วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Days Gone [PAGE 2]


                    บทสรุป  Days Gone

                                                 By -  Decibel per Oxide


                                           ความเดิมจาก หน้าที่ 1 
                          http://decibelperoxide.blogspot.com/2019/05/days-gone.html


 STORYLINE – SURVIVING ISN'T LIVING 

                         Story Mission: THE ONLY ONE HE'S GOT 

  เดินทางเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจที่ Lost Lake Camp เพื่อคุยกับหมอ Addy ที่สถานพยาบาล


Addy – นี่ Deacon มีเวลาซักเดี๋ยวมั๊ย? William เป็นยังไงบ้างล่ะ ชั้นไม่เจอเขานานแล้ว
Deacon – Boozer เป็นยังไงน่ะหรอ? แล้วพวกเราแม่งเป็นยังไงกันบ้างล่ะ? พยายามเอาชีวิตรอดไง
Addy – หรอ งั้นเขาก็คงทำได้ดีกว่าใครๆเลยอ่ะนะ เอาล่ะ ฟังนะ นายต้องพยายามจับตาดูเขาตลอดด้วยนะ 
Deacon – ทำไมหรอ คุณหมายความว่ายังไง?
Addy – ก็เสียแขนไปข้างนึง เขาก็ต้องการการปรับตัวครั้งใหญ่ของชีวิตเขาเลยนะ ไม่ต่างกับตายทั้งเป็นเลย
Deacon – มันก็คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง ยังไงเขาก็รอดมาได้แล้ว
Addy – แต่นายเป็นเพื่อนของเขา เพื่อนเขาเดียวที่เขามีในตอนนี้เลยนะ 


                           Story Mission: I GOT WORK TO DO

เดินทางเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจที่ Lost Lake Farm ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Lost Lake Camp เพื่อคุยกับ Boozer ที่ทำงานอยู่ที่นั่น


Deacon – ไง Boozeman งานเป็นไงบ้างวะ?
Boozer – แล้วดูชั้นว่างนักหรือไงล่ะ ? ไม่เห็นหรอ?
Deacon – โอเค ....  งั้นเอาไว้เดี๋ยวค่อยเจอกันใหม่ก็แล้วกันนะ 


        STORYLINE: EARNING OUR KEEP 

                   Story Mission:  SOME KIND FREAK EXPERT

เดินทางเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจที่ Lost Lake Camp เพื่อคุยกับ Iron Mike และ Skizzo ถึงเรื่องแผนในการหาระเบิดไดนาไมต์ที่ Lucky Lad mine


Iron Mike – โอเค นั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุดของแกแล้วใช่มั๊ย? เข้าไปที่นั่นอีกอ่ะนะ?
Skizzo – ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน Mike ครั้งที่แล้วเราก็เสียคนไปเยอะอยู่ 
Iron Mike – เดี๋ยวนะ เราเสียคนไปหรอ? เราเสียใคร? เมื่อไหร่?
Skizzo – ก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไง Torres กับ Evan ที่เราส่งไปหาเสบียง ผมบอกคุณไปแล้วนี่
Iron Mike – ไม่ !! แกไม่ได้บอกชั้น 
Skizzo – ผมบอกคุณไปแล้วนะ เราออกไปตามหาพวกเขาแต่ทางเข้าถล่มลงซะก่อนไง เจอแต่รถมอไซด์ของพวกเขาจอดอยู่ด้านนอกและที่นั่นก็เต็มไปด้วยพวก Freak เต็มไปหมด จนไม่ได้หรอ?  ผมจะรู้ได้ไงว่าพวกเขาไปทำอะไรกันข้างในน่ะ
Deacon – มีปัญหาอะไรกันหรอ?



Iron Mike – เรากำลังจะไปสำรวจตามแผนที่นี่ หนึ่งในนั้นคือเหมืองที่ Sherman Camp ที่เพิ่งมีเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ 
Deacon – อืมม ดีสิ เราอาจจะได้ระเบิดกลับมาซักลังนึงก็ได้
Iron Mike – หรอ เจ้า Skizzo เพิ่งบอกว่าเราเพิ่งเสียคนของเราที่เข้าไปสำรวจที่นั่น 2 คนก่อนหน้านี้ 
Deacon – ไหน ขอแผนที่ให้ผมดูหน่อยสิ เราจะได้ไปหาระเบิดที่นั่นแล้วจะได้เข้าไปช่วยคนของเราออกมาด้วย
Skizzo – อย่าหวังเลยโว้ย !!
Deacon – ทำไมล่ะ ??
Skizzo – คุณอาจจะเชื่อใจเขานะ Mike แต่ผมไม่ !!


Skizzo – ไหนแกบอกชั้นหน่อยสิว่า ยัยป้า Tucker จ่ายให้นายเท่าไหร่สำหรับ TNT ที่นายขโมยของเราไปในตอนนั้น ห๊ะ?
Iron Mike – ใจเย็นก่อน นายไม่รู้อะไร เขาก็ทำตามหน้าที่ของเขา
Skizzo – อ๋อหรอ? แล้วมันทำอะไรบ้างล่ะ? นอกจาก ทำลายข้อตกลงที่เรามีกับพวก Ripper กับพา Rikki ออกไปร่อนข้างนอกทั้งวัน นอกจากนั้นมันทำอะไรงั้นหรอ?
Deacon – แล้วแกล่ะทำอะไร นั่งเฉยๆดูคนอื่นเชาทำงานกันอ่ะนะ?
 Skizzo – ชั้นปกป้องแค้มป์นี้จากพวกโจร พวกขโมย แล้วก็พวก Drufters แบบแกไง
Iron Mike – เอาล่ะ พอ!! หยุดได้แล้ว !! 




Iron Mike – แกไม่เชื่อใจเขาใช่มั๊ย? งั้นก็ตามไปกับเขาด้วยเลยสิ จบนะ แล้วก็จำไว้ด้วยว่า ทั้ง 2 คนเลย จำไว้ให้ดีว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของแค้มป์นี้ด้วยกัน 
Skizzo – ได้ๆ ไม่มีปัญหา งั้นตอนเช้าเราก็เตรียมรถออกลุยกันเลย 
Deacon – เราจะไปกันคืนนี้เลย 
Skizzo – ฮ่าๆ ตอนนี้เลย เที่ยงคืนแล้วเนี่ยนะ?
Deacon – ก็เออสิ แกก็รู้ดีว่าตอนกลางคืนพวกมันจะออกมาหากินกัน ในเหมืองนั่นก็จะมี Freak เหลืออยู่ไม่มาก 
Skizzo – โอ้ เดี๋ยวนี้แกเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Freak แล้วหรอวะ?
Deacon – ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไหนก็รู้โว้ยว่า Freak ออกมาหากินกลางคืน Skizzo !
Iron Mike – เอาล่ะ พอ!! หยุดได้แล้ว !! 
Skizzo – โอเคๆ แกอยากจะไปตอนนี้เลยใช่มั๊ย? ได้ ! เราจะไปกันตอนนี้เลย แต่ชั้นจะเป็นคนถือแผนที่โอเคนะ



Deacon – แม่งเอ้ย ...
Iron Mike – เฮ้ ฟังนะ เขาก็มีปัญหาเหมือนคนอื่นๆนั่นแหละ แต่เขาก็ยังทำงานของเขาได้อยู่ 
Deacon – หึ .. เอาไว้ไปบอกกับ Torres กับ Evan ก็แล้วกันนะ 
Iron Mike – Deek ชั้นก็แค่อยากจะแน่ใจว่า มันจะไม่ลงไปทำเรื่องวุ่นวายในเหมืองนั่น 
Deacon – พระเจ้า Mike นี่คุณคิดว่าผมเป็นใครงั้นหรอ? 
Iron Mike – ชั้นก็แค่พยายามจะหามันให้เจอให้ได้แค่นั้นแหละ แล้วค่อยคุยกันตอนนายกลับมาก็แล้วกันนะ 

               จากนั้นเอามอเตอร์ไซด์ขี่มาหา Skizzo ที่จอดรออยู่ด้านหน้าทางเข้าได้เลย


Deacon – ตกลงเราจะไปที่ไหนกัน?
Skizzo – ไปที่เหมือง Lucky Lad นายรู้ทางใช่มั๊ย?
Deacon – เออ รู้สิ เดี๋ยวชั้นขี่ล่วงหน้าไปรอนายที่นั่นก็แล้วกันนะ 
Skizzo – งั้นคงต้องพยายามหน่อยนะ !



Rikki – นี่ Lost Lake ทราบแล้วเปลี่ยน Deek ได้ยินรึเปล่า?
Deacon – ได้ยิน มีอะไรว่ามา Rikki
Rikki – ชั้นไม่เห็นนายเลย ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน?
Deacon – ชั้นกับ Skizzo กำลังออกมาทำงานให้ Iron Mike อยู่ น่าจะกลับตอนเช้า เธอมีอะไรรึเปล่า?
Rikki – กำลังเล็งๆอยู่ว่าเมื่อไหร่เราจะได้ออกไปซ่อมหม้อแปลงไฟนั่นกันต่อดี 
Deacon – เครื่องทำน้ำอุ่นมันเรียกร้องสินะ 
Rikki – อะไรประมาณนั้น 
Deacon – ชั้นคงกลับไปตอนเช้าอ่ะนะ แล้วค่อยเรื่องนี้กัน 



Skizzo – อ้าว ชั้นนึกว่านายจะขับมารอชั้นแล้วซะอีก?
Deacon – ชั้นมัวแต่คุยวิทยุอยู่หรอกน่า


                    Story Mission: LINES NOT CROSSED  



Deacon – นี่ใช่รถของคนพวกนั้นรึเปล่า?
Skizzo – ใช่ นี่รถของ Torres กับ Evans คนของชั้นเอง เขาไม่ใช่พวก Drifters หรอกแต่พวกเขาก็เคยออกมาค้นหาเสบียงข้างนอกนี่หลายครั้งแล้ว ก็คิดว่าน่าจะเอาอยู่
Deacon – ซึ่งนายคิดผิด
Skizzo – อะไหล่ดีๆถูกถอดไปหมดแล้วด้วย บ้าเอ้ย ไอ้พวกที่ชอบขุดคุ้ยหาของนี่มันอยู่ทุกที่ทั่วไปหมดจริงๆเลย
Deacon – Skizzo ทำไมนายไม่เอาไอ้พวกรถพวกนี้กลับไปด้วยตอนที่ออกมาค้นหาตัวพวกเขาตอนแรกวะ?



Skizzo – ก็เพราะที่นี่มันมี Freak อยู่กันเพียบเลยนะสิวะถามได้ ! เหมือนไอ้พวกบ้านั่น แค่เยอะกว่านี้เพียบแค่นั้นเอง เอาล่ะ Mike บอกว่าระเบิดพวกนั้นถูกเก็บไว้ในกล่องอย่างแน่นหนา แสดงว่ามันต้องมีกุญแจที่ใช้เปิดกล่องนั่นอยู่ในห้องงานนี้แน่ๆเลย  รำคาญไอ้พวก Newts บนหลังคานั่นชิบหายเลยวะ
Deacon – ในที่สุดเราก็มีความคิดที่ตรงกันซะที ..
Skizzo – มาตรงนี้ เดี๋ยวชั้นจะช่วยดันนายขึ้นไปเอง 

ขึ้นมาบนหลังคาจัดการ Newts ให้หมด (8 ตัว) แล้วมุดเข้าไปที่หน้าต่างชั้นบนของอาคารเก็บพวกกุญแจในตู้ ลงมาชั้นล่างเก็บพลุไฟที่ชั้นวางของแล้วเปิดประตูออกมาหา  Skizzo ได้เลย


Deacon – เอ้า พลุไฟของนาย ไม่มีไฟฉายมาด้วยไม่ใช่หรอ?
Skizzo – เออ แล้วก็เอากุญแจมาให้ชั้นด้วย 
Deacon – นายหมายถึงกุญแจนี่น่ะหรอ เอางี้ดีมั๊ย นายนำทางไปให้เจอกล่องใส่ระเบิดนั่นให้เจอแล้วชั้นจะเป็นคนเปิดมันเองโอเคนะ นายมีปัญหามั๊ยแบบนี้?
Skizzo – ไม่มีปัญหา อย่าทำมันหายก็แล้วกัน
Deacon – เออ จะเก็บรักษาไว้อย่างดีเลยล่ะน่า 
เมื่อค้นหาของจำเป็นเรียบร้อยแล้ว Deacon กับ Skizzo จะเริ่มเข้าไปสำรวจด้านในเหมืองด้วยกันเพื่อค้นหาลังเก็บระเบิดไดนาไมต์ที่อยู่ไหนซักแห่งที่ด้านในเหมือง



Deacon – จำไว้นะ เก็บปืนของนายเอาไว้ให้ตลอดด้วย 
Skizzo – ชั้นว่าชั้นบอกกับนายรู้เรื่องแล้วนะ 
Deacon – ชั้นหมายถึง ถ้าด้านในเหมืองนี่ยังมี Freak อยู่ ยิงแค่นัดเดียวเท่านั้นพวกแม่งแห่ออกมารุมแดกเราแน่นอน 
Skizzo – ได้ยินมาว่านายพร้อมจะตายอยู่แล้วไม่ใช่หรอไง  ...โอเค พื้นที่แรกที่เราจะสำรวจทางขวาของทางเดินหลัก ตามมาทางนี้ ..... อ้าวทางตัน ทางไปมันอยู่ไหนวะเนี่ย?
Deacon – ดูแผนที่ดีๆดิ๊ มันมีอุโมงค์อื่นอีกรึเปล่า?
Skizzo – ตามแผนที่มันบอกว่าตรงนี้เป็นจุดเชื่อมกับอุโมงค์อื่นๆนะ ไหนลองไปเส้นทางนี้ดูสิเหมือนมีการเอาไม้มาแปะไว้แบบหยาบๆ



Deacon – เนี่ยนะ นี่มัป้ายห้ามเข้าไม่ใช่หรอ?
Skizzo – เออน่า ดูมันค่อนข้างเปราะอยู่ น่าจะพอทำลายเข้าไปได้อยู่  นายมีไฟฉายไม่ใช่หรอ นำหน้าไปดิ
Deacon – ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาขุดส่วนขยายของเหมืองนี่ไม่เสร็จซักที ชั้นหมายถึงไอ้ระเบิดไดนาไมต์นั่น อาจทำให้ที่นี่ถล่มทับหัวเราได้ง่ายๆเลยไง 
Skizzo – มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นซะหน่อย ....เฮ้ย ระวัง !!!!
Deacon – ไม่เป็นไรนะ?
Skizzo – เออ กระดูกยังไม่หัก ... มาเถอะเข้าไปทางนี้ต่อ



Deacon – นายทำอะไร?
Skizzo – ดูเหมือนชั้นกำลังจะทำอะไรล่ะ ก็ทิ้งพลุไฟนี่เอาไว้ตามทางไง
Deacon – เพื่อ นายมีแผนที่อยู่ไม่ใช่หรอไง?
Skizzo – เส้นทางในเหมืองนี่มันเหมือนเขาวงกตไม่เห็นหรอ ทิ้งพลุเอาไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์เผื่อหลงทางไง ..เอาล่ะ เลี้ยวซ้ายตรงนี้เลย 


Deacon – นี่ใช่ศพพวกของนายรึเปล่า?
Skizzo – อืมม ใช่ จำได้ว่าทุกครั้งที่เห็น Torres มันก็ใส่เสื้อกั๊กตัวเดิมตัวนี้ตลอดนั่นแหละ ชั้นบอกแกแล้วนะเพื่อนว่าใส่สีส้มแปร๋นขนาดนี้มันจะทำให้แกตายในซักวัน 
Deacon – สภาพศพของเพื่อเขา ไม่มีแขน ดูเหมือน Torres จะใช้มันเป็นอาหารมาทั้งอาทิตย์เลยนะ 
Skizzo – นายไม่เคยทำแบบนี้ใช่มั๊ย?
Deacon – มันเป็นเส้นบางๆที่กั้นกลางระหว่างเรากับพวกมัน และชั้นก็ไม่เคยก้าวข้ามเส้นนี้ซักที 
Skizzo – ใช่ เหมือนกัน ... เอาล่ะ ถอยออกมาหน่อยชั้นต้องเผาศพพวกเขาจะได้ไม่ต้องมี Freak เพิ่มขึ้นมาอีก 



Skizzo – ไปต่อกันเถอะ น่าจะใกล้แล้ว ทางมันจะแคบหน่อยนะ
Deacon – แคบเฉพาะคนที่นั่งเฉยๆไม่ทำอะไรจนอ้วนรึเปล่า?
Skizzo – ตลกมากเลยนะ มาทางนี้ จุดสำรวจแรกของเราน่าจะอยู่ตรงมุมทางเดินนั่น 
Deacon – ถ้านายดูแผนที่เป็นอ่ะนะ 
Skizzo – ชั้นดูเป็นแหละน่า นี่ไง เห็นมั๊ย?




Deacon – แม่งเอ้ย  ไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่า
Skizzo – จริงดิ ไหนดูดิ๊!!
Deacon – โอ้ โทษทีนะ นี่นายไม่เชื่อชั้นหรอ?
Skizzo – แน่นอน ชั้นเชื่อใจนายสิวะ มาเถอะ บางทีเขาอาจเอามันไปไว้อีกที่นึงก็ได้ ทางนี้ ตามมา 


Skizzo – เราย้อนกลับไปเช็คตามทางเดินอีกรอบดีกว่าเผื่อมีเส้นทางที่เราไม่ทันได้มองซ่อนอยู่ 
Deacon – Skizzo เดี๋ยวก่อนๆ แปบนึงๆ  นี่ใช่ทางเดิมที่เราเดินผ่านมาแล้วแน่นะ?
Skizzo – ทำไม นายคิดว่าพลุไฟพวกนี้มันเคลื่อนที่ได้เองงั้นหรอ?
Deacon – สงสัยชั้นคงจะเดินวนจนงงเองก็ได้มั้ง  ...... ไม่ใช่และ นี่มันทางเดินหลักชัดๆ 
Skizzo – อะไรวะ ก็นี่มันก็พลุไฟที่ชั้นวางไว้ไม่ใช่หรอ? มันจะ .... มีใครกวนตีนเราแล้วล่ะ  



Skizzo – ใครอยู่ตรงนั้นวะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ
Deacon – Skizzo เก็บปืนห่านั่นเดี๋ยวนี้เลยนะ ชั้นบอกแล้วใช่มั๊ย แค่ยิงนัดเดียวเราโดนรุมกินโต๊ะแน่นอน 
Skizzo – ก็ไหนนายบอกว่าตอนกลางคืนไม่มีพวก Freak แล้วไงวะ



Deacon – อ๊ากกกก !! บ้าเอ้ย มันแย่งกุญแจไปแล้ว !!
Skizzo – อะไรกันวะ? หลบสิ ชั้นยิงไม่ถนัด !!
Deacon – แม่งเอ้ย อย่ายิง เดี๋ยวชั้นตามไปเอาคืนเอง !!


จากนั้นแกะรอยตามเบาะแสเข้าไปด้านในจนเจอตัว Newts ที่ขโมยกุญแจหนีไปจนสามารถจัดการเอากุญแจกลับคืนมาได้แล้ว Deacon จะได้ยินเสียง Skizzo กำลังต่อสู้กับ Freak กลุ่มนึงที่บุกเข้ามาโจมตี จึงรีบกลับไปช่วยทันที


แต่เสียงปืนที่ Skizzo พยายามระดมยิงใส่ Freak มากมายที่เข้ามาโจมตี ยิ่งกลับเป็นการเรียกพวกมันให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นไปอีก โชคดีที่ Deacon ที่ไปตามชิงกุญแจกลับมาสมทบได้ทันจนสามารถช่วยกันจัดการพวกมันจนหมดลงได้


Skizzo – ดูเหมือนจะหมดแล้วนะ 
Deacon – ชั้นบอกแกแล้วใช่มั๊ยเรื่องที่ถ้ายิงปืนออกไปมันจะเกิดอะไรขึ้นน่ะ !!
Skizzo – แล้วจะให้ชั้นทำยังไงวะ? เอาหินปาใส่มันหรอไง?
Deacon – จะให้ทำยังไงงั้นหรอ? แกก็แค่ต้องฟังที่ชั้นเพิ่งบอกไปหรือไม่ครั้งต่อไปก็ต้องหัดใช้ไอ้ไม้ห่านี่แทน เข้าใจ!?
 Skizzo – เออๆๆ เพื่ออะไรวะ?
Deacon – เพื่อช่วยชีวิตแกไง !
Skizzo – แล้วถ้าเกิดชั้นไม่ต้องการให้แกมาช่วยล่ะ?
Deacon – แล้วแกอยากจะจบงานห่านี่ซะทีรึยังล่ะ?
Skizzo – เออๆ ตามมาทางนี้ 

                         Story Mission: WE’RE NOT HIDING




Skizzo – แขนของเพื่อนนายอ่ะ เห็น Addy บอกว่าเหมือนเป็นรอยที่มีใครบางคนพยายามจะเอาไฟเผามัน พวก Ripper ใช่มั๊ยล่ะ?
Deacon – ที่พูดออกมานี่ ประเด็นคืออะไรวะ Skizzo?
Skizzo – ก็มีพวก Ripper มันกำลังมองหา นักซิ่ง 2 คน แก็งค์ Mongrels เหมือนเป็นคนที่นายรู้จักบ้างมั๊ยอ่ะ?
Deacon – ชั้นพูดตรงๆเลยนะ Skizzo เราก็ไม่ได้หนีไปไหนนี่ ถ้าไอ้ Carlos ต้องการ Boozer จริงๆ ก็มาดิครับ มันมีธุรอะไรหรอถึงไม่ยอมออกมาตามหา แต่ถ้าแม่งจะมาจริงๆก็เจอชั้นก่อนแน่นอน 
Skizzo – แล้วตกลงแกไปทำอะไรให้พวกมันเจ็บชั้นน้ำใจวะ? ชั้นเดาว่าคงจะเรื่องใหญ่แน่นอน 
Deacon – เรื่องมันนานจนชั้นจำไม่ได้แล้วล่ะ แต่เอาจริงๆนะ ถึงตอนนี้ชั้นไม่อยากจำแล้วก็ไม่สนห่าอะไรแล้ววะ ก็แค่ภารกิจฆ่าพวก Ripper ประจำวัน แกก็รู้ว่าชั้นทำแบบนี้มาก่อนที่พวกมันจะเล่นงาน Boozer ด้วยซ้ำ และมาถึงตอนนี้ชั้นก็แค่ต้องฆ่าพวกแม่งให้มากกว่าเดิมอีกหน่อยก็แค่นั้นเอง 
Skizzo – แต่ไอ้ Carlos นี่แม่งบ้าต่างจาก Ripper ทั่วไปเยอะ นายอาจจะไม่อยากเป็นหนึ่งในรายชื่อในบัญชีที่มันจะล้างแค้นหรอกนะเพื่อน
Deacon – เมื่อกี้ชั้นเพิ่งบอกว่าไงวะ? ชั้นไม่แคร์หรอกโว้ย !! แล้วก็ ชั้นไม่ใช่เพื่อนแกด้วย จำได้มั๊ยว่าชั้นบอก Iron Mike ว่าไง? ไปตายห่าซะ Carlos !!
Skizzo – เฮ้ ไม่ต้องห่วงน่า ชั้นจะคอยระวังหลังให้เอง นายเป็นหนึ่งในพวกเราแล้วจริงมั๊ยล่ะ?
Deacon – เออ และก็ไม่ต้องมาห่วงชั้นกับ Boozer เราเอาตัวรอดของเราได้ 


Deacon – ไหนดูสิ ... บิงโก !!
Skizzo – ไหนๆขอดูบ้าง .. เยี่ยมเลย นี่ต้องทำให้ตาแกแฮปปี้แน่นอนเลยเชื่อดิ  อึ๊บบ หนักเหมือนกันเว้ย 

Skizzo – นายรู้มั๊ย ตาแก่นั่นก็เหมือนกับชั้น
Deacon – นายว่าอะไรนะ?
 Skizzo – จะต่างกันก็แค่ Mike คิดว่าการทำสัญญากับพวก Ripper จะช่วยให้เราปลอดภัย ทั้งๆที่ไอ้พวกตัวบ้านั่นมันรู้จักสัญญิงสัญญาอะไรซะที่ไหน ไอ้ที่มันไม่ลงมาเผชิญหน้ากับเราที่นี่ก็เพราะมันมั่วแต่ยุ่งอยู่กับพวกแค้มป์ของ Copeland กับ Hot Springs อยู่อ่ะดิ๊ 
Deacon – เออ ชั้นรู้ ชั้นก็เคยอยู่ที่นั่นมาก่อน 



Skizzo – นี่นายรู้มั๊ยว่าที่ชั้นพูดนี่หมายถึงอะไร ... อีกไม่นานพวก Ripper ก็จะบุกมาเล่นงานพวกเราที่นี่ และ Iron Mike กำลังจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นกับพวกเราอย่างหน้าตาเฉย 
Deacon – Skizzo นายยังไม่เข้าใจ 
Skizzo – ชั้นอ่ะนะไม่เข้าใจ 
Deacon – กลับกันเถอะ


                        Story Mission: THAT’S HIS MISTAKE



Skizzo – โอ้ ให้ตายเถอะ ไม่เคยรู้สึกดีใจที่ได้เจอแสงแดดขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆนะ 
Deacon – เป็นอีกเรื่องที่เราเห็นตรงกัน 2 ครั้งแล้วนะสำหรับวันนี้ ... เดี๋ยวๆๆๆ ระวัง ... พวกโจรแม่งดันเข้ามาอีก 
Skizzo – อืมม ก็จัดการแม่งซะสิ

จากนั้นช่วยกันกับ Skizzo จัดการกับพวกโจรที่เข้ามาในพื้นที่ให้หมดแล้วก็จะสามารถขนลังระเบิดออกไปที่รถได้สำเร็จ



Skizzo – เออนี่ ชั้นมีบางอย่างอยากจะพูดอะไรกับนายหน่อย ตั้งแต่ที่นายกับ Boozer เข้ามาที่แค้มป์และ Iron Mike ก็ยกโทษและต้อนรับพวกนายกลับมาอีกครั้งกับแขนเหวอะๆ ชั้นก็เห็นอีกสัญญาณนึงที่ตาแก่ Mike เริ่มจะโรยราขึ้นมาทันทีเลย 
Deacon – โอเค ประเด็นที่แกพูดมาคืออะไรกันแน่วะ Skizzo?



Skizzo – ประเด็นก็คือ เรื่องที่เรามองตากันก็น่าจะรู้ดี ตอนนี้ชั้นเริ่มที่จะเข้าใจมากขึ้นแล้วอ่ะนะ นายรู้มั๊ยถ้า Iron mike ไม่ทำให้อะไรต่างๆนานาในแค้มป์พังชิบหายมาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา 
Deacon – ชั้นรอประเด็นที่แกจะพูดอยู่นะ Skizzo
Skizzo – ฟังนะ ชั้นรู้ดีว่าที่ผ่านมาชั้นทำให้นายเจอเรื่องวุ่นวายมาตลอด แต่ทุกคนในแค้มป์เห็นเรื่องที่นายทำเพื่อเพื่อนนายเพื่อคนในแค้มป์มาตลอด ... ความเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้นแล้วเพื่อน พอ Iron Mike รีไทร์ ลองคิดดูสิ บางทีนายกับชั้น เราอาจจะขึ้นเป็นผู้นำแค้มป์นี้ด้วยกัน 
Deacon – แกกับชั้น ดูแลแค้มป์ด้วยกัน ...หรอ?



Deacon – ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เนี่ยอ่ะนะคือเรื่องที่แกอยากคุยกับชั้นน่ะ?
Skizzo – เฮ้ๆ  นายก็ช่วยฟังชั้นต่อก่อนสิวะ 
Deacon – อืมมมๆๆๆ
Skizzo – ฟังนะ ชั้นมีเพื่อนในสภาของแค้มป์หลายคนอยู่นะ และพวกเขาก็เห็นด้วยกับเรื่องนีด้วย หลายคนบอกว่าตาแก่ไมค์ควรลงจากตำแหน่งได้แล้ว 
Deacon – นั่นมันเรื่องงี่เง่าชัดๆเพราะ Rikki คงไม่เอาด้วยแน่ๆ
Skizzo – เธอเองก็ประเภทโลกสวยหัวอ่อนเหมือนกับตาแก Mike นั่นแหละ แต่นาย ...



Deacon – แต่ Mike เขาเชื่อใจนายมาตลอดนะ !!
Skizzo – นั่น ... นั่นก็คือเรื่องผิดพลาดเรื่องนึงจากหลายๆเรื่องของเขา 
Deacon – ฟังนะ เราทุกคนล้วนต้องทำบางอย่างเพื่อความอยู่รอด ชั้นรู้แค่นั้น และถ้านายจำเรื่องที่ชั้นบอกเกี่ยวกับเส้นที่ชั้นจะไม่มีวันก้าวข้ามมัน จำได้มั๊ย? การแทงเพื่อนจากข้างหลังก็คืออีกเรื่องที่ชั้นจะไม่ทำ



Skizzo – เราดีกว่าตาแก่นั่น ดีกว่าหลายคนในแค้มป์ด้วย นายลองคิดดูก่อนก็แล้วกัน 
Deacon – ช่าย Skizzo ชั้นกำลังคิดอยู่ ... คิดว่าทำไม Iron Mike ต้องเชื่อใจคนอย่างแกด้วยวะ? เขายอมให้ไอ้บ้านี่เป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของแค้มป์ได้ไงวะ?


   STORYLINE – SURVIVING ISN'T LIVING

                Story Mission: DRINKING HIMSELF TO DEATH


เดินทางเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจที่ Lost Lake Camp Deacon ต้องการที่จะพูดคุยถามไถ่เรื่องที่คุยค้างคาไว้กับ Bozzer ทันทีที่เขาเสร็จจากงาน แต่เมื่อเข้ามาถึงแค้มป์ปรากฏว่าไร้วี่แววของ Boozer เพื่อนรักแต่กลับเจอแต่ Skizzo ที่เพิ่งเข้ามาถึงก่อนหน้าเดินไปมาอยู่ตรงหน้าแค้มป์


Deacon – เห็น Boozer บ้างมั๊ย?
Skizzo – ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ
Deacon – เดี๋ยว แกหมายความว่าไงวะ ไม่รู้ ก็เขาทำให้กับนายไม่ใช่หรอ?
Skizzo – ก็เมื่อกี้เขาก็ยังอยู่แถวๆนี้แล้วตอนนี้ เขาก็คงไปที่ไหนซักที่แหละ ใครจะไปสนวะ?
Deacon – พูดให้มันรู้เรื่องก่อนสิวะ Skizzo !!
Skizzo – อย่ามาถูกตัวชั้นนะเว้ย !! 



Skizzo – ก็เขาหยิบขวดวิสกี้เดินไปแล้วบอกว่าจะ กลับบ้าน ชั้นก็ไม่รู้ว่าเขาไปไหนนี่หว่า
Deacon – แล้วแกไม่คิดจะห้ามเขาซักหน่อยหรอวะ?
Skizzo – เฮ้ๆ พวกเราห้ามแล้วโอเค๊? นายเองก็น่าจะรู้นี่เวลาที่ผู้ชายอย่างเราๆไม่อยากให้ใครมายุ่งด้วยจะต้องทำยังไง!



Deacon – Rikki ทราบแล้วเปลี่ยน ได้ยินมั๊ย?
Rikki – มีอะไรหรอ Deek?
Deacon – จู่ๆ Boozer ก็ออกไปจากแค้มป์ ตอนนี้ยังไม่กลับเข้ามาเลย 
Rikki – ให้ตายสิ แล้วเขาจะเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย?
Deacon – ไม่เป็นไร ชั้นจะตามหาเขาให้เจอเอง



Deacon – Boozer ทราบแล้วเปลี่ยน ได้ยินมั๊ย? นายอยู่ที่ไหนวะเพื่อน?
Boozer – เออ ว่าไง Deek .. ชั้นอยู่นี่แล้ว 
Deacon –นายไปทำห่าอะไรที่ไหนวะเพื่อน? นี่มันก็ใกล้จะมืดแล้วนะ
Boozer – ที่ไหน ที่ไหนหรอ? .. ชั้นอยู่ที่ฟาร์มนี่ไง ... 
Deacon – พระเจ้า .. รออยู่ที่นั่นนะเดี๋ยวชั้นกำลังจะไปรับนายเอง

เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Lost Lake Farm ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Lost Lake Camp ต่อ


Deacon – เฮ้ พวกนายเห็น Boozer มั๊ย เขาอยู่ที่ไหน?
Guard - ใครนะ? ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้ว พวกเขางานกลับไปที่แค้มป์กันหมดแล้วล่ะ
Deacon – ไม่ๆ เขาอยู่ที่นี่สิ คนตัวใหญ่ๆที่มีแขนเดียวไง 
Guard – เออๆ ชั้นรู้แล้วล่พะน่าว่านายหมายถึงใครน่ะ เห็นเขาออกเดินทางไปทางนี้นะ คิดว่าน่าจะไปที่บ้านในฟาร์มเก่า
Deacon – โอเคๆ แต่ถ้าเจอเขากลับมาที่นี่เมื่อไหร่ก็วิทยุบอกชั้นหรือไม่ก็ Rikki ทันทีเลยนะ 
Guard – ได้เลยเพื่อน 

จากนั้น เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่บ้านในฟาร์มร้างทางทิศเหนือของ Lost Lake Farm ต่อ

       Deacon – เฮ้ Boozer อยู่ที่นี่รึเปล่า !! .... อืมม Skizzo บอกว่าเขาถือขวดวิสกี้มาด้วยใช่มั๊ย?


                    Deacon – อืมม ขวดวิสกี้หมดเกลี้ยงแล้ว เดี๋ยวนะ .. ยังมีขวดเบียร์อีก ...

ทันทีที่ตามรอย Boozer เข้าไปสำรวจภายในบ้านของฟาร์มร้าง นอกจากจะพบขวดวิสกี้กับขวดเบียร์ที่ Boozer กินจนหมดแล้ว Deacon จึงรีบออกจากที่นี่เพื่อแกะรอยตามเขาไปต่อ


แต่ขณะตอนกำลังออกมาจากบ้านก็ต้องพบ Screamer ซึ่งเป็น Swarmer เพศเมียที่มีความสามารถในการแหกปากส่งเสียงเรียก Freaker มากมายที่อยู่โดยรอบพื้นที่ให้เข้ามารุมโจมตี


หลังจากจัดการพวก Freak ที่เข้ามาจนหมดแล้ว สำรวจที่ขวดเบียร์ตรงทางเข้าฟาร์ม Deacon จะพบเบาะแสของ Boozer ที่กำลังเดินเมาออกจากฟาร์มนี้ไปแล้ว Deacon จึงต้องรีบเดินทางตามไปต่อทันที


เบาแสแรกพามาหยุดที่ฟาร์มอีกแห่งไม่ไกลกันมาก เมื่อเข้าไปสำรวจที่โรงนา  Deacon จะพบขวดเบียรอีกจำนวนนึงที่วางเกลื่อนอยู่บนถังกับเบาะแสของ Boozer ที่เดินต่อขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน ขวดเบียร์กับร่องรอยของอ๊วกบนเตียงนอนคงไม่ต้องบอกว่าเป็นของใคร


Deacon – เฮ้ Boozer ทราบแล้วเปลี่ยน นายอยู่ไหนกันแน่วะเพื่อน?
Boozer – Deek .. ถ้านายกำลังตามมาเอาเบียร์มาฝากอีกหน่อยได้ป่ะวะ จะได้มาคุยกันต่อ
Deacon – ให้ตายสิวะ Boozer นายอยู่ไหนล่ะ ลองมองรอบๆดูดิ๊ว่าอยู่แถวไหน?
Boozer – โอ้ ชั้นนึกว่าบอกนายไปแล้วนะเนี้ย ... เดี๋ยวก่อนนะ ชั้นเห็นแต่ ถนน .. และตอนนี้ไม่มีถนนแล้ว ..ชั้นกำลังเดินต่อไป ...
Deacon – อะไรวะ ถนนหายไป? Boozer ตกลงนายอยู่ที่ไหน??
Boozer – บ้านไง ที่ที่ชั้นกำลังจะไป บ้าน ... 
Deacon – เออๆๆ ก้มแอบต่ำๆเอาไว้นะแล้วคอยฟังเสียงรถของชั้นด้วยล่ะ ชั้นกำลังจะไป 
Boozer – ชั้นจะไม่หลบใครหน้าไหนอีกแล้ว ชั้นกำลังจะกลับบ้านแล้ว ... 



เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ O’Leary Mountain Safehouse สถานที่ที่ซ่อนตัวที่ Boozer เคยพักรักษาตัวอยู่ที่ก่อนหน้านี้อยู่พักใหญ่มันอาจจะเป็น บ้าน ตามความหมายของ Boozer บอกออกมาก็ได้ แต่ระหว่างทาง Deacon ก็เจอขวดเบียร์ที่วางเรี่ยไล่ตามทางของถนนจนทำให้สามารถแกะรอยตามไปจนเจอ Boozer ได้ในที่สุด


Boozer – อ้าว ไง Deek เป็นยังไงเพื่อน?
Deacon – พอแล้ว นายจะไปไหนอีก?
Boozer – ก็บอกว่า บ้าน ไง ชั้นกำลังกลับบ้านแสนสุขของชั้น ..
Deacon – ไม่เอาน่าเรากลับไปที่ O’Leary Mountain ไม่ได้แล้วนะ 
Boozer – ใครบอกว่าชั้นจะไปที่ O’Leary Mountain กันวะ !! ชั้นกำลังกลับไปที่ Farewell โว้ย !!
Deacon – นี่นายกล้าพลักชั้นหรอ ดี งั้นก็เข้าไปหาพวกมันแม่งซะเลยสิ !!



Boozer – ได้สิ เข้ามาเลย !!  กลัวที่ไหนล่ะ !!
Deacon – โอเค .. เอางั้นใช่มั๊ย? เราจะฝ่าพวกแม่งไปกันใช่มั๊ย ได้เลย !!
Boozer – ไม่ต้องมายุ่งเลยเพื่อน ชั้นจะไปคนเดียว !!


Deacon – ไม่ๆๆ เอาใช่มั๊ย Boozer ห๊ะ ?? เอาจริงใช่มั๊ยเพื่อน ห๊ะ?? จำคืนที่แม่ของนายถูกฆ่าตายได้มั๊ยว่าชั้นเคยพูดอะไรกับนาย? ครึ่งทางที่ชั้นแกะรอยตามนายมาจนเจอก็เพราะขวดวิสกี้พวกนั้น ดื่มมากมันจะทำให้นายตายนะ ชั้นเคยบอกนายว่ายังไงจำได้มั๊ย?

   

Boozer – นายดึงขวดเหล้าออกจากมือชั้น แล้วนายก็กระดกมันขึ้นดื่มเองจนหมด วิสกี้เพียบเลย แล้วก็บอกชั้นว่า ถ้านายจะดื่มไอ้เหล้าพวกนี้จนตายล่ะก็ นายก็จะยอมดื่มมันจนตายไปกับชั้นด้วย นั่นเป็นสิ่งที่พี่น้องเขาจะทำ
Deacon – ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ เอาล่ะ ว่าเราจะลุยฝ่าพวกมันไปยังไง ?
Boozer – .... แม่งเอ้ย จะอยู่ทำไมล่ะ รีบเผ่นกันดีกว่า !!



                     Boozer – ไปเลยๆ บิดมิดเลยเพื่อน !!! 


