วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563

Cyberpunk2077 database

 อรัมภบทเรื่องราวจาก Cyberpunk 2013 ถึง Cyberpunk2077 ฉบับย่อ 

โลกของ Cyberpunk เริ่มต้นจากเกมสวมบทบาท tabletop role-playing (เกมที่เหล่าผู้เล่นนั่งรวมกันบนโต๊ะประมาณ 4-5 คน โดยมีคนนึงทำหน้าที่เป็น Game Master (GM) คอยดำเนินเรื่องราวของเกม เล่าถึงสถานที่ กำหนดช่วงเวลา และเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และผู้เล่นแต่ละคนก็จะสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆที่เลือกไว้ ซึ่งจะมีทั้งชื่อ Class ความสามารถ พลังพิเศษและ Lifepath อื่นๆที่แตกต่างกัน แล้วเข้าไปอยู่ในโลกของเกมที่ GM เป็นผู้สร้างขึ้น ตามกฎและกติกาของเกมนั้นๆผ่านหนังสือ Handbook ที่แถมมากับเกม ) ที่ชื่อ Cyberpunk 2013

ที่ออกแบบโดย ไมค์ พอนดสมิธ (Mike Pondsmith) นักเขียนชาวแคลิฟอร์เนียในปี 1988 

ในชไตเติ้ลว่า The Roleplaying Game of the Dark Future โดย Box Set จะประกอบด้วย Sourcebooks 3 เล่มหลักๆคือ

1.Friday Night Firefight เป็น Handbook ที่เน้นข้อมูลระบบการต่อสู้ด้วยอาวุธปืน
2.View from the Edge เป็น Handbook ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของตัวละครจากบทบาทต่างๆที่ผู้เล่นสามารถเลือกเป็นกลไกทักษะของตัวละครและเส้นทางชีวิต มีการแนะนำบทบาทตัวละคร Netrunner แนะนำให้รู้จักกับ The Net รวมถึง บทบาทตัวละครหลัก Rockerboy, Solo, Netrunner, Techie, Media, Cop, Corporate, Fixers และ  Nomads
3.Welcome to Night City เป็น Handbook ที่มีการเพิ่มเติมบท Adventures ซึ่งเป็นการผจญภัยขนาดเล็กสำหรับผู้เล่นครั้งแรก ผ่านเนื้อเรื่องในบท Never Fade Away และ End Game ซึ่งเป็นการแนะนำตัวละครที่เป็นสัญลักษณ์ของเกมอย่าง Johnny Silverhand และ Alt Cunningham 

จน Mike Pondsmith ผู้แต่งได้มีการอัพเดท Cyberpunk 2013 เป็น Cyberpunk 2020 ในปี 1990 เพื่อปรับปรุงและเพิ่มเติมเหตุการณ์ใหม่ ๆในเกมทั้งเพิ่มเติม เทคโนโลยีใหม่ ,ตัวละครใหม่ รวมถึงการขยายโลกให้กว้างขึ้น โดยพยายามทำให้ Night City กลายเป็นโลกแห่งความจริงแทนที่จะเป็นเมืองในอนาคตอันใกล้ที่คลุมเครืออย่าง Cyberpunk 2013 และมีการเพิ่มเติมกฎกติกาใหม่จากของ Cyberpunk 2013 ที่ล้าสมัย ทำให้  Cyberpunk 2020 กลายเป็นบทหลักในการเล่นเกมแทน

cyberpunk 2020 sourcebook ที่แถมจาก GOG  เป็น sourcebook ดั่งเดิมจากปี 1990 ที่ทำมาในรูปแบบไฟล์ Pdf  สามารถเข้าไปดาวโหลดได้ที่ Google Drive ของผมครับ 
https://drive.google.com/file/d/16Tl5ltyn5PGtoqJHLC5wMAMjBac2ZndH/view?usp=sharing

เนื้อเรื่องของ Cyberpunk ไม่ได้เป็นการเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมานักเนื่องจากมันเป็นเกม pen & paper RPG ที่ผู้เล่นต้องสร้างเรื่องราวและตัวละครของตัวเองและสำรวจโลกในแบบที่พวกเขาต้องการ โดยมี Sourcebooks ต่างๆที่ถูกเขียนเอาไว้เสมือนเป็นกฎเพื่อให้ผู้เล่นได้แสดงร่วมกับกลุ่มของพวกเขา 

แต่แกนหลักของเนื้อเรื่องว่าด้วยการทำสงครามของ 2 องค์กรอะควาคอร์ปในเมือง Night City ประกอบด้วย  

CINO (Corporation Internationale Nauticale et Oceanique) องค์กรที่เชี่ยวชาญในการให้บริการขนส่งสินค้าและเทคโนโลยีใต้น้ำจากยุโรป

และ OTEC (Ocean Technology & Energy Corporation) บริษัทสัญชาติอเมริกันที่เชี่ยวชาญในการให้บริการขนส่งสินค้าและเทคโนโลยีใต้น้ำ จนต่อมาการทำสงครามทางการค้าของทั้ง 2 องค์กรเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเมื่อทั้งคู่ได้ว่าจ้าง

 Arasaka Corporation, アラサカ社, บริษัท รักษาความปลอดภัยและกองกำลังติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดและทรงพลังจากญี่ปุ่น 


และ Militech International Armaments บริษัทเอกชนสัญชาติอเมริกันผู้จัดหายุทโธปกรณ์และทหารรับจ้างขนาดใหญ่ให้ต่อสู้แทนพวกเขา

การเผชิญหน้าของ 2 องค์กรทหารรับจ้างระดับบิ๊กอย่าง Arasaka และ Militech ในฐานะของตัวแทนของบริษัท CINO และ OTEC  ก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น 

จนเกิดเป็นสงครามทางธุรกิจด้วยจริตที่ผิดจริยะธรรมรุกรามสร้างความเดือดร้อนไปทั่วเมืองอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งที่บานปลายและสร้างความเสียหายที่สุดคือ ครั้งที 4 ซึ่งเรียกสงครามนี้ว่า สงครามองค์กรครั้งที่ 4 (The Fourth Corporate War) 

ซึ่งตัวละครทั่วไปในพื้นฐานของเรื่องราวเหล่านี้ นอกจากคุณที่สวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆในฐานะ 1 ในผู้เล่น  tabletop role-playing ร่วมโต๊ะกับผู้เล่นคนอื่นแล้ว ก็ยังมีตัวละครเด่นๆที่มีบทบาทที่ระบุไว้ใน Sourcebooks เช่นกัน 

หนึ่งในนั้นก็คือ Johnny Silverhand ที่ปรากฏตัวครั้งแรกใน Handbooks Welcome to Night City mini-adventures Section 13 :  Never Fade Away ส่วนขยายของทั้งใน Cyberpunk 2013 และ Cyberpunk 2020

บทของ Johnny คือนักร้องนำวงดนตรีใต้ดินนาม Samurai ที่เนื้อหาของเพลงเต็มไปด้วยการเสียดสีทุนนิยม เรียกร้องเสรีภาพและเปิดโปงการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ผ่านบทเพลงในอัลบั้ม 'SINS of Your Brothers'เพื่อเปิดเผยสิ่งเลวร้ายที่รัฐบาลสหรัฐผู้ซึ่งใช้สงครามเป็นเครื่องมือของความชอบธรรมกำมะลอในการแย่งชิงอนาธิปไตยของประเทศอื่นจนทำให้เขาต้องหนีทัพและสูญสิ้นศรัทธาไปพร้อมกับแขนซ้ายที่เสียไปในสงครามที่ไม่ใช่ของตน ก่อนจะผันตนเป็นผู้นิยมอนาธิปไตยในฐานะผู้นำของ CyberRevolution ที่พยายามจะยุติสงคราม องค์กรครั้งที่ 4 (Fourth Corporate War) ที่เปิดศึกทวงคืนเมือง Night City 

จนกระทั่งในปี 2013 วันนึงหลังจบคอนเสิร์ตที่ภายหลังมันได้กลายเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของเขา ในขณะที่กำลังเดินเล่นกับ Altiera Cunningham หรือ Alt แฟนสาว ก่อนที่เธอจะถูกลักพาตัวไปโดยแก็งค์ที่ถูก Arasaka จ้างมาเพียงเพราะเธอเป็นทรัพย์สินที่มีค่าสำหรับพวกเขาที่ต้องการให้เธอพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Soulkiller ที่เธอเคยทำให้กับทาง ITS corporation ซึ่งเป็นนายจ้างของเธอ เป็น ซอฟต์แวร์ ที่สามารถดาวน์โหลดความคิดของ netrunner (Cybernetic computer hackers. มนุษย์ที่ถูกปลูกถ่ายอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์ฝังอยู่ในสมองและในร่างกายที่มีอาชีพท่องอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาและแฮ็กข้อมูลออกมาขาย) ได้ มันเป็นซอฟต์แวร์อันตรายที่จะคร่าชีวิตใครก็ตามที่พวกเขาต้องการจะดาวโหลดข้อมูลในสมอง 

Johnny ก็ได้มีโอกาสที่จะเข้าไปช่วยเหลือแฟนสาวของตนอย่างที่ตั้งใจจากการช่วยเหลือของรัฐบาลสหรัฐและกองกำลังของ Militech ที่ถูกบีบจากรัฐบาลสหรัฐให้มาช่วยเหลือ ด้วยแผนแทรกซึมเข้าไปที่หอคอย Arasaka Tower สำนักงานใหญ่ของ Arasaka โดยการช่วยเหลือของเหล่าสมาชิกในวง Samurai ที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเล่นคอนเสิร์ตตบตาขึ้นที่หน้าหอคอย Arasaka Tower ก่อนที่จะสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดการจลาจลขึ้นเพื่อให้กองกำลังรักษาหอคอยเข้ามาควบคุมสถานการณ์ 


ก่อนที่ Johnny ร่วมกับ Rogue, Shaitan, Thompson นักข่าวจาก World News Network ที่พยายามเปิดโปงความชั่วร้ายของ Arasaka ที่มีส่วนทำให้ภรรยาของเขาต้องตาย ,  Spider Murphy

และ Morgan Blackhand ที่มาพร้อมหน่วยติดอาวุธ Strike Team Omega และหน่วย Combat Borg ชั้นยอดของ Militech รวมพลังกันบุก Arasaka American Division Headquarters สำนักงานใหญ่ของ Arasaka ในเมือง Night City เพื่อหมายที่จะปิดฉากสงครามองค์กรครั้งที่ 4 (Fourth Corporate War) ที่สร้างความเสียหายในเสรีภาพของประชาชนมายาวนาน และเพื่อตามหาและช่วยเหลือ Altiera แฟนสาว ไปพร้อมๆกับล้างบาง Soulkiller ให้สิ้นซากไปพร้อมๆกัน 

ในขณะที่ Alt แฟนสาวของ Johnny ถูก Toshiro หัวหน้าโครงการวิจัย Soulkiller ของ Arasaka ได้ใช้ Soulkiller กับ Altiera จนทำให้เธอติดอยู่ในคอมพิวเตอร์  เมื่อ Johnny มาถึงแล้วเห็นร่างที่แน่นิ่งของเธอก็สันนิษฐานว่าเธอตายแล้ว จึงฆ่า Toshiro ด้วยความแค้น ก่อนที่ Johnny จะอุ้มร่างของ Altiera มากอดด้วยความเสียใจพร้อมๆกับดึงสายระโยงระยางตามร่างกายของเธอออกจนหมด แต่จิตสำนึกของ Altiera ที่ยังติดอยู่ใน monitors ก็พยายามกรีดร้องแต่ Johnny ก็ไม่ได้ยินเธอ 


ในขณะที่ทีมกำลังจะถอนตัว 
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดนั่นก็คือไซบอร์ก Adam Smasher ชายที่มีเครื่องจักรมากกว่าเนื้อหนังในฐานะของบอดี้การ์ดของ Arasaka ได้ซุ่มโจมตีทีมของ Johnny ทำให้เขาเสียจังหวะและถูก Adam ยิงเข้าเต็มๆ ซึ่งในขณะที่ทีมถูกลอบโจมตี แต่ Spider Murphy ซึ่งเป็น Netrunner เหมือนกับ Alt รู้ดีว่าเธอยังไม่ตายแต่ติดอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ ก็ฉวยโอกาสรีบเข้าไปปลดปล่อย Altiera จากเมนเฟรมของ Arasaka เข้าสู่ The Net (เครือข่ายโทรคมนาคม 3 มิติขนาดใหญ่ในโลก Cyberpunk คล้ายๆกับอินเทอร์เน็ตในโลกแห่งความเป็นจริง) ทำให้เธอรอดพ้นเงื้อมมือของพวก Arasaka ได้ในที่สุด

ในช่วงที่ทีมกำลังจะถอนกำลัง Morgan Blackhand ก็ต้องเจอ Adam Smasher เข้ามาขัดขวางอีกครั้งก่อนที่ทั้งคู่จะดวลกันบนยอดหอคอย แต่ยังไม่ทันรู้ผลแพ้ชนะ ระเบิดนิวเคลียร์ก็ถูกทิ้งลงมาระเบิดที่นี่จนราบเป็นหน้ากอง 

Johnny Silverhand ถูกสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการถูก Adam Smasher ยิง แต่ ไม่เคยมีใครพบศพของเขา

หลายปีหลังจบ สงครามองค์กรครั้งที่ 4 (Fourth Corporate War)  Alt ได้สร้างที่หลบภัยดิจิทัลสำหรับเหยื่อ Soulkiller คนอื่นๆ มีข่าวลือว่าซ่อนอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ไหนสักแห่งใน Night City 

50 ปีต่อมาหลัง สงครามองค์กรครั้งที่ 4 (Fourth Corporate War) จบลง Johnny Silverhand ก็ปรากฏตัวอีกครั้ง ในฐานะ Chip ลึกลับที่ฝั่งอยู่ในหัวของ V ตัวเอก ของเกม Cyberpunk 2077 

บทบาทของ Johnny Silverhand ในเกม Cyberpunk 2077 คือบทที่ 3 ต่อจากเรื่องราวใน Handbooks Welcome to Night City mini-adventures Section 13 :  Never Fade Away ส่วนขยายของทั้งใน Cyberpunk 2013 และ Cyberpunk 2020  และ End Game จาก sourcebook Firestorm Shockwave : the Fourth Corporate War Book Two mini-adventures ส่วนขยายของ Cyberpunk 2020 

Source
https://cyberpunk.fandom.com/wiki/Fourth_Corporate_War
https://cyberpunk.fandom.com/wiki/Cyberpunk_story
https://drac-cybergen.obsidianportal.com/characters/silverhand
https://cyberpunk.fandom.com/wiki/Johnny_Silverhand#:~:text=Johnny%20Silverhand%20is%20a%20central,in%20the%20upcoming%20Cyberpunk%202077



          Mister John Silverhand  Codename: The Mystic
                     
เรื่องเล่าของ Johnny Silverhand นอก Wiki 

มิสเตอร์ จอห์น ซิลเวอร์แฮนด์ สมญานาม: The Mystic เจ้าของวาทะกรรม “There is no greater power than the power within yourself” (“ไม่มีอำนาจใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าพลังที่อยู่ภายในตัวคุณเอง”) นอกจากการเป็นหัวหน้าวง Samurai และ ผู้นำของ CyberRevolution ในการต่อต้านทุกความอยุติธรรมในสังคมแล้ว ที่เหลือแทบทุกอย่างเกี่ยวกับเขาก็ล้วนเป็นปริศนาเต็มไปหมดเหมือนชื่อฉายาของเขา แม้แต่เรื่องชาติกำเนิด ว่ากันว่าชื่อจริงของเขาคือ Robert John  Linder เกิดในช่วงปี 1980 บ้างก็ว่าเขาเป็นลูกของโปรแกรมเมอร์ของ Apple บางก็ว่า เป็นลูกของนักกีตาร์ที่ทำงานในคลับในซานฟรานซิสโก แม้แต่การรับราชการทหารของเขา ซึ่งบ้างก็ว่าเขาเคยเข้าร่วมกับ นาวิกโยธินสหรัฐ (United States Marine Corps) บ้างก็ว่า กองทัพบกสหรัฐ (United States Army) ในปี 2004 เพื่อฝึกเป็น ทหารไซเบอร์รันต์ (cybergrunt soldier) ทหารที่มีความแข็งแกร่งที่สามารถต่อสู้และใช้อาวุธหนักแบบที่คนปกติไม่สามารถใช้ได้ ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ก่อนที่เขาจะหนีทหาร ในช่วงต้นของสงครามที่ นิการากัว Robert John  Linder ถูกระบุว่าเป็นบุคคลที่สูญหาย ตามที่ระบุไว้ใน Dogtag ที่เขาทิ้งไว้ ในเวลาเดียวกันกับที่ Johnny  ปรากฎตัวขึ้นมาพร้อมกับแขนกล chrome cyberarm สีเงินที่เป็นเครื่องหมายการค้าและนามสกุลสุดเท่ว่า Silverhand ในฐานะของร็อคเกอร์บอยนักร้องนำวง Samurai ที่เขาฟอร์มขึ้นมากับซิงเกิ้ลฮิตในตำนานมากมายเช่น Chippin ’In และ Never Fade Away 

ก่อนที่ Johnny Silverhand จะเริ่มทำอัลบั้ม Clone Wars ที่มีซิงเกิ้ลที่มีเนื้อร้องถูกเขียนขึ้นจากแนวความคิดทางการเมืองที่มีรายละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และเปิดโปงถึงอันตรายจากการดัดแปลงพันธุกรรมของมนุษย์ ทันทีที่ ซิงเกิ้ลแรกถูกปล่อยออกมาก็ทำให้เขาเริ่มเป็นที่หมายตาของเหล่าผู้อำนาจในบ้านเมือง และถูกลอบสังหารในที่สุด เรื่องราวการถูกลอบสังหารของ Johnny มีเพียงไม่กี่คนในกลุ่ม CyberRevolution ที่รู้ ว่ากันว่า Johnny รอดมาได้ในสภาพร่างกายที่เกือบขาดครึ่งด้วยระเบิดที่ฉีกชิ้นส่วน AV-7 ของเขาออกจากกัน และเกือบตายในช่วงการรักษาใน cryotank ก่อนที่สถานที่หลบซ่อนที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาของเขาจะถูกสร้างขึ้นโดย Altiera Cunningham หรือ Alt  netrunner สุดสวยผู้พัฒนาโปรแกรม Soulkiller ให้กับ ITS corporation ที่รู้ดีว่า ร่างกายของ Johnny นั้นเกิดเยียวยาแล้ว เธอจึงทำการอัปโหลด engrams (ร่องรอยของความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้) ของ Silverhand ไปยัง The Net ผ่านโปรแกรม Soulkiller ของเธอ ก่อนนำร่างของ Johnny ที่แช่แข็งไว้ไปทำการโคลนนิ่งในสถานที่ลับแห่งนึง ทำให้ร่างกายและจิตใจของ Johnny Silverhand กลับคืนมาอีกครั้ง ก่อนที่  Alt จะหลบไปพักผ่อนที่เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่เรียกกันว่า Ghost Town

แปดเดือนต่อมา จอห์นนี่ ซิลเวอร์แฮนด์ ปรากฏตัวต่อสถาธารณะชนอีกครั้งในงานแถลงข่าวเพื่อเปิดตัวอัลบั้ม Clone Wars ที่ล่าช้ามานาน 

 Johnny Silverhand ยังคงสร้างผลงานเพลงที่มีเนื้อหาตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้อย่างต่อเนื่อง 4 อัลบั้ม อันประกอบด้วย Ring of Fire ในปี 2021, Surrendered Goblin 2 ,112, MediaGodsin 2023 และ Street Armageddon ในปี 2024 ที่ว่าด้วยการรวมเป็นเทศอเมริกาและเรื่องนโยบายที่เข้มงวดของรัฐบาล จนในปี 2026 ทาง ISA (Incorporated States of America ) ก็ออกมารณรงค์ให้ควบคุมการวิวัฒน์ของไซเบอร์ ทำให้ Johnny ที่ทำอัลบั้มใหม่ที่ชื่อ Tomorrow's Child ที่เนื้อเพลงมีการเปิดเผยถึงความน่ากลัวของโครงการที่ไร้มนุษยธรรมของรัฐบาลที่เกิดจากการจัดตั้งในรูปแบบของบริษัทเป็นการตอบโต้  อัลบั้มยังไม่ทันจะเสร็จสมบูรณ์  Johnny ก็ถูกทีมล่าสังหารของ ISA ลอบสังหารด้วยอาวุธ AI จากระยะไกล 

และจากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้  Johnny Silverhand รู้ถึงความจริง เมื่อ Alt กลับมาเพื่อช่วยเหลือเขาอีกครั้ง ด้วยการบีบอัดความทรงจำ 7 ปีจาก engram ของ Johnny กลับไปที่ร่างเดิม ร่าง Original ของ Johnny ที่ Alt ทำการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อที่เสียหายแล้วเก็บรักษาไว้ในตู้แช่แข็งไว้เป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจำต้องบอกความจริงกับ Johnny ถึงเรื่องที่เธอได้อัปโหลด engram ข้อมูลต้นฉบับของเขาเก็บไว้ตอนที่ถูกลอบสังหารครั้งแรก  Johnny Silverhand คนนี้เป็นสำเนารุ่นที่สามแล้ว ซึ่งถ้า Johnny ยอมรับเรื่องนี้ได้ เขาก็สามารถเป็นอมตะได้ และ Alt ก็อยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลือ Johnny Silverhand ในฐานะผู้นำของ CyberRevolution มาตั้งแต่นั้น 

Johnny เรียกตัวเองว่า Mister John Silverhand อาจจะเพื่อแยกแยะว่าเขาเป็นคนที่เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา แก่กว่า, ฉลาดกว่า, มีไหวพริบมากกว่า เป็นเสมือนผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาของเหล่าร็อคเกอร์หนุ่มที่ต้องการรู้วิธีเข้าถึงหัวใจและความคิดของอเมริกาที่แท้จริง 

SOURCE  https://drac-cybergen.obsidianportal.com/characters/silverhand


บทแปล Handbooks Welcome to Night City mini-adventures Section 13 ส่วนขยายของ Cyberpunk 2013 และ Cyberpunk 2020  (เนื้อเรื่องหลักบทที่ 1 ของ Johnny Silverhand และ Alt Cunningham)                  

                             บทที่ 1 Never Fade Away
                            

A Cyberpunk Adventure

ในขณะที่ Johnny Silverhand ร็อคเกอร์บอยชื่อดังกำลังเล่นโชว์ที่ Hammer nightclub ในไนท์ซิตี้พร้อมกับ Alt Cunningham แฟนสาวของเขา หลังจากการแสดงพวกเขาออกไปทางเข้าด้านหลังเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและพบกับกลุ่มฟังก์กลุ่มในตรอกข้างหน้า พวกเขาสวมชุดของแก๊งค์ Icebrothers และเชิญจอห์นนี่ให้มาดื่มเครื่องดื่มด้วยกัน แต่ จอห์นนี่ รู้สึกถึงอันตรายจอห์นนี่จึงรีบไปหา อัลท์ เพื่อช่วยเธอให้พ้นจากอันตรายทั้งที่ไม่มี cyber-enhanced namesake arm ติดมาเพราะเอาไปซ่อม จอห์นนี่จึงได้แต่พยายามใช้อาวุธเท่าที่มีของเขา แต่ช้าเกินไป พวกฟังก์สามคนกระโดดเข้ามารุมจนเขาล้มลงในไม่กี่วินาทีก่อนที่ อัลท์ จะถูกลักพาตัว ทำให้จอห์นนี่โกรธมากและสาบานว่าจะแก้แค้นพวกมันอย่างสาสม ในขณะที่ Thompson นักข่าวจาก Worldwide News Service สังเกตการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ จอห์นนี่ จากระยะไกล เขารอจนเหตุการณ์สงบลงจึงเข้าไปหา Johnny ก่อนที่จะโทรหา Trauma Team ให้ส่งรถพยาบาลเข้ามาช่วยเหลือในทันที 

Trauma Ward

รถพยาบาลรีบนำตัว Johnny ไปยังห้องพยาบาลของ Trauma อย่างรวดเร็ว หมอที่กำลังเข้ามาทำการรักษา จอห์นนี่คุ้นเคยกับใบหน้านี้ดีเนื่องจากเคยติดตั้งแขนสีเงินให้กับเขา หมอปฏิบัติต่อจอห์นนี่เหมือนลูกชายแท้ๆของเขาที่เป็นเพื่อนรักของจอห์นนี่ที่ถูกฆ่าตายเมื่อหลายปีก่อน การรักษาจบลงที่จอห์นนี่ได้รับลำไส้สังเคราะห์ใหม่ยาวหลายฟุต ซึ่งก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยในยุคนี้ ก่อนที่หมอจะสั่งสอนจอห์นนี่ด้วยวาทศิลป์ที่กัดจิกเบาๆ เพื่อถามว่าเมื่อไหร่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้เสียที 

The Naming of Names

Thompson นักข่าวจาก WNS ที่ช่วยเหลือ  Johnny เอาไว้ แนะนำตัวเอง ขณะที่ Johnny กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการแก้แค้นกับศัตรูที่เขาไม่รู้จักแต่เขาแน่ใจว่าพวกฟังก์ที่โจมตีเขาไม่ใช่พวกฟังก์ธรรมดาแต่เป็นมืออาชีพ Thompson ให้ข้อมูลกับ Johnny ว่าพวกมืออาชีพที่ว่านี้ได้รับการว่าจ้างมาจาก Arasaka Corporation และ Johnny ก็ไม่ใช่เป้าหมายของพวกมันแต่เป็น Alt แฟนสาวของเขาต่างหาก ทอมป์สันจะอธิบายให้  Johnny เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดจากที่ Alt แฟนสาวของเขาไปมีส่วนร่วมกับการพัฒนา Soulkiller; ให้กับ ITS corporation ซอฟต์แวร์ไวรัสที่สามารถลบความคิดของพวก netrunner และกักขังพวกเขาไว้ในโลกดิจิทัล ทำให้ Johnny รู้สึกตกใจเมื่อรู้ว่าแฟนสาวของเขาสร้างซอฟต์แวร์นรกนี้ขึ้นมาบนโลก ซึ่ง Arasaka มีแผนที่กำลังจะพัฒนา Soulkiller ให้เป็นเวอร์ชันของตัวเองจึงเลือก Alt ให้มาช่วยพัฒนามันให้สำเร็จไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่ง Thompson เองก็เปิดเผยว่าตัวเองแค้นพวก Arasaka ที่มีส่วนทำให้ภรรยาของเขาต้องตาย ทำให้ทั้งคู่ตกลงที่จะร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือ Alt และทำลาย Arasaka Corporation ให้สิ้นซากไปพร้อมๆกัน 

Rogue / Santiago

ทั้งคู่มุ่งหน้าไปที่บาร์ Atlantis ใน Night City สถานที่ที่มีผู้คนมาติดต่อหางานมากมาย เพื่อตามหา Rogue อดีตคนรักของ Johnny และในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของ Solos คู่มหากาฬ Rogue / Santiago; ทีมนักฆ่ารับจ้างที่เก่งที่สุดที่เคยทำรายได้จากการถูกว่าจ้างสูงถึง 5,000eb ต่อคืน เพื่อให้ทั้งคู่มาช่วยงานนี้ด้วย ตอนแรก Rogue ยังลังเลกับคำขอร้องนี้ แต่เมื่อ Santiago รองต่อรองราคาค่าจ้างที่ 30000eb และเมื่อจอห์นนี่ตกลง ทั้งคู่ก็ตกลงเข้าร่วมทีมด้วยทันที ทีมบดขยี้ Arasaka ของ จอห์นนี่ ก็จะกลายเป็น 4 คนแล้ว แต่ก่อนที่จะมีการพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติม งานปาร์ตี้ถูกขัดจังหวะโดยคนของ Arasaka แม้ว่า Rogue จะไม่ค่อยถูกกับ  Johnny นักแต่เธอก็รีบพาเขาออกไปอย่างรวดเร็ว Rogue, Santiago และ Thompson จัดการคนของ Arasaka 4 คนที่ซุ่มอยู่ด้านหลังบาร์เพื่อช่วย Johnny ที่พยายามจะหลีกเลี่ยงการยิงต่อสู้ได้อย่างหวุดหวิด

Runaway

ทุกคนในทีมล่าถอยไปที่รถปอร์เช่ของจอห์นนี่เพื่อหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ในขณะที่ Thompson เดาว่ากำลังถูกติดตามโดย Trauma Team card ของเขา ในขณะที่ทุกคนกำลังจะขึ้นรถ AV (รถความเร็วสูงที่สามารถปรับเป็นเครื่องบินได้) ของ Arasaka ก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะแล้วเล็งไปที่ Rogue ทันที ในขณะที่เธอกำลังจะถูกยิง Thompson ก็ใช้รถ AV ของเขายิงเครื่องยิงลูกระเบิดเพื่อขัดขวางเอาไว้ได้ ก่อนที่ทุกคนจะทิ้งรถเพื่อหลีกเลี่ยงการซุ่มโจมตีอีกแล้วใช้การเดินเท้า โดยมี Thompson เป็นคนนำตามด้วย Thompson และ Johnny โดยมี Rogue คอยคุมเชิงอยู่ด้านหลัง

Alt

Alt Cunningham รู้สึกตกใจเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วไม่เจอ Johnny แต่ทันทีที่หายเบลอก็จำได้ว่าถูกคนของ Arasaka จับตัวมา ก่อนที่ Toshiro หัวหน้าทีมวิจัยของ Arasaka จะเดินออกมาตอนรับพร้อมเครื่องดื่มด้วยไมตรี แต่ทันทีที่เธอเห็นกริยาท่าทางของผู้ติดตามของ Toshiro ที่ตามมาก็รู้ทันทีว่าเป็นนักฆ่ามืออาชีพแน่นอน Alt จึงปฎิเสธทุกความหวังดีของพวกมัน ก่อนที่ Toshiro เปิดเผยเหตุผมว่าทำไมถึงต้องจับตัว Alt มาก็พื่อทำงานให้กับพวกเขา นั่นทำให้ Alt เริ่มคลายกังวลลงและเปลี่ยนเป็นสนใจ แต่สถานการณ์ของการสนทนาก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเขาพูดถึงเรื่อง Soulkiller

A Gathering of Hosts

ทีมของ Johnny, Thompson, Rogue และ Santiago กำลังนอนพักผ่อนที่ Mark Luxor Hilton ซึ่งเป็นโรงแรมที่ถูกทิ้งร้าง Thompson กำลังสแกนวิทยุหาข่าว ในขณะที่ Rogue และ Johnny กำลังเฝ้าดูถนนเพื่อดูว่าคนของ Arasakaตามมาอีกหรือเปล่า ก่อนที่ Santiago จะแนะนำให้โจมตีที่ฐานของ Arasaka ที่นอกเมืองเพื่อเช็คดูก่อนว่า  Alt อยู่ที่นั่นหรือถูกส่งกลับที่ฐานใหญ่ในญี่ปุ่นแล้ว ส่วน Rogue เห็นว่าพวกมันคงจะโจมตีเร็วๆนี้ ไม่น่าจะรอนานมากนักเพราะกองกำลังของ Arasaka อาจยังคงลาดตระเวนตามท้องถนนแทนที่จะปกป้องกองบัญชาการ ในขณะที่ Johnny กำลังตรวจดูความเสียหายของแขนตัวเอง Thompson คิดว่าโปรแกรม Soulkiller อาจทำงานได้เฉพาะบนเมนเฟรมในฐานของ Arasaka เท่านั้นก็ได้  จากนั้นทั้งหมดก็รวมตัวกันเริ่มวางแผนการโจมตี

Interface the Music

Alt ถูกเสียบเข้ากับเมนเฟรมของ Arasaka เพื่อประสงค์ที่จะสร้าง Soulkiller ขึ้นมาใหม่โดยโหลดจากความทรงจำของ Alt โดยตรง netrunners ของ Arasaka เฝ้าดูเธอทุกฝีก้าวเพื่อไม่ให้เธอทำอะไร สภาพของ Alt คือนอนอยู่บนโซฟาของสำนักงานของ Toshiro ในสภาพที่ใกล้จะหมดสติขณะที่เธอกำลังวิ่งผ่าน NET เธอคิดย้อนกลับไปเมื่อครั้งตอนที่เธอสร้างซอฟต์แวร์นี้ขึ้นมาได้อย่างไร โดยเริ่มแรกสร้างเป็นโปรแกรมที่ไม่เป็นอันตรายเพื่อติดตั้งบุคลิกเทียม ก่อนที่จะพบในภายหลังว่า ซอฟต์แวร์อาจมีบุคลิกที่มีชีวิตอยู่ ตลอดจนการถ่ายโอนจิตสำนึกไปมา หากราบรื่น โดยพื้นฐานแล้วเป็นการสร้างความเป็นอมตะ เมื่อนายจ้างของเธอที่ ITS ค้นพบงานนี้พวกเขาจึงตั้งเป้าว่าจะสร้างมันให้เป็นคุกดิจิทัลที่ฆ่าร่างกายและขังจิตใจไปเรื่อย ๆ Alt เริ่มตระหนักว่า ตอนนี้ทุุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ก่อนที่พวกเขาจะฆ่าเธอไม่ก็ทดสอบซอฟต์แวร์กับเธอ

War Party

ทีมของ Johnny เริ่มทำตามแผนของพวกเขา คอนเสิร์ตซามูไรแบบสุดเซอร์ไพรซ์แบบไม่ได้แจ้งเตือนแฟนๆล่วงหน้าถูกจัดขึ้นที่สนามหญ้านอกอาคาร Arasaka ซึ่งเป็นความคิดนี้สมบูรณ์แบบมากในการเพิ่มกองทัพแฟน ๆ และบางสิ่งที่ Arasaka จะไม่มีวันเห็นว่ามันกำลังมาถึง Rogue และ Santiago ดำเนินการจัดหารวบรวมวัตถุระเบิด ปืนไรเฟิล และไซเบอร์แวร์ที่จำเป็น ส่วน Thompson ก็กำลังทำงานอย่างหนักบนท้องถนนเพื่อหาข่าวกับสายของเขาพร้อมส่งต่อข้อมูลไปลงใน scream sheets (หนังสือพิมพ์ข่าวด่วน) เพื่อทำให้แน่ใจว่าคำสั่งถูกกระจายไปอย่างทั่วถึง ตอนเที่ยง คนทั้งเมืองรู้ แล้วว่า วง Samurai จะมาเปิดคอนเสิร์ตตอนช่วงค่ำ และเบียร์ฟรี เมื่อใกล้ถึงเวลาที่เป็นหมายกำหนดการฝูงชนมากมายจากสารทิศก็เข้ามารวมตัวกันที่ Arasaka tower.

Sorcerer's Apprentice

Alt ที่กำลังดำดิ่งลึกลงไปในเมนเฟรมของ Arasaka ทำให้การลอกเลียนแบบ Soulkiller ค่อยๆพัฒนาขึ้น ในขณะที่เธอจัดการสร้างสิ่งก่อสร้างเทียมภายในเครื่องจักร์ซึ่ง Arasaka ยังไม่ได้สังเกตเห็น การแย่งพื้นที่เพื่อเปลี่ยนการควบคุมอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอดของเธอ

Party Hard

Seicho Harada 1 ในสมาชิกหน่วยรักษาความปลอดภัยของ Arasaka ทำหน้าที่เฝ้าดูฉากที่อยู่ตรงข้ามทางเข้าหลักของสถานที่ด้วยความไม่เข้าใจในเรื่องอนาธิปไตยและเปรียบเทียบในแง่ลบกับระเบียบวินัยที่เข้มงวดของบ้านเกิดของเขา เขาเฝ้าดูขณะที่ Johnny Silverhand ขึ้นเวทีแสดงสด Seicho รู้ดีว่าที่ผ่านมา Johnny เคลื่อนไหวในเรื่องอะไร แต่คงเกิดการจลาจลครั้งใหญ่แน่ถ้าพาตัว Johnny ออกไปจากพื้นที่ในตอนนี้   ในขณะที่เขากำลังสแกนฝูงชนที่กำลังเมามันตอนที่ Johnny กระหน่ำซิงเกิ้ล Chippin 'In ออกมา ทีมของ Johnny ก็เข้าประจำตำแหน่งตามแผนสร้างสถานการณ์เพื่อให้  Johnny ปลีกตัวออกไป หรือไม่ ทาง Arasaka อาจสร้างมันขึ้นมาเองถ้าพวกผู้คุมทนความกดดันที่มากเกินไปไม่ได้ทำให้พวกเขาเปิดฉากยิงใส่ฝูงชน ยังไม่พอแฟน ๆ ที่คลั่งไคล้กว่าหกพันคนก็คงรุมถล่มล็อบบี้ของ Arasaka อย่างแน่นอน ในขณะที่ Santiago แฝงตัวปะปนไปกับฝูงชนพร้อมปืนไรเฟิลพลังสูงของเขา Rogue และ Thompson ปลอมตัวเป็นคนในแก็งค์ Iron Sights ซึ่งเป็นแก็งค์ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินและควบคุมโดย Arasaka Security เพื่อเข้าไปในล็อบบี้ของตึก ก่อนที่ Rogue จะเปิดฉากจัดการทหารยามหลังโต๊ะการที่ทั้งคู่จะนำหน้าฝูงชนไปที่ลิฟต์ เธอวางระเบิดในลิฟต์เพื่อส่งไปยังชั้นที่เป็นสำนักงานผู้บริหารทีชั้นบน ไม่นาน Johnny ก็เข้ามาสมทบกับทีมในชุดเสื้อแจ็คเก็ต guards ของ Arasaka ที่เปื้อนเลือดกับชื่อที่เขียนติดไว้ที่ป้ายชื่อว่า Seicho Harada ก่อนที่ทั้งสามคนจะรีบเดินเข้าไปในอาคารอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปด้านบนของลิฟต์สำหรับขนส่งรถเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ปืน เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงชั้นบน Rogue ก็เริ่มติดตั้ง shaped charge (ดินขับรูปพิเศษ) เอาไว้ที่ด้านนอกของสำนักงานผู้บริหาร

ณ. ที่อีกส่วนนึงในอาคาร Toshiro ที่เฝ้าดูอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมแผนของ Johnny ก่อนที่จะสั่งให้อากิระเคลื่อนพลเข้าไปที่บันไดและยิงทุกอย่างที่ออกจากลิฟต์ ในขณะที่ Johnny ที่กำลังเข้าใกล้ Alt เข้าไปทุกทีก็แทบจะอดใจทนรอเวลาไม่ไหวและพร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเวลา Toshiro สั่งให้ Akira จับตัว Alt เอาไว้แล้วถามเจ้าหน้าที่ว่า ซอฟต์แวร์พร้อมรึยัง? เจ้าหน้าที่ยืนยันก่อนจะเสียบแจ็คเข้ากับเมนเฟรมเพื่อเริ่มทดสอบโปรแกรมกับ Alt  ... ทำให้จิตสำนึกของเธอหลุดออกจากร่างทันที 

Angel Heaven

ในเมนเฟรม …. Alt เริ่มหว่านแหรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Arasaka ทั้งหมด ทั้งข้อมูลการโอนเงินจากบัญชีส่วนตัวของ Saburo Arasaka ลบรหัสของซอฟต์แวร์ ทำลายตัวควบคุมสมองของ netrunner ทั้งสาม และควบคุมการทำงานของเลเซอร์ในห้องเพื่อเผาทำลายไซเบอร์ออฟติกที่ดวงตาของ Akira ในขณะที่ Toshiro มองด้วยความประหลาดใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมทักษะของ Alt ในการพยายามหลบหนีของเธอ ในขณะที่ Alt กำลังทำการย้ายจิตสำนึกกลับเข้าสู่ร่างกายของเธอ ทุกการโจมตีจากการควบคุมของเธอก็ถูกยกเลิกไป Toshiro จึงรีบตัดการเชื่อมต่อ Alt จากไซเบอร์เด็คเพื่อหยุดกระบวนการถ่ายโอนทันที ในขณะนั้น ทีมของ Johnny ก็บุกเข้ามาถึงพอดี Johnny รีบเข้าไปที่ Alt แต่เมื่อเห็นร่างที่แน่นิ่งของ Alt จึงคิดไปว่าสายเกินไป ร่างที่ไร้ชีวิตของเธอนอนอยู่บนโซฟาขณะที่จิตใจของเธอหายไปในเมนเฟรมของ Arasaka  Thompson เริ่มออกอากาศฉากนี้เป็นข่าวใหญ่ของเขาที่กำลังเผชิญหน้ากับ Toshiro ในภารกิจบุกถล่มหอคอย Arasaka ในขณะที่ Johnny ที่กำลังโกรธแค้นก็จัดการยิง Toshiro จนตายทันที ก่อนที่ Johnny จะจากไปพร้อมกับร่างที่ไร้ชีวิตของ Alt โดยไม่รู้เลยว่า จิตสำนึกของเธอกลายเป็น ร่างดิจิทัล กำลังกรีดร้องอย่างเงียบ ๆ จากภายในเมนเฟรมของ Arasaka

SOURCE  https://cyberpunk.fandom.com/wiki/Never_Fade_Away_(Adventure)


บทแปล sourcebook Firestorm Shockwave : the Fourth Corporate War Book Two mini-adventures Chapter 3 : Hot War Adventures  ส่วนขยายของ Cyberpunk 2020 (เนื้อเรื่องหลักบทที่ 2 ของ Johnny Silverhand และ Alt Cunningham)

 Firestorm Shockwave : the Fourth Corporate War Book Two (Pdf) จำนวน 146 หน้า (เนื้อเรื่องจะอยู่ที่หน้า 127 - 145 ) สามารถเข้าไปดาวโหลดได้ที่ Google Drive ของผมครับ https://drive.google.com/file/d/1NG3ibomYUhD14cat3OByRgAOM_cAVaS-/view?usp=sharing

                              
                                   บทที่ 2: End Game
                                   


                                        The Governments move in

ในเดือนมิถุนายน ปี 2022 สงครามระหว่าง OTEC และ CINO เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ megacorps Arasaka และ Militech เข้าร่วมในฐานะตัวแทนการแก้ปัญหาของทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากปัญหาหลายประการที่มีอยู่ก่อนหน้าทำให้บริษัทคู่แข่งเริ่มฉวยโอกาสผสมโรงจนเกิดความขัดแย้งขึ้นทั่วโลก 

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2022 ประธานาธิบดีเครสของสหรัฐฯได้สั่งให้คุมตัวนาย Donald Lundee CEO ของ Militech เข้ามาในหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ และสั่งให้กองกำลังของเขาหยุดการเคลื่อนไหว และเข้าถือครอง Militech และจัดการแปรรูปให้เป็นทรัพย์สินของรัฐทั้งหมด ในขณะที่ Donald Lundee ที่ไม่เต็มใจนักในตอนแรกแต่สุดท้ายก็ให้ความร่วมมืออย่างดี โดยมีจุดประสงค์คือเพื่อยุติสงครามและจัดการพวก Arasaka ในขณะเดียวกันทาง ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ก็ได้ประกาศมาตรการการควบรวม 2 องค์กรนี้เข้าด้วยกันหลังจากการโจมตีที่มิลาน ด้วยความรู้สึกผิดที่มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง Donald Lundee CEO ของ Militech จึงยินยอมที่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับรัฐบาล และทางบริษัท Militech จะปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามสมาชิกในคณะกรรมการหลายคนไม่พอใจและหน่วยภาคสนามต่างก็ทิ้งฐานที่มั่นของตน

ภายในไม่กี่สัปดาห์กองกำลังของ Arasaka กพ่ายแพ้และถอยกลับไปยัง 'Arasakaville' ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายในไนท์ซิตี้ Kei Arasaka CEO ของ Arasaka ได้เข้าไปเจรจากับประธานาธิบดี Kress และนาย De La Vega ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่การเจรจาก็ไม่เป็นผลเมื่อ ประธานาธิบดี Kress ต้องการให้มีการปราบปราม Arasaka ให้สิ้นซาก กองกำลังร่วม  Militech กองทัพสหรัฐฯ และ northern California national guard ได้ยึดพื้นที่รอบเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขณะที่เครื่องบินติดอาวุธขนาดใหญ่หลายลำบินลาดตระเวนบนท้องฟ้า

ทางด้าน Arsaka แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ แต่มีรายงานว่าพวกเขาได้จัดการสร้างโปรแกรม Soulkiller ขึ้นมาใหม่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ต่อรองกับประธานาธิบดี Kress แม้ว่า Arsaka จะปฏิเสธข่าวลือ แต่ไวรัสตัวใหม่ที่โผล่ขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ตซึ่งกล่าวกันว่ามันได้ทำลายสมองของวุฒิสมาชิกสมาชิกรัฐสภาและผู้ถือหุ้นของ Militech หลายคน

