปให้ราชินีนั่น ข้าว่านางต้องต้อนรับอย่างฉันท์มิตรกว่านี้แน่ๆเลย
Roland – เราแทบไม่รู้เรื่องราวอะไรของนางเลย ถ้าเราจะทำงานนี้ให้สำเร็จคงต้องหาข้อมูลให้ดีกว่านี้กันก่อน 
Evan – อืมม งั้นเราลองสำรวจเมืองให้ทั่วๆกันดูก่อนดีกว่า ผมว่าต้องมีคนใจดีช่วยเราบ้างแน่ๆเลย

จากนั้นเข้าไปสำรวจเมืองให้ทั่วๆ เป้าหมายของภารกิจจะมี 3 จุดกระจายอยู่ทั่วเมืองซึ่งต้องเข้าไปคุยหาข้อมูลกับบุคคลเป้าหมายให้หมด

ภายในเมืองจะถูกคุมเข้มโดยทหารของเมืองอย่างเคร่งคัดเพื่อควบคุมกฎของเมืองและจัดการจับพวกที่ผิดกฎไปลงโทาด้วยการคุมขังอย่างทันท่วงที โดยการควบคุมของ หัวหน้าผู้คุมกฎซึ่งเป็นตัวแทนโดยตรงของราชินีที่ชื่อ  Leander ที่ว่ากันว่าหูตากว้างไกลร้ทุกๆความเคลื่อนไหวในเมือง



ซึ่งเห็นเด่นชัดคือหอคอยกลางทะเลรูปดวงตาขนาดใหญ่ที่ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่ามันคือดวงตาสปายที่องค์ราชินี Nerea ใช้สอดส่องทุกๆความเคลื่อนไหวของทุกๆคนในเมืองด้วยตัวเอง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มอึดอัดกับกฎต่างๆนานาที่ถูกตั้งขึ้นมา ที่เลวร้ายที่สุดคือกฎที่ห้ามคนในเมืองรักกัน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าอะไรไปดลใจให้ราชินีตั้งกฎแบบนั้นและกังวัลว่าในอนาคตจะมีกฎแปลกๆออกมาบังคับใช้อีกหรือเปล่า แต่โชคดีที่ชาวเมืองต่างก็ให้การนับถือหัวหน้าผู้คุมกฎ Leander เป็นอย่างมาก จนหลายคนพูดกันหนาหูว่าคนที่เป็นควบคุมอาณาจักรตัวจริงก็คือ ผู้คุมกฎ Leander มากกว่าองค์ราชินี


Evan – อืมม ผมไม่แน่ใจนะว่าเราได้ข้อมูลของราชินี Nerea มามากพอกับสิ่งที่เราต้องการรึยัง 
Roland – ยัง แต่ที่แน่ๆเราได้แต่ของมูลของผู้คุมกฎที่ชื่อ Leander มาเต็มๆเลย 
Tani – น่าสนใจนะ เพราะถ้าเราได้ตัวเขามาช่วยเราก็จะทำให้สามารถเข้าใกล้องค์ราชินีได้ง่ายขึ้นไง
Evan – แล้วเราจะได้ตัวเขามาได้ยังไงล่ะ?
Lofty – ข้ารู้ ข้ารู้ ถามดิ ถามๆๆๆ
Tani – มีไรก็บอกมาสิ บอกมาๆๆ
Lofty – ตอนนี้ข้าคงให้ข้อมูลกับพวกเจ้าได้แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ รอให้เราได้ thingumybobs มาก่อนโอเคนะ 
Roland – thingumy…. Bobs ??
Lofty – ช่ายๆ ลองไปหาดู อาจมีขายในร้านขายเครื่องประดับก็ได้
Evan – ผมเอ่อ ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจอ่ะนะ แต่จะลองทำตามดูก็แล้วกัน 



Lofty – นี่เจ้าคงยังไม่ได้ขายแหวนปะการังสีแดงนั่นไปใช่มั๊ย?
Xiphos -ทำไมเจ้าถึงต้องการไอ้แหวนนั่นล่ะ?
Lofty – นั่นไม่ใช่เรื่องของเจ้าอ่ะนะ ว่าไงตกลงมาหรือไม่มี?
Xiphos – ได้จะว่ามีมันก็มีอะนะ แต่ มันมีกฎห้ามขายแหวนแต่งงาน ข้ากลัวว่าผู้คุมกฎ Leander รู้เข้าข้าจะซวยเอาน่ะสิ ..แต่ถ้าพูดไป ข้าก็ไม่สนกฎบ้านั่นอยู่แล้วล่ะ มันไม่ใช่ตัวตนของข้าเลยซักนิด ข้าจะขายให้เจ้าก็แล้วกัน ถ้าเจ้าช่วยงานส่งสินค้านิดๆหน่อยๆเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนก่อน ข้ามีสินค้า 3 ชิ้นให้เจ้าไปส่งลูกค้า 3 คนให้หมด ตกลงมั๊ย


Side Quest 041: Ringing Around
ผู้ว่าจ้าง - Xiphos
เป้าหมาย – ส่งสินค้า 3 ชิ้นไปยังลูกค้า 3 คนตามจุดต่างๆของเมืองให้หมด
เมื่อทำภารกิจจนเสร็จแล้วก็จะได้แหวนแต่งงานจาก Xiphos เป็นรางวัล

 Tani – เอาล่ะ ได้แหวนแต่งงานมาแล้วเอาไงต่อล่ะ
Evan – เราจะเอาแหวนนี่มาทำอะไรอ่ะ Loffy ผมงงไปหมดแล้วนะ 
Lofty – ฮี่ๆ ก่อนที่ข้าจะบอกแผนลับให้ฟังสัญญาก่อนนะว่าจะเรียกข้าท่านผู้กำกับอ่ะ เอาล่ะ Evan กับ Tani ตามข้ามาทางนี้ มาแต่งตัวให้พร้อมเร็ว !


   
Evan – เอ่ออออ ..คือ .. 
Lofty – เอาล่ะ พร้อมแล้วนะ ...ฉากแต่งงานเท็ค 1 แอ็กชั่น !!!!