Deacon – เอาล่ะ คงจะพ้นแล้วล่ะเพื่อน เรารอดแล้ว ฮ่าๆ 
Boozer – ชั้นรู้ ชั้นรู้ รู้มาตลอดนั่นแหละ 
Deacon – ฟังนะ Boozer 
Boozer – ไม่ๆ ขอชั้นพูดก่อน ชั้นแค่ เอ่อ ชั้นแค่อยากจะบอกว่า ขอบคุณนะเพื่อน ขอบคุณจริงๆ
Deacon – ฟังนะ Boozer 
Boozer – ชั้นบอกว่าขอพูดก่อนไง ฟังก่อนดิแม่งเอ้ย นายอุตสาห์ออกมาถึงนี่เพื่อช่วยชีวิตชั้น ..อีกแล้ว ชั้นเป็นหนี้นายนะเพื่อน
Deacon – ไม่ๆ  Boozer ชั้นต่างหากที่เป็นหนี้นาย ถ้าไม่ใช่เพราะนาย ชั้นคงจะตายไปนานแล้ว .. หรืออาจจะแย่กว่านั้น
Boozer – ฉันคิดว่านายเคยบอกว่า ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการตายซะอีก
Deacon – ช่าย ชั้นอาจจะเคยคิดผิดก็ได้ 



Deacon – นายไม่เป็นอะไรนะ ?
Boozer – แน่นอนที่สุดเพื่อนเอ้ย ตอนนี้ชั้นได้ยินเตียงนอนมันเรียกหาชั้นแล้วล่ะ 


Deacon – Iron Mike ทราบแล้วเปลี่ยน ได้ยินผมมั๊ย?
Iron Mike – Deek นายกับ Skizzo เจอระเบิดไดนาไมต์ที่ว่ารึเปล่า?
Deacon – ใช่  เราเจอระเบิดนั่นแล้ว Skizzo กำลังจะเอาไปให้คุณแล้ว แต่ เอ่อ Mike ฟังนะ ผมมีบางอย่างจะบอกคุณหน่อย 
Iron Mike – เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก !! เราจะยังไม่ใช่มันจนกว่าเราจะหาสายชนวนระเบิดมาได้ก่อน นายรู้ใช่มั๊ย? เดี๋ยวชั้นจะลองหาข้อมูลในไฟล์ที่เราได้มาก่อนนะ 
Deacon – Mike คือ เอ่อ ฟังผมแปบนึงนะ Skizzo เขา เอ่อ ..
Iron Mike – พระเจ้า อะไรอีกล่ะ? ไอ้หมอนั่นมันพยายามจะยิงนายอีกแล้วหรอ?
Deacon – เปล่าๆ แต่เขา เอ่อ เขาบอกว่าเขาอยากจะคุมแค้มป์นี้แทนคุณน่ะ 
Iron Mike – โธ่เอ้ย เรื่องนั้นชั้นรู้หมดแล้วล่ะ จำที่ชั้นบอกนายได้มั๊ย Skizzo เขาคิดว่าชั้นเป็นพวกโลกสวยรักสงบและจะพาให้ทุกคนไปตายกันหมด เขาพูดแบบนี้มาตลอดนั่นแหละ Skizzo มันก็เป็นของมันแบบนี้แหละ Deek  แต่ .. เฮ้ออ ยังไงก็ขอบคุณที่นายเตือนนะ เดี๋ยวชั้นจัดการเรื่องนี้เองก็แล้วกัน
Deacon – โอเค Mike ยังไงก็ขอให้คุณมีทางออกที่ดีนะ 

                     Story Mission: ABOUT BOOZER’S ARM

                  เดินเข้าไปคุยกับ Rikki ที่กำลังซ่อมรถอยู่ด้านใน Lost Lake Camp


Deacon – เฮ้ Rikki คือ ชั้นอยากจะมีเรื่องปรึกษาหน่อยอ่ะ
Rikki – เรื่องอะไรหรอ Deek ?
Deacon – เกี่ยวกับเรื่องแขนของ Boozer น่ะ ชั้นเห็นเธอทำมือตะขอให้เขา จริงๆมันก็เจ๋งอ่ะนะ แต่ เอ่อ เธอว่ามันจะดีกว่ามั๊ยถ้าจะเปลี่ยนเป็นพวกมีด หรือไม่รู้สิ พวกดาบอะไรแบบนี้แทนที่จะเป็นตะขออ่ะ 
Rikki – เดี๋ยวก่อนๆ ใจเย็น ดึงชั้นขึ้นยืนหน่อยสิ 



Rikki – คือสรุปว่า นายอยากจะให้ชั้นช่วยสร้างแขนเทียมที่มันเป็นดาบให้กับ Boozer ใช่ป่ะ?
Deacon – ก็ใช่ ชั้นว่ามันจะทำให้เขามีกำลังใจ ทำให้เข้ารู้สึกดี ไม่รู้สิ มากกว่า ตะขอนั่น 
Rikki – นายอยากจะขอให้ชั้นสร้างอาวุธให้ Boozer งั้นสิ?
Deacon – มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น คือแบบ ... 
Rikki – ชั้นเห็นด้วยเลยล่ะ Deek ชั้นว่าเป็นความคิดที่ดีมากเลยวะ  เดี๋ยวชั้นขอไปเช็คอะไหล่ วัตถุดิบต่างก่อนนะ ถ้าชั้นต้องการอะไรเพิ่มจะวิทยุไปบอกก็แล้วกันนะ 

  จากนั้น ขี่รถออกจากค่ายเดินทางไปที่ไหนก็ได้จนกว่าระหว่างทางจนกว่า Iron Mike จะวิทยุติดต่อมา


Iron Mike – เฮ้ Deek ทราบแล้วเปลี่ยน ชั้นมีอะไรจะถามหน่อย เห็น Rikki มาขอให้ชั้นหาของให้บอกว่าจะเอาไปทำบางอย่างให้ Boozer หรอ? 
Deacon – แล้วตอนนี้ Rikki อยู่ไหน?
Iron Mike – ออกไปไหนกับ Addy ก็ไม่รู้ ชั้นไม่ได้ถามด้วยสิ .... นางบอกให้ชั้นหาพวก โลหะชุบสังกะสี ท่อน้ำ เห็นว่าจะสร้าง ดาบที่ทำจาก Carbon alloy เหมือนกับที่พวกฮันเตอร์ใช้กัน แต่ตอนนี้ยังขาดพวก เศษเหล็กอีกนิดหน่อย ตกลงนายพอจะรู้มั๊ยว่าเธอจะเอาไปทำอะไร?
Deacon – ก็ เอ่อ เหมือนกับคุณนั่นแหละ ผมก็ไม่ทันได้ถามเหมือนกัน ... เอ่อ แค่นี้ก่อนนะ Mike ...โอเค ชั้นต้องหาอะไรก่อน ดาบ หรือ ท่อเหล็ก เศษเหล็ก ..บ้าเอ้ย Rikki ... ท่อเหล็กๆ จะหาท่อเหล็กจากที่ไหนได้ว๊า? อืมม ใช่แล้ว น่าจะหาได้ที่เขตก่อสร้าง ที่ เอ่อ Marion Forks น่าจะพอหาได้นะ 

เดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของภารกิจที่ Marion Forks ทางทิศเหนือต่อ เข้ามาถึงพื้นที่แล้ว แกะรอยไปตามอาคารต่างๆจนไปเจอ


                                                                  Metal Tube


                                                        Hunting Blade


              และ จากนั้นต้องเก็บ Gather Scrap อีก 10 ชิ้นจากตามกระโปรงรถที่จอดอยู่ในพื้นที่

  เมื่อหาวัตถุดิบทุกอย่างที่ต้องการมาจนครบแล้วก็นำเอาไปให้ Rikki ที่ Lost Lake Camp ได้เลย


Deacon – นี่เป็นวัตถุดิบต่างๆที่เธอต้องการ 
Rikki – โอเค เยี่ยมเลย เดี๋ยวซักพักค่อยมาอีกทีนะ ชั้นจะทำเท่าที่ทำได้แล้วกันนะ 
Deacon – เอ่อ Rikki .. ขอบคุณมากนะ 
Rikki – อืมม ไม่เป็นไร Boozer ก็เป็นหนึ่งในพวกของเราเหมือนกันนี่ 


                              Camp Mission: BOUNTY HUNTER 

                                                       OVER A CARD GAME

                เข้าไปใน Lost Lake Camp คุยกับ Rikki ที่อู่ซ่อมรถซึ่งเป็นจุดรับงานของแค้มป์



Rikki – ขอบคุณพระเจ้าที่คุณแวะมานะ Deek คุณยังจำคนที่ชื่อ Joshua Harper ได้มั๊ย?
Deacon – ไอ้เจ้า Harp อะหรอ ? จำได้สิ ไอ้ที่มันชอบคาดฟ้าฟันหัวใช่มั๊ยล่ะ มันคงนึกว่ามันดู Hipster ซะเต็มที่มั้ง แต่ เอ่อ ชั้นไม่ค่อยจะไว้ใจไอ้หมอนี่เท่าไหร่หรอกนะ
Rikki – ใช่ นั่นแหละมันเลยล่ะ มันยิง Dan Lane ข้างหลังหลังจากแพ้พนันเล่นไพ่ ก่อนจะกวาดทรัพย์สินทั้งหมดหนีไป 
Deacon – พระเจ้า ! แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?
Rikki – มีคนของเราเห็นมันมุ่งลงใต้ มันน่าจะไปรวมกลุ่มกับพวก Drifter ของมันที่ไหนซักแห่ง ชั้นเลยอยากให้นายไปล่าตัวมันหน่อย เดี๋ยวชั้นจะส่งพัดไปทาง GPS ก็แล้วกันนะ 


จากนั้นเดินทางลงใต้ไปยังจุดหมายของภารกิจที่เป็นพิกัดที่เป้าหมายซ่อนตัวอยู่ จัดการศัตรูในพื้นที่ให้หมดแล้วลงไปสำรวจศพเจ้า Harp เก็บผ้าคาดหัวของมันเอาไปยืนยันกับ Rikki ที่ Lost Lake Camp ก็เป็นอันจบภารกิจ

  STORYLINE – SURVIVING ISN'T LIVING 

                     Story Mission: Was This A Good Idea?



Boozer – นี่แหละโคตรเจ๋งเลย 
Rikki – โอเค เรียบร้อย
Boozer – ไงคู่หู ดูสิว่า Rikki ทำอะไรให้ ชั้นมีของเล่นใหม่แล้วโว้ย !! ฮ่าๆๆ
Rikki – แหม่ ก็ทั้งหมด Deacon เค้าจัดการ ....
Deacon – ชูว์ .. เอ่อ โอ้ หรอ สุดยอดเลยวะ Boozer 



Boozer – ดูดิ ชั้นเหมือน 1 ในสามทหารเสือเลยวะ ที่นี่มึงเสร็จกูแน่ๆไอ้พวก Ripper สวะ ฮ่าๆ 
Rikki – เฮ้ แบบนี้เป็นความคิดที่ไม่ดีเท่าไหร่เลยจริงมั๊ย?
Deacon – ชั้นก็เริ่มคิดแบบนั้นเหมือนกันแล้วสิ .. เฮ้ยย ระวังหน่อยสิวะ โว้ววๆๆๆ  


               Story Mission: YOU TWISTED MY ARM

           เมื่อเข้าไปที่หมายของภารกิจที่ Lost Lake Camp จู่ๆ O’Brian ก็ติดต่อทางวิทยุมา



O’Brian – St. John ได้ยินมั๊ย? นี่ O’Brian ทราบแล้วเปลี่ยน
Deacon – แปบนึง .... คืองี้นะ O’Brian ชั้นเบื่อที่ต้องทำงานสกปรกให้แกแล้ววะ ตกลงเรื่องข่าวของเมียชั้นได้ยัง? ได้หรือไม่ได้บอกมาเลย
O’Brian – ได้สิ ผมได้ข้อมูลมาแล้ว
Deacon – แล้วมัวรอห่าอะไรอีกวะ? 
 O’Brian – แต่ผมอยากให้คุณทำงานให้ผมอีกงานก่อน งานสุดท้ายแล้ว
Deacon – นี่แกไม่ได้ฟังชั้นพูดเลยใช่มั๊ยวะ? ชั้นบอกว่า จบแล้ว พอ !!
O’Brian – อีกงานเดียวจบเลยจริงๆแล้วผมจะเอาแฟ้มข้อมูลที่ผมได้มาให้คุณดูเลยจริงๆนะ
Deacon – ลืมไปได้เลย !



O’Brian – ชื่อกลางของภรรยาของคุณคือ Irene ใช่มั๊ย? Sarah Irene Whitaker ผมเจออยู่ในแบบฟอร์มการรับสมัครงานของเธอ
 Deacon – อีกงานเดียวเท่านั้นนะ !
O’Brian – โอเค เดี๋ยวพบจะสงพิกัดให้คุณนะ



Boozer – เฮ้ นายจะไปไหนหรอเพื่อนดูรีบร้อนจังเลย 
Deacon – ก็เออสิ นายเจ้าไอ้คนของ NERO ที่ชื่อ O’Brian ที่ชั้นเล่าให้นายฟังได้มั๊ย? ดูเหมือนตอนนี้มันจะได้ข้อมูลสำคัญที่ชั้นต้องการมาแล้ว แต่ชั้นต้องทำงานงานนึงให้มันก่อน 
Boozer – ก็ดี ... โอเค ชั้นไปทำงานล่ะ ...


Deacon – นายจะไปด้วยกันมั๊ยล่ะ?
Boozer – ห๊ะ?? ... อ่า ชั้นมีงานที่ฟาร์มต้องทำวะเพื่อน แค้มป์ต้องการอาหารนะเว้ย 
Deacon – ช่างแม่ง Skizzo แม่งเถอะ ชั้นมาส่งนายทันอยู่แล้วน่า .. ว่าแต่ นายเห็นเฮลิคอปเตอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่วะเพื่อน?
Boozer – ไปก็ได้วะ  ชั้นจะบอกเขาว่า บิดแขนบังคับให้ชั้นไป ก็แล้วกันนะ ฮ่าๆ



Boozer – ตกลงเราจะไปที่ไหนกันวะ?
Deacon – ทางเหนือของ Melakwa Lake นายรู้จักที่นั่นรึเปล่า?
Boozer – รู้ดิ ทางเหนือของ Rogue Tunnel แถวๆถนน Waldo Road ไง เราจะไปทำอะไรที่นั่นวะ?
Deacon – ฮ. ของพวก NERO จะลงจอดแถวๆนั้น ห่าอะไรที่พวกแม่งทำกันที่นั่นชั้นต้องคอยลอบเข้าไปหาข้อมูลแล้วรายงานให้ไอ้ O’Brian มันรู้ 
Boozer – แล้วไอ้เจ้า O’Brian อะไรนี่มันเป็นคนออกคำสั่งนายหรอ เป็นเจ้านายของนายหรอ?
Deacon – เปล่า !! นายก็รู้ไม่ใช่หรอวะว่าเราออกมาข้างนอกนี่เพื่ออะไร?
Boozer – ชั้นก็แค่ถามแค่นั้นเอง ..ประมาณว่า เขาสั่งให้นายโดดนายตอบแค่สูงแค่ไหนอะไรแบบนี้ป่ะวะ?


Deacon – แล้วนายล่ะ ออกมาข้างนอกนี่เป็นไงบ้าง?
Boozer – ก็ไม่เลวเลยล่ะ ชั้นโคตรจะเบื่องานที่ฟาร์มที่วันๆเอาแต่ปลูกข้าวห่านั่นจะตายอยู่แล้ว แม่งสั่งเอาสั่งเอาอย่างก็ชั้นเป็นเด็ก แต่ตอนเด็กชั้นก็เคยทำไร่กับลุงแถวๆชายแดน Idaho เหมือนกันนะ ชั้นใช้เวลาช่วงฤดูร้อนในการทำงานที่ไร่หัวผักกาดนั่นก็เพราะลุงมีจักรยานเล็กๆเก่าคันนึงให้ชั้นขี่ และชั้นก็ได้หัดขี่จักรยานเป็นก็ที่นั่นด้วยแหละ 
Deacon – ระวังวันนึงชั้นจะเรียกแกว่า บิลชาวไร่ก็แล้วกันนะ ฮ่าๆๆ 

Deacon – พอถึงจุดหมายแล้วพยายามอยู่ใกล้ๆชั้นเอาไว้นะ ไม่ว่าจะเปิดอะไรขึ้น ห้ามให้พวกมันเห็นนายเด็ดขาดเข้าใจมั๊ย? พวกมันลั่นไกได้แบบไม่คิดเลยล่ะ 
Boozer – โอเคๆทราบแล้ว แล้วก็เลิกแหกปากตะโกนได้แล้วก่อนที่เราจะตายกันหมดก่อนถึงที่ แต่ก็ ขอบคุณนะที่แกลากชั้นออกมาข้างนอกด้วยน่ะ Deek ชั้นรู้สึกดีมากเลยวะที่ออกมาขี่รถร่อนข้างนอกแบบนี้อีกครั้ง 

เมื่อถึงที่หมายแล้วก็ลอบเข้าไปในพื้นที่ลงจอดของ ฮ. ของพวก NERO ลอบเข้าไปใกล้ๆนักวิจัยแอบฟังข้อมูลที่พวกมันคุยกันให้ครบจนกว่าเกจด้านบนจะเต็ม


Cpl.Fernandez – เฮ้ !! คุณได้อะไรที่นี่บ้างรึยัง ด็อกเตอร์?
Lt. Simpson – คุณอยากรู้จริงๆหรอ? โอเค ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ .. เรากำลังเก็บตัวอย่างของเสียของพวกมัน 
Cpl.Fernandez – คุณหมายถึง ขี้ มันใช่มั๊ย?
Lt. Simpson – ใช่  
Cpl.Fernandez – ขี้ของ Freak ?
Lt. Simpson – ใช่  
Cpl.Fernandez –คือ เราถ่อมาตั้งไกลเพื่อมาเก็บขี้ของ Freak อ่ะนะ?
Lt. Simpson – ถูกต้อง
Cpl.Fernandez – โอเค ..ไม่น่าถามเลยจริงๆ
Lt. Simpson – พื้นที่เก็บตัวอย่างทดลองที่ 2-1-0-2 หลังจากตรวจสอบของเสียในโซน 2 , 3 และ 4B แล้วพบหลักฐานที่ชัดเจนของ Claytonia perfoliata 
Cpl.Fernandez – อะไรนะ?
Lt. Simpson – ไม้ดอกในตระกูล Montiaceae หรือที่รู้จักกันในชื่อ Miner'S Lettuce หรือ ผักกาดหอมของอินเดีย .. คุณอย่าเพิ่งพูดแซมขึ้นมาได้มั๊ย? ...มันเหมือนกับผลเบอรี่ที่ได้จากไม้จำพวกสนชนิดนึง 



 Cpl.Fernandez – แล้วมันสำคัญยังไง เราถึงต้องไปสนใจมันด้วยล่ะ?
Lt. Simpson – ทำไมเราต้องสนใจมันอ่ะหรอ ก็เพราะพวก Freaker กินมันมากขึ้นแทนที่จะกินกันเองหรือกินพวกเราน่ะสิ นอกจากนี้ยังกินพวกผลเบอรี่ พืชต่างๆ ลูกไม้ต่างๆ หญ้า ซึ่งปกติแล้วจะเป็นพวกกวางที่กินอาหารแบบนี้ พวกมันกินได้ทุกอย่างที่เหมือนกับเรา แต่มีกระเพาะอาหารที่สามารถย่อยเซลลูโลสได้ดีกว่า
Cpl.Fernandez – โอเค ... แล้วไง ?
Lt. Simpson – แปลว่าพวกมันจะไม่มีวันอดตายแม้ว่าจะไม่ได้ออกมาไล่กินพวกเราน่ะสิ ต่อไปพวกมันอาจจะไม่ได้ย้ายถิ่นฐานอยู่ตลอดอีกต่อไปแล้ว
Cpl.Fernandez – บ้าเอ้ย .. นั่นไม่ดีเลยแฮะ
Lt. Simpson – ใช่ ไม่ดีเลย ....เอาล่ะ ชั้นเก็บตัวอย่างเสร็จหมดแล้ว ออกจากที่นี่กันเถอะ


                       เมื่อฟังข้อมูลจนหมดแล้วก็ลอบกลับออกมาที่มอเตอร์ไซด์ได้เลย



Boozer – อะไรนะ ... บ้าเอ้ย โห พวกมันออกมาถึงนี่เพื่อเก็บขี้ Freak อ่ะนะ 
Deacon – ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ใครจะไปรู้ว่าพวกมันทำอะไรหรือทำไปทำไม
Boozer – ชั้นว่าพวกมันอาจมีแค้มป์หรือมีค่ายอยู่ที่ไหนซักแห่งแถวๆนี้แน่นอนเลย นายลองพยายามตามพวกมันไปรึยัง?
Deacon – เคยสิ แต่ส่วนใหญ่พวกมันก็จะหายไปหลังจากบินข้ามเขาทางใต้ไปทุกครั้งเลย แถมถนนตรงนั้นก็ขาดด้วย ชั้นไม่เคยเข้าใกล้พวกมันได้ซักที 
Boozer – ให้ตายเถอะ พวกแม่งนี่ความลับเยอะจริงๆเลยแฮะ



Boozer – เสร็จธุระของนายแล้ว ไปไหนต่อกันดี?
Deacon – เป็นคำถามที่ดีนะ 
O’Brian – นี่ O’Brian  นะทราบแล้วเปลี่ยน คุณทำสำเร็จรึเปล่า?
Deacon – สำเร็จสิ แล้วจะให้ไปเจอนายที่ไหน?
O’Brian – เดี๋ยวผมส่งพิกัด GPS ให้ก็แล้วกัน แต่ผมอาจต้องใช้เวลาซักพักที่จะไปถึงที่นั่นนะ เลิกการติดต่อ
 Deacon – แม่งเอ้ย ที่มันคิดว่าชั้นออกมาทำห่าที่นี่เพื่ออะไรวะ 
Boozer – รู้มั๊ย นายพูดถูกอย่างนึง ดูเหมือนไอ้นี่มันจะน่ารังเกียจจริงๆนั่นแหละ 


                 STORYLINE – I REMEMBER

             Story Mission: YOU COULD HAVE DONE MORE

            จากนั้นเดินทางลงใต้ต่อเพื่อไปยังจุดหมายของภารกิจซึ่งเป็นจุดที่ O’Brian นัดเอาไว้



Deacon – โย่ !!
O’Brian – บ้าเอ้ย ! คุณควรเลิกทำให้ผมตกใจแบบนี้ได้แล้วนะ เอานี่เอกสารที่ผมขโมยออกมาให้คุณ แต่มัน เอ่อ เป็นข่าวที่ไม่ดีเท่าไหร่นะ ในที่สุดผมก็เจอเจ้าหน้าที่คนนึงที่สามารถสืบค้นข้อมูลให้ได้ นี่ไงชื่อของ Sarah Whitaker ภรรยาของคุณ ได้ถูกรับตัวเข้ามาที่แค้มป์ MASH ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ salt flats ด้านนอกของ Silver Lake ตามข้อมูลบอกว่าเธอได้รับการผ่าตัดถึง 6 ชั่วโมงก่อนจะถูกย้ายออกไปที่



Deacon – โอเค งั้นเธอก็รอดแล้ว มีบาดแผลถูกแทงแต่รอดแล้ว 
O’Brian – ใช่ๆ ตามบันทึกบอกว่าแผลของเธอถูกรักษาจนหายดีแล้วก่อนจะถูกย้ายตัวไปอีกแค้มปนึงแถวๆเขตชานเมือง Chemult
Deacon – โอเค ถึงตอนนี้เธอรอดแล้ว นายกำลังบอกชั้นแบบนั้นใช่มั๊ย 
O’Brian – ไม่ครับ 
Deacon – หมายความว่ายังไง ไม่ ??


O’Brian – ที่นั่นถูกทำลายไม่เหลือแล้ว ไม่มีผู้รอดชีวิตเลย 
Deacon – แต่นายรอด! พวกแม่งทั้งหมดก็รอด !!
O’Brian – ไม่ๆๆ ฟังนะๆ ที่แค้มป์นั่นไม่ได้รับการปกป้อง เส้นทางตามถนนไฮเวย์ 97 เป็นเส้นทางหลักที่พวก Freak พวกติดเชื้ออพยพมาจาก LA จาก Bay Area จาก Sacramento รวมกันเป็นพันๆ หมื่นๆ แสนๆตัวเลยนะ
Deacon – โอเค เข้าใจแล้ว แกก็เลยรำคาญที่จะพาใครหนีไปด้วยใช่มั๊ย? แล้วพวกแกพาใครหนีไปได้บ้าง?
O’Brian – ก็เจ้าหน้าที่ของ NERO พวก FBI บางส่วนแล้วก็พวกประชาชนที่ไม่ติดเชื้อ 
Deacon – เจ้าหน้าที่ของ NERO ไอ้พวกทหารที่มีอาวุธครบมืออ่ะนะ? แล้วทำไมมันไม่มาปกป้องประชาชนล่ะวะ?
O’Brian – คุณก็รู้ว่าไม่มีใครต้านทานฝูง Horde ขนาดใหญ่ได้ มันทั้งแข็งแกร่งและรวดเร็วมาก 
Deacon – ชั้นรู้จักพวก Horde ดี O’Brian 
O’Brian – งั้นคุณก็ต้องรู้ว่าเราทำอะไรไม่ได้ !!
Deacon – รู้มั๊ยว่าพวกแกควรทำอะไร? แกควรพาพวกเขาหนีไปกับแกด้วย !
O’Brian – ฝูง Horde มันเข้ามาเร็วมาก เราตั้งตัวไม่ทันและเราก็มีที่ไม่พอด้วย 
Deacon – เออ เข้าใจแล้ว !!



O’Brian – ผมเสียใจด้วยนะเรื่องภรรยาของคุณน่ะ เสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ด้วย แต่คุณต้องเข้าใจด้วยนะว่า ถ้าคุณไม่ส่งเธอมาให้ผมในคืนนั้น เธอก็ต้องเสียเลือดจนตายในตอนเช้าอยู่ดี  มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะ  และถ้าคุณเลือกที่จะอยู่กับเธอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ คุณก็ต้องตายไปพร้อมๆกับเธอไม่ต่างกัน 
Deacon – แล้วแกคิดว่าชั้นไม่รู้รึไง? 



                            Deacon – O’Brian ... ขอบคุณมากนะที่ช่วยชีวิตเธอไว้ในคืนนั้น 


Deacon – แกบอกว่าแกเสียใจงั้นหรอ O’Brian? แกเสียใจงั้นหรอ? แม่งเอ้ย !! ทั้งหมดที่ทำลงไปแม่งเสียเวลาชิบหายเลย 



Deacon – อ้าว เฮ้ย Boozer !! ... แม่งเอ้ย Boozer นายหายไปไหนวะเนี่ย? นายทำบ้าอะไรอีกวะ? รอยเท้าพวกนั้น .... ตายห่าแล้ว !



  STORYLINE – SURVIVING ISN'T LIVING 

                     Story Mission: NOT LIKE I GOT A CHOICE



แกะรอยของ Boozer ไปตามทางที่เต็มไปด้วยซากศพของพวก Ripper มากมาย เบาะแสที่ได้บ่งชี้ได้ชัดเจนว่า Boozer ได้เป้าลองอาวุธใหม่ที่ติดตัวมาด้วยพวก Ripper ที่เขาเกลียดชังมานาน แต่ก็ยังไม่วายทำให้ Deacon กังวลใจจนถึงร้านค้าด้านในจึงพบตัว Boozer อยู่กับซากหมาตัวนึงที่กำลังจะตาย


Boozer – เฮ้ Deek ชั้นอยู่ทางนี้ มาดูนี่สิ 
Deacon – พระเจ้า !!  Boozer มัวแต่ทำห่าอะไรอยู่วะ?
Boozer – ชั้นก็แค่จะแวะมาช็อปปิ้งนิดหน่อย แต่ดันมาเจอไอ้พวก Ripper กำลังล่าหมาพวกนี้อยู่ ดูสิ เจ้าหมานี่มันไม่ได้ติดเชื้อซะหน่อย ก็แค่หมาธรรมดาตัวนึงเท่านั้นเอง มันจะล่าพวกมันไปทำไมกันวะ
Deacon – เบาๆ Boozer พวก Ripper มันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดเลย 
Boozer – เราทิ้งมันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ Deek เราก็ไม่กล้าทำซะด้วยสิ 



Deacon – แม่งเอ้ยย ... เฮ้อ เอาล่ะๆ มานี่เดี๋ยวชั้นจัดการให้เอง 
Boozer – จริงหรอ นายทำได้จริงๆหรอ?
Deacon – โอเคๆ ใจเย็นๆนะไอ้หนู ไปสบายซะนะจะได้ไม่ต้องทรมาน ชั้นแค่ ... บ้าเอ้ย
Boozer – ไม่เป็นไร Deek นายช่วยให้มันไปสบายแล้ว 
Deacon – สู่สุขคตินะไอ้หนู .... เอาล่ะ เราไปจากที่นี่กันได้แล้ว
Boozer – ได้เลย ชั้นพร้อมมาตั้งนานแล้ว !!


  จากนั้น Deacon กับ Boozer จะช่วยกันลุยจัดการพวก Ripper ที่อยู่ในพื้นที่ให้หมด แล้วเดินทางกลับไปที่รถมอเตอร์ไซด์ได้เลย



Boozer – เฮ้ เป็นไงบ้างล่ะ?
Deacon – อะไรเป็นยังไง?
Boozer – นายก็รู้ดีอยู่แล้วก็เรื่องไอ้คนที่ใส่ชุดมนุษย์อวกาศนั่นไง ตกลงมันว่ายังไง?
Deacon – ไม่มีอะไรหรอก
Boozer – ไม่เอาน่า เฮ้ย 
 Deacon – Boozer นายไม่ต้องมาเสนอหน้าอยากรู้ตอนนี้ได้ป่ะวะ?
Boozer – อ๋อหรอ? แกคิดว่าชั้นจะไม่กล้าอัดแกให้คว่ำจนต้องคายออกมาใช่ป่ะวะ บอกมามันว่าไงบ้าง?
Deacon – พอเลย
Boozer – เฮ้ย เอาดีๆ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับ Sarah ? ไหนล่ะอีแกของแกอ่ะ Deek ?
Deacon – เมียแกสิแก !!


                                   
                          Boozer – พอเลย เพื่อน! ...บอกให้พอไง !!



Boozer – เป็นไง Deek พอใจยัง?  ว่าไง ไหนล่ะ Sarah ?
Deacon –เธอตายแล้ว Boozer ... Sarah ตายไปแล้ว
Boozer – ก็เออนะสิวะ เธอตายไปนานแล้ว !! แล้วแกจะอาลัยอาวรณ์กับเธอไปอีกนานแค่ไหน ห๊ะ?
Deacon – พระเจ้า .. ชั้นคิดว่า ...ชั้นคิดว่า นายมีมือเป็นตะขอแบบเดิมน่าจะดีกว่านะ ..ไอ้บ้าเอ้ยย !
Boozer – เออ ก็ทำเป็นแต่แบบนี้นี่หว่า นี่ขนาดมีอยู่ท่าเดียวยังเคยอัดแกคว่ำมา 3 ครั้งได้สบายๆเลยนะ 
Deacon – ฮ่าๆๆๆๆ
Boozer – มาลุกขึ้นมาได้แล้วเพื่อน ชั้นว่าเรากลับกันดีกว่า ชั้นมีงานต้องทำอีก แคมป์มันหาข้าวกินเองไม่ได้หรอกนะ 


Boozer – นี่แกจะพาชั้นไปไหนเนี่ย?
Deacon – อ้าว ก็กลับแค้มป์ไง?
Boozer – ยังๆ ชั้นมีงานต้องทำก่อน ทำอีกที่นึง ทางเหนือของ Sherman Camp ไปส่งหน่อยแล้วกัน



Skizzo – เฮ้ย เพื่อนนายหายหัวไปไหนวะเนี่ย งานการไม่มาทำ เป็นอะไรรึเปล่า?
Deacon – ฟังนะ คือชั้นกำลังจะขี่รถไปส่งเขาทำงานแต่ดันเจอพวก Ripper โจมตีซะก่อน 
Skizzo – โดนที่ไหนวะ?
Deacon – ด้านนอก Rogue camp อย่างที่นายเคยเตือน Iron Mike เลย Carlos มันกำลังยกพวกมาที่นี่และมันจะไม่มีวันเลิกลาด้วย 
Skizzo – แล้วแกคิดว่าไม่เคยบอกเขาหรอ ชั้นบอก Mike เป็นเดือนๆแล้ว 
Deacon – ตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้าไปที่ ทูมาโล ชั้นกำลังไปส่ง Boozer ที่ที่ทำงาน อีกเดี๋ยวก็คงถึงแล้วล่ะ
Skizzo – งั้นก็เยี่ยมเลย เพราะเขาต้องมาทำงานชดใช้ที่เขาขาดงานไปให้หมดด้วย 
Deacon – หุบปากไปเลย Skizzo อย่าเยอะ !
Skizzo – นี่ Deek Rogue camp นี่มันอยู่คนละทิศละทางกับทูมาโลไม่ใช่หรอวะ?
Deacon – ตอนนี้ชั้นขี่เลยถนนเส้นเลียบชายฝั่งทะเลมาแล้ว แค่นี้นะ
Boozer – กวนส้นตีน
Deacon – ไอ้แม่เหยด Skizzo เอ้ย !!



                              Skizzo – เอ้า ทำงานๆ เราไม่ทำงาน เราก็ไม่มีแดก จำไว้ !!


                                       Boozer – ขอบใจที่พาไปซิ่งนะ Deek ..



Deacon – St. John ถึง Lost Lake Camp ทราบแล้วเปลี่ยน
Iron Mike – Deek ว่าไง ชั้นได้ยินแล้ว
Deacon – Mike เอ่อ ฟังนะ Boozer กับผมกำลังเดินทางแต่ไปเจอพวก Ripper ... พวกมัน ..
Iron Mike – Ripper หรอ? บ้าเอ้ย! พวกนายข้ามไปในเขต Iron Ridge อีกแล้วหรอ? ชั้นเคยห้ามนายแล้วนะ
Deacon – ฟังก่อนสิ Mike มันไม่ใช่แบบนั้น ..พวกมันอยู่ที่นี่ ใน Rogue Camp 
Iron Mike – มีพวก Ripper อยู่ใน Rogue Camp หรอ? นายแน่ใจนะว่าเป็นพวก Ripper
Deacon – แน่ใจสิ !! .. พระเจ้า ... Mike คงเป็นพวกอีกไปไม่ได้หรอก สักเต็มด้วย ทำท่าทางเหมือนคนบ้าแล้วก็ฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า 
Iron Mike – เอาล่ะๆๆๆ ใจเย็นๆก่อน เราทำสัญญากับ Carlos เอาไว้แล้วน่า Skizzo ก็จะไปที่ Iron Butte วันพรุ่งนี้ด้วย เดี๋ยวให้เขาลองหาสาเหตุดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็แล้วกัน 
Deacon – ให้ตายสิ Mike คุณส่ง Skizzo ไปเจรจากับ Carlos เนี่ยนะ !
Iron Mike – อย่ามาสอนชั้นว่าควรจะปกครองแค้มป์นี้ยังไงนะ Deek !! อย่างที่ชั้นบอก สัญญาระหว่างเรากับ Carlos ยังคงมีอยู่ แค่นี้แหละ เลิกกัน 
Deacon – เออๆๆ แล้วแต่คุณก็แล้วกัน Mike บางที Skizzo มันอาจจะพูดถูก เขาจะทำให้ทุกคนถูกฆ่าจนหมดในซักวันแน่ๆเลย !!



Tucker – Deek ทราบแล้วเปลี่ยน ถ้าว่างแล้วเข้ามาที่แค้มป์หน่อยนะชั้นมีงานให้นายทำ 
Deacon – ได้ๆ เอาไว้จะหาเวลาแวะไปก็แล้วกันนะป้า
Copeland - Deek ทราบแล้วเปลี่ยน ..
Deacon – เออๆ ให้เดานะ นายก็มีงานให้ชั้นทำใช่มั๊ย? โอเคๆแล้วจะหาเวลาไป แค่นี้นะ 


                           Camp Mission:  BOUNTY HUNTER  

                                       HERE’S A LITTLE CHAOS         

         เข้าไปใน Copeland’s Camp คุยกับ Copeland ที่ Camp Job จุดรับงานของแค้มป์



Copeland – ไง Deek แวะมาจนได้นะ นายจะต้องไม่เชื่อเรื่องนี้แน่ๆเลย
Deacon – ไม่รู้ว่า Cope หลายปีมานี้ชั้นเจอเรื่องที่แม่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นเยอะเลยวะ ไหนลองว่ามาสิ
Copeland – นายจำพวก Anarchists ได้รึเปล่า? หลายปีมาแล้ว หรืออาจจะมากกว่า แม่งฆ่าทุกคนที่ขวางทางแล้วทำกองหินเอาไว้ในทุกที่ที่มันไป
Deacon – Anarchists ? จำได้สิ เมื่อก่อนชั้นเคยทำงานให้พวกมันอยู่บ้างนิดหน่อย 
Copeland – นั่นแหละ พวกมันกลับมาอีกแล้ว คนของชั้นไปเจอแค้มป์ของมันขณะออกไปล่ากวาง สุดท้าย Bender ก็กลับมาได้แค่คนเดียว เธอบอกว่าเป็นพวก Anarchists เพราะจำสัญลักษณ์ที่หน้าของพวกมันได้
Deacon – พระเจ้า .. แล้วเห็นแคมป์ของพวกมันอยู่ที่ไหน?
Copeland – เดี๋ยวชั้นส่งพิกัด GPS ไปให้ นายไปหามันให้เจอแล้วฆ่าแม่งให้หมดอย่าให้เหลือก็พอ แค่ต้องเจอกับพวก Ripper ก็แย่พอแล้วไม่ต้องการให้พวก Anarchists มาสร้างปัญหาเพิ่มหรอก

เดินทางต่อไปยังจุดหมายของภารกิจที่อยู่ทางเหนือของ Copeland’s Camp จะพบแค้มป์ของพวก Anarchists อยู่ที่นั่น จัดการศัตรูในแค้มป์ให้หมดทั้ง 12 คนก็จะจบภารกิจนี้


                       Camp Mission:  BOUNTY HUNTER  

                                      RIPPERS, REST IN HELL               

               เข้าไปใน Hot Spring Camp คุยกับ Tucker ที่ Camp Job จุดรับงานของแค้มป์



Tucker – Deacon ขอบคุณพระเจ้าที่คุณแวะมานะ 
Deacon – มีปัญหาอะไรหรอป้า?
Tucker – พวก Ripper .. แม่งกำลังแห่กันมากันเพียบเลย 
Deacon – โอเค ที่ไหนครับ?
Tucker – มันกำลังมุ่งหน้ามาทางช่องทาง Iron Butte ตอนนี้พวกมันกำลังตั้งแค้มป์กันอยู่แถวๆ Bear Creek ทางใต้ของที่นี่ ชั้นกลัวมากเลย Deek กลัวว่าถ้าหยุดมันไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้นกับแค้มป์ของเรา 
Deacon – เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกน่า Tuck เดี๋ยวผมจัดการพวกมันเอง 

จากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดหมายของภารกิจที่อยู่ทางใต้ของ Hot Spring Camp จะพบแค้มป์ของพวก Ripper อยู่ที่นั่น จัดการศัตรูในแค้มป์ให้หมดทั้ง 10 คนก็จะจบภารกิจนี้


                   STORYLINE – I REMEMBER


              Story Mission: NO BEGINNING AND NO END




  เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่โบสถ์ในเมือง Marion Forks แล้วจัดการพวกโจรด้านในให้หมดก่อนที่ Deacon จะเข้าไปรำลึกความหลังถึงสมัยที่มาแต่งงานกับ Sarah ที่โบสถ์แห่งนี้




บาทหลวง – เอ่อ ..คุณเริ่มให้คำสัตย์สาบานกันได้เลยครับ ..ถ้าเอาตามธรรมเนียม เจ้าบ่าวต้องเริ่มก่อน เชิญครับ
Deacon – เอ่อ ....
Sarah – ไม่เป็นไร ชั้นเริ่มก่อนก็ได้คะ



Sarah – ก่อนอื่น ชั้นต้องขอโทษด้วยนะ Deacon ที่ไม่มีใครมาร่วมงานของเราเลย สงสัยญาติของเราทั้งสองฝ่าย ทุกคนคงจะไม่พอใจเรามั้ง 
 Deacon – ชั้นว่าคงไม่ทุกคนหรอกมั้ง 



Sarah – ชั้นอยากให้คุณรู้ว่าคุณสำคัญต่อชั้นมากขนาดไหน รักจนสามารถให้ได้ทุกอย่าง ทุกๆอย่าง และแหวนนี้มันจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของชั้น มันเป็นสิ่งที่มีค่าที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีวันสิ้นสุด ... ชั้นรักคุณค่ะ



Deacon – และนี่คือแหวนแห่งคำสัญญาของผม ว่าผมจะรักคุณตลอดไปและจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหน 


บาทหลวง – คุณ เอ่อ จูบเจ้าสาวได้เลยครับ
Sarah – เดี๋ยวค่ะ แปบนึง 



Sarah – คุณต้องเอาแหวนนี่คืนไปด้วย แต่คุณต้องสัญญาว่าจะขี่ชั้นให้เหมือนกับขี่รถของคุณนะ ฮ่าๆ



บาทหลวง –บัดนี้ คุณสองคนได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องแล้ว ... เอาล่ะ เอ่อ ..ผมต้องไปก่อนแล้วนะ 





                                 Deacon – ไปเตรียมห้อง Boozer !!!


                      Deacon – ไม่ต้องห่วง มันจะไม่เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด 




Deacon – Boozer ทราบแล้วเปลี่ยน ได้ยินมั๊ย นายจำโบสถ์ที่ชั้นแต่งงานกับซาร่าห์ได้รึเปล่า? ชั้นเจอไอ้พวกโจรแม่งเข้ามารื้อค้นจนเละไปหมดเลย 
Boozer – จำได้สิ ... แม่งเอ้ย ! ชั้นน่าจะอยู่ที่นั่นด้วยนะ จะได้ช่วยฆ่าพวกแม่งให้หมดที่เสือกบังอาจมาวุ่นวายกับโบสถ์ของซาร่าห์
Deacon – ไม่เป็นไร ชั้นแค่มาเช็คดูหน่อยแค่นั้น แค่นี้นะ เลิกกัน 



Deacon – Addy ทราบแล้วเปลี่ยน ได้ยินมั๊ย? 
Addy – ชั้นฟังอยู่ Deek ว่ามา
Deacon –โอเค เอ่อ คุณจะออกไปไหนรึเปล่า เดี๋ยวผมแวะไป มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย
Addy – มีอะไรรึเปล่า? คุณเป็นอะไรหรอ?
Deacon – ไม่เป็นอะไร เอ่อ เดี๋ยวผมไปถึงแล้วค่อยคุยให้ฟัง 


                          Story Mission: IT’S BEEN CRAZY HERE


 เดินทางต่อขึ้นไปยังจุดหมายของภารกิจที่ ค่ายผู้ลี้ภัยของ NERO แล้วเข้าไปที่หลุมศพของซาร่าห์อีกครั้ง ......