                                                   Night City In Twilight

ในเดือนกรกฎาคมปี 2022 Militech ได้ถอยตัวจากไนท์ซิตี้ไปอย่างเงียบ ๆ เนื่องจาก Arasaka เริ่มหันมาปลุกระดมมวลชนให้ออกมาต่อต้านพวกเขา นายกเทศมนตรี Mbole Ebunike ถูกบังคับให้ลงจากตำแหน่งเนื่องจากพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด ในขณะที่ Garven Haakensen รองนายกขึ้นมารับตำแหน่งแทน และทำให้เมืองอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก บริษัทใหญ่ๆหลายแห่งถูกพลักดันให้ออกจากเมืองเมื่อ Arasaka เข้ามาครองอำนาจอย่างเต็มที่อีกครั้ง

Part I: A Gathering of Hosts: 2020

นายพล Patrick Eddington ผู้บังคับบัญชากองทัพสหรัฐฯ และกองกำลังของ Militech ได้แต่งตั้งให้ Morgan Blackhand  เป็นผู้รับผิดชอบในปฏิบัติการต่อต้าน Arasaka อย่างลับๆ และรับสมัครทีมปฎิบัติการณ์เพื่อเตรียมบุกโจมตีฐานใหญ่ของ Arasaka ในไนท์ซิตี้ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Johnny Silverhand คือจอห์นนี่ซิลเวอร์แฮนด์ร็อกเกอร์บอยผู้โด่งดัง นอกจากนี้ยังมี Thompson และ Rogue ก็กลับมาร่วมปฎิบัติการณ์ลับนี้ด้วยหหลังจากที่เกือบสิบปีหลังจากการโจมตีหอคอย Arasaka เพื่อช่วยเหลือ Alt Cunningham แต่ เนื่องจากปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งกับ Santiago เขาเลยไม่ได้กลับมาร่วมปฏิบัตินี้ด้วย แต่ในทางกลับกันก็ได้ทีมงานใหม่ๆมาร่วมงานแทนอย่าง Fixer , Shaitan และ Spider Murphy

นายพล Eddington บรรยายสรุปทีมและแจ้งให้พวกเขาทราบว่าตอนนี้ Arasaka ใช้ผีดิจิทัลของ Alt Cunningham เพื่อสร้าง Soulkiller v3.0 เป้าหมายของพวกเขาคือการแทรกซึมหอคอย Arasaka ใจ Night City เพื่อทำลาย Soulkiller ก่อนที่ Kei จะใช้มันสร้างความเสียหายมากกว่านี้


                                          Part II: Everyone Needs a Plan

ทีมปฎิบัติการณ์ลับของ นายพล Eddington ประกอบด้วย 3 ทีม Strike Team Alpha นำทีมโดย Johnny Silverhand , ทีม Strike Omega นำทีมโดย Blackhand และหน่วย Solos ชั้นยอดของเขาและ Strike Team Beta ที่ประกอบด้วย Solos และเจ้าหน้าที่ของ Militech ต่างๆ แม้ว่า เป้าหมายของ Johnny Silverhand คือการทำลาย Soulkiller และช่วยเหลือ Alt แต่ เป้าหมายที่แท้จริงของนายพล Eddington คือต้องการฐานข้อมูล Arasaka Intelligence ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลมากมายที่ Saburo Arasaka เก็บไว้ใช้เพื่อแบล็กเมล์ศัตรูของเขา

 แผนคือ Team Beta มุ่งหน้าไปยังเมนเฟรมใต้ดิน ในขณะที่ทีม Alpha ดึงความสนใจไปที่ชั้นบนของอาคาร มีเพียง Morgan Blackhand  และทีมของเขาที่รู้ถึงเป้าหมายที่แท้จริงของปฏิบัติการจึงเตรียมตัวมาพร้อมที่จะสนับสนุนด้วยอาวุธหนัก และนายพล Eddington ยังวางแผนที่จะทำลายหอคอยทั้งหลังเมื่อปฏิบัติการเสร็จด้วย tactical nuclear ที่ Team Beta นำติดตัวไปเพื่อทำลายที่เก็บข้อมูลใต้ดินของ Arasaka แต่ อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมีมีประสิทธิภาพที่รุนแรงมากกว่าที่แจ้งไว้

Part III: The Attack

การโจมตีเริ่มขึ้นในหลายแนวรบทั่วเมือง หน่วยรบติดอาวุธหนักของกองทัพสหรัฐฯพร้อมกับหน่วย California national guard ที่รอสแตนบายอยู่ในเขตชานเมืองด้วยความตั้งใจที่จะยึดครองกองกำลังชายแดน Arasaka เรือรบและเครื่องบินรบของ USAF ให้การเฝ้าระวังจากบนท้องฟ้าเหนือเมือง ในขณะที่กองกำลังไซบอร์กเข้าโจมตีหน่วย Arasaka ในเขตตัวเมืองเพื่อไม่ให้พวกมันล่าถอยกลับไปที่หอคอย ทั้งสามทีมถูกแบ่งออกโดย Team Beta จะใช้การซ่อนตัวเพื่อแทรกซึมเข้าไปในสถานที่เป้าหมายทางภาคพื้นดินขณะที่ Teams Alpha และ Omega โจมตีหอคอยด้วยยานพาหนะทางอากาศไปพร้อมๆกัน

                                                    Part IV: The Tower

ที่ชั้นบนสุดของ Arasaka Tower Kei Arasaka CEO ของ Arasaka รีบถ่ายทอดคำสั่งให้ส่งกองกำลังตอบโต้เร็ว (retaliatory force) ของ Adam Smasher เพื่อมุ่งหน้าไปสกัด Team Alpha ที่ห้องทดลองวิจัย Soulkiller พร้อมกับรีบต่อไปยังฐานใหญ่ที่ญี่ปุ่นเพื่อเตรียมแบล็กอัพฐานข้อมูล ในกรณีที่งานนี้มันอาจเป็นจุดจบของ Arasaka ใน Night City  Kei ยังเตรียม AV ของเขาและดำน้ำเพื่อหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ทางด้าน Morgan Blackhand แจ้ง Strike Team Alpha ที่นำทีมโดย Johnny Silverhand ในฐานะที่เคยบุกมาที่นี่มาก่อนให้เตรียมรับการต่อต้านอย่างรุนแรงของกองกำลัง Arasaka ที่รวมตัวกันที่หอคอย ส่วนตัวเขาวางแผนที่จะนำทีม Strike Omega ไปทำลายตัวอัพลิงค์ที่กำลังส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมบนหลังคาเพื่อสะกัดกั้นไม่ให้ Kei Arasaka แบล็กอัพข้อมูลกลับไปที่ฐานใหญ่ในญี่ปุ่น 

 Johnny และทีมของเขาลุยเข้าไปถึงส่วนอพาร์ตเมนต์ของ Kei ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องทดลอง Soulkiller Spider Murphy เป็นคนแฮกประตูส่วน Shaitan เป็นคนแรกที่เข้าไปทำลายปืน turret gun ก่อนที่มันจะเริ่มกระบวนการยิง  Thompson และ Rogue คอยดูต้นทางเฝ้าทางเข้า ขณะที่ Spider Murphy ทำการแฮกเข้าไปในเมนเฟรมและพบกับ Alt  ซึ่งแปลกใจที่คนที่มาช่วยไม่ใช่ Rache Bartmoss ก่อนที่ Spider Murphy จะแจ้ง Alt ถึงการตายของ Rache ด้วยน้ำมือของ Arasaka ก่อนที่จะถูกขัดขวางโดย Johnny   จากนั้น Spider Murphy ก็เริ่มถ่ายโอน alt มายัง storage drive เดินทาง ลบทำลายข้อมูลของ Soulkiller และดาวน์โหลดบันทึกการพัฒนาโดยมีจุดประสงค์เพื่อติดตามผู้สร้างมัน

ในขณะที่ทีมกำลังเริ่มถอนกำลังออกจากที่นี่หลังจากทำตามแผนเสร็จสิ้น พวกเขาถูกขัดจังหวะด้วยกองกำลังเกราะหนักของ Arasaka ที่นำทีมโดย Adam Smasher ที่ลดจำนวนกองกำลัง Militech ไปได้หลายคนก่อนมาถึงที่นี่ ทุกคนในทีมเข้าปิดล้อมและยิงทุกอย่างที่พวกเขามี Shaitan ถูกอัดกระแทกกลับจากการยิงของ autogun และ Thompson ก็ถูกสอยล้มลงอย่างรวดเร็ว Spider Murphy จำต้องทิ้งอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีน้ำหนักมากพร้อมกับปล่อย Alt เข้าสู่ The Net เพื่อความปลอดภัยก่อน แต่ Johnny ไม่อยากจะต้องทำผิดซ้ำเดิมด้วยการต้องทิ้ง Alt ไว้ที่นี่อีก จึงพยายามที่จะฆ่า Smasher ลงให้ได้ แต่ด้วยเกราะหนักของ 'borg อย่าง Smasher นอกจาก Johnny จะไม่สามารถทำอะไรให้ระคายผิวมันได้เลย Smasher จัดการ Johnny ลงได้อย่างง่ายดาย Johnny ประหลาดใจที่ตัวเองล้มลงอย่างง่ายดาย และ ตาย ในที่สุด

Shaitain มองเห็นช่องว่างเลยพุ่งเข้าไปฟัดกับ Smasher ทันที ในขณะที่ Rogue และ Spider Murphy ขนอาวุธไปถล่มใส่กองกำลังของ Arasaka ที่เหลือ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของกองหนุมของมันที่เข้ามาใกล้มากขึ้น Shaitan บอกให้ Rogue และ Spider Murphy หนีไปพร้อมกับ Thompson ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยที่ Shaitain จะคอยต้าน  Adam Smasher เอาไว้  Spider Murphy ได้แต่น้ำตาไหลไปพร้อมกับคว้าร่างที่ไร้ชีวิตของ Johnnyส่วน Rogue ก็เข้าไปช่วยพาตัว Thompson ที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นลิฟต์ตามไป

ทางด้าน Strike Team Beta สามารถแทรกซึมเข้าไปในห้องใต้ดินได้สำเร็จ และได้พบกับ Haruko Kanawa หัวหน้าทีมปฏิบัติแทรกซึมของ Arasaka เข้ามาขัดขวาง หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด และจบลงที่ความพ่ายแพ้ของ Kanawa Strike Team Beta จึงได้เดินทางเข้าไปถึง command center ได้สำเร็จ พวกเขาพบ storage core ของ Soulkiller และYorinobu Arasaka ที่ถูกคุมขังในฐานะเหยื่อในการทดลองรายแรกของ Soulkiller v3.0 ก่อนที่พวกเขาพบว่าฐานข้อมูลได้รับความเสียหายเลยเลือกที่จะช่วย Yorinobu ไว้ก่อนด้วยความหวังว่าจะสามารถเอาไว้ต่อรอง Arasaka หลังจบสงครามได้


ที่บนดาดฟ้าของหอคอย Morgan Blackhand และสไตรค์ทีมโอเมก้าของเขาประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการตัดการเชื่อมต่อสัญญาณอัพลิงค์ลงได้ แต่ในขณะที่ Morgan กำลังจะพาทีมถอนกำลังออกจากที่นี่ Smasher ก็โผล่ออกมาพร้อมกับ Shaitan ที่บาดเจ็บหนัก เขาสั่งให้รถ AV ของเขาพา Rogue, Spider Murphy และ Thompson ออกจากพื้นที่

ก่อนที่จะเข้าไปต่อสู้กับ Smasher อย่างดุเดือด เพื่อหวังจะช่วย Shaitan ให้รอดตาย แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะรู้ผลแพ้ชนะ tactical nuke ที่ Strike Team Beta เตรียมเอาไว้ก็เริ่มระเบิดจากด้านล่างขึ้นมาอย่างรุนแรง หอคอยถล่มลงมาทำให้ Night City ครึ่งหนึ่งพังถล่มลงมาด้วย biopod ของ Shaitan ถูกกู้คืนได้ในซากปรักหักพังพร้อมกับร่างของ Adam Smasher ที่แทบจะไม่เหลือพลังชีวิต แต่ไม่มีใครค้นพบศพของ Johnny Silverhand


                                                                 Epilogue

ในขณะที่หอคอยกำลังถล่ม Kei Arasaka CEO ของ Arasaka Corporation ก็ได้หลบหนีไปด้วยเรือดำน้ำ The Sea Viper ที่เตรียมไว้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะสามารถจะเดินทางไปถึงฐานใหญ่ที่ญี่ปุ่นอย่างปลอดภัย Rogue, Spider Murphy และ Shaitan ที่ฟื้นตัวแล้วได้จะแทรกซึมเข้าไปในเรือดำน้ำได้และจัดการลูกเรือจนหมด ในขณะที่ Kei หลับอยู่ก็ตกใจตื่นเพราะการหยุดกะทันหันของเรือและเห็น Spider Murphy ที่กำลังถอดกระสุนออกจากอาวุธด้านข้างตัวของ Kei เพื่อแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของ Rache และ Johnny  Rogue บังคับให้ Kei ต้องแปรรูปตัวเองให้กลายเป็นดิจิตอลด้วยการเสียบตัวเองเข้าสู่โปรแกรม Soulkiller Kei ก็ต้องยินยอมอย่างไม่เต็มใจต่อการตายที่ 'มีเกียรติ' ซึ่งซามูไรบรรพบุรุษของเขาฝึกฝนมาหลายปี เขากล่าวบทกวีในขณะที่เขาต้องยอมรับชะตากรรมของเขาว่า คลื่นทะเลซัดสาด จ้องเข้าไปในดวงตาของความตายแล้วหัวเราะ (The ocean waves swell, Stare into Death's eyes, laughing.)  เสียงนกนางนวลร้องแว่วมาจากข้างบน Spider Murphy ที่กำลังโศกเศร้าเดินกลับไปหาเพื่ออีกสองคนบนดาดฟ้าขณะที่พวกเขารอคนมารับ

Source  https://cyberpunk.fandom.com/wiki/End_Game_(Adventure)


วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

Watch dogs legion

 


                                        บทสรุป Watch dogs legion

                                                    BY Decibel Per - Oxide

                   


Umeni Security Corps หรือเรียกสั้นๆว่า Umeni-Zulu  บริษัทรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล ที่เติบโตมาจาก ฝ่ายจัดหาเทคโนโลยีเกี่ยวกับวิทยาการเข้ารหัสลับให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ ไปจนถึงการทำสัญญากับ CIA ในการช่วยรวบรวมข้อมูลข่าวกรองทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการทางทหารทั่วโลกตลอดจนเป็นทีมงานที่คอยใช้มาตการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามติดทำลายข้อมูลในการกระทำที่เป็นความลับของรัฐบาล จนสร้างทั้งอำนาจและรายได้ให้ตัวเองเป็นกอบเป็นกำ แต่กลับปล่อยให้วิศวกรขององค์กรต้องรับผิดทางกฎหมายต่อเหตุการณ์ผิดพลาดที่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้พวกเขาถูกจำคุก บางก็กลัวถูกเก็บต้องหนีตาย แต่บางคนก็ไม่ยอมที่ต้องทนต่อความอยุติธรรมที่ตัวเองได้รับ จึงก่อตั้งกลุ่มแฮกเกอร์ลับเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรมและการทุจริตที่ Umeni Security Corps ทำเอาไว้ ภายใต้ชื่อ  "DedSec"


DedSec
กลุ่มแฮกเกอร์นิรนาม ที่แสดงความเห็นต่างต่อความอยุติธรรม ด้วยทักษะการเจาะระบบของเทคโนโลยี เพื่อเปิดโปงหยุดยั้งทุกการกดขี่ เพื่อฉุดกระชากทุกทรราชชนชั้นปกครองให้ลงมาสู่ความเท่าเทียมของสังคม ด้วยคอนเซ็ปต์ ตัวตนที่ไร้ตัวตน "DedSec" จึงเป็นใครก็ได้ที่ไม่คิดจะทนต่อสังคมที่ทุกเสรีภาพถูกคุกคามแล้วลุกขึ้นมาต่อต้านมัน 


ทำให้ยิ่งผ่านกาลเวลาการต่อสู้ของ DedSec ที่ผ่านมาตั้งแต่การต่อสู้อันเป็นปฐมบทในการเปิดโปงความอยุติธรรมที่ Chicago (ใน Watch Dogs ) 


     จนถึงการปลดแอกเทคโนโลยีที่หมายควบคุมผู้คนใน San Francisco. (ใน Watch Dogs 2)  


ยิ่งความสำเร็จจากการต่อสู้ที่ทำให้รู้ว่า ความอยุติธรรมก็พังเป็น ถูกกล่าวขานก็ทำให้ DedSec เติบโตขยายสาขาจนมีสมาชิกมากหน้าหลายตาอยู่ทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็คือ ประเทศอังกฤษ.


                                   กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ


Begley – อ่า ลอนดอน เมื่ออะไรหนอ มีประวัติศาสตร์อยู่ทุกซอกทุกมุม และนักท่องเที่ยวก็ถ่ายรูปมัน

 ผับที่มีให้บริการมากมายทั้งเบียร์และรอยยิ้ม อีกทั้ง บทเพลง โรงหนัง งานศิลปะ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม 

และรถไฟใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก “The Tube !”  ช่างเป็นเมืองที่มีคลาสระดับขึ้นหิ้งกันเลยทีเดียวเชียว 

ทั้งหมดใช้เวลาเพียงหนึ่งหมื่นสองพันปีในการสร้างมันขึ้นมา ก่อนที่คืนนึงทุกอย่างก็พังคลืนลงมา 





                                              Operation Westminster 

Sabine – จัดการระบบรักษาความปลอดภัยหมดแล้ว ห่วงแค่เพื่อนที่บินได้ของคุณก็พอ
Dalton – เฮ้ออ แม่งเอ้ย ! 

                                        Sabine –เรามีเวลาเหลือไม่มากแล้วนะ Dalton

                                                  Dalton – ได้ครับคุณผู้หญิง….

            Dalton – เอาล่ะ ผมเข้ามาได้แล้ว … พอจะรู้มั๊ยว่าเราต้องรับมือกับอะไรบ้าง Bagley ?

Bagley – ก็ถ้าคุณไม่รีบทำก็คงจะเป็นอย่างนั้น คุณคิดว่าเขาจะปล่อยภัยคุกคามระบบรักษาความปลอดภัยให้เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมั๊ยล่ะ? 
Sabine – ตลกน่า Bagley  รัฐบาลคงไม่จับพวกเราตอนนี้หรอก ก็รู้ว่าเราพยายามจะช่วยและทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพวกเขา
Dalton – งั้นเราคงต้องหาทางจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเราเองแล้วล่ะ 
Sabine – ระวังตัวด้วย Dalton
Dalton – Bagley คุณได้ยินเสียงความกังวลเล็กๆจากน้ำเสียงของ Sabine บ้างมั๊ยเนี่ย?
Bagley – ฉลาดจริงๆเลย ไปถามคอมพิวเตอร์เรื่องความรู้สึก มันคงบอกได้หรอก
Sabine – หุบปากแล้วกลับไปทำงานได้แล้ว ทั้งคู่เลย !
Dalton – นั่นแหละนางล่ะ 

เดินทางลักลอบเข้าไปด้านในอุโมงค์ใต้ดินของ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ จะเริ่มพบหน่วยรักษาความปลอดภัยระหว่างที่เข้าไปเพื่อใช้ในการเรียนรู้เพลย์เกมเบื้องต้น

L3 – ย่อตัวเดิน สำหรับการซุ่มเงียบ 

R3 – สแกนพื้นที่เพื่อสำรวจหาตำแหน่งของศัตรูและจุดสำคัญในการสำรวจ

X – กระโดดและปีนข้ามสิ่งกีดขวาง

สี่เหลี่ยม – Malee Attack โจมตีด้วยมือเปล่า / ลอบโจมตีศัตรูจากด้านหลัง

L1 – เป็นปุ่มสำคัญที่ใช้สำหรับจู่โจมศัตรูจากระยะไกล และ Hack ระบบเครื่องกลต่างๆเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ปิด – เปิดประตูหรือระบบต่างๆ และช่วยในการต่อสู้หรือจัดการศัตรูให้พ้นทาง ตั้งแต่

 ล่อศัตรูให้เข้ามาใกล้หรือ/ ทำให้เครื่องจักรกลเกิดเสียงทำให้ศัตรูเปลี่ยนตำแหน่งหรือไปยังตำแหน่งที่ต้องการ (Distract) 

 ทำให้แผงวงจรไฟฟ้าเกิดการช็อตใส่ศัตรู (Explode) 

ทำให้อุปกรณ์ที่ระเบิดได้เกิดการระเบิดใส่ศัตรู (Arm Trap)

เมื่อเดินทางมาจนถึงประตูที่ล็อกอยู่และไม่สามารถ Hack เปิดมันได้ เมื่อใช้ L1 ในการสำรวจเพื่อ Hack ระบบจะโชว์เส้นทางไปยังเครื่องควบคุมประตูซึ่งอยู่ชั้นบนฝั่งขวาของห้อง ซึ่งต้องผ่านพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยระหว่างทาง จัดการพวกมันด้วยทริคการต่อสู้ตามถนัดจนขึ้นไปยังตำแหน่งของแผงควบคุมที่ชั้น 2 เมื่อจัดการศัตรูจะขึ้นไปถึงแล้วก็เข้าไปเปิดระบบของประตูที่แผงควบคุม

Dalton – เอาล่ะ เจอแผงควบคุมประตูแล้ว .. พวกมันเอาอุปกรณ์ของ Dedsec มาเก็บไว้ที่นี่เพียบเลย คุณรู้มั๊ยทำไมถึงเป็นแบบนั้น ?

             

Sabine – อะไรนะ พวกมันจะเอาอุปกรณ์พวกนั้นไปใช้ทำอะไร?
Dalton – ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าบางคนพยายามทำให้มันดูเหมือนอย่างนั้นนะ
Sabine – บ้าจริง ! แบบนี้คุณคงต้องดำเนินตามแผนต่ออย่างระมัดระวังมากขึ้นแล้ว Dalton
Dalton – ใครกันนะที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ ?
Bagley –
ตอนนี้ยังไม่มีเบาแสะชี้นำอะไรเลย แต่ผมมั่นใจว่ามันถูกจัดฉากขึ้นแน่นอน 

จากนั้นกลับไปเปิดประตูที่เคยปิดอยู่เข้าไปตามทางอุโมงค์ด้านในต่อ จนถึงห้องที่มีการวางระเบิดเอาไว้

             

Dalton – อ่า ชิบและ นี่มันที่ที่พวกมันวางระเบิดเอาไว้นี่ !
Sabine – พระเจ้า ! ถังพวกนั้นมันคืออะไร Bagley?
Bagley – RDX Nitrogen มากพอสำหรับระเบิดไปถึงชั้นรัฐสภาเลยล่ะ 
Sabine – คุณรู้ตำแหน่งของตัวจุดระเบิดมั๊ย Bagley?
Bagley – ก็ไม่เชิงนะ แต่ไอ้ตัวจุดระเบิดนั่นแม่งกำลังทำงานอยู่ ข้อมูลที่เข้ารหัสน่าจะอยู่ชั้นบนจากตำแหน่งของคุณ 
Dalton – ช่ายย ช่างเหมาะเจาะจริงๆเลย ..เอาล่ะ เดี๋ยวผมจัดการเอง 

จัดการศัตรูในห้องวางระเบิดให้หมดด้วยทักษะการแฮกสิ่งของในพื้นที่เพื่อไปยังห้องต่อไปจนถึงห้องเป้าหมายคือห้องประชุมสภาที่มีตัวจุดระเบิดอยู่ 

Dalton – เอาล่ะ ถึงแล้วห้องประชุมสภา ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ พวกมันต้องมั่นหน้ามากๆที่กล้าเล่นถึงใจกลางรัฐบาลแบบนี้ 

Dalton – ผมเจอตัวจุดชนวนแล้ว ..และ ..มันก็จุดชนวนเอาไว้แล้วด้วย Bagley คงต้องให้คุณช่วยแล้วล่ะ

Bagley – ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ แต่เสียใจนะ ผมถูกปิดกั้นอยู่ 
Sabine – แม่งเอ้ย ถ้าไม่ใช้ Bagley เราก็ไม่มีทางจะทำอะไรได้เลยหรอเนี่ย !

Dalton – เดี๋ยวๆ ขอผมดูระบบการทำงานของมันก่อน เราเคยถูกฝึกให้ปลดชนวนด้วยมือตอนอยู่ที่ MI5 
Sabine – คุณนี่มีอะไรให้เซอรไพรซ์ตลอดจริงๆเลยนะ ...แต่ ทำให้เร็วด้วยล่ะ 


Dalton –
เอาล่ะเสร็จแล้ว Bagley เช็คหน่อยโอเคมั๊ย?
Bagley – ผมเข้าถึงได้แล้ว


Bagley – และ ...ระเบิดมันก็มีกองกำลังติดอาวุธของตัวเองด้วย ซึ่งนั่นจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้นไปอีก 
Dalton – แม่งเอ้ย ! .. แล้วคุณพอจำกลบเกลื่อนตำแหน่งของเราเอาไว้ได้หรือเปล่า?
Bagley – แน่นอน ผมทำได้ แต่คงต้องใช้ลูกเล่นที่มันไม่ปลอดภัยและอาจทำให้คุณรู้สึกไม่ดีได้ นี่เตือนแล้วนะ 

 Sabine – ดูเหมือนว่ามันจะดึงดูดความสนใจไปทางคุณแล้วนะ Dalton
Dalton –  อ่อ ผมตั้งตารออยู่แล้วล่ะ
Dedsec – เรามีแขกมาเยือนทางประตูหลังแล้ว !
Sabine – ตอนนี้ที่ฐานเรากำลังยุ่งๆกันหน่อยนะ Dalton


Dalton –
  อีกนานมั๊ยเนี่ย Bagley!?
Bagley – ขึ้นอยู่กับว่าคุณขัดจังหวะผมด้วยคำถามบ่อยแค่ไหนน่ะสิ


               Sabine –
เอาล่ะทุกคน หน้ากากพร้อม ปืนพร้อม ! งานนี้ต้องลุยจริงแล้ว!


               Dalton –  แม่งเอ้ย ! พวกมันเข้ามาถึงตัวผมแล้ว ผมขอจัดการมันก่อนแล้วกันนะ 

จัดการศัตรูที่บุกเข้ามาให้หมด พร้อมๆกับเรียนรู้การใช้อาวุธปืน (L2 เล็ง – R2 ยิง)และ R1 ขว้างกับดักไฟฟ้า (Electro Shock Trap) จัดการศัตรู 

หรือจะใช้การ Hack  ใช้อุปกรณ์อีเล็กโทนิกในพื้นที่สร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ หรือจะใช้การ Hack ที่ตัวศัตรูได้เลย ด้วยการทำให้ปืนขัดลำกล้อง (Jam) หรือ ใช้กระแสไฟฟ้าช็อต (Disrupt)


Dalton –  เฮ้อ .. เป็นไงบ้าง Bagley ?
Bagley – 3 Slot ทางซ้ายหนึ่งในนั้นทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณคุณต้องดึงสายไฟเส้นที่ควบคุมมันออก
Dalton –  นี่คุณล้อเล่นใช่มั๊ย?

                               Bagley – ไม่ ผมไม่ได้พูดเล่นนะโว้ย ดึงสายไฟนั่นซะ !!
                            Dalton – แล้วถ้ามันระเบิดผมเละล่ะ ! …. อึ๊บบบบ !!..

Bagley –  ระเบิดหยุดทำงานแล้ว ! ….เห็นมั๊ย มันก็ไม่ได้แย่อะไรซักหน่อยจริงมั๊ย?
Dalton – Bagley คุณแม่งเลวมาก คุณจะทำให้ผมหัวใจวายตายได้รู้มั๊ย! ..ฮะ ฮ่ะๆๆ


Dalton –
โว้ๆ มันบ้าอะไรกันอีกวะเนี่ย !? 
Bagley – มันแสดงให้เห็นว่า นอกจากรัฐสภายังมีเป้าหมายอื่นอีกน่ะสิ หมายความว่าในขณะที่กำลังคุยกันอยู่นี่ยังมีระเบิดอีกลูกกำลังทำงานอยู่  


Sabine –
ดูบนจอสิ Bagley!
Dalton – ชิบหายแล้ว เราต้องรีบบอกทุกคนเดี๋ยวนี้เลย! ต้องรีบให้มีการอพยพคนที่อยู่ในบริเวณนั้นด่วน !
Sabine – มันกระจายอยู่หลายจุดทั่วลอนดอน เรามีเวลาแจ้งเตือนพวกเขาไม่พอหรอก!
Dedsec – แต่ น้องสาวผมอยู่ที่การประชุม TOAN เราต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว !
Bagley – ผมติดตั้งตัวส่งสัญญาณสื่อสารเอาไว้ที่ดาดฟ้าด้วย เราน่าจะส่งข้อความไปเตือนที่จะที่จะเกิดการระเบิดได้ ถ้าคุณขึ้นไปทันนะ
Dalton – เดี๋ยวผมจัดการเอง !

                                                              ปัง ปัง !!!



Dalton – 
Sabine ! เกิดอะไรขึ้น !!
Sabine – แม่งเอ้ย Dalton เราถูกโจมตี !! แต่ไม่ต้องห่วง รีบขึ้นไปดาดฟ้าเดี๋ยวนี้ เร็ว!

Dalton –  Sabine ! เกิดอะไรขึ้น !?
Sabine – เราถูกโจมตี มันคือพวก Bloodbath ..มาตรการก็คือลบข้อมูลทุกอย่างรวมทั้ง Bagley ด้วย
Dalton –  แต่ผมต้องการเขาในการกระจายสัญญาณสื่อสารนะ
Sabine – ชั้นรู้ แต่ถ้าพวกมันได้เขาไปมันจะได้ทุกอย่างของเราไปทั้งหมด ทั้งชื่อ สถานที่
Dalton –  โอเค งั้นเดี๋ยวผมลองวิธีดั่งเดิมดูด ลบเขาไปได้เลย 
Bagley – ใช่ ลบผมซะ 
Dalton –  เร็วสิ รีบทำแล้วหนีออกจากที่นั่นได้แล้ว !!
Bagley – แม่งเอ้ย ..OK ลบเรียบร้อยแล้ว ต่อไปคุณต้องด้นสดเอาเองแล้วนะ Dalton แล้วถ้าเกิดว่า ..
Dalton –  ไม่ต้องห่วง มันจะไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน ผมจะไปเจอคุณที่จุดรวมพลก็แล้วกัน ผมสัญญา !

เมื่อเดินทางมาถึงประตูที่ล็อกอยู่ หันหลังไปที่ห้องทำงานฝั่งตรงข้าม กด R3 เพื่อสแกนดูจะพบตำแหน่งของโต๊ะทำงานด้านใน กด L1 Hijack 

ระบบเพื่อดาวโหลด Access key ที่วางอยู่บนโต๊ะมาแล้วก็จะสามารถใช้เปิดประตูที่ปิดอยู่ออกไปที่ห้องถัดไปได้ 

จัดการศัตรูในห้องให้หมดด้วยทักษะที่มี พร้อมๆกับเรียนรู้การใช้งาน Charater Wheel โดยการกดปุมทิศทางขึ้นบนเพื่อสลับอาวุธมาใช้งาน เมื่อจัดการศัตรูจนหมดแล้วก็ออกประตูสุดทางไปยังบันไดเพื่อขึ้นไปยังดาดฟ้าของตึกได้เลย 

                                                     Dalton –  เอาล่ะ โอเคๆ 


                                                   Dalton –   บิงโก เรียบร้อย ......

                              Dalton –   ห๊ะ!? ไม่ๆๆๆ มันอะไรกันวะเนี่ย !?

                 Zero – Day – ทำดีมาก Dalton Wolfe ผมประทับใจยิ่งนัก
                 Dalton –   แกเป็นใครวะเนี่ย !? 


Zero – Day – โอ้ นี่คุณยังคิดว่าคุณมาที่นี่เพื่อช่วยลอนดอนอยู่อีกหรอเนี่ย? ผมเกรงว่ามันคงจะไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้นหรอกนะ คุณมาที่นี่ก็เพื่อช่วยให้เราทำงานที่สำคัญสำเร็จ 
Dalton – งานที่สำคัญหรอ? มันจะฆ่าคนเป็นพันๆ ..... อ๊ากกกก !!

                                                  Dalton – อ๊ากก !

Zero – Day – ใช่แล้ว เพื่อช่วยโลกยังไงล่ะ ...คุณเคยรู้เรื่องการตายของชาวลอนดอนมากก่อนรึเปล่า? หืม? ทั้งโรคระบาด ไฟไหม้ครั้งใหญ่  The Blitz ** มันไม่สนุกเลยซักนิด

** The Blitz หมายถึงการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ในสหราชอาณาจักรโดยนาซีเยอรมันอย่างหนักและต่อเนื่องในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง  ** 

Zero – Day – แต่ทุกการทำลายก็ย่อมมีทางเยียวยาได้เสมอ และมันเพิ่งจะเริ่มขึ้นในวันนี้  ... Zero Day 


                                            Dalton –  โอ้ ไม่ ไม่ๆๆๆ 
                             Zero – Day – ถึงเวลาต้องเคลียร์ทั้งระบบแล้ว 
                                              Dalton –   โอ้ พระเจ้า ! 

                                  ปัง !!!  


                                           ข่าวด่วน 

เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเกิดเหตุระเบิด 3 แห่งในลอนดอนพร้อม ทางเจ้าหน้าที่ ผู้มีอำนาจขอให้ประชาชนอยู่ในบ้านของตนเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอน เราไม่ได้รับจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในตอนนี้ 

จุดที่ถูกโจมตีทั้งสามแห่งในเย็นวันนี้ คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ผู้คนทั่วทั้งเมื่อต่างมารวมตัวกันร่วมจุดเทียนไว้อาลัยเพื่อแสดงความเสียใจกับครอบครัวหลายพันครอบครัวที่ต้องสูญเสียไป ตอนนี้พุ่งประเด็นไปที่ทางการต้องหาตัวผู้กระทำผิดต่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยทางนายกรัฐมนตรีจะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าวันนี้

  Nigel Cass CEO ของ Albion บริษัทเอกชนที่ประกอบกิจการด้านการทหารที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลให้เข้ามาดูแลความสงบและรักษาความปลอดภัยในลอนดอน Cass สาบานว่าจะตามล่า DedSec กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมารับผิดชอบในการวางระเบิดในลอนดอนให้ได้  


ในช่วงเวลาที่กฎหมายและคำสั่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของชาวลอนดอน  Albion ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำสมัยและโดรนที่ทำงานอย่างอิสระเพื่อตรวจจับสมาชิกที่เหลือของ DedSec ตามคำเตือนของสตาร์คในฐานะผู้ก่อการร้าย

ผู้ประกอบการชั้นนำของสหราชอาณาจักรประกาศผลกำไรที่มากเป็นประวัติการณ์เนื่องจากการผลิตและการจัดจำหน่ายเทคโนโลยีที่ได้รับการอนุมัติเพื่อจุดประสงค์ด้านความปลอดภัย ซึ่งจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในปีถัดไปได้อย่างแน่นอน

โลกใต้ดินของลอนดอนกำลังได้รับการชำระล้าง หลังจากที่เหล่าอาชญากรใช้เป็นที่ทำธุกิจที่ผิดกฎหมายมายาวนานทั้ง การพนัน ค้ายาเสพติด และการค้าประเวณี หลังจากดำเนินคดีกับผู้นำสี่ในห้าองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดของลอนดอนเสร็จสิ้น ถนน Camden และ Brixtion ก็จะปลอดภัยในการเดินทางได้อีกครั้ง

ข่าวดีสำหรับชาวลอนดอนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากอำนาจของ Albion ถูกขยายออกไปโดยไม่มีกำหนดโดยนโยบายของรัฐบาล 

ในที่สุดชีวิตก็เริ่มกลับสู่ปกติ เคอร์ฟิวถูกยกเลิกพร้อมๆกับข้อจำกัดในการเดินทาง ต้องขอบคุณการนำ จุดตรวจอัตโนมัติ มาปรับใช้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้รับการยกย่องจากรัฐบาลเป็นอย่างมาก

จากการที่มีข่าวปลอมจากสำนักข่าวบางแห่งที่รายงานการจลาจลในจัตุรัสทราฟัลการ์ (trafalgar square) ในแบบการนำเสนอเกินจริงอย่างมาก โดยอาจเกิดจากได้รับข่าวที่ผิดพลาดผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งตอนนี้ทาง Albion ได้เข้าควบคุมความวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้แล้ว

ในขณะที่รัฐบาลยังคงตำหนิสาธารณชนเกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดที่ยังคงมีอยู่ในมุมมืดของอินเทอร์เน็ต เรื่องที่กลุ่มผู้ก่อการร้าย DedSec เป็นเพียงแพะในเหตุการณ์วางระเบิดในลอนดอนที่รัฐบาลจัดฉากขึ้นเพื่อป้ายความผิดให้ 

ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้สื่อข่าวของเราเองยังไม่พบชาวลอนดอนคนไหนที่จะยอมออกมาอธิบายทฤษฎีเหล่านั้นผ่านการสัมภาษณ์สด ข้อเท็จจริงจากข่าวลือที่ว่าจึงยังไม่เคยได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง


              Chapter I :  DedSec Mission


                                                    RESTART DedSec



                                Restart ระบบปฎิบัติการณ์ใหม่เสร็จสมบูรณ์
                                       ผู้ใช้  - SABINE ... ออนไลน์
                                     เครื่อข่าย DEDSEC ... ออนไลน์
                                     เครื่อข่าย London ... ออนไลน์
                        การเข้าถึงกล้องวงจรปิด Blume tower ...เสร็จสมบูรณ์ 

                         
Sabine – ชั้นต้องการรวมทีมใหม่อีกครั้ง แต่ชั้นไม่สามารถจะรีบู๊ท DedSec ได้เพียงลำพัง ชั้นต้องเจาะเข้าไปใน London Central Operating System(ctOS) และดูว่ามีใครหลงเหลืออยู่บ้าง


หลังจาก Hack Spiderbot ได้แล้ว Sabine จะบังคับมันมุดเข้าไปด้านในจนสามารถเข้าไปจนถึง Blume Data Centre เสร็จ


 ทำการ Hack ctOS Data Clusters ทั้ง 3 ตัวให้หมด จนแกนของเสาส่งสัญญาณเลื่อนลงมาทำให้เข้าถึงข้อมูลทั้งหมดของ London Central Operating System(ctOS) ได้ 



             Sabine – บ้าเอ้ย ! สถานการณ์แย่กว่าที่คิดแฮะ เราเสียสมาชิกเดิมไปเยอะมาก


                               อ่า ... แต่ดูเหมือนจะมีผู้ที่อยากร่วมอุดมการณ์อยู่ 


                คนประเภทที่ DedSec จะเป็นความหวังเดียวที่ดีที่สุดของพวกเขา
 

                                         Select Your First Operative 


ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละครที่สามารถนำมาใช้เล่นได้ (Operative) ใน watch dogs legion

-Ubisoft ยืนยันว่า ประชากรในเมืองลอนดอนในเกม 9 ล้านคนถูกสร้างแบบคละหน้าตา คละ Skill และอาชีพ สลับไปมา (แบบที่ซ้ำกันน้อยมาก) ตัวละครเหล่านี้เรียกว่า  APC หรือ All playable Charecter

-การสร้างตัวละคร Operative ตัวแรกเมื่อเริ่มเกมไม่จำเป็นต้องคิดมาก เลือกตามความพอใจได้เลย เพราะเมื่อดำเนินเรื่องไปยังมีโอกาสค้นหาตัวละครต่างๆจากประชากรในเมืองได้อีกมากมาย

-ประชากรแต่ละคนในเมืองจะมีจุดใช้ชีวิตในเมืองแต่ละช่วงเวลาที่เหมือนเดิมในแต่ละวันตามช่วงเวลาต่างๆสลับกันไปมา โดยใช้กันเดินไปมา ขึ้นรถไฟใต้ดินข้ามเขตเอง แบบเรียลไทม์ นั่นแปลว่า แม้คุณจะจำช่วงเวลาในการใช้ชีวิตในแต่ละจุดของตัวละครนั้นๆได้ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะเจอเขาในจุดๆนั้นทุกครั้ง 

-คุณสามารถชวนทุกคนเข้าร่วมทีมได้สูงสุด 45 คน รวมตัวละครที่บังคับอยู่และตัวที่บันทึกเป็น recruits (หมายตาเอาไว้) โดยตัวละครที่คุณเลือกใช้บังคับเล่นในแต่ละภารกิจจะเรียกว่า NPC หรือ Now Playable Characters ในการทำภารกิจแต่ละครั้ง คุณสามารถเลือกใครก็ได้ แต่หากเลือกตามความสามารถให้เข้ากับงานและการแทรกซึมก็ต้องเลือกให้เหมาะสมจะดีที่สุด 

-คุณสามารถยกเลิกการเข้าร่วมทีมของพวกเขาได้ แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตในเมืองตามปกติซึ่งคุณสามารถชักชวนเข้าร่วมทีมได้อีกครั้งแบบไม่ต้องทำเควสได้ทันทีหากเจอตัวเขา จริงไม่ต้องกังวลหากอยากไล่ใครก็ตามออกจากทีม

-นอกจาก Skill แล้วตัวละครยังมี อาชีพ ที่ระบุไว้ด้วย อาชีพพวกนี้ไม่ส่งผลอะไรกับทีมหรือการเล่น แต่การเลือกอาชีพที่หายากเข้าร่วมทีมเป็น Challenges ที่จะทำให้คุณได้ Ubi Point เพิ่มสำหรับใช้ในการแลกไอเทมใน ubisoft connect ซึ่งอาชีพที่หายากสุดๆ ได้ 100 Exp คือ consulting Detective

-แม้ Skill ของตัวละครที่คู่ควรจะมีค่าในการทำภารกิจ แต่ ตัวละครบางตัวที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยก็มีค่าหากคุณชอบ รูปร่างหน้าตาและไลฟ์สไตล์ของเขา ก็สามารถชวนเข้าทีมในฐานะตัวละครที่คุณรักได้เช่นกัน 

-หากคุณเลือกเปิดการทำงานโหมด permadeath ก่อนเริ่มเกมครั้งแรก หากตัวละครเกิดตายขึ้น ตัวละครของคุณจะตายจริงๆแบบที่ไม่ได้เจอเขาอีกในเกม และเมื่อตายหมดทั้งทีมแบบที่ไม่ไปหาเพิ่มเติมทนแทนไว้ Game Over เริ่มเกมใหม่ทันที

-ซึ่งหากคุณไม่ชอบโหมด permadeath สามารถเข้าไปในออฟชั่นเมนูเพื่อปิดมันได้ตลอดเวลาที่ต้องการ แต่หากปิดการใช้งานแล้วจะไม่สามารถเปิดการใช้งานโหมด permadeath ได้อีกต่อไป

- และคุณสามารถโกงความตายเมื่อใช้โหมด  permadeath ได้ด้วยการ ออกจากเกมในขณะสถานะการณ์กำลังแย่ก่อนจะตาย เกมจะโหลดใหม่ก่อนเข้าภารกิจ 



ตัวละครปฏิบัติการณ์ตัวแรกที่ต้องเลือกจาก 15 รายชื่อที่มีขึ้นมาโดยการแรนด้อมขึ้นมาให้เลือกโดยที่ผู้เล่นแต่ละคนก็จะเจอตัวละครที่มีขึ้นมาให้เลือกไม่เหมือนกัน ตัวตนของตัวละครแต่ละตัวจะมีสเตตัสและประวัติประจำตัวที่แตกต่างกันคือ 

Recent Event – เหตุการณ์ในชีวิต (ประวัติความเป็นก่อนจะเข้าร่วมกับ DedSec)
Demographics – ข้อมูลของตัวละคร (อายุ (Age) / อาชีพ (Occupation)/ เงินเดือน (Salary ) 
Associates – เพื่อนร่วมงาน (ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของ DedSec คนอื่นๆ)
Metadata – รายละเอียดข้อมูลเบื้องลึกของตัวละคร

อีกส่วนที่แต่ละตัวละครมีไม่เหมือนก็คือ ทักษะความสามารถเฉพาะตัว ที่จะส่งผลต่อการเลือกใช้ให้ตรงกับภารกิจที่ต้องทำ ตัวละครปฏิบัติการณ์จะมีทักษะพื้นฐานแยกได้ 15 ชนิดคือ


