วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

บทสรุป Devil May Cry V




จากเทลเลอร์ไทมไลน์ที่ถูกยืนยันออกมาก่อนหน้านั้น ทาง Capcom ญี่ปุ่นต้นสังกัดได้เปลี่ยนไทมไลน์ของเนื้อเรื่อง DMC จาก 3 - 1 - 4 - 2 - 5 เป็น 3 - 1 - Devil May Cry: The Animated Series - 2 - 4 - 5 เนื่องจากคุณอิซึโนะต้องการเปลี่ยนไทมไลน์ใหม่ให้เข้ากับบทในภาค 5 ตามเทลเลอร์ในลิงค์
https://www.youtube.com/watch?time_continue=7&v=Oa6pa4RGpMw
จนเมื่อเทลเลอร์ใหม่ของทาง Capcom อเมริกาและ ไมโครซอร์ฟ ที่ชื่อ DMC5 - The Story So Far Trailer ซึ่งเป็นการบอกเล่าถึงเนื้อเรื่องในภาคต่างๆเพื่อให้เข้าใจก่อนภาคใหม่ออกมาในวันนี้ กลับเรียงไทมไลน์เพียง 3 - 1 - 4 - 5 โดยได้ตัดภาค 2 ออกจากการเล่าเรื่องในไทมไลน์ใหม่ไปโดยสิ้นเชิง ตามเทลเลอร์ในลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=PglBBOT8wIQ


กาละครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว โลกมนุษย์ถูกรุกรานโดย Mundus เจ้าชายแห่งความมืด แต่มีหนึ่งปีศาจผู้ทรยศนามว่า Sparda ลุกขึ้นมาต่อต้านเขาเพื่อช่วยปกป้องมวลมนุษย์จนสามารถกำจัด Mundus ลงได้แม้จะไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ก็สามารถปิดผนึก ประตู ที่เชื่อมโยงโลกมนุษย์กับโลกปีศาจเอาไว้ได้สำเร็จ ทำให้ความสงบสุขหวนกลับคืนสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง 



และ Sparda ก็ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ธรรมดาแต่งงานกับหญิงสาวชาวโลกที่ชื่อว่า Eva จนได้ให้กำเนิดลูกชาย 2 คนที่เป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์กับปีศาจ นามว่า Vergil และ Dante ก่อนที่ Mundus ผู้พยาบาทได้สั่งกองทหารปีศาจมาไล่ล่าและฆ่า Eva ลงได้ในที่สุด ทำให้สองเด็กน้อย Vergil และ Dante ต้องใช้ชีวิตที่เร่ร่อนและพลัดพรากจากกันไปตามชะตากรรมของตน



คนนึงปฏิญาณไว้ว่าจะล้างแค้นให้ผู้เป็นแม่โดยการฆ่าปีศาจทุกตน ส่วนอีกคนแสวงหาพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ให้เหนือกว่าบิดาของตน หลายปีผ่านไปที่ 2 ที่พี่น้องต้องเข้าต่อสู้ห่ำหั่น ในฐานะที่ Dante ที่ได้ผันตัวมาเป็นนักล่าปีศาจจับมือกับสาวน้อยผู้มากด้วยอาวุธที่สุดจะพบพานามว่าเลดี้ในฐานะผู้มีเจตนาเดียวกัน 



สุดท้ายก็ต้องโรมรันกับพี่ชายของตัวเองที่กำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ของชีวิตที่จะใช้พลังของปีศาจที่เขาเกลียดชังมาทำให้ตัวเองสมหวังในพลังที่ต้องการจนสุดท้าย Dante ก็มีชัย แม้ชัยชนะเหนือพี่ชายนั้นจะไม่หอมหวลมากไปกว่าที่ 



Dante ได้ประมือกับ Mundus ผู้หวนคืนจนสามารถปิดผนึกประตูปีศาจเอาไว้ได้อีกครั้งเหมือนกับที่พ่อได้ทำไว้ แถมยังสามารถช่วย Trish สาวสวยผู้เป็นทาสรับใช้ปีศาจอย่างไม่เต็มใจเอาไว้ได้อีกคน