Deacon – เฮ้ ผมมาอีกแล้ว ..คือ เอ่อ มันมีเรื่องบ้าๆเกิดขึ้นที่นี่เยอะเลย ก็เลยแวะมาเล่าให้ฟัง คุณจำคืนนั้นที่เมือง Farewell ได้มั๊ย ... บ้าเอ้ย ใครบ้างจะไปลืมลงว่ามั๊ย .. คนของ NERO ที่ชื่อ O’Brian คนที่รับคุณขึ้น ฮ. ไป เขายังไม่ตาย ผมก็เลยคิด เอ่อ คิดว่า คุณ เอ่อ คุณอาจจะยังไม่ตาย มันทำให้ผมตลกทุกทีเลยที่ขึ้นมาที่นี่ เพราะ คุณอาจจะไม่ได้ตายอยู่ที่นี่ ผม เอ่อ ผมเสียใจจริงๆที่ เอ่อ ตอนที่คุณไปทำการเข้าผ่าตัดเสร็จแล้วคุณก็ออกจากแค้มป์ไปต่อ 6 ชั่วโมงได้มั้งที่  O’Brian บอก  พระเจ้า ...คุณเป็นนักสู้จริงๆ ผม เอ่อ ผมควรจะอยู่ที่นั่นด้วยตอนที่แค้มป์ถูกโจมตี ... แล้วก็ ผมเคยบอกคุณไปแล้วใช่มั๊ยเรื่องที่ Boozer เสียแขนไป จากไอ้พวก Ripper ห่านั่น ... ตอนนี้เขาสบายดีแล้ว อยู่ที่ Lost Lake camp กับผม แต่เขาก็ยังเสียศูนย์อยู่ ถึงกับเมาปลิ้นเดินออกจากแค้มป์บอกว่าจะกลับบ้านเลย ผมก็ ไม่รู้จะบอกกับเขายังไงนอกจาก ผมห่วงเขามาก ... โอเค ผมคงต้องไปก่อนนะ แล้ว เอ่อ ... ใช่... ผมจะมาใหม่วันหลังนะ


 STORYLINE – SURVIVING ISN'T LIVING 

             Story Mission: SOMETHING TO HEAL HIS SOUL


 เดินทางเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจที่ Lost Lake Camp เพื่อไปคุยกับ Addy ที่สถานพยาบาล


Deacon –Addy คือ เอ่อ 
Addy – ไง Deek มีอะไรให้ช่วยรึเปล่า?
Deacon – ก็ Boozer น่ะสิ เขา เอ่อ ... 
Addy – เขาโอเคนะ?
Deacon – ก็โอเค ..แต่ เอ่อ ไม่ ไม่โอเค คือแบบเขาไม่ได้เจ็บป่วยอ่ะนะ เขาแค่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน 
Addy – ชั้นก็บอกคุณแล้วว่าเขาต้องการการปรับตัวครั้งใหญ่เลยล่ะ 
Deacon – คุณไม่มี เอ่อ ยาหรืออะไรที่จะช่วยได้หรอ?
Addy – เสียใจด้วยนะ แต่ ไม่มีหรอก 
Deacon – โอเค ไม่เป็นไรครับ ผมไปล่ะ
Addy – เดี๋ยว ชั้นได้ยินมาหมดแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นน่ะ ที่เขาไปจัดการไอ้พวกที่ฆ่าหมานั่น  
Deacon – ใช่ และเขาก็เกือบทำให้เราถูกฆ่าไปด้วย 
Addy – บางที นี่แหละคือคำตอบที่คุณต้องการ
Deacon – เรื่องที่เขาก็เกือบทำให้เราถูกฆ่าไปด้วยเนี่ยนะ?



Addy – ฟังนะ .. รู้มั๊ย อะไรที่ William เขารักมากจนต้องยอมเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงกันล่ะ ? เขาน่ะไม่ต้องการเยียวยาทางร่างกายหรอกนะ แต่เขาต้องการบางสิ่งในการเยียวยาข้างในจิตใจของเขาต่างหาก
Deacon – โอเค .. ผมเข้าใจแล้ว .. ขอบคุณมากนะ Addy 



        STORYLINE: EARNING OUR KEEP 


           Story Mission:  BETTER TO LIGHT ONE CANDLE


เดินทางเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจที่ Lost Lake Camp เขาไปที่หน้าทางออกของแค้มป์เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปทำภารกิจซ่อมหม้อแปลงไฟกับ Rikki ที่ทำค้างเอาไว้ต่อ


Deacon – ไง เตรียมของเตรียมอะไรพร้อมแล้วนะ?
Rikki – คิดว่าครบแล้วนะ ไปกันเถอะ 

Deacon – แหม่ ดูเหมือนเธอจะตื่นเต้นเป็นพิเศษเลยนะงานนี้น่ะ 
Rikki – มันคือ เทียน Deek 
Deacon – ห๊ะ?
Rikki – โบราณเค้าว่า จงจุดเทียนเพื่อให้แสงสว่างแทนการสาปแช่งความมืด


** สิ่งที่ Rikki กล่าวถึงคือ Proverb หรือ สุภาษิตสอนใจของจีนที่มีการกล่าวขานกันมานมนานที่ว่า 點燃一支蠟燭比詛咒黑暗更好 หรือ it’s Better to light one Candle than curse the darken ที่แปลว่า จงจุดเทียนเพื่อให้แสงสว่างแทนการสาปแช่งความมืด เมื่อเราเผชิญกับข้อบกพร่องใดก็ตาม บางคนเลือกที่จะหนีไปให้ไกล บางคนเลือกที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่บางคนเลือกที่จะเงียบ อดทน เพื่อหาทางออกด้วยปัญญา



อย่างไรก็ตาม บางข้อมูลก็อ้างว่า Eleanor Roosevelt ภรรยาของ Franklin Delano Roosevelt ประธานาธิบดีคนที่ 32 ของสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าของถ้อยคำสุภาษิตประโยคนี้ 


Rikki –  เราใช้เวลาสองปีที่ผ่านมาทั้งหมดในการสาปแช่ง แต่เทียนที่เสมือนเป็นแสงสว่างของเราที่ Lost Lake มีแค่โคมไฟเล็กๆที่เราจุดขึ้นมา
Deacon – ใช่ แค่เราติดอยู่ปัญหาเดียว 
 Rikki –  ปัญหาอะไร Deek ?
Deacon – ไอ้แสงที่ว่าเนี่ยมันจะดึงดูดให้แมลงที่น่าเกลียดให้เข้ามาหรือไม่ก็ทำให้มันมองหาเราง่ายขึ้นไง ..เอาล่ะ ถึงแล้ว นี่ไง
Rikki – ให้ตายสิ มีพวก Swarmer เพียบเลย 
Deacon – โอเค ...  ชั้นจัดการมันหมดและ



Rikki – เยี่ยม ...ดูนั่น ถ้าจะซ่อมหม้อแปลงนั่นชั้นต้องปีนขึ้นไปด้านบน 
Deacon –  ถามจริง นี่เธอเคยทำมาก่อนมั๊ยเนี่ย?
Rikki – ไม่เคยอ่ะ แต่ทุกอย่างก็มีครั้งแรกเสมอไม่ใช่หรอ?
Deacon –  โอเค แล้วแต่เลย 
Rikki – เอาล่ะ มานี่ขอแรงดันหน่อย 



Deacon –  ถ้าเธอตกลงมา ชั้นคงไม่มีปัญญารับทันหรอกนะ
Rikki – ขอบใจที่ห่วง Deek เรื่องนั้นชั้นจัดการเอง


เมื่อ Rikki เริ่มปีนขึ้นไปซ่อมหม้อแปลง พวก Newts จำนวนมากที่อยู่บนหลังคาปั๊มน้ำมันก็เริ่มเข้าก่อกวน จัดการมันให้หมดจนกว่า Rikki จะซ่อมเสร็จ ซึ่งแม้ Newts มันจะเป็นแค่ซอมบี้เด็กๆแต่ครั้งนี้มันเข้ามารุมพร้อมกันจำนวนมากก็สร้างปัญหาให้ Deacon ได้ไม่น้อย


ทันทีที่ Deacon จัดการ Newts ตัวสุดท้ายที่พยายามปีนขึ้นไปเหนี่ยวลั้งบนตัว Rikki ที่กำลังปีนอยู่บนเสาไฟเสร็จ Rikki ก็ใช้เวลาอีกไม่กี่นาทีก็สามารถซ่อมจนเสร็จตามที่ตั้งใจ


Rikki – เรียบร้อยแล้ว จะลงล่ะนะ ! .... เป็นไงสนุกมั๊ย?
Deacon –  ช่ายยย สนุกมากเลย เอาไว้วันไหนว่างๆเรามาทำแบบนี้กันอีกดีกว่าเนอะ !
Rikki – เดี๋ยวชั้นต้องบอกให้ Skizzo ให้หาลวดหนามมาล้อมที่นี่ซะหน่อยกันพวก Newts ไม่ให้มาทำมันพังอีก
Deacon –  ใช่ แต่ดูเหมือนว่าเดี๋ยวแม่งก็คงมาใช้ชั้นอีกทอดนึงคอยดูสิ
Rikki – ฮ่าๆๆๆๆ แสดงว่านายยังมีชีวิตอยู่ Deek .. มาเถอะ กลับแค้มป์กันชั้นต้องเช็คดูว่ามันใช้ได้จริงรึเปล่า



Rikki – แล้วเรื่องยัยแก่เมียของนายว่าไง?
Deacon –  โอเค แล้วนี่เธอรู้ได้ยังไงวะเนี่ย?
Rikki – ไม่เห็นจะเดายาก ก็ประติดประต่อเอาจากข้อมูลที่มีอ่ะนะ Deek แล้วตกลงนายเสียเธอที่แค้มป์ผู้อพยพได้ยังไงหรอ? มีอยู่ที่นึงอยู่ทางเหนือของ Belknap ใช่มั๊ย? เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราเห็น ฮ. ของพวก NERO อยู่แถวๆนั้น แล้วนายยังจะหวังอะไรอีก? ปาฎิหารงั้นหรอ? ว่าเธอจะยังอยู่ในการดูแลของพวก NERO ในที่ไหนซักแห่งหรอ? 
Deacon – อะไรประมาณนั้น ..
Rikki – แต่มันไม่ใช่ไง เธอไม่ได้อยู่กับพว NERO ใช่มั๊ย?
Deacon – ไม่ !
 Rikki – ชั้นเสียใจด้วยนะ 
Deacon – ช่างมันเถอะ ชั้นไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว
Rikki – ก็ได้ 


Deacon – โอ้โห คนรู้กันทั่วเลยเว้ย 
Rikki – ใกล้เสร็จแล้ว พลังงานไฟฟ้าของรีสอร์ททั้งหมดจะผ่านมาที่นี่ .... โอเค เสร็จแล้ว พร้อมเปิดเมื่อคุณพร้อมนะ Mike



Iron Mike – เอาล่ะ ทุกคนฟังทางนี้ !! โอเค เมื่อหลายเดือนก่อนเราเจอกันมาหนักมาก ไม่มีใครเถียงเรื่องนี้แน่นอน อาหารเราเหลือน้อย เครื่องจักรหลายอย่างก็พัง ไม่ก็ใช้งานไม่ได้ดีนัก แต่เรามีคนที่มากพอรวมกันอยู่ที่นี่ ถ้าปราศจากสิ่งนี้ ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย และสิ่งนึงที่เรามีคือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ 



Iron Mike – เมื่อหลายเดือนก่อน มีพวกนักบิดเข้ามาที่แค้มป์ของเรา หลายคนบอกให้เตะตูดมันให้ออกไป เราไม่มีเสบียงพอจะเลี้ยงใครอีกแล้ว ตัวเรายังเอาตัวไม่รอดเลย บางคนบอก จะเชื่อใจพวกเขาได้หรอ? แต่คืนนี้ กำลังพิสูจน์สิ่งที่ชั้นพูดมาตลอด ว่า เราต้องการทุกๆคน ชั้นหมายถึง ใครก็ได้ ใครก็ได้ที่อยากมาอยู่ที่นี่ ใครก็ได้ที่อยากจะช่วยเราทำงาน ใครก็ได้ที่อยากจะช่วยเราซ่อมแซมสิ่งของต่างๆ
Iron Mike – ตอนนี้สิ่งที่ Rikki พยายามทำมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่เธอไม่ได้ทำคนเดียว เธอมีคนช่วยด้วยอีกคน และเรื่องราวในคืนนี้มันคงจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ารับไม่รับ นักบิด คนนี้เข้ามาในแค้มป์ และเราอนุญาตให้เขาได้รับความไว้วางใจของเรา .... และคืนนี้ !! เราจะก้าวออกจากความมืดมิด ....เชิญเปิดได้เลย Rikki 



                                                   เฮๆๆๆ เฮๆๆๆๆๆๆ




Iron Mike – มานี่ๆๆ ขอบคุณๆๆๆ ขอบคุณ โอ้พระเจ้า ขอบคุณจริงๆ เฮ้ๆๆ นายสองคนน่ะไปเอาเหล้าข้างในมาฉลองกันหน่อยเร็ว !!



Rikki – ดูสิ สิ่งที่นายทำให้ที่นี่ เห็นมั๊ย?
Deacon – ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ...ชั้นไปพักก่อนนะ ฝันดี 
Rikki – โว้ๆ เดี๋ยวๆ แผลนั่น นายไปโดนอะไรมาน่ะ?
Deacon – ชั้นไม่เป็นไรหรอก นิดหน่อยเอง  
Rikki – อืมมๆ แต่มาให้ Addy ดูแผลให้หน่อยดีกว่านะ ตามมา


                   Story Mission:  OUTTA THE DARKNESS



Rikki – แล้ว เอ่อ ผู้หญิงในรูปนั่นคือเธอใช่มั๊ย?
Deacon – ใช่ เธอเป็นอดีตภรรยาของชั้นเอง 
Rikki – ไม่น่าถามโง่ๆเลยชั้น ขอโทษนะ Deek
Deacon – ไม่เป็นไรหรอก เพราะเธอ เอ่อ เธอตายไปนานแล้วล่ะ 
Rikki – มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ที่คุณมีความหวังมาตลอด ไม่รู้สิ ชั้นเองก็หวังว่าจะมีบางอย่างที่ทำให้ชั้นมีความหวังได้แบบนั้นบ้างเหมือนกัน
Rikki – เอาล่ะ ถอดออก 
Deacon – ถอด? ถอดอะไร?
Rikki – ถอดเสื้อออกแล้วไปยืนที่โต๊ะนั่นไง



Deacon – เฮ้ คือ แบบมันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกน่า 
Rikki – นายอยากติดเชื้อหรอ Deek? ถึงแม้ชั้นจะเป็นช่างยนต์แต่ ไม่ได้แปลว่าชั้นทำแผลไม่เป็นนะ 
Deacon – ฮ่าๆ ดูท่าทางที่เธอจับเครื่องไม้เครื่องมือบนเสาไฟนั่นก็รู้ สวิทช์และวงจรอะไรก็ช่างเหอะ 



Rikki – เอาล่ะ มันอาจจะเจ็บหน่อยนะ พร้อมนะ 
Deacon – โอ้ยยย !!
Rikki – เอาจริงดิ !! 
Deacon – ชั้นว่าเราให้ Addy กลับมาก่อนไม่ดีหรอ! 
Rikki – อดทนหน่อยดิ แค่แปบเดียวก็เสร็จแล้ว ร้องเป็นเด็กไปได้
Deacon – เห็นมั๊ยก็บอกแล้วว่ามันไม่เป็นไร



Rikki – โอ้ ว้าว รอยสักพวกนี้ ...  นายเคยไปสงครามมาด้วยหรอเนี่ย?
Deacon – ใช่ มากกว่าหนึ่งครั้งด้วย 
Rikki – จริงหรอ แล้วที่ไหนบ้างล่ะ อัฟกานิสถานหรอ? หรือที่ไหน?
Deacon – ชั้นเอ่อ ... ชั้นจำไม่ได้แล้วล่ะ ..
Rikki – แล้วอันนี้ล่ะ 


Deacon – ชั้นก็ เอ่อ ชั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ... ชั้นได้ยิน Addy ไม่ค่อยชอบให้ใครมายุ่งในที่ทำงานของเธอ .. 
Rikki – เรื่องนั้นชั้นรู้ ..แล้วตกลงอันนี้ล่ะ?
Deacon – Rikki ... 
Rikki – Deek ชั้นยังไม่ได้แต่งงานกับใครนะ ...



Rikki –...อืมม เอ่อ งั้นก็ โอเค งั้นนายกลับมาให้ Addy ดูแผลอีกครั้งวันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะ เดี๋ยวเธอจะบอกนายเองแหละว่าฝีมือทำแผลของชั้นเจ๋งแค่ไหน
Deacon – Rikki ... ชั้นเอ่อ ...  
Rikki – ไม่เป็นไร Deek สบายมากน่า ยินดีที่ได้ช่วยนายนะ



Rikki – เฮ้ Deacon .. บางที วันนึงถ้าหมดสิ้นแสงและเทียนดับลง  ข้างนอกนั่น จะมืดและหนาวมากๆเลยนะ 


                       EARNING OUR KEEP COMPLETE 100% 


       
                CUSTOM SKIN UNLOCK - EARNING OUR KEEP CUSTOM



                           Camp Mission:  BOUNTY HUNTER  

                                            HOW MANY BODIES


              เข้าไปใน Lost Lake Camp คุยกับ Rikki ที่อู่ซ่อมรถซึ่งเป็นจุดรับงานของแค้มป์


Rikki – ไอ้ Two Dogs มันกลับมาแล้วนะ 
Deacon – อะไรนะ ? ที่ไหน? ไอ้เหี้ยนั่นมันอยู่ที่ไหน?
Rikki – มันรีบหนีไปทันทีที่เจอชั้น เลยให้ Jeremy ตามมันไป ชั้นรู้ ชั้นก็พยายามหยุดมันเต็มที่แล้วนะ 
Deacon – พระเจ้า ชั้นถามว่ามันอยู่ที่ไหน ??
Rikki –Jeremy ตามมันไปจนถึงที่โรงเลื่อยร้าง เขาบอกว่าเห็นไอ้ Two Dogs กำลังค้นหาของที่ค่ายของพวก Nero ที่อยู่ใกล้ๆกันอยู่ 
Deacon – โอเค เดี๋ยวชั้นจัดการมันเอง !
Rikki – ชั้นอยากให้นายเอามีดของมันกลับมาให้ชั้นด้วย 
Deacon – ให้ได้เถอะ ยังต้องให้เอามีดมันมายืนยันด้วยหรอไง? ได้ เดี๋ยวจัดให้
Rikki – อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้นะ Deek นายก็รู้ว่าเราต้องเผาศพเพื่อนเราทีต้องตายเพราะมันมากี่คนแล้ว

จากนั้นเดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจทางทิศใต้ของ Lost Lake Camp ก็จะถึงบริเวณโรงเลื่อยเป้าหมาย

Tucker – Alkai ได้ยินหรือเปล่า? ตอบด้วย .. บ้าเอ้ย ! ใครก็ได้ส่งคนออกไปตามหาเขาที่ชุดขุดค้นหน่อย เร็ว!
Deacon – ป้า Tuck จะเป็นไงบ้างเนี่ย ? ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีก็แล้วกัน



Addy – เฮ้ Deacon คุณได้ยินรึเปล่า? 
Deacon – ว่าไงหมอ?
Addy – คนไข้คนนึงของชั้นได้ยินมาว่า คุณจะหาลูกหมาที่ยังสุขภาพดีได้ที่ไหน 
Deacon – ผมฟังอยู่ ...
Addy – มันจะมีรีสอร์ทเล็กๆที่นึงอยู่ทางใต้ของ Sherman Camp ในกระท่อมไม้ คุณเข้าใจนะว่าที่ไหน?
Deacon – ไม่
Addy – โอเค คุณไปทางถนน Santiam Highway เส้นที่จะไปทางโรงเลื่อยร้างไง Rikki บอกว่าเธอเพิ่งส่งคุณไปทำงานแถวๆนั้นไม่ใช่หรอ?

** จบการสนทนาจะปลดล็อกภารกิจ Surviving isn’t living: HAVE IT YOUR WAY ออกมา **


Deacon – เอาล่ะผมถึงที่โรงเลื่อยร้างแล้ว
Rikki – ระวังด้วยล่ะ Deek อย่าลืมนะว่าที่นั่นมี ..
Deacon – มีไอ้ฝูง Horde เหี้ยนั่นอยู่ เออ จำได้แม่นเลยล่ะ ขอบใจที่เตือนนะ 



เมื่อมาถึงที่โรงเลื่อยร้างแล้ว ให้ยกเลิกภารกิจ BOUNTY HUNTER  :  HOW MANY BODIES ที่ต้องตามไล่ล่าเจ้า Two Dog เอาไว้ก่อน เพราะในบริเวณทางเข้าจะมีจุด Nero Checkpoint ให้เคลียร์อยู่ด้วย


                  STORYLINE: WORLD’S END

                            OLD SAWMILL Nero Checkpoint

เข้าไปด้านในเก็บแกลลอนน้ำมันที่อยู่ข้างรถแท็กเตอร์มาใส่ที่เครื่องปั่นไฟที่อยู่ฝั่งขวาของห้องทำงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Nero Mobile Medical Unit)

        

เมื่อใส่น้ำมันจนเต็มแล้ว จัดการทำลายลำโพงทุกจุดที่มีอยู่ในพื้นที่ให้หมดก่อน (มีลำโพงทั้งหมด 7 ตัว) แล้วค่อยมาเปิดเครื่องปั่นไฟก็จะสามารถเข้าไปในห้องทำงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Nero Mobile Medical Unit) ได้แล้ว เข้าไปสำรวจเก็บ Nero Injector ที่อยู่ด้านในมาอัพเกรดสเตตัสของตัวเอง ก็จะเป็นอันจบภารกิจ

เมื่อเคลียร์จุด Nero Checkpoint เสร็จแล้วก็กลับมาเริ่ม ภารกิจ BOUNTY HUNTER  :  HOW MANY BODIES ที่ต้องตามไล่ล่าเจ้า Two Dog ต่อ


โดยที่จุดจอดรถใกล้ๆทางเข้าโรงเลื่อยร้างจะมีจุดเบาะแสแสดงเป็นพื้นที่เขียวๆในแผนที่ให้สำรวจ เมื่อตามรอยเบาะแสไปอีก 2 จุดด้านใน Nero Checkpoint ก็จะพบเจ้า Two Dog อยู่บนหลังคาของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของ NERO ก่อนที่มันจะรีบหนีเข้าไปในโรงเลื่อยร้างทันที


เมื่อ Two Dog หนีเข้าไปในโรงเลื่อยแล้ว ที่ต้องทำคือเข้าไปตามล่าเพื่อฆ่ามันให้ได้ แต่ ต้องไม่ลืมว่าด้านในจะมี ฝูง Horde จำนวนมากอยู่ด้วย พยายามมองหาตัว Two Dog ให้เจอแล้วเข้าไปจัดการกับมันแบบเงียบๆเพื่อจะได้ไม่ต้องโดนฝูง Horde รุมกินโต๊ะจนตาย


และหากว่า Two Dog มันโชคร้ายโดนฝูง Horde ฆ่าตายไปเองซะก่อน ก็หาทางลอบเข้าไปตรงจุดที่มันตาย (จะแสดงให้เห็นเป็นจุดเป้าหมายของภารกิจ) แล้วสำรวจศพมันเพื่อเก็บมีดของมันมาเอากลับไปให้กับ Rikki เพื่อยืนยันการตายของ Two Dog กับเธอก็จะจบภารกิจนี้


   STORYLINE – SURVIVING ISN'T LIVING 

                            Story Mission: HAVE IT YOUR WAY



เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจทางตะวันออกของ Lost Lake Camp ที่เป็นพื้นที่สีส้มในแผนที่ แล้วเข้าไปสำรวจที่เป็นจุดเบาะแสที่เป็นพื้นที่วงกลมสีเขียวด้านในพื้นที่แล้วตามร่องรอยเบาะแสไปต่อจนถึงกระท่อมไม้หลังนึงที่มีร่อยของคนที่ปีนขึ้นไปที่หน้าตาชั้นบน ตรงนี้ถ้าปีนขึ้นไปชั้นบนของบ้านก็จะมี อาหารหมาให้เก็บ


แต่ถ้าไม่ปีนขึ้นไปเอาอาหารหมาบนบ้าน ออกไปสำรวจหลังกระท่อมจะเจอ Freak ตัวนึงกำลังพยายามจะพังประตูห้องเก็บของอยู่เพราะเจ้าหมาน้อยเข้าไปแอบด้านในทางช่องประตู


   จัดการมันซะแล้ว Deacon จะเอาเศษเนื้อที่ติดตัวมาวางล่อเพื่อให้เจ้าหมาน้อยยอมออกมาในที่สุด


         Deacon – ไง เจ้าหนู ไม่ต้องกลัวนะ มานี่มา มานี่เจ้าหนู ไม่ต้องกลัว เป็นเด็กดีนะ 



 เอาล่ะ โอเคๆๆๆ ใจเย็น ชั้นได้ตัวแกแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้ว แกปลอดภัยแล้วนะ มาเถอะ กลับแค้มป์กัน



                                        Deacon – เฮ้ย ตื่นได้แล้วไอ้จอมขี้เกียจ !!
                                        Boozer – ห๊ะ !! มีอะไรวะเนี่ยเพื่อน? 
                                        Deacon – ดูนี่ ชั้นมีอะไรมาฝากนายด้วย 



Boozer – แล้วมันอะไรวะน่ะ? .... โว้ๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ เจ้าหมาน้อย ใจเย็นเจ้าหนู ใจเย็น ฮ่าๆๆๆ 
Deacon – ไม่ต้องมองชั้นเลยนะ นี่ไม่ใช่แผนของชั้นหรอกนะจะบอกให้ 



                      Boozer – เออๆ รู้แล้วน่า กลับมาเหนื่อยๆไปหาน้ำหาท่ากินซะไป๊นายน่ะ 

จากนั้นกลับไปในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่เข้ามาค้นหาหมาน้อยในภารกิจ SURVIVING ISN'T LIVING : HAVE IT YOUR WAY นั้นจะมีจุดที่มีรังโจรอยู่ด้วย



                                             AMBUSH CAMP

                      DEERBORN AMBUSH CAMP



เข้าไปจัดการพวกโจรในแค้มป์ให้หมดทั้ง 15 ตัวแล้วเข้าไปที่บังเกอร์ที่อยู่ด้านบนของแค้มป์ เข้าไปสำรวจแผนที่ที่อยู่ด้านล่างของบังเกอร์ก็จะจบภารกิจนี้ พร้อมปลดล็อกสูตรการสร้าง SUPERIOR CLUB


Skizzo  - เฮ้ย Deek ได้ยินรึเปล่า? ชั้นอยากให้นายเข้ามาหาที่แค้มป์หน่อยว่ะ
Deacon – ได้ยินแล้ว นายมีอะไร Skizzo ? ชั้นยิ่งกำลังยุ่งๆอยู่ 
Skizzo  - ฟังนะ ชั้นรู้ว่านายพยายามที่จะช่วยงานในแค้มป์มาตลอด และตอนนี้ชั้นก็พยายามจะช่วยให้นายช่วยงานแค้มป์ให้มากขึ้นอีกไงล่ะ ว่างแล้วเข้ามาหาที่  Lost Lake Camp ด้วยนะ



         STORYLINES - KEEP THEM SAFE 

                           Story Mission: Trying to Help the Camp


    เดินทางไปยังจุดเป้าหมายของภารกิจที่ Lost Lake Camp เพื่อเช้าไปคุยกับ Skizzo ที่กระท่อมใหญ่



Deacon – ชั้นมาแล้ว มีอะไรก็ว่ามา  
Skizzo  - แปบนึง เอาล่ะ ไปคุยกันข้างใน 
Deacon – หึหึ .. Skizzo ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ?  
Skizzo  - เออ นายเข้าไปข้างในก่อนเถอะน่าเดี๋ยวชั้นจะโชว์ให้ดู



Skizzo  - พอดีชั้นเกิดปิ๊งไอเดียนายขึ้นมา  นายต้องการจะปิดถ้ำทางเหนือของแค้มป์เพื่อตัดเส้นทางไม่ให้ฝูง Hordes ผ่านมาทางเขตฟาร์มของเราใช่มั๊ยล่ะ? 
Deacon – เออ ใช่ ทำไมล่ะ?
Skizzo  - ปัญหาคือ ตอนนี้ Mike ยังหาสายชนวนที่จะเอามาใช้กับไอ้ระเบิดนี่ไม่ได้เลย ใช่ป่ะล่ะ
Deacon – ไม่ ยังหาไม่ได้
Skizzo  - แต่ชั้นรู้ว่าจะหาไอ้สายชนวนนั่นได้ที่ไหน



Skizzo  - ที่นี่ไง 
Deacon – นั่นมัน ... ไม่มีทางอ่ะ !
Skizzo - ชั้นรู้น่าว่านายคิดยังไง แต่ชั้นคิดแผนเอาไว้แล้ว โอเค๊?
Deacon – ไม่ !! นั้นมันใจกลางถิ่นของพวก Ripper เลยนะ ครั้งล่าสุดที่ชั้นเพิ่งไปมา ..
Skizzo – นายได้ยามาช่วยเพื่อนของนายไง
Deacon – ไม่ !!
Skizzo – ครั้งนี้เราก็จะได้สายชนวนระเบิดมาเหมือนกัน เราจะได้ระเบิดปิดถ้ำบ้านั่น บูม !! บ๊าย บาย ฝูง Horde ได้เลย นี่มันความคิดของนายนะ 
Deacon – นี่ฟังนะ ถ้านายตั้งใจจะผ่านทางอุโมงค์นั่นอีก พวกมันปิดพรมแดนทางเข้าของเขตมันตรงนั้นหมดแล้ว และถ้ามันเกิดเจอเราขึ้นมา ก็เท่ากับเราไปเริ่มสงครามกับพวกมัน 
Skizzo – ชั้นมีแผนเอาไว้แล้วน่า แล้วอีกอย่าง ชั้นไปกับนาย ช่วยไม่ให้เกิดปัญหาได้อีกไง นายจัดการเตรียมของที่ต้องการจะใช้ให้เรียบร้อย แล้วไปเจอชั้นที่นี่ ทางเหนือของ Iron Ridge มันมีเส้นทางที่สามารถเข้าไปได้อยู่ 
Deacon – ไหน ?
Skizzo – นี่ไง ตรงนี้ ..... 
Deacon – พระเจ้า ...
Skizzo – เห็นมั๊ยล่ะ เชื่อชั้นสิ  ... แล้วเจอกันที่นั่นก็แล้วกัน


                       Story Mission: DON’T GET CAUGHT


เดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจที่ช่องเขาทางตะวันตกของ Lost Lake Camp ซึ่งเป็นพื้นที่กับติดชายแดนอาณาเขตของพวก Ripper

Deacon – Skizzo  ชั้นพร้อมแล้ว กำลังไป 
Skizzo – ออกมาแล้วหรอ โอเค นายจำที่เราเคยเจอกันทางตะวันตกของ Melakwa Lake ได้ป่ะ? เจอกันที่นั่นนะ 
Deacon – เออ เดี๋ยวเจอกัน



Rikki – Deek ทราบแล้วเปลี่ยน นายได้ยินรึเปล่า?
Deacon – เอ่อ ... ไง Rikki
Rikki – กำลังอยากเจอนายอยู่พอดีเลย ตอนนี้พลังงานไฟฟ้าในแค้มป์กลับมาใช้งานได้เกือบทั่วทั้งแค้มป์แล้วนะ รวมถึงในที่พักของชั้นด้วย 
Deacon – เยี่ยมเลย แต่ คือ ชั้น เอ่อ ..
Rikki – ชั้นไปเจอเครื่องทำน้ำอุ่นเก่ามา ยังใช้ได้อยู่เลย ในที่สุดชั้นก็ได้อาบน้ำอุ่นซะที จริงมั๊ย?
Deacon – เยี่ยมเลย
Rikki – เฮ้ แล้วนายอยู่ไหนเนี่ย?
Deacon – คือ เอ่อ ..ชั้นกับ Skizzo กำลังออกมาหาชนวนระเบิดเพื่อเอาไปใช้กับระเบิดนั่นอยู่อ่ะ  แผนระเบิดปิดถ้ำไงเธอจำได้ใช่มั๊ย?
Rikki – จำได้ แล้วนายจะไปเอาที่ไหน? 
Deacon – เอ่อ Rikki ต้องวางสายก่อนนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย เดี๋ยวกลับไปค่อยคุยกัน 



Skizzo – ไง มาแล้วหรอ?  
Deacon – นายมาจอดรถต้องนี้ทำไมวะ?
Skizzo – ก็เส้นทางที่เราจะไปคือลอบเข้าทางประตูหลังของพวกมัน เราเลยต้องเดินเท้าเข้าไป หวังว่านายคงจำครั้งล่าสุดที่พวกมันได้ยินเสียงมอไซด์นายได้นะ 
Deacon – เออ ก็จริง .. 
Skizzo – เชื่อเหอะน่า พวกมันไม่เห็นเราหรอก


Deacon – แล้วเอ่อ .. ที่ Iron Mike บอกว่าเขาส่งนายมาเจรจาข้อพิพาทกับ Carlos นั่นจริงรึเปล่า?
Skizzo – เดี๋ยวนะ ตาแก่นั่นบอกนายแบบนี้งั้นหรอ? ... เอ่อ ใช่ ใช่สิ แน่นอน ชั้นว่าไม่มีใครทำอันตรายกับนายหรอก เพราะนายกับเพื่อนก็เป็นคนของแค้มป์เราแล้วนี่ 
Deacon – ก็หวังว่ามันจะผ่านไปด้วยดีเหมือนตอนที่เรากำลังผ่านทางไปทางนี้อ่ะนะ นายเรียกอะไรนะ ประตูหลังห่าอะไรนั่นใช่มั๊ย? 
Skizzo –ชั้นกำลังเจรจาต่อรองด้วยเงินเป็นถังๆให้พวกมันเอาไปซื้อ PCP อยู่ ตราบใดที่เราไม่ถูกจับในคืนนี้ สัญญาของตาแก่นั่นก็ยังคงอยู่ 
Deacon – จนกระทั้ง Boozer กับชั้นไปลุยกับพวกมันที่ Rogue Camp 
Skizzo – เฮ้ย แต่ Carlos บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน แค่เสีย Ripper ไม่กี่คนเอง ไม่เป็นไรหรอก  แต่ก็นะ เขาก็บอกว่า อย่าให้เกิดขึ้นอีกก็แล้วกัน 
Deacon – แล้วนายก็ยังไปเชื่อมันอีก 
Skizzo – ชั้นจะไปรู้ได้ไงอะไรจริงไม่จริง ชั้นก็แค่เด็กๆในแค้มป์ของ Mike เหมือนกับนายนั่นแหละ ฮ่าๆ



Skizzo – นายได้ยินนั่นมั๊ย?
Deacon – เสียงหมาป่า 
Skizzo – นายคิดว่ามันเป็นพวกติดเชื้อป่ะวะ?
Deacon – อีกเดี๋ยวเราก็รู้ 
Skizzo – เราจะปีนขึ้นไปทางเนินนั่น มันน่าจะมีพวกบันไดเก่าที่คนงานเหมืองทิ้งเอาไว้บ้างนะ มาดันชั้นขึ้นไปด้านบนหน่อยจะลองไปหาดูข้างบนนี่เอง  นายก็ลองมองหาทางด้านล่างด้วยนะเผื่อจะเจอบันไดหรืออะไรที่ใช้ปีนขึ้นมาได้ 



                                        Skizzo – เอาล่ะ เจอแล้ว ปีนขึ้นมาได้เลย 


Skizzo – ชั้นเจอแผนที่จากเอกสารของ Mike แสดงให้เห็นแผนที่เส้นทางของคนตัดไม้อย่างละเอียดเลย 
Deacon – ชั้นมั่นใจว่า Iron Mike คงชอบที่นายถือวิสาสะรื้อค้นเอกสารของเขาโดยไม่บอกแน่ๆเลย 
Skizzo – อะไรที่ตาลุงนั่นไม่รู้มันก็ไม่ทำให้เขาเจ็บหรอกน่า ..อีกเดี๋ยวเราก็จะถึงที่ที่ชั้นชี้ให้ดูในแผนที่นั่นแล้วล่ะ 


Skizzo – นายเห็นนั่นมั๊ยวะ?
Deacon – เห็น การเล่นรอบกองไฟของ Ripper ไง 
Skizzo – นายเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนรึเปล่า?
Deacon – ไม่เคย 
Skizzo – พวกมันเรียกว่า การชุนนุม ค่อยข้างจะดูวุ่นวายหน่อย มาเถอะ อ้อมไปอีกด้านกันชั้นไม่อยากมีส่วนร่วมกับพวกมันเท่าไหร่หรอก
Deacon – รีบไปทำไมวะ ชั้นอยากดูต่อซะหน่อย 
Skizzo – แกอยากฆ่าตัวตายรึไงวะ?
Deacon – ใครว่า ชั้นดูเพราะอยากจะหาทางรอดมากกว่า อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองว่าพวกห่านี่มันทำอะไรได้อีกนอกจากฆ่าคนให้ตายห่าแล้วบอกว่าให้สู่สุขคติ 
Skizzo – เออๆ ยังไงก็ตามมาติดๆล่ะ เราจะแยกออกไปทางอื่น 


                   Story Mission: THEY DON’T FEEL PAIN



Deacon – แล้วนี่ มันทำห่าอะไรวะเนี่ย?
Skizzo – พวกมันกำลังเฉือนตัวเอง เป็นพิธีกรรมตามความเชื่อห่าเหวอะไรของมันซักอย่างนี่แหละ แสดงว่า Ripper คนนั้นมันได้อัพยา PCP หรืออะไรซักอย่างไปแล้ว แบบของขึ้นอะไรทำนองนี้แหละ
Deacon – งั้นเรารีบอ้อมออกไปอีกทางกันเถอะ 
Skizzo – นายไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนใช่มั๊ยล่ะ?
Deacon – ไม่อ่ะ ไม่ใช่แบบนี้ 
Skizzo – ชั้นก็เหมือนกัน งั้นทำไมเราไม่ก้มหัวให้ต่ำก่อนอีกหน่อยล่ะ เราจะค่อยๆลอบผ่านไป  รับรองว่ากระสุนที่เตรียมมายิงไอ้พวกกห่านี่ไม่หมดแน่นอน 



Skizzo – หลบก่อน หลบเร็ว 
Deacon – เราคงต้องออกห่างจากถนนให้มากที่สุดแล้วล่ะ
Skizzo – มาเถอะ ทางนี้ เราจะข้ามทุ่งนี่ไปต่อ 
Deacon – แน่ใจนะว่าเข้ารกเข้าพงแบบนั้นแล้วจะไม่หลงน่ะ?
Skizzo – นายมากับชั้นไม่ต้องกลัวหลงหรอกน่า 



Deacon – เดี๋ยวนี่แกแน่ใจนะว่าไปถูกทาง ?
Skizzo – ถูกสิ ทำไมนายถึงคิดว่าไม่ใช่ล่ะวะ
Deacon – ก็สมัยก่อนชั้นก็เคยขี่ผ่านเส้นนี้มาก่อน  
Skizzo – อะไรนะ?
Deacon – ก็เมียชั้นเคยทำงานที่ห้องทดลองแถวๆนี้ ทางตะวันออกของ Iron Butte Lodge ไง สาบานเลยว่า จะเจออาคารขนส่งสินค้าถัดจากนี้ไปแน่นอน
Skizzo – เออๆ รีบไปต่อเถอะน่า บอกว่าทางนี้ก็ทางนี้สิวะ 
Deacon – เสียงแตร? พวก Ripper มันส่งเสียงล่อ Freaker มาที่นี่ทำไมวะเนี่ย?


                                                         Skizzo – แม่งเอ้ย !!
                                                    Deacon – ไอ้พวกวิปริตเอ้ย !!



Deacon – พอเลย !! ชั้นจะช่วยเธอเอง !
Skizzo – เฮ้ย ไม่ๆๆ อย่าเข้าไปยุ่ง ถ้าพวกมันมาเจอก็เท่ากับว่าเราเป็นคนเริ่มสงครามเลยนะ !!
Deacon – ขอเวลาแค่แปบเดียวน่า 
หญิงที่ถูกทรมาน – ได้โปรดดดด !!! ใครก็ได้ช่วยด้วยยยยย !!
Skizzo – ไม่เอาน่า เราไปกันเถอะ 
Deacon – ไม่ๆ เราจะไม่ทิ้งเธอไว้ให้ Freaker แน่ 
Skizzo – อะไรนะ ก็ชั้นบอกแล้วไงว่า ... 
Deacon – Skizzo เราจะไม่ทิ้งเธอเข้าใจมั๊ย?
Skizzo – เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำแบบนี้นะ !! ..... พระเจ้า .... เออ ก็ได้ๆๆ 


Skizzo – ชูววว เงียบๆสิ .... ดูเหมือนขาเธอจะหักแล้วนะ เธอคงไปไหนไม่ได้แล้วล่ะเพื่อน  เราต้องไปกันแล้วนะ จะทำอะไรก็รีบทำ ...