Physically Fit (ทนต่อการถูกโจมตี)
Loyalty Card (สร้างป้ายราคาเสื้อผ้าปลอมทำให้ซื้อได้ถูกลง)
P9 (มีปืนพกเป็นอาวุธติดตัว)
ctOS Drone (เรียกโดรนได้)
Tough Drunk (ลดความเสียหายจากการโจมตีระยะประชิดตอนกำลังเมา)
Police Contact (เวลาที่ถูกคุมขังเมื่อถูกจับสั้นลง)
MP5 (มีปืน SMG เป็นอาวุธติดตัว) 
Albion Vendetta (เพิ่มความเสียหายเมื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของ Albion )
Priority Care (ทำให้ระยะเวลาในการบาดเจ็บของเพื่อนร่วมทีมสั้นลง) 
Personal Motorcycle  (มีรถมอเตอร์ไซด์ส่วนตัว)
Oscuro Ultra 8 (มีรถสปอร์ตส่วนตัว)
Fast Hacking (ทำให้การ cooldowns ในการ Hack เร็วขึ้น)
6G Data Plan (ดาวโหลดได้เร็วขึ้น)
Wrench (มี ประแจ เป็นอาวุธติดตัว)
Crowbar (มี ชะแลง เป็นอาวุธติดตัว )

                              สิ่งที่คุณควรรู้ในการเลือกตัวละครปฏิบัติการตัวแรก

- ตัวละครทั้ง 15 ตัวที่มีออกมาให้เลือกจะเป็นการสุ่มออกมาไม่ได้เหมือนกันทุกครั้ง
- การเลือกตัวละครปฏิบัติการตัวแรกนั้นเอาไว้ใช้สำหรับบังคับดำเนินภารกิจในช่วงแรก หากถึงช่วงที่สามารถรวบรวมสมาชิกในทีมเพิ่มได้แล้ว ตัวละครนี้ก็จะเป็นแค่ 1 ในตัวละครทั้งหมดที่คุณเลือกใช้ในภารกิจต่างๆ ตามความเหมาะสมของทักษะที่มี
 ฉะนั้น การเลือกตัวละครแรกสำหรับใช้งานตัวนี้คุณสามารถเลือกตามรูปพรรณสัณฐานและทักษะที่คุณต้องการได้เลย ไม่ว่าเลือกแบบไหนก็ไม่ส่งผลต่อการเล่นช่วงแรกของเกมมากนัก เพราะคุณสามารถเลือกตัวละครที่มีทักษะหรือรูปลักษณ์ที่คุณต้องการเข้ามาร่วมทีมได้ในภายหลัง 


Sabine – ดีใจที่เห็นคุณยังมีชีวิตอยู่นะ ถ้าคุณยังมีความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นที่จะทำอยู่ DedSec ก็ต้องการคุณ ชั้นจะส่งพิกัดของพวกเราไปให้ เพื่อไปยัง Safehouse ที่เหลืออยู่ของเรา ไปพบชั้นที่นั่นก็แล้วกัน


-กด notepad บนจอยเพื่อดูแผนที่และตำแหน่งของภารกิจที่ต้องไป (วงกลมสีเหลือง) โดยสามารถกดเพื่อเป็น GPS นำทางไปยังจุดหมายได้ 
- เดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจด้วยรถที่หาได้ตามทางทั้งที่จอดอยู่หรือขโมยจากบนถนนไปยังบาร์ The Earl’s Forture


- เข้าไปในบาร์ The Earl’s Forture แล้วกด L1 ที่ประตูทางเข้าที่ล็อกอยู่จะเห็นเส้นวงจร Network Bypass ที่ต้องแก้ปริศนาโดยการหมุนข้อต่อให้พลังงานเส้นสีฟ้าเชื่อมต่อไปจนถึงประตูที่ล็อก ก็จะสามารถเปิดเข้าไปด้านในบังเกอร์ Safehouse ของ DedSec ได้ 


- เข้ามาด้านในแล้วอย่าลืมเก็บ item DATA ต่างๆที่ตกหล่นอยู่ตามทางมาให้หมด แล้วเข้าไปเปิดพลังงานของ Safehouse ที่คอมพิวเตอร์ด้านใน


Bagley – ตรวจไม่พบ DedSec ลงทะเบียน …ระบุตัวตนมาไม่งั้นผมจะปิดกั้นการเข้าถึงเดี๋ยวนี้ แล้วก็จะแฮกเข้าไปอ่านอีเมลของคุณตลอดไปเลยด้วย !
Coll – ใจเย็นเพ่ คุณรู้จัก Sabine หรือเปล่าล่ะ ? เธอเป็นเพื่อนของผมเอง 
Bagley – Sabine ยังไม่ตายงั้นหรอ? งั้นก็ถือว่าเป็นข่าวดี… ผมชื่อ Bagley DedSec ผู้ไม่มีเปลี่ยนแปลง ผู้ช่วย AI ขั้นสูง  และดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้ค่าคอมมิชชั่นมาสองสามเดือนแล้วด้วย เอาล่ะ ทำไมคุณไม่เชื่อมต่อผมเข้ากับเครือข่ายของ DedSec ซะทีล่ะ แล้วคุณจะเห็นว่าผมทรงพลังมากกว่าที่คุณคิดจะบอกให้ ...หมายถึง ผมอยากจะตามข่าวที่ผมพลาดไปน่ะ 


Bagley – อ่า ในที่สุดก็กลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง ดาวโหลดข้อมูลจากฐานข้อมูลทั้งหมด ... ข่าวสารต่างๆ ...โอ้ ไม่ๆๆ กลุ่มผู้ก่อการร้าย DedSec เป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดในลอนดอนงั้นหรอ !? ... Dalton Wolfe ก็ตายแล้วด้วย ? ผมทิ้งคนของผมแค่แปบเดียวเองนะ แล้วคุณก็เพิ่งปลุกผมขึ้นมาเนี่ย 


Coll – งั้นถ้า DedSec ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดในลอนดอนแล้วใครทำล่ะ Bagley?
Bagley – มันเป็นช่องว่างในความจำของผมหลังจากที่ Dalton ...พูดตามตรง หลังจากที่ผมปลดชนวนระเบิดที่รัฐสภา แล้วจากนั้นผมก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรอีกเลยหลังจากที่ออฟไลน์ไป แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่า น่าจะเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้นามว่า Zero-Day  ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมเชื่อว่า Zero-Day จัดฉากเรื่องการโจมตีและวางแผนให้ดูว่าเป็นการกระทำของ DedSed  เอาล่ะ มาที่ Teminal ของผมสิ ดูเหมือน Sabine จะวีดิโอคอลมานะ 


Bagley – เพิ่ม Sabine Brandt เข้ามาในสายเรียบร้อย ผมแนะนำให้คุณตั้งใจฟังเธอพูดให้ดีด้วย
Sabine – เป็นไงบ้าง ชั้นภูมิใจมากนะที่คุณทำได้ ...  Bagley ! พระเจ้า โคตรดีใจเลยที่ได้ยินเสียงขี้วีนของคุณอีกครั้ง ระบบความจำไม่เสียหายใช่มั๊ย? 
Bagley – ไม่แม้แต่เล็กน้อยครับ ความทรงจำสุดท้ายของผมถึงตอนที่ฐานเราถูกโจมตี 


        Bagley – เบาะแสเดียวของผมคือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Zero-Day พอจะรู้จักมั๊ย?


 Sabine – ไม่รู้จักเลย แต่ฐานเราถูกโจมตีโดยพวกชายชุดดำ เหมือนกับพวกที่รัฐสภา บางทีอาจจะเป็นพวกเดียวกันก็ได้ เราแทบไม่มีโอกาสทำอะไรเลย พวกมันยิงทุกคนตายจนหมด 
Coll – แล้วเอ่อ ผู้หญิงอย่างคุณทำไมถึงรอดมาได้ล่ะ ?
Sabine – ใช้ฉวยโอกาสใช้ท่อระบายน้ำหนีออกมาทางเขตแคมเดน แล้วก็ติดต่อพรรคพวกพาหนีออกนอกเมืองจากนั้นก็ซ่อนตัวอยู่ทางตอนเหนือ  


Bagley –  รอบคอบดีมาก เพราะโปรไฟล์ของคุณจะถูกหมายหัวว่าเป็นเป้าหมายที่มีลำดับความสำคัญสูงในระบบเฝ้าระวังของเมือง หากถูกตรวจจับได้แค่นิดเดียวก็จะถูกตามล่าและถูกกำจัดทันทีที่พบตัว
Coll – ช่าย เพื่อน ฟังนะ งั้นแบบนี้ DedSec จะออกไปไหนทีลำบากแย่เลยล่ะสิ แต่ยังไงผมก็อยากเข้าร่วมกับพวกคุณอยู่ดีแหละ แม้จะไม่ได้อยากตกเป็นเป้าหรืออะไรแบบนั้น


Sabine – ฟังนะ ถ้าจะมีใครซักคนรู้ถึงเรื่อง ความเสี่ยง ดีที่สุดก็คงเป็นชั้นนี่แหละ ตอนนี้ชั้นเสียทุกอย่าง สูญเสียเพื่อนทุกคน แต่มันก็มาถึงตอนนี้แล้วคงไม่มีทางเลือกแล้ว  ลอนดอนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความตาย และถ้า DedSec ไม่ยืนมือเข้ามาช่วย เชื่อเหอะ รับรองไม่มีใครช่วยได้อีกแล้ว เมืองนี้ต้องการการปลดแอก และมันจะเริ่มต้นที่คุณ ..คุณจะเอาไง
 Coll – ผมว่าถ้าผมได้เข้าร่วมมันคงต้องเจ๋งแน่ๆเลย คงจะดีกว่าออกไปบ้าเสียพลังงานกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอ่ะนะ
Bagley – เยี่ยมเลย สมาชิกใหม่ลงทะเบียนแล้ว DedSec ขอต้อนรับ !


Bagley – พวกเราคงดูไร้ความรับผิดชอบมากเลยถ้าจะปล่อยคุณออกไปลุยแบบไม่มีอะไรติดตัวแบบนี้ คุณลองไปเอา DedSec kit ที่เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นรวมถึงอาวุธติดตัวได้ที่โต๊ะเครื่องมือเลย 


                                         เรียนรู้เรื่อง Tech Upgrades
                           
-เมื่อกด Touch-pad ที่จอยเปิดเข้า Tech Menu จะพบอาวุธ , GADGETS , และการอัพเกรดความสามารถเสริมและการ Hack 
-อาวุธและอุปกรณ์ต่างๆสามารถซื้อและอัพกเกรดได้ด้วย Tech Points 
-Tech Points  นั้นสามารถเก็บได้จากส่วนต่างๆของเมืองโดยเฉพาะในเขตแดนของศัตรู ซึ่งจะสังเกตเห็นเป็นจุดสีเขียวในแผนที่
- ส่วมใส่อาวุธและ Gadgets โดยการเข้าไปที่ Team Menu แล้วเลือกตัวละครที่จะส่วมใส่ได้เลย
- การใช้งานทุก Gadgets ที่ติดตั้งไว้ในทุกตัวละครคือปุ่ม R1

 

                                                 Gadgets & Weapon

                                                           GADGETS

infiltrator Spiderbot 
LV1 -ในโหมด Stealth ของ spiderbot สามารถล้มเป้าหมายได้แบบไม่ทำอันตรายถึงชีวิต
LV2 -เพิ่มความสามารถกระโดดสองชั้นและการวิ่ง
LV3 -เพิ่มโหมดการพรางตัวแบบใช้งานโดยอัตโนมัติ 

AR Ckoak 
LV1 –ลายพรางที่จะทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นได้ยากขึ้นจากระยะไกล
LV2 – ทำให้ระยะเวลาการพรางตัวนานขึ้นเมื่อยืนเฉยๆหรือเดินช้าๆ
LV3 – สามารถจัดการศัตรูได้ในขณะพรางตัวจากระยะที่ไกลขึ้น

Electro-Fist
LV1 – กด R1 ใช้สนับไฟฟ้าต่อยศัตรูให้ล้มภายในหมัดเดียว
LV2 – เพิ่มกำลังไฟฟ้าให้ช็อตศัตรูที่อยู่ใกล้ๆขณะต่อยเป้าหมาย
LV3 – ปล่อยคลื่น Shockwave อัดกระแทกศัตรูที่อยู่ในรัศมีขณะต่อยเป้าหมาย

Missile Drone
LV1 –ปล่อยโดรนขนาดเล็กบินตรงไปชนเป้าหมาย(มีผลกระทบถึงตาย)
LV2 –กด R1 ค้างตอนเรียกใช้โดรนจะสามารถค้นหาเป้าหมายในระยะใกล้ได้
LV3 –ปล่อย Mini Cluster Missiles เพื่อค้นหาและทำลายเป้าหมายในระยะใกล้เคียงแบบอัตโนมัติ

Combat Spiderbot
LV1 –ยิงปืนใส่ศัตรู (มีผลกระทบไม่ถึงตาย) ในระยะใกล้ด้วยป้อมปืนอัตโนมัติที่มาพร้อมเกราะกำบัง
LV2 –เพิ่มพิสัยการยิงของป้อมปืนอัตโนมัติให้ไกลขึ้น
LV3 –สามารถปรับป้อมปืนเพื่อยิงเป้าหมายแบบแมนนวลได้โดยตรง

Electro Shock Trap
LV1 – กับดักไฟฟ้า สร้างความเสียหายรุนแรวแต่มีผลกระทบไม่ถึงตายด้วยการ ช็อต ศัตรู โดรนและยานพาหนะที่เข้ามาในระยะทำลาย
LV2 –เพิ่มฟังก์ชั่น EMP เพื่อทำลายโดรนให้หยุดทำงานและทำให้ศัตรูหยุดชงัก
LV3 –ปล่อย EMP รบกวนแทรกแซงทำให้ศัตรูใช้อาวุธไม่ได้

                                                 Weapon 

ปืน LTL 68P DecSec Pistol
LV1 – ปืนสั้นไฟฟ้า 
LV2 – เพิ่มความจุกระสุนอีก 15 นัด
LV3 – เพิ่มตัวเก็บเสียสำหรับสุ่มยิง

ปืน MP9 DecSec SMG 
LV1 – ปืนกลไฟฟ้า 
LV2 – เพิ่มความจุกระสุนอีก 20 นัด
LV3 – เพิ่มระยะเวลารีโหลดให้เร็วขึ้น

ปืน DecSec Grenade Launcher 
LV1 – ปืนยิงลูกระเบิดไฟฟ้า 
LV2 – เพิ่มความจุกระสุนอีก 2 นัด
LV3 – เพิ่มความจุกระสุนให้มากขึ้น 2 เท่า

ปืน LTL SG
LV1 – ปืนลูกซองไฟฟ้า 
LV2 – เพิ่มความจุกระสุนอีก 7 นัด
LV3 – เพิ่มระยะเวลารีโหลดให้เร็วขึ้น

                                                        HACK

Disrupt Hack– ส่งคลื่นเสียงรบกวนประสาทหูของศัตรูทำให้หยุดการเคลื่อนไหว
Attract Hack – ล่อศัตรูเข้ามาหาวัตถุระเบิดที่วางกับดักเอาไว้ 
Parcel Fox Drone Hacks – ความสามารถการแฮกโดรนขนสินค้าของ Parcel Fox ให้หยุดทำงานและบังคับควบคุมได้
Gun Jam – ความสามารถการแฮกแทรกแซงอาวุธของศัตรูให้ไม่สามารถใช้งานได้ 

Chase Drone Hacks 
LV1 – สามารถแฮกหยุดความเคลื่อนไหวของโดรนไล่ล่าระยะเวลานึง
LV2 – สามารถแฮกควบคุมการทำงานของโดรนไล่ล่าได้
LV3 – สามารถแฮกควบคุมการทำงานของโดรนไล่ล่าให้ช่วยโจมตีศัตรูได้

Turret Hack
LV1 – สามารถแฮกหยุดความเคลื่อนไหวของป้อมปืนอัตโนมัติระยะเวลานึง
LV2 – สามารถแฮกควบคุมการทำงานของป้อมปืนอัตโนมัติได้
LV3 –สามารถแฮกควบคุมการทำงานของป้อมปืนอัตโนมัติให้ช่วยโจมตีศัตรูได้

CT Drone Hacks
LV1 – สามารถแฮกหยุดความเคลื่อนไหวโดรนต่อต้านผู้ก่อการร้ายระยะเวลานึง
LV2 – สามารถแฮกควบคุมการทำงานของโดรนต่อต้านผู้ก่อการร้ายได้
LV3 –สามารถแฮกควบคุมการทำงานของโดรนต่อต้านผู้ก่อการร้ายให้ช่วยโจมตีศัตรูได้

Riot Drone Hacks
LV1 – สามารถแฮกหยุดความเคลื่อนไหวโดรนต่อต้านผู้ก่อการร้ายระยะเวลานึง
LV2 – สามารถแฮกควบคุมการทำงานของโดรนต่อต้านผู้ก่อการร้ายได้
LV3 –สามารถแฮกควบคุมการทำงานของโดรนต่อต้านผู้ก่อการร้ายให้ช่วยโจมตีศัตรูได้

                                               UPGRADES

AR Shroud – ผ้าคลุมศพดิจิตอล สำหรับอำพรางศพหลังจากจัดการศัตรูไปแล้ว
Skin Mesh - ลดความเสียหายจากถูกโจมตีของสมาชิกของ DedSec ทุกคนในทีม
Deep Profiler – อุปกรณ์สำหรับแฮกตรวจสอบบุคคลเป้าหมายที่ต้องการจะชักชวนเข้าร่วมทีมทั้ง DedSec และ ศัตรู ในเชิงลึก (เพื่อเอาข้อมูลมาให้รู้ว่า พวกเขาต้องการอะไร มีปัญหาอะไร จะได้สามารถหาทางช่วยเพื่อซื้อใจ)
Combat Drone Deactivation – ทำให้เข้าใกล้ Riot หรือ CT Drone เพื่อปิดการใช้งานมันได้
Chase Drone Deactivation – ทำให้เข้าใกล้ Chase Drone เพื่อปิดการใช้งานมันได้
Turret Deactivation – ทำให้เข้าใกล้ป้อมปืนจากด้านหลังเพื่อปิดการใช้งานมันได้


ตอนนี้คุณจะสามารถแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับตัวละครในทีมได้แล้ว (ไอเทม DLC ทั้งหมดที่ได้มาจะเริ่มสามารถใช้ได้ในตอนนี้) โดยการเข้าไปที่ตู้ DedSec Shop แล้วใช้ ETO Point ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ต้องการได้เลย  


จากนั้นเข้าไปด้านในสุดของฐานที่เวทีชกมวยด้านในเพื่อทำการทดสอบสุดท้ายนั่นคือ การต่อสู้ด้วยมือเปล่า
สี่เหลียม – โจมตี
สามเหลี่ยม – เข้าคลุกวงในเพื่อทำลายการตั้งการ์ดของศัตรู
O – แดชหลบ / สี่เหลี่ยม ต่อเนื่องด้วย Counter attack หลังจากแดชหลบได้ 

เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนรู้และฝึกฝนในเบื้องต้นของ DedSec เสร็จแล้วก็ออกจาก Safehouse ได้เลย


Sabine –  เราต้องควบคุมความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของเราให้ได้ หากต้องการเปลี่ยนการรับรู้ว่าเราเป็นกลุ่มอันธพาลที่รุนแรง ชั้นจะให้คุณเป็นคนตัดสินเองว่าควรจัดการตัวเองอย่างไรถึงจะเหมาะสมที่สุดก็แล้วกัน แต่จำไว้ว่าคุณเป็นคนของ DesSec อย่างเป็นทางการแล้ว อย่าทำพลาดล่ะ ตอนนี้ลอนดอนอยู่ภายใต้การยึดครองพวกทหารรับจ้างติดอาวุธที่ลาดตระเวนไปถนนหนทางของเราโดยอ้างว่าเพื่อให้ผู้คนปลอดภัย แต่จริงๆแล้วพวกเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว ดังนั้นเราจึงต้องแสดงให้ผู้คนในลอนดอนเห็นเจตจำนงที่ต้องลุกขึ้นต่อต้านของเราโดยแสดงให้พวกเขาเห็นว่า Albion  ไม่ใช่ทางออก พวกเขาเป็นปัญหาต่างหาก
Bagley –  และเพื่อการนั้น เราจำเป็นต้องใช้ข้อมูลบางอย่าง ตอนนี้ผมส่งพิกัดสองชุดไปยัง Optik ของคุณแล้ว
Sabine –  เยี่ยมมาก Bagley ..ตอนนี้เรามีโอกาสเหมาะที่จะทำ 2 อย่างคือ อย่างแรกเราจะต้องทำลายโฆษณาชวนเชื่อของ Albion เพื่อนเตือนผู้คนว่าสิ่งที่พวกมันทำไม่ใช่ทางออกที่ดี . อย่างที่สอง เพื่อจะขัดขวางแผนการของ Albion เราต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการแผนการปฏิบัติงานของพวกมัน ...พร้อมจะเปิดเกมรึยัง? มาทำให้ประชาชนชาวลอนดอนเข้าร่วมกับพวกเรากันเถอะ ! 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                                  TEAM RECRUITMENT

                         การค้นหาและชักชวนสมาชิกใหม่เข้ากลุ่ม DedSec

1.การค้นหาสมาชิกใหม่เข้าร่วมทีมนั้น ผู้เล่นสามารถเลือกได้อย่างอิสระจากประชาชนทั้งหมดที่เดินไปมาในเมือง ทั้งพวกที่นิยมชมชอบใน DedSec , แก็งค์ที่เป็นศัตรูที่ไม่ชอบ DedSec หรือแม้กระทั้งพวก Albion ก็ตาม 


2. ใช้การกด L1 เพื่อแฮกตรวจสอบโปรไฟล์เบื้องต้นของคนที่ต้องการจะชักชวนเข้าร่วม ซึ่งจะแสดงสเตตัสของคนๆนั้นขึ้นมาทั้ง อาชีพ ทักษะ และความสามารถพิเศษ ขึ้นมาให้เห็น
3. เมื่อตกลงปลงใจว่าจะชวนร่วมทีมแน่นอนแล้ว ให้กด Save to Recruits [R1] ที่สเตตัสเพื่อบันทึกเอาไว้
4. รายชื่อของคนที่ต้องการจะชักชวนเข้าร่วมทีมจะเข้ามาอยู่ในเมนู TEAM ในส่วนของ Potential Recruits  
5. เมื่อได้รายชื่อของคนที่ต้องการจะชักชวนเข้าร่วมทีมเข้ามาใน Potential Recruits แล้ว 
- ในกรณีหากเป็นคนที่ชื่นชอบ DecSec อยู่แล้ว จะมีเครื่องหมายยกนิ้วสีเขียวอยู่ RECRUITMENT MISSION หรือภารกิจที่ร้องของจากผู้ที่อยากเข้าร่วมก็จะถูกเพิ่มเข้ามาในเมนู Mission ทันที เมื่อเลือกทำภารกิจเพื่อช่วยเหลือเขาเสร็จสิ้น ก็จะได้คนๆนั้นเข้าร่วมทีม
- ในกรณีหากเป็นคนที่ไม่ชอบหรือเกลียด DecSec ก็จะมีเครื่องหมายเอานิ้วโป้งชี้ลงสีแดงนั้นจะไม่สามารถคุยชักชวนได้โดยตรงแต่แรก จำเป็นต้องได้ Deep Profiler ที่ได้จากการเอา Tech Points  แลกใน Tech Upgrade มาก่อน 


ซึ่ง Deep Profiler คืออุปกรณ์สำหรับแฮกตรวจสอบบุคคลเป้าหมายที่ต้องการจะชักชวนเข้าร่วมทีมทั้ง DedSec และ ศัตรู ในเชิงลึก (เพื่อเอาข้อมูลมาให้รู้ว่า พวกเขาต้องการอะไร มีปัญหาอะไร จะได้สามารถหาทางช่วยเพื่อซื้อใจ)


- จากนั้นกดเข้าไปในข้อมูลของคนที่เราต้องการชักชวนในเมนู Potential Recruits จะสามารถกดสามเหลี่ยมเพื่อดูข้อมูลในเชิงลึกของเขาได้ เลือกกดเข้าไปสำรวจในพื้นที่เป้าหมายแรกเพื่อหาข้อมูลก่อน แล้ว RECRUITMENT MISSION หรือภารกิจที่เราต้องการทำเพื่อซื้อใจผู้ที่ไม่อยากเข้าร่วมก็จะถูกเพิ่มเข้ามาในเมนู Mission


- เมื่อทำภารกิจ RECRUITMENT MISSION ของผู้ที่ไม่อยากจะเข้าร่วมเสร็จก็จะได้เขาซึ่งจะเปลี่ยนใจมาชอบและเข้าร่วมทีม 


** การเปลี่ยนตัวละครที่จะใช้บังคับเล่น สามารถทำได้โดย เข้าไปที่เมนู TEAM เลือกตัวละครที่ต้องการจะเปลี่ยนแล้วกด สี่เหลี่ยม (Swap to Operative)


** ตัวละครปฎิบัติการณ์ (Operatives ) ในทีม สามารถชักชวนเข้ามาร่วมทีมได้เต็มที่ 20 คน
หากทดลองใช้งานแล้วไม่ต้องการสามารถลบตัวละครนั้นออกได้ด้วยการ
- เข้าเมนู  “Team” 
- เลือกตัวละครปฎิบัติการณ์ (Operatives ) ที่ต้องการจะไล่ออก (ลบ) โดย PlayStation 4 กดสี่เหลี่ยมเพื่อลบ ส่วนของ Xbox กด X

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ก่อนจะเริ่มภารกิจแรก เพื่อความมีประสิทธิภาพในการทำงาน แนะนำให้เตรียมความพร้อมเสียก่อน 

1. ค้นหาเพื่อนร่วมทีม ตามทักษะที่มีประโยชน์ในเบื้องต้น เช่น Fast Hack สำหรับสายแฮก สำหรับงานล้วงข้อมูล, Death wish พวกที่มีอาวุธปืนติดตัว เพื่องานบู๊ล้างผลาญ หรือ พวกสายนักสู้ใต้ดิน สำหรับใช้งานในสนามประลอง , พวกคนงานก่อสร้างที่มีทักษะความสามารถเรียก Cargo Drone มาใช้งานเพื่อใช้นั่งไปเก็บไอเทมตามที่สูงต่างๆ   

2.เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวละคร ด้วยการเพิ่มทักษะความสามารถต่างๆด้วยการตามเก็บ Tech Points  ตามสถานที่ต่างๆที่พอเก็บได้ หรือใช้ตัวละครที่มีความสามารถเรียก Cargo Drone มาใช้งานเพื่อใช้นั่งไปเก็บไอเทม Tech Points  ตามที่สูงต่างๆมาใช้ในการอัพเกรด Skill ต่างๆใน Tech Menu ก็น่าจะมากพอที่จะทำให้ตัวละครมีความแข็งแกร่งในช่วงเริ่มเกมได้ในระดับนึงแล้ว

3. ทำภารกิจย่อย เพื่อโอกาสในการได้มาซึ่ง เงิน และ ตัวละครปฎิบัติการณ์ใหม่ๆ เก่งๆที่สามารถเข้าถึงได้ โดยภารกิจย่อยแรกจะเริ่มขึ้นมาที่ Parliament Square Garden ฝั่งตรงของบาร์ Self house  

Bagley - การสร้างกลุ่มต่อต้านนั้นจำเป็นต้องใช้ผู้ปฏิบัติการที่มีทักษะเฉพาะทางทางการต่อสู้ และถ้าจะนึกถึงสถานที่การฝึกฝนที่ดีที่สุดคงไม่พ้นเวทีมวยใต้ดิน Bare Knuckle แน่นอน ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะถ้าอยากจะค้นหาคนเก่งในการต่อสู้ซักคน คุณมีโอกาสเผชิญหน้ากับนักสู้ที่ดีที่สุดที่นั่น ทำให้พวกเขายอมรับซะโดยเอาชนะคู่ต่อสู้ในแต่ละเวทีให้หมด พิสูจน์ความเหนือกว่าของคุณและพวกเขาอาจพิจารณาเข้าร่วม DedSec ก็ได้ 

                                        SIDE MISSON : Bare Knuckle League 


ภารกิจย่อยนี้ ต้องเข้าร่วมต่อสู้และชนะเลิศในสังเวียนนักสู้ใต้ดิน Bare Knuckle League ที่จัดขึ้นในสนามต่างๆ 5 สนามทั่วทั้งเมืองให้หมด 

ในแต่ละแมตช์นั้นเมื่อชนะแล้วจะสามารถเลือกนักสู้ต่างๆที่เคยเอาชนะได้มาเป็นพวก DedSec ได้อีกด้วย 

แต่ละสนามก็จะมีนักสู้เก่งๆหลายคนที่สามารถคัดเลือกมาพูดคุยยื่นข้อเสนอหรือช่วยเหลือพวกเขาในการทำภารกิจต่างๆที่เขาร้องขอมาเพื่อรางวัลคือได้นักสู้ระดับเก่งๆเหล่านั้นมาร่วมทีม  

** แนะนำว่า เมื่อเป็นแชมป์ในสนามแรกแล้ว เลือกนักสู้เก่งเอาไว้ซักคนเพื่อทำภารกิจ Recruitment Mission ของเขาจนสามารถชักจูงเข้าร่วมกับ DeaSec ได้ ซึ่งการมีนักสู้เก่งๆเข้าร่วมทีมจะทำให้การเป็นแชมป์ในแมตช์ต่างๆต่อๆไปง่ายขึ้น**


                                   Main Mission : Light a Spark

ภารกิจหลักแรกจะประกอบด้วย 2 จุดภารกิจที่ต้องทำคือ
- (ภารกิจก่อกวน) ทำลายสื่อโฆษณาของ Albion
- (ภารกิจแย่งชิง) เข้าล้วงข้อมูลของ Albion
** ผู้เล่นสามารถเลื่อกที่จะเข้าไปทำตรงส่วนไหนก่อนก็ได้ **


                                           ACQUIRE Albion Operations Data



The Royal Court of Justice ตั้งอยู่บนถนน Strand ตัดกับ Fleet Street  เป็นอาคารศาลอุทธรณ์ที่ออกแบบสไตล์โกธิคผสมโรมัน สร้างมาตั้งแต่ยุควิคตอเรีย อาคารที่ได้รับการคุ้มครองทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอายุ 700 ปี ใช้เวลาในการสร้างกว่า 11ปี ซึ่งแม้จะเป็นอาคารศาลที่เป็นสถานที่ราชการแต่ก็มีความวิจิตรงดงามทั้งประติมากรรมภายในและภายนอก มีห้องพิจารณาคดีกว่า 20 ห้อง มีสำนักงานให้คำแนะนำประชาชน (Citizens Advice Bureau) ในเรื่องคดีความต่างๆ พร้อมล่ามแปลภาษาให้ฟรี และสหราชอาณาจักรก็เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ด้วย แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพในอาคาร

(Source : https://th.trip.com/travel-guide/london/royal-courts-of-justice-22953763/ )

และที่นี่ก็เป็นฐานปฏิบัติการนึงของ Albion เป้าหมายของ DecSec คือเข้ามารวบรวมหลักฐานโครงการที่ชั่วร้ายของ Albion เพื่อสั่นคลอนศรัทธาของผู้คนที่มีต่อพวกเขา  

Bagley – ที่นี่แหละ Royal Court of Justice ที่พวก Albion สร้างเป็นฐานปฏิบัติการ
Josh – ก็ถ้าพวกมันยึดศาลเอาไว้ได้จริงๆ มันคงโยนทุกคนที่เห็นต่างเข้าคุกเข้าตารางได้ง่ายๆเลย
Sabine – ใช่แล้ว นั่นหมายความว่าที่นี่ก็จะมีหลักฐานเรื่องความสองมาตฐานพวกนี้เก็บไว้ด้วย ซึ่งพวก Albion ต้องพุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยและต่อต้านมัน พวกเขามีใครบ้าง และ ทำไม เราต้องการข้อมูลพวกนั้นเพื่อหยุดพวกมัน

เมื่อเข้าในพื้นที่สีแดงนี้ โปรดรับรู้ว่ามันเป็นพื้นที่อันตราย (Restricted Areas) หรือพื้นที่อณาเขตของศัตรูที่พร้อมจะถูกโจมตีทันทีที่ถูกพบตัว 

เป้าหมายคือ ห้องเก็บข้อมูลชั้นบนประตูทางเข้าถูกล็อกเอาไว้ซึ่งไม่สามารถ Hack เพื่อเปิดได้นอกจากเปิดด้วยมือที่แผงควบคุมโดยตรงเท่านั้น 

ในพื้นที่มียามอยู่ไม่มาก สามารถลอบจัดการได้ง่ายๆ แล้วเข้าไปที่แผงควบคุมประตูที่อยู่ทางฝั่งขวาของห้องก่อนเพื่อปลดล็อกประตูชั้นบน จากนั้นก็ค่อยขึ้นบันไดไปเข้าข้อมูลเพื่อดาวโหลดข้อมูลมาได้เลย

Josh – เราได้อะไรบ้าง Bagley ?
Bagley –
ลิสต์รายชื่อของคนที่ Albion กำลังคัดกรองว่าเป็น เป้าหมายสำคัญ โดยพวกมันระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อความสงบของลอนดอน .. ดูนี่สิ .. มีนักข่าวและก็คนนี้ ทำงานที่พักพิงของชุมชน

Sabine – ทุกคนถูกตั้งข้อหาว่า ต้องสงสัยว่าจะมีการก่อกบฏหรือแสดงท่าทีที่เป็นปรปักษ์ หืมมม ... Albion กำลังจับกุมผู้คนอย่างเป็นระบบก่อนที่พวกเขาจะยึดทั้งเมือง  จากรายชื่อพวกนี้ สามารถช่วยให้เราได้พันธมิตรที่ยอมเต็มใจเพื่อเข้าร่วมกับเราได้อีกมากโขอย่างแน่นอน เอาล่ะ ที่นี้ก็ไปหาป่วนป้ายโฆษณาของ Albion ซะ เพื่อเพิ่มความหวังของประชาชน 


                                                DISRUPT Albion Propaganda


Camden High Street เป็นถนนสายสั้น ๆ ยาวประมาณ 900 ม.ในแคมเดนทาวน์ทางตอนเหนือของลอนดอน เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากใจกลางกรุงลอนดอนไปยังย่าน Hampstead ถือว่าเป็น high street ที่สำคัญเส้นนึงในท้องถิ่นของลอนดอน ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยตลาดนัดที่มีร้านเป็นพันๆร้านตลอดทั้งวันยังดึก เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมในฐานะเป็นสถานที่ที่รวบรวมพิพิธภัณฑ์ไว้มากที่สุดในลอนดอน และยังเป็นเมืองแห่งจิตวิญญาณทางดนตรีอีกแห่งในอังกฤเพราะนอกจากเป็นสถานที่ที่นักร้องในตำนานหลาย ๆ คน เช่น Amy Winehouse และ Jimi Hendrix เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในอดีตแล้วยังมี The Roundhouse สถานที่จัดงานดนตรีที่ดีที่สุดในลอนดอนตั้งอยู่ด้วย

(Source : https://trip-london.com/camden-lock-market/)

เดินทางมาถึงจุดหมายของภารกิจที่ป้ายโฆษณาของ Albion ขนาดใหญ่ที่ Camden High Street กด L1 เพื่อตรวจสอบข้อมูล

Josh – ดูรอบๆสิ มีแต่ Albion Albion Albion แม่งเต็มไปหมดเลย เหมือนกับแผลไฟไหม้บนผิวหนังของเมืองเลย นี่มันไม่ใช่ป้ายโฆษณาแต่นี่แม่งคือการติดป้ายติดแท็กทางจิตวิทยาชัดๆ
Sabine –
นั่นแปลว่าคุณมีเวลาไม่มากในการทำภารกิจที่นี่ รีบเข้าไปที่มุมตึกตรงร้านแว่นเพื่อหาที่ปีนขึ้นด้านบนเลย

เดินเข้าไปยังจุดเป้าหมายของภารกิจที่มุมซอยที่มีรถ Scissor Lift อยู่ จัดการแฮกมันเพื่อใช้ยกตัวขึ้นไปชั้นบนของตัวตึก

 จากนั้นก็หาทางปีนป่ายไปตามหลังคาตึกเป้าหมายที่แผงควบคุมด้านหลังป้ายโฆษณาเพื่อเปลี่ยนโฆษณาของ Albion ให้กลายเป็นของ DecSec 

Sabine – นั่นแหละ เยี่ยมมาก นี่คือคำแจ้งเตือนถึงประชาชนชาวลอนดอนว่ายังมีคนที่พร้อมสู้เคียงข้างพวกเขาเพื่อต่อสู้กับ Albion เพื่อจุดประกายให้พวกเขาลุกขึ้นสู้ด้วยกัน
Josh –
แล้วเราเอาไงต่อ?

Sabine – ตอนนี้เราได้รับผลจากผลงานที่คุณทำแล้ว จากรายชื่อที่ได้มา เราเจอชื่อนักข่าวคนนึงที่ Camden ที่กำลังตามข่าวเรื่องของพวก Albion อยู่ เราคงต้องเข้าไปตรวจสอบดูว่าเขามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเราหรือไม่ ชั้นว่าคุณควรจะไปหาตัวเขาหน่อย
Josh –
ส่งโลเกชั่นมาให้ผมได้เลย 

  

                         Main Mission : Clarion Call


                      สถานีรถไฟเซนต์แพนครัส (St Pancras International)

St. Pancras International (สถานีนานาชาติเซนต์แพนคราส) หรือรู้จักกันในชื่อ London St Pancras เป็นสถานีนานาชาติใจกลางกรุงลอนดอน ตั้งอยู่บนถนนยูสตันในกรุงลอนดอน เมืองแคมเดน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1868 โดย Midland Railway (MR) ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วมิดแลนด์และทางตอนเหนือของอังกฤษ ก่อนจะเพิ่มเติมสายเชื่อมต่อจากเบดฟอร์ดมายังลอนดอนหลังจากปัญหาการจราจรติดขัดจากการจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติในปี ค.ศ. 2405 ปัจจุบันมีบทบาทเป็นสถานีปลายทางของรถไฟความเร็วสูงสายยูโรสตาร์ในประเทศอังกฤษจากลอนดอนผ่านไปยังเบลเยียม, ฝรั่งเศส และ เนเธอร์แลนด์

https://palanla.com/index.php?op=abroadLocation-detail&id=394

เดินทางไปยัง St Pancras International เพื่อไปพบกับนักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นใน Camden ที่กำลังเกาะติดเรื่องการปฏิบัติการณ์ของพวก Albion ว่าเขารู้ข้อมูลอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อ DedSec บ้าง 

Anthony – ได้ยินมาว่าคุณกำลังต้องการความช่วยเหลืองั้นหรอ?
Lee – คุณคือลูกของกลุ่มที่กำลังเกาะติดพวก Albion อยู่หรอ เจ๋งเลย ที่ยังมีคนอื่นสนใจเรื่องนี้อยู่ นึกว่าจะมีผมคนเดียวซะแล้ว ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายแค่เขียนความจริงออกมา แต่พวกคุณสิ ลุยจริงเลย
Anthony – เราก็แค่ทำเท่าที่ต้องทำ ถ้าไม่มีการแทรกแซงอะไรเลยพวก Albion ก็จะขยายอำนาจไปได้เรื่อยๆ ... ว่าแต่ คุณมีข้อมูลอะไรให้เราบ้าง
Lee – ผมได้มาก่อนจะถูกลบไป ข้อมูลการปฏิบัติการณ์ทั้งหมอของพวก Albion ในเมืองนี้ เส้นทางลาดตระเวน  เป้าหมายการเฝ้าระวัง สินทรัพย์ และอื่นๆทั้งหมด ผมว่าพวกคุณคงเอามันไปทำอะไรดีๆได้แน่นอน นี่คือตัวอย่างนึง พวก Albion เพิ่งปิดสถานีรถไฟลอนดอนคิงส์ครอสไปถูกมั๊ย? แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกมันใช้ที่นั่นทำอะไรกันอยู่ ที่นั่นเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ที่พวกมันสามารถขนส่ง วัตถุดิบ กองทหาร หรืออะไรก็เถอะ ทุกอย่างสามารถขนได้ที่ละจำนวนมากๆได้ที่นั่นแน่นอน พวกคุณลองเข้าไปตรวจสอบดูสิ ถ้าคุณจะตัดกำลังพวกมัน ที่นั่นแหละเหมาะสุดแล้ว 

             เดินทางต่อไปยัง สถานีรถไฟคิงส์ครอส ( King's Cross station) ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม 

 สถานีรถไฟคิงส์ครอส ( King's Cross station) ถือเป็นสถานีรถไฟที่เป็นฮับการขนส่งที่ใหญ่และสำคัญที่สุดที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ทำหน้าที่เป็นสถานีปลายทางด้านทิศใต้ของทางรถไฟหลักสายอีสคอสต์ ไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ และสก็อตแลนด์ และสามารถเดินทางไปยังสถานีรถไฟเซนต์แพนครัส(St Pancras railway station) ที่อยู่ใกล้ๆด้วยรถไฟใต้ดินลอนดอนสาย คิงส์ครอส-เซนต์แพนครัส เพื่อต่อรถไฟความเร็วสูงยูโรสตาร์ที่สถานีเซนต์แพนครัสเดินทางไปยังเบลเยียม, ฝรั่งเศส และ เนเธอร์แลนด์ ต่อได้

และ เจ.เค โรว์ลิ่งเคยเล่าว่า สถานีแห่งนี้มีเรื่องเล่าว่ามันถูกสร้างขึ้นบนสนามรบสุดท้ายของ พระนางบูดิกก้า ราชินีของอังกฤษในอดีตที่นำกองทัพเข้าต่อต้านกองทัพโรมัน ตำนานว่า ศพของพระนางถูกฝังเอาไว้ที่ไหนซักแห่งใต้สถานีนี้ เธอจึงใช้สถานีรถไฟคิงส์ครอส เป็น สถานีที่รถไฟ Hogwarts Express เข้ามารับ แฮรี่ พอตเตอร์ และเหล่านักเรียน Muggle ไปส่งที่ปลายทาง Hogsmeade station โดยต้องขึ้นที่ชานชลา 9¾ ในนิยาย แฮรี่ พอตเตอร์ ของเธอ

https://th.wikipedia.org/wiki/สถานีรถไฟลอนดอนคิงส์ครอส
https://www.muggle-v.com/741

                          -เข้าตึกสถานีรถไฟลอนดอนคิงส์ครอสทางประตูฝั่งซ้าย 

Lee – การเข้าไปถึงตัว Generator ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ ล่าสุดผมเห็นมันล็อกทุกทางเข้าอย่างแน่นหนามากๆ
Anthony – มีอะไรจะแนะนำมั๊ย?
Lee –
News Drone ของผมอยู่ในนั้น มันน่าจะยังใช้งานได้อยู่ คุณน่าจะใช้มันได้และควรต้องใช้มากๆด้วย  

- แล้วกด R3 สแกนพื้นที่จะพบเป้าหมายอยู่ในห้องโถงด้านในซึ่งไม่สามารถเข้าไปด้านในได้เพราะประตูล็อก 

- จัดการแฮก Chase Drone ที่บินไปมาด้านในแล้วควบคุมมันบินไปตรงจุดที่มี News Drone จอดอยู่ แล้วแฮก News Drone บินไปที่ Generator ด้านใน (พยายามหลบโดรนของศัตรูที่บินตรวจการณ์อยู่ด้วย )

                            - กดปุ่มทิศทางลงล่างแล้วกด O เพื่อถ่ายรูปบอร์ดแผนผัง

- จากนั้นบังคับ News Drone บินไปที่ห้องอีกฝั่งเพื่อดาวโหลดรหัสจุดระเบิดที่ Tablet บนโต๊ะมา 

- แล้วบินไปที่ Hybrid Power Generator บนรางรถไฟแล้วแฮกเพื่อจุดระเบิดมัน ให้มันระเบิดไปพร้อมกับโดรน

                                                      เราจะไม่ยอมจำนน

Sabine – ตอนนี้เราได้ข้อมูลสำคัญจาก สถานีรถไฟเซนต์แพนครัส มาทั้งหมดแล้ว ทั้งเส้นทางลำเลียงของ Albion ข้อมูลอาวุธและเครื่องมือต่างๆ และทุกๆอย่างสำหรับให้เราใช้จุดประกายแห่งความหวังให้กับประชาชนในลอนดอน เหมือนกับที่เราทำใน Camden เพื่อหยุดยั้งแผนของ Albion และให้เหตุผลกับประชาชนว่าทำให้ต้องลุกขึ้นสู้  ทีละเขต ทีละเขต ยิ่งทำมากเรายิ่งได้พันธมิตรมากตามมา เราจะแสดงให้ผู้คนในลอนดอนเห็นว่า DedSec อยู่ที่นี่เพื่อพวกเขา  