ชาวบ้าน – อะไรน่ะ นั่นมันการขอแต่งงานนี่ กลางวันแสกๆเลยหรอเนี่ย? 
ชาวบ้าน – แน่ใจหรอ นี่ ถ้าท่าน Leander มาพบเข้าล่ะแย่แน่ๆ ติดคุกเป็นปีแน่เลยแบบนี้อ่ะ
Tani – นี่ๆ พวกชาวบ้านเริ่มสนใจแล้ว มองกันใหญ่เลย ฮ่าๆ
Lofty – มีสามธิหน่อย Tani ถึงเวลารับแหวนแล้ว เอาเลย !!
ทหาร – เอาล่ะ 2 คนนั้นหยุดได้ พวกเจ้าถูกจับแล้ว พวกเจ้าทำผิดกฎ บังอาจทำการแต่งงานในอาณาจักรนี้ พวกเจ้าทุกคนก็ด้วย มากับพวกเราเดี๋ยวนี้ !!



Evan – ติดคุกเลยหรอ?
Lofty – เออ ติดคุกไงน่ะสิเจ้าหนู เป็นไงแผนข้าเจ๋งป่ะละ?
Batu – หึ้มมม . ถ้าไม่เจอเจ้า Leander ล่ะก็น่าดูแน่ๆแก


Leander – พวกนายมีธุระอะไรกับชั้นอย่างงั้นหรอ? แต่ที่แน่ๆ เจตนาของพวกคุณคือการเยาะเย้ยกฎหมายของ Hydropolis เรื่องนี้ผมแปลกใจมากๆว่าทำไมถึงทำแบบนี้?
Evan – ขอโทษนะครับคุณคือ ผู้คุมกฎ Leander รึเปล่า?
Leander – ใช่ ผมเองแหละ
Evan – เยสส ในที่สุดก็เจอตัวเขาจนได้
Roland – พวกเราต้องขอทาด้วยนะที่ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นแบบนี้
Leander – หมายความว่ายังไง แล้วพวกท่านคือใครกันแน่แล้วเดินทางมาที่นี่ทำไมกัน?
Evan - ผมคือ Evan Pettiwhisker Tildrum กษัตริย์แห่งอาณาจักร Evermore เรามาเพื่อขอเจรจาเรื่องการเซ็นสัญญาการร่วมอาณาจักร
Leander – โทษที่นะถ้าพวกท่านหมายถึงการควบรวมอาณาจักร ถ้าถามผม เรื่องนี้ผมคงต้องขอปฎิเสธ แต่ องค์ราชินีมีรับสั่งให้นำตัวพวกท่านไปเข้าเฝ้า ตอนนี้เลย
Evan - ราชินี Nerea ต้องการพบพวกเราหรอเนี่ยยย !!
Leander –เพราะอะไรพระองค์ถึงอยากพบอันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะนะ ...



ราชินี Nerea – เอาล่ะ ไม่ได้พูดกันให้มากความ สิ่งที่พวกเจ้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อต้องการจะเข้าถึงตัวชั้นเพื่อนชักชวนให้ร่วมเซ็นปฏิญญารวมอาณาจักรถูกมั๊ย?
Leander – ซึ่งเราคงทำไม่ได้หรอก ฝ่าบาท การควบรวมกับอาณาจักร ผมขอแนะนำให้ปฎิเสธไปซะ
ราชินี Nerea – เงียบไปเลย Leander !
Leander – ค ครับ ..
ราชินี Nerea –   ... ก็ได้ แต่ ชั้นมีเงื่อนไขข้อนึง 
Evan – เอ่ออ ครับได้สิ เงื่อนไขอะไรหรอ?



ราชินี Nerea – พวกเจ้าต้องเดินทางออกทะเลไปยังถ้ำใต้ทะเลไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ลึกลงไปในถ้ำวงกตใต้ทะเลจะมีมอนสเตอร์ทะเลที่ชื่อ Cetus อยู่ในนั้น จัดการมันซะแล้วกลับมาออกมาอย่างปลอดภัย แล้วชั้นจะยอมเซ็นเซ็นปฏิญญานั่น 
Leander – ห๊ะ !!
Evan – จริงหรอครับ !!
ราชินี Nerea – จริงสิ แล้ว Leander เจ้าก็ตามไปกับพวกเขาด้วยนะ 
Leander – เอ่อ ...แน่นอนครับ ฝ่าบาท ...



Leander –  เอาล่ะ คำบัญชาขององค์ราชินีถือเป็นเด็ดขาด ผมจะร่วมทางไปยังถ้ำวงกตใต้ทะเลกับพวกคุณด้วย ตามหาเจ้ามอนสเตอร์ทะเลนั่นแล้วกำจัดมันซะตามพระองค์ท่านบัญชา และต้องขอโทษด้วยที่ผมยังไม่ได้แนะนำตัวให้รู้จักเลย ผมชื่อ Leander Aristides หัวหน้าผู้คุมกฎแห่ง Hydropolis
Evan – ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณ Leander
Roland – แล้ว ถ้ำวงกตใต้ทะเลที่ว่านั่นมันอยู่ที่ไหน?
Leander –  อยู่ทางตะวันออกจาก Hydropolis ไม่ไกลหรอก

หลังเจรจาจบ Leander จะเข้าร่วมปาร์ตี้ด้วยแบบชั่วคราว จากนั้นล่องเรือจาก Hydropolis ไปทางตะวันออกเฉียงใต้จนพบแผ่นดินที่เป็นน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน


Evan – เจ้า Cetus อะไรนั่นมันอาศัยอยู่ในที่แบบนี้หรอเนี่ย
Leander –  Cetus อยู่ลึกลงไปใจกลางของที่นี่ แต่ก่อนที่เข้าไปถึงปากทางเข้าถ้ำวงกตต้องผ่านพวก กองทัพวิญญาณมากมายที่อยู่ในพื้นที่นี้เข้าไปอีก ซึ่งเราต้องใช้กองทัพในการกรีฑาทัพเข้าไป 



จากนั้นจัดทัพเข้าสู้ศึก Labor of Labyrinth ในระดับเลเวล 12 เป้าหมายคือถล่มกองทัพของพวก Spirit Trooper ในพื้นที่เพื่มบุกเข้าไปถึงปากทางเข้าซากโบราณสถานที่ซึ่งเป็นทางเข้า Leucippes Labyrinth


เมื่อเข้าไปด้านใน Leucippes Labyrinth จะพบ Boss Cetus [LV36] เมื่อจัดการได้จะได้คีย์ไอเทม Ocean's Aether มา


Evan – พอจัดการ Cetus ได้ก็ได้สิ่งนี้มาคุณรู้มั๊ยว่ามันคืออะไร?
Leander –  มันคือ โอเชี่ยน อีทอร์ เคยเป็นขององค์ราชินี Nerea มาก่อน ดีแล้วที่เราได้กลับคืนมา แต่ ไม่แน่ใจว่าองค์ราชินี จะอยากได้คืนหรือเปล่านี่สิ 