Deacon – เฮ้ๆ ทำใจดีๆนะ เธอจะไม่เป็นไรหรอก ทุกอย่างจะโอเค ทุกอย่างจะโอเค ...ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะต้องโอเค แม่งเอ้ยยย ....


Skizzo – เราต้องไปกันแล้ว ... นายโอเคนะ?
Deacon – เออ โอเค 
Skizzo – นายทำสิ่งที่ถูกแล้วล่ะ .. 
Deacon – ช่างมันเถอะ Skizzo
Skizzo – เราก็ทำได้เท่าที่เราทำได้นั่นแหละ 
Deacon – ชั้นบอกให้ ช่างมันไง !! 



Deacon – ชิบหายแล้ว หมอบลงๆๆ !!
Skizzo – เดี๋ยว อะไรๆ พระเจ้า อะไรอีกล่ะทีนี้ ??  ... โอ้ พระเจ้านั่นมันฝูง Horde นี่หว่า 
Deacon – ไม่ๆ มันไม่ใช่ Horde
Skizzo – แล้วมันจะเป็นห่าอะไรได้ล่ะ?
Deacon – พวก Ripper 
Skizzo – ห๊ะ งั้นเรารีบไปต่อกันเถอะ !!


                   Story Mission: IT WAS THE ONLY WAY


Skizzo –  พวกแม่งนี่โคตรบ้าเลยจริงๆวะ  ... นายเคยเจอหัวหน้าของพวกมันมั๊ยอ่ะ Carlos น่ะ?
Deacon – ไม่เคย  
Skizzo – ไอ้นั่นยิ่งบ้ากว่าไอ้พวกนี้เยอะเลยจะบอกให้ มีแผลเป็นทั่วไปหมดทั้งตัวทั้งหน้าหลังตามแขนขา ชั้นถึงบอก Mike มาตลอดไงว่าจะทำสัญญากับไอ้คนบ้าพวกนี้งั้นหรอ 
Deacon – ชั้นบอกแกไว้ก่อนเลยนะ Skizzo ชั้นจะไม่ร่วมต่อต้าน Iron Mike เข้าใจตามนั้นนะ 



Skizzo –  แม่งเอ้ย เปิดไม่ได้ มาเถอะ มันต้องมีทางอื่นที่เข้าได้อยู่บ้างแหละน่า  
Deacon – ลองสำรวจให้ทั่วๆดูก่อนดีกว่า
Skizzo – นายหมายความว่าไง   
Deacon – ก็เรายังไม่รู้เลยว่าข้างในอาคารนั่นมันมีอะไรอยู่บ้าง เราเลยต้องสำรวจดูให้ดีก่อนไง อย่างน้อยๆก็ได้สำรวจหาเก็บของใช้ต่างๆไปในตัวด้วย 
Skizzo – เออ ว่าไงก็ว่าตามกัน ลองสำรวจให้ทั่วๆดูว่าจะเจออะไรบ้าง

Skizzo – โอเค ทางนี้เปิดได้ 
Deacon – เดี๋ยวๆ เรายังไม่รู้เลยว่าข้างในมีอะไรบ้าง
Skizzo – ไม่มีหรอกน่า ทางสะดวก นี่มันตอนกลางคืนนะ ไม่มีพวก Freak อยู่ในนี้ชัวร์ 



Deacon – เฮ้ ทางนี้ มาช่วยชั้นหน่อย เราจะเข้าไปด้านในกัน 
Skizzo – ไม่รู้วะ จะดีหรอวะ?
Deacon – มาเถอะน่า ช่วยกันยก นึง ส่อง 

Skizzo – เฮ้ย เสียพวก Newt !! นี่เราต้องเข้าไปในนี้กันจริงๆหรอวะ?
Deacon – แล้วเรามีทางเลือกอื่นอีกรึไงล่ะ? ... อึ๊บบบ เอาล่ะ เดี๋ยวชั้นจะยกไว้ให้ส่วนนายมุดเข้าไปข้างในแล้วกัน
Skizzo – ไม่ๆ ชั้นว่านายนั่นแหละมุดเข้าไปจะดีกว่านะ เดี๋ยวชั้นยกให้เอง ไปๆๆๆๆ ... เอาล่ะ รอชั้นแปบนะ แม่งเอ้ย หลุดมืดอีก ช่วยกันดึงสิ อึ๊บบบบบ 
Deacon – ไม่ได้ มันติด ... ไม่เป็นไรๆ นายอ้อมไปอีกด้านเดี๋ยวชั้นจะหาทางไปเปิดประตูจากด้านในนี้ ให้ ...... ชิบหายแล้ว ...


ทันทีที่ Deacon หลุดเข้ามาในโกดังโดยการพลักใสของ Skizzo เขาก็ต้องเจอกับ NEWTS จำนวนมากรออยู่ด้านใน ภายในพื้นที่แคบ NEWTS จะน่ากลัวสุดๆ แม้มันจะไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรมากมาย แต่เรื่องทำให้เสียเวลาและน่ารำคาญพวกมันทำได้ดีอยู่ จัดการพวกมันให้หมดแล้วเข้าไปด้านในจนถึงประตูอีกฝั่งของโกดังเพื่อเปิดประตูให้ Skizzo เข้ามา


Deacon – ทางนี้ 
Skizzo – พระเจ้า นายโอเคนะ?
Deacon – โอเค ก็แค่ NEWTS ตัวเล็กๆแค่นั้นเอง ใช่มั๊ยล่ะ? เข้ามาช่วยกันหาสายชนวนนั่นให้เจอเร็วๆเถอะ 
Skizzo – นายคิดว่ามันจะอยู่ตรงไหนหรอ? 
Deacon – ห้องทำงานโพว์แมนบนนั้นไง ถ้าสายชนวนมันมีจริงๆมันก็น่าจะอยู่ที่นั่นแหละ มานี่ ชั้นจะดันนายขึ้นไปเอง แล้วก็หาอะไรที่พอจะใช้ปีนขึ้นไปได้โยนลงมาให้ชั้นด้วยนะ 



Skizzo – บิงโก ! เจอจนได้ เอาล่ะนายถือฝากล่องให้หน่อยเดี๋ยวชั้นจะเอามาขึ้นมาเอง 
Deacon – ให้ชั้นหยิบมันขึ้นมาเองก็จบ นายไม่เชื่อใจชั้นหรอวะ?
Skizzo – เชื่อใจสิวะ เอาล่ะ ได้ของที่ต้องการแล้ว เราออกจากที่ห่านี่กันเถอะ 



Deacon – แต่ยังไงซะ ... ชั้น เอ่อ ชั้นก็ต้องขอบใจนายมากนะที่ออกมาทำภารกิจนี้ด้วยน่ะ Skizzo
Skizzo – ชั้นก็แค่ ... ไม่เอาน่า 
Deacon – ชั้นหมายถึงชั้นกับ Boozer ไม่ได้ถูกต้อนรับใน Lost Lake เท่าไหร่
Skizzo – ช่างมันเถอะ โอเค๊?



Deacon – เอาล่ะ  Skizzo ถ้าเรากลับถึงแค้มป์แล้วทำไมนายไม่ .... 
Skizzo – ขอโทษด้วยนะเพื่อน ชั้นไม่มีทางเลือกจริงๆวะ


                          Carlos – แกรู้มั๊ยว่าข้าคือใคร ?

                                        
 Deacon – ไม่ .. เพราะชั้นคิดว่า Rippers มันไม่ต้องมีชื่อ ..
Carlos – เราต่างก็อยู่ใน วิถี นั่น ... สาวกของข้า ต่างก็ไร้ซึ่งนามของตัวเอง ยกเว้นข้า ในตอนนี้ ..
Deacon – นายคือ เอ่อ ... Carlos ใช่มั๊ย?


                                                       Deacon – Jessie !?
                                                   Carlos – นายจำได้แล้วสินะ 
                                            Deacon – Jessie นี่มันห่าอะไรวะเนี่ย? 



Carlos – ชั้นเก็บชื่อเสียงเรียงนามเอาไว้ และ ชั้นก็เก็บความทรงจำเอาไว้ ความทรงจำที่ว่า ทำไมนายกับ Boozer แล้วก็ Jersey Jim ถึงช่วยกันกดชั้นเอาไว้แล้วให้ Jack เอาคบไฟมาเผาหลังของชั้น ... 
Deacon – Jessie นั่นมันเรื่องนานมาแล้วนะ พวกเราไม่ได้ตั้งใจที่จะ ... อ๊ากกกกก !!!



Carlos – ช่ายยย ชั้นยังจำเสียงกรี๊ดร้องนี้ได้ดีเลยล่ะ แล้วชั้นก็ยังจำบางสิ่งที่ชั้นได้เรียนรู้ในตอนนั้น บางสิ่งที่สำคัญมาก ว่า ทุกๆอย่างเกี่ยวกับแก ทุกๆอย่างที่ทำให้แกเป็นแกเหมือนทุกวันนี้ แม่งเผาไหม้ได้ เผามันจนไม่มีอะไรเหลือ แม้แต่ชื่อของแก นั่นก็เหมือนที่พวก Freak เป็น นายรู้มั๊ย เรื่องนี้ชั้นก็ได้เรียนรู้มันเหมือนกัน นั่นแหละที่ว่า ทำไมพวกเราถึงต้องการเป็นเหมือนพวกมัน 



Deacon – นี่ตกลงแกจะทรมานให้ชั้นตายหรือจะพล่ามให้น้ำลายทั่วชั้นตายก่อนกันแน่วะ? 
Carlos – โอ้ ไม่ต้องกลัว Deacon St. John เราจะทำให้แกตายแน่นอน แต่เราจะไม่ให้แกตายแค่คนเดียวหรอกถ้ายังไม่ได้ตัว Boozer มาร่วมด้วยแบบครบทีม เราจะจบเรื่องนี้ด้วยกัน เราทั้งสามคน



Carlos – แค่คนนึงตายแล้วยังไง ในเมื่อยังเหลืออีกเป็นโหล ใช่มั๊ย .... หรืออาจจะมากกว่านั้น  นี่มันเรื่องบ้าบอฉิบเป๋งเลย เราสามคน แก ชั้น แล้วก็ Boozer เรายังไม่ตาย และกำลังจะกลับมารวมกันอีกครั้งในวันสิ้นโลก 
Deacon – ที่แกทำกับ Boozer ยังไม่พอใจอีกหรอวะ !!?
Carlos – บังเอิญว่ายังวะ และตอนนี้มันก็ยังไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย แต่ อีกไม่นานหรอก 




                                   Liza – ชั้นเห็นคุณถูกพวกมันจับตัวมา 



                                                     Deacon – Lisa ??



Liza –  ไม่ นั่นไม่ใช่ชื่อชั้น ชั้นอยู่ในวิถีแห่ง Ripper ตอนนี้ชั้นไม่มีชื่ออีกแล้ว เหมือนกับสาวกคนอื่นๆทุกคน  ..... ทุกคนที่ชั้นรักและต้องคอยห่วงใยได้ตายไปหมดแล้ว 
Deacon – Lisa ฟังชั้นก่อน ...
Liza – คุณรู้มั๊ยว่าทำไมชั้นถึงอยากจะเป็นเหมือนพวกนั้น? เหมือนพวก Freaks?
Deacon – ไม่ ...



Liza – เพระพวกเขาจำไม่ได้อีกต่อไปแล้วว่าได้สูญเสียอะไรไปบ้าง ไม่แม้แต่ ใคร ที่พวกเขาเคยสูญเสียไป


         STORYLINE – YOU’RE SAVE NOW  

                            Story Mission: I KEPT MY NAME

ทันทีที่ Liza ให้โอกาส Deacon ในการหนีออกจากที่นี่พร้อมกับมีดสั้นติดตัว จากนั้นก็ลอบจัดการศัตรูตามทางเพื่อออกจากอาคารโดยห้ามให้ Ripper ที่อยู่ระหว่างทางเจอตัวเด็ดขาด


 ทันทีที่ออกจากอาคารมาได้แล้ว สิ่งแรกที่ Deacon จะต้องทำก็ตามหาเสื้อผ้าและอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดที่ถูกชิงไปกลับคืนมาก่อน ลอบเข้าไปยังจุดวงกลมสีเหลืองในพื้นที่ Deacon จะแกะรอยไปจนพบหมวกใบโปรดของเขาที่มี Ripper คนนึงกำลังชื่นชมมันอยู่ในอาคารหลังนึง


                                            Deacon – ขอคืนแล้วกันนะ !!




Deacon – อยากจะถามอะไรแกอย่างนึง สัญญากันภาษาอะไรวะแกถึงจับชาวบ้านมาทำร้าย มาฆ่าอย่างเมามันแบบนี้ ปล้นพวกเขาจนหมดตัวแล้วเอาทุกอย่างเผาลงในกองไฟ เนี่ยนะที่ตกลงกัน? โคตรแม่งเอ้ย 



Deacon – อ่อ ชั้นมีอีกคำถามนึง เสื้อของชั้นอยู่ที่ไหนวะ ??
Ripper – เสื้ออะไร !??
Deacon – เสื้อแจ็กเก็ตหนังของชั้น เสื้อแจ็กเก็ตหนังห่านั่นอยู่ไหน !! ใครเอามันไปบอกมา !!
Ripper – ข้าไม่รู้ !!
Deacon – งั้นก็ได้ !!
Ripper – เดี๋ยวๆๆๆ เขาไปทางซ้าย คนที่เอาเสื้อไปเขาออกจากบ้านไปทางซ้ายเมื่อไม่นานนี้เอง ... มาเข้าร่วมกับเราเถอะเพื่อน ... อ๊ากกกก !!!

จากนั้น Deacon จะแกะรอยตามหาคนที่เอาเสื้อแจ็กเก็ตหนังของเขาไปต่อ แกะรอยจากเบาะแสในบ้านแล้วลอบตามรอยมาทางซ้ายของบ้านจนพบ Ripper ตัวเป้าหมายที่บังอาจขโมยเอาเสื้อแจ็กเก็ตหนังของเขาไปอยู่ในบ้านหลังนึง


Deacon – ไง ! ช่วยทำอะไรให้อย่างสิ ...ถอดเสื้อของกูออก
Ripper – อ๊ากก พวกเราจะฆ่าแกคอยดู !! 
Deacon – ขอบคุณ .... แล้วก็ช่วยตายล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกันนะ ...


เมื่อได้เสื้อผ้าและอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดกลับมาแล้ว Deacon ก็ไม่รอช้ารีบหาทางหนีออกจากแค้มป์ของ Ripper ทันที แต่ในขณะที่กำลังลอบออกจากพื้นที่จะได้ยินเสียง Lisa ร้องให้ช่วย Deacon จึงรีบแกะรอยตามเสียงของเธอไป จนพบ Lisa ถูกพวก Ripper ลากตัวเข้ามาที่บ้านหลังนึงเพื่อนที่จะฆ่าทิ้ง โชคดีที่ Deacon เข้ามาส่งได้ Ripper ชั่วลงนรกจนสามารถข่วย Lisa เอาไว้ได้ทัน


Deacon – Lisa ฟังนะ ฟังชั้นก่อน Lisa โอเค ฟังนะ ตอนนี้พวกมันคงรู้แล้วว่าเธอเป็นคนช่วยปล่อยชั้นออกมา ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้วนะ มาเถอะ รีบหนีออกจากที่นี่กัน !!
Lisa – ไม่ !!!
Deacon – เออ ก็ได้ !! ถ้าไม่อยากมากับชั้น งั้นก็รีบหนีไปซะ เธอจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้วเพราะมันจะฆ่าเธอ เข้าใจที่พูดมั๊ย? หนีไปซะ !!!
Lisa – เข้าใจแล้ว ..
Deacon – ดี !! งั้นรีบหนีไปซะ ! ไป !!



Deacon – เอาล่ะ ฟังนะ วิ่งหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วพยายามอยู่ห่างถนนเอาไว้ วิ่งต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่าหยุด !! เข้าใจมั๊ย? ไปได้แล้ว !! 


             Story Mission: SHOULD HAVE SEEN IT COMING


ไม่ว่าหนทางข้างหน้า Lisa จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ยังดีกว่าปล่อยให้เธอตายโดยไอ้พวกชั่วช้าที่นี่ Deacon จึงจำต้องลาจากกับ Lisa อีกครั้งเพราะความไม่มั่นคงทางจิตใจที่จะอยู่กับใครอีกจนต้องยอมปล่อยเธอให้ไปตามทางที่เธอต้องการ ก่อนที่จะรีบเตรียมสะสมกระสุนและอุปกรณ์ต่างๆที่มีอยู่มากมายในลังเพื่อเตรียมพร้อมหาทางกลับไปยังจุดที่มอเตอร์ไซด์จอดอยู่เพื่อรีบกลับไปที่ Lost Lake Camp ให้ทันเพื่อเตือนพวกเขาเรื่องที่พวก Ripper ที่ชั่วร้ายกำลังจะบุกเข้าไปเพื่อจับตัว Boozer ออกมา


Deacon – Boozer ถ้านายได้ยินแล้วตอบด้วย ด่วนเลย  ไอ้เหี้ย Skizzo มันขายชั้นให้พวก Ripper แล้วตอนนี้พวกมันก็กำลังบุกไปที่แค้มป์เพื่อจับตัวนาย รีบเตือน Mike ด่วนเลย !!

จากนั้นก็เดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจตรงที่เคยจอดรถมอเตอร์ไซด์ทิ้งเอาไว้ ระหว่างทางจะเจอจุด Nero Checkpoint อยู่ที่บริเวณ Rogue Tunnel


เมื่อสำรวจศพของเจ้าหน้าที่ของ NERO ตรงทางเข้าก็จะเป็นการปลดล็อกภารกิจ World’s End ที่ Rogue Tunnel Nero Checkpoint ขึ้นมา



           Storyline World’s End : Rogue Tunnel Nero Checkpoint 

จัดการ Ripper ที่คุมอยู่ด้านใน Rogue Tunnel Nero Checkpoint ให้แล้วหาแกลลอนน้ำมันมาใส่ที่เครื่องปั่นไฟ ทำลายลำโพงแล้วเปิดเครื่องปั่นไฟเพื่อเข้าห้องทำงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Nero Mobile Medical Unit)  สำรวจเก็บ Nero Injector ที่อยู่ด้านในมาอัพเกรดสเตตัสของตัวเองได้เลย



              STORYLINES - KEEP THEM SAFE 


                 Story Mission: RIDERS SENT TO FIND YOU




Deacon – Boozer ได้ยินมั๊ย? ... Rikki ทราบแล้วเปลี่ยน .. Lost Lake Camp มีใครได้ยินมั๊ยตอบด้วย 
Rikki – Deek หรอ?
Deacon – เออ ชั้นเอง .... เดี๋ยวนะๆๆ แปบนึง !!

Deacon ตะเกียดตะกายท่านกลางอาการบาดเจ็บจากการถูกทรมานฝ่าดงพวก Ripper เพื่อกลับมาที่รถมอเตอร์ไซด์ให้เร็วที่สุดเพื่อรีบเดินทางกลับไปเตือนเพื่อนๆที่ Lost Lake Camp ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง แต่โชคยังดีทันทีที่เข้าถึงมอเตอร์ไซด์คู่กาย Rikki ก็รีบวิทยุติดต่อมาหาในทันทีพร้อมทีมออกค้นหาที่เธอส่งมาก็เดินมาถึงพอดี


Rikki – Deek Mike ส่งทีมนักบิดออกไปค้นหานายแล้วแล้วนะ
Deacon – Rikki พวก Ripper กำลังบุกไปจับตัว Boozer ที่แค้มป์แล้วนะ ระวังตัวด้วย !!
Rikki – อะไรนะ Deek?  .... ไม่ๆๆๆๆๆๆ !!
Guard – เฮ้ๆพวกเรา อย่าเพิ่งยิง นั่น Deacon ... Iron Mike ส่งเราออกมาตามหานายน่ะ !! ระวัง !! พวก Ripper ตามมาแล้ว !!!
Deacon – ขับต่อไป เราต้องรีบกลับไปที่แค้มป์ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวชั้นจัดการพวกแม่งให้เอง !!!



Guard – พวกเราจะช่วยจัดการพวกมันเอง !!
Deacon – ไม่ๆ ขับต่อไป ขับต่อไป รีบกลับไปที่แค้มป์ !! เราใกล้จะถึงแล้ว
Guard – Ripper ตามมาอีกเพียบเลย !!
Deacon – เออ เห็นแล้ว ขับต่อไปอย่าหยุด !!



Deacon – มันตั้งใจมาขัดขวางเรา ขับต่อไปอย่าหยุดเข้าใจนะ !! ชั้นจัดการพวกมันเอง พวกนายรีบไปทางประตูฝั่งตะวันออก เข้าไปที่ทางเข้าหลักตรงสะพานเลย !! ชั้นจะล่อพวกมันเอาไว้ให้ เสร็จแล้วเดี๋ยวจะรีบตามไป เดี๋ยวชั้นจะเดินเท้าเข้าทางบึง ถ้านายเจอ Boozer รีบบอกให้เขาหนีไป พวก Ripper กำลังมาจับตัวเขา เข้าใจแล้วนะ !!
Guard – เข้าใจแล้ว ! โชคดีนะ Deek !!
Deacon –  อ่อ ถ้าเจอไอ้ Skizzo ก็ฆ่าไอ้ห่านั่นได้เลยนะ 


Deacon –  เฮ้ๆๆๆ เธอไม่เป็นไรนะ? ใจเย็นเธอปลอดภัยแล้ว ฟังนะๆ ผมกำลังตามหา Boozer กับ Skizzo คุณรู้จักใช่มั๊ย?
ผู้หญิง – รู้ค่ะ 
Deacon – รู้มั๊ยพวกเขาอยู่ที่ไหน?
ผู้หญิง – ไม่รู้ ชั้นไม่รู้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากเลย !! อยู่ๆพวก Ripper ก็บุกเข้ามาในแค้มป์เต็มไปหมด !! แล้วก็จับพวกเราฆ่าที่ละคนทีละคน มันจับ Jen .. Eric .. Blake พระเจ้า ...
Deacon – เอาล่ะ ฟังนะ คุณชื่ออะไร?
Nicole – Nicole 
Deacon – โอเค Nicole คุณใช้ปืนเป็นใช่มั๊ย? เอาล่ะ ผมอยากให้คุณขึ้นไปที่หอคอยนั่น แล้วเล็งลงมาข้างล่าง ถ้ามี Ripper ตัวไหนผ่านมาก็ฆ่าแม่งให้หมด โอเค๊ เดี๋ยวผมจะรีบไปช่วยเพื่อนคุณให้เอง เอาล่ะ ไปได้แล้ว !!


                   Story Mission: THEY WILL NEVER STOP 


จากนั้นลุยเข้าไปในแค้มป์จัดการพวก Ripper ที่ขวางทางเพื่อเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจเพื่อช่วยเหลือคนในแค้มป์ที่ถูกจับตัวไป


ทันทีที่แงะประตูเข้าไปได้รับใช้ Focus สโลว์เวลายิงไปที่ Ripper ที่กำลังจับคนเป็นตัวประกันก่อนที่พวกเขาจะถูกฆ่าตาย


ตัวประกัน – ขอบคุณค่ะ
Deacon – เงียบๆ ยังไม่ใช่เวลาจะมาขอบคุณในตอนนี้หรอกนะ พวกเธอเป็นเพื่อนของ Nicole ใช่มั๊ย? เอาล่ะฟังนะ รีบหนีออกไปทางตะวันตกตรงประตูหลังด้านที่มีบึงด่วนเลย Nicole อยู่บนหอคอยคอยจัดการพวก Ripper อยู่ ไปช่วยเธอจัดการพวกมัน ชั้นไม่ต้องการให้มีพวก Ripper เข้ามาเพิ่มอีก เข้าใจนะ 



Deacon – Rikki ตอบด้วย ได้ยินมั๊ย ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?
Rikki – Deek พระเจ้า ชั้นนึกว่าเสียนายไปแล้ว 
Deacon – Boozer อยู่ไหน Rikki ? แล้วไอ้ Skizzo ล่ะ?
Rikki – ชั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เห็น Skizzo ไปกับ Boozer 
Deacon – เขาไปที่ไหนกัน Rikki ?
Rikki – ชั้น .. ชั้นไม่รู้ ...แต่ Deek ตอนนี้พวก Ripper มันกำลังบุกเข้าไปถึงสถานพยาบาลของเราแล้วนะ !!
Deacon – แม่งเอ้ย !! รอแปบนะ ชั้นกำลังจะรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้เลย รอชั้นก่อน 


Rikki – อย่านะ !! ปล่อยเธอไปเดี๋ยวนี้ !!
Addy – ได้โปรด .. อย่าฆ่าชั้นเลย ..
Ripper – พวกแกต้องตายกันหมด ตายกันหมดแน่นอน !!!
Rikki – ไม่ๆ Deek อย่าเพิ่งๆ



ชาวบ้าน – ลดอาวุธลงทุกคน มีการสั่งให้สงบศึกชั่วคราว !!!
Rikki – ชั้นนึกว่าเธออยู่ข้างในสถานพยาบาลซะอีก Addy 
Addy – ชั้นได้ยินคนร้องให้ช่วยก็เลยออกไปช่วยน่ะ ชั้นปล่อยให้เขาตายไม่ได้หรอก 
Deacon – เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยวก่อนๆ ทำไมอยู่ก็หยุดยิงล่ะ?
ชาวบ้าน – มันจบแล้ว ตอนนี้ Iron Mike กำลังเจรจาสงบศึกกับพวก Ripper ในกระท่อมหลังใหญ่อยู่
Rikki – อะไรนะ เจรจาบ้าอะไรอีกล่ะ? มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
Deacon – งั้นไปหาคำตอบกัน !


Skizzo – Mike นี่มันแค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่า พวกเขาก็แค่จะ ... อั๊กกก !!!!
Iron Mike – มันโจมตีแค้มป์ของชั้น ฆ่าคนของชั้นแล้วแกยังจะมาบอกว่าแค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยอีกหรอ !!!
Carlos – ก็พวกแกระเมิดสัญญาเอง พวกแกเข้าไปในถิ่นของเราก่อนนะ !!
Iron Mike – สัญญาที่มีร่วมกันหรอ? แกมันโกหกไอ้ลูกหมาเอ้ย !
Carlos – พวกแกเข้ามาขโมยของของข้า ฆ่าคนของข้าเหมือนกันนั่นแหละ !!
Skizzo – Mike ฟังผมก่อนสิ ผมตกลงกับพวกเขาแล้วนะ



                                 Iron Mike – โว้ๆๆๆๆ ใจเย็น Deek ลดปืนลงก่อนทุกคน !!
                                                 Carlos – พวกเราลดอาวุธลงก่อน !! 



Deacon – เอาล่ะ Skizzo ไหนลองบอกสิว่ามึงไปตกลงอะไรกับพวกมัน ทำไมไม่บอกทุกคนไปเลยล่ะว่านายขายเราให้พวก Ripper ห่านั่นยังไง?
Skizzo – แกต้องการอะไรจากชั้นวะ?? 
Deacon – ต้องการอะไร? โห่ ไม่เอาน่า Skizzo บอกพวกเขาไปให้หมดหรือจะให้กูตัดสิ้นมึงทิ้ง !!
Skizzo – โอเคๆๆๆ ผม ผมตกลงกับ Carlos เอาไว้ ...Mike แต่มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ ผมไม่ได้ขายทุกคนในแค้มป์นะ ผมสาบาน ก็แค่พวกมัน 2 คน Boozer กับ Deacon ..แค่นั้นแหละที่พวกเขาต้องการ ผมก็แค่อยากรักษาแค้มป์เราเอาไว้ อยากจะช่วยแก้ไขให้สัญญาเป็นไปอย่างเดิมหลังจากที่ไอ้ 2 ตัวนี่มันทำชิบหายหมด 



Iron Mike – Deek .. ดีใจที่นายยังไม่ตายนะ แต่ ปล่อยมันก่อน Deek ชั้นขอ .. Deek ได้โปรด ! เอาล่ะ ที่นี้ ชั้นอยากรู้ว่าเขาพูดเรื่องจริงใช่มั๊ยเรื่องทำสัญญากับพวกแกน่ะ?
Carlos – ใช่ เรื่องจริง 
Iron Mike – โอเค งั้นเราจะให้ Deek , Boozer กับพวกแก แต่พวกแกจะต้องไม่มายุ่งกับ Lost Lake อีก 
Carlos – เจ้าจะได้ความสงบสุขนั้น ข้าให้สัญญา 
Iron Mike – ว่าแต่ .. มันจะเป็นอย่างงั้นจริงๆหรอ ไอ้สัญญิงสัญญาห่าเหวอะไรจากปากของแกน่ะ 


Iron Mike – ไปตายห่าซะ !! ชั้นไม่ต้องการให้พวกแกบุกเข้ามาที่นี่พร้อมธงที่เปื้อนเลือดกับความต้องการห่าเหวอะไรอีกแล้ว ไม่ใช่กับชั้น ! ชั้นไม่สนหรอกว่าแกจะคิดว่าเด็กๆของชั้นไปทำอะไรมา และชั้นไม่แคร์ด้วยว่าแกจะต้องการอะไรหรือใคร ชั้นรู้แค่ว่า พวกแกจะไม่มีวันได้ใครหรือห่าอะไรไปจากที่นี่แน่นอน !!
Skizzo – Mike ได้โปรด ใจเย็นก่อน ..
Carlos – แต่เราตกลงกันแล้วนะ 
Iron Mike – ไม่ Carlos ขอตกลงเดียวที่เราจะมีคือ เอาคนของแกทั้งหมดไสหัวไปจาก Lost Lake เดี๋ยวนี้ !! ไม่งั้นก็ตายห่ากันให้หมดที่นี่ตอนนี้ให้มันจบๆไปเลย
Carlos – แล้วขอตกลงของเรายังคงอยู่ใช่มั๊ย? 
Iron Mike – มันจะยังคงอยู่เสมอตราบที่ชั้นยังมีชีวิตอยู่ 
Carlos – โอเค .. วันนี้พอแค่นี้ ...



                            Deacon – เฮ้ เอ่อ .. เรื่องของเรายังไม่จบใช่มั๊ย .. Carlos ?



                                     Carlos –  รีบหนีให้ไวเลยนะพวก 



Skizzo – คือ Mike ฟังนะ ผมแค่อยากจะบอกว่า ...... อั๊กกกก !!!
Iron Mike – จับมันไปขังเอาไว้ !! 
Deacon – ไม่ต้องขงต้องขังแล้วเดี๋ยวพวกผมจัดการเอง !!!



Iron Mike – ไม่ต้องไปยุ่งกับมันนะ !! ชั้นพยายามบอกกับพวกนายเสมอ ไอ้หนู แต่พวกนายไม่เคยฟังกันเลย เราจะไม่ทำแบบนี้กันที่นี่ เราไม่ใช้วิธีชีวิตแลกชีวิต และเราก็จะไม่ฆาตกรรมใครอย่างเลือดเย็น .. เอามันไปขังเดี๋ยวนี้ !! เราจะให้ความยุติธรรมกับเขาเหมือนกับคนที่เจริญแล้วเขาทำกัน !! และเขาจะได้รับผลกรรมจากสิ่งที่เขาทำลงไปแน่นอน !! 



Skizzo – อย่ามาแตะต้องตัวชั้น ผมจะไม่ขอโทษ Mike ไม่มีวัน แม่งเอ้ย ผมพยายามช่วยแค้มป์ของเราจริงๆนะ ! พวก Ripper มันจะไม่หยุดหรอก พวกมันไม่มีทางหยุดแค่นี้ Carlos ไม่มีวันเลิกราแน่นอน !! คุณได้ยินผมมั๊ย พวกมันจะไม่มีวันหยุดแค่นี้ !!!!


Boozer – นายรู้ใช่มั๊ยไอ้ Carlos นั่นคือใคร?
Deacon – Jessie 
Boozer – ใช่เลย 
Deacon – และดูเหมือนว่าเรากำลังทำให้เจ้าลัทธิวันสิ้นโลกต้องงานยุ่งกว่าเดิมแล้วสินะ แต่มันจะต้องได้รับผลกรรมที่มันทำไว้กับชั้นแน่นอน 
Boozer – ไอ้แม่เย็ดเอ้ย !!
Deacon – แถมมันยังรู้เรื่องของเรามาก่อนหน้านี้ซักพักแล้วด้วย ในคืนนั้นที่ Crazy Willie มันไม่ใช่การที่พวก Ripper เข้ามาโจมตีโดยบังเอิญแน่นอน 
Boozer – แล้วไอ้ Skizzo มันก็ยังขายเราให้มันอีกล่ะ ? พวกเขาพามันไปขังไว้ที่ไหนวะชั้นจะตามไปหักคอมันให้ตายคามือเลย 



Deacon – ไม่ๆ อย่าเพิ่ง เรื่อง Skizzo ปล่อยเอาไว้ก่อน ตอนนี้นายไปหาอาวุธ กระสุนที่พอจะหาได้ให้มากที่สุดเตรียมเอาไว้ก่อน 
Boozer – เดี๋ยว นายคิดจะทำอะไร? แต่ชั้นได้กลิ่นว่ามันต้องเป็นความคิดที่แย่มากแน่ๆ
Deacon – ช่ายๆ มันเป็นความคิดที่แย่มากๆเลยล่ะ แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องทำอยู่ดี เดี๋ยวชั้นจะไปเอาระเบิดที่กระท่อมเก็บของแล้วก็สายชนวนจากกระท่อมของ Skizzo มาก่อน แล้วค่อยไปเจอชั้นที่ทางออก เดี๋ยวจะอธิบายแผนให้ฟัง 


Rikki – Deek ได้ยินแล้วตอบด้วย 
Deacon – ได้ยิน คืองี้นะ Rikki ตอนนี้ชั้นค่อนข้างๆจะยุ่งๆหน่อย 
Rikki – ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่อ่ะ ชั้นเห็นมีคนคุมตัว Skizzo ไปขัง 
Deacon – ดีแล้ว ... แต่ชั้นยังไม่มีเวลาจะอธิบายตอนนี้หรอกนะ
Rikki – แถมไอ้ Carlos ก็ยกพวกกลับเฉยเลยหลังจากบุกมาถล่มเราซะเละแบบนี้ 
Deacon – ทำไมเธอไม่ลองถาม Iron Mike ดูล่ะว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น
Rikki – ถามแน่ แต่ตอนนี้ชั้นอยากจะคุยกับนายก่อน ชั้นไม่อยากให้นายไปทำอะไรบ้าๆตอนนี้อ่ะนะ 
Deacon – ชั้นก็คุยกับเธออยู่นี่ไง
Rikki – คุยแบบเจอหน้ากันน่ะ Deek เรื่องนี้มันสำคัญมากนะ 
Deacon – ตอนนี้อะไรมันก็สำคัญทั้งนั้นแหละ โทษทีนะ Rikki ชั้นคงต้องขอตัวก่อน เดี๋ยวเอาไว้ค่อยคุยกัน 


ก่อนจะเลือกไปทำภารกิจอื่นๆต่อ กำหนดภาริจ  STORYLINE – KEEP YOUR FRIENDS CLOSE เพื่อแวะไปทักทาย Skizzo ที่ถูกขังอยู่เสียก่อน เพราะหากไปทำภารกิจอื่นก่อน ภารกิจย่อย KEEP YOUR FRIENDS CLOSE ก็จะหายไปไม่สามารถทำได้อีกเพราะ Skizzo จะถูกปล่อยตัวไปก่อน


          STORYLINE – KEEP YOUR FRIENDS CLOSE

                             Story Mission: Like Your New Digs?



Deacon  - ไง Skizzo ? ข้างในเป็นไงบ้าง กำลังขุดหาข้อมูลใหม่อยู่รึไง?
Skizzo - Deek .. Deek หรอ? คุยกับชั้นหน่อย เพื่อน นายก็รู้ว่าชั้นทำไปเพราะอะไร 
Deacon  - อย่างแรกเลยนะ กูไม่ใช่เพื่อนมึง และใช่ กูว่ามึงทำไปเพราะอะไร
Skizzo - Deek ไม่เอาน่า นี่มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวนะ นายก็รู้ มันไม่มีทางเลือกจริงๆ พูดกับ Iron Mike ให้หน่อย ได้โปรด ขอร้องล่ะ บอกเขาว่าชั้นทำไปก็เพื่อแค้มป์ของเราจริงๆนั่นแหละที่ชั้นต้องการ 
Deacon  - อ๋อ กูพูดกับ Iron Mike แน่ๆ แต่ต้องรอให้เขาตัดสินว่ามึงผิดก่อนนะ แล้วกูจะพูดกับเขาขอตัวมึงให้กู รอก่อนนะ ไม่เกินเที่ยงคืน กูกับ Boozer จะกลับมาช่วยกันจับมึงมัดแล้วเอาไปปล่อยกลางถนนยืนรอให้พวก Horde มารุมแดกมึงให้สะใจเลย
Skizzo - Deek ไม่เอาน่าเพื่อน ฟังชั้นหน่อยสิ !!
Deacon  - อยากจะรู้จังว่ามึงจะรู้สึกยังไงตอนถูกรุมฉีกแขนฉีกขากินทั้งเป็น 
Skizzo - ชั้นก็พยายามจะหยุดพวก Ripper  หยุด Carlos เพื่อช่วยให้แค้ม์ปลอดภัยเท่านั้นเอง เพื่อชีวิตของทุกคนนะ Deek 
Deacon - รู้อะไรมั๊ย กูคิดใหม่และ กูว่าจะเล่นมึงโดยไม่สนหรอกว่าเขาจะตัดสินมึงว่าถูกหรือผิดดีกว่า บายนะ Skizzo


               STORYLINES - KEEP THEM SAFE 

                           Story Mission: Without Being Seen



หลังจาก Carlos และพวก Ripper ทำกับเขาไว้อย่างเจ็บแสบ Deacon จึงเริ่มแผนแรกในการสั่งสอนพวก Ripper แบบจัดหนักด้วยแผนมึงถล่มมากูถล่มกลับ โดยเริ่มจะลอบเข้าไปขโมยระเบิด TNT จากคลังใน Lost Lake Camp  เอามาตุนไว้ในบ้านเพื่อเตรียมการณ์ไว้


                          Story Mission: You Won’t be needing this



แผนที่ 2 หลังจากที่ขโมยระเบิด TNT มาได้ก็คือ ไปเอาสายชนวนระเบิดที่ Skizzo มันเก็บเอาไว้ที่บ้านของมัน และหลังจากสำรวจจนเจอสายชนวนที่ต้องการแล้ว Deacon ก็ถือวิสาสะหยิบไรเฟิ่ลของ Skizzo มาใช้ด้วยเลย เพราะยังไงซะ Skizzo ก็คงไม่มีโอกาสกลับมาใช้มันได้อีกต่อไปแล้ว


                                Story Mission: Now that’s an Idea


จากนั้น Deacon จะแวะเข้าไปห้องพยาบาลเพื่อให้ Addy ทำแผลที่แขนจากการที่ถูก Carlos เผาจนไหม้ก่อนที่จะลุยศึกครั้งใหม่


Addy – ชะ ชั้น ทำอะไรแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้วล่ะ !!
Deacon – เป็นอะไรไปหรอหมอ?
Addy – ชั้นมันก็แค่สัตวแพทย์ ไปโรงเรียนก็เพื่อรักษาโรคเท้าเปื่อยปากเปื่อยของสัตว์แค่นั้นเอง ชั้นจะมีปัญญาไปรักษาอะไรคุณได้ 
Deacon – Addy Addy 
Addy – ไม่ๆๆ นายก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Boozer ชั้นทำแบบนี้ไม่ได้แล้วจริงๆนะ มีแต่แผลเต็มไปหมด คนตายเต็มไปหมด 
Deacon – เฮ้ Addy Addy ใจเย็นก่อน 
Addy – ชั้นไม่ใช่หมอนะ Deek !
Deacon – โอเค คุณอาจจะไม่ใช่ แต่คุณคือทุกอย่างที่เรามีนะ
Addy – เฮ้ออออ . อืมม ก็ได้ 



Rikki – ไง Deek ..คือ ตอนแรกชั้นไปตรวจสอบที่คลังเก็บระเบิดซะหน่อย เพราะกลัวว่าพวก Ripper มันจะขโมยไปซะ แล้วชั้นก็ว่าจะแวะไปเช็คสายชนวนระเบิดที่อยู่ในที่พักของ Skizzo ด้วย แต่ชั้นว่ามันจะประหยัดเวลกว่าถ้าชั้นจะตรงมาเช็คที่บ้านนายที่เดียวเลย 
Deacon – ออกไปไกลๆเลย Rikki 
Rikki – เดาว่าจะไประเบิดถ้ำนั่นใช่มั๊ยล่ะ โอเค ชั้นไปกับนายด้วยนะ 


Deacon – ... ตอนชั้นยังเด็กๆนะ พ่อของชั้นเจอรังหนูอยู่ในบ้านของเรา รู้มั๊ยเขาทำยังไง? เขารอจนกว่าจะเช้า ตอนที่พวกหนูมันกำลังนอนพักผ่อน เขาเอาไม้อัดมาวางปิดไว้บนรูของมัน แล้วบอกให้ชั้นไปลากเอาหัวฉีดน้ำมา แล้วพ่อก็บอกชั้นว่า ชั้นไม่เคยลืมคำๆนี้ที่พ่อบอกเลยนะ พ่อบอกว่า วิธีกำจัดหนูที่ดีที่สุดคือทำให้มันจมน้ำคารังของมัน 
Rikki – คือนายจะ นายจะระเบิดเขื่อนด้านเหนือของแค้มป์งั้นหรอ?
Deacon – ก็คิดเอาไว้แบบนั้น
Rikki – นายไม่ควรที่จะ ...
Deacon – ก็พวกมันอยากสู่สุขคติ (RIP) ไม่ใช่หรอ ชั้นก็เลยจะช่วยมันนี่ไง
Rikki – Deek นายจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ
Deacon – ทำไมไม่ได้ล่ะ เพราะ Iron Mike ไปทำสัญญาห่าเหวอะไรนั่นกับพวกมันงั้นหรอ? เธอรู้มั๊ยชั้นอยากจะตัดลิ้นไอ้ Skizzo จะตายอยู่แล้ว แต่เขาก็พูดถูกอย่างนึงนะ Carlos จะไม่มวันจบ พวก Ripper จะไม่มีทางหยุด และเรื่องนี้เธอก็รู้ดี 
Rikki – แน่ใจนะว่าที่ทำไม่ใช่แค้นส่วนตัวอ่ะ ?
Deacon – แน่นอนแม่งเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว !!