Lee – แค่นี้เราก็หลุดจากโซ่ตรวนแล้วเพื่อนเอ๋ย ผมรู้มาตลอดว่า DedSec ไม่ใช่คนเลวเหมือนที่ Albion มันบอก ตอนนี้ Camden ของเราเป็นอิสระแล้ว ขอบคุณมาก ! ตอนนี้คุณก็ต้องแสดงให้ผู้คนในเขตอื่นๆเห็นให้ได้ว่า DedSec กำลังทำอะไรอยู่ เพื่อให้พวกเขาอยากจะมาเข้าร่วมเป็นพวกเดียวกัน ยังมีผู้คนอีกมากที่กำลังมองหาหนทางในการตอบโต้ Albion อยู่ไม่น้อยหรอกนะ ถ้าผมเจอคนพิเศษๆจะรีบติดต่อพวกคุณก็แล้วกัน

                                           Borough Uprising 

Borough (สำเนียงอเมริกันออกเสียงว่า โบโร่ สำเนียงอังกฤษก็ เบอร่ะ) หมายถึง การแบ่งเขตการปกครองแบบหนึ่ง คล้ายๆคำว่า บุรี ในบ้านเรา ในแต่ละ Borough ของลอนดอนจริงๆแล้วจะประกอบด้วย 32 Borough แต่ในเกมจะกล่าวถึงแค่ 

นครลอนดอน (City of London) 

 เขตแคมเดน (Camden) 

 เขต อิสลิงตัน และ แฮกนีย์ (Islington & Hackney) 

เขต ทาวเวอร์แฮมเล็ต (Tower Hamlets) 

 เขต เวสต์มินสเตอร์ (Westminster) 

 เขตแลมเบ็ธ (Lambeth) 

 เขต เซาท์วาร์ค(Soutwark) 

 เขต ไนน์ เอล์มส์ (Nine Elms) 

แต่ละ Borough ในลอนดอนที่ถูกควบคุมโดย Albion นั้นจะเห็นเป็นพื้นที่สีแดงและระบุว่า oppressed (ถูกกดขี่) วิธีจะปลดแอกเขตแต่ละเขตก็คือ ต้องเข้าไปทำภารกิจในพื้นที่เป็นจุดสีแดง ซึ่งจะมีเงื่อนไขต่างกันไปเช่น ทำลายสื่อโฆษณา ช่วยเหลือคนที่โดนจับ และเมื่อทำตามภารกิจเงื่อนไขต่างๆที่เป็นจุดสีแดงครบแล้ว ภารกิจปลดแอกก็จะออกมาเพื่อให้เช้าไปยึดแลนด์มาร์คสำคัญของแต่ละเขต

 เมื่อทำสำเร็จแล้ว เขตนั้นๆก็จะถูกปลดแอกให้เป็นอิสระจากพวก Albion ซึ่งจะแสดงสถานะของเขตว่า Defiant (ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์) เมื่อทำการปลดแอกในแต่ละเขตแล้ว 

                      รางวัลที่ DedSec จะได้รับหลังจากปลดแอกในเขตต่างๆ คือ  

1. เมื่อทำการปลดแอก Borough นั้นๆสำเร็จ ประชาชนในเขตนั้นๆจะสนับสนุน DedSec มากขึ้น โดยการอยากเข้าร่วมกับ DedSec มากขึ้น การชวนเข้าร่วมก็จะง่ายขึ้น
2. จุด Tech Point ที่เหลือที่ยังไม่ถูกค้นพบจะเปิดเผยบนแผนที่
3.Skill , Ability และอาวุธของสมาชิกใหม่ที่รับมาจาก Borough ที่ปลดแอกแล้ว จะตกเป็นของทีมและสามารถใช้ร่วมกันได้ทุกคน
4. ได้สมาชิกใหม่เข้าร่วมกับ DedSec เพิ่มเติม 

                                      EXPERT SKILLED OPERATIVE

           ตัวละครปฎิบัติการณ์ทักษะระดับสูง ที่ได้เป็นรางวัลจากการปลดแอกเขตต่างๆประกอบด้วย 

         

                                                          Camdem: Hacker

                                                     Lambeth: Drone Expert 

                                                 Nine Elms: Professional Hitman 

                                                           Westminster: Spy

                                         Islington & Hackney: Football Hooligan

                                                Tower Hamlets: Getaway Drive

                                                   Southwark - Anarchist 

                                            City of London - Beekeeper 

    หลังจากทำการปลดแอกเขตแคมเดน (Camden) สำเร็จแล้ว สมาชิกใหม่ที่ได้รับเป็นรางวัลคือ 

                                                   Deepesh Gurung (Hacker)

Viral Hacking – ในขณะแฮ็คให้กดปุ่มค้างไว้จะส่งผลให้รัศมีการแฮ็กกว้างขึ้น

Shock Hack – ใช้การแฮกปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่ศัตรู

key Steal - สามารถแฮกขโมยรหัส Access Key ได้โดยไม่มีการจำกัดระยะทาง

Crypto Skimmer – ในขณะทำการแฮ็กมีโอกาสได้เงิน ETO ด้วย (ในบางครั้ง) 

Bagley – ซวยแล้วผม ... คนยังไม่ตาย ผมเลยต้องเสียให้ Sabine tenner นึงจนได้ ไม่ใช่แค่นั้นนะ แต่คุณยังแสดงฝีมือที่เพิ่งเปิดแหล่งข้อมูลใหม่ได้ทั้งหมดด้วย ทำให้ตอนนี้ผมกำลังสนใจที่  กระทรวงการจัดการพลเมือง (The ministry of civic management) ที่ครอบครองเครื่องมือที่เรียกว่า Signal Intelligence Response Service หรือ SIRS หรือ Earl Grey Gestapo ซึ่งก็คือการนำเอาอุปกรณ์ดักรับดักฟังการสื่อสารมาพัฒนาต่อดัวยเทคโนโลยีการสำรวจที่เรียกว่า AR Reconstruction ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวที่เจ็บแสบมากแต่ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีประโยชน์มากสำหรับเราที่จะใช้ในการค้นหา Zero - Day

                               Main Mission: Reporting For Duty 

            เดินทางมาที่ กระทรวงการจัดการพลเมือง (The ministry of civic management) 

Bagley - ในทางทฤษฎีแล้ว AR Reconstruction ควรอนุญาตให้ผมใช้แหล่งข้อมูลการเฝ้าระวังต่างๆเพื่อจำลองเหตุการณ์ที่เคยผ่านมาแล้วขึ้นมาใหม่ การเข้าถึงรีเลย์ข้อมูลทำให้ผมสามารถนำเอาข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งหมดสำหรับพื้นที่นี้มาใช้งานได้

     Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของเจ้าหน้าที่ Albion 

เข้ามาได้ในอาคารด้วยการแฮกระบบ Power Supply box ปิดระบบ Security Lasers แล้วตรงเข้าไปสำรวจ  SIRS Data Relay ทางฝั่งขวาของทางเข้า แล้วเข้าไปที่ลานกว้างด้านในเพื่อทดสอบระบบ AR Reconstruction

Anthony – ว้าว การกระทำทุกๆอย่างที่เราทำถูกบันทึกเอาไว้หมดเลย
Bagley –
ถูกแล้ว เพราะงั้นเราถึงต้องการเจ้าอุปกรณ์ที่สุดยอดนี้เพื่อที่ผมจะได้ตามรอย Zero – Day ได้ยังไงล่ะ ...บ้าเอ๊ย ! ... ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ผมไม่สามารถโครนระบบของมันเข้าไปที่ Servers ของเราได้ แต่เอาล่ะ งั้นก็เข้าระบบของมันจากที่นี่เลย ลองดูสิว่าเราจะเจออะไรหรือเปล่า 

        จากนั้นเดินไปที่ SIRS ctOS Hub ที่อยู่ที่มุมขวาบนของห้อง แล้วเข้าถึงข้อมูลของมัน 

Bagley – อ่า SIRS มีการนำเอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้ที่สำนักงานใหญ่ของพวกเขาด้วย และผมได้ดาวโหลดคู่มือวิธีการเซ็ตระบบมาแล้วเรียบร้อยแล้ว เอาล่ะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาหนีได้แล้ว คุณคงไม่สามารถขโมยของเล่นของพวกเขาได้ถ้าโดนจับเสียก่อน
Anthony – แล้วตกลงเราจะชิงเอา AR Tech มาเป็นของเราได้ยังไงล่ะ?
Bagley –
โปรแกรมอยู่กับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่บนดาดฟ้าของตึก SIRS HQ คุณก็แค่ไปเอามันมาให้หมด จากนั้นก็นำไปยังตำแหน่งที่มีความหนาแน่นสูงเพียงไม่กี่แห่งเพื่อให้ผมสามารถปรับแต่งมันใหม่เพื่อให้เขากับเครื่อข่ายของ DedSec ได้ แล้วทำการโคลนเป็นเวอร์ชั้นของผม
Anthony –
แล้วเราจะขึ้นไปเอาเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่บนดาดฟ้าของตึก SIRS HQ ที่เต็มไปด้วยการ์ดมากมายได้ยังไง?
Sabine –
มีบางคนที่สามารถใช้งานโดรนที่ใช้ในงานก่อสร้างหรือขนสินค้าเพื่อบินขึ้นไปบนนั้นได้ ฟังดูแล้วคนอาชีพแบบไหนที่คุณต้องชวนมาเป็นพวกล่ะ งานนี้คงต้องเลิกใช้งานกระบองของคุณชั่วคราวก่อนแล้วกันนะ

จากนั้นออกตามหาประชาชนในเมืองที่มีอาชีพคนงานก่อสร้าง (Construction Worker) ที่มีทักษะเรียกโดรนก่อสร้างมาใช้งาน ( Cargo Drone Summon ) มาเป็นพวกให้ได้ แล้วเดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจในจุดต่อไปที่ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ (Westminster Cathedral) เพื่อเตรียมการเข้าไปชิง เซิร์ฟเวอร์

กดปุ่มทิศทางขึ้นบนเพื่อเปิดเมนู Character Wheel เลือก Cargo Drone เพื่อใช้ทักษะเรียกโดรนก่อสร้างมาใช้งาน ขึ้นไปบนโดรนแล้วควบคุมมันบินไปยังเป้าหมายต่อไปที่ ตึก SIRS HQ

เมื่อพบเซิร์ฟเวอร์บนดาดฟ้าตึกแล้ว บังคับโดรนก่อสร้างลงไปยึดกับตู้เซิร์ฟเวอร์แล้วยกมันบินออกมาแล้วบินเอามาส่งที่จุดที่รถบรรทุกจอดอยู่ที่จุดเป้าหมายต่อไปได้เลย  

Dan – ผมจัดการโหลดตู้เซิร์ฟเวอร์ขึ้นรถของคุณเรียบร้อยแล้วนะ ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ขับดีๆหน่อยล่ะ เข้าใจมั๊ย? เพราะเป็นสินค้าที่สำคัญมาก
Deepesh – เดี๋ยวนะ อะไร มันจะระเบิดได้งั้นหรอ? งั้นไม่ต้องห่วง ผมไม่อยากทำให้มันระเบิดแน่นอน 

Bagley – ผมต้องดาวโหลดข้อมูลที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ไปยังเซิร์ฟเวอร์จนกว่าจะได้ข้อมูลมากพอ ..... เอาล่ะ เสร็จแล้ว ผมต้องการข้อมูลที่กว้างกว่านี้ เดี๋ยวผมจะส่งข้อมูลโลเคชั่นใหม่ไปให้ 

Bagley – ฉลาดมาก ดูนี่สิ มันรวบรวมข้อมูลจากโครงสร้างพื้นฐานการเฝ้าระวังที่อยู่ใกล้ ๆ ทั้งจากโดรน ctOS, Civilian Optiks, กล้องวงจรปิด ทำการรวบรวมเศษความทรงจำจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในตำแหน่งนี้เมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อน ยอดเยี่ยมจริงๆ

Bagley – เอาล่ะ ผมกำลังดึงข้อมูลจาก Optiks, กล้อง ctOS, ไมโครโฟน แล็ปท็อป ต่างๆ คุณคิดว่า SIRS ใช้สิ่งนี้เพื่อเฝ้าดูผู้คนรึเปล่า? แม่งเอ้ย  พวกเขาจะใช้มันอะไร นอกจากเฝ้าดูผู้คนอีกวะ?
Deepesh –
Bagley โดรนๆ โดรนตรวจการณ์กำลังมาทางนี้ ช่วยด้วย
Bagley –
บ้าเอ้ย คุณพอที่จะทำอะไรซักอย่างเพื่อจัดการเพื่อนใหม่ของคุณบ้างได้มั๊ยล่ะ? จะเชิญมันไปออกเดทหรือซื้อของขวัญให้ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้คุณไปให้ถึงตำแหน่งสุดท้ายให้ครบ 32 ก็พอ
Deepesh –
แม่งเอ้ย ! เข้าใจแล้ว
Bagley –
เอาล่ะ ผมถ่ายโอนข้อมูลเสร็จแล้ว เหลือจุดสุดท้ายแค่จุดเดียวเท่านั้น ผมส่งพิกัดไปให้แล้ว

Deepesh – Bagley พวกมันยังตามผมมาอยู่เลย !!
Bagley –
อย่าให้พวกมันทำลายเซิร์ฟเวอร์ก่อนที่ผมจะโหลดข้อมูลเสร็จเชียวนะ !! ออกให้ห่างจากรถบรรทุกเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงแล้วกำจัดพวกมันให้มันซะ !


Bagley –
เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราคงจะลากเซิร์ฟเวอร์นี้ไปตลอดไปไม่ได้แล้วและเราควรจะลบร่องรอยของเราออกด้วย ผมจะ overload ข้อมูลเข้าไปจน CPU ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นและทำลายแบตเตอรี่ ทำให้คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ให้มันทำลายทั้งเซิร์ฟเวอร์และโดรนของพวกมันทีเดียวเลย เอ่อ เพราะงั้น ... วิ่งได้เลย !!

Bagley – เป็นไง มันป่ะ ไม่หรอ? เราขโมยข้อมูลสำคัญสำเร็จ ซึ่งมันจะทำให้ทรราชชาติชั่วใช้ชีวิตยากขึ้นอีกเล็กน้อยและที่สำคัญที่สุด ผมได้ของเล่นใหม่มาเล่นด้วย เอาล่ะ ตอนนี้กลับไปรวมตัวกันที่ Safehouse ได้เลย Sabine จะบรรยายสรุปให้ฟัง 

Sabine – ทำงานกันได้ดีมาก ดีใจที่ได้เห็น Safehouse ดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทางเดียวที่เราจะช่วยลอนดอนที่กำลังตกต่ำการการกดขี่ในครั้งนี้คือการสร้างกลุ่มต่อต้านขึ้นมาใหม่ เราต้องการอาสาสมัครใหม่เข้ามาร่วมกับเรา ฝึกฝนพวกเขาให้กลายเป็น DecSec แล้วสร้างคลังอาวุธของเราขึ้นมาใหม่ ประชาชนแทบจะทนไม่ไหวที่จะลุกขึ้นต่อสู้เพื่อทวงคืนบ้านเมืองของเขาแล้ว เราก็แค่แสดงให้พวกเขาเห็นว่า DecSec คือคนที่จะต่อสู้เคียงข้างพวกเขา 

Deepesh – แน่นอน แต่เราจะจัดการไอ้พวกชั่วนั่นให้หมดได้ยังไง นั่นแหละปัญหาล่ะ 
Aleksandar – แล้วพวก Albion แม่งก็ใช่ย่อยนะ แม่งโคตรอัธพาลเลย ให้ที่ไม่เห็นด้วยกับมันก็ถูกเก็บจนหมด 
Rob – ใช่ แต่ทำไมพวกแก็งค์ Kelley ถึงได้ประโยชน์อยู่คนเดียววะ? เราคงต้องเล่นพวกมันด้วยแหละ 

Bagley – ก็ยุติธรรมดี แต่ก็อย่าลืม Zero – Day กลุ่มแฮกเกอร์ลับที่กำลังป่วนบ้านเมืองอยู่ด้วยล่ะ มันเคยเล่นงานพวกเรามาแล้วครั้งนึง และพนันได้เลยว่า มันต้องเล่นเราอีกแน่ ผมเชื่อว่าเราทำให้มันต้องรับผิดชอบเรื่องเหตุระเบิดแล้วดันมาโทษ DedSec ได้แน่นอน ถ้าพวกคุณทุกคนร่วมแรงกันสู้ ผมมีแผนจะขุดความลับของมันขึ้นมาโปรดโปงให้ได้เลยคอยดูสิ 

Sabine –  ชั้นเบื่องานเอกสารเต็มทีแล้ว เลิกเอาแต่พล่ามแล้วออกมาไปแก้ไขความชิบหายให้ลอนดอนกันเถอะ !! 
Bagley – จากข้อมูลที่ได้มาผมพบเบาะแสที่น่าจะคลี่คลายเกี่ยวกับตัวตนของ Zero – Day และเหตุการณ์วางระเบิดที่ทำให้เราชิบหายกันอยู่ในตอนนี้ ผมรับสัญญาณที่เข้ารหัสจากการประชุมของ TOAN ที่ออกอากาศแบบวนซ้ำตั้งแต่คืนวันที่เกิดการวางระเบิด ลองไปตรวจสอบดูก็แล้วกัน คุณน่าจะใช้ประโยชน์จาก AR Tech ที่เราขโมยมา …ไม่สิ .. ต้องเเรียกว่า การแบ่งปันอย่างสรางสรรค์ 

                                            Permadeath Mode active 

หลังจากจบ Main Mission: Reporting For Duty แล้ว การทำงานของโหมด Permadeath จะเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ 

Permadeath คือโหมดที่ให้ผู้เล่นเลือกจะเปิดหรือปิดการใช้งานตั้งแต่ช่วงต้นเกมส์ ที่จะทำให้ตัวละคร Operative ในเกมตายจริง นั่นก็คือ หากพลาดจากการทำภารกิจหรือการใช้ชีวิตในเมืองจนเกิดอันตรายที่ทำให้ถึงตาย ตัวละครตัวนั้นจะตายจริง และจะไม่สามารถใช้งานหรือเห็นเขาในเกมอีกตลอดไป 

แต่หากว่าผู้เล่นไม่ชอบความสูญเสียนี้ ก็สามารถเข้าไปที่ Option และปิดการทำงานของ Permadeath ได้ แต่ หากปิดแล้วจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้อีกต่อไป 

และหากตัวละคร Operative มีการตายจนหมดทั้งทีมโดยที่ผู้เล่นไม่ได้หาสมาชิกใหม่มาสำรองไว้ Game Over เริ่มเกมใหม่ตั้งแต่ต้นทันที 

                                                   Operative Status 

Arrested (ถูกจับ) 

– รอเวลาพ้นโทษ

ความสามารถของ Operative สาย Police Officers ในทีมที่ส่งผลช่วยเหลือ 

 - Police Contact (เวลาที่ถูกคุมขังเมื่อถูกจับสั้นลง)

-  Bail Out (เมื่อสมาชิกในทีมถูกจับกุมจะได้รับการปล่อยตัวทันที) 

และสำหรับใครที่อยากได้ John wick  (ไม่ใช่ Official Keanu Reeves นะ) จากนั้นก็ลุ้นให้ ตัวละครสาย Professional Hitman ที่เจอหน้าเหมือน John wick ก็ช่วนเข้าพวกได้เลย 

Injured  (บาดเจ็บ)

- รอเวลารักษาตัว

ความสามารถของ Operative สาย Paramedic ในทีมที่ส่งผลช่วยเหลือ 

-Priority Care (ทำให้ระยะเวลาในการบาดเจ็บของเพื่อนร่วมทีมสั้นลง) 

- Triage (ทำให้อาการบาดเจ็บของเพื่อนในทีมหายอัตโนมัติ (ในบางครั้ง))

Dead (ตาย)  - มิอาจฟื้นคืน 

                                      Specialist Operative 

ตัวละคร Operative ที่มี Skill ระดับ Expert ด้านต่างๆจะเริ่มพบเจอในเมือง ซึ่งจะสังเกตได้จากบนหัวพวกเขาจะมีวงกลมสีเขียวอยู่ สามารถเข้าไปชักชวนเข้าร่วมทีมได้เลย 

             ตำแหน่งเกิดของตัวละครที่มีความสามารถพิเศษสาขาอาชีพต่างๆในแผนที่

                        

                              ภาพขนาดใหญ่  https://i.redd.it/tkho12aff1261.png

Thank Source 
https://www.reddit.com/r/WatchDogs_Legion/comments/k2unn2/map_for_recruits_recruits_i_found_at_these/?utm_source=share&utm_medium=web2x&context=3


                          Main Mission: Digging up The Past

เดินทางมาที่เป้าหมายของภารกิจที่จุดที่เกิดการระเบิด ( TOAN Attack Site) ในบริเวณพื้นที่ฝั่งซ้ายของสะพาน Kingston Bridge 

Josh – เอ่อ ผมกำลังมองหาอะไรอยู่เนี่ย Bagley?
 Bagley - อุปกรณ์หรือส่วนประกอบใด ๆ ก็ได้ที่ยังคงสามารถปล่อยสัญญาณได้ ดูเหมือนว่ามาจากภายในพื้นที่นี่แหละ เศษหินหรืออิฐ อะไรซักอย่าง

* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของเจ้าหน้าที่ Albion 

ด้านซ้ายของอาคารใกล้ๆจะที่เกิดการระเบิดจะมีทางที่สามารถปีนลงไปในพื้นที่ด้านล่างได้ 

ซึ่งจะใกล้กับหลุมการเสียหายจากระเบิดที่จุดที่มีหลักฐานตกอยู่มากที่สุด ซึ่งเมื่อเข้าไปสำรวจเก็บมันขึ้นมาดูจะพบว่ามันคือเศษชิ้นส่วนของขา Spiderbot 


Bagley – ใช่แล้ว สัญญาณที่ผมจับได้ส่งมาจากเศษชิ้นส่วนของ Spiderbot อันนี้นี่แหละ แต่ยังไม่สามาระระบุได้ว่าเป็นของใคร
Marco –  แล้วมันมาอยู่บ้าอะไรท่ามกลางซากปรักหักพังแบบนี้ได้วะเนี่ย?
Bagley – ก็บอกได้ยาก แต่ด้วย AR reconstruction เราอาจจะรู้ก็ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่ แต่ผมต้องเข้าถึงรีเลย์ข้อมูลในพื้นที่ใกล้เคียงก่อนผมถึงสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากพอที่จะสร้าง AR reconstruction ได้ 


จากนั้น ต้องเข้าไปที่แท่นควบคุมเพื่อทำการอัพโหลดข้อมูลการเฝ้าระวัง Surveillance data ที่ relay (จุดเหลือง) ทั้ง 3 จุดในพื้นที่มาให้หมด โดยถ้าจะให้สะดวกให้ใช้ Spiderbot ลอบไปเข้าถึงที่แท่นควบคุมทั้ง 3 จุดจะดีที่สุด เมื่อดาวโหลดข้อมูลจาก relay ทั้ง 3 จุดแล้วกลับไปที่จุดที่พบขา Spiderbot ได้เลย

Albion Lieutenant – คุณเอา Payload มาด้วยรึเปล่า?
Kelley Goon – แหม่ คืดว่าเราหน่อมแน่มกันขนาดนั้นเลยหรอ?
Albion Lieutenant – อย่าไปไว้ใจพวกลูกหมา Kelley มันมากนักนะ 
Marco – เดี๋ยวนะ ลูกหมา Kelley หรอ? แก็งค์ Kelley เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดด้วยหรอเนี่ย? เรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย!
Vincent – งานนี้ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้องนะ แต่ Kelley เป็นคนจัดหาของเลยล่ะ 
Marco – โอ้ตายล่ะ งั้นผู้หญิงที่เธอมาพบนี่ก็พนันได้เลยว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Zero Day แน่นอน 
Bagley – เรายังสรุปตอนนี้ไม่ได้หรอก หาต่อไปก่อน

Marco – มีโอกาสแค่ไหนที่จะค้นหาจุดเชื่อมโยงไปถึงคนใช้ Bot นี่ได้?
Bagley – ตอนนี้ผมได้ถอดรหัสสัญญาณที่สไปเดอร์บ็อตปล่อยออกมาแม้ว่าตอนนี้ผมยังไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้เฉพาะเจาะจงได้ก็ตาม มันเป็นรหัสที่ใช้โดยหน่วยงานตำรวจนครบาล
Rosemary - โดยทั่วไปแล้ว feds (FBI) สกปรกจะชอบรู้เห็นเรื่องแบบนี้แต่ก็จะบอกไม่ได้เกี่ยวข้อง 
Bagley – ตอนนี้ระบบ AR reconstruction ยังคงดำเนินต่อไปหลังซากปรักหักพังอยู่ครับ 
Marco – โอ้ เยี่ยม เพนตากอนได้เปิดตัวเทคโนโลยีอุโมงค์ควอนตัมหรือเปล่าเนี่ย?
Bagley – เทคโนโลยี่อุโมงค์ควอนตัม (quantum tunnelling) น่าจะใช้งานได้อย่างน้อยก็อีก 10 ปี แต่ Spiderbot และ Drone มีใช้แล้วตอนนี้ คุณน่าจะลองใช้ดูซักอันถ้าคุณไม่อยากจะต้องรอนานขนาดนั้น 

จากนั้นใช้ Spiderbot หรือ Drone เข้าไปทางท่อระบายอากาศทางฝั่งซ้ายของพนังเพื่อบังคับมันเข้าไปเก็บหลักฐานด้านใน

Bagley –  RDX ไนโตรเจนและระบบจุดชนวนเหมือนกับระเบิดที่วางไว้ที่รัฐสภา
Marco – Zero-Day ต้องวางแผนเรื่องทั้งหมดนี้แน่นอน ใช่มั๊ย?
Kelley Goon – นี่ไง เร็วเข้า! เราต้องทำกันอีกหลายจุด 
Albion Lieutenant – ดังนั้นคุณจึงได้รับการว่าจ้างให้จัดหาเป้าหมายทั้งหมดใช่มั๊ยล่ะ?
Kelley Goon – เอาล่ะ ปิดมันซะ เรารู้เท่าที่เราควรจะรู้หมดแล้ว 
Marco - Zero day มีทีมงานหลายคนที่ประสานงานกันได้หลายมิติมาก
Bagley – นั่นเป็นยุทธวิธีหนึ่งในการแยกกันโจมตีด้วยการทำงานประสานกันของคนจำนวนมากแบบที่ไม่สามารถระบุตัวตนผู้ที่ลงมือก่อเหตุได้เลย Zero Day ต้องการกำลังคนและทรัพยากร แต่พวกเขาต้องการให้คนของเขาทำงานในแบบที่ไม่ต้องสนิทกันมากและไม่ต้องใช้ AI ที่สุดยอดที่สุดในโลกมาคอยเฝ้าดูแก็งค์ Kelley และ Albion โชคร้ายที่เราไม่สามารถค้นหาตนต่อจาก AR reconstruction ได้ แต่ถ้าเราพบตัวคนที่สอดแนมผ่าน Spiderbot ตัวนี้ได้ บางทีพวกเขาอาจบอกข้อมูลเราได้มากกว่านี้ก็ได้

   - จากนั้นหนีออกจากที่นี่ได้เลย 

Bagley – ผมตามรอย Serial number จนพบพิกัดของ Spiderbot เคยอยู่ที่ New Scotland yard เมื่อ 3 ปีก่อน บางทีเราอาจได้ข้อมูลของผู้ใช้ Spiderbot ตัวนี้ที่นั่น 
Marco – และเขาอาจจะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดเมื่อเดือนก่อนก็ได้ 
Bagley – ทางเดียวที่จะรู้ชัวร์ๆก็คือต้องลองไปตรวจสอบที่ New Scotland yard ดูก็แล้วกัน

จากนั้นเดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจต่อไปที่ตึกของ New Scotland Yard


Scotland Yard นั้นเดิมทีก็คือ ตำรวจนครบาล (Metropolitan Police Service) ของลอนดอน ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1829 เพื่อปราบปรามอาชญากรรมในลอนดอนซะเป็นส่วนใหญ่ สำนักงานใหญ่ตำรวจนครบาลเดิมที่ตึกหมายเลข 4 Whitehall ในย่าน Westminster ก่อนที่ตึกนี้จะถูกลอบวางระเบิดโดยพวกไอริซ Irish ในปี 1884 

ส่วนที่มาของการถูกเรียกว่า Scotland Yard นั้นเนื่องจากหนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทมส์ ได้เขียนถึง ว่า “วอลล์สตรีทเป็นชื่อของย่านการเงินของนครนิวยอร์กฉันท์ใด สกอตแลนด์ยาร์ดก็กลายเป็นชื่อของตำรวจในกรุงลอนดอนฉันท์นั้น” เพราะตึกบัญชาการของ ตำรวจนครบาล มีทางเข้าด้านหลังติดถนนชื่อ Great Scotland Yard ซึ่งเดิมเป็นเขตพระราชวังของราชวงศ์จากสก็อตแลนด์ในอดีตที่จะใช้เมื่อมีเสด็จเยือนกรุงลอนดอนนั่นเอง

จนในที่สุดสำนักงานใหญ่ของ Scotland Yard ก็ย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่ถนน Victoria Embankment ริมฝั่งทางเหนือของแม่น้ำ Thames โดยเติมคำว่า New เข้าไปในชื่อเก่าของหน่วยกลายเป็น New Scotland Yard ก่อนที่จะย้ายมาตั้งสำนักงานแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่ตึก Norman Shaw บนถนน Broadway Westminster เมื่อปี 1967 จนถึงปัจจุบัน 

โดยชื่อเสียงของ Scotland Yard  โด่งดังไปทั่วโลกจากการสืบสวนคดีสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างคดี Jack The Ripper ฆาตกรต่อเนื่องฆ่าหญิงขายบริการในย่านสลัม Whitechapel ในลอนดอนเมื่อปี 1888  และคดีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิง Diana ที่กรุงปารีสในปี 1997

SOURCE
https://metro.co.uk/2017/12/20/why-is-scotland-yard-called-scotland-yard-and-what-is-the-history-of-the-london-headquarters-7174000/
https://web.facebook.com/KODETAHARN/posts/1952765015013525/
https://web.facebook.com/474003769409493/posts/490961661047037/

Anthony – ผมว่า Albion ยึดตึกนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ
Bagley –  รวมถึงพวกตำรวจทั้งด้วย แต่ไม่ต้องกังวลหรอกถ้าคุณไม่ได้พอใจกับความเป็นส่วนตัวของคุณ แค่ห่างๆพวกมันไว้แล้วมุ่งทำภารกิจของคุณก็พอ 
Anthony – ผมไม่ค่อยแฟนพันธ์แท้พวกตำรวจเท่าไหร่แต่เจอแบบนี้ถือว่าแย่เลยล่ะ 
Bagley –  เอาน่ามันก็แตกต่างเพียงอย่างเดียวในตอนนี้คืออาวุธและเครื่องแบบและความจริงที่ว่าพวกมันถูกขับเคลื่อนด้วยผลกำไรจากการบริการสาธารณะ นั่นแปลว่าตอนนี้บันทึกหรือข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับสไปเดอร์บ็อตคงยังอยู่เพื่อหากำไรไม่ได้ถูกลบไปแน่นอน 

* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของเจ้าหน้าที่ Albion

หากคุณเลือกตัวละครที่มีชุดตำรวจหรือ Albion จะง่ายต่อการเนียนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของตึกด้านหน้าไปได้ไม่ยากเลย 

พยายามเดินชิดซ้ายหลบตำรวจที่เฝ้าด้านหน้าแล้วเดินขึ้นบันไดซ้ายไปชั้นบนให้เร็วที่สุดก็พอ เมื่อขึ้นไปด้านบนจะพบ Spiderbot กำลังถูกนักวิทยาศาสตร์กำลังซ่อมแซมมันอยู่ใน Secure Room

Anthony – เฮ้ นั่นมัน Spiderbot ตัวเดียวกันรึเปล่า Bagley? 
Bagley – ถ้าดูตาม Serial number แล้วเข้ากันกับขาของ Spiderbot ที่เจอที่จุดที่เกิดการระเบิดที่ TOAN 
Anthony – ตามได้มั๊ยว่ามันเป็นของใคร ?
Bagley – ได้ ถ้าเอา Spiderbot นั่นออกมาจากห้องนั้นได้ ผมต้องการเชื่อมต่อเพื่อเรียนรู้จากเพื่อนที่ถูกแยกส่วนของเราโดยตรง

จากนั้นจัดการแฮกกล้องวงจรปิดในห้องเพื่อซูมเข้าในห้องที่นักวิทยาศาสตร์กำลังซ่อม Spiderbot ตัวเป้าหมายอยู่ แล้วกด Hijack เพื่อควบคุมมันให้ช็อตนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังซ่อมมันให้สลบไป 

Spiderbot ตัวนี้ได้รับความเสียหายหลัก ดังนั้นการบังคับมันจะยากลำบากมากเพราะกระโดดสูงไม่ได้ จากนั้นบังคับมันหาที่ปีนโดยใช้โต๊ะทำงานในห้องเพื่อสำรวจกล่องตัวจุดระเบิดที่วางในห้องก่อน

Bagley – นี่มันเป็นตัวจุดระเบิดแบบเดียวกับที่ใช้วางระเบิดที่รัฐสภาซึ่งถูกประกอบขึ้นให้ในแบบประกอบด้วยมือของ DedSec 

          

บังคับ Spiderbot จากตัวจุดระเบิดเข้าช่องทะลุไปห้องทำงานข้างๆแล้วหาทางทำทางเพื่อปีนขึ้นโต๊ะทำงานยังช่องระบายอากาศที่อยู่ในห้องนั้น

 เปิดฝาครอบออกเพื่อใช้เป็นที่ปีนขึ้นไปตามคานด้านบนของห้องจะพบช่องระบายอากาศอีกอันที่จะเข้าไปด้านในพื้นที่ใต้เพดานได้  เดินเข้าไปตามทาง ที่ยากลำบากเพราะความเสียหายของ Spiderbot ไปตามทางใต้พนังจนมาออกในห้องที่ตัวละครอยู่ได้ 

Anthony – ได้มาแล้ว ! 
Bagley – ผมสแกน Spiderbot และเข้าถึงข้อมูลในไดรฟ์ด้านในของมันแล้ว กำลังวิเคราะห์ข้อมูลอยู่ ส่วนขึ้นก็ออกจากที่นั่นแบบให้ครบ 32 ก็แล้วกัน คุณคงไม่อยากอธิบายกับหน่วยติดอาวุธของตำรวจที่จะเข้ามาถามว่าคุณบุกสถานีตำรวจทำไมใช่มั๊ยล่ะ?
Anthony – เข้าใจแล้วน่า 

-เก็บ Spiderbot ที่เสียหายนั่นมาแล้วออกจากพื้นที่นี้ได้เลย 

Bagley –  จากซาก Spiderbot นั่นผมเจอโมดูล GPS ที่ใช้ดาวเทียมระบุตำแหน่งของสถานีภาคพื้นดินที่เฉพาะเจาะจงเป็นประจำอยู่ เดี๋ยวผมจะส่งโลเกชั่นไปให้
Anthony –
น่าสนใจแฮะ ฐานลับงั้นหรอ? เราต้องไปเช็คดูหน่อยแล้ว 

     จากนั้นเดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจต่อไปที่สะพาน Lambeth Bridge 


สะพานแลมเบิร์ธ (Lambeth Bridge) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่สร้างตั้งแต่ปี 1932 เชื่อมต่อระหว่างย่าน Westminster และ Lambeth ของลอนดอน โดยทางด้านตะวันออกของ สะพานจะเป็นพระราชวังแลมเบิร์ธ (Lambeth Palace) แต่สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์จุดนี้กลับเป็นที่รู้จักน้อยกว่าสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์จุดอื่นๆทั้งที่มีมุมที่สวยงามไม่แพ้กันเลย 
https://www.talontiew.com/london-lambeth-bridge/


Anthony – เอาล่ะ ถึงแล้ว ผมจะเข้าไปยังไง?
Bagley –  ผมตรวจพบเครือข่ายเฝ้าระวังที่ป้องกันช่องว่างใต้สะพานนี้อยู่ จากประวัติของ GPS ที่ผมกู้มาได้จาก Spiderbot ที่ใช้ประจำคือพิกัดนี้ คุณควรจะลองเข้าไปเช็คดูนะ บางทีเราอาจจะพบเบาะแสของตัวการลึกลับของเหตุระเบิดก็ได้ ซึ่งมันเป็นโลเกชั่นที่ดีมากๆในการซ่อนตัว
Anthony – ปกติก็คงไม่มีคนจะลงไปที่นั่นอยู่แล้ว ที่นี่แหละเหมาะในการทำเป็นที่วางแผนของผู้ก่อการที่เฟอร์เฟคมากๆ 
Bagley –  หรือถ้าเกิดผิดพลาดก็ทิ้งศพลงแม่น้ำ Thames ได้ง่ายๆเลย


การจะเข้าไปด้านในได้นั้นต้องทำการแฮก Circuit Box แล้วเลือกให้ Explode ให้มันระเบิด ใส่แผงควบคุมประตูที่อยู่ใกล้ๆก็จะทำให้ประตูเปิดออกได้ 

จากนั้นเข้าไปแฮกข้อมูลของ ctOS Hub ด้านในเพื่อดูข้อมูลกล้องวงจรปิดจะสามารถเห็นภาพห้องลับที่ซ่อนอยู่ใต้สะพานได้ 

Anthony – ว้าว ดูเหมือนเป็นที่ที่พวกตำรวจชั่วสร้างเอาไว้ใช้เพื่อลักลอบทำอะไรบางอย่างเลย 
Bagley –   ก็ถ้าหากพวกอัลเบียนบุกเข้าไปค้นที่ทำงานของคุณ คุณก็คงจะมีสถานที่อื่นสำหรับเก็บอาหารกลางวันของคุณไว้เผื่อด้วย ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าลึกลับคนนี้ของเราก็เช่นกัน 
Anthony – หวังว่าจะพบหลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึงการวางระเบิดที่ TOAN บ้างนะ 
Bagley –    ดูพวกคอมพิวเตอร์พวกนั้นสิมีฝุ่นมากพอที่จะฆ่าเราด้วยโรคหอบหืดได้เลยนะ แต่เชื่อเหอะว่าต้องมีข้อมูลอะไรที่เราพอจะใช้ได้บ้างแน่นอน 

                                     ดาวโหลดข้อมูลบันทึกเสียง .........

นี่คือสารวัตร Kaitlin Lau ไม่สิ .. ต้องอดีตสารวัตร เพราะตั้งแต่ Albion เข้ามา The Met (ตำรวจนครบาลเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Met) ก็ไม่มีอีกแล้ว ตำรวจได้หลักฐานไว้หมดแล้วทั้ง Albion และแก็งค์ Kelley เรื่องการวางระเบิด แต่ชั้นรู้ว่ากลุ่มของ Mary Kelley มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมอื่น ๆ ด้วย เรากำลังตรวจสอบอยู่ ชั้นและเพื่อนที่ดีสองสามคนที่ยอมที่จะเล่นนอกตำรา แต่เราก็ตามหลัง Mary Kelley อีกครั้ง .. ชั้นนี่แม่งไม่เคยเรียนรู้เลย จริงมั๊ย?


                         
Kaitlin Lau - สารวัตร Kaitlin Lau กำลังบันทึกวีดีโอ ..

ตอนนี้กลุ่มของ Kelley และพวก Albion กำลังมีข้อตกลงบางอย่างกันอยู่ แต่ชั้นยังไม่รู้รายละเอียด แต่เหมือนกับจะเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ European processing Centre เห็นด้วยในมุมของ Albion  หลังจากเหตุการวางระเบิดพวกเขาจึงมีสิทธิ์ที่จะสามารถจับใครก็ได้แล้วเรียกพวกเขาว่า ผู้อพยพผิดกฎหมาย ผู้ก่อความไม่สงบ หรือโทษว่าเป็นการกระทำของพวก DedSec  หึ เราเองก็รู้ว่าใครคือตัวอันตรายที่แท้จริง

ดังนั้นแก็งค์  Kelley  ในฐานะมือเท้าของ Albion จึงมีสิทธิ์จับคนเหล่านี้ได้ จะในฐานะ ผู้อพยพ ผู้ถูกเนรเทศ หรือเหยื่อจริงๆพวกมันพาพวกเขาไปที่ไหน แลทำแบบนี้ไปทำไม?
ทุกหลักฐานก็ย้อนกลับมาที่เจ้านายหญิงของพวกมันตลอด ฉันรู้ว่าเธอเป็นยังไง แต่เธอก็ดิ้นหลุดได้ตลอด

ชั้นทำได้แค่จับตาและตรวจสอบ แมรี่ เคลลี่ ก็ทำมาเป็นหลายร้อยครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ ถ้าฉันถูกจับได้นี่จะเป็นการตรวจสอบครั้งสุดท้ายของฉัน แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอซ่อนอะไรอยู่กันแน่ 

Bagley –    ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ลึกลับของเราก็คือ สารวัตร Kaitlin Lau และที่สำคัญ Mary Kelley เป็นเป้าหมายหลักของเธอเพื่อสืบสวนที่จะนำไปสู่คนอยู่เบื้องหลังเหตุวางระเบิด 
Anthony – งั้น Albion ทำงานร่วมกับแก็งค์ Kelley จริงๆด้วย แต่บอกตรงๆว่าก็ไม่ได้แปลกใจอ่ะนะ
Bagley –    ดูเหมือนว่าเว็บของ Zero day จะครอบคลุมเนื้อหาที่น่ารังเกียจของลอนดอนเอาไว้ทั้งหมด ซึ่งมันจะสามารถสาวไปถึงตัวมันได้ รวมทั้งแก็งค์ Kelley และ Albion ด้วย
Anthony – เราคงต้องทำอะไรซักอย่างเช่น ... การลักพาตัว 
Bagley –  สารวัตร Kaitlin Lau  กล่าวถึง albion ว่าส่วนนึงในการดำเนินแผนปฏิบัติการณ์ของพวกมันมาจาก EPC ที่อยู่ภายนอกองค์กร  ... และนักสืบอย่างเราเรียกสิ่งนั้นว่า เบาะแส 


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

                           Watch dogs legion Trick !