ก่อนที่ Dante จะถูกร้องขอให้มายังเกาะ Dumary จาก Matier ผู้นำกลุ่ม Vie de Marli ที่ในอดีตเมื่อหลายเมื่อหลายศตวรรษก่อนเคยเป็นพันธมิตรสปาร์ด้าในการต่อสู้กับกษัตริย์มาร Argosax ผู้ทำให้เกิดกลียุคด้วยลัทธิบูชาปีศาจจนทำให้สปาร์ด้าสามารถเอาชนะ Argosax ได้และเพื่อป้องกันไม่ให้พวกปีศาจลักลอบเข้าสู่โลกมนุษย์อีกสปาร์ด้าจึงผนึกทางเข้าโดยใช้วัตถุลงอักขระทั้งสี่ที่รู้จักกันในนามอาร์คานาแล้วมอบหมายให้กลุ่ม Vie de Marli เป็นผู้ปกปักษ์คุ้มครองเกาะ Dumary ที่เป็นหนึ่งในจุดที่เป็นประตูนรกมาหลายอายุคน และในบัดนี้ ประตูนรกแห่งนี้ก็กำลังจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งโดย Arius CEO แห่ง Uroboros Corporation ผู้หลงใหลในพลังปีศาจกำลังตามหา Arcana Medaglia ทั้ง 4 เพื่อใช้ในการเปิดประตูนรกเพื่ออัญเชิญ Argosax ให้กลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง



 ที่นี่ Dante ได้รู้จักกับ Lucia หรือ Χ (Chi) อดีต Secretary Demon ปีศาจองค์รักษ์ที่ถูก Arius สร้างขึ้น ที่ผันตัวเองมาเป็นการเดี้ยนผู้ปกป้องเกาะ Dumary ในฐานะลูกบุญธรรมของ Matier ผู้นำกลุ่ม Vie de Marli เป็นพันธมิตรร่วมต่อสู้จนสามารถกำจัดทั้ง Arius และ Argosax ลงได้ 



จนหลายปีต่อมา Dante หวนคืนกลับมาใช้ฉายานักล่าปีศาจอีกครั้งเพื่อเข้ายับยั้ง Sanctus ประมุขลัทธิภาคีแห่งดาบ (Order of the Sword) แห่ง Fortuna เมืองที่บูชาสปาร์ด้าดุจเทพเจ้า กำลังมีแผนจะเปิดประตูนรกเรียกพวกปีศาจออกมาแล้วปลดปล่อย Savior ให้ออกมากำจัดพวกปีศาจเพื่อหลอกประชาชนให้ตนเองได้ครองโลก



 จนได้พบกับอัศวินหนุ่มของภาคีนามว่า Nero ที่ถูกหลอกใช้เจ้าลัทธิผู้ฝักใฝ่ด้านมืด จนจบช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง พวกเขาต่างก็รู้ว่าพวกเขามีความเกี่ยวดองกันด้วยสายโลหิตที่เป็นดั่งมรดกแห่งปีศาจร่วมกัน และร่วมมือกันกำจัด Sanctus และ Savior ลงได้สำเร็จ 

และในตอนนี้ชะตากรรมของพวกเขาก็ได้มาบรรรจบกันอีกครั้ง ศัตรูที่ทรงพลังตนใหม่ทำให้เหล่าผู้มีอุดมการณ์ของการล่าปีศาจได้มารวมตัวกันอีกครั้ง ทั้งเพื่อนเก่าและมิตรสหายหน้าใหม่ผู้ชื่นชอบที่จะฆ่าปีศาจเฉกเช่นกัน



เมื่อวงแหวนแห่งโชคชะตาที่ไร้ความปราณีได้เริ่มทำงานของมันก็นำมาสู่การรวมพลังกันของมือแต่ละข้างของพวกเขาเหล่าผู้ที่มีสายสัมพันธร่วมกัน ได้สร้างเรื่องราวการเดินทางครั้งใหม่อีกครั้ง



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                               Devil May Cry Before the Nightmare Novel  


นิยายที่เป็นส่วนขยายเรื่องราวก่อนเกม Devil May Cry 5 ที่มีความจำเป็นอย่างมากเพื่อการรับรู้ความเป็นมาในเรื่องราวในอดีตของแต่ล่ะแง่มุมความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆที่้เชื่อมโยงมาถึงเหตุการณ์ในเกม