หลังจากได้ระเบิดและสายชนวนซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับแก้แค้นพวก Ripper กลับครบแล้วก็ไปเจอกับ Boozer ที่รออยู่หน้าทางออกเพื่อเตรียมออกเดินทางได้เลย


Boozer – ไรเฟิ่ลสวยนี่หว่า 
Deacon – อ๋อ แน่นอน ของขวัญจากไอ้ Skizzoเลยนะเนี่ย
Boozer – งั้นช่วยเตือนชั้นตอนที่นายจะเอาไปคืนมันด้วยแล้วกันนะ 
Deacon – ไม่ลืมแน่นอน  
Boozer – ว่าแต่ เราจะทำยังไงกับไอ้เหี้ยนี่ดีวะ ? หมายถึง เราจะไม่รอให้ Iron Mike ตัดสินโทษมันใช่มั๊ย?
Deacon – แน่นอน เราไม่รออยู่แล้ว


Boozer – เอาล่ะ แผนวันนี้ว่าไง?
Deacon – ชั้นค่อนข้างรู้จักพื้นที่ตรงนั้นดีอยู่ Sarah เธอเคยทำงานในห้องทดลองแถวๆทางใต้ของไร่ปศุสัตว์ Iron Butte ตอนนั้นชั้นขี่รถไปรับเธอมากินอาหารกลางวันตลอด เคยสอนเธอขี่รถก็ที่นี่แหละ .. Jessie .. Carlos ไม่ว่ามันจะเรียกตัวเองว่าห่าอะไรก็เถอะ พวกมันตั้งฐานอยู่ที่สนามกอล์ฟเก่าในรีสอร์ทที่อยู่ทางใต้ของอ่างเก็บน้ำ Crescent Lake แผนเราคือ เราจะระเบิดเขื่อนนั่น ให้น้ำมันลงมาท่วมพวกแม่งให้จมน้ำตายให้หมดเหมือนฆ่าหนูยกรังเลย 
Boozer – โอเค แต่กระท่อมใหญ่ที่อยู่บนเนินเขาล่ะ 
Deacon – ใช่ น้ำคงท่วมไปไม่ถึง แต่ที่เราต้องการคือให้น้ำท่วมในบริเวณโดยรอบเพื่อจัดการพวก Ripper ตามทางด้านล่างให้หมด หรือเพื่อตัดกำลังพวกมันให้ได้มากที่สุด 
Boozer – แล้วถ้าสมมติว่าไอ้ Jessie มันรอดไปได้ มันก็จะไม่เห็นว่าเรามา
Deacon – ใช่เลย !
Boozer – ที่นี้ก็เหลือแค่เราจะทำยังไงที่จะเข้าไปในหุบเขา Iron Butte ได้โดยที่พวกมันไม่เห็น
Deacon – ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวชั้นพาไปเอง 



Deacon กับ Boozer จะบุกทะลวงเข้าไปทางช่องทาง Rogue Tunnel ตรงที่เป็น Nero Checkpoint ซึ่งจะมีพวก Ripper เฝ้าอยู่จำนวนไม่มาก ใครที่ยังไม่ได้ทำหรือข้ามภารกิจ World’s End ที่ Rogue Tunnel Nero Checkpoint มาก็สามารถทำได้ตอนบุกครั้งนี้ไปพร้อมๆกันได้เลย จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายของภารกิจทางตะวันตกของแผนที่ได้เลย


Deacon – เฮ้ออ เล่นกับพวกแม่งนี่ไม่ง่ายเลยแฮะ 
 Boozer – แน่นอนอยู่แล้ว 
Deacon – เดี๋ยว นายจะทำอะไร?
Boozer – ก็กำลังจะแบบไอ้ถุงระเบิดห่านี้ไปที่เขื่อนนั่นแล้วถ้ามพวกแม่งว่า ถ้าไม่ว่าอะไรผมขอระเบิดเขื่อนห่านี่ทิ้งซักหน่อยนะครับไงล่ะ 



Deacon – Boozer !
Boozer – ฟังนะ นายกับไรเฟิ่ลของ Skizzo รออยู่บนนี้คอยยิงคุ้มกันให้ชั้นตอนชั้นติดตั้งระเบิด โอเค๊?
Deacon – เดี๋ยวก่อนๆๆ 
Boozer – ชั้นอาจจะไม่ถนัดเรื่องยิงต่อสู้เท่าไหร่แต่เรื่องวางระเบิดเนี่ยขอให้เชื่อมือได้เลย
Deacon – เฮ้นี่ๆ ชั้นเคยผ่านงานวางระเบิดมาแล้วในอัฟกานิสถาน Boozer ชั้นรู้ดีว่าควรจะติดตั้งมันตรงไหนนะ
Boozer – งั้นดีเลย พอชั้นลงไปข้างล่างแล้วนายบอกชั้นด้วยก็แล้วกัน 
Deacon – เออๆ ก็ได้ 


                           Story Mission: That Never Get Old



หลังจากนัดแนะกันเสร็จแบบเสียไม่ได้ Deacon จำต้องยอม Boozer ที่ดึงดันที่จะขอเป็นคนลงเอาระเบิดลงไปวางที่ด้านล่างของฐายเขื่อน โดย Deacon ต้องคอยยิงคุ้มกันด้วยไรเฟิ่ลของ Skizzo ที่ถือติดมา


พยายามยิงคุ้มกันพวก Ripper ที่บุกเข้ามาขัดขวางไม่ให้ Boozer ไปวางระเบิดตามจุดต่างๆ จนกว่าเขาจะวางระเบิดเสร็จที่จุดซ้ายล่างของฐานเขื่อน โดยห้ามให้ Boozer โดนทำให้บาดเจ็บจนเกจพลังชีวิตด้านบนหมดเสียก่อน




Deacon – ฮ่าๆๆๆ แม่งเอ้ยยย !! นายโอเคนะ?
Boozer – เออๆ คิดว่าโอเคนะ เอ๊ะ! เดี๋ยว แปบนึง แขนชั้นด้วนแบบนี้มาก่อนแล้วใช่ป่ะ 
Deacon – ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ  นายนี่มันไม่เคยเปลี่ยนจริงๆเล๊ย 



                              Deacon – เอาล่ะ ไปล่าตัวไอ้ Jessie กัน !




Deacon – โอเค ถึงแล้ว เราคงต้องเริ่มเดินเท้าจากตรงนี้อ่ะนะ นายอยากอยู่เฝ้ารถคอยจัดการพวก Ripper จะมาทำลายรถชั้นก็บอกนะ 
Boozer – แต่ชั้นว่าเราคงไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นแล้วอ่ะนะถ้าดาบนี่มันเสียบลงที่ตัวไอ้ Jessie เรียบร้อยแล้ว มันอยากจะแก้แค้นใช่มั๊ย? ชั้นจะแสดงให้มันดูเองว่าการแก้แค้นจริงๆมันเป็นยังไง !!


                           Story Mission: Time for some Payback 




Deacon – บ้าเอ้ย !! พวก Ripper เหลืออีกเพียบเลยดูสิ !
Boozer – ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกมันยังรอดอยู่ได้อีก 
Deacon – เดี๋ยวชั้นจะจัดการให้หมดเอง !



Deacon – ชั้นว่าเราคงปีนขึ้นไปชั้นบนไม่ได้แน่ๆ 
Boozer – แม่งเอ้ย ! จริงด้วย .... เอางี้ งั้นเดี๋ยวชั้นดันนายขึ้นไปเอง 
Deacon – โอเค ฟังนะ ถ้าเกิดชั้นเป็นอะไรไป มันมีเส้นทางนึงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ นาย....



Boozer – ไม่ๆๆๆ หยุดเลย ฟังนะ บนนั้นไม่ใช่ Carlos โอเค๊? ไม่ใช่เจ้าลัทธิ Rest in Peace ห่าเหวอะไรด้วยซ้ำ มันก็แค่ไอ้เหี้ย Jessie Williamson แค่นั้นเอง ไอ้ตัวกระจอก ไอ้ขยะตัวเดินเหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ เข้าใจนะ? เพราะงั้นนายก็ขึ้นไปฆ่าไอ้ห่านั่นซะ แค่นั้นเอง !!

ทันทีที่ Boozer ดันส่งตัว Deacon จากช่วงบันไดพังจนขึ้นมาจนถึงชั้นบน แต่ Carlos ที่ดักรออยู่แล้วก็เริ่มเข้าโจมตีด้วยผงประหลาดที่ทำให้ Deacon มองเห็นไม่ชัดและต่อสู้กับมันได้ยากกว่าเดิม


Carlos – เป็นอะไรไป Deek ? ก็บอกให้หนีไปยังไงล่ะ หนีไปก่อนจะล้มเพราะไอ้กระจอกอย่าง Jessie Williamson ก็ได้  แกยังจำสมัยก่อนได้มั๊ย? แกกับ Boozer แล้วก็ไอ้ Jack ช่วยกันเผาหลังข้าจนไหม้ แต่ความทรงจำในครั้งนั้น ก็ช่วยทำให้ข้าเป็นอิสระ



                         Carlos – ไอ้ Jack มันหาว่าข้าบ้า !!  


                             Carlos – อ๊ากกกกก !!!!



                      Carlos  ข้าเห็นมัน  .... ข้าเห็นมัน ....  วิถีนั้น ข้าเห็นมันอย่างกระจ่างชัดแล้ว ...
               Deacon – ใช่ ชั้นก็เห็นเหมือนกัน ...



                   Deacon – REST IN PEACE .. JESSIE 



                                                Boozer – มันจบแล้วใช่มั๊ย? 
                          Deacon – ใช่ มันจบแล้ว และชั้นคงทำมันคนเดียวไม่ได้แน่นอน 



Boozer – นายรู้มั๊ย แม่งโคตรรู้สึกดีเลยทีได้ออกมาลุยแบบบ้าระห่ำแบบนี้กันอีกครั้ง แต่ชั้นอยากจะบอกว่า ..ก่อนกลับหาผลั่วมาขุดสมุนไพรมันกลับไปปุ้นกันดีกว่า บางทีมันอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเท่าไหร่หรอกนะถ้าเราจะเสียเวลากับเรื่องแบบนี้กันทั้งวันอ่ะนะ ... นายว่า เมื่อ Jessie ตายไปแล้ว เราจะเหลือใครอีก ชั้นหมายถึง คนที่เราเคยรู้จักสมัยก่อน  
Deacon – ไม่มีแล้ว Boozer ไม่เหลือใครอีกแล้ว  ..มาเถอะ ... เราออกจากที่ห่านีกันได้แล้ว  


Iron Mike – ลูกรู้ว่าลูกไม่ได้มาเฝ้าพระองค์มาหลายเดือนแล้ว ก็หวังว่า Elzabeth จะยังอยู่ในอ้อมกอดพระองค์ ลูกก็ไม่มีอะไรจะมาอ้อนวอนกับพระองค์มากนักหรอก จนเมื่อทุกอย่างมันฉิบหายไปหมด ลูกก็ไม่รู้ว่าพระองค์จะยังอยู่บนนั้นมั๊ย  หรือไม่สนว่ามันจะเกิดห่าอะไรขึ้นข้างล่างนี่ ... อภัยให้คำหยาบคายของลูกด้วย  เพราะงั้นลูกถึงต้องมาที่นี่ เพื่อบอกว่าลูกไม่รู้จริงๆ และหวังว่าพระองค์ยังคงสถิตอยู่บนนั้น ลูกยังหวัง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรายังต้องเอาตัวชีวิตรอดเพื่อวันพรุ่งนี้  แค่นั้นแหละ เอาไว้วันหลังลูกจะมาใหม่  .... เอเมน 



Iron Mike – ไง Deek 
Deacon – อืมม ครับ Rikki บอกผมว่าจะหาคุณได้ที่นี่ 
Iron Mike – โอ๊ยยย อ่า ...หัวเข่าชั้นน่ะ นายคงรู้นะ เนี่ยแหละถึงไม่ได้มาสวดภาวนาที่นี่มาเกือบทั้งปีแล้ว เอาจริงๆชั้นก็เป็นประเภทไม่ชอบไปโบสถ์ซะด้วยสิ  จนกระทั้งผ่านวิบากกรรมที่ Sherman Camp มาได้ แต่ตอนนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์บ้านั่นขึ้น ชั้นก็คิด แม่งเอ้ย บางทีอาจต้องถึงเวลาเข้าโบสถ์กันบ้างแล้วมั้ง 
Deacon – ผม เอ่อ ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ 
Iron Mike – โอ้ Deek ทุกคนมีทางเลือกเสมอจนกว่าจะตายนั่นแหละ
Deacon – ไม่พวกเราก็พวกมันแหละ
Iron Mike – มันก็มีแค่เรากับมันเสมอนั่นแหละ  แค่นั้น  นายรู้มั๊ยทำไมเราถึงต้องตกนรก เพราะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า พวกเรา ไง วิญญาณของแม่งทุกคนไม่ได้เดินไปมารอบๆด้วยเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดและพยายามจะกินเรานะ
Deacon – เอาล่ะ คุณรู้อะไรมั๊ย? คุณอาจจะไม่ชอบมันแต่โลกมันก็เป็นนี้จริงๆ มันเป็นเยี่ยงนั้นแหละ สวดมนต์ไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก พระประสงค์นั่นมันอาจเป็นแค่เรื่องไร้สาระที่ทำให้เราไปไม่ถึงเส้นทางที่เราต้องการจะไปก็ได้ Mike 
Iron Mike – มันไม่เกี่ยวกับ พระประสงค์ อะไรหรอก เราสร้างโลกให้เป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็นจากการกระทำของเรา ของพวกเราทุกคน 


Iron Mike – ชั้นปล่อยเขาไปแล้วนะ ... Skizzo เพราะเชาคงไม่มีโอกาสได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรมหรอก 
Deacon – คุณปล่อยมันไปงั้นหรอ? 
Iron Mike – ชั้นบอกให้เขาขี่รถไปจากที่นี่ซะ แล้วอย่ากลับมาอีก 
Deacon – พระเจ้า Mike คุณไม่รู้หรอกว่าคุณทำอะไรลงไป 
Iron Mike – ใช่ ชั้นหยุดการฆาตกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกราย แล้วนายรู้อะไรมั๊ย? ชั้นคิดว่า ชั้นทำดีแล้วด้วย


       STORYLINES - KEEP THEM SAFE Complete 100% 



                        CUSTOM SKIN UNLOCK - KEEP THEM SAFE CUSTOM  


                    CUSTOM SKIN UNLOCK – LOST LAKE ENCAMPMENT CUSTOM  


                   STORYLINE – I REMEMBER


                         Story Mission: I WAS DISTRACTED



Rikki – ไม่ใช่ นี่ต่างหากล่ะครัช
Addy – ชั้นรู้หรอกน่าว่าครัชอยู่ที่ไหน
Rikki – ตกลงนี่จะให้ชั้นสอนมั๊ยหรือไม่ต้อง 
Addy – ให้สอนสิ ก็แค่บอกว่า ชั้นรู้หรอกน่าว่าครัชอยู่ตรงไหน
Rikki – โอเคๆ งั้นเธอลองทำด้วยตัวเองดูแล้วกัน 


Jim – เฮ้ๆ นี่นายจะทำอะไร? นายจอดตรงนี้ไม่ได้นะ 
Deacon – เออ ผมแค่มารับ Sarah น่ะครับ
Jim – ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล กลับรถแล้วไสหัวไปจากที่นี่ได้แล้ว ไป !!
Deacon – โอเค ..รู้อะไรมั๊ย ชั้นว่าชั้นจอดแอบๆรอตรงนี้ดีกว่า นายจะได้ไปทำงานเฝ้าไร่ข้าวโพดของนายต่อได้ 
Jim – นี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประตูหน้า ทราบแล้วเปลี่ยน เรามีปัญหาแล้ว ... เฮ้ย ไอ้งี่เง่า ที่นี่เป็นพื้นที่หวงห้าม ชั้นบอกว่าให้แกใส่หัวไปได้แล้ว ... เฮ้ๆๆ ยืนตรงนั้นเลย ไม่ต้องขยับเข้ามา 



Jim –เฮ้ๆๆ ยืนตรงนั้นเลย ไม่ต้องขยับเข้ามา
Deacon – เหมือนชั้นจะบอกไปแล้วนะว่าชั้นมาที่นี่เพื่อรับ ... 
Jim – แกเห็นป้ายนั่นมั๊ยไอ้บ้าเอ้ย 
Deacon – โอ้โห ป้ายเบ้อเริ่มขนาดนั้นใครไม่เห็นก็บ้าแล้ว  
Jim – มันเขียนว่า ชั้นมีอำนาจที่สามารถใช้ความรุนแรงได้หากจำเป็น
Deacon – ขอบคุณ แต่พอดีชั้นอ่านหนังสือออกอ่ะนะ
Jim – แกอยากเจอดีนักใช่มั๊ย !!??
Deacon – โว้ๆๆๆ 


Sarah – มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ??
Jim – เอ่อ ขอโทษครับคุณ Whitaker ..อะไร คุณรู้จักไอ้บ้านี่ด้วยหรอครับ?
Sarah – ไม่เป็นไร Jim เขามากับชั้น เขามากับชั้น Jim 
Jim – งั้นก็ขอโทษด้วยครับ ผมไม่รู้เรื่องนั้นจริงๆ 
Sarah – เราไปกับเถอะ .... ไม่เป็นไรๆ จริงๆ ชั้นเองก็ต้องขอโทษที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้านะคะ 



Deacon – เออนี่ Jim !!
Sarah – ไม่เอาน่า Deacon 
Deacon – จริงๆชั้นไม่ได้มารับเธอหรอกแต่เธอมารับชั้นต่างหาก บาย ... โว้ๆๆ
Sarah – จับให้แน่ๆสิ 


Sarah – ทำไมคุณต้องทำแบบนั้นตลอดเลยอ่ะ?
Deacon – ทำอะไร? 
Sarah – ชอบกวนตีนคนตลอด 
Deacon – โธ่ไม่เอาน่า ก็มันเริ่มก่อนนี่  
Sarah – แล้วนายเป็นนักเลงรึไง ?
Deacon – โว้ๆ กระตุกอีกแล้ว อย่าลืมกำครัชด้วย จำได้ใช่มั๊ยว่าคุณต้องส่งน้ำมันให้ทันกับความเร็วรอบด้วย 
Sarah – รู้แล้วน่า 


Deacon – ดี .. ว่าแต่เราจะไปไหนกันหรอ?
Sarah – ไปที่บนสันเขื่อน ที่นั่นมันเงียบไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาดีจริงมั๊ย?
 Deacon – คุณจะขับเองไปถึงนั่นเลยเนี่ยนะ ไม่ดีมั้ง
Sarah – เดี๋ยวนี้ตอนกลางคืนคุณยังออกร่อนเหมือนเดิมรึเปล่า เห็นคุณว่าจะมีการรวมพลครั้งใหญ่ไปไหนกันไม่ใช่หรอ?
Deacon – เออ ใช่ ผมกับ Boozer แล้วก็เด็กๆในแก็งค์จะขับลงใต้ไป Klamath State เพื่อเยี่ยม Jack กันน่ะ 
Sarah – นี่คุณจะทิ้งชั้นไว้นี่เพื่อไปเยี่ยมคนในคุกเนี่ยนะ ?
Deacon – Jack ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลหรอกนะ 
Sarah – ชั้นรู้ๆ แค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง 



                                             Deacon – เฮ้ย ! ระวังรถบรรทุก !!  
                                                          Sarah – บ้าเอ้ย !!!



Sarah – พระเจ้า ... ไม่รู้ทำไมเวลาชั้นขับรถไปกับคุณต้องมีไอ้รถบรรทุกงี่เง่าพยายามจะเบียดเราให้ตกถนนอยู่ตอลดก็ไม่รู้ 
Deacon – ไม่ๆๆๆ ไม่หรอก คุณทำดีแล้ว คุณทำดีแล้วล่ะ พวกคนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบขับหวาดเสียวทำให้คนต้องตกใจเพราะชอบเขาโค้งด้วยความเร็วสูงเกินไปอยู่ตลอด และมันอาจจะทำให้เราตายได้เลยล่ะ
Sarah – ชั้นต่างหากที่จะเป็นคนทำให้เราตาย ชั้นต่างหาก ... ชั้นไม่มีสมาธิ ไม่ระวังเองเพราะมัวแต่ใจลอยอยู่ด้วย 
Deacon – โอเคๆ ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ที่คุณบอกมัวแต่ใจลอย กำลังคิดมาเรื่องอะไรอยู่รึเปล่า? 
Sarah – ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่เรื่องงานนิดหน่อยแค่นั้นเอง 
Deacon – โอเค๊  .. งั้นผมว่าคุณน่าจะดูนี่หน่อย ป้ายติดเสื้ออันใหม่ของผม



Sarah – no .. NOMAD หรอ? เดี๋ยวนะ ไหนคุณบอกออกจากคลับนั่นแล้วไง?
Deacon – ไม่ ผมไม่เคยบอกว่าจะออกจากคลับนั่น ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ ก็แค่อาจจะเข้าไปร่วมกิจกรรมอะไรต่างๆน้อยกว่าเดิม ก็แค่นั้น
Sarah – เฮ้ Deek ... ชั้นไม่ได้ขอให้คุณทำแบบนั้นเลยนะ 
Deacon – ไม่ .. ผมรู้ๆ ..  แต่ถึงคุณจะห้ามผมก็คงปฎิเสธอยู่ดีนั่นแหละ ฮ่าๆๆ  


Deacon – ไปกันเถอะ .... แล้วเอ่อ ตกลงคุณจะขี่ต่อมั๊ยล่ะ?
Sarah – ต่อสิ จริงๆก็ไม่ค่อยมั่นใจหรอกนะ แต่ชั้นก็อยากขี่ต่อ 
Deacon – แล้วก็ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้นะ 
Sarah – แหม่ คุณก็รู้ ชั้นก็ทำเท่าที่ทำได้นั่นแหละ  
Deacon – เฮ้ๆ อย่าลืมครัช .. ครัช !!
Sarah – ชั้นรู้ว่าครัชมันเป็นยังไงหรอกน่า 
Deacon – ไม่ๆ นั่นไงดับอีกแล้ว


Deacon – แล้ว เอ่อ ครัวครัวคุณจะมาร่วมงานด้วยรึเปล่าล่ะ?
Sarah – งานแต่งเราอ่ะหรอ? ก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ  
Deacon – ผมว่า เอ่อ บางทีผมน่าจะออกจากแก็งค์ Mongrel ...  
Sarah – ชั้นว่าเรื่องนี้มันได้สำคัญอะไรสำหรับทางครอบครัวชั้นหรอกนะ 
Deacon –  แต่คุณน่าจะ น่าจะ .. อย่างน้อยคุณก็น่าจะบอกพวกเขานะ
Sarah – ก็ได้ถ้าคุณต้องการอ่ะนะ แต่ ชั้นไม่ใช่คนที่จะยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นและก็ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนสิ่งที่คุณเป็นให้ดูดีเพื่อให้ครอบครัวของชั้นแฮปปี้หรอกนะ 
Deacon – ดูสิ นั่นรถตำรวจ ... เฮ้ ดูเหมือนมันกำลังจะมุ่งหน้าไปทางที่ทำงานของคุณนะ 
Sarah – อืมม เห็นแล้ว .. บ้าเอ้ย !


Sarah – แล้ว เอ่อ เรื่องแก็งค์ Mongrel ของคุณอ่ะ พวกเขาจะมาร่วมงานเราซักกี่คน หลังจากที่คุณออกจาก NOMAD แล้วอ่ะ ?
Deacon – ก็ไม่รู้เหมือนกัน อันที่จริง พวกนี้ก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าโบสถ์นานแล้วเหมือนกัน แต่คุณจะอยากให้นักบิดฮารเลย์ทั้งแก็งค์ 27 คนเข้าไปอัดในโบสถ์เล็กๆใน Marion Forks พร้อมๆกันหมดจริงๆอ่ะหรอ? 
Sarah – เอาสิ  ถ้ามาให้หมดได้จริงชั้นก็โอเคเลยนะ 
Deacon – เอ่อ .. โอเค 


Jim – ตอนนี้ คุณ Whitaker มาถึงแล้วครับ 
Deacon – มันเกิดอะไรขึ้นหรอ?  
Sarah – ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน 
Jim –คุณ Whitaker ครับ หัวหน้าอยากพบคุณ บอกว่ามีเรื่องด่วน 
Sarah – เขาก็มีเรื่องด่วนตลอดนั่นแหละ ... แจ้งไปว่าชั้นกำลังไป
Jim – ครับผม
Sarah – ชั้นต้องไปทำงานก่อนนะ 
Deacon – เฮ้ๆ 
Sarah – ฮ่า โทษที 



Sarah – ไม่ต้องห่วงนะ ไม่มีอะไรหรอก อาจเป็นสัญญาณไฟไหม้เล็กๆน้อยๆก็ได้ 
Deacon – โอเค คุณไปจัดการมันให้อยู่หมัดเลยนะ 
Sarah – รักนะคะ เดี๋ยวว่างแล้วโทรไปหา 




                                         Rikki - เฮ้ Addy ฟังนะ คือชั้นขอโทษ 
                              Addy - แล้วแต่เลย ตามสบายเลย ไม่หัดขับรถแล้ว Rikki 
                                         Rikki - ก็บอกว่าขอโทษไง .. บ้าเอ้ย !!


Deacon – Clearance ... Clearance ... เอ่อ O’Brian นี่ St. John นะ ทราบแล้วเปลี่ยน ... O’Brian นี่ St. John ตอบวิทยุห่านี่ซักทีสิวะ !!
O’Brian - St. John หรอ นึกว่าคุณจะไม่ติดต่อมาแล้วซะอีก ?
Deacon – ก็ไม่อยากติดต่อมาหรอก แต่ .. เอาล่ะ ฟังนะ คืนนั้น ที่นายบอกชั้นว่ามีการอพยพคนหนีน่ะ นายบอกว่าไม่ได้เอาพลเรือนคนไหนไปเลย แต่นายพาไปแต่เจ้าหน้าที่ของ NERO พวกเจ้าหน้าที่ FBI แล้วก็คนที่เป็น Clearance (บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านจากประเทศหนึ่งเข้าไปในอาณาเขตของอีกประเทศหนึ่งได้ด้วยเหตุผลพิเศษต่างๆ) ใช่มั๊ย? 
O’Brian – ผมก็บอกแล้วไงว่าเราไม่มีทางจะทำอะไรได้อีกแล้ว



Deacon – หุบปาก หุบปาก ๆๆๆ แล้วฟัง Sarah เมียของชั้นเธอเป็น Clearance แล้วคืนนั้นก่อนที่จะพาเธอขึ้น ฮ. ของนาย ชั้นก็เห็นเธอแขวนป้ายบัตรประจำตัวอยู่ 
O’Brian – แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขา ....
Deacon – หุบปาก !! แค่ทำตามที่ชั้นบอกก็พอ หาบัตรของ Sarah Irene Whitaker เธอทำงานให้ทาง Cloverdale เธอเป็น Clearance ของรัฐบาลกลางส่งมาทำวิจัยเรื่องเวชภัณฑ์ หรือ ห่าเหวอะไรซักอย่างนี่แหละ ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอทำอะไร 
O’Brian – โอเคๆ เดี๋ยวผมลองหาให้ 
Deacon – เยี่ยม ! แล้วจำไว้ด้วยนะว่านายเป็นหนี้ชั้น ! 
O’Brian – โอเคๆ ผมรู้แล้วน่า แค่นี้ก่อนนะ 


                        Story Mission: WHY AM I HERE



O’Brian – St. John ทราบแล้วเปลี่ยน ... ผมต้องการเจอตัวคุณด่วนเลย 
Deacon – พระเจ้า O’Brian แค่บอกมาว่าเจอหรือเปล่าก็พอ ตกลงเธอยังรอดชีวิตรึเปล่า?
O’Brian – ผมมีบางอย่างจะให้คุณดูด้วยตัวเอง เดี๋ยวผมส่งพิกัดไปให้ทาง GPS แล้วเดี๋ยวเจอกันที่นั่นนะ

จากนั้นเดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจทางเหนือของ Lost Lake Camp เพื่อไปยังจุดนัดพบกับ O’Brian

Deacon – นี่อะไรกันเนี่ย แห่มาทำไมกันตั้งเยอะแยะ ห๊ะ?
O’Brian – ไม่เป็นไรๆ คนของผมเอง ผมรวบรวมจากคนที่เหมือนผม คนที่ไม่ค่อยแฮปปี้กับอะไรๆที่เกิดขึ้นใน NERO เท่าไหร่น่ะ 
Deacon – สรุปให้ชั้นมาเพื่อ?
O’Brian – ผมอยากจะให้คุณดูนี่ด้วยตัวเอง คุณพูดถูกเรื่องภรรยาของคุณ 

    

Deacon – นายได้มันมาจากไหน?
O’Brian – ตอนที่แค้มป์ที่ Silver Lake ถูกโจมตี พวกเขาพาเจ้าหน้าที่ของ NERO เจ้าหน้าที่ของ FBI แล้วก็ Sarah Irene Whitaker เจ้าหน้าที่ที่เป็น Clearance ระดับ 4 รัฐบาลกลาง
Deacon – ระดับของ Clearance งั้นหรอ? 
O’Brian – ภรรยาของคุณอพยพไปกับหน่วย Recon ไปทางตะวันออกของ Fort Rock 



Deacon – โอเค งั้นพาชั้นไปส่งที่นั่นหน่อย ! 
O’Brian – ไม่ได้ครับ
Deacon – ไม่หรอ? ก็นายมีคอปเตอร์แล้วเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่รึไง?
O’Brian – ฐานนั่นไม่มีเหลือแล้ว ...เมื่อปีก่อนถูก กองทหารอาสาสมัครในพื้นที่นั้นโจมตี
Deacon – กองทหารอาสาสมัครหรอ ... แค้มป์ของมันอยู่ที่ไหน?
O’Brian – ผมไม่รู้ 
Deacon – ไม่รู้ได้ไงวะนายมีทั้งเฮลิคอปเตอร์ทั้งดาวเทียมสำหรับค้นหา
O’Brian – มันน่าจะอยู่ที่ไหนซักแห่งแถวรอบๆ Crater Lake นั่นแหละ แต่ที่นั่นเป็นเขตห้ามบิน มันมีทั้งจรวดทั้ง RPG ที่จะสอยเราล่วงได้สบายๆ



Deacon –  Crater Lake หรอ? 
O’Brian – ใช่ Crater Lake 
Deacon –  โอเค  
O’Brian – เอ่อ ผมอยากจะบอกคุณเกี่ยวกับงานที่เรากำลังทำอยู่  คุณคิดว่าเราทำอะไร ศึกษาเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อ พวก Freaks งั้นหรอ? ไม่ใช่แล้ว พวกเขาพัฒนาไปไกลแล้ว และมันเลวร้ายกว่าตอนนี้เยอะเลยด้วย พวกเขากำลังทำผิด ผิดอย่างมหันต์เลยล่ะ ....






          Story Mission: ONLY THING KEEPING ME SAME

เดินทางไปที่จุดหมายของภารกิจที่ ค่ายผู้ลี้ภัยของ NERO เพื่อเข้าไปที่หลุมศพของซาร่าห์อีกครั้ง


Deacon – ไง .. ผมอีกแล้วนะ... ผม เอ่อ จริงๆผมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ที่พูดอะไรออกมาด้วยซ้ำ ก็ตั้งแต่ผมรู้ว่าคุณ เอ่อ ไม่ได้ตายที่นี่ 



แต่คงเพราะความเคยชินมั้ง ที่ต้องบุกป่าฝ่าดงมาคุยกับคุณที่นี่มาตลอด ก็เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมมีสติอยู่  ยังไงก็ขอบคุณนะ ..




                           Camp Mission:  BOUNTY HUNTER  

                                                PART OF THE FAMILY
     

                เข้าไปใน Hot Spring Camp คุยกับ Tucker ที่จุดรับงานของแค้มป์


Tucker – อ่า Deek ชั้นมีงานให้นายทำ เป็นงานที่นายคนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ จำเมื่อครั้งที่ชั้นส่งนายไปที่จุดขุดค้นตอนที่เสบียงอาหารเราหายไปได้มั๊ย?
Deacon – ที่มีพวกแก็งค์ซิ่งมาซุ่มดูน่ะหรอ?
Tucker – ใช่ แต่ตอนนี้มันไม่ซุ่มดูเฉยๆแล้ว มันเข้ามาขโมยตอนที่เราไม่รู้ด้วย แก็งค์ของพวกมันไปตั้งแค้มป์อยู่ทางเหนือของ Patjens Lake นายรู้จักพวกมันใช่มั๊ย?
Deacon – รู้จักสิ
Tucker – ตามหาไอ้ชาติชั่วนั่นแล้วฆ่ามันซะ แล้วนาฬิกาพกของมันมาให้ชั้นด้วยล่ะ

จากนั้นเดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจทางเหนือของ Hot Spring Camp ไม่ไกลจาก ค่ายผู้ลี้ภัยของ NERO ที่เป็นสถานที่ที่ระลึกถึง Sarah จะพบแค้มป์ของพวก Wheeler อยู่


เข้าไปจัดการศัตรูเป้าหมายและศัตรูทั้งหมด แล้วเข้าไปสำรวจศพศัตรูเป้าหมายเก็บนาฬิกาพกของมันกลับไปยืนยันให้ Tucker ที่ Hot Spring Camp ก็จะจบภภารกิจ


                  Camp Mission:  MARAUDER CAMP HUNTER  

                                                        HE’S JUST A KID             
     

                เข้าไปใน Lost Lake Camp คุยกับ Rikki ที่จุดรับงานตรงอู่ซ่อมรถของแค้มป์



Deacon – ไง Rikki มีอะไรหรอ?
Rikki – คือ  Mitchell กับคนของเขาขณะเดินทางขึ้นไปทางเหนือของแค้มป์เจอพวก Drifter เข้าโจมตี พวกเขาเลยสะกดรอยตายพวกมันไปจนถึงแค้มป์ของพวกมันที่อยู่ทางเหนือของ Melakwa Lake 
Deacon – โอเค แล้ว Mitchell กับคนของเขาทำไมไม่จัดการพวกมันซะล่ะ
Rikki – Mitchell เป็นแค่เด็ก Deek ชั้นไม่รู้ว่าเขาใช้ปืนเป็นรึเปล่าด้วยซ้ำ
Deacon – แล้วพวกมันเสนอหน้าออกไปข้างนอกทำไม? 
Rikki – ชั้นอยากให้นายช่วยตามไปช่วยพวกเขาให้หน่อยนะ Deek 
Deacon – โอเคๆ เดี๋ยวจะไปตามหาให้ก็แล้วกัน 

จากนั้นเดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจทางตะวันตกของ Lost Lake Camp เข้าไปจัดการศัตรูในแค้มป์ให้หมด (12 คน) ก็จะจบภารกิจ


             Camp Mission:  PROTECTING THE WEAK 

                                         ON TONIGHT’S MENU

         เข้าไปใน Lost Lake Camp คุยกับ Rikki ที่จุดรับงานตรงอู่ซ่อมรถของแค้มป์



Rikki – เราได้รับวิทยุจาก Jeremy คือ พวกเขากับเพื่อนออกไปแถวๆ Tumalo ...  จริงๆแล้วชั้นมอบหมายให้เขาดูแลในบริเวณบึงด้านหลังแคมป์นะ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาขัดคำสั่งชั้น 
Deacon – แต่เขาก็ยังวิทยุมาได้นี่ แล้วเขาออกไปทำบ้าอะไรที่นั่นล่ะ?
Rikki – ก็คงอยากพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถออกไปหาเสบียงด้วยตัวคนเดียวได้น่ะสิ เขาเดินทางไปที่ฟาร์มร้างทางเหนือของแคมป์ เดี๋ยวชั้นจะส่งตำแหน่งไปให้ทาง GPS นะ นายช่วยออกไปตามหาเขาก่อนที่ ...
Deacon – ก่อนที่เขาจะถูกฆ่าตาย แน่นอนล่ะ เดี๋ยวชั้นลองไปดูให้ก็แล้วกัน 


จากนั้นเดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจทางทิศเหนือของ Lost Lake Camp จนถึงพื้นที่เป้าหมายซึ่งจะพบรถของ Jeremy จอดทิ้งเอาไว้ เมื่อสำรวจหาเบาะแสในพื้นที่จะพบร่องรอยของ Jeremy เดินทางต่อไปยังปั้มน้ำมันใกล้ๆ เมื่อเดินตามเบาะแสไปจนถึงปั๊มจะพบร่องรอยของ Jeremy ที่ถูกพวกโจรปล้นเอาของไปตรงหน้าปั๊ม


เมื่อตามเบาะแสไปต่อจนถึงตึกๆนึงในเมืองใกล้ๆกับปั๊มจะพบพวกโจรอยู่ในนั้น เข้าไปจัดการพวกมันให้หมดแล้วขึ้นไปช่วย Jeremy ที่ด้านบนของอาคาร ซึ่งจะพบว่าเพื่อนของเขาที่ถูกจับมาด้วยกันนั้นตายไปก่อนหน้านี้แล้ว


Jeremy – คุณ St. John ใช่มั๊ยครับเนี่ย? โอ้ขอบคุณพระเจ้า 
Deacon – เรียก Deek ก็พอไอ้หนู 
Jeremy – พวกมัน พวกมันบอกว่าจะจับผมหั่นเป็นชิ้นๆแล้วก็กินผมด้วย 
Deacon – พระเจ้า โอเค เอางี้นะ นายรีบไปเอาน้ำมันของนายมาแล้วรีบขี่กลับไปที่แค้มป์เลย เข้าใจนะ
Jeremy –ครับผม เข้าใจครับท่านครับ
Deacon –  โอ๊ยย ไม่ต้องเรียกชั้นท่านก็ได้  นี่ชั้น Deek นะ
Jeremy – ครับผม ..... ขอบคุณครับ 


หลังจากที่ Deacon เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เขาจะสามารถหาได้จากการทำงานให้ O’brian จนมากพอที่จะทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งพล่านที่ข่าวการมีชีวิตอยู่ของ Sarah ภรรยาสุดที่รักนั้นได้กลายเป็นข้อเท็จจริงมากกว่าแค่จินตนาการของความคิดถึง  อารมณ์ที่บ่มเพาะมานานก็เริ่มโจนทะยานมุ่งสู่เส้นทางใหม่ คือ ขึ้นเหนือ ให้สมดังความตั้งใจเพื่อจะเจอ Sarah เมียรักได้ดั่งใจต้องการ


ก่อนเริ่มภารกิจสุดท้ายของ เขตแดนใต้ THE SOUTHERN REGIONS หากยังไม่ได้ภารกิจใดของทั้ง Copeland Camp , Hot Spring Camp หรือ Lost Lake Camp ก็ให้ไปจัดการทำให้เสร็จสิ้นก่อน เพราะทันทีที่เริ่ม STORYLINE สุดท้ายนี้จะไม่สามารถมาในเขตแดนใต้ได้อีกนาน 


   STORYLINE – SURVIVING ISN'T LIVING 

                     Story Mission: RIDING NOMAD AGAIN




Deacon –  คุณรู้เส้นทางขึ้นเหนือตามเส้นทาง Thielsen Pass ใช่มั๊ย? ที่คุณเคยบอกผมตอนนั้น 
Iron Mike – ชั้นไม่บอกอะไรแกทั้งนั้นแหละ Deek จะไปไหนก็ไปซะ !!
Deacon –  ไม่เอาน่า แค่วาดแผนที่ให้ผมหน่อยก็ได้ !!
Iron Mike – หลังจากที่แกทำให้เราเกือบตายกันหมดเนี่ยนะ?
Deacon –   เกือบตายกันหมดหรอ? ผมทำสิ่งดีๆให้แค้มป์มากมายแล้วคุณล่ะทำอะไรบ้างตาแก่เอ้ย ! เหมือนที่คุณทำที่ Sherman Camp อ่ะหรอ ห๊ะ?
Iron Mike – แกไปซะ ไปซะเดี๋ยวนี้ ไป !!!
Deacon –  เฮ้ ฟังสิ ฟังผมก่อน ฟังผมหน่อย !! 