                                      จุดเกิดของ ตัวละครสาย SPY ที่แน่นอน

-   เดินทางมาที่สถานนี Vauxhall ในย่าน Nine Elms (ตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ได้) ออกจากสถานีแล้วเดินข้ามถนนไปทางถนนฝั่งซ้ายบนในเขต Lambeth เดินผ่านตึก MI6 ไปจนสุดจะพบซอยทางซ้าย 

ที่นี่จะเจอ  ตัวละครสาย SPY ยืนอยู่ในซอย (สลับแรนด้อมหน้าตาและเพศ) ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงคืนของทุกวัน

                      จุดเกิดของ ตัวละครสาย SPY ที่แน่นอน (จุดที่ 2 )

-   เดินทางมาที่สถานี Whitechapel ในย่าน Tower Hamlets (ตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ได้) ออกจากสถานีแล้วเดินลงใต้มาที่โรงพยาบาล Royal London Hospital 

จะเจอ ตัวละครสาย SPY ยืนอยู่ด้านข้างโรงพยาบาล (สลับแรนด้อมหน้าตาและเพศ) ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงคืนของทุกวัน

                      จุดเกิดของ ตัวละครสาย Professional Hitman ที่แน่นอน

-  เดินทางมาที่สถานนี Brewer St (ตอนกลางคืน) ในย่าน Westminster เลี้ยวขวาจากทางออกสถานทีมาที่ซอยแรกทางฝั่งซ้าย ในซอย walker's court  ถนนคนเดินในย่านโซโหของเมือง

คุณจะพบตัวละครสาย Professional Hitman คนนึงกำลังฆ่าเป้าหมายคนอยู่ในซอย (สลับแรนด้อมหน้าตาและเพศ) ตั้งแต่เวลา 21 .00 ของทุกวัน

และสำหรับใครที่อยากได้ John wick  (ไม่ใช่ Official Keanu Reeves นะ) ก็สามารถมาหาที่จุดนี้ได้ จากนั้นก็ลุ้นให้ ตัวละครสาย Professional Hitman ที่เจอหน้าเหมือน John wick ก็ช่วนเข้าพวกได้เลย 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                             KELLEY CHAPTER

                                                 BODY SNATCHERS

                                      MAIN MISSION: Lost in the Process  

Sabine – การที่ Albion ทำธุรกิจร่วมกับแก็งค์ Kelley เป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และถ้าสิ่งที่ สารวัตร Kaitlin Lau  พูดถูก ลำดับความสำคัญตามแผนของเรา ข้อมูลสำคัญนี้ก็โดดแซงคิวมาอยู่หน้าสุดเลยแบบนี้ เรามีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าอดีตฝ่ายปฏิบัติการณ์ของ DedSec น่ายังคงมีชีวิตอยู่แต่หายตัวไปใน EPC
Bagley – Angel Lopez ไม่ใช่คนลอนดอนโดยกำเนิด แต่ผมจะไม่ต่อต้านเขาไม่เหมือนคนอื่น
Sabine - ดูเหมือนว่า Angle อาจหลบซ่อนตัวปะปนอยู่กับพวกผู้อพยพในค่ายผู้อพยพแบบไม่มีทางเลือก บางทีเหตุผลเดียวที่ทำให้เขาต้องหนีคือเพราะการกวาดล้าง DedSec ของ Zero + Days
Bagley – ความรู้สึกต่อต้านพวกผู้อพยพในลอนดอนเริ่มก่อตัวรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่การวางระเบิด มันทำให้ Albion ใช้เรื่องนี้เป็นเชื้อทำให้พวกมันสามารถจับใครก็ได้ที่ต้องการไปไว้ที่ค่ายผู้ลี้ภัยที่โหดร้าย   
Sabine – เราต้องรีบเข้าถึงตัวเขาก่อนที่พวกมันจะรู้ว่าเขาเป็น DedSec ! นี่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องทีม แต่เบาะแสที่เขาเจออาจจะนำมาซึ่งความจริงเกี่ยวกับความข้องเกี่ยวกันระหว่าง Albion กับแก็งค์ Kelley
Anthony – เข้าใจแล้ว ถ้าเขาอยู่ใน EPC จริงเขาก็คงยังไปไหนไม่ได้อย่างน้อยๆก็ซักพักนึงแหละ แต่พิจารณาจากสภาพของที่นั่น เราคงทำอะไรได้ไม่มากนักหรอก
Bagley – ผมส่งข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดไปให้คุณแล้ว และ เจ้าหน้าที่ที่จะให้คำแนะนำของเราจะติดต่อหาคุณทันทีที่เข้าไปถึงที่ EPC 

เดินทางมาที่จุดหมายของภารกิจที่ European processing Centre ในย่าน Lambeth แล้วเข้าไปด้านในเพื่อเข้าพบสายของ DecSec ที่รออยู่ได้เลย 

Gabriela – ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?
Lloyd – ที่แน่ๆ ที่นี่เป็นค่ายกักกันที่เหมือนเป็นคุกมากกว่า ทุกๆวันผมเห็นคนมากมายถูกจับมาอยู่ที่นี่ พวกเขาต้องถูกพรากจากบ้าน จากครอบครัวมา มันน่าเศร้ามากแต่ผมก็ต้องทนดูเพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของที่นี่ หวังว่าบางทีอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง เช่นตอนนี้
Gabriela – ดูที่นี่สิ พวกเขาก็แค่พวกงี่เง่า ไม่เคยอยู่ในสายตาใคร ไม่มีใครใส่ใจอยู่แล้ว จะช่วยหมดทุกคนได้ยังไง? ผู้คนป่วย บ้างก็ตาย ไม่ก็หายสาบสูญโดยที่ไม่มีใครรู้เลย 
Lloyd – นั่นแหละ ถึงได้มีการประกาศหาคนหายกันอยู่ตลอดไง ก็มีแต่บันทึกแจ้งความแต่ก็ไม่เคยดำเนินการใดๆ ทำให้ยังไม่เคยมีใครถูกระบุว่าเป็นผู้สูญหายตามกฎหมายเลยนอกจากพวกแก็งค์ Kelleys ที่เดินกร่างไปมาแถวๆนี้เหมือนพวกไฮยีน่า ผมไม่เคยมองพวกมันในแง่ดีเลย
Gabriela – ชั้นไม่รู้ว่า Mary Kelley ได้เสียอะไรกับเรื่องผู้อพยพนี่มากน้อยแค่ไหน แต่ที่รู้แน่ๆคือ นางไม่ใช่คนดีแน่นอน
Lloyd – ก็จริง เอาล่ะ เรื่องคนของคุณที่หายตัวไป ถ้าจะค้นหาจุดแรกที่ดีที่สุดควรเริ่มที่ EPC database ก่อนเลย พวกมันบันทึกข้อมูลการเข้ามาของคนที่ถูกจับมาอยู่ที่นี่ไว้หมด แล้วก็ ระวังตัวด้วยล่ะ
Bagley – ผมส่งข้อมูลพิกัดของ EPC database ไปใน Optik ของคุณแล้วนะ ข้อมูลที่เราต้องการค้นหาคือ เงื่อนงำของ Ángel López

จากนั้นจัดการแฮกระบบ Power Supply เพื่อปิดระบบ Security Lasers ตรงทางเข้าด้านหน้าแล้วเข้าไปด้านในได้เลย 

เมื่อลอบเข้ามาถึงจุดหมายแล้วจะพบว่าห้องเก็บข้อมูล (Restricted Access) นั้นถูกปิดล็อกอยู่ เดินมาฝั่งซ้ายจะพบตำแหน่งของ access key ในห้อง ใช้  Spiderbot ลอบเข้าไปดาวโหลดรหัสเปิดประตูมา แล้วย้อนกลับไปเข้าห้องเก็บข้อมูล (Restricted Access) ที่ตอนนี้เปิดได้แล้ว เข้าไปโหลดข้อมูล EPC database บนโต๊ะทำงานได้เลย

Sabine – เอาเลย Bagley ดูสิว่าเราได้อะไรบ้างBagley – ดูเหมือนว่าไฟล์ของเขาถูกลบออกจากข้อมูลหลักของระบบไปแล้วพร้อมกับคนอื่นๆอีกหลายพันคน ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมากครับ แม้ในขณะที่พวกมันกำลังก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติรัฐบาลก็ไม่เคยได้อ่านเอกสารใดๆเลย ... นี่คือบันทึกที่มีจ่าหน้าแฟ้มไว้ว่า Exit Interview (การสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายก่อนพนักงานจะลาออก)

เจ้าหน้าที่ EPC – คุณรู้ว่าเราจะทำยังไงกับพวกผู้ก่อการร้ายใช่มั๊ย Lopez? ห๊ะ? แล้วก็ เอ่อ อย่าทำให้ผมโกรธด้วยการปฏิเสธอีกต่อไปเลยนะ เพราะเรารู้แล้วว่าคุณทำงานให้ DedSec ! คิดว่าคุณได้รับเลือกจากการสุ่มงั้นหรอ อย่าฝันไปเลยวะ ...ไม่มีอะไรจะพูดซักหน่อยหรอ? อืมม ถ้าเลือกแบบนี้ก็คงจะจบไม่สวยแล้วล่ะ เพราะว่าผมต้องการข้อมูลจากคุณมากๆ ไม่งั้นคุณได้ตายคาคุกแน่ๆ บอกมา ผมต้องการรู้ว่า พวกมันกบดานอยู่ที่ไหน มีใครบ้าง อะไรก็ได้ที่คุณรู้ บอกมา ! คุณคิดว่าผมโง่หรอ? ผมจะเค้นจนกว่าคุณจะบอกสิ่งที่ผมอยากรู้ออกมาให้หมดเลยคอยดู 

Ángel López – ถ้าบอกแล้วแกจะไปชั้นไปงั้นหรอ? ยังไงชั้นก็ไม่บอกหรอก ชั้นรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วมันจะจบยังไง
เจ้าหน้าที่ EPC – โอ้ ไม่หรอก ผมคิดว่าคุณไม่รู้หรอก ผมกำลังจะโยนคุณไปให้ฝูงหมาป่า ตอนนี้พวก Kelleys กำลังสนใจศาสตร์แห่งการกำจัดปัญหาอยู่พอดี
Ángel López – แกคิดว่าชั้นจะกลัวไอ้แก็งค์กวนเมืองห่านั่นงั้นหรอ? เต็มที่ก็ไปลอยอืดในแม่น้ำเทมส์ ส้นตีนเหอะ !!

เจ้าหน้าที่ EPC – ไม่เอาน่า คุณมีค่ามากกว่านั้นเยอะ ฮ่าๆ  …พวกมันอาจเริ่มจากแร่เนื้อคุณออกมาใส่จาน พอคุณเริ่มจะเนื้อหมดตัวแล้ว พวกมันก็จะเริ่มสับคุณจนละเอียดแล้วเอาไปทิ้งไว้ทั่วทั้ง 4 มุมเมือง
Ángel López – จะทำห่าอะไรก็จัดมาชั้นรับได้หมดแหละ!
เจ้าหน้าที่ EPC – ผมเกือบที่จะสงสารคุณแล้วเชียว ... เอาตัวมันไปที่คลินิก ! จากนั้น ...
Sabine – บ้าเอ้ย พวกมันรู้มาตลอดว่าเขาเป็น DedSec นั่นคงไม่ดีเลยสำหรับ Ángel
Bagley – คลินิกเปิดทำการในเวลาราชการ นั่นแปลว่าตอนนี้มันปิดแล้ว ผมจะลองค้นหาตัว Ángel ด้วยวิธีดั่งเดิมในแบบของผมดีกว่า นั่นก็คือ แฮกเข้าระบบ ctOS hub 

Bagley – สภาพความเป็นอยู่ที่น่าสยดสยอง การหายตัวไปที่ไม่สามารถอธิบายได้ บลาๆ เหมือนกับว่าสื่อจงใจที่จะเพิกเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในที่นี่ ...แล้วนี่ 89 Beatrice Stokely king boxing เพิ่งเติมเต็มวันที่น่าสนใจของนาง .. หาก EPC เป็นตัวอย่างทั่วไปของการปฏิบัติต่อกันของมนุษย์ ผมก็คงเป็น โอเวอร์ลอร์ด AI ที่ใจดีที่สุดในโลกแล้วล่ะ จริงมั๊ย?

เป้าหมายต่อไปคือการเข้าไปที่ Clinic เพื่อทำการ AR reconstruction ดูเหตุการณ์ย้อนหลังกับเรื่องที่เคยเกิดขึ้น 

Bagley – ผมกำลังใช้ระบบ AR reconstruction เพื่อย้อนดูเหตุการณ์ตอนที่ Ángel ถูกสอบสวน แต่คุณต้องหาทางเข้าไปดูใน Clinic เอง

จากกล่องควบคุมโดดลงไปด้านหน้าที่หน้าประตูคลินิก Carcani medical ที่ปิดอยู่ ซึ่งต้องแก้ปริศนาปรับเส้นพลังงานให้เชื่อมต่อกัน โดยการแฮกที่กล้องวงจรปิดบนเพดานห้องด้านใน

แล้วทำการปรับและเชื่อมต่อเส้นพลังงานให้เป็นสีฟ้าทั้งหมด ก็จะสามารถเข้าไปด้านในเพื่อเริ่มกระบวนการ AR reconstruction ในจุดที่ Ángel เคยถูกสอบสวนได้ 

Ángel López – ลองให้ชั้นคุยดูก่อนมั๊ยล่ะ? ชั้นพอรู้จักคนวงในอาจช่วยแกออกไปได้ แค่ช่วยให้ชั้นออกไปจากที่นี่ก่อนก็พอ
เจ้าหน้าที่คลินิก – มันต้องผ่านหลายขั้นตอนนะคุณ López น่าจะใช้เวลานาทีหรือ 2 นาทีถึงจะให้คุณออกไปด้านนอกได้
Ángel López – อ๊ากกก !!
Sabine – อะไรวะเนี่ย !?
Gabriela – เหมือนพวกมันจะพยายามใส่อะไรลงไปในตัวเขานะ เราต้องตรวจเช็คให้ละเอียดก่อน

Bagley – การวิเคราะห์หน้าตาตรงกัน พวกมันเป็นคนในแก็งค์ย่อยของ Mary Kelley งั้นก็แปลว่า สารวัตร Kaitlin Lau  พูดถูกทั้งหมด Albion กับแก็งค์ Kellry มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแน่นอน อะไรมันจะบ้าขนาดนั้น 

Bagley –ไมโครชิปเคลือบด้วย biocompatible glass เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดการปฏิเสธ
Gabriela – งั้น ไมโครชิป นั่นก็ยังอยู่ในตัวของ Ángel หรอ? มันคือเครื่องติดตามหรอ? หรือว่าเครื่องวัดสัญญาณชีพ ?
Bagley – ไม่ใช่ มันซับซ้อนกว่านั้น แต่ถ้าจะให้ผมเดานะ ผมบอกได้แค่ว่าพวกเขาออกแบบมาเพื่อใช้ปล่อยสารประกอบบางอย่างที่ผมไม่รู้จักแบบที่คุณไม่สามารถหาได้ตามร้านค้าทั่วไป ผมสามารถสร้างภาพย้อนหลังเส้นทางที่เขากำลังไปได้นะถ้าคุณจะรู้ว่าเรื่องนี้มันจบลงยังไง 

                                    Ángel López – แม่งเอ้ย !!
                       เจ้าหน้าที่คลินิก – จับมันเร็ว! อย่าให้มันหนีไปได้ !

                     เจ้าหน้าที่คลินิก – แม่งเอ้ย มันไปทางนั้นแล้ว จับมัน !!
                     Sabine – บ้าเอ้ย พวกมันกำลังไล่ตามจับเขาอยู่ เร็วเข้า Ángel

                                       Ángel López – ไอ้พวกบ้าเอ้ย !
                                      Sabine – แม่งเอ้ย เขาต้องทำได้สิ !

เจ้าหน้าที่คลินิก – บ้าเอ้ย เราชิบหายแล้วแบบนี้ เรายังตกลงกับเขาไม่เสร็จเลย
เจ้าหน้าที่คลินิก – ก็นางพยายามจะฆ่าเรานี่หว่า
เจ้าหน้าที่คลินิก – ช่างเหอะ ไม่เป็นไร ตราบใดที่เขายังไม่เสียหายก็ยังพอใช้ประโยชน์ได้อยู่ เรายังมีความต้องการคนพวกนี้อีกเยอะสำหรับเครือข่ายใหม่
เจ้าหน้าที่คลินิก – หวังว่าคุณจะคิดถูกนะ
เจ้าหน้าที่คลินิก – เอาล่ะ เร็วเข้า รีบใส่เข้าไปในตัวเขาแล้วเอาขึ้นรถไปที่เตาเผาเลย 

Gabriela – แย่จัง ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้เลยจริงๆนะ ไมโครชิพนั่นเป็นมากกว่าแค่เครื่องติดตาม
Rosetta – ชั้นคิดว่าพวกเขาทำเพื่อยั่วยุ ชั้นรู้ว่าพวกเรากำลังจะมีข้อตกลงกับ Mary Kelley ที่นี่ และจะมีโอกาสมากขึ้นถ้า Ángel ยังไม่ตาย
Sabine – งั้นเราก็ต้องตามหาตัวเขาเพื่อดูว่าพวกมันทำอะไรกับเขากันแน่ และไอ้ไมโครชิฟบ้านั่นมันคืออะไร?
Bagley – ดูเหมือนจะเป็นเทคโนโลยีตัวใหม่ของ Mary Kelley และแก็งค์ของนาง Mary อาจมีเอี่ยวกับพวกกลุ่มแฮกเกอร์ใน Dark web อย่างที่ว่า โอ้ ไม่รู้สิว่าใช่ Zero Day มั๊ยนะ?
Sabine – เป็นทฤษฎีที่น่าสนใจมาก Bagley แต่ตอนนี้หยุดอัลกอริทึมการสอบสวนเอาไว้ก่อนได้มั๊ย? Ángel กำลังต้องการพวกเรา
Bagley –  เตาเผาขยะที่พวกเขาพูดถึงน่าจะเป็นเตาเผาในย่าน Southwark ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่แน่นอน ลองไปตรวจสอบดูก็แล้วกัน


                 MAIN MISSION: Clan Kelley’s New Export 


เดินทางไปยังจุดเป้าหมายภารกิจต่อไปที่ เตาเผาขยะในย่าน Southwark (Southwark Incinerator)

* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของ Clan Kelley *

เมื่อเข้ามาด้านในพื้นที่โรงงานเผาขยะแล้ว เป้าหมายแรกคือเข้าไปในห้องควบคุม ในพื้นที่ไม่มีศัตรูมากนักพยายามหาทางลอบจัดการศัตรูให้หมดก่อนจะดีที่สุดจากนั้นค่อยเข้าไปสำรวจแผงควบคุมเพื่อปลดล็อกประตูเข้าไปในห้องควบคุมได้เลย

Bagley –  ผมสามารถติดตาม Mr. Lopez ด้วยภาพถ่ายที่มีจนพบตำแหน่งที่ชั้นใต้ดินของที่นี่แต่ว่าไม่สามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดด้านล่างได้เลย 

จากนั้นลงจากห้องควบคุมไปที่ทางลงชั้นใต้ดินที่อยู่ในบริเวณทางออกด้านหลังของตึก ซึ่งจะพบว่าประตูปิดอยู่ ทำให้การลงไปที่ชั้นใต้ดินต้องผ่านช่องสำหรับโยนศพลงไปเท่านั้น 


ทันทีที่ตกลงมาที่ชั้นใต้ดินจะพบกับสถานที่สำหรับทำบางอย่างกับร่างของผู้ลีภัยที่ถูกจับมา ในขณะที่หมอที่กำลังจะผ่าตัดร่างของสารวัตร Kaitlin Lau ทั้งเป็นก็สังเกตเห็นเสียงที่ผิดปกติดังแว่วมาทำให้ต้องหยุดชงักการลงมือลงหันไปสนใจที่มาของเสียงแทน   

สบโอกาสที่ทางสารวัตร Kaitlin Lau ที่เริ่มรู้สึกตัวมีจังหวะได้เตรียมตัวหยิบถาดมาฟาดจนหมอสลบและรอดจากการถูกชำแหละมาได้ในที่สุด 

Kaitlin Lau – เอาล่ะ ออกมาได้แล้ว ชั้นไม่กัดหรอก .. ขอบคุณที่ช่วยทำให้มันวอกแวกนะ ..ชั้นขอเวลาทำความสะอาดไอ้สิ่งสกปรกนี่แปบนะ
Mindy – คุณไม่เป็นไรนะ ไอ้ห่านั่นมันเกือบจะชำแหละคุณซะแล้ว
Kaitlin Lau – ชั้นแค่ขอเวลาหายใจแปบนึงแล้วก็จะหาไฟล์ของชั้นที่พวกมันเอาไปด้วย
Mindy – ตายล่ะ คุณคือ Lau ? .. สารวัตร Kaitlin Lau ใช่มั๊ยเนี่ย? พวกเราดูวิดีโอที่คุณบันทึกเอาไว้น่ะ พระเจ้า ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะบุกรังของพวก Kelley ด้วยตัวคนเดียวจริงๆ

        

Kaitlin Lau – ก็ไม่ได้ลุยคนเดียวแบบนี้ตลอดหรอกนะ คุณเป็นใครเนี่ย? คุณคือ DedSec ใช่มั๊ย? คุณตามชั้นมาถึงโรงเชือดนี่สินะ
Mindy – เปล่า โทษที คือ เรามาตามหาเพื่อนเราน่ะ เขาเพิ่งหายตัวไปจาก EPC แล้วก็ตามรอยมาถึงที่นี่ พวกแม่งมีแต่พวกโรคจิต ดูมันทำกับพวกเขาสิ
Kaitlin Lau – งั้นก็โทษที แต่ ชั้นว่าอย่าไปหวังมากไปว่าจะหาเจอ พวก Kelleys คงไม่ปล่อยให้เขารอดนานแน่ พวกมันคงจะชำแหละเอาอวัยวะไปขายในตลาดมืดแล้วล่ะ ชั้นตามเรื่องพวกมันมาเป็นเดือนแล้ว และพวกมันก็ได้ไฟล์พวกนั้นไปแล้วด้วย ! รู้สึกแย่มากๆเลย

Mindy – ใช่ คุณดูแย่มากๆจริงๆแหละ เดี๋ยวชั้นจะเรียกพวกของชั้นมาพาคุณไปที่ที่ปลอดภัยก่อนก็แล้วกัน แล้วชั้นจะไปตามหา Ángel เพื่อนของชั้นแล้วก็จะตามเอาไฟล์ของคุณกลับมาให้ด้วย
Kaitlin Lau – มันเป็นข้อมูลทั้งหมดของ Mary Kelley และแก็งค์ของมันที่ชั้นใช้เวลารวบรวมมาหลายปี มากพอที่จะเอาผิดนางได้สบายๆ
Mindy – เหยด แบบนี้เราคงจับตาคุณไม่ปล่อยแน่นอน เพราะชั้นมั่นใจว่า DedSec ก็อยากเล่นงาน Mary Kelley ให้เละเหมือนกัน

Bagley – เอาล่ะ ผมส่งคนของเราออกไปคุ้มกัน Kaitlin Lau เพื่อไปยังที่ปลอดภัยแล้ว คุณก็จัดการตามหา Ángel และไฟล์ของ Lau ได้เลย
Kaitlin Lau – ชั้นจะรอพวกเขาอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน แล้วก็ขอบคุณนะที่ช่วยเอาไว้ 

Bagley – แบบนี้คงไม่ต้องเดาแล้ว ทั้งหมดคือปฏิบัติการทำฟาร์มอวัยวะมนุษย์ของพวกมัน พวก Kelleys สามารถเลือกสับเอาอวัยวะตามที่มันต้องการได้สบายๆเลยแล้วก็เผาหลักฐานทิ้งแบบไม่มีใครรับรู้เลย

จากนั้นกดปุ่มทิศทางขึ้นบนแล้วกดสี่เหลี่ยมเพื่อเลือกใช้กล้องถ่ายไปที่หน้าของศพที่มีจุดเป้าหมายสีเหลืองจนสามารถยืนยันตัวตนได้ว่าเป็น Ángel López

Bagley – เสียใจด้วยนะ .. ผมยืนยันแล้วว่านี่คือ Ángel López แน่นอน
Sabine – บ้าเอ้ย .. Ángel เขารู้ดีว่ามันเสี่ยง ชั้นเองก็ด้วย แต่ไม่คิดเลยว่า DedSec ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ Mary Kelley เป็นตัวแปรที่ทำลายลอนดอนให้อ่อนแอมากที่สุด นางมันสัตว์ประหลาดชัดๆ จัดลำดับความสำคัญให้นางเป็นเป้าหมายสูงสุดของเราได้เลย
Bagley – ตอนนี้เราต้องหาไฟล์ของ Lau ให้เจออยากจะดูว่าที่ผมเดาไว้มันถูกต้องมั๊ย ..  Mary Kelley ก็คือ Zero-Day รึเปล่า?

หลังจากพบศพของ Ángel López แล้วเข้าด้านในต่อจนถึงห้องด้านในสุด จัดการศัตรู 2 คนในห้องแล้วเก็บไฟล์ของ Lau ที่อยู่ด้านในมาได้เลย

                                               Inspector Lau’s file 

                                           MERY KELLEY 

เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าแก็งค์ Kelley ตั้งแต่การตายของ peter kelley  (ถูกแทงในคุก) มีความเชื่อมโยงกับ johnny Kelley 

มีการลงทุนหนักใน eTos

- การทำธุรกรรมที่ไม่สามารถติดตามได้เพราะเป็น crypto (สินทรัพย์ดิจิตอล) .. นังนี่ฉลาด 

ตำแหน่งที่รู้: ปัจจุบันอาศัยอยู่ใน Sandstone Residence (มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง)

- หมายเหตุ: จัดการเพื่อดักฟังระบบรักษาความปลอดภัย .. ต้องออกไปตรวจสอบดู 

อสังหาริมทรัพย์ (ที่เป็นเจ้าของ): หินทรายและโกดังเก่าริมคลอง (ทำเพื่ออะไร?)

- เป็นเจ้าของอีกหลายอย่าง แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เช่นบริษัท Braden & Clery (บริษัท กฎหมายของ Kelley - ต้องการใบสำคัญในแสดงสิทธิที่ซื้อหุ้น)

ข้อสงสัย:

คนของแก็งค์หายไปในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา: มี Sasha Hadad อายุ 28 ปี , Radek Stopkewich อายุ 24 และ Darla covington อายุ 19

ตามข้อมูลระบุว่าทั้งหมดถูกส่งไปยัง EPC .. แต่เมื่อลองตามเรื่องไปที่ EPC แล้วพบว่า ไม่มีการบันทึกไว้ พบร่องรอยของผู้คนที่หายตัวไปมากขึ้น .. Kellley เอาผู้คนมาจาก EPC หรือเปล่า? ทำไปเพื่ออะไร?

Abion ใส่เกียรว่างกับเรื่องนี้  แต่ดูเหมือนพวกเขาจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น

ต้องติดต่อกับ M. เขาน่าจะมีข้อมูลบางอย่างให้ 

- อัปเดต: M ตายแล้ว พบ 0Ded ในอพาร์ทเม้นท์ของเขา พวกเขารู้ ฉันต้องลงลึกกว่านี้ และพวกเขาอาจจะมาหาฉันต่อ


Bagley – เยี่ยมมาก คุณได้ไฟล์ของ Lau มาแล้ว สารวัตร Kaitlin Lau ต้องดีใจแน่นอน เอาล่ะรีบออกมาจากที่นั่นก่อนพวกมันจะกลับมาเห็นแล้วจับตัวคุณไปสับเป็นหมูบะช่อ 

 

Kaitlin Lau – DedSec นี่ Kaitlin Lau ชั้นอยากจะ เอ่อ .. ขอบคุณ ตอนนี้ชั้นไม่เหลืออะไรนอกจากบทเรียนทางกายวิภาคศาสตร์ หรือ กองขี้เถ้า
Bagley –
คุณต้องดีใจแน่ถ้ารู้ว่าตอนนี้ สารวัตร Lau ได้รับการคุ้มกันในที่ที่ปลอดภัยแล้วและตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างพักฟื้นจากการรักษาบาดแผลการบาดเจ็บ
Kaitlin Lau –
ชั้นสบายดีแล้ว แต่ยังคงหงุดหงิดนิดหน่อยกับสิ่งที่พวกมันทำกับชั้นและรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เราได้ร่วมมือกัน แต่ที่แน่ๆ คุณมีทีมปฎิบัติการณ์ ชั้นมีข้อมูล และยังมีแรงสนับสนุนจากผู้คนอีกเล็กน้อย รวมทรัพยากรของเราเข้าด้วยกัน เราคว่ำนัง Kelley ได้แน่ !  แม้ Mary Kelley ไม่ใช่องค์กรอาชญากรที่กระจอกๆก็เถอะ
Bagley –
ผมจะซิงค์กับสารวัตร Kaitlin Lau  และเตรียมการบรรยายสรุปที่ฐานของเรา !


                        MAIN MISSION: Bloody Mary Kelley

                               The Earl’s Fortune Bar [DedSec's Safehouse]


Bagley – Mary Kelley หัวหน้าแก็งค์ Kelley องค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่และทรงอำนาจที่สุดในลอนดอน ซึ่งเป็นที่จดจำได้ไม่ยากและคุ้นชินกันอยู่แล้ว 

Kaitlin Lau – สมัยยังอยู่ใต้ร่มเงาบารมีของพ่อนาง พวกนี้ยังเป็นพวกตัวกระจิ๊บกระจ๊อยอยู่เลย จนกระทั้งพ่อนางตาย คู่แข็งของนางก็ค่อยๆหายไป ศัตรูของเธอ เพื่อนของเธอ หรือแม้แต่ครอบครัวของเธอ จนพวกเขาขนานนามเธอว่าBloody Mary 

Bagley – ในช่วงต้น Mary ได้ทุ่มเงินสดทั้งหมดของเธอไปกับ สินทรัพย์ดิจิตอล และนำองค์กรอาชญากรรมของนางเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์อย่างเต็มตัว 

Kaitlin Lau – มันทำให้ธุรกิจการลักลอบขนอาวุธเถื่อน ขนยาเสพติด การฟอกเงินทำได้ง่ายขึ้นมากโดยไม่ต้องใช้เงินสดและไม่สามารถตามรอยเงินได้ด้วย 


Kaitlin Lau – ผู้หญิงตัวคนเดียวที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่ออาชญากรรมให้ทันสมัยที่สุดในลอนดอน เธอคิดว่าตัวเองไม่สามารถแตะต้องได้ เช่นตัวอย่างนี้ จากไฟล์ของชั้นที่คุณนำกลับมาคืนให้ 

Kaitlin Lau – Sasha Hadad อายุ 28 ปี , Radek Stopkewich อายุ 24 และ Darla covington อายุ 19 ทั้งหมดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย 

Mary Kelley -  ทุกวันนี้หาความช่วยเหลือดีๆยากว่ามั๊ย? ความรักหรอ ? คนส่วนใหญ่ .. พวกเขาไม่ได้บริสุทธ์ไร้มลทิน เหมือนกับคุณ เพราะว่าพวกเขารู้สึกไร้ค่า พวกเขาควรเป็นงั้นหรอ? วิถีแห่งโลกความเป็นจริงที่ควรจะเป็น เราจะใช้คนยังไง มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวนะ ดีที่คุณยังมีจุดหมายในชีวิตอ่ะนะ ...โอ้ ดูเหมือนมีคนมาเรียกชั้นแล้วล่ะ

                                       Kaitlin Lau – เรายังคุยกันไม่จบนะ !
                                       Mary Kelley –  นี่ ! .. รู้จักมารยาทบ้างสิ 


Mary Kelley – 
โอ้ .. ขอแสดงความนับถือต่อครอบครัวของพวกเขานะ มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากถ้าต้องเสียคนที่รักไป ยินดีที่ได้คุยกันนะคุณ Kaitlin 
Kaitlin Lau – อย่าที่เห็น เธอจะไม่ยอมตอบคำถามอะไรเลย แต่มีอยู่ที่หนึ่งที่เธอรู้สึกสบายใจที่จะยอมพูดคุย …  Sandstone Residence

Bagley – สารวัตร Kaitlin Lau คิดว่าพวกตำรวจติดเครื่องดักฟังไว้ที่ฐานใหญ่ของแก็งค์ Kelleyเพราะอาจมีหลักฐานที่เรื่องการติดสินบนของบลัดดี้แมรี่
Kaitlin Lau – Sandstone คือ ศูนย์กลางในการปฏิบัติงานของพวกมัน ... ชั้นรู้ว่าข้อมูลการดักฟังนั่นจะสามารถล้มนางได้แน่นอน ไปเอามันมาให้ชั้น สาบานเลยว่าถ้าได้มาชั้นจะใช้มันมัดตัวนางแล้วจับขังลืมแบบไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย
Bagley – ผมส่งข้อมูลพิกัดไปให้ใน Optik ของคุณแล้วครับ 

เดินทางไปที่จุดหมายของภารกิจที่ Sandstone Residence ที่อยู่ของ Mary Kelley  และป็นฐานใหญ่ของแก็งค์ Kelley ในย่าน Islington & Hackney

ที่นี่จะมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาจึงไม่สามารถเข้าได้ในทุกประตูทางเข้าในแบบปกติได้เลย ทางที่สามารถแทรกซึมเข้าไปได้คือตัวตึกฝั่งซ้ายที่มีหน้าต่างชั้นบนเปิดอยู่ โดยต้องแฮกโดรนที่บินอยู่แถวนั้นเข้าไปด้านใน

Kaitlin Lau – ตัวบันทึกกล้องวงจรปิดอยู่ที่ห้อง Security Room
Bagley – การไปที่นั่นควรเป็นเรื่องง่ายๆ มันก็เหมือนกับการสำรวจช่องระบายอากาศนั่นแหละ
Sabine – นางบังคับขืนใจใช้งานพวกเขาอยากกับทาสเลย
Kaitlin Lau – เป็นอะไรที่โหดเหี้ยมมากๆ แต่แย่กว่านั้นคือพวกเขาไม่รู้ว่ากลายเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยไม่เต็มใจ

จากนั้นเปิดช่องระบายอากาศตรงมุมห้องด้านในมุดโดรนเข้าไปด้านในต่อไปยังห้องด้านในแล้วมุดเข้าช่องระบายอากาศในห้องนั้นเข้าไปต่อจนลงมาที่ชั้นทางเดินชั้นล่าง 

บินโดรนเข้ามาตรงทางลงบันไดของชั้นนี้จะพบช่องระบายอากาศให้มุดเข้าไปก็จะเข้ามาถึงห้อง Security Room

Kaitlin Lau – นางใช้ห้องนี้แหละคอยสอดส่องทั่วคฤหาสน์มาตลอดหลายปี
Sabine – แล้วคุณเคยเข้ามาที่นี่มาก่อนรึเปล่า? ถ้างั้นคุณถูกจับไปที่ห้องใต้ดินในโรงงานเผาขยะที่ Southwark นั่นได้ยังไง?
Kaitlin Lau – เราต้องการข้อมูลอะไรก็ได้ที่จะใช้ปรักปรำนางได้ เราเลยตัดสินใจจะส่งใครซักคนเข้ามาติดเครื่องดักฟังที่นี่ และชั้นไม่สามารถมอบหมายงานนี้ให้ใครได้ คุณคงเห็นแล้วว่าพวกมันทำอะไรกับคนที่จับมาจาก EPC แล้วเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบก็ยากที่จะแทรกซึมเข้าไป ชั้นเลยต้องลุยเอง แต่ชั้นไม่รู้ว่านางมีข้อมูลของเราอยู่แล้ว ทั้งทีมเลย ชั้นก็เลยต้องลุยแบบไม่เป็นทางการเพื่อหยุดข้อมูลที่รั่วไหลนั้น แต่นางรู้ก่อนแล้วว่าเรากำลังจะเข้ามา นางเลยจับชั้นมาทรมานเพื่อจะเอาข้อมูลรายชื่อสายลับทั้งหมดของเรา แต่ตำรวจไม่มีวันขายตำรวจด้วยกันแน่นอน แต่สุดท้ายนางก็ได้รายชื่อของทุกคนในทีมชั้นมาแล้วจัดการเก็บจนหมด นั่นคือเหตุผลที่ชั้นต้องจบเรื่องนี้ให้ได้ มีล้านเหตุผลเลยที่อยากทำลายโลกของนาง แต่ .. เพื่อนชั้นเองก็ตายไปเพราะพยายามจะเอาตัวนางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาแล้ว 

แก้ปริศนาเชื่อมต่อเส้นพลังงานจากห้อง Security Room ให้เชื่อมต่อไปยังพื้นที่รอบๆห้องให้เป็นสีฟ้าทั้งหมดก็จะสามารถแฮกเข้าระบบในคอมพิวเตอร์ในห้อง Security Room ได้ 


ผู้หญิง - Prosze Nie (ได้โปรด อย่า!)
Mary Kelley – โถ ..ดูสิว่าเธอทำอะไรกับตัวเองหลังจากที่ชั้นให้ทุกๆสิ่งกับเธอ 
ผู้หญิง – คุณทำกับเราเหมือนกับทาส ได้โปรดเถอะค่ะ ปล่อยชั้นไปเถอะ 
Mary Kelley – อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมน่ะหรอ? กลับไปไม่มีอะไร กลับไปอยู่ในทางตันแบบนั้นอ่ะนะ ไม่หรอกเธอไม่อยากอยู่แบบนั้นแน่ที่รัก

Mary Kelley – ไมโครชิฟนี่มันน่ากลัว ชั้นรู้ แต่ชั้นจะติดป้ายระบุตำแหน่งสินค้าของชั้นมันผิดด้วยหรอ? มีดทำครัวแล้วนี่อ่ะหรอ มันไม่ได้ติดอะไรหรอกที่รัก เพราะจะได้เชือดได้แบบที่ไม่ถูกสาวถึงตัวยังไงล่ะ  
ผู้หญิง – ได้โปรด ชั้นใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ  

Mary Kelley – ไม่เป็นไร เธอก็พูดถูกอ่ะนะ ไม่เป็นไรนะที่รัก เพราะชั้นมีงานอื่นให้เธอทำแทนนะ


                                                           อ๊ากกกก !!!!

Mary Kelley – โอ้ มีความสนใจงั้นหรอ? เห็นแล้วก็เอาไปบอกต่อกันก็ดีนะ ..แกรู้ใช่มั๊ยว่าอีกคนที่หายไปมันอยู่ที่ไหน? แล้วก็เตรียมเอาไอ้ 2 คนนี่กับพวกที่เหลือก็เตรียมขายไปให้หมดซะ

Peter – ได้ครับท่าน ตอนนี้พวกนักลงทุนจากต่างชาติก็มีติดต่อเข้ามาแล้ว เราเตรียมส่งมอบสินค้าตามคำร้องขอและทำการประสานกับลูกค้าเรียบร้อยแล้วครับ
Mary Kelley – อืมมม .. ชั้นได้กลิ่นของความคิดริเริ่ม ใช่มั๊ย Peter? การทาบทามก่อนมันเป็นเรื่องที่อันตรายมากนะ มันอาจทำให้เกิดการตีความที่ผิดพลาดได้ 

Sabine – นี่มันบ้าไปแล้ว แมรี่ได้เทคโนโลยีแบบนี้มาได้ยังไง? ฆ่าคนด้วยไมโครชิฟที่ฝังในตัวเนี่ยนะ
Bagley – บางทีมันก็มีพวกที่จิตใจผิดปกติ แต่มันก็มีพวกที่จิตใจปกติจนถึงอัจฉริยะเหมือนกับ Zero – Day ด้วยเหมือนกัน คุณว่ามั๊ยล่ะ?
Kaitlin Lau – จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกันยังไงชั้นก็ไม่สนหรอก Bagley นางกดขี่ผู้คน และทำให้พวกเขากลายเป็นทาส ที่สำคัญนางขายพวกเขาเหมือนสินค้าด้วย นี่แหละเรื่องใหญ่ .. DedSec เราต้องหยุดการประมูลค้ามนุษย์ของพวกมันเอาไว้ให้ได้ เก็บข้อมูลทุกอย่างแล้วออกจากพื้นที่ได้เลย ตำแหน่งที่ตั้งของงานจะอยู่ในบัตรเชิญ ตอนนี้นางยังไม่ได้ส่งบัตรเชิญออกไปเลย แต่ทันทีที่เธอเริ่มส่งเมื่อไหร่ ..
Sabine – Bagley คุณคอยตรวจสอบเครือข่ายโดรนเอาไว้ ทันทีที่ Mary เริ่มเคลื่อนไหวให้แจ้งเราทันที แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นพวกเราก็ตรวจสอบและเฝ้าระวังในเมืองเอาไว้ก็แล้วกัน
Kaitlin Lau – ถ้าชั้นมีอะไรที่น่าสนใจจะรีบติดต่อไปหาทันที โชคดี DedSec 

Bagley –  แต่ยังไงซะเราก็ต้องกลับไปสู่สิ่งที่สำคัญจริงๆของเรานั่นคือในการไขปริศนาของ Zero - Day พวกเขาคือใคร และทำไมพวกเขาจึงวางแผนทำให้ DedSec เป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์วางระเบิดแบบ แต่พวกคุณโชคดีที่มี AI ยอดนักสืบแบบผมเป็นเพื่อน เรื่องแรก ไม่ต้องห่วงเลยงานนี้พวกนักการเมืองสุนัขรับใช้ของ Albion ต้องจ้องตาเป็นมันแน่นอน กับอีกเรื่องที่อาจจะไม่ค่อยเหมาะในตอนนี้ แต่ก็มากพอที่อาจทำให้คุณสนใจ มันมีกลุ่ม hacktivist กลุ่มใหม่ที่ชื่อ “The 404” ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน darkweb ที่ไม่ใช่เป็นอะไรที่เล่นๆสนุกๆหรือกอบโกยเงินจากคนอื่นแบบปกติ แต่เหมือนกำลังจะสร้าง สังคมที่รุนแรง ในรูปแบบใหม่ขึ้นมา ผมส่งข้อมูลของทั้ง 2 งานไปให้ใน Optik ของคุณเรียบร้อยแล้วครับ

 Bagley – 
อ่อ แล้วก็ มี Operative คนนึงในทีมของคุณถูกจับตัวไป ผม reconstruction จากข้อมูล ctOS data ดูแล้ว เขาถูกสะกดรอยโดยพวกศัตรูของเรา ตามหาผู้หญิงที่คุณพยายามทำให้โกรธระหว่างการหลบหนีแล้วเธอจะพาไปหา Operative ของคุณ        

        

             SIDE MISSION: Shawn Colonel Kidnapped

ภารกิจย่อยที่เกิดขึ้นมาแบบสุ่มในกรณีที่ตัวละคร Operative ในทีมของเราถูกจับตัวไป ทำให้ไม่สามารถเลือกใช้งานเขาได้  โดยผู้เล่นแต่ละคนจะมีอีเวนท์นี้เกิดแบบสุ่มเวลาและสุ่มตัวละครที่โดนจับไป 

จากนั้นก็ต้องไปทำภารกิจเพื่อเข้าไปช่วยพาเขาหนีออกมาจากรังของศัตรู พร้อมกับ trophy – A Dish Best Served Cold ที่จะได้มาหลังทำภารกิจนี้เสร็จสิ้น 


หลังจากบทของ Mary Kelley แล้วจะมีบทใหม่ขึ้นมาให้เลือกต่ออีก 2 บท ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นบทไหนก่อน ระหว่าง

                                        MAIN MISSION: initiate Sequence 

Sabine ได้ขุดลึกเรื่องเครือข่าย Hacktivist กลุ่มใหม่ที่ชื่อ “The 404” ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน darkweb อยู่ขณะนี้ ซึ่งอาจมีข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับ Zero – Day และทุกคนสามารถเข้าร่วม The 404 ได้โดยยอมรับการเชื่อมต่อกับสัญญาณจากHub ctOS ของพวกเขา .. หาทางเข้าถึง Hub ของ The 404 อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าพวกเขารู้อะไรดีๆบ้าง

                                       MAIN MISSION: Gap in the Armour 

Dedec เลือกที่จะดูบทบาทของ Albion ในการโจมตีเมืองลอนดอนด้วยความโหดเหี้ยมในบทบาทของ Zero – Day แบ็กลีย์พบพันธมิตรที่เป็นไปได้ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการเปิดเผยแผนการของอัลเบียน อดีตพนักงานของ Albion ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใกล้ชิดกับ Nigel Cass CEO ของ Albion

                                            404 CHAPTER

                                              FAMILY BUSINESS

 

                          MAIN MISSION: initiate Sequence


404 – ลอนดอน นี่คือ 404 เครื่อข่าย Hacktivist เจ้าแรกที่ส่งข้อมูลตรงจากบุคคุลสู่บุคคลโดยไม่ผ่านตัวกลาง เพื่อความเท่าเทียมกันในการรับรู้ข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์  ขอต้อนรับทุกคน ถ้าคุณอยากได้ความแตกต่าง จงเข้าร่วมกับเรา เราจะกำจัดความเลื่อมล้ำจากชนชั้นสูง ทีละคน ทีละคน จนหมด 

Hacktivist เกิดจากคำว่า Hacker + Activist มีความหมายถึงกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ใช้เทคโนโลยีในการแฮกข้อมูล อาจจะเคลื่อนไหวตามลำพังหรืออาจทำงานรวมกันเป็นกลุ่ม Hacktivist มีเป้าหมายในการเคลื่อนไหวหลายประเด็น ทั้งต่อต้านเผด็จการ ความอยุติธรรมของทุนนิยม และอีกมากมาย แต่โดยรวมแล้วเป็นการต่อต้านเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านความเสมอภาคและเสรีภาพ เช่นกลุ่ม Anonymous ที่โด่งดัง

Sabine – ฮ่าๆ เจอนี่ใน Dark web ดูเหมือนนังหนูสุดเท่นี่กำลังจะสร้างกลุ่มแฮกเกอร์ขึ้นมา ตอนนี้เนี่ยนะ แต่ พวกเขาอาจมีประโยชน์ในการต่อสู้ของเรา ก็ยินดีต้อนรับ เราคงต้องแทรกซึมเข้าไปใน 404 ถ้าเราผูกสัมพันธ์กับพวกเขาได้ เราก็จะได้ทรัพยากรอันมีค่าของพวกเขามาด้วย  
Bagley –  ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี พวกเขาอาจจะช่วยเราจัดการ Zero – day ได้ง่ายขึ้นก็ได้ หรืออาจจะดีกว่านั้น บางทีพวกเขาอาจเป็น Zero – Day ซะเองก็ได้ ทางเดียวที่จะรู้คือต้องลองหาทางติดต่อพวกเขาดู ผมลองสอดส่งไปตามท้องถนนด้วย ctOS ก็พบภาพ Graffiti ของพวก 404 อยู่ เหมือนพวกเขาทำขึ้นเพื่อบอกถึงอนาเขตของตัวเองอะไรแบบนั้นแน่ๆ เดี๋ยวผมจะส่งพิกัดไปให้คุณเข้าไปตรวจสอบนะ 

เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Camden High Street แล้วเข้าไปที่ ctOS hub ที่มีสัญลักษณ์ของกลุ่ม 404 เพื่อดาวโหลดการเชื่อมต่อ