       
                                  สามารถเข้าไปอ่านแบบแปลไทยได้ที่ลิงค์ด้านล่าง 
       http://decibelperoxide.blogspot.com/2019/03/devil-may-cry-before-nightmare-devil.html



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



 

  เรื่องราวที่เกิดก่อนหน้าในนิยาย Devil may Cry V: Before the Nightmare   

                                        -  Prologue Chapter -


Nico ได้นัดพบเพื่อเข้ามาพูดคุยกับ Jeffrey Turner นักข่าวจากนิตยสารที่ว่าด้วยเรื่องไสยศาสตร์ที่ชื่อ 'Occult Times' ในบาร์แห่งนึง ถึงเรื่องที่ Nico เคยเขียนคอลัมน์ในนิตยสารนี้เมื่อห้าปีก่อนด้วยนามปากกา Miss Goldstein ในบทความเกี่ยวกับสาเหตุที่ Saviour โจมตีเมือง Fortuna เพื่อแย้งกับบทความของ Jeffrey แถมด่าว่าว่าเขาเขียนเกินจริงมากเกินไป

 เรื่องของเรื่องคือ Jeffrey ค่อนข้างคาใจว่าทำไม Nico ถึงรู้เรื่องราวในครั้งนั้นดีนักทั้งๆที่เมือง Fortuna เป็นเมืองโบราณที่เงียบสงบห่างไกลความเจริญที่น้อยคนจะรู้จัก ทั้งที่ Jeffrey เองก็เป็นนักข่าวสายนี้มานานก็ยังไม่ได้เข้าถึงเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเองเพียงแต่ได้ยินข่าวว่าเมือง  Fortuna ถูกยักษ์สีขาวถล่มเท่านั้น แถมความพยายามที่จะเข้าไปสัมภาษณ์พูดคุยกับคนของลัทธิภาคีแห่งดาบ (The Order of the Sword) ก็ไม่เป็นผลเพราะสมาชิกชั้นผู้น้อยต่างๆก็ถูกระดับผู้นำในภาคีห้ามไม่ให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ต่างกับ Nico เองก็ถึงกับเอ่ยปากว่า การเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในครั้งนั้นตัวเธอเองก็ทำได้ยากเพราะภายในเมือง Fortuna นั้นเต็มไปด้วยป้ายห้ามคนนอกเข้าในพื้นที่สำคัญเต็มไปหมด ซึ่ง Jeffrey เชื่อว่า ยักษ์สีขาวที่ออกมาถล่มเมืองนั้นเป็นผลจากการประกอบพิธีกรรมนอกรีตที่ผิดพลาด

Jeffrey เองพยายามที่จะสั่งเครื่องดื่มและขนมปังมาเพิ่มเพื่อให้การสนทนานี้ดำเนินต่อไปอีกซักหน่อยแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเพราะ Nico ได้แต่ทำท่าไม่สนใจและไล่เขากลับไปที่ทำงานซะ ก่อนที่เธอจะนำหน้านึงในนิตยสารของ Jeffrey ที่เป็นรูปชายคนนึงที่ถูกปิดบังใบหน้าท่ามกลางซากปรักหักพังของเมือง  Fortuna ว่าเธออยากรู้ว่าเขาเป็นใคร Jeffrey บอกได้แต่เพียงว่า ชายคนนั้นชื่อย่อว่า N เป็นเป็นสายข่าวให้เขา แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อะไรมากมาย Nico บอกว่าชายคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของลัทธิภาคแห่งดาบ (The Order of the Sword) ซึ่งแม้ว่า Jeffrey จะบอกว่าเขาไม่ได้เจอสายข่าวคนนี้มานานแล้วแต่ Nico ก็ยังคะยั้นคะยอที่จะขอรู้ชื่อเต็มของชายที่ชื่อย่อว่า N ซึ่ง  Jeffrey ที่แม้จะกังวลว่าจะให้บอกดีหรือไม่ แต่เมื่อ Nico ยั่งย้ำหนักแน่นว่ายังไงเธอก็ต้องการจะพบชายที่ชื่อย่อว่า N ให้ได้ Jeffrey ที่ปกติจะจำเชื่อคนไม่ค่อยได้แต่ด้วยข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่และเป็นการทำข่าวนอกประเทศของเขาจึงจำได้อย่างแม่นยำว่า สายข่าวของเขาคนนี้ชื่อ Nero  Nico รีบถามต่อว่า Nero ที่ว่านามสกุลอะไร Jeffrey เองก็ตอบไม่ได้เพราะเขาเองก็ไม่รู้