Deacon –  ถ้าคุณสามารถย้อนกลับไปแก้ไจสิ่งที่คุณทำพลาดไปได้คุณจะทำมั๊ย? คือ ในคืนนั้นคือที่ผมพา Sarah ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป ตอนนั้นผมรู้สึกโล่งใจมากๆ นั่นให้ผมอยากมีชีวิตรอดต่อไป...เพื่อตามหาเธอ  ไม่งั้นผมจะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่ออะไร ?  
Iron Mike – แกกำลังตามหาผี !! แกคิดว่าจะตามหาเมียแก ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ แกคิดว่าจะแก้ไขทุกอย่างที่แกทำลงไปทั้งหมดได้รึเปล่า? 
Deacon –  ผมไม่รู้ Mike แต่ผมต้องลองดู
Iron Mike – เออ ก็ได้ ... 



Iron Mike – ถ้าชั้นยอมทำตามที่แกต้องการ นำทางไปยังเส้นทางที่จะขึ้นไปทางเหนือให้ แกต้องสัญญาอย่างนึงว่า แกจะไม่กลับมาที่นี่อีก เข้าใจมั๊ย? แกต้องสัญญาว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก !! 
Deacon –  ก็ได้ ... ผมสัญญา !



Deacon –  Boozer คือชั้น ...
Boozer – โอ้ ... หึหึ ... จำได้มั๊ยเมื่อฤดูหนาวครั้งล่าสุดเราขึ้นไปที่ Farewell Ridge ไปเฝ้าดูไอ้พวก Freak ..เป็นพันๆๆ หมื่นๆ ตัวจนนับไม่ไหว 
Deacon –  จำได้สิ
Boozer – ที่ชั้นคิดนะ คนที่เรารู้จัก และทุกๆคนกลายเป็นคนไร้บ้าน กลายเป็นผู้อพยพ ...โลกได้ตกเป็นของพวกแม่งไปแล้ว 
Deacon –  แต่เราก็เอาตัวรอดได้ไม่ใช่หรอ 



Boozer – ใช่ เรื่องนั้นเราทำได้ดีเลยล่ะ ...แต่ การเอาตัวรอดไม่ใช่การมีชีวิตหรอกนะ  ..ก็อย่างที่ Jack มันเคยพูดไว้ 



   ไม่สำคัญหรอกว่าถนนที่คุณกำลังจะซิ่งไปมันจะพาคุณไปที่ไหน 
    แค่ขอให้คุณควรรู้ไว้ว่าเส้นทางไหนสำหรับกลับบ้านก็พอ



Deacon –  นายรู้มั๊ย เราไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยนะว่า ทำไมเรายังใส่ชุดของแก็งค์อยู่ เราใส่มันมาตั้งแต่เกิดเรื่อง Freaker บ้านั่น ทั้งที่แม่งก็ไม่น่าจะสำคัญอะไรอีกแล้ว
Boozer – ไม่รู้วะ ความเคยชินมั้ง  ... แก็งค์ Mongrels 2 คนสุดท้ายในโลก จาก Farewell ของแท้และดั่งเดิม 
Deacon –  หึหึ ... เด็กซิ่ง... Drifters สุดแสบบนซากปรักหักพังของซากถนนหลังโลกล่มสลาย ..
Boozer – แม่งโคตรใช่เลย 
Deacon –  ชั้นคิดว่าเรากลายเป็น แบรนด์ เป็นยี่ห้อที่คนต้องจดจำไปแล้วล่ะวะ
Boozer – เราเป็นได้หลายอย่างมากเลยนะ แต่เราจะไม่เป็น แบรนด์ แน่นอนวะเพื่อน ฮ่าๆๆ



Deacon –  ตอนที่เราขับรถออกมาจาก Farewell ไม่มีทั้ง Sarah ไม่มีทั้ง Jack ..ไม่มีใครทั้งนั้น เราต่างก็รู้ดีว่า เราจำต้องทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ทุกๆอย่างไม่ว่าจะสำคัญแค่ไหนก็ หายไปจนหมด ยกเว้นสิ่งนี้ 
Boozer – นายจะขี่ไปที่ NOMAD อีกงั้นหรอ?
Deacon –  ใช่ ชั้นก็ว่างั้นแหละ



                                              Boozer –  โชคดีนะเพื่อน


Boozer – มาเถอะ Jack เข้าบ้านกัน  ....ถ้าเธอยังอยู่ข้างนอกนั่น ถ้า Sarah ยังอยู่ข้างนอกนั่น นายต้องหาเธอจนเจอแน่นอนเพื่อน 


Deacon –  ไง? 
Rikki – ชั้นได้ข่าวว่า Mike ยอมบอกนายเรื่องเส้นทางนั่นแล้วหรอ? 
Deacon –  ใช่ 



Rikki – นายยังคิดว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริงๆหรอ? คนเป็นล้านคนตายไปแล้ว แต่เธอกลับอยู่รอดได้ว่างั้น?
Deacon –  พวกเราเองก็รอดเหมือนกันไม่ใช่หรอ? และถ้าชั้นยอมแพ้ในตอนนี้ ถ้าชั้นไม่ทำ ไม่ทำแบบนี้  ชั้นก็คงจบสิ้นเหมือนกับ ..
Rikki – เหมือนกับพวกเรา ...  เหมือน Iron Mike? เหมือน Boozer น่ะหรอ? นายคิดว่าเราเป็นอะไร ชาวแค้มป์หรอ? 
Addy – คุณไปเถอะ Deek ..ไปตามหาผู้หญิงของคุณ ....เธอรู้นะว่าจะตามหาชั้นได้ที่ไหน? 
Rikki – รู้สิ



Rikki – นี่ นายรู้มั๊ยชั้นคิดยังไง Deacon ? ชั้นคิดว่า นายกลัวที่จะอยู่ที่นี่  นายกลัวที่จะเป็นส่วนนึงของอะไรซักอย่าง เราต้องการให้คุณอยู่ที่นี่ และจะกลัวชิบหายเลยถ้าคุณไปจากเรา 
Deacon –  ชั้นเสียใจ ...
Rikki – ใช่ ... ชั้นก็เหมือนกัน ..


                                                Iron Mike – แกพร้อมรึยัง?  
                           Deacon –  พร้อมแล้ว ชั้นจะไปจากที่นี่จะตายห่าอยู่แล้ว 
                                                Iron Mike – งั้นตามชั้นมา 



Iron Mike – แกรู้มั๊ย ชั้นเคยพา  Jack ออกมาตกปลาด้วยกันครั้งนึงด้วยนะ 
Deacon –  ไม่รู้อ่ะ 
Iron Mike – เขาตกปลาได้ตัวนึง แต่เขาดันไม่รู้จะทำยังไงกับมัน? 
Deacon –  นั่นแหละ Jack ล่ะ 
Iron Mike – เขาบริหาร Club นั่นได้ดีมากๆ เด็กๆในแก็งค์นายก็เคยแวะไปออกจะบ่อย และชั้นก็คิดว่าเขาไม่มีทางฆาตกรรมใครได้หรอก เขาไม่ได้เลือดเย็นขนาดนั้น
Deacon –  จะเรียกว่าฆาตกรรมไม่ได้หรอกนะถ้าคุณฆ่าคนที่ยิงใส่คุณก่อนน่ะ 



Iron Mike – แกรู้มั๊ยมีนักท่องเที่ยวกี่รายที่ใช้เส้นทางนี้ตอนช่วงซัมเมอร์ ?
Deacon –  ไม่กี่คน .. มั้ง
 Iron Mike – เป็นพันๆคนเลยล่ะ รถติดชนิดที่เรียกว่าชิบหายวายป่วง ไหนจะเสียงคนเมาเอะอะ เสียงเด็กเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวไปหมด ลูกโป่งต่างๆนานามีให้เห็นเพียบ พวกนักท่องเที่ยวมากันตลอดฤดูร้อนเลยนะจะบอกให้



                           Deacon – เอ่อ คือ ...  ผมไม่มีทางเลือกจริงๆนะ Mike 
                    Iron Mike – ชั้นว่ามันก็ยุติธรรมดีแล้วนะ ช่างมันเถอะ ตามชั้นมา 




Iron Mike – เอาล่ะ นี่ก็ไกลเท่าที่ชั้นมาส่งได้แล้วล่ะ นายไปตามทางนี้ไปเรื่อยๆนะ มันจะพานายลงเขาไปแล้วจากนั้นก็จะถึง Diamond Lake Valley แล้ว 



Iron Mike – ยังไงซะ ชั้นก็ขอให้นายโชคดี สมหวังในสิ่งที่นายหวังเอาไว้ ขอให้เมียของนายยังมีชีวิตอยู่ก็แล้วกันนะ
Deacon – เธอยังไม่ตายแน่นอน Mike 
Iron Mike – ก็ดี แต่หัดถามตัวเองเอาไว้บ้างก็ดีนะ Deek ว่า จะเป็นยังไงถ้าคนอื่นๆตายกันจนหมดแล้ว 



You never know what tomorrow may bring 
The woman lyin' next to you 
Could be a memory
I've idolized, I've memorized your face
Just in case I need it to last for eternity 
It's a shame that it ain't enough for me 

คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น 
ผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างๆคุณ 
อาจกลายเป็นแค่ความทรงจำ 
ผมหลงใหลจนไม่ลืมหูลืมตา จนจำหน้าคุณได้ไม่รู้ลืม
ในช่วงเวลาแบบนี้ผมอยากให้มันคงอยู่ตลอดไป
มันเป็นความอับอายที่ผมไม่เคยพอ 

Life's for the living, I won't be giving up
'Cause you taught me how to, you taught me how to love 
Take all I cherish, beat me 'til my body's numb 
But, life's for the living, I won't be giving up
On you
On you
On you 
On you 


มีชีวิตอยู่เพื่ออยู่รอด และผมจะไม่ยอมแพ้ 
เพราะคุณสอนให้ผมรู้จักคำว่ารัก 
ต่อให้แย่งชิงทุกๆสิ่งที่ผมยึดมั่นและหวงแหน จนผมต้องยอมแพ้ ร่างกายด้านชา
แต่ก็จะ มีชีวิตอยู่เพื่ออยู่รอด และผมจะไม่ยอมแพ้ 
เหมือนกับคุณ 
เหมือนกับคุณ
เหมือนกับคุณ

I should have known, should have tried to hold on
And never left your heart where it don't belong 
If the wind would change, bring you back again, my love 
Come Hell or high water, we will rise above 
You are what I believe in
You are enough 

ชั้นรู้แค่ว่า ชั้นควรจะพยายามต่อไป
และจะไม่มีวันปล่อยให้หัวใจของคุณ ไม่ได้เป็นของคุณอีกต่อไป
ถ้าหากว่าลมเปลี่ยนทิศแล้วนำเธอกลับมาอีกครั้ง ที่รัก
คุณคือสิ่งที่ผมเชื่อ 
แค่คุณผมก็พอใจแล้ว 

Life's for the living, I won't be giving up
You taught me how to, you taught me how to love 
Take all I cherish, beat me 'til my body's numb 
But life's for the living, I won't be giving up
On you
On you
On you 
On you 

Even though, I know you'd tell me to

มีชีวิตอยู่เพื่ออยู่รอด และผมจะไม่ยอมแพ้ 
เพราะคุณสอนให้ผมรู้จักคำว่ารัก 
ต่อให้แย่งชิงทุกๆสิ่งที่ผมยึดมั่นและหวงแหน จนผมต้องยอมแพ้ ร่างกายด้านชา
แต่ก็จะ มีชีวิตอยู่เพื่ออยู่รอด และผมจะไม่ยอมแพ้ 
เหมือนกับคุณ 
เหมือนกับคุณ
เหมือนกับคุณ

ถึงแม้ว่า , คุณเองก็จะบอกแบบนี้กับผมด้วยเหมือนกัน 

Hell Or High Water - Billy Raffoul






             Deacon – ถ้าคุณอยู่ข้างนอกนั่น ผมจะตามหาคุณ 



เส้นทางจากที่ Deacon เดินทางจาก LOST LAKE CAMP ในส่วนของ THE NORTHERN REGIONS เพื่อเดินทางมายัง Diamond Lake ที่เขต THE SOUTHERN REGIONS นั้น ตำแหน่งของ Diamond Lake ในอเมริกานั้นมีอยู่หลายที่ ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งความสับสน จึงอ้างอิงจากป้ายบอกทางที่ Iron Mike นำทางมา โดยจะผ่านอุโมงค์ที่มีป้ายบอกว่ามาจาก Marion fork และป้ายบอกทางว่าจะถึง Diamond Lake ก่อน Crater Lake ทำให้สามารถอ้างอิงได้ว่า Diamond Lake ที่ว่าอยู่ใน Oregon ไม่ใช่ Diamond Lake Valley ที่ลงใต้ไปถึง แคลิฟอร์เนีย 



Deacon เดินทางจาก LOST LAKE CAMP มุ่งหน้าผ่าน Marion fork ทะลุอุโมงค์และป้ายบอกทางว่าไม่ช้าไม่นานก็จะถึง Diamond Lake อย่างที่ตั้งใจ พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านจาก PART I ของเรื่องราวในดินแดนเหนือ ( THE NORTHERN REGIONS) สู่เรื่องราวในดินแดนฝั่งใต้ (THE SOUTHERN REGIONS) ใน PART II อย่างเต็มตัว 


                                         PART II

          THE SOUTHERN REGIONS




ทันทีที่ Deacon เดินทางมาถึงเขตแดนฝั่งใต้ได้อย่างตั้งใจ ย่างก้าวแรกที่ผ่านเข้ามาก็เริ่มพลุสัญญาขอความช่วยเหลือที่ถูกยิงขึ้นฟ้ามาจากที่ที่ไม่ไกลนัก ทำให้ Deacon ต้องรีบบึงรถไปดูเหตุการณ์ในทันที


                  STORYLINE – I REMEMBER

                           Story Mission: MAYDAY! MAYDAY!



เมื่อมาถึงที่หมายตรงจุดที่มีการยิงพลุสัญญาณขอความช่วยเหลือ จะพบกับคนกลุ่มนึงที่กำลังเดือดร้อนเพราะถูกหมีติดเชื้อพยายามเข้าทำร้ายจนต้องหนีขึ้นบนหลังคา ทำให้ Deacon ต้องการเข้าไปช่วยระงับเหตุการณ์จัดการเจ้าหมีคลั่งให้จบชีวิตลงในทันที


Russell – โอ้ คุณ  พระเจ้า ...
Mullins – เราคงไม่รู้จะทำยังไงถ้าคุณไม่เข้ามาช่วยอ่ะนะ 
Russell – มานี่ขอกอดที ชายผู้มาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา 
Deacon – โอเคๆ พอแล้วๆ ใจเย็นกันได้แล้วมันตายแล้วล่ะ
Russell – ผมชื่อ Russell นะ ส่วนหมอนี่ พลทหาร Mullins
Mullins – เรียกผม Rick ก็ได้
Deacon – ไง Rick ชั้น Deacon St. John เมื่อก็นายหมายความว่าไง พลทหาร หรอ?
Mullins – ใช่ครับ เรามาจาก กองทหารแห่ง เดสชูตส์เคาน์ตี้ ( Deschutes County Militia) 
Russell – แสดงว่าคุณไม่ได้อยู่แถวนี้แน่ๆเลย ข้ามฝั่งมาจากทางเหนือหรอ? 
Deacon – ก็ไม่เชิงนะ คือชั้นเป็น เอ่อ Drifter มาจาก Salt flats ทางตะวันออกของ Silver Lake น่ะ
Mullins – โอโห้ แล้วคุณมาทำบ้าอะไรถึงนี่เนี่ยครับ ? แล้วคุณข้ามถนนเส้น 97 มาได้ยังไง?
Russell – โว้ๆๆ ไม่เอาน่าเพื่อน ไปซักเขาอยู่ได้ เขาเพิ่งช่วยชีวิตของนายมานะ 
Mullins – แต่ผู้พันกำชับให้เราคอยตรวจสอบทุกๆคนที่ข้ามพรมแดนไม่ว่าจากทางเหนือหรือทางใต้นะ 
Russell – ใจเย็นก่อนได้มั๊ยห๊ะ เราจะให้กัปตันเป็นคนตัดสินเรื่องนี้เอง โอเค๊? เขาเพิ่งฆ่าไอ้หมี Rager ช่วยเราเมื่อกี้เลยนะไอ้บ้าเอ๊ย !! .... เออ คุณครับ ช่วยมากับเราหน่อย เรามีแค้มป์ที่ Diamond Lake ไม่ไกลจากที่นี่มากนักหรอก เราพอจะมีอาหารแล้วก็มีที่มีทางให้คุณได้พักได้อยู่ 
Deacon – โอเค ก็ดีเหมือนกัน



Mullins – แล้ว Flores ล่ะ? เราจะปล่อยเขาไว้แบบนี้ไม่ได้นะ 
Russell – งั้นนายก็รออยู่ที่นี่ก่อนเดี๋ยวชั้นจะเอาน้ำมันกลับมา
Mullins – ไม่เอาหรอก ! 
Russell – นี่ฟังนะ นายรออยู่ที่นี่ก่อน ใช้กระสุนของ Flores ก็ได้ถ้านายต้องการอ่ะนะ นายจะไม่เป็นอะไรหรอกน่า โอเค๊ ? .... เราไปกันเถอะครับ
Deacon – นำทางไปเลย 


                      Story Mission: Not Far Around Here



Russell – คุณพยายามขี่ตามผมมาแบบติดๆเลยนะ ช่วงนี้เรากำลังมีปัญหาเรื่องพวก Squatters ที่อยู่แถวๆนี้มาได้ซักอทาทิตย์กว่าๆแล้ว เดี๋ยวหน่วยลาดตะเวณเห็นคุณเข้าจะเกิดการเข้าใจผิดได้ 
Deacon – โอเค เข้าใจแล้ว  ... แล้วนาย เอ่อ อยู่ในกองทหารแห่ง เดสชูตส์เคาน์ตี้ ( Deschutes County Militia) ไม่ใช่หรอ?
Deacon – นี่เพื่อน เท่าที่ชั้นรู้คือพวกมันจ้องจะกินชั้นเป็นอาหารอยู่ มันคงไม่มาตอบกลับว่า ครับผม แล้วชั้นก็ตอบ ครับผมกลับหรอกนะ 
Deacon – แล้วกองกำลังที่ว่ามันใหญ่มากมั๊ยล่ะ?
Russell – ถ้าเอาเฉพาะแค้มป์ด้านนอกนี่ก็ประมาณ 1000 กว่าคนได้มั้ง หรืออาจจะมากกว่านั้น ไม่รู้สิมันนับยากนะ แต่ถ้าเป็นที่ฐานที่มั่น HQ ล่ะก็มา มีคนมากกว่านี้อีกเยอะเลยล่ะ
Deacon – เอ่อ แล้วมีผู้หญิงบ้างมั๊ยล่ะ? 
Russell – ให้ตายเถอะ นายคิดอะไรอยู่ ชั้นรู้หรอกนะ ลืมไปได้เลยเพราะผู้พันมีกฎเหล็กห้ามชายหญิงคบหากันหรือ สนิ ..เอ่อ .. สนิท
Deacon – สนิทสนม !!
Russell –  เออ นั่นแหละ ฮ่าๆๆ ฟังนะ นายก็แค่ รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายให้ได้ ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งคัด ก็ไม่มีใครมายุ่งกับนายแล้วล่ะ ผู้ชายหรือผู้หญิงมีค่าเท่ากัน สำหรับผู้พัน ทุกคนเท่าเทียมกัน 



Deacon – คือ ไม่ ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ฟังนะ ผมกำลังตามหาคนๆนึงอยู่ เป็นผู้หญิงที่ผมเคยคบหาด้วยเมื่อก่อนนี้น่ะ เธอมาพร้อมกับกลุ่มผู้อพยพของพวก NERO จาก Silver Lake 
Russell – Silver Lake หรอ โห ที่นั่นล่มสลายไปนานมาเลยนะ   
Deacon – ใช่ เบาะแสต่างๆมันหายไปง่ายมากเลยอ่ะนะ แต่ก็เถอะ คนของนายมีการรับคนจากค่ายอพยพมาบ้างรึเปล่าล่ะ?



Russell – ก็อาจจะมีนะ ก็บอกแล้วไงกองทัพของเรามีขนาดใหญ่มาก คนแม่งก็เยอะอ่ะนะ แต่ลองถามกัปตันดู เขาเคยข้ามทะเลสาบน้ำเค็มมาแล้ว เขาน่าจะรู้อะไรบ้างแหละ 
Deacon – กัปตันหรอ?
Russell – ใช่ กัปตัน Kouri เขาเป็นผู้บัญชาการณ์ของ ค่ายทหารด่านหน้า Diamond Lake ...เอาล่ะ ถึงแล้ว


Kouri – รายงานมาสิ !
Russell –  เราได้เบาะแสของเขาแล้วครับ เราเจอมอเตอร์ไซด์ของเขายังมีควันอยู่เลย แสดงว่ายังหนีไปได้ไม่ไกลมาก 
Kouri – แต่นายก็พลาดไม่ได้ตัวเขามาใช่มั๊ย?
Russell – ไม่ เราไม่ได้พลาดครับ เอ่อ คือผมหมายถึง ใช่ เราไม่ได้ตัวเขาก็เพราะเจ้าหมี Rager มันโผล่มาไล่พวกเราซะก่อน 
Kouri – แล้ว Mullins กับ Flores อยู่ไหน?
Russell – Flores ตายแล้วครับ ส่วน Mullins ก็เฝ้าศพเขาอยู่ 
Kouri – นายทำได้ดีแล้วจ่า เอาล่ะเอาน้ำมันไปแล้วกลับไปหา Mullins นายรู้นะว่าต้องทำยังไง?



Russell – เอ่อ แล้วก็ ถ้าไม่ได้ชายคนนี้ช่วยเอาไว้พวกเราคงตายกันหมดแล้วล่ะครับท่าน  ผมสัญญาว่าจะให้อาหารกับที่พักที่ปลอดภัยกับเขาคืนนี้อ่ะครับผม
Kouri – จ่า รีบไปได้แล้ว !  ....... แล้วคุณคือ ?



                        Deacon – ผมชื่อ Deacon St. John 


                 Kouri – ผมชื่อ Kouri ... Derrick Kouri 

Kouri – คุณ โอเคนะ ? 
Deacon – ผม เอ่อ ผม โทษที ผมเหนื่อยนิดหน่อย คงเพราะขี่รถมานานไปน่ะ



Deacon –   เอ่อ ให้คนของคุณ เอ่อ Russell น่ะ เขาบอกว่าคุณกำลังรับคนอยู่ใช่มั๊ย? 
Kouri – ทำไม คุณสนใจงั้นหรอ? 
Deacon –  ผมกำลังมองหาแค้มป์ที่พัก ....เอ่อ ใช่ ผมสนใจ 
Kouri – อืมม งั้นตามผมมา 


                  Story Mission: WE’RE FIGHTING A WAR



Kouri – แล้วคุณเป็น Drifter มานานแค่ไหนแล้ว?
Deacon – มันก็พูดยากอ่ะนะ เวลาในตอนนี้ก็แทบไม่สำคัญอะไรแล้วคุณว่ามั๊ยล่ะ?
Kouri – คุณได้อาวุธกับกระสุนมาจากไหน?
Deacon – ผมทำงานรับจ้างล่าค่าหัวให้กับแค้มป์สองสามแค้มป์ก่อนหน้านี้
Kouri – ล่าพวก Freak หรือ คนทั่วไป 
Deacon – ก็ทั้งสองอย่าง
Kouri – แล้วแค้มป์ที่คุณว่า พวกเขาอยู่ที่ไหนหรอ?
Deacon – Farewell Valley แต่ไม่สำคัญแล้วล่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว เอ่อ แล้ว Russell บอกว่าคุณเคยอยู่ตอนที่ Silver Lake ถูกโจมตีหรอครับ?
Kouri – ใช่ ... เละไม่มีชิ้นดี บอกได้เท่านี้แหละ 
Deacon – เอ่อ มีคนรอดชีวิตมั๊ย?
Kouri – มี .. นิดหน่อย 



Kouri – เอานี่ บัตรสะสมคะแนนของกองทัพ สำหรับจ่ายเป็นค่าจ้างให้คุณในกรณีที่ช่วยงานคนของผมหรือทำสิ่งต่างๆที่เราสั่งให้ทำ แล้วเอ่อ เราจะออกไปทำภารกิจข้างนอกกันหน่อย นายจะไปด้วยมั๊ย? 
Deacon – จะให้ผมขี่ไปไหนอีกล่ะ? 
Kouri – ก็คุณบอกว่าคุณแกะรอยได้เก่งไม่ใช่หรอ?
Deacon – ก็พอได้  
Kouri – ที่นี่เราไม่ได้ใช้ชีวิตแบบ Drifter ปกติหรอกนะ เรากำลังทำสงคราม คุณแน่ใจนะว่าคุณจะเอาด้วยจริงๆ?
Deacon – คุณเรียกพวกนั้นว่า Drifter งั้นหรอ? นั่นดีที่สุดที่คุณมีแล้วใช่มั๊ย?
Kouri – ผมตัดสินคุณไม่ได้หรอกนะ มีแต่ท่านผู้พันเท่านั้นที่จะสามารถคัดเลือกและทำพิธีสาบานตนให้คุณได้  คุณมากับผมสิ ช่วยงานเรานิดหน่อย แล้วผมจะพาคุณไปแนะนำตัวกับท่านผู้พันด้วยตัวเองเลยล่ะ 
Deacon – โอเค 
Kouri – ดีมาก 



Deacon – แม่งเอ้ย ให้ตายเถอะ แหวนของชั้นอยู่กับมัน เขาเอามันมาจาก Sarah แน่นอน และจะต้องชิงมาด้วยเพราะเธอคงไม่ยอมให้แหวนนั่นกับเขาง่ายหรอก นั่นหมายความว่า Sarah ต้องอยู่ที่นี่แน่นอน 



Deacon – โอเค นายเอ่อ ดูไม่เป็นทหารที่สุดสำหรับชั้นแล้ว 
Taylor – โห ไม่เอาน่าเพื่อน ชั้นชื่อ Wade Taylor เรียกชั้นว่า wade เฉยๆก็ได้ 
Deacon – ชั้น Deacon St. John 
Taylor – ฮ่าๆ Deacon St. John เนี่ยนะ? ชื่ออย่างกับบาทหลวงแก่ๆงั้นอ่ะ ฮ่าๆๆ 
Deacon – เอาล่ะ ฟังนะ wade 


Taylor – นายเห็นพวกทหารนี่มั๊ย? ดูสิแม่งโคตรบ้าเลยว่ะ แล้วคุณจะมาเข้าร่วมกองทัพกับพวกเขารึเปล่าเนี่ย อยากมาเป็นทหารอะไรเงี้ยหรอ? 
Deacon – ยังไม่รู้เหมือนกัน นี่ฟังนะ ชั้นเห็นนายออกมาจากข้างในนั้น ใช่มั๊ย
Taylor – เข้าไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็เขาให้รอไปเจอท่านผู้พันหรืออะไรซักอย่างนี่แหละ
Deacon – เขาคงพยายามคัดแยกคนน่ะ ว่าแต่ นายพอจะเห็นผู้หญิงในรูปนี้รึเปล่า? 
Taylor – โห สวยดีนี่หว่าเพื่อน สเปคชั้นเลยนะเนี่ย ..แต่ไม่เคยเห็นอ่ะ อ่า ชั้นคงต้องไปก่อนแล้วนะ พวกเขาแบบตามเช็คชั้นตลอดเลยอ่ะ โชคดีนะ Deacon St. John ... พระเจ้า ชื่ออะไรของเขาวะเนี่ย 


Deacon – พระเจ้า ไม่น่ามาเสียเวลาคุยกับแม่งเลย งี่เง่าฉิบ มันจำหน้า Sarah ไม่ได้รึไงอุตสาห์ให้ดูรูปแล้วนะ ไม่เอาน่า Sarah เธออยู่ไหนเนี่ย ?? อาจจะอยู่ในเต้นท์นี้รึเปล่า ..ไม่มี 



Deacon – หรือจะเป็นที่นี่เต้นท์พยาบาลเหมือนงานเก่าของเธอ แม่งเอ้ย เธอน่าจะอยู่ที่นี่สิ แต่ก็ไม่มี 



Deacon – Sarah อยู่ที่นี่รึเปล่า !!? ... แม่งเอ้ย ที่นี่ก็ไม่มี ! เธอไม่อยู่ที่นี่งั้นหรอ? ทำไมเธอไม่อยู่ที่วะก็ในเมื่อ ... ใช่สิ ชีวิตชั้นมันไม่เคยง่ายซักเรื่องเลยใช่มั๊ยเนี่ย ..
Kouri – St. John ได้ยินมั๊ย? คุณอยู่คลื่นนี้รึเปล่า? เห็นจ่า Russell บอกว่าคุณมีวิทยุด้วย
Deacon – ครับ ผมได้ยินแล้ว 
Kouri – ถ้าพร้อมแล้วก็มาหาผมที่ทางออกหน่อยเราจะไปกันแล้ว 



Kouri – ไง พร้อมจะออกไปลุยต่อรึเปล่า คุณพึ่งมาถึงไม่ใช่หรอ? 
Deacon – ก็พร้อมตามที่คุณขอมานั่นแหละ 
Kouri – ดูรถของคุณน่าจะผ่านศึกมาไม่น้อยเหมือนกันนะเนี่ย
Deacon – ก็ประมาณนั้น


               STORYLINES – A GOOD SOLDIER  


                                Story Mission: PROVE IT TO ME



Kouri – เป็นไงบ้าง ยังขับรถไหวอยู่นะ? 
Deacon – ไหวครับ 
Kouri – ถ้าคุณอยากจะเข้าร่วมกองทัพของเรา คุณต้องพิสูจณ์ให้ผมเห็นก่อนว่าคุณคู่ควร St. John 
Deacon – มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่หรอครับ หมายถึงผมเห็นมีแต่ตอไม้เหมือนกับเคยมีการเผาป่าเกิดขึ้นเลย หรือว่ามีการตัดไม้ออกก่อนแล้วถึงเผา 
Kouri – คุณนี่ตาดีมากเลยนะ ช่างสังเกตจริงๆ เราเรียกมันว่า Dead Zone พวกเราตัดไม้เอามาทำสิ่งกีดขวางแล้วจากนั้นก็เผามันให้เรียบ เพราะที่แค้มป์นี้ เราสามารถเห็นพวกฝูง Horde ที่กำลังเดินทางมาถึงที่นี่ได้ไม่ยาก เลยมีเวลาที่จะเตรียมตัวป้องกันได้ทัน 
Deacon – แล้วคุณเผาสิ่งก่อสร้างทั้งหมดด้วยหรอ เพื่อไม่ให้พวก Newts Swarmer มีที่ที่สำหรับใช้จำศีลใช่มั๊ย?
Kouri – ดูเหมือนคุณจะรู้จักพวก Freak ดีมากๆเลยนะ 
Deacon – ก็อย่างที่ผมบอก ผมเดินทางผ่านเรื่องพวกบ้านี่มานานมากแล้ว แล้วนี่คือแผนของกองทัพคุณงั้นหรอ เผาทุกอย่างในพื้นที่ให้หมด 
Kouri – เรากำลังทำสงคราม คุณ St. John เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับชัยชนะ 
Deacon – สงครามเลยหรอ?
Kouri – แล้วมันไม่ใช่รึไง? ทางเดียวที่จะหยุดไอ้พวก Horde บ้านั่นได้ ก็ของกองทหาร กองทหารของเรา 
Deacon – แต่มันมีวิธีอื่นอีกเยอะแยะนอกจากจะสร้างกองทัพนะ
Kouri – เรามีแผนของเราไว้แล้ว และท่านผู้พันต้องการให้คุณเข้าร่วมกับเราด้วย 



Kouri – เออ ตอนนั้นคุณถามเรื่องผู้รอดชีวิตที่ Silver Lake แสดงว่าคุณกำลังตามหาคนๆนึงอยู่ใช่มั๊ย?
Deacon – อะไรนะ เปล่านี่ ผมก็แค่เอ่อ ก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก แค่คิดว่าอาจจะเจอเพื่อนที่เคยอยู่ในแก็งค์เดียวกันแค่นั้นเอง  แต่มาคิดอีกทีเขาน่าจะตายไปแล้วแหละ
Kouri – อ่อ ผมหมายถึง นึกว่าคุณกำลังตามหาใครคนนึงในงานล่าค่าหัวของคุณน่ะ 
Deacon – ไม่หรอก ผมไม่ตามล่าค่าหัวใครไกลขนาดนี้หรอก มันไม่คุ้ม 
Kouri – เอาล่ะ ถึงแล้ว 



Mullins – เฮ้ จ่า กัปตันมาแล้ว 
Russell – เรียบร้อยแล้วครับผม
Kouri – แน่ใจว่าทำสัญลักษณ์แล้วนะ 
Russell –ครับผม
Kouri – เอาล่ะ นายสองคนกลับไปที่แค้มป์ก่อนก็แล้วกัน แล้วเอ่อ Taylor .. ใช่ชื่อเจ้านั้นมั๊ย ? 
Russell –ครับผม
Kouri – พาเขาไปหาท่านผู้พันด้วย แล้วชั้นจะตามไปหลัง 18.00 
Russell – ครับผม
Kouri – ช่วงเวลาคัดเลือกทหารไงจ่า นายน่าจะจำได้นะ 
Russell – เอ่อ ครับผม
Kouri – เอาล่ะ ไสหัวไปจากที่นี่ได้แล้ว !!



Kouri – ไง เจออะไรบ้าง? 
Deacon – นานแค่ไหนแล้วที่ เอ่อ .. 
Kouri –  Vasquez 
Deacon – นานแค่ไหนแล้วที่ Vasquez อยู่กับคนของคุณน่ะ? 
Kouri – น่าจะอาทิตย์กว่าๆ 
Deacon – ดูเหมือนเขาคงจะยุ่งมากเลยนะเนี่ย ดูนี่สิ 
Kouri – มันอะไรวะเนี่ย? 
Deacon – คนของคุณกำลังเจอปัญหาการปล้นสเบียงใช่มั๊ยล่ะ? พวกโจรดักปล้นสินะ?
Kouri – อ่า ใช่ 



Deacon – โอเค ยังพอมีรอยเท้าของมันเหลืออยู่ เราต้องเดินเท้าต่อกันหน่อยนะ
Kouri – เดินหรอ ทำไมล่ะ?
Deacon – ก็เพราะ Vasquez ที่จอดรถไว้นี่ก็น่าจะมีเหตุผลบางอย่างนั่นแหละ แล้วผมก็แกะรอยขณะขี่มอไซด์ไม่ได้ด้วย 
Kouri – โอเค 
Deacon – มาทางนี้ ผมว่าเราต้องเริ่มจากในกระท่อมนั่นก่อนเลย


                      Story Mission: DRIVEN TO EXTINCTION



Deacon – คุณบอกว่าเขา เอ่อ ขโมย อาหารและกระสุนมางั้นหรอ?
Kouri – ใช่ 
Deacon – นี่คือ MRE ** ที่กินไปครึ่งนึงแล้ว ดูเหมือนคนของคุณจะเข้ามาจับเขาในขณะที่เขาไม่รู้ตัว


** MRE ย่อมาจาก "Meal, Ready-to-Eat" หรือถุงยังชีพที่ประกอบด้วยอาหารที่ปรุงสุกเรียบร้อยแล้วบรรจุในซองพร้อมกินได้ในทันทีโดยเมนูจะถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกในการกินและอาหารจะถูกคำนวณมาอย่างดีแล้วว่าจะให้พลังงานเพียงพอสำหรับทหารแต่ละหน่วยที่ต้องใช้ในแต่ละวันเมื่อพิจารณาจากภารกิจที่ทำ


Deacon – รถเขาจอดไว้ด้านหน้างั้นก็แสดงว่าเขาต้องหนีออกทางประตูหลัง มานี่สิ มีรอยรั้วลวดหนามถูกตัด ยังไม่เป็นสนิมด้วย
Kouri – แสดงว่าคงพึ่งไม่นานนี้ 

Deacon – เจอปลอกกระสุนที่เพิ่งยิงสดๆเลย ดูเหมือนเขาพยายามจะยิงอะไรซักอย่าง  ตามมาทางนี้ ลงเขาไปต่อ



Kouri – นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ จะยิงหมาป่าให้เสียงดังไปทำไม 
Deacon – มันก็ขึ้นอยู่ว่า 
Kouri – ขึ้นอยู่กับอะไร?  
Deacon – มันก็ขึ้นอยู่ว่าผมหิวแค่ไหนน่ะสิ  .... เอาล่ะ น่าจะตัวสุดท้ายแล้ว ..เดี๋ยวผมลองเช็คตรงนั้นดูหน่อย



Deacon – ดูเหมือน MRE จะไม่พอสำหรับคนของนายนะ ..แต่ก็ยิงแม่นมาก เข้าหัวกวางเป๊ะเลย
Kouri – ใช่ แล้วพวกหมาป่าก็เลยได้ยินเสียงปืนแล้วแห่กันมา แต่ก็โชคดีที่มันสนใจกวางนี้มากกว่า Vasquez 
Deacon – อืมม ฝูงที่มาโจมตีเรามาทางตะวันออก
Kouri – นายคิดว่าพวกนี้ตามไล่ล่า Vasquez ไปแล้วทิ้งตัวนึงไว้เฝ้าซากงั้นหรอ?
Deacon – เดาว่างั้น 
Kouri – โอเค งั้นไปกัน ดูสิว่าจะเดาถูกมั๊ย

Deacon – ปกติคนของคุณออกมาล่าหมาป่าที่นี่ได้เยอะมั๊ย?
Kouri – บางทีก็เจออย่างอื่น พวกติดเชื้อน่ะ เราได้รับรายงานเรื่องนี้ตลอดแหละ 
Deacon – ตอนผมยังเป็นเด็ก จนโตขึ้นมาไม่เคยมีหมาป่าที่โอเรกอนเลยนะ อาจจะมีพวก Coyotes บ้างแต่ไม่มีหมาป่าแน่นอน พวกมันถูกทำให้สูญพันธ์โดยพวกชาวไร่ชาวสวนแล้วก็บริษัทตัดไม้ 
Kouri – โอ้ งั้นตอนนี้พวกมันก็คงกะมาเอาคืนครั้งใหญ่เลยล่ะสิ 



Deacon – เดี๋ยว แปบนึงๆ ตรงนั้นมีเป้อยู่ด้วย
Kouri – อาจจะเป็นของหนึ่งในคนของเราเอง 
Deacon – ดูเหมือนเขากำลังใกล้ได้ตัว Vasquez แล้วนะ 
Kouri – มันเลยสละเป้ทิ้งแล้วหนีเอาตัวรอดไปได้ 
Deacon – ไม่ๆๆ แค่ซื้อเวลา เขาโดดเข้ามาเพื่อพยายามแย่งเป้ ก่อนที่หมาป่าจะเข้ามาโจมตี Vasquez ก็เลยจัดการมัน สองนัด 
Kouri – คุณบอกจนเห็นภาพได้ขนาดนั้นเลยหรอ? 
Deacon – ประมาณนั้น



Kouri – เดี๋ยว ! ระวัง ก้มเอาไว้ พวก Swarm !!
Deacon – ที่ฝังศพของพวก NERO 
Kouri – สงสัยพื้นที่นี้จะตกสำรวจนะ ปกติพวกมันจะอยู่แบบกระจัดกระจายไปทั่วแต่ไม่อยู่รวมกันแบบนี้ 
Deacon – งั้นก็รู้แล้วว่าทำไม Vasquez ถึงเลือกที่จะผ่านมาทางนี้ เรารีบอ้อมไปดีกว่า
Kouri – เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยล่ะ 


Deacon – พูดตรงๆนะ ผมเบื่อที่จะต้องคอยวิ่งหนีได้พวกห่านี่เต็มทนแล้ว 
Kouri – คุณเคยจัดการพวก Swarm ได้ด้วยหรอ?
Deacon – เคยสิ คุณรีบอ้อมไปจะดีกว่า 
Kouri – นี่ฟังนะ ถ้าคุณอยากจะเข้าร่วมกับกองทัพเราจริงๆ คุณต้องมีสมาธิในภารกิจให้มากกว่านี้นะ เพราะตอนนี้เราไม่ได้ออกมาที่นี่เพื่อล่าพวก Freak  
Deacon – อ๋อ ฆ่าพวก Freak ต้องจูงมือกันไปว่างั้น? โอเค พยายามเดินเลาะที่ฝังศพนี่ไปแล้วกัน อากาศหนาวทำให้จำนวนของมันเพิ่มขึ้นเยอะ ผมว่าพวกมันคงได้กลิ่นศพไกลเป็นไมล์ๆแน่นอน 
Kouri – คนของเราเองส่วนนึงก็มีกลยุทธในการเผาทำลายและฝังกลบหลุมศพกันอยู่ตลอด 
Deacon – งั้นก็โชคดีแล้วกันนะเพราะผมเคยเห็นพวกมันอีกเป็นร้อยๆตัวอยู่อีกส่วนนึงของพื้นที่โดยไม่มีใครรู้อีกเยอะ 
Kouri – แต่ยังไงเราก็ต้องเริ่มทำมันซักที่นึงนั่นแหละ
Deacon – โอเค ไปทางไหนต่อ  
Kouri – มุ่งตะวันออกไปเรื่อยๆ 
Deacon – เฮ้ เดี๋ยวนะ รู้สึกว่าจะเจอถนนแล้ว ลองไปเช็คดูหน่อย 


Kouri – นายคิดว่าไง ?
Deacon – ตกลงมีใครที่ตามตัวเขาอีกรึเปล่าเนี่ย?
Kouri – เท่าที่ผมรู้ไม่มีนะ
Deacon – ถ้างั้นเขาคงโดนฆ่าตายไปแล้วหรือไม่ก็คงมีเพื่อนคอยช่วยเยอะเลย ดูจากร่องรอยนี่เห็นมั๊ย มีรอยล้อรถมาไซด์อยู่ตรงนี้เพียบเลย 
Kouri – อืมม โอเค งั้นไปเถอะลองตามไปดูสิว่ามันไปทางไหนกัน

Kouri – คุณบอกว่าอากาศเย็นทำให้มีพวก Freak เข้ามาในพื้นที่มากขึ้นงั้นหรอ?
Deacon – ใช่  อากาศเย็น หิมะ ฝน วันที่เมฆหนาด้วย
Kouri – ก็อย่างที่ผมบอก ความรู้เรื่องพวก Freake ของคุณ เมื่อเรากลับไปถึงฐานบัญชาการณ์เมื่อไหร่ผมจะแนะนำใครคนนึงให้มาคุยกับคุณเรื่องนี้ 
Deacon – ใครคนนึงหรอ?
Kouri – ท่านผู้พัน ไง ถ้าเขาพอใจที่จะรับคุณเข้าร่วมกองทัพอ่ะนะ 
Deacon – ใช่ๆ คุณบอกไปทีนึงแล้วล่ะ 
Kouri – แต่มาตฐานเขาจะสูงหน่อย ผมก็ไม่อยากให้คุณคาดหวังอะไรไปมากหรอกนะ 
Deacon – ไม่ต้องห่วงผมหรอกน่า ได้หรือไม่ได้ผมก็ไม่แคร์หรอก 


Deacon – เฮ้ เดี๋ยวๆ ได้ยินมั๊ย? 
Kouri – ได้ยิน มันดังมาจากแค้มป์คนตัดไม้ตรงนั้น 
Deacon – นั่นไม่ได้อยู่ในแผนที่คุณด้วยใช่มั๊ยล่ะ?
Kouri – ใช่ 
Deacon – อ่อ งั้นมันคงอยู่ในแผนที่ของ Vasquez สินะ 
Kouri – แล้วถ้า Vasquez อยู่ที่นี่จริงๆคุณมีแผนยังไง?
Deacon – ดูจากร่องรอยทั้งหมด เขาคงไม่ได้อยู่คนเดียวแน่นอน ... แผนหรอ แล้วโทษของพวกหนีทหาร (AWOL) คืออะไรล่ะ?
Kouri – จับแขวนคอจนกว่าจะตาย ทำไมหรอ?
Deacon – ก็ผมว่า Vasquez มันคงไม่ยอมมอบตัวแบบดีๆหรอกจริงมั๊ย



Deacon – เห็นคนของคุณรึเปล่า?
Kouri – นั่นไงเขาล่ะ 
Deacon – ดูเหมือนว่าคนของนายกำลังลงพื้นที่เพื่อทำพิธีรับทหารใหม่อยู่นะ 
Kouri – คุณรออยู่นี่ก่อนนะผมจะไปวิทยุขอกำลังเสริมก่อน



ผู้รอดชีวิต – เอามือออกไปจากชั้นนะไอ้พวกบ้า !! 
Vasquez – เอาเรื่องเหมือนกันเว้ยนังคนนี้ ไงพวกเรา 
ผู้รอดชีวิต – ปล่อยชั้นไปนะ !!
Vasquez – ชั้นสัญญา โตแล้วไม่เจ็บหรอกน่า ฮ่าๆๆๆ 



Deacon – ให้ตายเหอะ ไม่ๆๆ
Kouri – อะไร?
Deacon – ดูเหมือนผมกำลังมีปัญหากับพวกเหี้ยๆกลุ่มนึงที่กำลังทำร้ายผู้หญิงที่ผมไม่รู้จักชื่ออยู่น่ะสิ
Kouri – เฮ้ๆ ผมออกคำสั่งไปแล้วนะว่าให้รอก่อนน่ะ 
Deacon – ออกคำสั่งหรอ? นี่คุณตาถั่วเห็นผมใส่ชุดทหารอยู่ใช่มั๊ย? ตอนนี้ผมยังไม่มีไอ้ป้ายสีแดงบ้าๆนั่นติดที่แขนนะ คุณมาออกคำสั่งผมไม่ได้ คุณอยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ผมจะเข้าไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้ !!