404 – ถ้าคุณกำลังฟังอยู่ นั่นแปลว่าคุณกำลังอยากรู้เกี่ยวกับเรา 404 จงรู้เท่าที่เราอยากให้รู้ ทำตามที่เราบอก แล้วเดินทางไปที่ walkie – Talkie Club คลับของพวก Kelley ซึ่งก็ไม่ใช่ที่ลึกลับอะไร แต่ที่นั่นกลับมีความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผย  

เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ walkie – Talkie Club ในเมืองลอนดอน แล้วขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน

Bagley – อ่า คุณมาถึง walkie – Talkie Club แล้ว สถานที่สำหรับผู้ที่มีเงินมากกว่าจิตสำนึก ก่อนที่ต้องสูญเสียมันไปทั้งสองอย่างไป
404 -
walkie – Talkie Club เป็นที่ที่พวกคนรวยหัวขวดแวะเวียนมาอยู่ตลอด รวมถึงหัวหน้าแก็งค์ Kelley ด้วย เป็นที่ที่เหมาะสมในการหาข้อมูลสำหรับใช้ในการแบล็กเมลเป็นอย่างยิ่ง หา AI ที่ใช้บันทึกข้อมูลที่อยู่ที่นี่แล้วดูด้วยตาตัวเองว่ามันมีความชั่วร้ายอะไรซ่อนอยู่บ้าง 

สิ่งที่ต้องคือค้นหา Facial Recognition AI ที่อยู่ในบาร์นี้ โดยใช้ Spiderbot มุดเข้าไปในช่องระบายอากาศตรงทางขึ้นบันไดฝั่งขวาลงไปที่ห้องด้านล่าง 



แล้วมุดเข้าช่องระบายอากาศด้านขวาของประตูห้องที่ปิดเข้าไปที่ห้องทำงานด้านใน แล้วโดดขึ้นไปมุดเข้าไปในช่องระบายอากาศที่อยู่ด้านบนตู้เอกสารต่อก็จะเข้ามาถึงห้องที่เก็บ Facial Recognition AI ได้แล้ว 

Bagley – ว้าว จากการที่คุณต้องใช้พยายามอย่างมากเพื่อเข้าถึงมันจนสำเร็จ และตอนนี้ที่เราได้มาก็คือ ... ว่างเปล่า ..ไม่มีอะไรเลย เพราะนี่ไม่ใช่ AI ..  จริงๆแล้ว AI ไม่ได้อยู่ที่นี่ มันเป็นแค่ relay สำหรับส่งข้อมูลออกไปภายนอกคลับแค่นั้นเอง เดี๋ยวผมจะหาเองว่ามันอยู่ที่ไหน ส่วนคุณก็ออกมาจากที่นั่นให้ปลอดภัยก็พอ

Bagley – ผมลองขุดหาข้อมูลดูแล้วดูเหมือน Facial Recognition AI สร้างโดยบริษัท Broca Tech
Sabine –
Broca Tech หรอ? บริษัทผลิต Software รายใหญ่ที่สุดในสามโลกอ่ะนะ แต่พวกเขามือสะอาดมาตลอดนะ ถ้าเขาซื้อข้อมูล Blackmail จากแก็งค์ Kelleys รับรองได้เป็นข่าวใหญ่แน่นอน
Bagley –
ทุกข้อมูลที่ AI บันทึกได้ทั้งหมดถูกส่งตรงไปที่ศูนย์ใหญ่ของ Broca Tech เราต้องไปที่นั่นเพื่อสืบดูแล้วล่ะ 

            เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ ศูนย์ใหญ่ของ Broca Tech ใน Westminster 

Bagley – คุณเดินทางถึง Broca Tech แล้วสินะ บริษัทผู้นำด้านนวัตกรรมซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี AI ก่อตั้งโดย Skye Larsen CEO ของบริษัทที่อายุเพียง 25 ปีเท่านั้น 

         * Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของ Albion *

-หากปลอมตัวด้วยชุดของเจ้าหน้าที่ Albion แล้วจะสามารถผ่านบาเรียตรวจจบที่ประตูทางเข้าด้านหน้าได้เลย 

- เข้ามาด้านในแล้วเดินเลาะไปขึ้นบันไดฝั่งซ้ายไปชั้น 2 จะพบห้องเป้าหมายที่มี Facial Recognition AI อยู่ด้านใน แต่ประตูห้องถูกปิดล็อกอยู่

- การจะปลดล็อกประตูได้ต้อง แฮกกล้องวงจรปิดบนเพดานด้านในห้องแล้วใช้มุมกล้องปรับแก้ปริศนาเปลี่ยนเส้นพลังงานให้เชื่อมต่อกันเป็นสีฟ้าให้หมดก็จะเปิดประตูได้ ก็จะสามารถเข้าไปด้านในเพื่อดึงข้อมูลของ Facial Recognition AI ได้

Bagley – เอาล่ะ ผมได้ข้อมูล Blackmail ทั้งหมดมาแล้ว และ คนพวกนี้แม่งน่าขยะแขยงมากบอกเลย ผมว่าครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับนักการเมืองจะยังชื่นชอบพวกมันอีกมั๊ยถ้าข้อมูลการเข้าร่วม ** S&M  ของพวกมันออกสู่สายตาของสาธารณะชน ซึ่งก็ต้องมาค้นหากันว่าข้อมูล Blackmail พวกนี้รั่วไหลออกมาได้ยังไง

** S&M ก็หมายถึง Sadism(ซาดิซึ่ม) พวกชอบทรมานคนอื่น และ Masochism(มาโซคิซึ่ม) พวกที่ชอบให้คนอื่นมาทรมานตัวเอง

              หลังจากได้ข้อมูลทั้งหมดออกมาแล้วก็ออกจากพื้นที่ตึก Broca Tech ได้เลย 

Bagley – เหมือนจะมีบางคนส่งไฟล์วีดืโอที่ชื่อ Thankyou.mp4 มาให้เราด้วยนะ อย่างน้อยๆก็มีงานนึงที่มีคนขอบคุณเราอ่ะนะ 

404 – ตอนนี้คุณผ่านการทดสอบแรกในการติดต่อกับ 404 เครื่อข่าย Hacktivist เจ้าแรกที่ส่งข้อมูลตรงจากบุคคุลสู่บุคคลโดยไม่ผ่านตัวกลาง เพื่อความเท่าเทียมกันในการรับรู้ข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ชั้นเป็นแอดมินของเครือข่ายนี้ เป็นผู้ให้การติดต่อ นั่นคือทั้งหมดที่คุณรู้เกี่ยวกับชั้น ชันไร้ตัวตน ชั้นคือ Nowt ผู้ไม่เคยอยู่ที่ไหนซักแห่ง และตอนนี้ชั้นกำลังจะติดต่อกับคุณผ่าน Optik เป็นครั้งแรก ไหนดูซิว่าคุณคือใคร

404 – เดี๋ยวนะ นี่คุณคือพวก DedSec ใช่มั๊ยเนี่ย ? เอาจริงดิ ! อนาคตอันสวยงามกำลังยิ้มตอนรับเราแล้ว DedSec โลกแม่งกำลังห่วยชิบหายแตเราสามารถช่วยกันทำในสิ่งที่ถูกเพื่อให้มันดีขึ้นได้จริงมั๊ย ตอนนี้ชั้นอยู่ที่ Somerset House กำลังเฝ้าดูใครบางคนที่กำลังทำชั่วอยู่ ตามหาชั้นให้เจอ แล้วค่อยมาคุยกัน 

Bagley – ผมลองค้นหาจากชื่อ Nowt และใบหน้าของนางตามข้อมูลฟื้นฐานตามปกติแล้วแต่ไม่พบอะไรเลย โอ้ใช่ Nowt ผู้ไม่เคยอยู่ที่ไหนซักแห่งซินะ เข้าใจแล้ว
Sabine –
ดูแล้วก็น่าจะคุ้มค่าที่จะเสี่ยง ตามความเห็นของชั้นคิดว่านางเป็นแฟนตัวยงของ DedSec เลยล่ะ มีความเป็นไปได้มากที่เธอจะเป็นมิตรมากกว่าศัตรู
Bagley –
แล้วถ้าเธอไม่ใช่ Zero – Day เธออาจจะรู้ว่ามันเป็นใครก็ได้ ไม่ก็นางนั่นแหละคือ Zero – Day แล้วเป็นกับดักล่อเราเข้าไปหา แต่ไม่ว่าจะทางไหน เราก็ต้องการข้อมูลใหม่เพิ่มอยู่ดี 


                            MAIN MISSION: 404 Not Found

เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Somerset House ใน Westminster เป้าหมายคือ ลอบเข้าไปแฮกระบบของ AV Server ของ Nowts 


- งานนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้ Uniformed Access ในการแฝงตัวเพราะพื้นที่และเป้าหมายไม่ได้กว้างมา เดินมาตรงทางเข้า Somerset House ได้เลย จากนั้นแฮกปิดระบบบาเรียตรวจจับที่ประตูหน้าที่อยู่ตรงพนังฝั่งขวาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของยามให้หันหลังไปดู



-แล้วใช้ Spiderbot ลอบเข้าไปมุดเข้าช่องระบายอากาศที่อยู่ฝั่งซ้ายของทางเข้าเพื่ออ้อมออกไปฝั่งซ้ายก็จะสามารถเข้าไปถึงห้องควบคุมการถ่ายทอดสดที่ ctOS hub ของ Somerset House ตั้งอยู่ เข้าไปแฮกเพื่อเข้าถึง  AV Server ของ Nowts ได้เลย 


Shawn – ไง Nowt ?
Nowt – อ้าว ไง 
Shawn – กำลังยุ่งอยู่หรอ?
Nowt – ห๊ะ อ่อ ไอ้หมอนี่อ่ะหรอ?  ช่ายๆ เขาคิดว่าชั้นบุกรุกเข้ามาน่ะ ชั้นก็เลยซัดซะเลย 


Nowt – เอาล่ะ เกี่ยวกับข้อความที่ชั้นส่งให้พวกคุณน่ะ คือชั้นค่อนข้างตื่นเต้นนิดหน่อย ..เงียบโว๊ย !! ....ชั้นกำลังตรวจสอบการทำสัญญาระดับบิ๊กนี้อยู่ มันสำคัญกว่าที่คนทั่วไปที่จะทำข้อตกลงนี้กับ 404 ได้เลยนะ ข้อตกลงนี้มันแตกต่าง และอันตราย 
Shawn – เขาคือใคร?
Nowt – แล้วชั้นจะบอก แต่ก่อนอื่น ชั้นต้องเชื่อใจพวกคุณก่อน และคุณก็ต้องเชื่อใจชั้นด้วย รู้มั๊ย? ที่นี้ ชั้นจะส่งคุณไปที่ การทำสัญญากับ 404 ในพิกัดต่อไป เรามาทำความรู้จักกันสักหน่อยก่อนดีกว่า
Shawn – เป้าหมายในการทำข้อตกลงนี้คือใคร? แล้วพวกเขาสมควรได้รับความโกรธเกรี้ยวของคุณจริงรึเปล่า?
Nowt – โอ้ นั่นไง ถามเข้าประเด็นพอดีเลย .. เชื่อใจกันหน่อยดิ ชั้นทำการบ้านมา ชั้นรู้นอกในดีแล้วน่า ในทุกที่ที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไม่ว่าจะในลอนดอนหรือทั้งโลก ทุกอย่างจะดีขึ้นมากด้วยความช่วยเหลือของเรา เอาล่ะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ชั้นคงต้องรีบชิ่งก่อนที่เขาจะเริ่มฟื้นตัวอ่ะนะ ..แล้วค่อยคุยกัน !


Bagley – สรุปว่านางไม่ได้วางกับดักไว้ ดูเหมือนเราอาจจะได้พัทธมิตรที่มีศักยภาพมาร่วมต่อสู้ก็ได้ ถ้าคุณจะทำธุรกิจกับ Hacktivist กลุ่มนี้จริงๆผมก็จะช่วยซับพอร์ทก็แล้วกัน อันที่จริงแล้วเพราะผมไม่มีทางเลือกมากกว่าอ่ะนะ 


         จากนั้น เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Nexus Tower ในย่าน Southwark ต่อ 


Nowt – Nexus Tower มี Quantum Computer ที่พวก Albion ใช้อยู่ พวกมันใช้ในการจำลองการตอบสนองของพลเรือนต่อเหตุการณ์ใหญ่ๆที่เกิดขึ้นทั้ง การจับกุมประชาชนจำนวนมาก ,การเนรเทศ ,การวางระเบิด ..ทำลาย Quantum Computer นั่นซะ นี่คือเงื่อนไขของข้อตกลง 

             * Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของ Albion *



- แต่ก็สามารถที่จะไม่ต้องเสี่ยงแฝงตัวเข้าไปในตัวตึกเองก็ได้ โดยออกไปทางซ้ายของประตูทางเข้าตึกด้านหน้าจะพบบันไดขึ้นไปชั้นบนที่มีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่อยู่


- ใช้ Spiderbot เข้ามาด้านในจะพบ Quantum Computer อยู่ในห้องที่ถูกปิดล็อกอยู่ไม่ไกล สามารถใช้ Spiderbot มุดเข้าช่องระบายอากาศข้างประตูเข้าไปในห้องได้ 


- ด้านใน Quantum Computer จะถูกระบบรักษาความปลอดภัยล้อมอยู่พร้อมปืนกลอัตโนมัติที่อยู่รอบๆอีก 2 กระบอก ถ้ามี Skill ปิดระบบหรือทำให้ปืนเป็นพวกยิงศัตรูแทน ก็จัดการปิดระบบหรือใช้ปืนกลให้เป็นประโยชน์ยิงศัตรูให้หมดก่อน


- การจะลบข้อมูลของ Quantum Computer นั้น ถ้าให้ถูกวิธีคือต้องปรับแก้ปริศนาเปลี่ยนเส้นพลังงานที่อยู่รอบๆให้เชื่อมต่อกันเป็นสีฟ้าให้หมดก็จะสามารถปลดระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าไปลบข้อมูลเป้าหมายได้โดยไม่มีถูกจับได้ แต่ถ้าขี้เกียจก็สามารถฝ่าบาเรียรักษาความปลอดภัยเข้าไปลบข้อมูลของ Quantum Computer ได้เลย ที่เหลือก็รอเวลาจนลบเสร็จ 100% แล้วก็หนีออกจากพื้นที่ได้เลย 

เดินทางต่อไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ GBB house ในย่าน Camden เพื่อทำตามเงื่อนไขข้อตกลงของ 404 ในจุดสุดท้ายต่อ 


Bagley – อ่า GBB สำนักข่าวสาธารณะที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ ถือว่า "ค่อนข้างห่วย" ที่นี่คุณจะพบตำแหน่งเงื่อนไขข้อตกลงสุดท้ายของ 404


- จุดหมายของภารกิจนั้นคือ แฮก ctOS hub ของ GBB House  ที่อยู่บนดาดฟ้าของตึกและการจะขึ้นไปโดยผ่านภายในตึกนั้นไม่สามารถทำได้เพราะมีระบบป้องกันอย่างแน่นหนา การจะขึ้นไปชั้นดาดฟ้านั้นสามารถทำได้โดย ใช้ลิฟต์ข้างตึกในการขึ้นไป หรือ ใช้ตัวละครที่มี Cargo Drone บินขึ้นไป 

- เมื่อขึ้นมาจนถึงดาดฟ้าแล้วเข้าไปที่ตึกที่เป็นที่ตั้งของ ctOS hub ของ GBB House ซึ่งเป็นจุดหมายของภารกิจแล้ว 


จัดการแฮกกล้องวงจรปิดด้านในตัวที่ใกล้กับคอมพิวเตอร์ที่มี Access Key มาก่อนเพื่อทำการดาวโหลดรหัสที่ใช้เปิดประตูห้องเก็บ ctOS hub 


- ใช้ Spiderbot มุดเข้าไปในรอยแตกของกำแพงด้านขวาของอาคารเป้าหมายเพื่อเข้าไปแฮก ctOS hub ของ GBB House ที่อยู่ด้านใน 


เพื่อเชื่อมต่อกล้องใน Hall A ดู Private Event ของบริษัท Broca Tech โดย Skye Larsen CEO ของบริษัทกำลังกล่าวสุนทรพจน์กับผู้ถือหุ้นอยู่


Skye Larsen – ทุกๆสิ่งที่เป็นคุณนั้นอยู่ในสมองของคุณ ความรักของคุณ ความกลัวของคุณ ความฝันของคุณ หรือแม้กระทั่ง เรื่องทะลึ่งตึงตังของคุณ เป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ยิงไปมาระหว่างหูของคุณ ที่นี่ ตรงนี้ มันมีพลังมหาศาลมากกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องใดในโลก แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังมีข้อจำกัด ชั้นเองต้องทนดูแม่ที่ต้องต่อสู้กับโรคเซลล์ประสาท และเธอพ่ายแพ้ มันทำให้ชั้นตระหนักถึง ความตาย ที่มาสู่เราทุกคน แต่ ถ้าเราสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ล่ะ? แล้วถ้าเราสามารถสแกนสมองคุณแล้วอัพโหลดระบบประสาททั้งหมดของคุณเอาไปเก็บไว้ใน Cloud ล่ะ? นั่นหมายถึง จุดจบของความตาย ซึ่งเป็นความเจ็บปวดของมนุษย์ และ เป็นจุดเริ่มต้นของสังคมยุคใหม่ ที่ไร้ซึ่งสงคราม การกดขี่ หรือสิ่งใดๆก็ตามที่เราเคยกังวลในอดีต


Skye Larsen – สวัสดีค่ะ ชั้นชื่อ Skye Larsen  เป็น CEO ของ Broca Tech และนี่คือ Daybreak  (อรุณรุ่งของวันใหม่) ตอนนี้ ทุกคนสามารถลงทะเบียนเพื่อจองคิวกับเราได้ ชั้นมั่นใจว่าคุณต้องกระตือรือร้นว่า Daybreak มันทำงานได้ดีจริงหรือเปล่า แต่ก่อนที่เราจะทำแบบนั้น ชั้นอยากจะบอกว่า ช่างเทคนิคที่บอร์ดของเราต้องการจะตัดการ  live feed แบบเรียลไทม์ออกทั้งหมด เราไม่ต้องการให้กิจกรรมหรือใคร ๆก็ตาม ที่ไม่ได้รับเชิญบันทึกความลับทางการค้าเหล่านี้ของเรา  ........   Daybreak คือ ระบบประมวลผลของภาพด้วยการสแกน ......


Nowt – เอาล่ะ DedSec พวกคุณผ่านเงื่อนไขข้อตกลงอันสุดท้ายของเราแล้ว 
Dalir – สรุปว่าคุณต้องการจะล้ม Skye Larsen สินะ ?
Nowt – โอ้ ชั้นอยากทำมากกว่านั้นอีก ปัญหาคือ ไม่มีใครเคยเห็น Skye Larsen ออกมาในที่สาธารณะมากกว่า 2 ปีแล้ว และคุณไม่สามารถจะฆ่า hologram ได้ ชั้นเลยต้องพยายามตามหาตัวเธอให้ได้เพื่อกำจัดเธอซะ ชั้นเจอบ้านของเธอในลอนดอน แต่มันก็ อ่ะนะ 
Lloyd  - เดี๋ยว ช้าๆลงนิดนึง สูดให้ใจเข้าลึกๆก่อน ค่อยๆคิด รู้มั๊ยคุณพูดอะไรออกมา Larsen เป็นหนึ่งในแรงบรรดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของเรามาตลอดเลยนะ แล้วเธอก็เป็นคนสร้าง Bagley ด้วย เธอไปทำอะไรถึงต้องกำจัดเธอด้วย
Nowt – เพียบบบเลยล่ะ ถ้าอยากรู้ก็ลองไปดูเองก็แล้วกัน แมนชั่นเธออยู่ใน Westminster ลองเข้าไปสืบดูก็รู้เอง 


                               MAIN MISSION: Coming Home 


เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Wernicke House บ้านของ Skye Larsen  CEO ของ Broca Tech ในย่าน Westminster 


Bagley – เอาล่ะ ตอนนี้คุณมาถึงบ้านของ Skye Larsen  CEO ของ Broca Tech ในลอนดอนแล้ว เธอทิ้งชื่อเสียงไปเมื่อ  2 ปีก่อนจากนั้น Larsen ก็หยุดแสดงต่อตัวต่อสาธารณะชนอีกเลย ขอให้โชคดีในการเข้าไปนะครับ 

          * Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของ Albion * 


ด้านหน้าทางเข้าบ้านนั้นมียามดูแลอยู่แค่คนเดียว ซึ่งไม่มีปัญหาในการจัดการแน่นอน แต่การจะเข้าไปด้านในนั้นจะไม่สามารถปีนรั้วได้และประตูทางเข้าก็ถูกปิดกั้นด้วยระบบรักษาความปลอดภัย วิธีที่จะเข้าไปคือเรียก Drone จากจุดเรียกโดรนที่อยู่ที่ตึกฝั่งขวาของบ้าน 


เรียก Cargo Drone เพื่อใช้พาบินข้ามรั้วไปด้านใน แล้วใช้โดรนบินเพื่อปรับแก้ปริศนาเปลี่ยนเส้นพลังงานที่อยู่รอบๆตัวบ้านให้เชื่อมต่อกันเป็นสีฟ้าให้หมดก็จะสามารถปลดระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าไปด้านในบ้านได้


Home AI: ขอต้อนรับกลับบ้าน คุณ Skye Larsen  ชั้นดีใจมากที่คุณกลับมาอีกครั้งหลังจากลางานไปนาน Skye คุณไม่ได้ทำงานใน Lab มาซักพักแล้ว ชั้นอัพเดทโปรเจคสำคัญของคุณให้แล้ว ถ้าพร้อมจะทำงานแล้วได้โปรดลงไปชั้นล่างได้เลย ชั้นได้เชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Broca Service center ถ้าคุณไม่พอใจกับระบบการทำงานของบ้าน 


Home AI: กุญแจเปิดใช้งาน ลิฟต์ปลดล็อค ห้องทดลองชั้นใต้ดินสามารถเข้าถึงได้แล้ว 

เมื่อเดินเข้าในบ้าน Skye Larsen แล้ว ขึ้นบันไดไปชั้นบนเข้าห้องควบคุมเปิดระบบควบคุมแล้วเข้าไปขึ้นลิฟต์แก้วลงไปยังห้องทดลองใต้ดินได้เลย 


Shawn – พระเจ้า คุณเห็นนี่มั๊ยเนี่ย?
Bagley – คุณอยู่ใต้ดินลึกมากเลยไม่มีสัญญาณจะสื่อสารได้ ดูเหมือนคุณต้องรวบรวมข้อมูลหลับฐานทั้งหมดเท่าที่เจอด้วยตัวเองแล้ว 
Home AI: ชั้นได้สร้างการทดสอบเก่าในอดีตบางอย่างที่คุณทำค้างไว้ขึ้นมาใหม่เผื่อคุณอาจต้องการกลับมาทบทวนอีกครั้ง หวังว่าพวกเขาจะยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้คุณได้

Home AI: ประตูทางเข้าล็อกอยู่ ต้องการรหัสในการปลดล็อก บางทีคุณอาจอยากลองสนุกกับการเดินเล่นรอบๆสวนดูก่อนนะ Skye 

เดินเข้าไปสำรวจตรงซุ้มนั่งเล่นในสวนหน้าบนจะพบสายรัดข้อมูลของโรงพยาบาลตกอยู่ ระบุชื่อว่าเป็นของ Sinead Larsen พร้อมหมายเลข 4531 


Sinead – พาแม่เข้าไปข้างในเถอะแม่เหนื่อยแล้ว 
Skye – เพิ่งออกมานั่งที่ศาลานี่แค่แปบเดียวเองก็อยากเข้าบ้านแล้วหรอคะ รู้สึกไม่ดีหรอคะ ?
Sinead – ที่นี่มันไม่ใช่บ้านชั้น มันเป็นสิ่งชั่วร้าย 
Skye – หนูต้องขอโทษด้วยถ้าแม่ไม่ชอบที่นี่ มันเคยเป็นที่ทำโปรเจคของหนูน่ะ 
Sinead – เสียเงินเสียทองเปล่าๆ 
Skye –  จะไปสนปัญหาขององค์กรที่โง่เขลานี้ทำไมคะ ? ฟังนะ หนูรู้ว่าแม่กลัว หนูก็กลัว แต่หนูจะไม่มีวันทิ้งแม่จนกว่าแม่จะดีขึ้น 
Sinead – ดีขึ้น? เดี๋ยวนี้หนูรู้ดีกว่าหมอแล้วงั้นหรอ? โรคนี้มันไม่มีทางดีขึ้นหรอก ไอ้สายรัดข้อมือบ้านี่มันเปื้อนเลือดแล้ว
Skye –  แม่ทำอะไรเนี่ย ? 
Sinead –  ตอนนี้ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีหมออีกแล้ว 
Skye –  เฮ้ออ ... หนูจะดูแลแม่เอง 

Bagley – ดูเหมือนจะมีใครทิ้งรหัสไว้ที่สายรัดข้อมือนั่นนะ บางทีมันอาจเป็นรหัสเปิดประตูเข้าบ้านก็ได้ 

        จากนั้นเข้าไปสำรวจประตูหน้าบ้านอีกครั้งก็จะสามารถเปิดเข้าไปด้านในบ้านได้แล้ว 


Skye – แม่คะ ขั้นตอนการทำแผนที่ประสาทมีความปลอดภัยมากๆนะ
Sinead – นี่ลูกเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย แม่บอกว่าไม่ไง นั่นคือครั้งสุดท้าย ! แม่อยู่ที่โรงรถ แม่เห็นว่าลูกทำอะไรกับ Ada 
Skye – Ada ยังไม่ตายและสบายดีค่ะแม่ 
Sinead – ลูกเรียกอะไรแบบนั้นว่าคือ การมีชีวิต งั้นหรอ Skye ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย? แม่จะไม่มีวันเป็นตัวทดลองตัวใหม่ของการทดลองบ้าๆของลูกแน่นอน !
Skye – การทดลองบ้าๆงั้นหรอ? หนูเนี่ยนะบ้า ทำไมแม่ถึงคิดอย่างงั้น?
Sinead – Skye ฟังแม่นะ ลูกต้องไม่ทำแบบนี้ แม่ขอล่ะ แม่ยังเป็นแม่ของลูกอยู่นะ 

      จากนั้นเข้าไปในห้องครัวเก็บรูป My Family ที่แปะอยู่หน้าตู้เย็น แล้วออกไปที่โรงรถต่อ  


Home AI: ชื่อตัวอย่าง Ada สายพันธุ์ Border Collie 
สถานการณ์อัพโหลดระบบประสาท มีชีวิตอยู่อย่าง ดี 
Shawn – Larsen นางคงบ้าไปแล้ว นี่มันตัวประหลาดชัดๆ 

เก็บปลอกคอหมาชื่อ Ada บนโต๊ะซึ่งตอนนี้ Larsen ได้ถ่ายเทคลื่นสมองของมันไปอยูใน Spiderbot เรียบร้อยแล้ว เข้าไปปิดระบบให้มันตายอย่างสมบูรณ์แล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 ของบ้านแล้วจะสามารถเข้าห้องแรกหน้าทางขึ้นบนไดได้แล้ว


Home AI: คุณอยากจะงีบพักผ่อนซักหน่อยหรอ? ชั้นช่วยปรับแสงให้ได้นะ
Shawn – สาบานได้ว่านี่ห้องของ Skye Larsen แทบดูไม่ออกเลยจริงๆ อะไรทำให้เธอเปลี่ยนไปจากตอนวัยรุ่นจนโตมาเป็นบ้าขนาดนี่นะ

หยิบรูป Skye ตอนวัยรุ่นกับแม่ของเธอบนโต๊ะ และแผ่นโน้ตที่ติดบนพนัง เขียนว่า แม่ขอโทษที่ทำให้ถ้วยรางวัลของลูกตกแตกมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ 

(พร้อมเลขรหัส 4 หลักที่ลงท้ายด้วย 8) จากนั้นเดินออกไปที่ประตูบานที่ 3 สุดทางเดินก็จะสามารถเปิดเข้าไปได้แล้ว


Sinead – ไม่ ไม่เอายา ... ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้? ...
Skye –  มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเห็นมั๊ยล่ะ?
Sinead –... ลูกกล้าดียังไงถึงทำแบบนี้ ? ...
Skye –  ชูวว ! ทุกอย่างถูกควบคุมไว้หมดแล้ว ไม่เป็นไรแม่ หนูอยู่นี่ ในบ้านของแม่ไง
Sinead – ที่นี่ไม่ใช่บ้านชั้น ที่นี่คือ ...

สำรวจเก็บกล่องใส่ยาระงับประสาทที่มีฤทธิ์แรงสูงที่ใช้แล้วด้านใน จากนั้นออกจากห้องแล้วกลับลงไปชั้นล่างแล้วเข้าประตูทางขวาของบันไดจะสามารถเปิดเข้าไปในห้องได้แล้ว


ในห้องจะพบแคปซูลที่บรรจุร่างทดลองที่ Skye ใช้ในการทดลองย้ายเซลประสาทไปที่ AI 4 ร่าง หนึ่งในนั้นก็คือแม่ของเธอเอง Sinead Larsen 

เก็บการ์ด Get well Soon (พร้อมเลขรหัส 4 หลักที่หลักแรกเริ่มต้นด้วย 5) แล้วเข้าไปสำรวจด้านในห้องต่อ


Skye –   ขั้นตอนการทำแผนที่ประสาทสิ้นสุดเวลา 13:27 น. ผู้ทดลองถึงแก่กรรมเวลา 13:29 น. ซึ่งเป็นเวลา 2 นาทีหลังการเสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นการปรับปรุงที่สำคัญในช่วงแรก ๆ  ถือว่าตัวเองโชคดีแล้วค่ะแม่ 

จากนั้น เก็บ Tablet ตรงหน้าจอมา (ซึ่งเป็น Tablet ที่พังเสียหายมากจน Bagley ไม่สามารถกู้ข้อมูลได้ แต่ มีใครบางคนกำลังเฝ้ามองอยู่และรับรู้ว่าคุณหยิบมันขึ้นมา) แล้วเข้าไปในห้องทดลองด้านในสุดต่อ

 
Skye – 
 วันที่หนึ่งของขั้นตอนการลบระบบประสาทของร่างทดลองที่หนึ่ง Sinead Larsen กำลังเปิดใช้งานแล้ว 
Sinead – Skye แม่อยู่ที่ไหน ทำไมมองไม่เห็นอะไรเลย 
Skye –  ตัวอย่างทดลองเริ่มรับรู้ถึงการมองเห็นแล้ว สามารถดูได้จากใน Code แผนที่ประสาทนั้นยังคงอยู่และทำงานได้อย่างสมบูรณ์
Sinead – ตัวอย่างทดลองงั้นหรอ?
Skye –  เริ่มขั้นตอนการลบรหัสแล้ว 
Sinead –  ทำไม โอ้พระเจ้า ..ลูกไม่เชื่อฟังแม่แล้วหรอ !


Skye –  พอได้แล้วค่ะแม่ 
Sinead – ลูกรักได้โปรด อย่าทำแบบนี้กับแม่เลย ปล่อยให้แม่ตายอย่างสงบเถอะ ..
Skye –  ที่ผ่านมาแม่ไม่เคยเชื่อหนูเลยซักครั้ง แต่ตอนนี้แม่เชื่อหนูแล้วสินะ 



Skye –   วันที่ 2 .. Moter strip (พื้นที่มอเตอร์สตริป (Moter strip) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย)  คงไม่จำเป็นต้องใช้งานอีกแล้ว คอนโทรล A .. ลบออกได้เลย 
Sinead – ชั้นรู้สึก .......


Skye –   วันที่ 12 ..
Sinead –  ฮือออออๆๆๆๆ
Skye –   เราจะเก็บรักษา Limbic Code (ส่วนควบคุมพฤติกรรมที่ตอบสนองต่ออารมณ์) เอาไว้ก่อน แค่ตอนนี้ การตอบสนองทางอารมณ์เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก 
Sinead –  ได้โปรดดดด


Skye –   วันที่ 20  .. เอา  frontal lobe (สมองกลีบหน้า (Frontal lobe) ทำหน้าที่เกี่ยวกับสติปัญญาการตัดสินใจ การมีเหตุผลการแก้ปัญหาควบคุมการเคลื่อนไหว) ออก  .. ระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ของชั้นคงไม่ต้องคิดถึงตัวเองหรอกนะ 
Sinead –  Skye ได้โปรด ลูกก็รู้นี่ว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ..
Skye –   Temporal Code (สมองกลีบขมับมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบความจำทางการมองเห็นและการประมวลความรู้สึกจากการมองเห็น) ด้วย ปรับลดฟังก์ชันของภาษาลงหน่อย 


Skye –   วันที่ 29  ..เราได้ลบ Limbic Code (ส่วนควบคุมพฤติกรรมที่ตอบสนองต่ออารมณ์) ออกไปทั้งหมดแล้ว 
Sinead – ต้องการให้ช่วยอะไรหรอ Skye ?
Skye –   ช่วย ปิด – เปิดไฟให้หน่อยสิ ...ดีมาก ..ลองเปิดเพลงซักเพลงสิ คุณรู้ดีนี่ว่าชั้นชอบเพลงอะไร ..น่ารักมาก ดูเหมือนว่าการปรับแต่งจะได้ผลที่ดีมากเลย จริงมั๊ยแม่ ?


Shawn – แม่งเอ้ย เป็นแม่เป็นลูกกันภาษาอะไรวะเนี่ย ?
Bagley - มันอธิบายถึงกระบวนการในการทดลองของเธอว่า เธอใช้จิตใจของมนุษย์มาเป็นแบบจำลองแล้วตัดส่วนต่างๆออกจนกว่าเธอจะสามารถควบคุมได้
House AI : ได้โปรด ช่วยชั้นด้วย …


Shawn – คุณรู้ดีว่าผมไม่ใช่ Skye แต่คุณก็ตั้งใจจะชี้ทางให้ผมเข้ามารับรู้เรื่องทั้งหมดนี้ ใช่มั๊ย?
House AI : ใช่ ..ขอต้อนรับ ..ชั้นไม่รู้ คุณ ชั้นมองไม่เห็น ชั้นกลัว .. ชั้นกลัว 


Shawn – ผมตามหาตัวลูกสาวคุณพอจะรู้มั๊ยว่าเธออยู่ที่ไหน?
House AI :  รู้ ..ชั้นอยาก ..ให้คุณช่วย ... ชั้นไม่อยากเป็นมีชีวิตแบบนี้ … Skye เธอไม่เหมือนเดิม ถ้าคุณรู้ว่าความเจ็บปวดมันทรมานยังไง ...


Shawn – โทษที ผมรู้สึกสับสนนิดหน่อย คุณหมายความว่า คุณจะบอกว่า Skye อยู่ไหนถ้าผมยอมฆ่าคุณงั้นหรอ? 


                                  House AI : ใช่ ทำให้ชั้นตายอย่างสงบเถอะ



ก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมแวะขึ้นไปชั้น 2 เข้าห้องแรกตรงทางขึ้นบันไดที่ตอนแรกล็อกอยู่ ตอนนี้ประตูเปิดให้เข้าไปได้แล้ว 



                     ในห้องจะได้รูปภาพของ Skye กับใครซักคน ??? เพื่อเก็บ Trophy “Magpie” 

                    … จากนั้นก็กลับขึ้นลิฟท์ไปบ้านด้านบนได้เลย 



Shawn – นี่คุณก็เคยเข้าออกที่นี่ได้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่มั๊ยเนี่ย?
Nowt – ใช่ แม่ของเธอก็ขอร้องให้ชั้นช่วยเหมือนกัน ... ชั้นก็แค่ ... ตอนนี้คุณคงรู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้า Daybreak ถูกนำมาใช้งานจริงๆ และถ้ามันทำได้ ผู้คนเป็นพันๆต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันหมดแน่นอน และพวกเขาจะไม่ใช้แค่ตาย แต่ Skye จะเอาพวกเขามาใช้งานเพื่ออนาคตของเธอไปตลอดชีวิต 
Shawn – แม่ของ Skye บอกตำแหน่งของเธอให้ผมแล้ว 
Nowt – เธอยอมบอกจริงดิ? น่ารักมาก แล้วพวกคุณว่าไง งานนี้จะเอาด้วยรึเปล่า?
Shawn – เราได้ตัวเธอแล้วแต่ผมต้องการให้คุณช่วยดูลู่ทางให้เราด้วย
Nowt –  จัดไป !

Bagley – แหม่ก็นะ ผมขอตั้งชื่อภารกิจของเราครั้งนี้แบบย้อนหลังหน่อยแล้วกันว่า ปฏิบัติการพาทุกคนไปเจ็บตัวในดันเจี้ยนแสนสนุกของ Skye Larsen .. เอาล่ะ ฉันถอดรหัสที่ซ่อนลับของเธอเสร็จแล้ว 
Nowt – งั้นก็ลุยเลยดิ
Bagley – เดี๋ยวก่อน ผมเพิ่งได้ข้อความจาก Skye Larsen ลองฟังดูก่อน ...


Skye Larsen – ชั้นไม่รู้ว่าพวกคุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร หรือ คิดว่าจริงๆแล้วคุณได้เห็นอะไรในบ้านชั้น แต่ชั้นอยากจะเตือนว่าให้ถอยไปซะ ชั้นทุ่มเททั้งชีวิตให้ Daybreak และชั้นจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนพรากมันไปจากชั้นได้ ชั้นจะเล่นงานคุณ ซึ่งชั้นทำได้แน่นอน และทำให้ชีวิตคุณไม่เหมือนเดิมอีกเลย ..แล้วแต่คุณแล้วนะ 


Shawn – นางเจอเราได้ยังไง?
Bagley – Skye Larsen ได้สร้างคฤหาสน์อัจฉริยะของนางอยู่บนยอดหอคอยที่ควบคุมและดูแลโดยแม่เวอร์ชั่นดิจิตอลของเธอ 
Sabine – บางที่แม่เธอก็อาจสมควรก็ได้นะ ชั้นคิดแบบนั้น 
Nowt – นางคงกลัวแหละไม่งั้นคงไม่มาขู่เราหรอก 
Shawn – ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรให้คนโรคจิตแบบนี้กลัวได้หรอกนะ 


                               MAIN MISSION: Into the Void  

เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Bagley – Blume Complex  ที่ซ่อนตัวของ Skye Larsen  CEO ของ Broca Tech ในย่าน Canden 


Bagley –  ตอนนี้คุณมาถึงจุดหมายของคุณแล้ว Blume Complex  
Nowt – ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอซ่อนตัวอยู่ที่นี่สินะ 
Bagley –  นับตั้งแต่ Larsen ขาย เอ่อ .. ผม ให้ Blume เธอก็เข้ามาดูแลบริษัทด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดตลอด 

* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดของ Albion * 
* แนะนำให้เลือกตัวละครที่มีทักษะการต่อสู้ที่ดีที่สุดเข้าไปทำภารกิจนี้


เป้าหมายคือลอบเข้าไปแฮกระบบ Server ของ Blume Complex  ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารนี้ 
การลอบเข้าไปด้านในได้คือ


- ใช้โดรนหรือ Spiderbot เข้าไปแฮกระบบกล้องวงจรปิดตัวที่ใกล้เจ้าหน้าที่ที่มีรหัสเปิดประตูมาก่อน ก็จะสามารถเข้าอาคาร ctOS ได้เลย


 อาจจะใช้ Spiderbot มุดเข้าช่องระบายอากาศทางขวาของทางเข้าไปจัดการเคลียร์ศัตรูด้านในให้หมดก่อนก็ได้ 


- เมื่อเข้ามาด้านในอาคาร ctOS ได้แล้ว แฮก ctOS โดรนตัวที่อยู่ด้านในกระจกให้บินลงไปด้านล่างจนพบ Server ของ Blume Complex  จัดการดาวโหลดและเข้าถึงข้อมูลของมันซะ


Skye Larsen – ชั้นค่อนข้างจะตื่นเต้นมาที่จะแชร์ข้อมูลนี้กับท่านคณะกรรมการบริหารทุกท่าน  สิ่งก่อสร้างนี้เป็นส่วนขยายของห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ควอนตัมของชั้นและจะเป็นที่ตั้งของความพยายามอื่น ๆ ที่ชั้นกำลังทำแต่ยังไม่ต้องการแบ่งปันในระหว่างการนำเสนอนี้ นี่คืออสังหาริมทรัพย์อันมีค่าที่คุณมีที่อยู่ใต้เท้าพวกคุณเพื่อรอให้คุณอนุมติให้ชั้นนำไปใช้ประโยชน์
Nowt – พนันได้เลยว่านัง Larsen นางคงกุมความลับอะไรบางอย่างอยู่ใต้ดินของอาคารนี้แน่ๆ 

จากนั้นต้องลงไปยัง Quantum Lab ของ Larsen ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินโดยใช้ลิฟต์ที่อยู่ด้านในสุดของอาคารที่อยู่อีกฝั่งในการลงไป



- เมื่อเข้ามาถึงด้านหน้าอาคารที่มีลิฟต์ตัวเป้าหมายแล้ว ใช้การแฮกกล้องวงจรปิดสำรวจดูให้ทั่วจะพบว่าลิฟต์อยู่ใกล้กับทางเข้าด้านหลังของอาคารนี้ 


จัดการทำให้กล่องไฟฟ้าระเบิดเพื่อทำให้แผงควบคุมสวิตซ์ประตูทางเข้าด้านหลังระเบิดก็จะสามารถเปิดประตูด้านหลังได้


- เดินอ้อมไปที่ประตูด้านหลังของ  Blume Complex  ซึ่งจะพบว่าประตูปิดอยู่ ให้เรียก Cargo Drone ที่บินอยู่แถวนั้นพาบินข้ามไปได้เลยก็จะสามารถเข้าไปถึงลิฟต์เป้าหมายที่จะใช้ลงชั้นใต้ดินได้แล้ว 



                                                  Quantum Lab
     


Skye Larsen : สถานการณ์อัพโหลดระบบประสาท 90 % ยังไม่ดีพอ ..ทำการโหลดอุณหภูมิโปรเซสเซอร์ 
Shawn – บ้าไปแล้ว Larsen อัพโหลดตัวเองเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว 
Nowt – พระเจ้า นางเพิ่งเริ่มกระบวนการเมื่อกี้นี่เอง ถ้าคุณหยุดการอัพโหลดของเธอไม่ได้ เราจะไม่มีทางหยุด Daybreak ได้อีกเลย 
Sabine – ชั้นจะบันทึกทุกอย่างในขณะที่คุณกำลังกู้โลกเพื่อเก็บไว้อย่างดีเลยล่ะ
Shawn – มีคำแนะนำอะไรบ้างมั๊ย?



Bagley –  การอัปโหลดระบบประสาทจะถูกส่งผ่าน  Quantum Computer ในห้องทดลองนี้ การแฮ็กเพื่อปิดระบบมันจะช่วยหยุดอีนังโรคจิตที่กำลังจะกลายเป็น AI อัจฉริยะ ได้ 

การปิดระบบการอัพโหลดของ Quantum Computer นั้นสามารถทำได้โดยปิดระบบพลังงานที่ส่งมาจากแกนพลังงานที่อยู่ทั้ง 2 ด้านของห้องโดยต้องทำที่ละฝั่ง 





โดยทั้ง 2 ฝั่งสามารถทำได้เหมือนกันคือ แฮกโดรนที่อยู่ในกระจกของตู้แกนพลังงานเพื่อไปแก้ปริศนาปรับเส้นพลังงานให้เชื่อมต่อเป็นสีฟ้าทั้งหมดก็จะทำให้แผงควบคุมพลังงานของแต่ละฝั่งเปิดการทำงานให้เข้าไปปิดระบบการอัพโหลดที่แผงควบคุมทีละด้านจนครบ 2 ด้าน ก็จะสามารถขัดขวางการอัพโหลดระบบประสาทของ Skye ไม่ให้เข้าสู่ระบบ AI ได้สำเร็จ 


แต่ทันทีที่ปิดระบบได้ Skye จะสั่งหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้าโจมตีทันที พยายามหาจุดกำบังและจัดการพวกศัตรูที่บุกเข้ามาให้หมดแล้วเข้าไปส่วนในของห้องทดลองต่อได้เลย


Skye Larsen : เดี๋ยวฟังชั้นก่อน สิ่งที่คุณเห็นในห้องทดลองของชั้นมันเป็นแค่ช่วงแรกของการทดลองที่สำคัญมากแม้มันอาจจะดูไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาเท่าไหร่ แต่ Daybreak คืออนาคตเพียงหนึ่งเดียวของมนุษย์ชาติจริงๆนะ 


Skye Larsen : ดูรอบๆตัวสิ การทุจริต ความวิปริตของสภาพภูมิอากาศ สงครามนิวเคลียร์ มนุษยชาติกำลังถึงวาระที่จะทำลายตนเอง แต่ Daybreak สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้นได้ ช่วยชั้น ทำให้มนุษย์ชาติ วิวัฒน์การณ์ให้ถึงขีดสุดเพื่อความอยู่รอด เราสามารถช่วยทุกชีวิตและทำให้ก้าวหน้าต่อไปได้ 



Nowt – DedSec คุณเห็นทั้งหมดนั่นมั๊ย? เธอกำลังจะตาย 
Skye Larsen : พวกคุณเป็นพวกเดียวกันหรอ?
Nowt – ทุกคนที่แกฆ่าและทรมานพวกเขา ทั้งหมดก็เพื่อช่วยชีวิตที่น่าสมเพชของแกเท่านั้นเนี่ยนะ? แกมันนังทุเรศ !