ก่อนที่  Jeffrey จะถามให้หายคาใจว่าทำไม Nico ถึงอยากไปที่เมือง  Fortuna นัก Nico ตอบอย่างมั่นใจว่า "ชั้นมีเป้าหมายที่สูงกว่านั้น" ก่อนที่จะกระดกเบอร์เบิ้นจนหมดแก้วก่อนจะจากไปพร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม แถมยังทิ้งบทความต้นฉบับที่เธอเคยเขียนให้กับนิตยสาร Occult Times ให้ Jeffrey ไว้ดูต่างหน้า  Jeffrey เองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นามปากกา Miss Goldstein นี้ไม่แน่ใจว่าเขาเคยได้ยินมาจากไหนมาก่อนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เขาเมาเกินกว่าที่จำอะไรๆได้แล้ว

                                              Nero Chapter 1


กล่าวถึง Nero ที่กำลังขมักเขม่นกับการปรับแต่ง Red Queen ให้บิดได้รอบสมดังที่ตั้งใจไปพร้อมๆกับพูดจาติดตลกกับดาบคู่ใจอย่างสนุกว่าสงสัยคงจะกำลังงอลที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล จนกระทั้ง Julio เด็กกำพร้าที่ Nero และ Kyrie ช่วยกันเลี้ยงดูมาเข้ามาบอกว่ามีผู้หญิงที่ท่าทางแปลกอยู่หน้าบ้าน Nero ก็ได้แต่ถามกวนๆกับไปว่าไอ้ที่ว่าแปลกที่ว่านี่ผู้หญิงคนนั้นเธอมี 3 ตาและไม่จมูกหรือไง Julio รีบบอกว่าไม่ใช่รูปร่างหน้าตาของเธอหรอกที่ว่าแปลก แต่ที่บอกว่าแปลกก็เพราะผู้หญิงเธอว่าบอกว่ามาตามหา Nero

ในขณะที่ Nero เองก็ยิ่งขยาดกับพวกนักข่าวและนักเขียนนิยายมากมายที่พยายามเข้ามาขอรายละเอียดหลังเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายในเมืองโดยมีภาคีแห่งดาบที่เขาสังกัดอยู่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ Nero ก็ไม่สามารถบอกความจริงกับพวกเขาได้มากนัก Julio อธิบายต่อว่าผู้หญิงที่ว่านั้นผิวคล้ำและใส่แว่นที่ตอนแรกนึกว่า Gloria  Nero รีบถามต่อทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ผมสีขาวรึเปล่า  Julio บอกกลับไปว่า เธอผมดำและหยิก ก่อนที่เสียงของ Nico จะตะโกนไล่หลังมาว่า "ใครบอกยะว่าชั้นผมดำหยิกไอ้เด็กโง่เอ้ย" ก่อนที่ตัวเธอจะมายืนอยู่หน้าโรงรถ แต่ก่อนที่ Julio กำลังจะด่ากลับเหมือนทุกครั้ง Nero ก็รีบตัดบทและบอกให้ Julio ไปหา Kyrie ด้วยสีหน้าที่จริงจังจน  Julio ต้องยอมทำตาม

Nero ถามกับ Nico ว่ามาหาเขามีธุระอะไร? พร้อมกับพยายามซ่อน Devil Bringer ของเขาจากสายตาของเธอไปพลาง แขนปีศาจที่เขาเคยขยะแขยงและเกลียดชังที่ตอนนี้ต้องขอบคุณมันที่ช่วยปกป้องคนที่เขารักมาจนถึงวันนี้ ที่สำคัญแขนนี้มันช่วยแยกแยะคนออกจากปีศาจให้เขาเห็นได้เมื่อมีพวกปีศาจเข้ามาใกล้ แขนนี้ก็จะเกิดปฎิกริยาให้รู้ในทันใด และการที่แขนไม่ตอบสนองใดๆกับ Nico นั่นจึงเป็นเครื่องการรันตีว่า เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาหรือไม่ก็อาจเป็นปีศาจที่ไร้ราคาจนทำให้แขนไม่รู้สึกถึง