หลังจากจัดการ Cetus ลงได้และได้ Ocean's Aether กลับคืนมาได้แล้วก็เดินทางกลับอาณาจักร Hydropolis ได้เลย


ทหาร – ท่าน Leander !! ขอบคุณพระเจ้าที่คุณกลับมาทันเวลา องค์ราชินี Nerea หายตัวไปแล้วครับ เราหาทั่วเมืองจนทั่วแล้วไม่เจอเลย 
Leander – เป็นไปไม่ได้ !! อยู่ๆท่านจะหายตัวไปได้ยังไงกัน?
ทหาร – แต่เรือลาดตระเวนของเรารายงานบอกว่า น้ำวันขนาดใหญ่ที่ปิดกั้นทางเข้า Abyss ถ้ำใต้ทะเลมาตลอดหายไปแล้วครับ 
Leander – Abyss งั้นหรอ? แต่มัน ...
Roland – แต่อะไรหรอ?
Leander – Abyss คือที่อยู่ของ Brineskimmer Kingmaker ของอาณาจักรเราน่ะสิ องค์ราชินีเป็นคนสร้างน้ำวนขนาดใหญ่ปิดทางเข้าเอาไว้ และมันควรจะยังอยู่เพราะพระองค์ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้มากๆ แต่นี่น้ำวนนั้นหายไปแล้ว ก็มีแต่ราชินีเท่านั้นที่จะเอามันออกไปได้
Roland – งั้นก็เป็นไปได้สูงที่นางจะเข้าไปใน Abyss จริงมั๊ย?
Leander – มันก็น่าจะเป็นแบบนั้น แต่ เพื่อ ? พระองค์จะเสี่ยงอันตรายเข้าไปที่ King's Cradle ทำไม?
Evan – อืมมม แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจเป็นฝีมือของไอ้เจ้า Doloran ก็ได้  ยังไงผมจะเล่ารายลเอียดให้ฟังทั้งหมดในเรือก็แล้วกัน Leander ตอนนี้เรารีบมุ่งหน้าเข้าไปที่ Abyss กันก่อนดีกว่า 

เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจทางทิศตะวันตกของเมือง Hydropolis แล่นเรือเข้าไปตรงจุดที่เคยมีน้ำวนขนาดใหญ่อยู่ ตอนนี้สามารถแล่นเรือเข้าไปที่ปากทางเข้าถ้ำใต้ทะเลที่เรียกว่า The Abyss ได้แล้ว

                                                  The Abyss




Evan – ดูสิ สามารถมองเห็นวิวใต้ทะเลจากพนังถ้ำได้ด้วย!!
Roland – พวกเขาใช้ ทฤษฎีแรงตึงผิว (surface tension) ที่ใช้แรงยึดระหว่างผิวของของเหลวกับผิวของของแข็งให้แยกออกจากกันโดยไม่ให้ผสมรวมกัน มันสวยงามและปราณีตมากๆ
Leander – ที่นี่คือ King's Cradle ก็เปรียบเสมือนเตียงในน้ำขนาดใหญ่สำหรับ Kingmaker ของเรา มันเลยต้องประณีตกันหน่อย … ถ้าเรื่องนี้ Doloran มีส่วนเกี่ยงข้องด้วยจริงๆอย่างที่พวกคุณคาดเดา เราก็คงต้องรีบเดินทางกันแล้ว



Batu – โห มันเป็นเหวลึกขนาดนี้ จะลงไปข้างล่างกันยังไงล่ะเนี้ยย !!
Leander – ฮ่าๆ เรามีวิธีอยู่ เห็นนั่นมั๊ย เราใช้ หอยฮเว็ลค ในการช่วยลดแรงกระแทกในตอนที่โดดลงไปด้านล่างโดยใช้คาถา Water Slide ร่วมด้วย จะสามารถเดินบนสายน้ำที่พุ่งออกมาจากตัวของหอยได้ มา เดี๋ยวผมจะสอนคาถานี้ให้ 

จากนั้นเดินทางไปตามทาง สำรวจหอยตามจุดต่างให้พ่นน้ำสำหรับเดินทางลงด้านล่างเรื่อยๆจนถึงจุดที่ลึก 3000 ฟิต ก็จะพบจุดเซฟและถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของ Kingmaker Brineskimmer


         Leander – ฝ่าบาท นี่ผม Leander เองนะ ท่านทำอะไรลงไปเนี่ย ได้โปรดคืนสติได้แล้ว


Doloran – ฮ่า ข้าว่ามันสายไปแล้วล่ะ ! นางไม่ใช่ราชินีของเจ้าแล้ว ตั้งแต่นี้ไป นางเป็นแค่หุ่นเชิดของข้าเท่านั้นแหละ ฮ่าๆ
Leander – คืนนางมาให้ชั้นเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้าเอ้ย!!
Doloran – ข้าถามหน่อย เจ้าจะแคร์นางไปทำไม ประชาชนเขาก็ไม่สนใจนางแล้ว นางไร้พลัง อ่อนแอ ไม่มีใครรักหรอก 



Leander – Hydropolis จะไม่เหลืออะไรอีกถ้าขาดราชินี !!
Doloran – ทำไมล่ะ?
Leander –ชั้นไม่จำเป็นต้องบอกแกหรอก อย่างแกมันจะเข้าใจอะไร !!
Doloran – ฮ่าๆๆๆ ดี งั้นก็จงทำอย่างที่ราชินีของเจ้าทำ ยอมแพ้ซะแล้วมอบวิญญาณของพวกเจ้าให้กับข้าแต่โดยดี 
Leander – ถ้าไม่ได้องค์ราชินีกลับคืนมาชั้นไม่มีวันยอมแพ้แกหรอก !!
ราชินี Nerea – Lean… der ...
Doloran – หืมมม สงสัยควบคุมยังไม่นานพอ  .... มันมาแล้ว อาณาจักรของแกถึงคราวสิ้นสูญแล้ว และหลังจากนั้นมันจะสวยงามยิ่งกว่าเดิม 



Leander – Brineskimmer !!!! หรอ? แสดงว่า Kingbond ของราชินีถูกยึดเอาไปแล้วสินะ 
Loffty – ได้ยินที่เขาพูดมั๊ย ถ้าไม่มี Kingbond ก็จะไม่สามารถควบคุม Kingmaker ได้