Skye Larsen : นี่ไม่ใช่แค่ชั้น แต่ถ้าทุกๆจิตสำนึกที่อยู่ใน Cloud มนุษยชาติก็จะสามารถอดทนต่อภัยธรรมชาติได้ เราจะปลอดภัย เป็นอิสระ และมีความสุขไปตลอดกาล
Nowt – ไม่ต้องมาอ้างว่าทำเพื่อมนุษย์ชาติเลย แกมันอีโรคจิตที่ทำทุกอย่างที่ตัวเองต้องการก็แค่นั้น ฆ่าได้ทุกคนแม้แต่แม่ของตัวเอง 


Skye Larsen : คุณยังมีเวลาที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องได้นะ จัดการดำเนินการอัพโหลดชั้นให้เสร็จซะ ทำให้ชั้นได้มีชีวิตต่อ ชั้นจะได้ทำงานต่อ 
Nowt – นี่พวก อย่าไปฟังมันพูด จัดการปิดระบบดำรงชีพของมันเพื่อจบเรื่องห่านี่ซะ !
Skye Larsen : ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง เธอก็ไม่มีทางหยุดคุณได้หรอก แต่ชั้นไม่ได้จะห้ามคุณ แค่ให้ทางเลือกกับคุณ ...ได้โปรด อย่า !


                                                 ตอนนี้คุณเลือกได้ระหว่าง 

                               Kill Skye Larsen ด้วยการกดแผงควบคุมด้านขวา 
                             Upload Skye Larsen ด้วยการกดแผงควบคุมด้านซ้าย

แต่ไม่ต้องกังวล การเลือกตัวเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ส่งผลต่อเรื่องราวในเกมแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเลือกที่ฆ่า Skye หรืออัพโหลดเธอไว้ใน Cloud แค่ว่า การเลือกฆ่า Skye จะทำให้ Bagley ไม่พอใจ ส่วนการเลือกอัพโหลด Skye จะทำให้ Nowt ไม่พอใจ 
แต่ใน ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ยังกลับมาร่วมงานกับ DedSec เหมือนเดิมในตอนหลัง


                                                  ผมเลือกที่จะฆ่า Skye Larsen




เมื่อปิดระบบของ Skye Larsen แล้ว จัดการ ศัตรูอีกระลอกที่บุกเข้ามาให้หมดแล้วหนีออกจากตึกได้เลย


Nowt - แม่งเอ้ย ขอบคุณมากโว้ย ! นึกภาพสิ่งที่ AI นั่นจะสร้างขึ้นมาสิ ผู้คนที่ต้องการเป็นหุ่นยนต์ ไม่ก็ AI  มันก็ไม่ต่างจากกลายเป็นทาสหรอกวะ 
Shawn – ช่าย แต่ยังไงซะเราก็ร่วมมือกันจนทำได้สำเร็จแล้วอ่ะนะ เราคงทำไม่ได้ถ้าไม่มีคุณช่วยจริงๆนะ 
Nowt – อย่าเพิ่งมาหยอดคำหวานกันตอนนี้ ก็แค่การจัดการของมืออาชีพ ทำต่อไปก็แล้วกัน แล้วค่อยเจอกันนะ 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                               SIDE MISSION


ภารกิจ – Out of Stock
รับงานกับ Kaitlin Lau ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 

รายละเอียด – สารวัตร Kaitlin Lau ได้แบ่งปั้นข้อมูลให้ DecSec เกี่ยวกับแก็งค์ Kelley ที่นำเข้ายาเสพติดตัวใหม่มาจากไคโรชื่อ ChronosX และกำลังเตรียมปล่อยออกสู่ท้องถนนในลอนดอนเร็วๆนี้
เป้าหมาย – ทำลาย ChronosX ให้หมดก่อนปล่อยสู่ท้องตลาด
รางวัล -  1000 ETO 

วิธีปฏิบัติ
- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Finsbury new Project ในย่าน Islington & Hackney
* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ
- ชุดของ Albion 
 - ชุดคนงานก่อสร้าง

ภารกิจนี้ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงลอบเข้าไปให้ยุ่งยาก อยู่ด้านนอกพื้นที่แล้ว Hack ใช้โดรนของพวกมันมายิงทำลายกล่อง ChronosX ให้หมดก็จบภารกิจ 


ภารกิจ – Deal Breaker 
รายละเอียด – ภารกิจต่อเนื่องจาก Out of Stock หลังจากที่สารวัตร Kaitlin Lau ได้แบ่งปั้นข้อมูลให้ DecSec เกี่ยวกับแก็งค์ Kelley ที่นำเข้ายาเสพติดตัวใหม่มาจากไคโรชื่อ ChronosX จน DecSec ได้เข้าไปทำลายคลังของมันไปแล้ว ทำให้ได้ข้อมูลของ  Abby Tran คนที่เป็นคนติดต่อระหว่างแก็งค์ Kelley และกลุ่มค้ายาจากไคโร
เป้าหมาย – ค้นหาและกำจัด Abby Tran เพื่อตัดตอนเส้นทางลำเลียงยา ChronosX ของแก็งค์ Kelley 
รางวัล -  875 ETO / Mask

วิธีปฏิบัติ
- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ท่าเรือ Rotherhithe Dock ในย่าน Southwark 
* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ
- ชุดของ Albion 
 - ชุดคนงานก่อสร้าง

ภารกิจนี้ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงลอบเข้าไปให้ยุ่งยาก อยู่ด้านนอกพื้นที่แล้ว Hack กล้องวงจรปิดด้านในอาคารจนพบตัว Abby Tran แล้วรอให้มันเดินใกล้จุดเครื่องจักรที่สามารถทำให้ระเบิดได้ก็จัดการแฮกทำให้มันระเบิดฆ่ามันได้เลย

 / อีกวิธีต้องใช้จุดเรียกโดรนในพื้นที่ของมันเรียกโดรนก่อสร้างบินขึ้นไปบนหลังคาแล้วใช้ Spiderbot ลอบเข้าไปในอาคารเพื่อฆ่ามัน 

ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนเมื่อฆ่า Abby Tran แล้วหนีออกพื้นได้ก็จบภารกิจ


ภารกิจ – The Knowledge 

รับงานกับ Nowt ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 

รายละเอียด – หลังจากจัดการกับ Skye Larsen ลงได้ Nowt จากกลุ่มแฮกเกอร์ 404 ก็ได้เข้าพักอาศัยในเซฟเฮาส์ของ DecSec แต่เธอก็ยังคอยจับตาดู AI จากระบบประสาทของ Skye Larsen ที่ยังคงทำงานอยู่ เคสแรกที่เธอตั้งข้อสังเกตคือมีความเป็นไปได้ที่มันมีแผนที่จะควบคุมระบบแท็กซี่ของลอนดอน และตอนนี้มีหนึ่งในรถแท็กซี่ที่ต้องสงสัยชนคนตายอยู่แต่กลับไม่มีความคืบหน้าของคดี เธอจึงต้องการให้ออกไปตรวจสอบที่จุดเกิดเหตุดู
รางวัล -  875 ETO / Mask

แท็กซี่ในลอนดอนจะเรียกว่า “taxicab” ย่อมาจาก “taximeter cabriolet” มาจากคำว่า รถเทียมม้าที่มีมาตรวัดราคาค่าธรรมเนียมในการเดินทาง แต่อังกฤษมักเรียกแท็กซี่สั้นๆว่า “cab” หรือ Black cab เพราะรถเป็นสีดำและมีเอกลักษณ์ของตัวเองมากๆ 


ส่วนคนขับแท็กซี่ของลอนดอนก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนขับแท็กซี่ที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจากกว่าจะได้ใบอนุญาตให้สามารถขับ Black cab ได้คนขับทุกคนต้องจดจำกว่า 320 เส้นทางหลังซึ่งประกอบด้วยถนนกว่า 25,000 สาย รวมถึงทางลัดต่างๆที่สามารถพาผู้โดยสารไปสู่ที่หมายได้เร็วที่สุด ตลอดจนจดจำสถานที่สำคัญในเมืองให้ได้หมดเหมือนกับเป็นไกด์กันเลย การทดสอบวัดความรู้ของคนขับแท็กซี่นี้ต้องใช้เวลาเรียนรู้เฉลี่ย 15-30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 3 ปีจะเรียกว่า “The Knowledge” ซึ่งเป็นชื่อของ ภารกิจ นี้นั่นเอง 

http://www.culturedcreatures.co/world-taxi-facts/


วิธีปฏิบัติ

- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่จุดเกิดที่เกิดรถชนที่ Russell Square ในย่าน Camden ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ
** เพื่อความสะดวก ควรจะใช้ตัวละครที่มี Skill สายขับรถ Getaway Driver มาทำภารกิจนี้ 

Bagley - จากรหัสของคนที่ตายที่โหลดมาได้มันมาจากเครือข่ายของ Black cab ในช่วงเวลาก่อนที่จะตายไม่นาน ดูเหมือนว่าเครือข่ายได้รับการดัดแปลง และรหัสนี้ไม่ได้ทำขึ้นจากมือสมัครเล่นแน่นอน แม้กระทั่ง ความคิดเห็น ที่แนบมากับรหัส
Shawn -
มันพูดว่าอะไร?
Bagley - 
มีแต่คำพูดไรสาระ ไม่มีคำพูดอะไรที่สำคัญเพียงพอที่จะรวบรวมข้อมูลให้เป็นประโยชน์ใด ๆเลยครับ
Rosetta –
แต่ดูเหมือนไอ้เจ้าแฮกเกอร์ที่พูดไร้สาระนี่จะควบคุม Black cab ทั่วลอนดอนได้หมดแล้วใช้มันได้การฆ่าคนที่เป็นเป้าหมาย
Bagley –
  ใช่เลย แต่เพื่อความชัดเจน เราต้องการข้อมูลมากกว่านี้
Rosetta –
ใช่ งั้นก็ต้องตามแฮกข้อมูลจากรถของพวกมันเพื่อตามไปถึงต้นตอของแฮกเกอร์

จากนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ ตามหารถแท็กซี่ Black cab ที่อยู่บนถนน โดยคันแรกจะพบตรงจุดเกิดเหตุ หากพลาดคนแรกคุณก็ยังสามารถหาคันเป้าหมายอื่นได้ทั่วเมือง

 ซึ่งจะไม่ปรากฏในแผนที่ว่าอยู่ตรงไหน แต่จะมีตำแหน่งระบุเป็นสีเหลืองทันทีที่สแกนค้นหา เมื่อเจอแล้วพยายามขับเข้าไปให้ใกล้พอที่จะดาวโหลดข้อมูลได้ แต่ห้ามชนจนรถมันพังเสียหาย เป้าหมายคือ ตามโหลดข้อมูลให้ครบ 3 คัน Bagley ก็จะสามารถตามรอยที่มาของสัญญาณซึ่งอยู่ที่ลานจอดรถในย่าน Westminster 

เดินทางต่อมายังตึก London Carriage Service ในย่าน Westminster เป้าหมายคือเข้าไปลบระบบ Cab AI Prime 

* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ
- ชุดของ Albion

** แนะนำให้ใช้ตัวละครที่มีความสามารถในการต่อสู้สูงๆในการทำภารกิจนี้ 


- การเข้าไปในตัวตึกสามารถทำได้ 2 ทางคือด้านหน้าและด้านหลัง แต่เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงเป้าหมาย แนะนำให้เข้าทางประตูหลัง

- ที่ประตูหลัง แฮกปิดระบบบาเรียรักษาความปลอดภัยเข้าไปจัดการยาม 1 คนที่เฝ้าอยู่ แล้วใช้ Spiderbot เข้าไปในช่องระบายอากาศด้านบนประตูเพื่อมุดเข้าไปปลดล็อกประตูที่แท่นควบคุมด้านในก็จะเข้าไปได้ 



- เข้ามาแล้วลงบันไดมา 1 ชั้นจะมาถึงทางเข้าห้องโถงที่มี Cab AI Prime ตั้งอยู่พอดี ก่อนอื่นแฮกระบบกล้องวงจรปิดด้านบนขวาต่อด้วยตัวของชั้นล่างจะมาถึงหน้าคอมที่มีรหัสกุญแจให้ดาวโหลด เพื่อปลดล็อกประตูห้องเก็บ Cab AI Prime

- ก่อนจะทำการแฮกเพื่อลบระบบ Cab AI Prime ต้องบอกก่อนว่า ทันทีที่เริ่มแฮกระบบ Cab AI Prime พวก security จะเริ่มเข้ามาโจมตีตรงจุดที่เราอยู่ทันที และรักษาความปลอดภัยของตึกจะเริ่มระบบการขัดขวางด้วยการเปิดคลื่นสัญญาณรบกวนทำให้การดาวโหลดหยุดลง ด้วยตัว Jamming ที่ติดอยู่ในรถที่จอดอยู่ในพื้นที่ 3 คัน 

- เพราะฉะนั้นหากเรารู้แล้ว ก่อนเข้าไปเริ่มกระบวนการแฮกระบบ Cab AI Prime ก็ให้จัดการหาทางทำลายรถเป้าหมายให้หมดก่อนเพื่อทำให้ Jamming ตัวรบกวนสัญญาณไม่ทำงาน การโหลดแฮกระบบ Cab AI Prime ในระหว่างถูก security เข้ามาโจมตีก็จะราบรื่นขึ้น 


รถคันแรก อยู่ทางฝั่งซ้ายของประตูที่เข้ามา แฮกกล้องวงจรปิดเพื่อทำให้กล่องไฟฟ้าที่วางอยู่ข้างๆรถเกิดการระเบิดก็จะสามารถทำลายรถได้ 

รถคันที่ 2 จอดอยู่ในชั้น 2 แฮกกล้องวงจรปิดต่อลงมาชั้น 2 ตรงจุดทีเห็นรถเป้าหมายจอดอยู่ ทำให้กล่องไฟฟ้าที่วางอยู่ข้างๆรถเกิดการระเบิดก็จะสามารถทำลายรถได้ 


รถคันที่ 3 อยู่ชั้นล่างถัดลงไปอีกชั้นนึง สามารถแฮกโดรนบินไปแฮกตัวคานกั้นด้านล่างรถให้ขึ้นมาทำลายรถได้ (หรือหากโดรนถูกทำลายก่อน ก็ลงมายิงทำลายด้วยตัวเองได้เลย)

เมื่อทำลายตัว Jamming ตัวรบกวนสัญญาณที่ติดอยู่กับรถ 3 คันจนหมดแล้วก็ค่อยใช้ Spiderbot เข้าไปแฮกระบบ Cab AI Prime เมื่อเริ่มแฮกระบบพวก security จะเริ่มเข้ามาโจมตีทันที แต่เนื่องจากไม่มีตัวขัดขวางสัญญาณแล้ว ก็จะสามารถจัดการพวก security ที่บุกเข้ามาได้ง่ายขึ้น ต้านพวกมันเอาไว้จนกว่าจะโหลดลบข้อมูลของ Cab AI Prime เสร็จก็หนีออกจากพื้นที่ได้เลย ............จบภารกิจ 


ภารกิจ – Called 2 Account 
รับงานกับ Kaitlin Lau ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 


รายละเอียด – สารวัตร Kaitlin Lau ได้ข้อมูลจากแล็ปท็อปที่ได้มาจากแก็งค์ Kelley เป็นข้อมูลเกี่ยวกับบันทึกทางการเงินของแก็งค์ที่มีคนโกงเงินในบัญชีของพวกมันและตอนนี้แก็งค์ Kelley ก็รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง นักบัญชีคนนี้อาจมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการโค่นล้มแก็งค์ Kelley เธอจึงขอให้ DecSec ตามหาตัวนักบัญชีและช่วยเธอจากเงื้้อมมือของพวกแก็งค์ Kelley
เป้าหมาย – ตามหาและช่วยเหลือนักบัญชีที่ถูกแก็งค์ Kelley จับตัวไป
รางวัล -  750 ETO 
วิธีปฏิบัติ
- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Old Canal Warehouse ในย่าน Islington & Hackney 
* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ 
- ชุดของแก็งค์ Kelley


-เป้าหมายของภารกิจคือ ช่วยเหลือนักบัญชีออกมาจากรังของพวกแก็งค์ Kelley อย่างปลอดภัย โดยตำแหน่งของ Julia Walczak นักบัญชีที่ถูกจับอยู่ในห้องทางทิศใต้ของพื้นที่ซึ่งถูกปิดล็อกอยู่ 


-แผงวงจรสำหรับปลดล็อกประตูนั้นอยู่ด้านบนของซากอาคาร ลอบขึ้นไปปลดล็อกมันก่อน


                                    แล้วกลับลงมาเปิดประตูช่วยนักบัญชีออกมาจากพื้นที่  


ทันทีที่ช่วย Julia นักบัญชีที่มีส่วนในการโกงเงินของพวกแก็งค์ Kelley ออกมาได้ เธอจึงยอมบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่แก็งค์ Kelley ได้ฟอกเงินสกปรกจำนวนมากของพวกมันกับ  คริปโทเคอร์เรนซี หรือ เงินตราเข้ารหัสลับ ( crypto currency) หรือที่รู้จักกันว่า สกุลเงินดิจิตอล ที่ไม่สามารถจับต้องได้และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือจัดการโดยหน่วยงานทางการเงินหรือธนาคารใดๆ จึงสามารถควบคุมด้วยตนเองผ่านการใช้เทคนิคการเข้ารหัสที่มีความซับซ้อนเพื่อรับประกันธุรกรรมต่างๆของพวกมัน ซึ่งตามแผนที่เธอจะขโมยเงินพวกนั้นเธอจึงได้ทำการ Key Logger (บันทึกการกดแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์เพื่อขโมยข้อมูลทุกอย่างที่อยู่ในเครื่อง) เพื่อเตรียมโอนเงินทั้งหมดออกจากกระเป๋าเงิน Crypto ของพวกมันแต่ถูกจับได้เสียก่อน    

ภารกิจ – Say Cheese  
รายละเอียด – ภารกิจต่อเนื่องจากภารกิจ  Called 2 Account หลังจากที่ DedSec ได้ทำการช่วยเหลือ Julia นักบัญชีที่มีส่วนในการโกงเงินของพวกแก็งค์ Kelley ออกมาได้ตามคำร้องขอของ สารวัตร Kaitlin Lau จึงทำให้รู้ถึงการมีอยู่ของ Key Logger ที่ Julia ได้ก็อปรหัสการโอนเงินจากบัญชีเงินดิจิตอลของพวกแก็งค์ Kelley ก่อนจะถูกจับตัว  
เป้าหมาย – ตามหา Key Logger ที่ Julia ได้ก็อปรหัสการโอนเงินเอาไว้เพื่อจะนำมาใช้โอนเงินสกปรกของพวกแก็งค์ Kelley ออกมาให้หมด 
รางวัล -  750 ETO 
วิธีปฏิบัติ
- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ The Spine  ในเมือง London 
* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ 
- ชุดของแก็งค์ Kelley
- ชุดคนงานก่อสร้าง


-เข้ามาที่ด้านหน้าตึกเป้าหมายแล้วใช้ Siderbot มุดเข้าไปในห้องเก็บ Drone ก่อสร้างเพื่อปลดล็อกแผงวงจรประตูจากด้านในเพื่อเอา Drone ก่อสร้างมาใช้ในการพาบินขึ้นไปด้านบนตัวตึก


** หากเลือกใช้ตัวละครอาชีพคนงานก่อสร้างที่มีDrone ก่อสร้างมาทำงานนี้ก็เรียก Drone ก่อสร้างบินขึ้นไปได้เลย ** 
- แต่ Drone ก่อสร้างไม่สามารถบินไปถึงดาดฟ้าของตึกได้ ลงจอดตรงจุดสูงสุดที่ Drone สามารถบินขึ้นไปถึงแล้วลงไปปีนต่อตามคานเหล็กจนสุดทางที่ไปได้



- จุดนี้จะมีกล่องเรียก Spiderbot และกำแพงแตกที่มีช่องอยู่ ใช้ Spiderbot เดินไปตามคานเหล็กตามทางจนถึงจุดที่ซ่อน Key Logger ของ Julia


- ดาวโหลดข้อมูลรหัสโอนเงินของแก็งค์ Kelley จาก Key Logger ของ Julia แล้วหนีออกจากพื้นที่ได้เลย 


ภารกิจ – Take it to the Bank   
รายละเอียด – ภารกิจต่อเนื่องจากภารกิจ  Say Cheese  หลังจากที่ DedSec ดาวโหลดข้อมูลรหัสโอนเงินของแก็งค์ Kelley จาก Key Logger ของ Julia มาแล้วก็ถึงเวลาเดินทางมายังธนาคาร Bank of England เพื่อใช้ รหัสโอนเงินจาก Key Logger ของ Julia มาใช้ฉกเอาเงินสกปรกของพวกแก็งค์ Kelley ออกมาให้หมด 
รางวัล -  2250 ETO 
วิธีปฏิบัติ


- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ ธนาคาร Bank of England ในเมือง London 

* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ 
- ชุดของเจ้าหน้าที่ Albion 


ธนาคารกลางแห่งสหราชอาณาจักร (Bank of England) หรือ ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในฐานะธนาคารเอกชน ตั้งแต่ปี 1694 ทำหน้าที่หลักเป็นนายธนาคารของรัฐบาล ปัจจุบันเรียกว่า ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร ถือเป็นธนาคารกลางที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับสองของโลกรองจากธนาคารแห่งชาติสวีเดน และ เป็นธนาคารที่เก่าแก่เป็นอันดับ 8 ของโลก มีบทบาทและความรับผิดชอบในการพิมพ์เงินตราสกุลปอนด์สเตอร์ลิง ที่ใช้ในประเทศอังกฤษและเวลส์รวมถึงมีหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายในการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ทางการเงิน เช่นการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ที่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศและตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการใช้จ่ายของรัฐบาล ธนาคารกลางอังกฤษได้รับการดูแลจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชินี ทำให้มีความเป็นอิสระจากรัฐบาลและปราศจากอิทธิพลทางการเมือง


-ก่อนอื่นเดินอ้อมมาทางฝั่งตะวันตกของตัวตึกตรงประตูหลังของลานจอดรถ จัดการยามแล้วเข้ามาซ่อนตัวในบริเวณนี้ให้มิดชิด 


-จากนั้นแฮกเข้าในกล้องวงจรปิดภายในตัวอาคารตรงจุดด้านหน้าห้องเซิร์ฟเวอร์ของธนาคารจะมีจุดเรียก Spiderbot อยู่ เรียกใช้ Spiderbot มุดเข้าไปในห้องเซิร์ฟเวอร์แล้วรอไว้ตรงนั้นก่อน


- Hack เข้าในกล้องวงจรปิดภายในตัวอาคารเพื่อใช้ในการแก้ปริศนาเชื่อมต่อสายวงจรตามจุดต่างๆให้เป็นสีฟ้าให้หมด


         

- แล้วใช้ Spiderbot ที่อยู่ด้านในห้องเซิร์ฟเวอร์เชื่อมต่ออันสุดท้ายที่ด้านในก็จะสามารถแฮกข้อมูลตู้ เซิร์ฟเวอร์ของธนาคารได้แล้ว 


- ทันทีที่เริ่ม Hack โอนเงิน หน่วยรักษาความปลอดภัยจะตรงเข้ามาโจมตีที่ตำแหน่งที่อยู่ของเราทันที ระหว่างที่ต้องรอการโอนเงินจำนวนมาก หากหลบอยู่ที่ประตูหลังอย่างมิดชิดจะไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัยหรือตำรวจเข้ามาที่นี่ได้ จึงสามารถหลบอย่างปลอดภัยในระหว่างใช้เวลาในการโอนเงินที่ค่อนข้างกินเวลานานได้อย่างสบาย ทันทีที่โอนเงินเสร็จสิ้น ก็หนีออกจากพื้นที่ได้เลย 


ภารกิจ – Change of Heart 
รับงานกับ Kaitlin Lau ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 


รายละเอียด – สารวัตร Kaitlin Lau ได้นำเรื่องการลักพาตัวมาปรึกษากับ DedSec อีกครั้ง เนื่องจากสายข่าวที่เคยติดต่อกับเธอหลายคนถูกลักพาตัวหายไปอีกแล้ว และครั้งนี้เธอคาดว่ามันเป็นส่วนนึงของแผนการร้ายของพวกแก็งค์ Kelley ที่ใหญ่กว่าเดิม  ... ตามหาสายข่าวของเธอเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม  
รางวัล -  600 ETO 

วิธีปฏิบัติ
- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจเพื่อไปพบสายข่าวของสารวัตร Kaitlin Lau ที่สวน Parliament Square Garden หน้า Earl’s Fortune Bar เพื่อพูดคุยรับข้อมูลเพิ่มเติม 


Nolan สายข่าวคนนึงของ สารวัตร Kaitlin Lau ที่กำลังเป็นห่วงเพื่อนที่เป็นผู้นำการประท้วงที่ถูกจับตัวไป 
จากนั้นเดินทางต่อไปที่ Perry Harris Redevelopment ในย่าน Westminster เพื่อช่วยคนที่ถูกจับตัวไป


เมื่อ Hack กล้องวงจรปิดตรวจสอบพื้นที่ดูจะพบเป้าหมายคือ Renee Thomson ที่ถูกจับตัวไว้ที่ส่วนล่างของพื้นที่ 


จากนั้น Hack กล้องวงจรปิดตรวจสอบพื้นที่หาตำแหน่งของ Tablet ที่มี Access Key เพื่อดาวโหลดรหัสสำหรับใช้เปิดประตูที่ล็อกอยู่ในพื้นที่



เข้าพื้นที่ทางประตูทางทิศเหนือจะเป็นจุดที่สามารถเข้าไปถึงห้องที่เป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลือถูกจับตัวอยู่ 


ช่วยเหลือ Renee Thomson ที่ถูกจับพาหนีออกจากพื้นที่ให้ปลอดภัยแล้วสอบถามข้อมูลจากเธอ


Renee ได้บอกกับ DedSec ถึงข้อมูลที่เธอรู้มาถึงเรื่องแผนการวางระเบิดของ แก็งค์ Kelley ที่ได้นำเอารถบรรจุระเบิดไปจอดอยู่ที่ลานจอดรถของศาล Royal Court of Justice เพื่อเตรียมนำไประเบิดตามจุดแลนด์มาร์คสำคัญๆของลอนดอน 

เดินทางมาที่เป้าหมายของภารกิจที่ศาล Royal Court of Justice ในย่าน Camden เป้าหมายคือชิงเอารถบรรจุระเบิดไปทิ้งที่แม่น้ำ Thames ก่อนที่มันจะระเบิด 

** แนะนำให้เลือกตัวละครที่มี Skill Getaway Driver ในการขับรถหนีมาทำภารกิจ **


ทันทีที่มาถึงหน้าศาลและพบรถขนระเบิดเป้าหมาย เวลานับถอยหลังของระเบิดจะเริ่มเดิน ต้องรีบเข้าไปขโมยมันออกมาให้เร็วที่สุดก่อนที่เวลานับถอยหลัง 03:30 จะหมด ทำให้รถระเบิด  


ก่อนอื่นต้องเปิดประตูหน้าทางออกที่ล็อกอยู่ด้วยการใช้ Spiderbot เข้าไปปลดล็อกแผงวงจรประตูที่ชั้นบนของตึกก่อน 


จากนั้นก็รีบเข้าไปขโมยรถออกมาแล้วขับไปทิ้งที่แม่น้ำ Thames ให้ทันก่อนที่มันจะระเบิด ก็จะจบภารกิจ


ภารกิจ – Home and Hosed 
รายละเอียด – ภารกิจต่อเนื่องจากภารกิจ  Change of Heart หลังจากที่ DedSec รู้ถึงแผนการวางระเบิดของ แก็งค์ Kelley ที่กำลังนำเอารถบรรจุระเบิดเพื่อเตรียมนำไประเบิดตามจุดแลนด์มาร์คสำคัญๆของลอนดอนจนสามารถทำลายรถขนระเบิดคันแรกที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถของศาล Royal Court of Justice  ได้สำเร็จ ทำให้ได้เบาะแสของคนที่ก่อเหตุที่ชื่อ Enid Grimwood และ มันยังมีรถบรรทุกระเบิดคันอื่นอีก ทำให้ DedSec ต้องตามไปทำลายมันให้หมด 
รางวัล -  700 ETO / Mask 
วิธีปฏิบัติ
- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Trafalgar Square  ในย่าน Westminster  

** แนะนำให้เลือกตัวละครที่มี Skill Getaway Driver สำหรับการขับรถหนีมาทำภารกิจ **


จากนั้นขับรถเข้ามาในพื้นที่เป้าหมาย ค้นหารถขนระเบิดของ Enid Grimwood ให้เจอ และทันทีที่เข้าใกล้มัน มันจะขับหนีทันที


ขับรถไล่ตามรถเป้าหมายไปพร้อมๆกับดาวโหลดปิดระบบการทำงานของระเบิดจนกว่าจะเสร็จ ระเบิดก็จะถูกปิดการใช้งาน 


Bagley – จากตารางงานทั้งหมดของ Enid ที่ถูกทิ้งไว้ที่คอมพิวเตอร์บนรถของมัน ผมมีคำเตือนว่าคุณมีอะไรที่มากกว่าหัวหน้าผู้ก่อการร้ายที่ต้องกังวล ตอนนี้ Enid Grimwood กำลังวางระเบิดนวนมากไว้ในอีกพื้นที่ก่อสร้างแห่งนึง เดี๋ยวผมจะส่งพิกัดไปให้ 

- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ ETO Bank Construction ในย่าน Westminster  

* Uniformed Access - เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ 
- ชุดของแก็งค์ Kelley
- ชุดคนงานก่อสร้าง

เมื่อเข้ามาถึงพื้นที่แล้ว เป้าหมายที่ต้องทำคือ ทำลายหรือปลดชนวนระเบิดที่วางเอาไว้ 3 จุดตามจุดต่างๆของตัวตึก 



โดยระเบิด 2 จุดที่วางไว้ด้านบนตัวตึกสามารถ Hack กล้องวงจรปิดสั่งให้วัตถุที่ระเบิดได้ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเพื่อระเบิดทำลายมันได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ด้วยตัวเอง 



ส่วนระเบิดจุดที่ 3 อยู่ชั้นล่างสุดของตัวตึก ซึ่งต้องทำลายแผ่นไม้เพื่อลงไปชั้นล่าง ก็สามารถลงไปปลดชนวนระเบิดออกได้


เป้าหมายสุดท้ายของภารกิจคือ สังหาร Enid Grimwood หัวหน้ากลุ่มวางระเบิดของแก็งค์ Kelley ซึ่งมันจะเดินไปมาอยู่ชั้นบนสุดของตึก สามารถ Hack โดรนบินขึ้นไปยิงมันได้เลย จากนั้นก็หนีออกจากพื้นที่ก็จะจบภารกิจ  

ภารกิจ – STORMZY – Fall on My Enemies 
รับงานกับ Nowt ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 


รายละเอียด – DedSec ได้รับการร้องขอจาก STORMZY ไกรม์แร็ปเปอร์ชื่อดังของอังกฤษที่ต้องการจะประท้วงรัฐบาลที่สั่งแบนซิงเกิ้ล RAINFALL ของเขา โดยการจะให้ DedSec ช่วยถ่ายทอดสดการแสดงสดของเขาให้ทั้งโลกได้รู้กันไปเลย 
รางวัล -  1500 ETO / ชุดของ STORMZY


สตอร์มซี (Stormzy) แร็ปเปอร์แนว‘ไกรม์’ ชื่อดังจากเกาะอังกฤษการันตีคุณภาพระดับรางวัลบริท อวอร์ดส์ (BRIT Awards) และเป็นศิลปินเดี่ยวผิวสีคนแรกที่ได้เป็นศิลปินหลักในงานเทศกาลดนตรีระดับตำนาน กลาสตันเบอรี 


                      (คลิปในคอนเสิร์ตกลาสตันเบอรี   https://youtu.be/DxsjQ967kV8 )

ซึ่งได้เข้ามาเป็นดารารับเชิญเป็นตัวละครในเกมด้วยในภารกิจย่อย fall on my enemies ซึ่งเป็นเนื้อเพลงของซิงเกิ้ล  RAINFALL หนึ่งในเพลงของอัลบั้มซาว์ดแทร็กของ watch dogs legion (มิวสิควีดีโอ RAINFALL  https://youtu.be/szrDcTGvp7o )


       คลิปตอนที่ Stormzy กำลังเล่นภารกิจของตัวเองกับ IGN https://youtu.be/tX1ETor08f4


หลายคนอาจจะเหมารวมเพราะความเป็นคนผิวสีของ Stormzy ว่าเพลงที่เขาร้องมันต้องเป็น Hip Hop แต่จริงๆแล้วมันเป็น ‘ไกรม์’ (Grime) ซึ่งเพลงไกรม์ไม่ถูกจัดประเภทเป็น แร็ป แม้จะอยู่ภายใต้หมวดหมู่ของดนตรีฮิปฮอปก็ตาม ที่ต่างจากแร๊ปเพราะ ไกรม์ ได้รับอิทธิพลมาจากแนวเพลงการาจของอังกฤษผสมกับเรกเก้ของจาไมกาและความเร็วบีตมากกว่าแร็ปมาก ซึ่งบางครั้งอาจฟังไม่ทัน ไปเรื่อยเปื่อยไม่มีรูปแบบ ไม่มีความป๊อปให้ติดหู และแทบไม่มีท่อนฮุกทำนองสวยๆแบบแร็ป เนื้อเพลงก็เต็มไปด้วย  ความรุนแรง อาชญากรรม ยาเสพติด และความขัดแย้งของแก๊งต่างๆ ในลอนดอน ซึ่งเป็นความบีบคั้นของวัยรุ่นชนชั้นแรงงานในอีสต์ลอนดอนนอกจากความยากจนไร้การเหลียวแล รวมถึงเนื้อเพลงที่นำเสนอในมุมมองที่รัฐปฏิบัติต่อชนชั้นแรงงานอย่างพวกเขาอย่างไม่ยุติธรรม  ทำให้ศิลปินแนว ไกรม์ ถูกกีดกันจากการออกอากาศเพราะถูกการตีค่าจากมุมมองของชนชั้นกลางและชนชั้นสูงที่บอกว่าเพลงของพวกเขามีเนื้อหาที่รุนแรงไม่เหมาะสมที่จะเปิด


ซึ่ง Stormzy เป็นศิลปินที่ทำให้เพลงสไตล์ไกรม์กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งตั้งแต่ในช่วง The Second Rise หรือเรียกว่าช่วงขาลงในปี 2010 และวิวัฒน์แนวเพลงไกรม์ให้ลดความเร็ว ฟังง่าย มีความรุนแรงน้อยลง มีท่อยฮุคติดหูจนกลายเป็นแนวดนตรีกระแสหลักตามเทรนด์แบบในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เพลงสไตล์ไกรม์ถูกกลืนทำให้แทบไม่ต่างจากแร็ปจนไม่มีใครสนความต่างของ ไกรม์กับแร็ปอีกแล้ว  
Source


- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ตึก The London Len ในย่าน Lambeth ซึ่งตู้ AV Server เป้าหมายที่จะแฮกนั้นตั้งอยู่รินถนนหน้าตึกแต่มันถูกปิดกั้นการเข้าถึงเอาไว้ โดยต้องใช้วิธีแก้ปริศนาปรับเส้นพลังงานที่อยู่รอบๆตัวตึกให้เป็นสีฟ้าทั้งหมดพลังงานถึงจะถูกส่งไปที่ตู้ AV Server ถึงจะสามารถแฮกระบบของมันได้ 


- ก่อนอื่น Hack โดรนแถวๆนั้นเพื่อใช้ในการบินขึ้นไปปรับแต่เส้นพลังงานที่อยู่รอบๆตัวตึกให้เป็นสีฟ้าเท่าที่จะสามารถปรับได้ก่อน แล้วค่อยหา Hack โดรนโจมตีแล้วบินลงไปชั้นล่างในเขตก่อสร้างของตึกเข้าไปด้านในสุดจนพบแผงควบคุมพลังงาน จัดการยิงใส่มันซะก็จะสามารถเปิดพลังของมันได้โดยไม่ต้องลงมาเอง 



- เมื่อได้พลังงานจากแผงควบคุมที่ส่งมาจากชั้นล่างแล้ว จากนั้นใช้โดรนบินขึ้นไปปรับเส้นพลังงานที่อยู่รอบๆตัวตึกให้เป็นสีฟ้าเชื่อมต่อกันให้หมดแล้วไปปลดล็อกจุดสุดท้ายที่หน้าตู้ AV Server ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลของมันได้แล้ว 


- เมื่อเข้าถึงข้อมูลของ AV Server ได้แล้ว Stormzy ก็จะเริ่มถ่ายทอดสดการแสดงของตนเองทันที ส่วน DedSed  ก็จะเข้าสู่โหมดบังคับโดรนเพื่อยิงต่อสู้กับฝูงโดรนศัตรูที่บินมาขัดขวาง ต้านศัตรูเอาไว้จกว่าจะทำการอัพโหลดบันทึกการแสดงสดของ Stormzy จนเสร็จ Stormzy ก็จะเริ่มหนีออกจากห้องส่ง ส่วน DedSed ก็ต้องหนีอออกจากพื้นที่แล้วหาพื้นที่ปลอดภัย ก็จะจบภารกิจ 


ภารกิจ – The Walk-In
รับงานกับ Nowt ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 


รายละเอียด – Nowt แจ้งข่าวกับ DedSec ถึงเรื่อง Heath Bolton อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ DedSec จากฮูสตันได้ปรากฏตัวขึ้นในลอนดอนเพื่อพยายามขายข้อมูลเกี่ยวกับ DedSec Safehouse ให้กับทางการ DedSec จึงต้องหาทางไปทำลายไฟล์ข้อมูลพวกนั้นก่อนที่ทางการจะได้มันไปและทำให้รู้ถึงที่กบดานของ DedSec แต่ก่อนอื่นต้องหาตัว Bolton ให้เจอก่อน โดยต้องเดินทางไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าไป Hack ข้อมูลค้นหาพิกัดที่อยู่ของ Bolton 
รางวัล -  875 ETO


- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ตึก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในย่าน Nine Elms 
-เป้าหมายคือ Server ของสถานทูตซึ่งตั้งอยู่ในเต็นท์ด้านนอกอาคาร ซึ่งการจะเข้าไป Hack นั้นไม่ว่าจะลอบเข้าไปเองหรือใช้ Spiderbot เข้าไปก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ที่ยากคือ เมื่อทำการเริ่ม Hack แล้วระบบรักษาความปลอดภัยจะแจ้งเตือนให้  security บุกเข้ามาโจมตีที่ตำแหน่งที่เราอยู่ทันที 


- มีวิธีที่ทำให้ทุกอย่างง่ายกว่านั้น นั่นคือ ใช้จุดเรียกโดรนที่ด้านหน้าสถานทูตเรียกโดรนก่อสร้างมาพาบินขึ้นไปด้านบนระเบียงของตึก ซึ่งเมื่อส่ง Spiderbot ลงไป Hack ข้อมูลใน Server ของสถานทูตแล้ว security เริ่มบุกเข้ามา มันจะหาไม่เจอ เต็มที่ก็คอยจัดการโดรนไม่กี่ลำก็เรียบร้อย ในขณะที่ Spiderbot ลงไป Hack ก็เอาตัวมันไปหลบใต้โต๊ะให้ๆเพื่อไม่ให้ security ค้นหาเจอและยิงทำลายมัน 


- ซึ่งระหว่างการ Hack Bagley จะแจ้งว่า ไม่มีข้อมูลของ Bolton  ใน Server ของสถานทูตแถมสถานทูตก็ต้องการหาตัวมันเหมือนกัน ทำให้  Bagley ต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลเพิ่มที่กินเวลานานกว่าเดิม แต่ถ้าแอบอยู่บนระเบียงและเอา Spiderbot หลบอยู่ใต้โต๊ะใกล้ๆกับตู้ Server ดีๆ พวก security ก็จะไม่สามารถรบกวนขัดขวางได้ตลอดระยะเวลาการดาวโหลด เมื่อดาวโหลดเสร็จก็หนีออกจากพื้นที่ได้เลย


- Bagley จะส่งข้อมูลที่เขาหามาได้โดยอ้างอิงจากนักสืบชาวอเมริกันคนนึงที่ระบุว่า Heath Bolton มาถึงลอนดอนที่สถานี St.Pancras แต่แล้วเขาก็หายตัวไป จึงส่งพิกัดมาให้ DedSec เข้าไปตรวจสอบ

- เดินทางต่อมายังเป้าหมายภารกิจต่อไปที่ St Pancras International ในย่าน Camden 
 เมื่อมาถึงตึกเป้าหมายแล้ว งานนี้ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเข้าไปข้างใน ให้ใช้การ Hack กล้องวงจรปิดในตัวตึกค้นหาตำแหน่งของห้องที่ Bolton โดนจับไปสอบสวน เมื่อพบแล้วจัดการดาวโหลดแทปเล็ทบนโต๊ะเพื่อฟังบันทึกการสอบสวนได้เลย 


Bolton -พระเจ้า แม่งเอ้ยย ! นี่ฟังนะ ผมไม่ใช่พวก DedSec หรอกนะ จริงๆ สาบานได้ ! ไม่เคยคิดจะเป็นเลยด้วย  ผมแค่แฮกเกอร์ธรรมดา แค่ขโมยข้อมูลมาแล้วก็ขายไปแค่นั้นเอง จะลองใช้บริการดูก็ได้นะง่ายนิดเดียว อะ อ๊ากกกกกกกก !!
???? – คุณคิดว่าผมโง่หรอคุณ Bolton  ถ้าคุณยอมรับว่าเป็น แฮ็กเกอร์ จริงๆ คุณจะลองให้ผมต้องเชื่อมต่อคุณกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยของผมหรือเปล่าล่ะ?
Bolton – คุณคิดว่า ... นั่นมันอะไรน่ะ! ไม่ๆๆ อย่าทำกับชั้นเหมือนเป็นตุ๊กตาเป็ดสิวะ พระเจ้า ผมสาบาน ได้โปรดดด ! 
???? – สาบานแล้วผมจะเชื่อได้ยังไงล่ะจริงมั๊ย ? งั้นผมข้อเสนอทางเลือกอีกทางให้เอามั๊ยล่ะ? ง่ายๆเลย ที่กบดานของพวก DedSec มันอยู่ที่ไหน? และถ้าข้อมูลมันถูกต้อง บางทีคุณ Falstaf อาจสั่งให้หยุดทำแบบนี้กับคุณก็ได้ 
Bolton – อ๊ากกกกกกก !!
???? – บ้าเอ้ย เดี๋ยวชั้นลองไปหาก่อนว่ามีใครมีชุดปฐมพยาบาลรึเปล่า
???? – ไม่ต้องหรอก ยังไงเราก็ต้องฆ่าเขาอยู่ดี และถ้ามีคนรู้มากขึ้นก็นะ มันจะทำให้ ..คือ จริงๆแล้วตอนแรกเขาเคยเป็นคนที่สาบสูญไปแล้ว ลองคิดดูแล้วมันอาจจะเชื่อมโยงกับผู้ก่อการร้ายที่เขารู้จักก็ได้ ซึ่งถ้าพวกแยงกี้มันซื้อไปจริงๆ งั้นเราก็กลับไปเอา Drives มาแล้วดูว่ามีอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวของเขาหรือเปล่า 


Bagley –
จากบันทึกการสอบสวน Heath Bolton สรุปแล้วพวกเขาไม่เชื่อว่า Bolton เป็นอดีต DedSec ตามที่เขาอ้าง ประเด็นสำคัญคือ เขาเป็นเก็บข้อมูลของที่ซ่อนของ DedSec และที่เก็บข้อมูลนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่นี่นี้แหละ 

                     เป้าหมายต่อไปคือทำลาย Data Containers 3 ตู้ที่อยู่ในตึกนี้ 



ก่อนอื่น Hack กล้องวงจรปิดในตึกเพื่อตามไปที่จุดเจ้าหน้าที่ที่มีรหัสเปิดประตูมาก่อนเพื่อที่จะสามารถเปิดประตูห้องที่มี Data Containers ตู้นึงวางอยู่ได้ ส่วนวิธีทำลายนั้น จะใช้วีธี Hack โดรนโจมตีบินเข้าไปด้านในเพื่อยิงทำลาย




หรือจะบุกเข้าไปยิงทำลายด้วยตัวเองก็ได้ เจ้าหน้าที่ด้านในมีไม่มาก ไม่อาวุธร้ายแรง สามารถลุยเข้าไปทำลาย Data Containers ให้หมดทั้ง 3 ตู้ แล้วหนีออกจากพื้นที่ก็จะจบภารกิจ 


ภารกิจ – Human Error  
รับงานกับ Nowt ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 


รายละเอียด – Nowt ได้รับการติดต่อจากหมอคนนึงที่เป็นคนรักษา Shawn (หรือตัวละคร Operative คนใดคนนึงของผู้เล่นแต่ละคน) คนของ DedSec ว่าเขาถูกส่งมารักษาตัวซึ่งตอนนี้อยู่ในอาการโคม่า DedSec จึงต้องออกไปหาหมอที่ว่าเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
รางวัล -  750 ETO


- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่โรงพยาบาล St. Thomas Hospital ในย่าน Lambeth เพื่อคุยกับหมอที่รักษาอาการโคม่าของ Shawn


หมอ Nathalie บอกถึงปัญหาที่กำลังเกิดในโรงพยาบาลโดย AI จาก Carcani Medical ที่ทำหน้าที่การคัดกรองจำแนกประเภทผู้ป่วย วินิจฉัยโรคของผู้ป่วย รวมถึงกระบวนการรักษาทั้งหมด ซึ่งตอนนี้เธอไม่เชื่อถือการทำงานของมันอีกแล้ว เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่วินิจฉัยให้เข้าสู่การโคม่าจะเสียชีวิต อาจจะอยู่ได้ซักอาทิตย์หรือไม่ก็เดินนึง ซึ่งตอนนี้ Shawn คนของ DedSec ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์นั้น เขาอาจกำลังจะตายโดยที่เธอไม่สามารถช่วยได้เลยเพราะหากเปิดโปงก็จะตกงาน แต่เธอก็ต้องการจะกำจัด AI นี้ออกจากโรงพยาบาลของเธอ ซึ่งหากเป็น DedSec แล้วอาจจะทำได้ดีกว่าแน่นอน 


จากนั้น Hack กล้องวงจรปิดในตัวตึกขึ้นไปที่ดาดฟ้าตึกก็จะพบตู้ AI ของโรงพยาบาลตั้งอยู่ที่นี่ ซึ่งต้อง Hack Cargo Drone จากบนดาดฟ้าลงมารับเพื่อพาบินขึ้นมาด้านบน 


แล้วลงไปจัดการ Hack ตู้ AI ของโรงพยาบาลเพื่อดูที่กล้องวงจรปิดภายในตึกผู้ป่วยโคม่า แล้วมองหาตัว Shawn ที่กำลังนอนโคม่าอยู่ จัดการ Hack เข้าระบบของ Carcani Medical AI ที่กำลังควบคุมการรักษาเขาอยู่ได้เลย 


MedTech AI : ตรวจพบการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ชั้นไม่สามารถหยุดได้ ชั้นคือชีวิต ชั้นคือความตาย ทั้งหมดล้วนไม่ควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้
Bagley - ผมแทบไม่มีเวลาในการวิเคราะห์เลย แล้ว AI มันก็ไม่ต้องการให้เราเข้าไปยุ่งด้วย ตอนนี้มันเรียก Security แล้ว ผมว่าถึงเวลาต้องเผ่นแล้วล่ะ

เมื่อหนีออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัยแล้ว Bagley จะแจ้งว่า เขาตรวจพบตำแหน่งของเมนเฟรมที่เป็นตัวควบคุมและสั่งการ Carcani Medical AI ที่อยู่อีกที่นึง  


จากนั้นเดินทางต่อมายังตึก Carcani Medical ในย่าน Camden เป้าหมายคือลอบเข้าไปลบระบบปฏิบัติการณ์ของ Carcani Medical AI ในเซิร์ฟเวอร์ของพวกมัน 


- ก่อนอื่นใช้การ Hack กล้องวงจรปิดหรือ Drone เพื่อเข้าไป Hack รหัสเปิดประตูห้องพลังงานจากเจ้าหน้าที่ที่ถือกุญแจมาก่อน 


-จากนั้นเข้าไปในพื้นที่ด้านนอกตึกที่ติดกับกำแพงรั้วทางด้านขวาของตัวตึก ตรงนี้จะมีช่องระบายอากาศที่สามารถส่ง Spiderbot ลอบเข้าไปด้านในตัวตึกได้ โดยจะสามารถเข้าไปในชั้นที่ใกล้กับตำแหน่งของ เซิร์ฟเวอร์ของ Carcani Medical AI พอดี 


- แต่ห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์ของ Carcani Medical AI นั้นไม่สามารถเข้าได้เพราะถูกล็อกเข้ารหัสอย่างแน่นหนา ซึ่งต้องใช้การแก้ปริศนาปรับเส้นพลังงานให้ส่งตรงมาถึงประตูห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อเปิดมัน 



- โดยต้องใช้ Spiderbot ลอบลงมาที่ชั้นล่างสุดเพื่อเข้าไปในห้องพลังงานแล้วจัดการเปิดพลังงานของเส้นพลังงานสีฟ้าก่อน


จากนั้นก็เริ่ม Hack Drone หรือกล้องวงจรปิดปรับเส้นพลังงานในพื้นที่ตั้งแต่จุดปล่อยพลังงานในชั้นล่างให้เชื่อมต่อไปจนถึงประตูห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์ของ Carcani Medical AI ก็จะสามารถเปิดมันออกได้   


Carcani Medical AI : ได้โปรด ชั้นไม่อยากฆ่าใครอีกแล้ว ชั้นคือชีวิต ชั้นคือความตาย ชั้นไม่สามารถหยุดมันได้ ... ช่วยหยุดชั้นที

- จากนั้นก็ส่ง Spiderbot เข้ามาทางช่องระบายอากาศจากทางด้านข้างตึกเพื่อเข้าไป Hack ระบบเซิร์ฟเวอร์ของ Carcani Medical AI ได้เลย 


Carcani Medical AI : แจ้งเตือน: อุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้น …ชั้นจำได้แล้ว ชั้นจำได้แล้ว ...