                     Story Mission: Don’t Give me orders 



จากนั้นเข้าไปจัดการพวกโจรในแค้มป์ให้หมดทั้ง 15 คนแล้วเข้าไปในจุดที่ผู้หญิงถูกจับอยู่เพื่อช่วยเธอ



หญิงสาวผู้รอดชีวิต – นี่แนะๆๆๆ ตายซะๆๆ ไอ้ชาติชั่วเอ๊ยยย !!
Deacon – ใจเย็นๆ ผมไม่ได้จะมา .... ผมมาเพื่อช่วยคุณนะ
หญิงสาวผู้รอดชีวิต – ชั้นไม่ต้องการความช่วยเหลือห่าอะไรจากใครทั้งนั้น !!
Deacon – โอเคๆ งั้นเดี๋ยวผมหลีกทางให้เลยล่ะกันนะ 
Kouri – เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นก่อน เราไม่ได้เป็นพวกเดียวกับมันนะ !
หญิงสาวผู้รอดชีวิต – คิดว่าชั้นไม่รู้หรอว่าแกเป็นพวกไหน ห๊ะ !?



Kouri – มันคืออะไรเนี่ย? ทำไมนางต้องหยาบคายขนาดนี้ เรามาช่วยแท้ๆ
Deacon – ก็แค่ผู้หญิงที่เพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมาแหละน่า 
Kouri – Vasquez ล่ะ?
Deacon – ตาย .... ตายห่าหมดทั้งแคมป์นั่นแหละ
Russell – กัปตัน Kouri ทราบแล้วเปลี่ยน พวกเรามาถึงแล้วนะตอนนี้อยู่ที่หน้าทางเข้า 
Deacon – ตรึงกำลังไว้ตรงนั้นแหละ ชั้นกำลังไป 
Russell – ไหนพวกศัตรูล่ะครับ? 
Kouri – พวกมัน ...เอ่อ ... พวกมันถูกกำจัดหมดแล้ว 



Russell – พวกผมเอารถของคุณมาที่นี่ด้วย คุณจะได้ไม่ต้องเดินย้อนกลับไปอีกน่ะครับ 
Kouri – โอเค เท่านี้แหละ จ่า พาพวกเรากลับได้แล้ว


Deacon – เป็นไง ผมผ่านรึเปล่าเนี่ย?
Kouri – ผ่านมั๊ยเนี่ยนะ?
Deacon – โธ่ ไม่เอาน่า คุณเองก็ดูผมมาทั้งวัน ผมก็ทำนู้นนี่นั่นให้เห็นเพื่อ เอ่อ ทดสอบแล้วนี่ไง
 Kouri – ฮ่าๆ มันก็แบบ ตอนนี้มันก็ยังบอกให้ชัดเจนแบบเป็นทางการไม่ได้หรอกนะ คุณก็เห็นแล้ว การคัดเลือกคนแบบสุ่มสี่สุ่มห้าของเรามันเป็นยังไง  ...แต่ก็ เออ คุณผ่าน 



Kouri – แล้ว คุณพร้อมที่จะเข้าท่านผู้พันของเรารึยังล่ะ?
Deacon – พร้อมสิ ชัวร์ ทำไมจะไม่พร้อมล่ะ ?


             STORYLINE – A GOOD SOLDIER


                           Story Mission: A Target on their Back 




Kouri – เออแล้วคุณทำงานอะไรก่อนหน้าที่เกิดเรื่องบ้านี่หรอ St. John?  ทำไมนายถึงรู้จัก MRE (ถุงยังชีพของทหาร) ล่ะ แถมยังมีความสามารถด้านลาดตระเวนจนเจอตำแหน่งที่ตั้งของศัตรูได้ด้วย รู้จากการเข้ากำบังและการเคลื่อนไปข้างหน้า (Cover and advance ) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ชั้นสูง ตกลงนายเคยทำงานอะไรมาถามจริงๆ นาวิก หรือ กองทัพบก 
Deacon – ผมพยายามที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ คุณรู้มั๊ย? คือ ปีแรกที่ผมเริ่มออกเร่ร่อน ดูเหมือนคนที่ใส่ยูนิฟอร์มของทหารจะถูกเล็งเป็นเป้าก่อนเป็นอันดับแรกเลย ...จริงผมเคยผ่านสมรภูมิที่ภูเขา Tenth Mountain ใน Afganistan แล้วคุณล่ะ? ส่วนใหญ่คนที่เคยเป็นทหารมาก่อนก็จะมีท่าทางให้เห็นได้ไม่ยาก 
Kouri – ก็อย่างที่ผมบอก คุณเป็นคนช่างสังเกต ผมเคยอยู่ทัพอากาศมา 10 ปีได้มั้ง หน่วย SAC (Strategic Air Command ยุทธศาสตร์กองบัญชาการกองทัพอากาศ)
Deacon – แล้วตกลงเราไม่มีฐานยิงจรวด Missile ซ่อนอยู่ใน Oregon จริงๆใช่มั๊ย?
Kouri – ตอนนั้นผมลาพักร้อน ไปพักผ่อน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่ออะนะ คงโชคดีล่ะมั้ง  ก่อนที่ระบบสื่อสารต่างๆจะล่ม ผมได้รับงานเข้ามาทุกๆชั่วโมงจากทุกมุมโลกเลย คุณคิดว่าอยู่ข้างนอกนี่แย่แล้ว แต่ทุกอย่างทางตะวันออกของ Mississippi ถูกทำลายไม่เหลือภายใน 2 วัน ... เอาล่ะ แวะที่นี่ก่อน ผมมีอะไรจะให้ดูหน่อย 


Kouri – คุณรู้จักที่นี่หรือเปล่า?
Deacon – รู้สิ ผมเกิดที่เมือง Farewell ทางเหนือของที่นี่ คุณรู้จักมั๊ยล่ะ?
Kouri – ไม่รู้หรอก แต่ฟังดูน่าจะเป็นที่ที่น่าอยู่ในวันสิ้นโลกมากเลยนะ ... บางที่คุณอาจเคยมาที่นี่มาบ้าง 
Deacon – เคยสิ .. เมื่อฤดูร้อนที่แล้วผมกับภรรยา เคยมาแวะที่นี่ตอนที่เรามา Honeymoon 
Kouri – คุณมีรูปภรรยาคุณรึเปล่าล่ะ ?
Deacon – หึหึ ....



             Kouri – นี่รูปภรรยาผม เธอชื่อ Karie เราแต่งกันมา 12 ปีแล้ว ...แต่เรื่องมันนานแล้วล่ะ 



              Sarah – นี่คุณรู้มั๊ย ชั้นว่ามันน่าจะอ่านว่า ห้ามเข้า นะ


                                       Deacon – ไม่ๆ เข้าไม่ได้หมายถึงเราหรอก
                                  Sarah – ทำไมล่ะ เพราะเราอ่านไม่ออกงั้นหรอ?



Deacon – เพราะเราไม่สนกฎของเขาต่างหาก
Sarah – พูดเอาแต่ได้ชะมัดเลย 
Deacon – เชิญคุณก่อนครับ 
Sarah – ก็ด้ายยย .. รู้มั๊ย พยายามทำให้ชั้นกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ไม่ค่อยจะให้เกียรติสตรีเลยนะ
Deacon – ให้อะไรนะ ...?
Sarah –  เออ ช่างมันเหอะ ชั้นมันไม่เคยจำเองแหละ



Deacon – โอ้พระเจ้า อยากให้คุณเห็นหน้าตัวเองตอนนี้จัง 
Sarah –  พนันเลยว่ามันต้องดูตลกแน่นอน 
Deacon – ใช่ นี่ถ้าผมมีมือถือคงถ่ายให้ดูแล้วล่ะ 
Sarah –  เฉพาะแค่ครั้งนี้นะที่ชั้นดีใจมากเลยล่ะที่คุณไม่ได้ทำ 
Deacon – โธ่ไม่เอาน่า ไม่ต้องเริ่มเรื่องนั้นอีกเลยนะ 
Sarah – ชั้นยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ คุณนั่นแหละคิดไปเองต่างหาก 
Deacon – คุณตั้งใจมากกว่า 
Sarah – แล้วนี่เราจะไปไหนกันเนี่ย?  
Deacon – เดินตามทางไปเรื่อยๆเถอะน่าเดี๋ยวก็เห็นเองไม่ไกลหรอก 
Sarah – รู้มั๊ยว่าแม่ชั้นจะว่ายังไงถ้ารู้ว่าชั้นออกมาเดินเล่นในป่าที่ไหนก็ไม่รู้กับแก็งค์มอไซด์นอกกฎหมายตอนเที่ยงคืนแบบนี้อ่ะ ?
Deacon – ไม่รู้สิ เธออาจบอกว่า ที่รักทำไมลูกไม่เอาเสื้อกันหนาวไปด้วยล่ะ ..มั้ง
Sarah – ตลกและ
Deacon – แม่คุณไม่ว่าอะไรหรอกเพราะคุณไม่ได้เล่าเรื่องของเราให้เธอฟังไม่ใช่หรอไง?
Sarah – โธ่ไม่เอาน่า Deacon  ชั้นเคยบอกตั้งนานแล้วหรอก แล้วคุณก็รู้ว่าชั้นไม่ได้หมายความว่างั้นจริงๆซะหน่อย
Deacon – นี่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรคุณซักหน่อย ผมก็แค่ ผมหมายถึง ผมก็ไม่ได้บอกพ่อของผมเหมือนกัน 
Sarah – นั่นเพราะพ่อคุณตายแล้วต่างหาก 



Sarah – คำถามคือ คุณได้บอกคนในแก็งค์ของคุณหรือเปล่าที่มาออกเดทกับสาวแสนดีจากซีแอตเติ้ลเนี่ย แถมไม่ใช่ประเภทสวยใสไร้สมองแบบที่พวกเขาเจอในคลับเปลื้องผ้าที่พวกเขาเคยไปพักที่นั่นประจำด้วย
Deacon – โว้ๆ เดี๋ยวๆๆ ไม่ใช่แล้ว เราไม่เคยไปอาศัยในบาร์โป๊นั่นซักหน่อย มั่วแล้ว แค่เราเป็นสมาชิกตลอดชีพของที่นั่นไม่ได้แปลว่าเราไปนอนที่นั่นที่ไหนเล่า ...แล้วก็เอ่อ ผมบอกพวกเขานะ เอาจริงๆ ผมบอก
Sarah – เดี๋ยวนะ คุณเล่าให้พวกเขาฟังด้วยจริงดิ?
Deacon – เล่าสิ ทำไมล่ะ? โธ่ไม่เอาน่า ไม่ต้องมาทำท่าแปลกใจเลย พวกเขาเห็นรูปคุณแล้วยังบอกเซ็กซี่มากเลยด้วย
Sarah – ชั้นก็ว่างั้นแหละ ...

Sarah – คุณรู้ใช่มั๊ยว่านี่มันเลยเวลานอนของชั้นมานานแล้วเนี่ย?
Deacon – อ๋อ เรื่องนั้นผมรู้แล้ว
Sarah – ไม่ต้องมาพูดเลย ชั้นหมายถึง พรุ่งนี้ชั้นต้องตื่นไปทำงานแต่เช้านะ 
Deacon – อ้าวหรอ? ก็ไม่ให้คุณบอกนี่ แล้วพรุ่งคุณต้องทำอะไรหรอ? เอ่อ ช่างเถอะ ไม่ต้องบอกก็ได้
Sarah – ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ เรื่องโปรเจคนิดหน่อย พอดีจะมีผู้บริหารบางคนที่บินจากนิวยอร์กเพื่อตรวจสอบความคืบหน้างานของเรา และเอ่อ ชุดที่โรงงานของเราที่กำลังติดตั้งสำหรับห้องปฏิบัติการใหม่ก็ยังติดตั้งไม่ได้ถ้าชั้นไม่ได้ตรวจสอบสเปคมันก่อน 
Deacon – โว้ ..ผมนึกว่าคุณไม่อยากพูดถึงมันซะอีก 
Sarah – โทษที ... ก็อย่างที่ชั้นบอกแหละ ไม่มีอะไรหรอก ยังไงก็ขอบคุณนะที่ช่วยดึงชั้นออกมาจากเรื่องน่าเบื่อพวกนั้นน่ะ 
Deacon – ไม่มีปัญหา 


Sarah – เดี๋ยวๆๆๆ เดี๋ยวนะ นี่มันไร่กัญชานี่ ? อย่าบอกนะว่าเนี่ยคือสิ่งที่คุณอยากจะให้ชั้นดูน่ะ ? 
Deacon –  อะไรนะ?
Sarah – นี่มันพืชตระกูล marijuana ..กัญชาน่ะ แล้วนั่นก็ระบบชลประทานอย่างดีเลย นี่มันไร่กัญชาชัดๆ
นี่คุณลากชั้นออกมากลางดึกเพื่อมาที่ไหนก็ไม่รู้ เพื่อโชว์ให้ชั้นดูธุรกิจผิดกฎหมายของแก็งค์คุณเนี่ยนะ?
Deacon – อ๋อหรอ นี่คุณคิดงั้นจริงๆน่ะหรอ? ฮ่าๆๆ ก็ผมหวังว่าคุณจะช่วยแนะนำเกี่ยวกับการเพาะปลูกกับเราได้ไง ฮ่าๆ จะได้ใช้ปริญญาที่มีสร้างอะไรขึ้นมาให้มันจริงจังซะทีไง 
Sarah – พระเจ้า Deacon คิดได้ไงเนี่ย ฮ่าๆๆ เข้าใจและ นี่ไม่ใช่ที่คุณอยากจะให้ชั้นดูใช่ป่ะ?
Deacon – ก็เออสิ ไม่ใช่ซักหน่อย ... มาเถอะ เดินตามทางนี่ไปต่ออีกแปบก็ถึงแล้ว 
Sarah – คุณคงคิดว่า ยัยนี่หลอกกี่ทีก็ไม่รู้จักจำซักทีใช่มั๊ยเนี่ย?
Deacon – เปล่าซะหน่อย 


Sarah – โอ้ พระเจ้า ดูแสงจันทร์ที่ส่องลงมากระทบนั่นสิ สวยมากเลย 
Deacon – รีบเดินเถอะน่าใกล้จะถึงแล้ว
Sarah – คุณเคยสงสัยว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้า ทุกๆทีมืดลงพร้อมๆกัน เมื่อทุกแสงไฟดับลงทุกคนก็จะมองเห็นโลกที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน
Deacon – คุณหมายถึง มันจะเห็นแต่ความมืดที่ทำให้หดหู่เงี้ยหรอ?
Sarah – ชั้นหมายถึงมันจะทำให้เห็น แสงจันทร์ ดอกไม้ป่า แล้วก็หิ่งห้อยชัดขึ้นต่างหาก ชั้นรู้สึกว่ามันทำให้เรากลายเป็นเด็กอีกครั้งเลยนะ ...โอเค ชั้นก็พูดไปเรื่อย คุณไม่ต้องไปจริงจังกับมันก็ได้ 
Deacon – แหม่ ผมมันจริงจังกับทุกเรื่องซะด้วยสิ 
Sarah – งั้นเลย ?
Deacon – จริง !!
Sarah – ไม่จริงซักหน่อย ตอนที่ชั้นบอกว่าจะให้คุณช่วยย้ายของๆชั้นไปไว้บ้านคุณ คุณยังบอกชั้นล้อเล่นเลย
Deacon – เปล่าๆๆ เปล่าซะหน่อย ผมแกล้งพูดเฉยๆ ผมแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินที่คุณพูด เข้าใจผิดไปใหญ่และ  
Sarah – คุณคงไม่ได้เห็นหน้าคุณตอนนั้นสินะ ฮ่าๆ ชั้นเอามือถือถ่ายไว้แล้วด้วย อยากจะให้ชั้นโชว์ให้ดูป่ะละ?
Deacon – เฮ้นี่คุณเป็นนักวิทยาศาสตร์นะ จะไม่ใช้เหตุผลหน่อยหรอไง? 


Sarah – โอเค งั้น ก่อนอื่นเลยนะที่ฉันจะพูดก็คือ เราควรคิดถึงเรื่องการย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันจริงๆจังซะที คุณรู้ใช่ไหมว่าเราจะได้ใช้เวลาด้วยกันให้มากขึ้น และคุณรู้ดีว่าขั้นตอนต่อไปจะทำอะไรต่อ ไง แบบนี้มีเหตุผลบ้างยัง?
Deacon – ผมก็มีแปรงสีฟันอยู่บ้านคุณแล้วไง 
 Sarah – โอ้ โทษที คุณรู้อะไรมั๊ย? คุณพูดถูก นั่นเป็นการแสดงความผูกพันที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ
Deacon – นี่คุณไม่รู้หรอว่าแปรงสีฟันดีๆมันแพงแค่ไหนอ่ะ?
Sarah – เห็นมั๊ย พอชั้นจะพูดเรื่องอนาคตของเรา คุณก็ทำมาเป็นตลกตลอดนั่นแหละ 
Deacon – โอเคๆ ถ้าคุณอยากจะพูดกันเรื่องนี้จริงๆ เราก็จะพูดเรื่องนี้กันจริงๆจังซักที แต่ เดี๋ยวนะ แปบนึง ผมจะให้คุณดูอะไร 


Deacon – ดูสิ นี่แหละเหตุผลที่ผมพาคุณขึ้นมาถึงที่นี่
Sarah – ว้าวว มันสวยมากเลยอ่ะ 
Deacon – คุ้มค่าพอมั๊ยล่ะ?
Sarah – คุ้มค่ามากๆเลย Deacon
Deacon – เฮ้ มานี่หน่อยสิ ผมอยากจะถามอะไรคุณหน่อยจะได้มั๊ย?
Sarah – ได้สิ .... โอ้ Deacon ...



                                              Deacon – คุณจะ ....เอ่อ คุณจะ ...
                                              Sarah – ชั้นจะทำไมคะ?
                                             Deacon – คุณจะ ....
                                             Sarah – อิอิ ..ฮ่าๆๆ


Deacon – ไอ้ทำแบบนี้แปลว่า "รับค่ะ" หรือเปล่าเนี่ย?
Sarah – ค่ะ แต่ภายใต้เงื่อนไข 2 ข้อนะ 
Deacon – โอเค 
Sarah – ข้อแรก เราจะไม่จัดการงานแต่งงานในแบบพวกแก็งค์ซิ่งพวกนั้นทำกัน ที่คุณต้องพูดประมาณว่า คุณจะขี่ชั้นเหมือนกับชี่รถของคุณ อะไรประมาณนั้น
Deacon – ชัวร์ ผมไม่สัญญาแบบนั้นอยู่แล้ว 
Sarah – ฮ่าๆ ไม่ต้องเลย เอาล่ะ และอีกข้อนึง.... ข้อ 2 คุณจะต้องห้ามทิ้งชั้นเด็ดขาดนะ 
Deacon – ผมให้สัญญา 
Sarah – พระเจ้า นี่คุณจะเอาแหวนพวก Biker ใส่ที่นิ้วชั้นจริงๆหรอเนี่ย?
Deacon – โอ้ งั้นหรอ? งั้นสงสัยผมคงต้องทำแบบนี้แล้วล่ะ ....
Sarah – โอ๊ย อย่า ฮ่าๆๆๆๆ



Sarah – ดูสิ เขี้ยวเล็กๆพวกนี้น่ารักดีนะ เหมือนมันกำลังกัดที่โซ่หรืออะไรซักอย่างประมาณนั้นเลย คุณรู้มั๊ย ไม่รู้ใครพูดไว้ว่า รักแท้ก็เหมือน “กะโหลกหมา” 
Deacon – “กะโหลกหมา” เนี่ยนะ ฮ่าๆ
Sarah – เออ แล้วตรงนี้มันเขียนว่าอะไรหรอ?



Deacon – Morior Invictus แปลว่า ตายก่อนจะพ่ายแพ้ ประมาณว่า ยอมตายแต่ไม่ยอมแพ้นั่นแหละ 
Sarah – ว้าว ชั้นชอบแฮะ


Sarah –  ... แต่ นี่คุณจะให้ชั้นแบบให้แหวนจริงๆเลยใช่ป่ะเนี่ย ?
Deacon – แน่นอนสิ แต่คุณรู้มั๊ย นั่นมันเป็นแหวนของผม คุณจะเอาไปไม่ได้หรอกนะ
Sarah – ชัวร์ล่ะ มันแหวนของคุณอยู่แล้ว หน้ามันมีหลายอย่างเหมือนกับคุณเลย ยกเว้นเขี้ยวอ่ะนะ ฮ่าๆๆ



Sarah – สงสัยห้องทดลองโทรมาแน่เลย ...... ฮัลโหลค่ะ ? ... ค่ะ ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวชั้นจะรีบไปก็แล้วกัน โอเค บาย
Deacon – ทุกอย่างโอเคนะ?
Sarah – ยังไม่รู้เหมือนกันแต่พวกเขาบอกให้ชั้นรีบไป .. ชั้นคงต้องไปก่อนนะ 



Deacon – ดะ เดี๋ยวๆ ตอนนี้เลยอ่ะนะ เรียกไปกลางดึกแบบนี้เลยหรอ? 
Sarah – ใช่ ชั้นขอโทษนะ ชั้นต้องไปจริงๆ แต่ชั้นสัญญาว่า จะแก้ตัวให้วันหลังอ่ะนะ มาเถอะๆ 



                  Deacon – ภรรยาของผมชื่อ เอ่อ Beth และผมไม่มีรูปของเธอเลยครับ ... 
                  Kouri – อืมม งั้นเรากลับกันเถอะ !


        อรัมภบทเส้นทางจาก Diamond Lake ถึง Wizard Island


ไดมอนด์เลคคือแหล่งน้ำตามธรรมชาติในเขตป่าสงวน Umpqua ใน Douglas County ทางตอนใต้ของรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ซึ่งทางเหนือของทะเลสาบจะไปบรรจบกับมหาสมุทรแปซิฟิก


ตั้งชื่อตามนาย John Diamond ที่เห็นทะเลสาบนี้ครั้งแรกเมื่อปี 1852 ในขณะที่เขาอยู่บนยอดเขา Diamond Peak ซึ่งในตอนนี้ป่าสงวนทั้งหมดก็ถูกเผาทำลายจนหมดเพื่อหยุดฝูง Horde ที่บุกเข้ามาที่ ค่ายทหารด่านหน้า Diamond Lake ตามยุทธวิธีของ กัปตัน Kouri ผ.บ ของค่าย


เมื่อเดินทางลงใต้ต่อมาจาก Diamond Lake อีกหน่อยก็จะมาถึงเขต Crater Lake National Park ก็จะพบทะเลสาบ Crater ที่เป็นที่ตั้งของเกาะที่เห็นอยู่กลางน้ำที่เรียกว่า Wizard island ซึ่งเป็นสถานที่ที่ Deacon ได้ขอ Sarah แต่งงานเป็นครั้งแรกแล้วก็เป็นแค้มป์สุดท้ายที่ Deacon ฝ่าดง Freaker มาตามหาภรรยาด้วย


แต่  Wizard island นั้นไม่ใช่เกาะธรรมดาเพราะมันคือ ปากปล่องของภูเขาไฟที่ยื่นพ้นจากน้ำจากความสูง 2,113 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยด้านบนสุดของเกาะก็คือยอดของภูเขาไฟที่มีปากปล่องของภูเขาไฟขนาดความกว้าง 150 เมตรที่เรียกกันว่า Witches Cauldron หรือ หม้อแม่มด ที่ถูกค้นพบครั้งแรกโดย William Gladstone Steel ในปี 1885 และเป็นผู้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า Wizard Island นับแต่นั้น
Source
https://en.wikipedia.org/wiki/Diamond_Lake_(Oregon)
https://en.wikipedia.org/wiki/Wizard_Island


                      Story Mission: I DON’T HAVE A PIC




Kouri – ผมว่ามันดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นะ 
Deacon – อะไรไม่ปกติ
Kouri – ก็ที่คุณไม่มีรูปของภรรยาหรือรูปครอบครัวเลยน่ะสิ ..ย้อนกลับก่อนหน้านี้ที่ทุกคนล้วนใช้แต่สมาร์ทโฟนที่เราใช้เป็นที่เก็บรูปต่างๆของเรา พอทุกอย่างล่มสลาย รูปต่างๆที่เราบันทึกไว้ก็หายหมด 
Deacon – ใช่ ผมก็ลืมนึกถึงข้อนั้นไปเหมือนกัน 
Kouri – Karie ภรรยาผม พ่อของเธอเป็นช่างภาพ แบบช่างถ่ายภาพสมัยเก่าอ่ะนะ ที่ต้องใช้ห้องมืดล้างฟิล์มประมาณนั้น คงเป็นประเภทต่อต้านยุคดิจิตอลมั้ง แต่ถ้าไม่ได้เขาผมก็คงไม่เหลือรูปอะไรที่เคยถ่ายไว้แน่นอน 



Deacon – ใช่ เพราะงั้นแหละผมถึงไม่ชอบพวกสมาร์ทโฟนเท่าไหร่ เหมือนทุกคนกำลังจะเอาจมูกฝังเข้าไปโทสับบ้านั่นเลย ผมไม่เคยมีซักเครื่องเลยด้วย 
Kouri – น่าสนใจแฮะ .. อ้าวแล้วคุณจัดการทุกอย่างในชีวิตยังไงล่ะ?
Deacon – ผมเป็นช่าง มีร้านซ่อมรถเล็กๆอยู่ที่ Farewell ผมมีโทรศัพท์เครื่องเดียวในชีวิตก็คือโทรศัพท์ที่ร้านนั่นแหละ 
Kouri – เอาล่ะ ถึงแล้ว 


                        Kouri – Wizard island ขอต้อนรับ



Deacon – คนของคุณดูท่าทางซีเรียสกันจังเลยแฮะ 
Kouri – ท่านผู้พันเชื่อว่า ถ้าเรามีแรงจูงใจและวินัยที่มากพอ เราจะสามารถทำทุกอย่างสำเร็จได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ
ทหาร – เร็วๆรีบขยับตูดไปทำงานได้แล้วเร็วๆ !!
คนงานหญิง – นี่ชั้นก็เร็วเต็มที่แล้วนะ 
Deacon – นี่ใช่มั๊ยแรงจูงใจที่คุณว่าอ่ะ 
Kouri – ท่านผู้พันสร้างแค้มป์คนงานอีกแค้มป์ทางใต้ของเกาะ สำหรับคนที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นทหาร ซึ่งมีคนบางประเภทที่ต้องให้แรงจูงใจมากเป็นพิเศษ 
Deacon – ชัวร์ 
Kouri – ตามผมมา .... เอาล่ะ ขึ้นไปบนเวทีนั้นได้เลย แล้วก็ โชคดีนะ คุณ St . John 



Taylor – อ้าว ไงพวก ดีใจที่ได้เจอนายอีกนะ St. John ใช่ป่ะ ? ลูกของนักบวช 
Deacon – ไม่เอาน่า Taylor นายก็พูดไปเรื่อย อะไรกัน ลูกของนักบวช
Taylor – ชั้นล้อเล่นน่า ว่าแต่ วันนี้นายพกดวงมาด้วยหรือเปล่าเนี่ยพวก ? แล้วสาวที่นายตามหาล่ะ เจอยัง ได้บีบๆกันยัง?
ทหาร – เอาล่ะ เอาเครื่องประดับทุกอย่างที่มี แหวน นาฬิกา ของมีค่าทุกอย่างใส่เข้ามาในนี้เลย 
Deacon – .......... 
Taylor – เออ แล้วแต่เลยพวก  
Crystal – พล่ามบ้าบออะไรอยู่ได้วะ
ทหาร – ใครพูดอะไรนะ? 



ทหาร – การรับสมัครทหารไม่อณุญาติให้ผู้ที่เข้าทำการคัดเลือกมีของใช้ส่วนตัวไม่งั้นก็จะถูกขโมย เอาเร็วๆใส่มา !!
Crystal – อ๋อหรอ? ไม่งั้นก็จะถูกขโมย บลาๆๆๆ งี่เง่าเอ้ย !! 
Col. Garret – ทั้งหมด แถวตรง !!!



Col. Garret – ตามสบาย !  ... ที่นี่เราไม่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ทุกคนที่เข้ามาคือผู้ที่ถูกเชิญให้เข้ามาทำการคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ที่ผมเชื่อมั่น เริ่มกันเลย !!  เมื่อผมถาม คุณต้องตอบชื่อและนามสกุล


Crystal – แม่งก็ชอบข่มเหมือนกันหมดแหละว้า 
Col. Garret – ชื่อ !!
Crystal – แม่งเอ้ย Adkins .. Crystal คับโผ้มมม !!
Col. Garret – เคยฆ่าคนมากี่คนแล้ว ?
Crystal – จะเอาก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้อ่ะ?
Col. Garret – ตอบคำถาม ! 
Crystal – ส้นตีนแนะ !!


Col. Garret – คนเราทำได้ทุกอย่างแม้จะเป็นสิ่งที่เราไม่ภาคภูมิใจก็เพื่อความอยู่รอด เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป ผู้ทรงอำนาจจะเข้าใจสิ่งนี้ ผู้ทรงอำนาจจะอภัยให้สิ่งนี้ ... แต่ที่นี่ ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ ที่เต็มไปด้วยรอยเท้าของซาตานและรอยสักจากเรือนจำ มันพิสูจน์ได้แบบไม่ต้องเดาเลย ว่าคนอย่างเธอ จะนำมาซึ่งภาระและความโกรธเคืองให้พระเจ้าผู้ทรงอำนาจมาสู่พวกเราทุกคน  .... เอานังนี่ไปที่แค้มป์คนงาน !!
Crystal – แม่งเอ้ย ส้นตีนเถอะ ปล่อยนะ ! อย่าเสือกมาถูกตัวชั้นนะ !! 



Col. Garret – แล้วนายล่ะ?
Taylor – เอ่อ Taylor ... Wade เอ่อ ผมคือ ผมไม่เคยติดคุก ไม่เคยฆ่าคนด้วย 
Col. Garret – แล้วนายอยู่รอดมาได้ยังไงได้นานขนาดนี้วะเนี่ย? 
Taylor – ตะ แต่ แต่ผมยิงปืนเป็นนะ พ่อผมเคยสอนล่าสัตว์ตอนเป็นเด็กอ่ะ ใกล้ๆกับ Klamath falls 
Col. Garret – พอ !!



Col. Garret – แล้วนายล่ะไอ้หนุ่ม เคยใช้ปืนรึเปล่า?
Deacon – ผม Deacon St John ครับผมใช้ปืนเป็น 
Col. Garret – นายเป็น Drifter ใช่มั๊ย? ... หืมม ... ไหนลองยืนมือขวามาดูสิ 


Col. Garret – tenth mountain  ..อิรัก ใช่มั๊ย?
Deacon – อัฟกานิสถาน ครับ 
Col. Garret – ปลดประจำการอย่างถูกต้องรึเปล่า?  อย่าคิดโกหกเด็ดขาดนะเพราะผมดูออก  



Deacon – ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์เพื่อหน้าที่ที่มีหนึ่งเดียว ทำหน้าที่ด้วยเกรียติยศ และเกลียดแม่งทุกนาทีที่ทำ  
Col. Garret – ฮ่าๆๆ นายไม่โกหกจริงๆด้วย  นายเป็นคนดี 


Col. Garret – เอาล่ะ ยกมือขวาขึ้น คุณจะสาบานอย่างเป็นทางการว่า จะสนับสนุนและปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสหรัฐอเมริกาใหม่แห่งนี้หรือไม่ 
จะร่วมต่อต้านศัตรูทั้งแบบปกติและไม่ปกติ พร้อมที่จะเป็นสักขีพยานและให้การสนับสนุนในสิ่งเดียวกันและจะปฏิบัติตามคำสั่งทั้งหมดโดยไม่ตั้งคำถาม ... คุณจะสาบานหรือไม่ 
Deacon – ผมสาบาน !