Boss - Kingmaker Brineskimmer จะเน้นบินโจมตีบนฟ้าสลับกับยิงโจมตีด้วยเวทย์น้ำแข็งทำให้ตัวแข็งขยับไม่ได้ระยะนึง และใช้น้ำแข็งทำเป็นเกราะป้องกันตัวทำให้โจมตีไม่เข้า แต่ ในระหว่างต่อสู้หากทำลายก้อนน้ำแข็งในฉากต่อสู้จะพบกับพวก Higgledy ระดับสูงที่เข้ามาช่วยสู้ สามารถใช้งานมันในการกลายร่างเป็นปืนกลยิงใส่ Brineskimmer ที่บินอยู่ได้ดีมากๆ ที่เหลือก็เน้นโจมตีด้วยธาตุไฟอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถเอาชนะมันได้


Leander – ฝ่าบาท บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ?
ราชินี Nerea – ชั้นไม่เป็นอะไรหรอก Leander เลิกบ่นจู้จี้ได้แล้ว 
Doloran – หึหึ ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เป็น Kingmaker ถึง 2 ตัวที่ถูกจัดการไปด้วยฝีมือของพวกแก น่าประทับใจจริงๆ ฮ่าๆ ..แต่ก็ไม่สำคัญหรอก ข้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว จนกว่าจะได้เจอกันใหม่นะ 



Roland – นายจงรักภัคดีกับราชีนีจริงๆเลยนะ Leander 
Leander – แน่นอน น้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่นางควรได้รับ ถ้าไม่มีราชินีอาณาจักรนี้ก็ไร้ความหมาย 
Roland – เห็นนายพูดแบบนี้อยู่ตลอด ตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไงหรอ?  
Leander – ก็ดีเหมือนกัน บางทีคงถึงเวลาแล้วที่พวกคุณจะรู้ความจริงซะที



Leander – ปราสาทหลังนี้เคยถูกทำลายมาแล้วครั้งนึงเมือง 3 พันปีที่ผ่านมาพร้อมกับเมือง Hydropolis บางส่วน ..ภูเขาไฟใต้ทะเลเกิดประทุครั้งใหญ่ คร่าชีวิตประชาชนไปมากมาย พวกคุณเห็น Leucippes Labyrinth นั่นใช่มั๊ย นั่นแหละ ที่นั่นก็เคยเป็นที่หลบภัยของคนในประเทศเราเมื่อในอดีต ต้องขอบคุณ ราชินี Nerea คนเดียวเลยที่ยืนมือเข้ามาช่วยทำให้ที่อาณาจักรของเรากลับมาดำรงอยู่อีกครั้ง ขอบคุณสายพระเนตรที่กว้างไกลที่ทรงปกป้องเราตลอดมาด้วย หอคอยรูปดวงตาขนาดใหญ่ที่สร้างจากเวทย์มนต์ทั้งหมดที่พระองค์มี มันได้ช่วยระวังภัยอันตรายให้เรามาครั้งแล้วครั้งเล่า ฉะนั้นถ้าไม่มีองค์ราชินีกับดวงตาเวทย์ดวงนี้ อาณาจักรของเราคงล่มสลายไปนานแล้ว แต่ก็มีปัญหาใหญ่อย่างนึงจากวิธีการอยู่รอดของพวกเรา นั่นคือ ถ้าเกิดความเปลี่ยนของจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้พลังในการปกปักษ์ขององค์ราชินีที่ใช้กับดวงตาขนาดใหญ่ก็จะไม่เพียงพอ นั่นเป็นที่มาของกฎที่ห้ามให้คนรักและแต่งงานกันในอาณาจักรของเรา องค์ราชินีเองก็ไม่เคยเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับใครมา 2 ศตวรรษแล้วไม่เคยแม้จะเข้าบรรทมด้วยซ้ำ บางครั้งนางก็อยากระบายความผิดหวังด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวกับคนรอบตัวบ้าง แต่ทั้งหมดที่ราชีนีทำ พระองค์ทำเพื่อพวกเรา นางเสียสละทุกอย่าง แม้แต่สิทธิในการรักใครซักคน


ราชินี Nerea – นายรู้หรอ .. Leander
Leander – อ่า ฝ่าบาท หวังว่าคงแข็งแรงดีแล้วนะครับ
ราชินี Nerea – นายรู้ทุกอย่างมาตลอด 
Leander – ใช่ครับ เพราะผมสาบานแล้วว่าจะรับใช้ท่านไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ราชินี Nerea – เรื่องนั้นชั้นรู้ดี
Leander – แต่ รอยร้าวที่เราตรวจเจอล่าสุด ผมเกรงว่า Hydropolis จะคงอยู่ได้อีกไม่นาน
ราชินี Nerea – ชั้นรู้ เพราะงั้นชั้นถึงต้องการ Ocean's Aether นั่นไง 
Leander – ห๊ะ ห๊า??
ราชินี Nerea – นายจำได้มั๊ย Leander สัญญาที่เราให้ไว้ต่อกันในวัยเด็กน่ะ 
Leander – จำได้สิครับ ...



Nerea – วันนึงชั้นจะแต่งงานกับนาย และนายจะเป็นราชาของชั้น ส่วนชั้นจะเป็นราชินีแล้วเราจะปกครองอาณาจักรของเราด้วยกัน สัญญานะ 
Leander – ชั้นสัญญา ถ้าชั้นได้แต่งงานกับเธอ ชั้นจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป 
Nerea – นายจะสาบานด้วยชีวิตรึเปล่า?
Leander – สาบานสิ สาบานด้วนชีวิตเลยฝ่าบทของกระหม่อม 
Nerea – Leander ชั้นรักนายนะ