Nero ตอบคำถามว่าเธอมาทำไมด้วยคำถามว่า คุณคือ Nero ใช่มั๊ย? ก่อนที่เธอจะควักบุหรี่มาจุดดูดก่อนจะถามคำถามต่อไปท่ามกลางความหงุดหงิดใจของ Nero ที่ทั้งเกลียดการสูบบุหรี่และกลัวว่าจะเกิดประกายไฟจนทำให้น้ำมันที่อยู่ในโรงรถจะติดไฟจนระเบิดเป็นจุล แต่ก็ไม่เท่ากับที่ Nico ตำหนิต่อหน้าว่า Nero ว่าทำไมถึงไปตามใจไอ้เด็กนิสัยเสียคนนั้นจนเกินไปทำให้ Nero โมโหจนต้องพูดออกไปว่า ถ้าไม่ดับบุหรี่ก่อนก็ให้กลับออกไปเลยไม่ต้องมาคุย Nico เองก็ทำตามด้วยการทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วดับด้วยเท้าก่อนจะบอกอย่างเข้าใจว่า "โอเค ไม่สูบก็ได้ แล้วเราน่ะไม่สูบบุหรี่หรอไอ้น้องชาย?" ซึ่งทำให้ Nero คิดในใจว่ายัยนี่ช่างเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกลียดจริงที่ทำเหมือนตัวเองเป็นผู้ใหญ่กว่าทั้งที่ดูแล้วน่าจะอายุเท่ากันหรืออาจจะเด็กกว่าเขาด้วยซ้ำ

Nico ก็ยังไม่เลิกกวนประสาท เธอเดินเข้ามาในโรงรถก่อนที่จะยั่วโมโห Nero ต่อด้วยการทำท่ายกมือทั้งสองข้างขึ้นแบบยอมแพ้ “ดูสิผู้หญิงที่อ่อนแอแบบนี้ก็ยังจะรังแกได้ลงคอ” จนเมื่อ Nico ได้เข้าไปใกล้ตัว Nero จนสังเกตุเห็นแขนปีศาจของเขาเข้าจนได้ มันเป็นสิ่งที่ Nero กลัวว่าจะเกิดขึ้นแต่ Nero กลับไม่สนใจแล้วไปนั่งบนกล่องที่มุมห้องอย่างใจเย็นก่อนจะบอกว่า "ไอ้นั่นมันซับซ้อนใช่มั๊ยล่ะ ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยๆมันก็ช่วยบงบอกถึงตัวตนของนายว่าเป็นใคร" ก่อนที่เธอจะแนะนำตัวว่าเธอชื่อ Nicoletta Goldstein และบอกถึงเหตุผลที่เธอมาตามหา Nero

Nico บอกว่าเธอมาตามหาเอกสารการวิจัยปีศาจของภาคีแห่งดาบ ซึ่งเธอไม่มีทางเลือกที่ต้องมาถามข้อมูลกับ Nero เพราะเป็นสมาชิกภาคีแห่งดาบคนเดียวที่รอดชีวิต จึงมาขอความช่วยเหลือให้ช่วยตามหาเอกสารนั่น ซึ่งในขณะที่คุยกัน Nero ก็สังเกตุว่าในดวงตาของ Nico นั้นดูเหมือนเด็กที่อยากรู้อยากเห็นที่ไม่มีพิษมีภัยอะไรจึงถามเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่า Nico รู้เรื่องเอกสารการวิจัยปีศาจของภาคีแห่งดาบนี้ได้ยังไงเพราะเป็นการวิจัยลับที่ไม่เคยเปิดเผยให้สาธารณะชนรู้ Nico บอกว่า เธอศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพวกปีศาจตั้งแต่กับพวกนักล่าปีศาจยันยายแก่ที่ชอบเรื่องซุบซิบนินทาข้างทาง และเมื่อ Nico ได้พรั่งพรูความรู้ที่เกี่ยวกับพวกปีศาจและเหล่านักล่าปีศาจออกมาทำให้ Nero เริ่มรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนที่ฉลาดพอที่จะเชื่อมต่อกับพลังปีศาจได้ ไม่เหมือนพวกนักข่าวจากนิตยสารเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างที่เคยเจอมา ถึงสามารถหาตัวเขาจนพบ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ Nero ต้องปฎิเสธไม่ยอมช่วยตามหาเอกสารลับของภาคีแห่งดาบให้ Nico ในทันที