Col. Garret – เยี่ยม !
ทหาร – เฮ !!!
Col. Garret – เอาล่ะ เลิกแถวได้ !!  .... เดินตามชั้นมาหน่อยซิ ไอ้ลูกชาย 



                                        n      The 10th Mountain Division


หน่วยที่ Deacon เคยประจำการในอดีตคือ The 10th Mountain Division หรือ tenth mountain ซึ่งก็คือ กองพลทหารราบเบาในกองทัพสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1943 เพื่อปฎิบัติหน้าที่ในสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาและขั้วโลกเหนือเป็นหลัก  ซึ่งถูกฝึกฝนการเอาตัวรอดบนภูเขาหิมะโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนเขา Jim และ Lou Whittaker ชาวอเมริกันคนแรกที่ขึ้นยอดเขา Everest ก่อนที่ปี 1945 หน่วย 10th Mountain ก็ได้เข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยการเปิดฉากลอบเข้าโจมตีทางภูมิประเทศที่ขรุขระที่สุดของอิตาลีใช้เวลา 114 วันของการรบจนได้รับชัยชนะ


 ปัจจุบัน 10th Mountain มีฐานที่มั่นอยู่ที่ Fort Drum ใน New York cและยังคงเป็นหน่วยรบเฉพาะทางที่ได้รับการฝึกฝนให้ปฎิบัติพื้นที่ทุระกันดารเป็นหลัก ทั้งภารกิจสนับสนุนและเข้าปะทะ



และยังเคยเข้าร่วมในกิจการพายุทะเลทรายในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงปฎิบัติหน้าที่สนับสนุนเสรีภาพในอิรักและอัฟกานิสถานเพื่อให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือกองกำลังความมั่นคงของประเทศพันธมิตร จนเมื่อปี 2001กองทหารราบ10th Mountain ก็ถูกยกย่องว่าเป็นหน่วยทหารที่ถูกเรียกใช้งานมากที่สุดในกองทัพสหรัฐ


และจากที่ Deacon บอกว่าเขาอยู่หน่วย 10th Mountain ในช่วงที่ไปทำปฎิบัติหน้าที่ใน อัฟกานิสถาน นั้นตามข้อมูลใน Wiki ของการปฎิบัติหน้าที่จริง หน่วย 10th Mountain ก็เคยเข้าไปปฎิบัติหน้าที่ใน อัฟกานิสถาน ครั้งแรกในปี 2004


เพื่อสนับสนุนอัฟกานิสถานในการต่อสู้กับกองกำลัง Taliban และ Al-Qaeda และ 10th Mountain ของ Deacon ก็เป็นหน่วยแรกที่เข้าพื้นที่นำ Patriot K-9 พร้อมสุนัข 20 นายทำหน้าที่ลาดตระเวนทั่วทั้งภูมิภาคเพื่อตรวจหาวัตถุระเบิดก่อนที่หน่วยอื่นๆของกองทัพสหรัฐจะเข้าพื้นที่

https://en.wikipedia.org/wiki/10th_Mountain_Division
https://snowbrains.com/10th-mountain-division-history-fire-mountain/



               STORYLINE – I REMEMBER

                           Story Mission:  A War We Can Win



Col. Garret – วันนี้กัปตัน Kouri พาพวกอาสาสมัครมาให้ชั้นน้อยมาก ... แต่เขาบอกถึงความสามารถด้านการรบของนาย 
Deacon – คงเพราะผมเจอเรื่องแย่ๆมานานมั้งครับ 
Col. Garret – นายรู้เรื่องเจ้าพวก Freak ดีด้วยใช่มั๊ย ?
Deacon – ครับผม ผมว่า เอ่อ ผมก็รู้พอๆกับคนอื่นๆแหละครับ 
Col. Garret – ดี ดีแล้ว .... เอาล่ะ เข้าไปในเต้นท์นั่น  เราจะให้หมอตรวจร่างกายนายก่อน



Dr. Jiminez – ชีพจรเต้นดี อัตราการเต้นของหัวใจก็สม่ำเสมอดี แล้วก็หมอทำแผลตรงรอยไหม้ที่แขนให้แล้วนะ ไปโดนอะไรมาหรอ? 
Deacon – เผลอไปโดน เอ่อ เตาผิงนะครับ 
Dr. Jiminez – เตาผิงหรอ? แล้วใครเป็นคนปฐมพยาบาลให้เนี่ย?
Deacon – เอ่อ  ผมทำเอง  
Dr. Jiminez – ดีนะ ทำแผลได้ดีมากเลย
Deacon – ขอบคุณครับ
Dr. Jiminez – ถ้าไม่อยากเสียแขน ปิดแผลให้มิดชิดตลอดด้วยนะ เข้าใจแล้วนะ 
Deacon – เข้าใจแล้วครับ
Dr. Jiminez – แล้วก็อีกสองสามวันกลับมาให้ผมตรวจอีกทีก็แล้วกันนะ 
Col. Garret – เป็นไง โอเคมั๊ยหมอ?
Dr. Jiminez – โอ้ ไม่ต้องห่วงครับ หมอนี่ฟิตสุดๆเลยล่ะ ...จะให้เขาออกไปหาของข้างนอกนั่นใช่มั๊ยเนี่ย?
Col. Garret – โทษทีนะหมอ เขาคงไม่พร้อมที่จะพูดอะไรตอนนี้หรอกนะ 
Dr. Jiminez – ให้ผมเดานะให้ไปทำงานกับ แม่มดแห่ง  Wizard Island ใช่มั๊ย? โชคดีแล้วกันนะ
Col. Garret – เอาล่ะ ไปต่อกันเถอะ 



Col. Garret – ปกติชั้นจะไม่ยอมให้ใครมาเรียกเจ้าหน้าที่ของชั้นว่า แม่มด หรอกนะ ยกเว้นพวกเจ้าหน้าที่ที่เก่งแต่แหกคอกแบบนี้ ก็เพราะทุกๆคนที่นี่ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็จะมีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ... ว่าแต่ นายเชื่อในพระเจ้ามั๊ย St. John ?
Deacon – ผมไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้นเท่าไหร่หรอกครับ
Col. Garret – ชั้นว่าน่าจะถึงเวลาที่นายต้องสนแล้วนะ พระองค์ทรงมีแผนให้เราเสมอ ให้เราทุกคน รวมถึงในสิ่งที่ชั้นทำตอนนี้ด้วย 
Deacon – ครับ?
 Col. Garret – สถานที่แห่งนี้ ... ชั้นเคยเห็นภาพมันมาก่อนหน้านี้แล้ว ... มันไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เหมือนใน พระคัมภีร์เดิม (The Old Testament) ไม่มีรถศึกที่มีไฟลุกท่วมอะไรแบบนั้นหรอก ชั้นก็แค่ตื่นมาในเช้าวันหนึ่งก่อนที่โรคระบาดของพระเจ้าจะตกลงมาบนโลก และก็ตระหนักรู้ว่ามันมีที่แห่งนี้อยู่ 



Deacon – Crater Lake ..Wizard Island หรอครับ?
Col. Garret – ชั้นเรียกมันว่า เรือ .... นายคงเคยได้ยินเรื่อง เรือโนอาห์ ใช่มั๊ย?
Deacon – ครับผม ผมว่าเรื่องนี้ทุกคนน่าจะเคยได้ยิน
Col. Garret – ดีแล้ว นายจะเจอเรื่องที่แปลกใจถ้านายลองได้อ่านไบเบิ้ลดู 
Deacon – คุณหมายถึงพวก หนังสือปฐมกาล แล้วก็เรื่องราวของโนอาห์อะไรแบบนี้หรอครับ?
Col. Garret – ใช่ อะไรประมาณนั้น 


Col. Garret – เอาล่ะ ไอ้ลูกชาย เรามาทำให้นายพร้อมเป็นทหารกันดีกว่า แต่ตอนนี้เราค่อยข้างจะขาดแคลนเรื่องเครื่องแบบอ่ะนะ ชั้นก็ต้องขอโทษด้วย ชั้นคิดว่าเราอาจจะ อืมมม ..โอ้ นี่ไง ลองใส่หมวกนี่ดู 
Deacon – พอดี เป๊ะเลยครับ 
Col. Garret – แล้วก็ ... หมวกใบเก่านั่นชั้นจะเก็บไว้เอง
Deacon – เอ่อ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมเก็บไว้เองก็ได้ พอดีมันเป็นของที่เพื่อนเก่าให้มาน่ะครับ 
Col. Garret – เพื่อนเก่าหรอ? คงจะมีเหลืออีกไม่กี่คนแล้วใช่มั๊ยล่ะ? 
Deacon – ครับ เหลือไม่กี่คน  
Col. Garret – ก็ได้ ทหาร แต่ ชั้นไม่อยากเห็นนายใส่มันที่นี่เข้าใจมั๊ย?  ตอนนี้นายเป็นคนของเราแล้ว 



Col. Garret – แล้วก็ตามปกติ พวกอาสาสมัครที่เข้ามาใหม่เราจะให้ยศแค่พลทหาร แต่กัปตัน Kouri ได้ประเมินนายในภาคสนามมาแล้ว นายมีประสบการณ์ในการรบมากอยู่  เราก็เริ่มจะให้นายเริ่มต้นที่ยศ สิบโท ก็แล้วกัน ยินดีด้วยไอ้ลูกชาย 
Deacon – ขอบคุณมากครับ !!
Col. Garret – เอาล่ะ ที่นี้ เราก็มาหาตำแหน่งหน้าที่ให้นายทำกัน .... ตามชั้นมา 


Col. Garret – เออแล้ว เมื่อกี้ชั้นพูดถึงไหนแล้วนะ?
Deacon – คุณพวกถึงเรื่อง เรือโนอาห์ครับ 
Col. Garret – ใช่ๆๆ ผมเรียกที่นี่ว่า เรือ ... ที่นายเห็นตรงนี้ยังเป็นแค่ส่วนน้อยของพื้นที่ทั้งหมดของที่นี่ ใต้พื้นของที่นี่เต็มไปด้วยถ้ำมากมายที่เชื่อมต่อกันและมีทางที่จะนำพาให้เราขึ้นไปถึงบริเวณจุดสูงสุดที่เป็นรูปกรวยได้ และเมื่องานของเราสำเร็จ ในนั้นก็จะเต็มไปด้วย เมล็ดพันธ์ พืชต่างๆ ไฟล์คอมพวเตอร์ หนังสือ ... โลกอาจจะตายไปแล้ว แต่เป้าหมายของเรา ความรู้ต่างๆ ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่างๆจะตายไปพร้อมโลกนี้ไม่ได้  และที่เกาะแห่งนี้มันเป็นมากกว่า เรือ นะจ่า มันคือฐานทัพ คือ ป้อมปราการ ... ที่ประตูทางทิศเหนือ เราสะสมอาวุธต่างๆทั้งไรเฟิ่ล ปืนกล ปีน RPG ระเบิดต่างๆ และกระสุนไว้เป็นจำนวนมากสำหรับใช้ต่อสู้กับพวก Freak 

       

Col. Garret – ตรงนี้คือส่วนของวิศวะกรเครื่องกล ถ้านายจะซ่อมหรือดันแปลงอัพเกรดรถของนายเราก็มีเจ้าหน้าที่ที่มฝีมือทำหน้าที่อยู่ และที่นายเห็นอยู่ที่นี่ก็ได้รับการอณุเคราะห์จากกองกำลัง National guard เก่าที่ทำให้เราสามารถสร้างกองงทัพรถต่างๆเอาไว้ใช้ได้มากมาย วันนึงเราจะกำจัดพวกฝูง Hordes ให้พ้นไปจากไฮเวย์ให้หมดจะได้เริ่มซ่อมแซมถนนและสะพานขึ้นมาใหม่  
Deacon – แต่ยุทธวิธีการเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดมันอาจจะกำจัดพวก Newts หรือ Swarmers ได้ แต่ก็ไม่สามารถเคลียร์ถนนหรือหยุดพวกฝูง Hordes ได้อยู่ดีนะครับ


Col. Garret – เรื่องนั้นเราทราบดีอยู่แล้วผู้หมู่ ฝูง Hordes นั้นแตกต่างจากอสูรกายตัวอื่นๆ แต่เราก็มีแผนในการรับมือมันแล้ว 
Deacon – แผนอะไรครับ?
Col. Garret – Benjamin Franklin เคยบอกไว้ว่า “การล้มเหลวในการเตรียมพร้อมคือการเตรียมพร้อมที่จะล้มเหลว” ...... เราจะไม่มีวันล้มเหลว หัวใจหลักของทหารที่อยู่ที่ The Gate คือพร้อมที่จะเคลื่อนพลตามคำสั่งของชั้น  เต้นท์พวกนี้คือบ้านของบรรดาชายและหญิงเป็นพันๆที่เคยปฏิญาณและสาบานไว้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อต่อสู้ แต่ชั้นมีแผนในใจไว้แล้วสำหรับนาย ที่จะมอบหมายงานที่ต้องการมากกว่าความสามารถในการเอาตัวรอดกับการใช้ปืน  นายพร้อมที่จะทำรึเปล่าล่ะ?
Deacon – อ่า ครับผม แล้วแต่คุณเลยครับ ถ้าคุณต้องการจะให้ผมทำผมก็จะทำ 
Col. Garret – เมื่อกี้นายถามชั้นใช้มั๊ยว่ามีแผนจะกำจัดฝูง Hordes ยังไง? มาสิชั้นจะแสดงให้ดู


Weaver – โว้ แม่งเอ้ยยยย !!! 
Col. Garret – เป็นอะไรรึเปล่าจ่า ?
Weaver – อ่า ผู้กอง ขอโทษด้วยครับ พอดีใส่อะซิโตนมากไปหน่อย 
Col. Garret – นี่จ่า Weaver วิศวกรรมเคมีของเรา เขากำลังหาทางใหม่ๆที่จะ ..
Weaver – ระเบิดแม่งให้หมด !! 
Col. Garret – กำจัดศัตรู ...
Weaver – โทษทีครับ ฮ่าๆ ผม Weaver James 
Deacon – ผม Deacon St. John ครับ
Col. Garret – St. John คือทหารใหม่ในหน่วยของหมวด Kouri ถ้านายต้องการให้เขาหาอะไรจากข้างนอกนั่นก็สามารถใช้เขาได้เลย 
Weaver – โอ้เยี่ยมเลย ผมมีของที่กำลังต้องการหาอยู่พอดี 
Deacon – แล้วคุณกำลังทำงานอะไรอยู่หรอ?
กำลังสร้างสารไฮโดรคอลลอยด์แบบใหม่ที่จะเอามาใช้ประกอบกับพาราฟินิกแล้วก็ กรดปาลมิติก



Deacon – คุณกำลังจะสร้างระเบิด Napalm งั้นหรอ??
Weaver – ใช่ ใช่เลย ไอ้หมอนี่มันรู้เรื่องดีแฮะ 
Col. Garret – อะแฮ่มม !! เราต้องไปที่อื่นต่อนะ


Weaver – โอเค ได้ครับ ... เอ่อนี่ ผู้กอง มานี่หน่อย คือผมใกล้ที่จะทำสำเร็จแล้ว ใกล้แล้วครับ 
Col. Garret – งั้นก็ดีสิ ดีมากๆเลย 
Weaver – แล้วคุณจะไปไหนต่อหรอ? ไปหานังแม่มดแห่ง Wizard island หรอ?
Col. Garret – เท่านี้แหละจ่า ไปทำงานต่อซะ 



Col. Garret – อีกแล้ว ...  ชั้นต้องขอโทษแทนเจ้าหน้าที่ แหกคอก ของชั้นด้วยก็แล้วกัน
Deacon – ไม่เป็นไรครับ
Col. Garret – เราเหลืออีกก้าวเดียว ก้าวสุดท้ายแล้ว ชั้นเลยต้องเชื่อในการทำงานของจ่า Weaver เดี๋ยวนายก็จะได้เห็นเอง คิดว่างั้นนะ... เส้นทางสู่ชัยชนะของเรา  อยู่ในนี้ 


Sarah – เอาล่ะ ไอ้นี่คืออะไร ?
ทหาร – โธ่คุณครับ ผมก็ทำตามทุกอย่างในแบบฟอร์มนั่นแล้วนะ 
Sarah – แต่นี่มันดูเหมือนน้ำยาปรับผ้านุ่มนะ !! 
ทหาร – ไม่ใช่นะครับคุณ 
Sarah – โอเค งั้นนายลองอ่านให้ชั้นฟังสิ 
ทหาร –  มีส่วนผสมออกฤทธิ์ให้ ....Chlor ...เอ่อๆ Form แล้วก็ เอ่อ  Terp in บ้าเอ้ย !! 
Sarah – พอเลย ออกไปได้แล้ว !! 



             Sarah – .... Matt ชั้นคงทำงานไม่ได้หรอกนะถ้าหาวัตถุดิบที่ชั้นต้องการมาไมได้น่ะ 
                                     Col. Garret – จ่า Whitaker นี่คือผู้หมู่ St. John 




Col. Garret – ผู้หมู่ St. John ทหารใหม่ในหน่วยของหมวด Kouri เขามีประสบการณ์ในการณ์ข้างนอกไม่น้อยเลย



Sarah – งั้นอ่านซิ ! 
Deacon –ห๊ะ?
Sarah –  ถ้านายอ่านออกก็อ่านให้ฟังหน่อย .... หวังว่าหมอนี่คงอ่านหนังสือออกนะ 
Deacon – มีส่วนผสมของ สารคลอโรฟอร์ม เทอร์พีนีออล เบนซิล แอลกอฮอล์ เอทธิล อะซีเตท 
Sarah –  เอาล่ะพอแล้ว ใช้ได้ จะให้เขาเริ่มทำงานได้เมื่อไหร่?
Col. Garret – แล้วแต่คุณเลยจ่า บอกเรื่องที่คุณต้องการกับเขาได้เลย



                                                  Deacon – ซาร่าห์ ผม ... 
                                        Sarah – อย่า ... !! 


Sarah – ไม่ ... ไม่ๆ คุณ .. คุณตายไปแล้ว ..คุณตายแล้ว .. คุณควรจะตายไปแล้ว 
Deacon – เฮ้ๆ เฮ้ นี่ผมอง 
Sarah – ไม่ ...  คุณตายไปแล้ว ..คุณตายแล้ว


                        Deacon – ผมโอเค ผมยังไม่ตาย 



                             Deacon – ผมอยู่ตรงนี้แล้ว 



Sarah – ดะ เดี๋ยวๆๆ แปบนึงๆ คือชั้นไม่เข้าใจอ่ะ แต่ ชั้นตามหาคุณไม่เจอเลยนะ
Deacon – ผม ผมก็คิดว่าคุณตายแล้ว Boozer กับผม เอ่อ 
Sarah – ไม่ๆ เราถูกโจมตี เราเลยจะมุ่งลงใต้ พวก NERO บอกว่า ยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน เมือง Farewell ก็ถูกถล่ม 
Deacon – ใช่ๆ พวก NERO ผมเจอ O’Brian แล้วก็เจอเส้นทางข้ามภูเขามา 
Sarah – พวกเขาบอกว่าทุกคนตายหมดแล้ว 
Deacon – ผมไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณอีก 
Sarah – ชั้นก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอคุณอีก
Deacon – เฮ้ๆ ฟังนะ เราจะหนีออกจากที่นี่กัน หาเส้นทางไปต่อแล้วไม่ต้องกลับมาอีกเลย มาเถอะๆ ไปกัน 



Sarah – ไม่ๆๆ ไม่ Deacon ชั้นทำแบบนั้นไม่ได้ ! 
Deacon – ไปไม่ได้หรอ? ทำไมล่ะ พวกเขาสั่งให้คุณอยู่ที่นี่หรอ?
Sarah – ไม่ใช่ นายไม่เข้าใจ เรากำลังต่อสู้อยู่ กำลังทำสงคราม นายไม่เห็นหรอ เราสามารถเอาชนะพวกมันได้นะ !



Deacon – แต่ผมไม่ได้ถ่อมาที่นี่เพื่อทำสงครามบ้าบออะไรนะ ผมมาตามหาคุณ
Sarah – ชั้นสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ ชั้นสามารถทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้นะ ..ชั้นเอ่อ ชั้นไปกับคุณไม่ได้หรอก ชั้นต้องอยู่ที่นี่ คุณอยู่ที่นี่กับชั้นได้ คุณช่วยชั้นได้นะ 
Deacon – ผม ...เอ่อ ...... 
Sarah – หลังจากเราชนะสงครามแล้ว ไม่ว่าคุณจะว่ายังไง เราจะไปไหนก็ได้ที่คุณต้องการด้วยกัน 
ทหาร – ผู้กองให้มาเรียกนายน่ะ 



            Sarah – เดี๋ยวก่อน เอ้านี่ เอกสารรายการของที่ชั้นต้องการ  ... ขอบคุณมาก ทหาร 



            STORYLINE – I REMEMBER COMPLETE 100% 



                                  CUSTOM SKINS I REMEMBER UNLOCK  
     
                                      CRAFT UNLOCK: Health Cocktail 



Deacon – นี่หมู่ St. John ถึงจ่า Weaver ทราบแล้วเปลี่ยน ...St. John ถึงฐานทราบแล้วเปลี่ยน 
Weaver – ผม Weaver พูด มีอะไรให้ช่วยหรอหมู่ ?
Deacon – เอ่อ ผมมีปัญหาเรื่องลิสต์รายชื่อของที่คุณขอให้หาให้อย่างนึง ไอ้เจ้า ปรอท เนี่ย คุณพอจะแนะนำได้มั๊ยว่าควรจะไปหาจากที่ไหนได้บ้าง?
Weaver – ได้สิ มันสกัดมาจากแร่ชินนาบาร์ (Cinnabar) ที่คนของ Kouri ไปเจอที่เหมืองทางเหนือของ Diamond Lake น่ะ คุณไปที่นั่นแล้วติดต่อกลับมาหาผมอีกทีก็แล้วกัน 
Deacon – ครับผม  
Weaver – เอ่อ นี่ รู้กันแค่คุณกับผมนะ คือถ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้าผู้กอง คุณไม่ต้องมา ครับผม กับผมหรอกนะ มันทำให้ผมดูแก่ โอเคนะ ?


               STORYLINE – A GOOD SOLDIER


                       Story Mission:  Leave all that By the Door


หลังจากได้รับออเดอร์และคำแนะนำจาก Weaver แล้ว เดินทางต่อไปยังจุดหมายของภารกิจบริเวณเหมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Diamond Lake Camp


เหมือง Lost cabin Mine เป็นเหมืองทองที่สูญหายที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและความลึกลับมากมายของ Oregon ซึ่งนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความที่เป็นพื้นที่ทุระกันดารที่สุดแสนอันตรายสำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาความมั่งคั่งในการขุดค้นหาทองบนภูเขาอันเงียบสงบทางใต้ของรัฐโอเรกอนแห่งนี้ในสมัยยุคตื่นทองที่มีการค้นพบทองครั้งแรกในเหมืองแห่งนี้ในอดีตเมื่อ 150 ปีที่แล้ว 



ที่นำไปสู่เรื่องเล่าเรื่องราวในตำนานของขุมทองจำนวนมหาศาลที่คนงานเหมืองชาวฝรั่งเศสได้ซุกซ่อนมันไว้ด้านใน ซึ่งแม้แต่ Crater Lake ก็ถูกค้นพบโดยบังเอิญในขณะที่ John Hillman กำลังออกเดินทางค้นหาเหมือง Lost cabin Mine ที่สูญหายไปเมื่อปี 1851 ด้วยเช่นกัน



ปัจจุบันนี้ เหมือง  Lost cabin Mine เหมืองแห่งขุมทรัพย์ที่สูญหาย ก็ยังคงเป็นเรื่องเล่าในตำนานของ Oregon แม้ในปัจจุบันสื่อต่างๆจะได้รับข้อมูลจากนักผจญภัยถึงตำแหน่งที่มีอยู่จริงของมันเข้ามามากมาย ทั้งหนังสือพิมพ์ Los Angeles Herald ก็เคยตีพิมพ์เรื่องราวที่มีการค้นพบ เหมือง Lost cabin Mine ในปี 1908  แต่ก็ยังมีหลายคนเชื่อว่ายังไม่มีใครเคยพบเจอมันจริงๆเลยซักครั้งเดียว 

https://lostcabinmine.com/
https://cdnc.ucr.edu/?a=d&d=LAH19080727.2.123.7
https://www.wyofile.com/the-legend-of-lost-cabin/
https://mailtribune.com/lifestyle/tales-of-the-lost-cabin-mine


   

Deacon – จ่า Weaver ทราบแล้วเปลี่ยน ตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าเหมืองที่ว่าแล้วครับ 
Weaver – ดีๆ เอาล่ะ ที่นี้คุณก็ลองสำรวจรอบๆพื้นที่หน้าเหมืองดูก่อนนะว่าเจอ Ore Testing kits รึเปล่า หามาให้ผมซักอันนึง 
Deacon – ชุดทดสอบแร่ โอเครับทราบ 
Weaver – ส่วนแร่ Cinnabar มันจะมีลักษณ์เป็นสีแดงไม่ส่องแสง แต่มองหาไม่ยากหรอก ลองเทสค่าความเข้มข้นของแร่ด้วย มันต้องบริสุทธ์อย่างน้อย 60% ไม่งั้นผมก็เอามาใช้งานไม่ได้หรอก 
Deacon – โอเค ทราบ ! ..... ชุดทดสอบแร่ ชุดทดสอบแร่ มันอยู่ไหนว่ะเนี่ย?


จากนั้นสำรวจในบริเวณจุดเบาะแสต่างๆในพื้นที่ด้านหน้าเหมือง Lost cabin Mine จนพบบ้านหลังนึงที่ไม่สามารถเปิดประตูเข้าไปได้ต้องลอดช่องตรงพนังด้านหลังบ้านเข้าไปก็จะพบ ชุดทดสอบแร่ (Ore Testing kits) อยู่ด้านใน จากนั้นก็ไปที่บริเวณทางเข้าเหมือง  ดันรถที่ขวางทางเข้าออกแล้วเข้าไปด้านในได้เลย


เมื่อโดดลงมาด้านล่างของเหมืองแล้วจะพบว่ามันมืดมาก มองหาถังแกลลอนน้ำมันแถวๆตรงจุดที่โดดลงมาแล้วเก็บมันไปใส่เครื่องปั่นไฟที่อยู่ด้านในสุด


 ทันทีที่เดินเครื่องความสว่างก็จะกลับมาพร้อมกับการบุกเข้าโจมตีของฝูง Freaker จำนวนย่อมๆที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง


เข้าไปในพื้นที่เก็บแร่ Cinnabar ที่กระจัดกระจายอยู่ภายในเหมืองมาให้หมดทั้ง 6 จุดท่ามกลาง Freaker ที่ซุ่มอยู่ในความมืด เมื่อเก็บแร่จนครบแล้วเดินทางออกจากถ้ำนำของไปส่งให้  Weaver ที่ Wizard Island ได้เลย


Deacon – จ่าครับได้แร่มาแล้ว 
Weaver – โอเค เยี่ยม เอามาวางไว้บนโต๊ะเลย ... ไม่ๆๆ .... วางที่ โต๊ะใหญ่นี่สิ
Deacon – อ่า คิดว่าใช่สิ่งที่คุณกำลังหาอยู่หรือเปล่า?
Weaver – ใช่เลย มันเยี่ยมมากเลยด้วย .... อ่อ เดี๋ยว แปบนะ



Weaver – อ่ะนี่ รายชื่อของที่ต้องการอันต่อไป 
Deacon – พอลิสไตรีน (Polystyrene) หรอ?  
Weaver – ใช่ มันจะเป็นโฟมๆสีขาวเหมือนโฟมที่ใส่หน้ากาแฟอ่ะ 
Deacon – เข้าใจแล้วครับ   
Weaver – เออ เดี๋ยวๆ แล้วเป็นไงบ้างอ่ะทำงานกับแม่มดแห่ง Wizard Island น่ะ?
Deacon – คุณหมายถึง เอ่อ จ่า Whitaker หรอ? 
Weaver – รู้แล้วก็เงียบไว้ล่ะ  ... เอาล่ะ หมดเรื่องแล้ว เชิญ 

                   Story Mission:  We will Take Back This World

                        เดินทางขึ้นไปพบผู้กอง Gerret ที่ค่ายพักที่อยู่ด้านบนของสุดของแค้มป์



Col. Gerret – อ่า หมู่ St. John ใช่มั๊ย? เข้ามาสิ ผมกำลังพักละเมียดกับรสชาติของชาสมุนไพรของ จ่า Whitaker อยู่พอดี  ละมุนลิ้นมา คุณจะลองซักหน่อยมั๊ยล่ะ? มันดีสำหรับระบบย่อยอาหารมากเลยนะ 
Deacon – เอ่อ ขอบคุณครับ แต่ไม่ดีกว่า ผมแค่เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องภารกิจที่จะให้ทำน่ะครับ
Col. Gerret – งั้นผมมีภารกิจนึงจะมอบหมายให้ทำ 



Col. Gerret – มีคนกลุ่มนึง หมู่ .... จริงๆไม่อยากเลียพวกเขาว่าคนด้วยซ้ำอ่ะนะ ... พวกมันจับคนของเราไป จ่า Justine Norwood เจ้าหน้าที่ที่ดีของเราคนนึงเลย แล้วพวกมันก็มา .... ผมอยากได้ตัวเธอกลับมา .... รู้มั๊ย การที่ได้คนแบบนายมาช่วยงานของเรา มันจะทำให้ภารกิจเทวงคืนโลกใบนี้ของเราง่ายยิ่งขึ้น  มากๆเลย .... เอาล่ะ ไปได้แล้ว 

ทันทีที่ได้รับภารกิจจาก Col. Gerret แล้ว ทันทีที่ออกจากเต้น กัปตัน Kouri ก็จะติดต่อมามอบหมายงานให้ Deacon ทำเป็นภารกิจย่อยในทันที ภารกิจย่อย  Camp Mission:  BOUNTY HUNTER  ก็จะถูกปลดล็อกออกมาที่ Diamond Lake Outpost


                           Camp Mission:  BOUNTY HUNTER 

                                                   KEEPING SOUVENIRS



Kouri – ขอบคุณที่มานะหมู่ ผมมีงานจะให้คุณทำ งานที่ต้องใช้ทักษะพิเศษของคุณ 
Deacon – ได้สิ เอ่อ ได้ ครับผม
Kouri – คุณจำ Vasqueaz ได้รึเปล่า ?
Deacon – ทหารหนีทัพที่เราสะกดรอยตามหาตัวเขาตอนนั้น ใช่ ผมจำได้ 
Kouri – คราวนี้เป็นเป็นจ่า Lee Anderson อดีตคู่หูของมัน เขาฆ่าการ์ดแล้วขโมยเสบียงของเราหนีไป  
Deacon – คนของคุณนี่ช่างปฎิบัติตามหลักเกียรติยศอย่างเคร่งครัดจริงๆเลยนะ
Kouri – คนของผมงั้นหรอ? ตอนนี้คุณก็เป็นคนของเราแล้วนะ จำไม่ได้หรอ? เดี๋ยวผมจะส่งพิกัดที่เจอมันล่าสุดไปให้ และก็คงเหมือนกับ  Vasqueaz  มันคงไม่น่าที่จะอยู่คนเดียวแน่นอน 
Deacon – เยี่ยมเลย 

จากนั้นเดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจทางใต้ของ Diamond Lake Outpost ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยังไม่ได้เคยไปมาก่อน


เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายของภารกิจแล้ว สำรวจที่จุดสีฟ้าค้นหาเบาะแสให้ทั่วๆจนพบซากของหมาป่าติดเชื้อ Runner ตายเต็มไปหมด เมื่อเข้าไปสำรวจที่ซากรถ Deacon จะพบร่องรอยว่า Anderson ถูกฝูง Runner เข้ารุมโจมตีและลากไปจากที่นี่ก่อนหน้านี้แล้ว


เมื่อแกะรอยต่อไปจนถึงพื้นที่ติดภูเขาด้านหลังจะพบทางเข้าถ้ำที่ด้านในเป็นรังของ Runner ทั้งฝูง จัดการหมาป่าติดเชื้อที่ออกมาต้อนรับหน้าถ้ำแล้วลุยเข้าไปสำรวจด้านใน


ตรงทางเข้าจะพบ NERO Research site เข้าไปสำรวจเก็บ Nero Injector ที่วางอยู่ซะแล้วเข้าไปด้านในต่อ ระหว่างทางจะพบหมาป่าติดเชื้อมากมายที่พร้อมจะเข้ามารุมโจมตี


ตามบันทึกการศึกษาพื้นที่ (Field Note) ที่ 4 – 6 – 3 ที่วางอยู่ในจุด NERO Research site ระบุว่า ที่จุดสำรวจที่ 3 – 0 – 1 แห่งนี้คือ Dead Coyote Lava Cave ที่นักวิจัยของ NERO เข้ามาตั้งแค้มป์เพื่อสำรวจสัตว์ติดเชื้อประเภท Canis lupus mutans หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Runner สำหรับสัตว์ที่ติดเชื้อต่างๆทั้ง แมว หมา นก หรือ หมาป่า ไวรัสได้ทำให้มันกระโดดข้ามสายพันธ์ มีสถานะเสมือนโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonotic disease) แบบโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับของเหลวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำลาย หรือ เลือด โดยส่วนใหญ่จะติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ก็เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันสามารถติดเชื้อได้ทั้ง นก สัตว์เลื้อยคลาน ไปจนถึงแมลง ซึ่งถ้าดูจากกล้ามเนื้อของตัวอย่างทดลองหมาป่าติดเชื้อจะพบว่ามีการบวมและขยายตัวของกระดูกเรเดียหรือกระดูกปลายแขนด้านนิ้วหัวแม่มือด้านข้างของกระดูกอัลนา ทำให้หมาป่าธรรมดากลายเป็น Runner ที่สามารถวิ่งได้สามสิบเอ็ดถึงสามสิบเจ็ดต่อชั่วโมง


จากนั้นลุยเข้าไปในถ้ำจัดการฝูง Runner ให้หมดแล้วสำรวจถ้ำให้ทั่วจนพบศพของ Anderson (ที่ส่วนซ้ายบนของแผนที่) จัดการเก็บอาร์มประจำตัวของเขามาเพื่อเอาไปยืนยันกับ Kouri ที่ Diamond Lake Outpost


แต่ก่อนจะกลับ ใกล้ๆกับทางออกจากถ้ำจะมี แค้มป์ของพวกโจรตั้งอยู่ที่ NERO Research site ในบริเวณ Spruce Lake ที่ไม่ไกลมากนัก แวะเข้าไปเคลียร์ให้เรียบร้อย

                                      AMBUSH CAMP HUNTER

                                               Spruce Lake Ambush Camp 


จัดการศัตรูที่อยู่ในแค้มป์ให้หมด 15 คน แต่ในแค้มป์โจรนี้จะอยู่ภายในบริเวณ NERO Research site ที่เต็มไปด้วยฝูง Freaker จำนวนมากอยู่ในพื้นที่ด้วย จึงสามารถใช้เสียงล่อมันให้เข้ามาจัดการพวกโจรในแค้มป์ได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จำเป็นต้องจัดการฝูง Freaker ที่อยู่ในพื้นที่จำนวนมากให้หมดด้วย ซึ่งแม้ว่า Freaker จะมีจำนวนมากมันก็ไม่ได้ดุดันแบบ ฝูง HORDE จึงสามารถใช้ทักษะและจุดระเบิดในพื้นที่จัดการมันได้ไม่ยาก


เมื่อจัดการ ฝูง Freaker จนหมดแล้วก็สำรวจหาทางลงบังเกอร์ของพวกโจรที่อยู่ด้านซ้ายบนของแค้มป์แล้วลงไปเก็บแผนที่ของมันมาซะ ก็จะสามารถเคลียร์ภารกิจ AMBUSH CAMP HUNTER นี้ได้ และเมื่อแค้มป์โจรนี้อยู่ภายในบริเวณ NERO Research site ก็จะสามารถทำภารกิจในจุด Nero Checkpoint แห่งนี้ไปพร้อมๆกันได้ด้วย


                              STORYLINE: WORLD’S END

                                            Spruce Lake Nero Checkpoint



เข้าไปสำรวจเก็บถังน้ำมันที่วางอยู่ท้ายรถสีน้ำเงินตรงประตูทางเข้า เอาไปใส่ที่เครื่องปั่นไฟด้านใน จัดการทำลายลำโพงในพื้นที่ทุกจุดให้หมดแล้วไปกดเปิดเครื่องปั่นไฟ


แต่จะพบว่าฟิวส์ที่แผงควบคุมตรงตู้คอนเทรนเนอร์เสียหาย ทำให้ต้องแกะรอยไปหาตำแหน่งที่อยู่ของฟิวส์จนเจอกล่องใส่อุปกรณ์ที่ตู้คอนเทรนเนอร์อีกฝั่ง แต่มันไม่มีฟิวส์อยู่ ตามเบาะแสไปยังจุดสีฟ้าต่อ


สำรวจหาจนพบฟิวส์อยู่ในกล่องเก็บของด้านบนของแค้มป์ในส่วนที่ติดกับภูเขาแล้วเอามาใส่ที่แผงวงจรที่ตู้คอนเทรนเนอร์แล้วไปกดเปิดเครื่องปั่นไฟก็จะสามารถเข้าไปด้านใน Nero Mobile Medical Unit ได้แล้ว เข้าไปเก็บยาเพิ่มสเตตัส Nero Injector มาฉีดเพิ่มสเตตัสให้ตัวก็จะจบภารกิจ


จากนั้นแวะไปที่จุด Nero Checkpoint ที่อยู่ทางตะวันออกไม่ไกลจากแค้มป์นี้ เข้าไปสำรวจในบ้านตรงจุดเป้าหมาย เข้าไปเก็บ Nero Injector มาเพิ่มสเตตัสของตัวเองซะ

หลังจากเก็บภารกิจย่อยในพื้นที่ในทุกภารกิจที่พอจะทำได้จนหมดแล้ว ก็เดินทางเอาอาร์มประจำตัวของ Anderson กลับไปยืนยันกับ Kouri ที่ Diamond Lake Outpost เพื่อจบภารกิจ Camp Mission:  BOUNTY HUNTER  : KEEPING SOUVENIRS ได้เลย

จุดเป้าหมายของ STORYLINE – PROTECTING THE WEAK เควสที่ได้รับจาก Col. Gerret นั้นต้องเดินทางขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของแค้มป์ แต่ระหว่างทางจะเจอ Side Quest ซึ่งเป็นภารกิจย่อยโผล่ออกมาให้ทำมากมาย แวะทำให้หมดก่อน


 ก่อนถึงจุดสะพานขาด ทางเหนือจะมีจุดตั้งแค้มป์ของพวกโจรอยู่ แวะเข้าไปจัดการยึดแค้มป์ของพวกมันซะ


                            STORYLINES: AMBUSH CAMP HUNTER

                                 Cascade Lake Railway Ambush Camp

เข้าไปในพื้นที่ของรังพวกโจรแล้วจัดการพวกโจรในพื้นที่สุสานรถไฟให้หมดทั้ง 15 คน จากนั้นค้นหา Bunker ที่อยู่ในพื้นที่ให้เจอ เข้าไปเก็บแผนที่ของพวกโจรก็จะจบภารกิจ พร้อมกับการปลดล็อก Craft Recipe: Proximity Bomb

   

เมื่อเดินทางผ่านตรงจุดสะพานขาดจะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรังของพวก Freaker ในภารกิจย่อย INFESTATION EXTERMINATOR แวะเข้าไปทำด้วย 


                                          INFESTATION EXTERMINATOR

                                         TUMBLEBUG RIVER INFESTATION 

                             จัดการทำลายรังของ Freaker ในพื้นที่ให้หมดทั้ง 3 จุด

       

                 หลังจากผ่านจุดสะพานขาด ก็จะพบจุด Nero Checkpoint ก่อนเข้าอุโมงค์

                              STORYLINE: WORLD’S END

                              Volcanic Legacy Scenic Byway Nero Checkpoint

เข้าไปสำรวจเก็บถังน้ำมันที่วางตรงท้ายรถบัสนักเรียนไปใส่ที่เครื่องปั่นไฟที่อยู่ฝั่งซ้ายของตู้คอนเทรนเนอร์ใกล้ทางเข้าอุโมงค์ จัดการทำลายลำโพงในพื้นที่ทั้ง 6 จุดให้หมดแล้วเปิดเครื่องปั่นไฟก็จะสามารถเข้าไปด้านใน Nero Mobile Medical Unit ได้แล้ว เข้าไปเก็บยาเพิ่มสเตตัส Nero Injector มาฉีดเพิ่มสเตตัสให้ตัวก็จะจบภารกิจ

     

ทางตอนเหนือของ จุด Nero Checkpoint ที่ Volcanic Legacy Scenic Byway จะมีจุดพื้นที่ที่มีเมื่อเดินทางผ่านตรงจุดสะพานขาดจะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรังของพวก Freaker ในภารกิจย่อย INFESTATION EXTERMINATOR อีกจุดอยู่ที่ RIMVIEW RANCH แวะเข้าไปทำด้วย 


                                       INFESTATION EXTERMINATOR

                                       RIMVIEW RANCH INFESTATION 

                          จัดการทำลายรังของ Freaker ในพื้นที่ให้หมดทั้ง 3 จุด



                                     INFESTATION EXTERMINATOR

                           SOUTH OREGON CRIER INFESTATION NEST

  เมื่อเข้าไปทำลายรังนกที่จุดใดจุดนึงแล้วจะเป็นการปลดล็อก ภารกิจ INFESTATION NEST ในการทำลายรังนกติดเชื้อออกมา เป้าหมายคือ  ทำลายจุดรังนกติดเชื้อให้หมด


ซึ่งในพื้นที่จะมีจุดที่มีรังนกกระจัดการจายอยู่ทั่วพื้นที่ทั้งหมด  42 จุด ภารกิจย่อยนี้จึงเป็นภารกิจระยะยาว เมื่อเดินทางไปยังส่วนต่างๆของพื้นที่แล้วเจอจุดรังนักยิดเชื้อปรากฎขึ้นมาก็ค่อยๆจัดการไปให้หมดที่ละจุด


           ในส่วนของเขตพื้นที่ CHEMULT COMMUNITY COLLEGE ที่อยู่ทางใต้ของพื้นที่ซึ่งจะมี ภารกิจอยู่ด้านในประกอบด้วย


           - INFESTATION EXTERMINATOR : CHEMULT COLLEGE INFESTATION
     - STORYLINE: WORLD’S END: CHEMULT COMMUNITY COLLEGE Nero Checkpoint

แต่ยังไม่สามารถเข้าไปทำได้ เพราะในพื้นที่นี้จะมีรั้วรอบขอบชิดกั้นทางเข้าเอาไว้จนหมดทุกด้านไม่สามารถเข้าไปได้ในตอนนี้ ต้องรอให้ถึงภารกิจ I'M NEVER GIVIN UP ก่อนจึงสามารถเข้าไปได้

หลังจากเก็บเควสย่อยตามทางเท่าที่จะทำได้ในตอนนี้หมดแล้ว กำหนดภารกิจ STORYLINE – PROTECTING THE WEAK แล้วเดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจต่อ


       ระหว่างทางจะพบ NERO Research site เข้าไปสำรวจเก็บ Nero Injector ที่อยู่ในถ้ำมาซะ


ขึ้นเหนือต่อจะพบ จุดที่เต็มไปด้วยรังของ Freaker และรังของอีกาติดเชื้อ ที่เป็นภารกิจย่อย INFESTATION EXTERMINATOR

                         INFESTATION EXTERMINATOR

                               Cascade Lake Railway Line INFESTATION

                           จัดการทำลายรังของ Freaker ในพื้นที่ให้หมดทั้ง 5 จุด


               STORYLINE – PROTECTING THE WEAK

                          Story Mission:  Never Give up Hope

เมื่อเข้ามาถึงพื้นที่จะพบแค้มป์ของพวกโจรที่จับคนของผู้กอง Gerret ถูกจับอยู่ เข้าไปจัดการพวกโจรให้หมดแล้วเข้าไปช่วยคนที่ถูกจับอยู่ด้านในออกมา


Deacon – เอาล่ะใจเย็นนะ มาช่วยแล้ว แล้วคุณมาทำบ้าอะไรที่นี่เนี้ยจ่า ?
Jostine – St John ขอบคุณพระเจ้า ชั้นคิดว่าจะหมดหวังซะแล้วสิ  
Deacon – หรอ แต่มีเพื่อนของชั้นผมคนนึงสอนเสมอว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะอย่าสิ้นหวังเด็ดขาด เพราะถ้าเราสิ้นหวังก็เตรียมแพ็คกระเป๋ากลับบ้านเก่าได้เลย 
Jostine – โอเค จะจำเอาไว้ใช้ตอนถูกไอ้พวกโจรบ้านี่ซุ่มโจมตีครั้งต่อไปก็แล้วกันนะ 
Deacon – ตอนนี้คุณไม่เป็นไรแล้วล่ะ ถ้ากลับเคลียร์แล้ว รถคุณก็ยังไม่พัง คุณกลับแค้มป์คนเดียวไหวนะ?
Jostine – ไหวๆ ชั้นโอเค ขอบคุณนะ St John


                                              UPDATE 16 / 9 / 2019