Leander – ใครจะลืมได้ลงละครับ .. มันเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตเลยล่ะ และนั่นแหละเป็นเหตุผลที่ผมอยู่รับใช้ฝ่าบาทตลอดมา 
ราชินี Nerea – แต่ชั้นไม่เคยร้องขอให้คุณมาเป็นคนรับใช้ของชั้น ชั้นร้องขอให้คุณมาเป็นสามีของชั้น เป็นกษัตริย์ของชั้น
Leander –  แต่มันผิดกฎของ Hydropolis นะ ผมเป็นกษัตริย์ไม่ได้หรอก มันผิดกฎ
ราชินี Nerea – อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลยน่า Leander นายเป็นคนที่รู้จักอาณาจักรนี้ดีที่สุด นายรู้จักประชาชนทุกคนมากกว่าใครๆ แต่ถ้านายจะบ้านกฎล่ะก็ ใครก็ตามที่ถือครอง  Ocean's Aether ก็คือผู้ครอบครองอาณาจักร จริงรึเปล่า? เหมือนราชาองค์แรกของ Hydropolis ได้กล่าวไว้ ใครนำ Ocean's Aether กลับมาให้พระองค์ได้ ผู้นั้นจะได้ครองบัลลังก์ของพระองค์  
Leander – แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่คู่ควรหรอก ..
ราชินี Nerea – แล้วใครคู่ควรล่ะ? จะมีใครที่ดูแลและระวังป้องกันอาณาจักรได้อย่างรอบคอบมากกว่านายอีกหรอ? มีใครรู้น่าไว้ใจได้มากกว่านี้อีกล่ะ? .ในฐานะราชินี ชั้นสามารถบังคับให้นายทำตามได้นะ นายต้องแต่งงานกับชั้น ชั้นของสั่งนาย 
Leander – ตะ แต่ ฝ่าบาท ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก
ราชินี Nerea – ทำไมล่ะ เพราะคิดถึงผลประโยชน์ของอาณาจักรหรอ? เราเฝ้าดูอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์นี่มานานแล้ว ถ้าเราแต่งงานกันทุกอย่างจะได้จบลงซะที เวลาจะย้อนกลับมาไม่ได้  Hydropolis ก็จะล่มสลายไป 
Leander – ผมจะให้มันเกิดขึ้นไม่ได้หรอกครับ 


ราชินี Nerea – ปล่อยวางเถอะ Leander แม้อาณาจักรจะล่มสลายไป ที่นี่ก็ยังมีสิ่งอื่นๆที่จะเบ่งบานขึ้นใหม่ได้อีกในไม่ช้า ชีวิตใหม่ อาณาจักรใหม่ มันควรจะเกิดขึ้นมานานแล้วด้วยซ้ำ แต่ชั้นก็กลับไม่ยอมปลดปล่อยมัน เพราะมันจะทำให้ชั้นมีวันสุดท้ายที่ได้อยู่เคียงข้างกับนายตลอดไป แต่ตอนนี้ ชั้นพร้อมแล้วล่ะ Leander ชะตากรรมของ Hydropolis กำลังจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และถ้ามันจะทำให้เราถูกทำลาย มากกว่านั้นคือ เราจะได้พบความเป็นจริง 
Leander – ฝ่าบาทจะทำแบบนั้นจริงๆหรอ?
ราชินี Nerea – จริงสิ .. มาอยู่เคียงข้างชั้น เป็นสามีและราชาของชั้นเถอะ 
Leander – ได้สิฝ่าบาท 



ราชินี Nerea – การเซ็นต์พันธะสัญญาควบรวมอาณาจักรของเรากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่นายไม่ต้องคอยดูแลชั้นแล้วนะ Leander ชั้นขอให้นายพ้นจากหน้าที่ความรับผิดชอบทั้งหมดของนายที่มีต่ออาณาจักรนี้นับแต่นี้ ตอนนี้นายเป็นอิสระแล้ว แต่ นักเดินทางพวกนี้ต้องการความช่วยเหลือของนาย เดินทางไปกับพวกเขาเถอะ เลิกกังวลเรื่องอาณาจักรของเราซักพักก็ได้
Leander – จริงหรอครับ ขอบคุณมากครับฝ่าบาท
ราชินี Nerea – จริงสิ  ส่วนท่าน การเซ็นสัญญาควบรวมอาณาจักรของเราจะเริ่มขึ้นทันเมืองท่านต้องการ



               ขอให้อาณาจักรของเราร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของโลกใบนี้ 




                             ร่วมธงหมายขจัดสิ้นซึ่งสงครามให้หมดสิ้นไป


                              รวมใจกันเป็นปึกแผ่นบนแผ่นดินเดียวกัน



ราชินี Nerea – เอาล่ะ ตอนนี้อาณาจักรทั้ง 2 ของเราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ชั้นก็ขอลาจากพวกท่านกันตอนนี้เลย ยังไงก็ฝากดูแลคู่หมั้นของชั้นให้ปลอดภัยก่อนที่จะมาเจอกันอีกทีนะ 



Roland – แน่นอนที่สุดครับ ว่าแต่นายคงพอรับได้นะที่ต้องมาร่วมเดินทางกับเรา Leander? 
Leander – ยินดีอย่างยิ่งครับ และก็หวังอย่างยิ่งว่าตัวผมจะมีประโยชน์กับพวกคุณไม่มากก็น้อยครับ
Evan – ผมมั่นใจว่าคุณมีอยู่แล้วล่ะ


Evan ได้ปลดปล่อยราชินี Nerea จากเงื้อมมืออันชั่วร้ายของ Doloran ได้สำเร็จ และยังสามารถคลี่คลายปัญหาที่ตัวเองพกมาด้วยผลสำเร็จในการควบรวมอาณาจักร Hydropolis ให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ตามความตั้งใจ การได้มาซึ่ง Leander ในฐานะเพื่อนร่วมการเดินทางคนใหม่ ก็เปรียบเสมือนได้ทรัพย์สินทางภูมิปัญญาที่ล้ำค่าที่จะทำให้อาณาจักร Evermore พัฒนาก้าวหน้าต่อไป



เด็กช่างสงสัย – ดินแดนที่ความรักเป็นสิ่งต้องห้ามงั้นหรอ ? ทำไมมันแปลกแบบนั้น
 Evan – จริงครับ แต่ผมได้เรียนรู้จากที่นั่นเหมือนกัน ผมได้เรียนรู้ถึงความเด็ดขาดของผู้นำที่ต้องเสียสละมากมายเพื่อปกป้องอาณาจักรของตัวเอง องค์ราชินีที่ทุ่มเทเพื่ออาณาจักรของพระองค์โดยที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเลย ผมดีใจมากที่ได้พบกับเธอกับ Leander
เด็กช่างสงสัย – ฮ่าๆ ดีแล้ว โลกนี้ยังมีหนทางและสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย 
Evan – ใช่ครับ ผมรู้ว่านี่มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น 
เด็กช่างสงสัย – ก่อนจะรู้ซึ้งถึงคำว่า “ยิ่งใหญ่” เราควรต้องตระหนักรู้ว่า เล็ก มันเป็นยังไงก่อน ..ฮ่าๆ จะว่าไป ได้เฝ้าดูนายเติบโตในทิศทางของตัวเองนี่มันสนุกดีเหมือนกันนะ 
Evan – หมายความว่าอะไรหรอครับ?
เด็กช่างสงสัย – ฮ่าๆ นี่นายคงมัวแต่ยุ่งอยู่กับการสร้างอาณาจักรจนไม่ทันได้สังเกตอะไรเลยสินะ อืมม ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราคงได้เจอกันเร็วๆนี้แหละ 



                สิ่งประดิษฐ์ของชั้นจะเปลี่ยนโลกใบนี้ ชั้นจะทำเตาปฏิกรณ์ฟิวชั่นของชั้นให้เสร็จ ! 



ถึงมันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ชั้นจะทำก็เถอะ !! ชั้นไม่แคร์หรอกว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง !
                                                       อะ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------



                                   Side Quest ในอาณาจักร Hydropolis



Side Quest 044 – Pontus’s Ocean of Knowledge   
ระดับเลเวลที่ต้องการ – LV34
ผู้จ้างวาน –  Pontus 
เป้าหมาย – หาสัตว์ทะเลต่างๆมาให้เขาตามที่เขาบอกประกอบด้วย
1.Blimpfish หาซื้อได้จากร้านขายอาหารทะเลใน Hydropolis
2.Pincushion Coral หาได้จากตลาดขายปลาในอาณาจักร Evermore , แลกใน Swift Solutions ราคา 6 tokens หรือเก็บที่ตกตามชายหาด
3.Seasilk หาได้จากตลาดขายปลาในอาณาจักร Evermore หรือเก็บที่ตกตามชายหาด


ความเชี่ยวชาญ –  ประจำอยู่ในตลาดขายปลา (Fish Market) ของอาณาจักร
รางวัล
Top Lobster 1 ตัว 


Side Quest 048 – A Career Cut Short  
ระดับเลเวลที่ต้องการ – LV39
ผู้จ้างวาน –  Nereus 
เป้าหมาย – เข้าไปคุยกับ Nereus นักร้องที่ถูกมอนสเตอร์สาปจนทำให้พูดไม่ได้ แล้วล่องเรือไปที่เกาะ Makronos ทางใต้ของเมืองแล้วเข้าไปที่ดันเจี้ยน Capaneus’s Crypt ทางซ้ายบนของเกาะเข้าไปจัดการมอนสเตอร์ Scintilla LV 34 แล้วกลับไปหา Nereus อีกครั้ง หลังจากพ้นคำสาป Nereus ก็จะร้องเพลงได้อีกครั้ง Evan เลยชวนเขาไปอยู่ที่เมืองฐานะนักร้องของอาณาจักรทันที


ความเชี่ยวชาญ –  Nereus เป็นนักร้องที่ประจำอยู่ใน Symphonium และจะสามารถบรรเลงเพลงต่างๆให้ฟังจากสมุดโน๊ตเพลง (Songbook) ที่เก็บได้ตามสถานที่ต่างๆ
รางวัล
SongBook No.1


Side Quest 057 – The Man to a Man Heart 
ระดับเลเวลที่ต้องการ – LV34
ผู้จ้างวาน –  Sibylla
เป้าหมาย – เข้าไปคุยกับ Sibylla ทางฝั่งซ้ายของเมืองแล้วคุยกับชาประมงที่ชื่อ Glaucus ที่อยู่ใกล้ๆแล้วหาปลา Cutlyfish ตัว (หาได้โดยการล่องเรือหาเก็บในทะเล) ไปให้ Sibylla แล้วเธอจะเอาไปทำอาหารให้ Glaucus กิน
รางวัล
1890 exp
730 Gold
Cryptic Close Range Ring 1 อัน




Side Quest 058 – The Best Seafood in seatown
ระดับเลเวลที่ต้องการ – LV34
ผู้จ้างวาน –  Mari
เป้าหมาย – เข้าไปคุยกับ Mari ที่ยืนอยู่ที่หน้าร้านอาหารทะเลทางซ้ายของเมืองแล้วหาไอเทมวัตถุมาให้เธอทำอาหารประกอบด้วย


ปลาหมึก Socktopues 3 ตัว
ปลาหมึก Splendid squid 4 ตัว
(ทั้ง 2 ชนิดหาได้โดยการล่องเรือหาเก็บในทะเล) แล้วเธอจะทำอาหารเมนูใหม่ที่ชื่อ Medusa’s Hair ให้
รางวัล
1890 exp
730 Gold
A Seafood Odyssey 1 อัน
สูตรอาหารเมนูใหม่ Medusa’s Hair



Side Quest 059 - By hook or By Crook
ระดับเลเวลที่ต้องการ – LV34
ผู้จ้างวาน –  นักตกปลาที่ท่าเรือ
เป้าหมาย – เข้าไปคุยกับหญิงชาวบ้านในเมืองตามเป้าหมายของภารกิจแล้วหา Glod nugget 3 อันไปให้ นักตกปลาที่ท่าเรือ ก็จะทำให้เขาสมหวังในความรัก
รางวัล
1890 exp
730 Gold
Antifreeze Pendant 1 อัน



                 พลเมืองที่หาได้จาก Swift Solutions ในอาณาจักร Hydropolis



Side Quest 043 - Fillppos, The Novice Hunter
พลเมืองชื่อ - Fillppos
ใช้ Token of Gratitude - 30 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ Explorer' Guild  และหัวหน้ากองกำลังธนู Orion's Belters สำหรับใช้ในการทำสงคราม

Side Quest 045 - Glaucus, The Ambitious Angler
พลเมืองชื่อ - Glaucus
ใช้ Token of Gratitude - 14 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ Fish Market และหัวหน้ากองกำลังโล่ The Glauconauts สำหรับใช้ในการทำสงคราม

Side Quest 046 - Thaumas, The Suave Sorcerer
พลเมืองชื่อ - Thaumas
ใช้ Token of Gratitude - 29 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ Hubble - Bubblery

Side Quest 047 - Peleus, The Amiable Armorer
พลเมืองชื่อ - Peleus
ใช้ Token of Gratitude - 32 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ร้านขายอาวุธ

Side Quest 049 - Proteus, The Gloomy Jeweler
พลเมืองชื่อ - Proteus
ใช้ Token of Gratitude - 20 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ Mining Camp

Side Quest 050 - Triton, The Honest Scholar
พลเมืองชื่อ - Triton
ใช้ Token of Gratitude - 22 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ร้านเวทย์มนต์ Spellwork

Side Quest 052 - Helena, The Hearty Hunter
พลเมืองชื่อ - Helena
ใช้ Token of Gratitude - 24 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ Hunting lodge และหัวหน้ากองกำลังธนู Helena's Hellraiser สำหรับใช้ในการทำสงคราม

Side Quest 054 - Hansel, The Fanciful Gardener
พลเมืองชื่อ -  Hansel
อยู่ที่ - Forest of Niall 
ใช้ Token of Gratitude - 16 เหรียญ
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ Kingmaker's Cathedral