แม้จะถูกปฎิเสธ Nico ก็ยังไม่ยอมไป ก่อนที่จะถามออกไปว่า ตอนนี้ Agnus เป็นยังไงบ้าง? นั่นเป็นคำถามที่ทำให้ Nero ต้องช็อกก่อนจะบอกไปว่า เขาถูกฆ่าตายแล้ว Nico นิ่งเงียบไปซักพักก่อนจะตอบไปว่าเธอเองก็ได้ยินเขาลือว่าอย่างนั้นเหมือนกัน Nero ถามต่อว่า "แล้วเธอไปรู้จักไอ้งี่เง่านั่นได้ยังไง?" ก่อนที่ Nico จะตอบกลับไปว่าไอ้งี่เง่านั่นเป็นพ่อแท้ๆของชั้นเอง คำตอบของ Nico แม้จะทำให้ Nero ยังไม่ปักใจเชื่อแต่ก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป ...ใช่ โชคไม่ดีเลยเนอะ .. Nico ตอบปิดท้ายด้วยคำพูดที่แหนบแนมใจตัวเอง ..

Nico รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่คำถามว่า "เธอเป็นหรือเขาหรอเนี่ย?" ของ Nero จะตามมาด้วยการทำทีเข้าไปสนใจดาบ  Red Queen ที่วางอยู่ก่อนที่ Nero จะอณุญาติ หลังจากที่ตรวจสอบดูได้ซักพัก Nico ก็รู้สึกตื่นเต้นถึงการออกแบบของมันจนทำให้เธอพูดอย่างตะกุกตะกักออกไป Nero รีบแย่งดาบจากมือเธอแต่ไม่สำเร็จ Nico ยิ่งรีบตรวจสอบมันอย่างเร็วไวจนรู้ถึงความผิดปกติของมันและเริ่มซ่อมแซมมันทันที Nico เริ่มซ่อมไปบ่นไปในเรื่องที่ Nero ไม่ยอมบำรุงรักษาอาวุธของตัวเองให้ดี ในช่วงนั้น Nero ก็มีเวลาพอในช่วงที่ Nico กำลังซ่อมแซมดาบในการพิจรณา Nico จนเริ่มเห็นว่า เธอคงเป็นลูกสาวของ Agnus จริงๆทั้งเรื่องสีผิวที่คล้ายคลึงกันและความชื่นชอบในการทดลองเหมือนๆกัน

หลังจาก Nico ซ่อมแซมดาบ Red Queen จนสมบูรณ์ภายในไม่กี่นาที "ไหนดูสิลูกชายนายเป็นยังไงบ้าง?" เธอทดสอบมันด้วยการบิดให้แรงสุดจนมันทำให้เธอล้มกระแทกพื้น ก่อนที่ Nico จะลุกขึ้นปัดฝุ่นแล้วยิ้มกันขายหน้าก่อนจะบอกว่า Red Queen ของนายที่มันเกเรมากแต่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ ทันทีที่ดาบ Red Queen ถูกซ่อมแซมจนทำให้ Nero พอใจเขาจึงคิดว่าจะตอบแทน Nico ด้วยเอกสารลับเรื่องการวิจัยปีศาจของภาคีแห่งดาบให้กับเธอ และนั่นทำให้ Nico ฉีกยิ้มจนถึงหู ก่อนจะบอกว่า ต่อจากนี้ให้เรียกเธอว่า Nico ในขณะที่ Nero กับคิดถึงชายคนที่ฆ่าพ่อของเธอ .. Dante