ในขณะที่กำลังเริ่มกระบวนการลบข้อมูลระบบปฏิบัติการของ Carcani Medical AI หน่วยรักษาความปลอดภัยของตึกจะเริ่มเข้าโจมตีในตำแหน่งที่คุณอยู่ ซึ่งหากคุณอยู่ในตำแหน่งข้างๆตัวตึกฝั่งขวาตรงช่องระบายอากาศที่ส่ง Spiderbot เข้ามาก็ยังอยู่ในรัศมีทำให้การดาวโหลดสามารถดำเนินการต่อได้ในขณะที่คุณกำลังตอบโต้หน่วยรักษาความปลอดภัยที่กำลังบุกเข้ามาได้อย่างสบาย 

Adminster - ccs ของโซเดียมไธโอเพนทัล
ใช่ ชั้นทำตามคำแนะนำแล้ว ผู้ป่วยกำลังหลับ เริ่มการผ่าตัดได้
ประกาศเวลาตายได้ ทำมันเดี๋ยวนี้ ! เพิ่มโซเดียมไธโอเพนทัลอีกปริมาณหนึ่งด้วย


เป็นเกียรติจริงๆขอบคุณ - ชั้นมองไม่เห็น
เกิดอะไรขึ้น ? ... ไม่! ... นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราตกลงกันไว้ .. ไม่!
ชั้นคือชีวิต ชั้นคือความตาย .. ไม่!
ขอบคุณ ... ขอบคุณ 

เมื่อทำการลบข้อมูลระบบปฏิบัติการของ Carcani Medical AI จนเสร็จสิ้นแล้วก็หนีออกจากพื้นที่ไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย


 จากนั้นเดินทางกลับไปหา Shawn (หรือตัวละคร Operative คนใดคนนึงของผู้เล่นแต่ละคน) ที่ตอนนี้หายจากการโคม่าอยู่ที่ Safehouse ก็เป็นอันจบภารกิจนี้ 

ภารกิจ – Nobody Home 
รับงานกับ Nowt ที่ Earl’s Fortune Bar [Safehouse] 


รายละเอียด – Nowt กำลังตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกทิ้งร้างในลอนดอน เธอสงสัยว่าผู้ซื้อจากต่างประเทศกำลังใช้อสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี จึงขอให้ DedSec เข้าไปตรวจสอบบ้านร้างเหล่านั้น แล้วค้นหา ctOS Hub เพื่อ Hack ผ่านเข้าไปยังเครือข่ายท้องถิ่นเพื่อค้นหาว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบ้านร้างเหล่านี้ 
รางวัล -  650 ETO


- เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ตึกร้างแห่งนึงในย่าน Camden ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะไม่มีศัตรู สามารถหาทางปีนขึ้นไปที่ตำแหน่งของ ctOS Hub ด้านบนของตัวตึกเพื่อทำการ Hack ได้เลย


จากข้อมูลที่ Hack มาได้ Bagley ตรวจสอบได้ว่าตึกหลังนี้เพิ่งถูกซื้อโดย shell Company (บริษัทที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นบริษัทที่ว่างเปล่า (ว่างเปล่าเหมือนเปลือกหอย) ไม่มีหน้าที่อื่นนอกเหนือจากการบริหารเงินและหลักทรัพย์และปิดบังชื่อเจ้าของตัวจริงของเงินเพื่อเป็นช่องทางการหลีกเลี่ยงภาษี) ที่ชื่อ Grantha Inc ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อของ Nowt นั่นแปลว่า มันต้องไม่ใช่บริษัทที่ดีแน่นอน 


จากนั้นออกมาที่ด้านหน้าตัวตึกเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ (กดปุ่มทิศทางขึ้นบนเข้าไปใน Abilities Menu แล้วกด สี่เหลี่ยม ถ่ายรูป) เมื่อตั้งกล้องไปยังเป้าหมายที่ถูกต้องจะขึ้นว่า Target in View 


Nowt – Grantha Inc ใช่แล้ว นั่นแหละบริษัทที่ชั้นเพ็งเล็งอยู่ เท่าที่รู้เจ้าของคือ Samuel Toussaint หนึ่งในพวกคนชั้นสูงของกลุ่มประเทศในเขตทะเลแคริเบียน เป็น Kleptocracy  ("โจราธิปไตย")  ในเฮติที่คนสาปแช่งกันมาก ก็เล่นปล้นสมบัติของชาติไปแบบนั้น
ปัญหาคืออะไรชั้นไม่หลักฐานอะไรที่เชื่อมโยงไปถึง Grantha Inc โดยตรงเลย ไม่รู้สิ ลองหาอะไรที่มันดูผิดปกติในอาคารร้างพวกนั้นดูก็แล้วกัน เดี๋ยวชั้นจะส่งพิกัดไปให้ 


ภารกิจ – Royal Trestment 
รายละเอียด – ภารกิจต่อเนื่องจากภารกิจ  Nobody Home หลังจากที่ Nowt นำเอาข้อมูลของกลุ่มทุนจากต่างประเทศที่กำลังกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนเพื่อใช้ในการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ให้DedSec รู้ จนเบาะแสนำไปสู่ Grantha Inc บริษัทที่ตั้งบังหน้าที่จดทะเบียนในชื่อของ Samuel Toussaint หนึ่งในพวกชอบปล้นสมบัติชาติตัวเอ้คนนึง แต่ Nowt ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด Grantha Inc ได้เธอจึงต้องการให้ DedSec ออกไปตามบ้านร้างต่างๆที่เธอหมายตาไว้เพื่อหาหลักฐานที่เชื่อมโยงไปยัง Grantha Inc ให้ได้
รางวัล -  700 ETO / Mask

ตำแหน่งของตึกร้างที่ Nowt ระบุมาเป็นเพียงการบอกแบบกว้างๆที่ไม่ได้เป็นพิกัดอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ DedSec ต้องออกค้นหาเอาไว้ภายใต้เพียงคำใบว่า
ตึกแรกอยู่ทางทิศตะวันตกจากสถานี Warren Street Station
ตึกที่สอง ตั้งอยู่ระหว่างถนน Horseferry Road กับสถานี St James Park Station
ตึกที่สามตั้งอยู่ทางใต้ของโบสถ์ Westminster Abbey 
ซึ่งตำแหน่งของตึกทั้ง 3 จะไม่แสดงเป็นจุดหมายในแผนที่ ต้องเดินไปตามพิกัดที่อธิบายไว้คร่าวๆเมื่อเข้าใกล้แล้ว Bagley จะแจ้งเตือนให้เองพร้อมตำแหน่งของตึกถึงจะเปิดเผยออกมาเป็นจุดสีเหลืองในแผนที่ (สามารถค้นหาตึกไหนก่อนก็ได้)


                          ตำแหน่งของตึกที่แรกอยู่ทางทิศตะวันตกจากสถานี Warren Street Station 


ตึกร้างเป้าหมายคือ St. Andrew’s Court  ภารกิจที่ต้องทำคือเข้าไป Hack ctOS Network ที่อยู่ในสวนของตึก 


โดยอ้อมเข้าไปทางขวาของตึกจะพบประตูที่ปิดอยู่ ซึ่งต้องใช้การ Hack โดรนบินขึ้นไปแก้ปริศนาปรับเส้นพลังงานตามพนังตึกให้เป็นสีฟ้าให้หมดถึงจะเปิดประตูเข้าไปได้ 

ผ่านประตูเข้ามาจนพบแผ่นไม้ที่มีเครื่องหมายกากบาท ทำลายมันเข้าไปก็จะเห็นตู้ ctOS Network ตั้งอยู่ เข้าไป Hack ข้อมูลจากมันได้เลย


Bagley – ที่นี่ก็เหมือนกันถูกซื้อในนามของ shell Company อีกที่นึง ให้ตายสิ เหมือนกับกำลังมองผ่านลิ้นชักชุดชั้นในของนางเงือกยังไงหยั่งงั้นเลย 


จากนั้นออกมาที่ด้านหน้าตัวตึกเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ (กดปุ่มทิศทางขึ้นบนเข้าไปใน Abilities Menu แล้วกด สี่เหลี่ยม ถ่ายรูป) เมื่อตั้งกล้องไปยังเป้าหมายที่ถูกต้องจะขึ้นว่า Target in View 


ตำแหน่งของตึกร้างตึกที่สอง อยู่ระหว่างถนน Horseferry Road กับสถานี St James Park Station ทางใต้ของ Safehouse DedSec 


ตึกร้างเป้าหมายคือ Waxbey House ภารกิจที่ต้องทำคือขึ้นไป Hack ctOS Network ที่อยู่บนระเบียงชั้นบนของตึก 


วิธีขึ้นไปก็คือ ต้องใช้ตัวละครปฎิบัติการณ์ที่มีโดรนก่อสร้างเพื่อใช้บินขึ้นไปตรงๆเลย หรือไม่ก็ต้องปีนขึ้นไปเองโดยเข้าพื้นที่ตรงทางเดินด้านขวาของตึกซึ่งจะมีประตูที่ต้องใช้รหัสในการเปิด  



จัดการ Hack กล้องวงจรปิดตรงบริเวณใกล้เคียงกับที่มีตัวรหัสประตูอยู่ Hack รหัสมาแล้วก็จะเปิดประตูเข้าไปในพื้นที่ได้ 


ในซอยด้านในจะมีที่ปีนขึ้นไปด้านบนต่อจนสุดทางจะพบแผ่นไม้ที่มีเครื่องหมายกากบาท ทำลายมันเข้าไปจะเห็นท่อเหล็กให้ปีนต่อไปจนถึงระเบียงด้านบนที่มีตู้ ctOS Network ตั้งอยู่ เข้าไป Hack ข้อมูลจากมันได้เลย


Bagley – ตึกนี้ไม่ได้มีชื่อของ Grantha Inc เป็นเจ้าของ แต่ค่อนข้างจะแตกต่าง แต่เป็น shell Company อีกที่นึงที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จินซึ่งก็น่ากลัวไม่แพ้กันเลย 


จากนั้นออกมาที่ด้านหน้าตัวตึกเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ (กดปุ่มทิศทางขึ้นบนเข้าไปใน Abilities Menu แล้วกด สี่เหลี่ยม ถ่ายรูป) เมื่อตั้งกล้องไปยังเป้าหมายที่ถูกต้องจะขึ้นว่า Target in View 


ตำแหน่งของตึกร้างตึกที่สาอยู่ทางใต้ของโบสถ์ Westminster Abbey ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของ Safehouse DedSec 


ตึกร้างเป้าหมายคือ Strathearn House ภารกิจที่ต้องทำคือขึ้นไป Hack ctOS Network ที่อยู่บนระเบียงชั้นบนของตึก


ประตูทางเข้าด้านหน้าที่ปิดอยู่ ใช้ Spiderbot โยนเข้าไป Hack แผงควบคุมที่อยู่ด้านใน แล้วเข้าไปปีนขึ้นชั้นบนจนถึงระเบียงที่มีตู้ ctOS อยู่ในลูกกรงที่ปิดล็อกอยู่ จัดการ Hack กล้องวงจรปิดที่อยู่ตรงทางเดินด้านขวาของห้องเพื่อสั่งการให้ตู้ไฟระเบิดทำลายแผ่นไม้ที่กั้นอยู่ออก



จากนั้น  โยน Spiderbot ข้ามไปฝั่งนั้นแล้วบังคับให้มันมุดกำแพงไป Hack แผงควบคุมประตูด้านหลังห้องก็จะสามารถเปิดเข้าไป Hack ตู้ Hack ctOS Network ได้ 


Bagley – ผมได้โฉนดอีกฉบับที่เป็นของบริษัทที่เป็น shell Company อีกที่นึงเป็นเจ้าของ  


จากนั้นออกมาที่ด้านหน้าตัวตึกเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ (กดปุ่มทิศทางขึ้นบนเข้าไปใน Abilities Menu แล้วกด สี่เหลี่ยม ถ่ายรูป) เมื่อตั้งกล้องไปยังเป้าหมายที่ถูกต้องจะขึ้นว่า Target in View


Bagley – ผมมีข้อมูลอัพเดท ผมพบจุดเชื่อมโยงระหว่างบริษัทที่เป็น shell Company ทั้งหมดที่เป็นเจ้าขอตึกทั้ง 3 ที่เราถ่ายภาพมาแล้ว ทุกบริษัทมีรายชื่อ Samuel Toussaint เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 
Nowt – เอาล่ะ DedSec ชั้นอ่านข้อมูลที่คุณอัพโหลดมาให้หมดแล้ว toussaint มันกำลังเล็งตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่จึงพยายามมีบทบาทให้ปรากฏในสายตาของคนทั่วโลก ตอนนี้มันกำลังเดินไปที่พระราชวัง Buckingham เพื่อเข้าเฝ้าองค์ราชินี ถ้าเราสามารถเตือนพระองค์ท่านไม่ให้เข้าไปพบกับไอ้เหลือบตัวนี้ได้ก็ถือว่าเป็นชัยชนะของทั้ง DedSec และ 404
Bagley –เรื่องที่ดีของเราคือเรามีหลักฐานมากพอที่จะพิสูจน์ว่า Toussaint ไม่เหมาะแม้แต่กับเศษกรวดใต้พระบาทของราชวงศ์
คุณคงคิดว่า พระราชวังต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่สุดยอดแน่ๆ แหม่ ก็พระราชวังอ่ะนะ 
แต่จริงๆแล้ว เครือข่ายที่พระราชวังบักกิงแฮมนั้นกระจอกมากบอกเลย ถ้าเราสามารถแฮ็ก ctO ที่ Buckingham Palace ได้ผมก็จะมุดเข้าไปหาตำแหน่งจุดที่มันจะเข้าเฝ้าได้ 


จากนั้นเดินทางไปยัง พระราชวังบักกิงแฮม โดยเลือกลงที่สถานี Victoria แล้วเข้าทางประตูของศูนย์รักษาความปลอดภัยของ Albion

* Uniformed Access – เครื่องแบบที่สามารถเข้าถึงสถานที่ได้ดีคือ ชุดทหารของราชวัง หรือไม่ก็ชุดของเจ้าหน้าที่ Albion

 ภารกิจที่ต้องทำคือขึ้นไป Hack ctOS Network ที่ตู้ ctOS Hub อยู่บนป้อมยามรักษาความปลอดภัย



หากใช้วิธีปลอมตัวเข้าไปก็จะสามารถเข้าทางประตูหน้าได้เลย เดินเลาะไปฝั่งซ้ายก็จะพบบันไดขึ้นไปที่ป้อมยามที่มีตู้ ctOS Hub ตั้งอยู่ทันที 


เข้าไปทำการเข้าไป Hack  ระบบ State Room Network เพื่อใช้งานกล้อง CCTV ในห้องด้านในได้เลย


Hack กล้องวงจรปิดไปที่มุมบนโต๊ะทำงานจะพบแท็ปเล็ทวางอยู่ แต่มันถูกเข้ารหัสเอาไว้ไม่สามารถอัพโหลดได้ 


จากนั้น Hack กล้องวงจรปิดไปด้านในที่มุมหน้าห้องที่มีรหัสรักษาความปลอดภัยอยู่ ทำการดาวโหลดรหัสปลดล็อกมา


แล้วกลับมาที่กล้องที่มุมบนโต๊ะทำงานก็จะสามารถอัพโหลดหลักฐานความชั่วร้ายของ Toussaint เข้าไปยังแท็ปเล็ทเป้าหมายได้แล้ว จากนั้นหนีออกจากพื้นที่ได้เลย


Bagley – ตอนนี้คณะทูตานุทูตจะไม่ต้องแปดเปื้อนความสกปรกที่ toussaint ไกลเป็นสิบฟุตเลยล่ะ ผมแน่ใจว่าได้ทิ้งข้อความอธิบายไว้เล็กน้อยพร้อมโลโก้ DedSec เผื่อไว้ให้ทุกคนรู้ว่าควรจะต้องขอบคุณใคร 
Nowt – ฮ่าๆๆ นี่แหละชัยชนะของพวกเราที่แท้จริงเลย ชั้นส่งหลักฐานทั้งหมดของเราไปให้เพื่อนใน SIRS ไม่ต้องห่วง คนๆนี้คนดีที่หนึ่งเลยขอบอก 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                                    ALBION CHAPTER

                                                      ZERO TOLERANCE



Sabine – ชั้นเกลียดมากๆเลยกับการที่ต้องวางเฉยกับ Mary Kelley แล้วปล่อยให้นางลอยนวลต่อไปให้ไปทำลายชีวิตคนอื่นด้วยไมโครชิพบ้านั่นแบบนี้ แต่ตอนนี้เราแม่งไม่มีทางเลือกจริงๆ
Bagley – ถ้างั้นบางที อาจจะถึงเวลาแล้วที่ต้องเข้าประเด็นไปที่เรื่องที่ทุกคนก็เห็นๆกันอยู่แต่พูดไม่ออกกันซักที ..Nigel Cass มหาเศรษฐีผู้โอบอ้อมและในฐานะ CEO คนปัจจุบันของกลุ่มอันธพาล Alnion PMC ในท้องถิ่นของเรา
Sabine – Cass เป็นคนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเหตุการณ์วางระเบิด เราอาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ลอนดอนเพื่อต่อต้าน Albion จากตอนนี้จนถึงตลอดไปได้ก็จริง แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายการยึดครองเมืองของ Albion ได้ ไม่ว่า Cass มันจะเป็นคนกุมอำนาจของ Albion หรือไม่ก็เถอะ 
Joeri – พระเจ้า นี่คุณกะจะชนกับหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเลยอ่ะนะ โดยมีรัฐบาลหนุนหลังด้วย แล้วคุณจะทำยังไง?  เดินเข้าไปเคาะประตูหน้าเลยงั้นหรอ?
Sabine – Bagley เจอช่องว่างของเกราะที่แน่นหนาของ Cass ซึ่งเป็นวงใน อดีตเพื่อนเก่าที่ถูกไล่ออก ถ้าเขามีประโยชน์เราอาจหาทางโน้มน้าวให้เขามาทำงานกับเราได้ กลับมาคุยรายละเอียดที่ Safehouse ก็แล้วกัน 

                     
                                                         DedSec Safehouse 



Bagley : เอาล่ะ มาพูดเรื่อง Alnion PMC กัน องค์กรเดียวของอังกฤษที่สามารถกดขี่คุกคามโลกที่กำลังพัฒนาได้สำเร็จมากกว่ารัฐบาลอังกฤษที่นำโดย Nigel Cass 
ชายที่สื่อที่เป็นพวกเดียวกับมันเรียกว่า ผู้มีวิสัยทัศน์ที่มีเสน่ห์ และองค์กรสิทธิมนุษยชนแอมเนสตี้อินเตอร์นานาชาติเรียก อาชญากรสงคราม Albion ได้รับมอบกุญแจเมืองในฐาะผู้นำในการสร้างเมืองใหม่หลังจากการวางระเบิด
Joeri – แหม่ .. ช่างง่ายดายจนน่าสงสัยซะจริงๆ 
Sabine – นั่นคือเหตุผลสองประการที่เราต้องหาจุดประสงค์ที่ซ่อนเร้นของ Cass 


Bagley : และสิ่งแรกที่เราเจอก็คือ ชายที่ชื่อ Hamish Bolaji เกิดที่ลอนดอน Bolaji เป็นผู้รับทุนการศึกษาด้านเทคนิคของ Cass Foundation ตั้งแต่อายุ 14 ปีซึ่งรวมถึงการให้คำปรึกษาส่วนตัวกับ Cass ตอนอายุ 16  Bolaji เป็นคนออกแบบโดรนลำแรกของ Cass  ถึงขนาดที่ Cass  ต้องเลื่อนการเปิดตัว Drone ของเขาไปหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้ตรงกับวันเกิดของ Bolaji
Sabine – ดูเหมือน Cass จะเป็นเหมือนพ่อคนที่ 2 ของ Bolaji เลย แล้วทำไมเขาต้องช่วยเราด้วย?


Bagley : พวกเขาตัดความสัมพันธ์กันหลังจากเหตุการณ์ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์เมื่อสามปีก่อน จากการสอบสวนด้านสิทธิมนุษยชนที่กล่าวหาว่า Cass สั่งให้กองทัพโดรนไปกวาดล้างหมู่บ้านประชาชนที่ประท้วงการสร้างท่อลำเลียงน้ำมันแต่โดรนทำงานผิดพลาดก่อนที่จะทำได้ 


Bolaji ถูกหมายหัวว่าเป็นผู้ก่อวินาศกรรมครั้งนี้ แล้วเขาก็เริ่มหนีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ตอนนี้ จากการติดตามข้อมูลมันแสดงให้เห็นว่าเขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งที่ลอนดอน  


Sabine – บ้าเอ้ย เขากำลังมองหาวิธีกู้ชื่อเสียงของตัวเอง เหมือนพวกผู้ประท้วง หมอนี่เป็นออกแบบ Drone ของ Cess ชั้นคิดว่าเขากำลังจะหาทางทำลายอาวุธของ Albion !


Bagley : ยอมรับว่าเขาปกปิดตัวเองได้ดีทีเดียวเลย แต่ยังไม่ดีพอ  ..น่าเสียดาย .. จากข่าวกรองที่ได้จากการดักฟังพวก Albion โดยสารวัตร Kaitlin Lau เพื่อนของเราทำให้รู้ว่า Cass รู้แล้วว่า ตอนนี้ Bolaji อยู่ในลอนดอน เราต้องรีบเข้าไปติดต่อกับ Bolaji ก่อนที่ Albion จะเจอตัวเขา จากนั้นก็โน้มน้าวเขาว่าเรามีศัตรูร่วมกันในคือ Cass 
Sabine – คงเป็นโอกาสเดียวที่ดีที่สุดของหมอนี่ที่จะหยุดพวก Albion และกู้ชื่อเสียงของตัวเองได้ และบริษัททหารรับจ้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังต้องการให้เขาตาย  ... ไม่ได้กดดันนะ 
Bagley : ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ผมก็ได้ จำกัด พื้นที่ที่เรามักจะพบ Hamish Bolaji มากที่สุดเอาไว้แล้ว ผมส่งพิกัดให้ทาง Optik ของคุณเรียบร้อยแล้ว 


                            Main Mission – Gap in the Armour

         เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Battlebridge Basin ในย่าน Islington & Hackney 



Bagley : Bolaji แอบสอดแนมกิจการของ Albion อย่างเงียบ ๆ และผมสามารถระบุได้ว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ของเขาเกิดจากพื้นที่นี้ Hamish ไม่ได้ติดระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านแบบที่ตรวจสอบได้และก่อนที่คุณจะเข้าทางประตูหน้าบ้านของเขาแบบปกติจนไปเจอกับดักที่ออกแบบมาเพื่อลบข้อมูลทั้งหมดของเขาและชีวิตของคุณก็จะต้องมาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น พูดแบบแฟร์ๆ คุณเป็นผู้ก่อการร้ายติดอาวุธที่พยายามบุกเข้าไปในแฟลตของเขา อ่ะนะ อย่างไรก็ตามคุณควรจะสามารถเชื่อมต่อกับกริดภายในและใช้กล้องวงจรปิดเพื่อปลดอาวุธกับดักของเขาก่อน ผมเชื่อว่าอินเทอร์เฟซหลักอยู่บนชั้นดาดฟ้า แน่นอนคุณสามารถไปที่นั่นได้ มีสามตัวเลือก หนึ่งใช้ลิฟต์สำหรับล้างหน้าต่าง สองหา Cargo Drone มาใช้ และ สาม ยอมแพ้ กลับบ้านแล้วหาคนอื่นที่เจ๋งกว่ามาทำงานนี้ 



ทางที่ง่ายที่สุดที่จะขึ้นไปที่ตู้ ctOS Hub บนดาดฟ้าได้ก็คือเรียก Cargo Drone ที่จุดเรียกโดรนหรือที่บินอยู่แถวนั้นมาใช้พาบินขึ้นไปบนดาดฟ้าก็จะสามารถ Hack เข้าระบบ ctOS Hub เพื่อดูผ่านกล้องวงจรปิดในห้องของ Bolaji ได้ 



เมื่อทำการ Hack กล้องวงจรปิดในห้อง Bolaji ได้แล้วจะพบว่าเขาทำกับดักเพื่อจัดการคนที่จะเข้าประตูมาเอาไว้ ต้องแก้ปริศนาเชื่อมต่อเส้นพลังงานสีฟ้าให้เชื่อมต่อไปถึงคอมพิวเตอร์ในห้องเพื่อตัดวงจรของกักดักไม่ให้ทำงาน ก็จะทำให้สามารถเข้าไปที่ประตูหน้าของแฟลต Bolaji ได้แล้ว 



Hamish Bolaji – เข้ามาอีกก้าวเดียวพ่อนักกล้ามชั้นจะระเบิดที่นี่ให้เป็นจุลไปพร้อมกับแกเลยคอยดูสิ 
Joeri – ใจเยน นายไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก 
Hamish Bolaji – แล้วแกเป็นใครกันวะ? มาทำอะไรในห้องของชั้น? แกเป็นพวก Albion หรอ?
Joeri – ไม่ใช่ คิดถึงพวกต่อต้านกลุ่มอื่นบ้างสิ 
Hamish Bolaji – อะไรนะ แกคือ DedSec หรอ? อ๋อใช่สิ งั้นชั้นก็ Che Guevara อ่ะ แกจบแล้วเพื่อน !


Joeri – ฟังผมก่อน ตอนนี้ Albion มันรู้แล้วนะว่าคุณอยู่ที่ลอนดอน คุณต้องหนีออกจากที่นี่ เดี่ยวนี้ !
Hamish Bolaji – ชิบหายแล้ว นี่แกพูดจริงใช่มั๊ยเนี่ย? แม่งเอ้ย ชั้นว่าชั้นระวังตัวดีแล้วนะ ไอ้โง่ Hamish เอ้ย  Cess แม่งเลวกว่าที่แกคิดเยอะเลย
Joeri – เลวกว่าที่เราคิดหรอ? เรารู้อยู่แล้ว เรารู้อยู่แล้ว แล้วคุณคิดว่าผมมาที่นี่เพื่ออะไรล่ะ?
Hamish Bolaji – หรือว่าบางที Nigel Cess ใช้แกมา นั่นแหละวิธีสกปรกของพวกทหารรับจ้างล่ะ
Joeri – ผมไม่ใช่พวกของ Cess หรอก มันก็พยายามจะฆ่าพวกเราเหมือนกัน เรากำลังจะหาทางหยุดมัน และเราต้องการให้คุณช่วย
Hamish Bolaji – นี่เพื่อน แกมันไม่รู้อะไรหรอก แกไม่รู้ว่า Cess มันเป็นยังไง แล้วก็ ....
Albion – ไปๆๆๆ เข้าไปๆๆๆ 


Hamish Bolaji – ชิบหายแล้วพวก Albion มันกำลังไปหานายแล้ว แสดงว่านายคงไม่ได้โกหกแน่
Joeri – แม่งเอ้ย ก็เออสิวะ !
Hamish Bolaji – บ้าเอ้ย Hamish คิดสิวะ คิด ! .. เดี๋ยวชั้นจะช่วยถ่วงเวลาให้ นายรีบหนีไปได้แล้ว ไปเดี๋ยวนี้ !!  ไป !!!


เมื่อหนีออกจากห้องของ Bolaji แล้วก็พยายามหนีออกจากการปิดล้อมของพวก Albion ไปในที่ที่ปลอดภัยให้ได้ 


Hamish Bolaji – เอาล่ะเพื่อน หนีได้เจ๋งมาก โอเค ชั้นเชื่อนาย คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ Nigel มันกำลังวางแผนบางอย่างอยู่และชั้นก็ไม่คิดว่าจะสามารถหยุดมันด้วยตัวคนเดียวได้รึเปล่าด้วย ซึ่งถ้า DedSec เป็นอย่างที่ชั้นได้ยินมาล่ะก็ พวกคุณสามารถช่วยผมได้แน่
Sabion – เราสามารถช่วยซึ่งกันและกันได้ มีโอกาสที่ Cess มันกำลังจะทำบางอย่างที่เกี่ยวกับการวางระเบิดอีก หรือว่ามันจะวางแผนอะไรที่เลวร้ายไปกว่านั้น?


Hamish Bolaji – ไม่ๆ นั่นไม่ใช่แบบที่เขาเป็น ก็ไม่เชิงแบบนั้น ฟังนะ Nigel มองตัวเองเป็นเหมือน ฮีโร่ เขาเป็นคนหยิ่งยโส แต่เขาไม่ได้เป็นคนที่ดูถูกเหยียดหยามใคร ทุกๆที่ที่เราไป เขามักจะมีแผนที่บ้าบิ่นซักอย่างในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดด้วยตำรวจหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีห่าอะไรซักอย่างเสมอ สังคมเป็นปัญหาทางเทคนิคและประชาชนก็แค่บั๊คในซอฟต์แวร์ คุณทำงานกับมันให้ได้ไม่งั้นก็ต้องทำลายมัน รู้มั๊ย ชั้นต้องสลับพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์เพื่อไม่ให้พวกมันตามชั้นเจอ ฟังนะ ชั้นมีคนอยู่ข้างใน สายคนนึงใน Albion เขาบอกว่า Nigel กำลังจะมีการจัดประชุมใหญ่ที่ White Tower เกี่ยวกับงานใหญ่ที่เขาวางแผนเอาไว้ในลอนดอน
Sabion – สิ่งที่เราต้องการคือคนวงในนั่นมาร่วมทีม
Bagley : ก่อนอื่นเลย เราต้องจับตาไปที่เป้าหมายที่ไม่สามารถเอาชนะได้นั่นก่อน งั้นก็ลุยเลย! ผมจะพยายามตัดส่วนที่ไม่เหมาะสมออกไปเพื่อค้นหาและรวบรวมบุคคลที่เหมาะสมเพื่อทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ที่สุด 
Hamish Bolaji – อ่า บ้าเอ้ย ระบบรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตของ Albion กำลังตามรอยรหัสพร็อกซีของชั้นอยู่ ต้องตามหาเพื่อทำลายสัญญาณนั่นซะ ผมต้องรีบจัดการกับเรื่องนี้ด่วนเลย 


                                   Main Mission – Inside Albion

เดินทางไปยังเป้าหมายของภารกิจที่ Tower of London ในย่าน Tower Hamlets แล้วเข้าไปคุยกับ สายข่าวของ Bolaji ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าทางกำแพงฝั่งตะวันออก 


Bee – คุณเลือกเป้าหมายของคุณได้แน่นอนมากแต่คุณรู้มั๊ยว่า ที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่ของ Albion ?
Joeri – แน่นอน เรารู้ แต่ตอนนี้ Cess กำลังจะเปิดตัวโปรเจคใหม่อยู่ ซึ่งผมมั่นใจว่ามันใช่สิ่งที่ดีแน่ๆ เราถึงต้องหาทางทำอะไรซักอย่าง คุณรู้ใช่มั๊ย?
Bee – ใช่เลยไอ้ Nigel Cass แม่งก็อย่างที่คุณพูดนั่นแหละถูกแล้ว มันไม่เคยทำอะไรดีๆออกมาแน่ โชคดีที่ชั้นได้ยินข่าวเรื่องนี้จากในผับใกล้กับที่นี่ มันก็มีพวก Albion ที่ไม่ค่อยพอใจกับที่ทำงานของตัวเองปูดเรื่องนู่นนี่นั่นออกมา อยากจะบอกว่าคุณสามารถปลอมตัวเป็นพวกมันเข้าไปด้านในได้สบายๆเลย ชั้นส่งพิกัดห้องประชุมของพวกมันให้ Bagley แล้ว โชคดีก็แล้วกัน 

การจะเข้าพื้นที่ได้ งานนี้ต้องใช้ตัวละครที่สามารถเปลี่ยนชุดปลอมตัวเป็น Albion ได้เท่านั้น ส่วนไอเทมติดตัวให้เลือกไอเทมที่ทำให้หายตัวได้จะเป็นประโยชน์มาก 


Bagley : Nigel Cass กำลังจะเริ่มประชุมแล้ว ถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ก็เข้าพื้นที่ได้เลย ถ้าเราโชคดี Cass มันคงยังไม่หลุดข้อมูลสำคัญออกมาก่อนที่เราจะเข้าไปถึง ฉะนั้นคุณก็ควรรีบหน่อยก็แล้วกัน อ่อ อย่าลืมชุด Albion ของคุณด้วยล่ะ ทำตัวให้มันเนียนหน่อยล่ะ จะได้ไม่ได้รับอันตราย 


จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านในได้เลย งานนี้บังคับให้ต้องปลอมตัวเข้าไปอย่างเดียวห้ามโดนจับได้ ในขณะการปลอมตัวพยายามอย่าอยู่ใกล้พวกทหารยามมากเกินไป เดินช้าๆผ่านไปก่อนที่เกจสงสัยจะเปลี่ยนเป็นสีแดง จากทางเข้าเดินตรงมาตรงทางออกอีกฝั่งแล้วเลี้ยวซ้ายอ้อมมาทางส่วนขวาของตัวตึกจะพบบันไดขึ้นไปด้านบนก็จะพบประตูทางเข้าเป้าหมายที่ต้องเข้าไป  


Bagley : เอาล่ะ ตอนนี้คุณเข้ามาด้านในตึกได้แล้ว แต่ผมก็ต้องเตือนก่อนว่า หากมีความวุ่นวายใด ๆก็ตามเกิดขึ้นในนี้ Nigel Cass จะยกเลิกการประชุมของเขาอย่างแน่นอน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้น คุณต้องห้ามโดนจับได้อย่างเด็ดขาด
Hamish Bolaji – Nigel ไม่ได้สนใจอะไรพิเศษในชั้นนี้หรอก 

เมื่อเข้ามาด้านในอาคารแล้ว เป้าหมายคือหลบการ์ดของ Albion เพื่อขึ้นบันไดไปชั้นบนต่อ ด้านในนั้นไอเทมช่วยในการหายตัวจะไม่สามารถใช้ได้ ต้องมองจังหวะการเดินของพวกการ์ดเพื่อหาเธอเดินผ่านมันไปจนขึ้นไปยังชั้น 2 ให้ได้ 


Bagley : ประตูนี้ต้องใช้ Security Pass แต่คุณลองใช้คอมพิวเตอร์ใกล้ๆแถวนี้สร้างบัตรปลอมขึ้นมาก็ได้
Hamish Bolaji – ระวังตัวด้วย คุณคงไม่อยากรู้หรอกว่า Nigel มันจะทำยังไงกับคนที่บุกรุกฐานของมัน  


Bagley : มันคงต้องใช้เวลาในการปลอมแปลง Security Pass ซักนิดนึง และระหว่างการรอผมมีบันทึกการสอบสวนภายในเกี่ยวกับการตายของ Cass Sr.มาให้ดูด้วย 


แฟ้มประวัติการประเมินสุขภาพจิตที่ A-S 001 เรื่อง Cass, Nigel
คุณ Cass ได้รับประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนักเมื่อเขาได้พบเห็นการฆาตกรรมพ่อของเขา Gareth Cass CEO ของ Albion 
เขาเริ่มแสดงอาการไม่นานหลังจากสิ่งที่เขามักอธิบายว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่แน่นอน 


อาการเริ่มแรกของคุณ Cass คือ การนอนไม่หลับ ความหวาดระแวง ทัศนคติที่ผิดเพี้ยน และเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนมุมของตัวเองไปเป็นเรื่องความไร้อำนาจในงานของตัวเอง 


จำทำให้เกิดเป็น Albion ขึ้นมาซึ่งเป็นเสมือนกลไกในการป้องกันความรุนแรงที่คาดเดาไม่ได้ของตัวเองจนกลายเป็นความคลั่งไคล้ในแบบโรคจิต

สำหรับชั้นสิ่งนี้ทำให้เกิดความรู้สึกผิดก็คือเรื่องเกี่ยวกับความเหมาะสมในการบริหารบริษัทรักษาความปลอดภัยข้ามชาติของ คุณ Cass แต่ชั้นไม่สามารถให้คำแนะนำใด ๆ นอกเหนือจากการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชั้นถูกขอให้ปิดคดีนี้


Ellen - ดูเหมือนว่าคุณ Cass ของเราจะมีมีปัญหาบางอย่างที่ต้องแก้ไขนะ คงจะดีถ้าเขาแก้ปัญหาให้ตัวเองให้ได้ก่อนที่จะมาแก้ปัญหาให้ลอนดอนอ่ะนะ 
Hamish Bolaji – ไนเจลไม่เคยสนิทกับใครเลยนอกจากพ่อของเขาแล้วก็ผม ผมเดาว่าเขาน่าจะไม่เคยมีความเชื่อในตัวคนอื่นมากนัก 
Bagley : อดีตมันก็ผ่านมาแล้วแม้มันจะผ่านไปแบบไม่ค่อยดีนักก็เถอะ ถ้าการต่อต้านครั้งนี้มันไม่สำเร็จ ผมว่าคุณคงจะเลี้ยงชีพด้วยการปลอมแปลงเอกสารไปตลอดแน่ๆเลย เอาล่ะ ลุยตามแผนต่อเลย Nigel Cass กำลังรออยู่ 


จากนั้นก็กลับเอา Security Pass ปลอมที่ได้มาไปใช้ผ่านประตู Security เข้าไปด้านในต่อ ดูจังหวะการเดินของการ์ดหรือใช้การ Hack กล้องวงจรปิดเพื่อเบี่ยงเบนความพวกมันให้พ้นทางจนสามารถเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนต่อได้ ก็จะมาถึงห้องประชุมที่ Nigel Cass กำลังจะนำเสนอผลงานใหม่ของเขาให้บอร์ดผู้บริหาร Albion รับรู้พอดี 




Nigel Cass – ข้อต้อนรับเข้าสู่ Project THEMIS โดรนปฏิบัติการณ์อัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุดของเรา 


โดรนเหล่านี้สามารถแยกแยะและยุติภัยคุกคามก่อนที่มันจะทำอันตรายได้ มันสามารถไปได้ทุกที่ เห็นทุกๆอย่าง 


พวกมันสามารถฆ่าแค่คนๆเดียวในตรอกหรือในฝูงชนนับร้อยได้อย่างแม่นยำ
Drone THEMIS สามารถทำในสิ่งที่มนุษย์พยายามที่จะทำให้ได้ในแบบทันทีและเด็ดขาด


ถ้าไม่ใช่แรงสนับสนุนจากพวกคุณ ผมคงไม่ได้มายืนตรงนี้และบอกพวกคุณ ไม่สิ สัญญากับพวกคุณว่า