------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                  Side Quest ตามสถานที่ต่างๆ ที่เพิ่มเติมมาหลังจบบทที่ 5



Side Quest 055 – A Secret Sweet Tooth 
อยู่ที่ - Goldpaws
คุยกับชาวบ้านที่ Goldpaws เป้าหมายคือ นำเอา Rosehip Tart มาให้เขา
**  โดยสูตรเมนูอาหาร Rosehip Tart นั้นจะได้มาตอนเนื้อเรื่องในช่วงไปเยือน Dryland ** 
รางวัล
2430 Exp
1300 G
Runny Honey x5


Side Quest 042 – Daddy Come Home 
อยู่ที่ – Capstan – Upon – Hull
คุยกับ Keeley ที่ Capstan – Upon – Hull เธอต้องการให้ช่วยตามหาพ่อของเธอที่ Dryland
** โดยจะสามารถเข้าไปยังจุดหมายของภารกิจที่พ่อของ Keeley ซ่อนตัวอยู่ตอนเนื้อเรื่องในช่วงที่ไปเยือน Dryland **
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ Lumberyard


Side Quest 056 – A Secret Sweet Tooth 
อยู่ที่ - Capstan – Upon – Hull
คุยกับชาวประมงที่ชื่นชอบเห็ดที่ Capstan – Upon – Hull เป้าหมายคือ ตามหาเห็ด Mumshroom มาให้เขา โดยการวาร์ปไปที่ Calmland ทางขวาล่างของ Glodpaws แล้วเข้าไปที่ถ้ำ Eert Grove เข้าไปด้านในจัดการ Tainted Monster Abnorma LV37 แล้วจะได้ เห็ด Mumshroom มา เอากลับไปให้ ชาวประมงที่ชื่นชอบเห็ดที่ Capstan – Upon – Hull ก็จะจบภารกิจ


Side Quest 025 – Alice, Aka Mini Martha !
อยู่ที่ – Auntie Martha's Cottage
เมื่อเข้ามาในบ้านของป้า Martha จะพบ Alice เด็กสาวคนสนิทของป้า Martha ที่ชื่นชอบพวก Higgledy ไม่ต่างจากป้า Martha จนได้ฉายาว่า Martha น้อยกันเลยทีเดียว เมื่อคุยกับ Alice แล้วบอกกับเธอว่า ป้า Martha ตอนนี้อยู่ที่อาณาจักร Evermore แล้วให้เธอตามไปหาป้าที่นั่นก็ได้ แต่ Alice กลับไม่เชื่อว่าพวก Evan รู้จักป้า Martha จริง Alice จึงถามว่า ถ้ารู้จักป้า Martha จริงๆต้องรู้ว่าของโปรดของป้านั้นคืออะไร ( ถ้าลองกลับถามป้า Martha ดูป้าจะบอกว่า ชอบกิน Country Corn Soup)


 เอา Country Corn Soup (ถ้าไม่มีก็สามารถให้ร้านอาหารในอาณาจักรปรุงขึ้นมาได้เลย) ให้กับ Alice เพื่อยืนยัน เธอก็จะยอมตามไปอยู่ดูแลพวก Higgledy กับป้า Martha ด้วยอีกคน
ความชำนาญ – ประจำอยู่ที่ อาคารเพาะเลี้ยง Higgledy

** Alice นั้นมี Skill Higgler’s Instinct ที่สามารถปลดล็อกการวิจัยสร้าง Higgledy Cookbook No.5 ที่ใช้สำหรับผสมสร้าง Higgledy ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดได้ด้วย **




                               My Fifth Cookbook เมนูผสมสร้าง Higglery ชุดที่ 5


1. Amblongus The Alarming
More, More, More! – เพิ่มพลังของ Skill ที่ใช้ในการต่อสู้ของ Higgledy ทุกประเภทในฉากต่อสู้ให้มากขึ้น
 Better, Better! – รักษาอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสเตตัสของเพื่อนในกลุ่ม
Higgledy Smite – โจมตีด้วยเวทย์หมดสุดรุนแรงใส่ศัตรู
Fight Right! –เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

2.Frabjous The Fusilier
Me, Me! - ทำให้ทักษะของ Higgledy พร้อมใช้งานบ่อยชึ้น
Dopey, Dopey! – ลดพลังป้องกันการโจมตีเวทย์ของศัตรูในระยะเวลาสั้นๆ
Higgledy Sirrah – เรียก higgledy knight ออกมาช่วยโจมตีศัตรู
Fight Right! –เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

3. Tinder The Torch
Stay, Stay! – ใช้เวลาฟื้นหลังหลังจากถูกศัตรูทำให้บาดเจ็บน้อยลง
Hocus, Pocus! – เพิ่มพลังโจมตีเวทย์ของเพื่อนในกลุ่มเล็กน้อยในเวลาสั้นๆ
Higgledy Smolder –เพิ่มพลังโจมตีธาตุไฟให้เพื่อนทุกคนในปารตี้
Crit Hit! (Awakening Skills) – เพิ่มโอกาสให้ตัวละครโจมตี
แบบ critical มากขึ้นเมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

4. Snickersnack The Searing 
Better, Better! – รักษาอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสเตตัสของเพื่อนในกลุ่ม
There, There! –ฟื้น HP เล็กน้อยให้กับเพื่อนในกลุ่ม
Higgledy Gird – เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพให้เพื่อนในปารตี้และเพิ่มโอกาสที่ทำให้ศัตรูติดสภาวะ Stun มากขึ้น
Heat Beater -  เพิ่มพลังป้องกันธาตุไฟให้ตัวละครเมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

5.Verjuice The Valiant
More, More, More! – เพิ่มพลังของ Skill ที่ใช้ในการต่อสู้ของ Higgledy ทุกประเภทในฉากต่อสู้ให้มากขึ้น
There, There! –ฟื้น HP เล็กน้อยให้กับเพื่อนในกลุ่ม
Higgledy Heal - สร้างพื้นที่สำหรับฟื้นฟูพลังชีวิตของเพื่อนในกลุ่ม ทำให้พลังชีวิตค่อยๆเพิ่มขึ้นที่ละน้อยในระยะเวลาสั้นๆ
Water Thwarter! – เพิ่มพลังต้านทานการโจมตีธาตุน้ำให้ตัวละครเมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง

6. Grabe The Glowering
Bang, Bang! – ทำให้ Higglery เกิดการระเบิดพลังออกมามากขึ้นเมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ตัวผู้ใช้งานในขณะเกิดการตื่นขึ้นของพลัง
Wallop, Wallop! – เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพให้เพื่อนในกลุ่มในระยะเวลาสั้นๆ
Higgledy Heat – เพิ่มพลังโจมตีธาตุไฟให้เพื่อนในกลุ่ม
Sonic Tonic! – เพิ่มโอกาสที่ตัวละครจะปล่อยคลื่นอัดกระแทกออกมา เมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

7. Flippity The Fluttery
Huff, Puff! – เพิ่มพลังโจมตีธาตุลมให้กับ Higgledy ทุกตัวในสนาม
Wallop, Wallop! – เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพให้เพื่อนในกลุ่มในระยะเวลาสั้นๆ
Higgledy Gird – เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพให้เพื่อนในปารตี้และเพิ่มโอกาสที่ทำให้ศัตรูติดสภาวะ Stun มากขึ้น
Crit Hit! (Awakening Skills) – เพิ่มโอกาสให้ตัวละครโจมตีแบบ critical มากขึ้นเมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

8. Sir Pipple The Whipper
Stay, Stay! – ใช้เวลาฟื้นหลังหลังจากถูกศัตรูทำให้บาดเจ็บน้อยลง
There, There! –ฟื้น HP เล็กน้อยให้กับเพื่อนในกลุ่ม
Higgledy Buff – เพิ่มพลังป้องกันให้กับเพื่อนทุกคนในกลุ่มและทำให้การติดสภาวะ Stun น้อยลง
Gust Buster! -เพิ่มพลังป้องกันธาตุลมให้ตัวละครเมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

9. Jumblie The Lovely
Higgle, Piggle! – เมื่อเก็บ Higgledy Ball ได้จะสามารถเพิ่มจำนวน Higgledy ได้มากขึ้นในบางครั้ง
There, There! –ฟื้น HP เล็กน้อยให้กับเพื่อนในกลุ่ม
Higgledy Daze – สร้างแสงสว่างจ้าโจมตีศัตรูทำให้ศัตรูล้มลง
Fight Right! –เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

10. Cruet The Sunlit
Ball, Ball! – เมื่อ Higgledy ตายจะดร็อป Higgledy Ball ออกมาในบางครั้ง
Nocus, Pocus! – เพิ่มพลังป้องกันเวทย์มนต์ให้เพื่อนในปารตี้เป็นระยะเวลาสั้นๆ
Higgledy Wizz -เพิ่มพลังโจมตีเวทย์มนต์ให้กับเพื่อนทุกคนในกลุ่มและทำให้การติดสภาวะ Stun มากขึ้น
Light Smiter! - เพิ่มพลังป้องกันธาตุแสงให้ตัวละครเมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

11. Discomfit The Misfit 
Fight, Fight! -  เพิ่มพลังโจมตีแบบปกติเล็กน้อย
There, There! –ฟื้น HP เล็กน้อยให้กับเพื่อนในกลุ่ม
Higgledy Gloom – เพิ่มพลังป้องกันการโจมตีด้วยธาตุความมือให้เพื่อนในปารตี้
Night Smiter! – เพิ่มพลังป้องกันธาตุความมืดให้ตัวละครเมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)


เมื่อได้ Alice มาร่วมทีมกับป้า Martha ที่อาคารเพาะเลี้ยง Higgledy แล้ว ทั้งคู่ก็จะมี Silde Quest เสริมเพิ่มเติมขึ้นมาอีกโดยสามารถเข้าไปรับเควสได้ที่อาคารเพาะเลี้ยง Higgledy ในฉากแผนที่ของเมือง



Side Quest 032 – Baby Higgledy is Big Adventure 
เมื่อเข้าไปคุยกับป้า Martha ป้าจะขอให้ไปช่วย Higgledy ตัวน้อยที่หนีออกไปเที่ยวแล้วยังไม่กลับมาให้หน่อย โดยต้องวาร์ปเดินทางมาที่ Rolling Hill


จุดหมายของภารกิจคือถ้ำ Crossover Cavern ซึ่งต้องเข้าไปสำรวจที่ริมน้ำแล้วใช้เวทย์ Bridge Spell สร้างสะพานเพื่อข้ามไปเข้าถ้ำ


 เข้าไปด้านในสุดของถ้ำจะพบ Higgledy ตัวน้อยกับมอนสเตอร์ Porc Chopper จัดการ Porc Chopper ซะ ก็จะได้ Higgledy Humdrum The Heroic มาใช้งาน


Humdrum The Heroic 
SKILL
Me, Me! - ทำให้ทักษะของ Higgledy พร้อมใช้งานบ่อยชึ้น
Hocus, Pocus! – เพิ่มพลังโจมตีเวทย์ของเพื่อนในกลุ่มเล็กน้อยในเวลาสั้นๆ
Higgledy Buff – เพิ่มพลังป้องกันให้กับเพื่อนทุกคนในกลุ่มและทำให้การติดสภาวะ Stun น้อยลง
Fight Right! –เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)


Side Quest 033 – Higgledy Hide & Seek 
เมื่อเข้าไปคุยกับ Alice เธอจะขอร้องให้ออกตามหาลูก Higgledy ทั้ง 5 ตัวที่หนีออกไปเที่ยวในเมืองกลับมาให้หน่อย


จากนั้นก็เดินออกตามหา ลูก Higgledy ทั้ง 5 ตัวที่อยู่ตามที่ต่างๆของเมืองให้ครบ แล้วกลับไปหา Alice แต่เธอจะบอกว่าขาดไปอีกตัวให้ลองไปหาในห้องท้องพระโรงของประสาทดู


 เดินเข้าไปในปราสาทสำรวจดูหลังบัลลังก์ก็จะพบ Higgledy ตัวสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ เมื่อจบเควสจะได้ Higgledy Jubjub The Jolly มาใช้ด้วย


Jubjub The Jolly
SKILL
Ball, Ball! – เมื่อ Higgledy ตายจะดร็อป Higgledy Ball ออกมาในบางครั้ง
Nocus, Pocus! – เพิ่มพลังป้องกันเวทย์มนต์ให้เพื่อนในปารตี้เป็นระยะเวลาสั้นๆ
Higgledy Wizz -เพิ่มพลังโจมตีเวทย์มนต์ให้กับเพื่อนทุกคนในกลุ่มและทำให้การติดสภาวะ Stun มากขึ้น
Fight Right! –เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเกิดการตื่นขึ้นของพลัง (Awakening)

                                         UPDATE 16 / 8 / 2018