                                              Dante Chapter 1


เรื่องราวของดันเต้เริ่มขึ้นเมื่อเขาเดินทางมาถึงเกาะ Dumary เพื่อพูดคุยกับ Matier ที่ท่าเรือหลังจากที่ดันเต้พยายามนึกชื่อเธออยู่นานจน Matier ยอมรับว่านี่คือสายเลือดแท้ๆเพราะ Sparda ผู้เป็นพ่อก็มักจะลืมชื่อสาวๆที่เขารู้จักไม่ต่างกัน สปาร์ด้าอดีตมือขวาของราชาปีศาจมุนดุสที่ทรยศเผ่าพันธตัวเองเนื่องจากรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อมนุษย์ ก่อนพบอีวาสปาร์ด้าได้เดินทางไปทั่วโลกจนได้พบกับพบกับเธอ Matier ย้อนความทรงจำให้ดันเต้เข้าใจขณะที่เขาแทบจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวพ่อของเขาได้มากนักนอกจากบทเรียนการต่อสู้ในเชิงดาบที่พ่อสอนให้พร้อมกับเวอร์จิลพี่ชาย ไม่รู้ว่าพ่อตัวเองเป็นปีศาจหรือแม้แต่ตำนานใดๆที่พ่อเคยสร้างไว้

Matier บ่นว่าดันเต้นั้นใจร้ายที่ไม่กลับมาช่วยเกาะนี้ยามมีภัยเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ดันเต้ก็ตอบกลับไปว่าเขาคงทำไม่ได้เพราะกำลังติดอยู่ใน หลุมขยะก่อนใหญ่ที่เรียกว่า นรก และการเดินทางไปมาระหว่างโลกมนุษย์กับนรกก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆ ทำให้ Matier ต้องย้อนถามกลับไปว่า ถ้างั้นคุณกลับขึ้นมาจากนรกได้ยังไง ดันเต้บอกได้ว่า บังเอิญมีรูเปิดอยู่แล้วเขาก็แค่ผ่านมันกลับมา มันอาจเป็นประตูที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับนรกที่อยู่ๆก็ปรากฎขึ้นมา นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำให้ต้องมีเหล่าผู้พิทักษ์แห่งเกาะ Dumary เพื่อปกป้อง แต่เขาก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ในคงตอบในคำถามที่ว่าทำไม เมือง Fortuna และเกาะ Dumary ถึงไม่เคยมีปีศาจกล้ามารุกราน

แต่หากตาทฤษฎีที่ดันเต้เข้าใจว่าเมื่อใดที่ปีศาจจะเข้ามาในโลกมนุษย์พวกมันจะฉายภาพจิตสำนึกของพวกมันไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่น หากปีศาจต้องการเข้าสิ่งสู่ร่างเนื้อใดๆรูก็จะต้องมีขนาดใหญ่มาก ดันเต้รู้สึกเหมือนว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มีรูที่ว่านั้นใหญ่พอสำหรับให้เขาผ่านพอดิบพอดี จนเมื่อดันเต้เข้ามาที่เมือง Fortuna และได้เห็นประตูนรกที่แท้จริงที่เกิดขึ้นที่นี่เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่า การหลบหนีจากนรกของเขาอาจเกี่ยวพันกับดาบยามาโตะ ดาบที่เป็นของที่ขวัญจากพ่อที่สามารถตัดผ่านขอบเขตพรมแดนโลกมนุษย์และโลกปีศาจได้

Dumary บอกต่อว่าที่ผ่านมา Lucia คัดค้านไม่เห็นด้วยมาตลอดกับการเรียกดันเต้กลับมาที่นี่เพราะไม่ครวจะมีเด็กหนุ่มเข้ามาที่นี่ตามกฎ ดันเต้กล่าวติดตลกว่า ไม่เป็นไรหรอกเพราะเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มแล้ว ซึ่งหากใคร่ครวญตามอายุขัยของเขาที่เกี่ยวข้องกับสปาร์ด้าก็น่าจะสงสัยว่าควรเรียกว่าชายชรามากกว่า แต่ถึงกระนั้น Matier ก็ยังเล่าให้ฟังอีกว่า Lucia เองก็มักจะแวะไปๆมาๆระหว่างเกาะกับที่ร้าน เดวิลเมย์คราย อยู่หลายครั้ง เพื่อดูว่าดันเต้กลับมาจากนรกหรือยัง จนเมื่อรู้ข่าวว่าดันเต้กลับมาแล้วเธอก็ได้แต่ร้องไห้และเข้ามากอดพวกเราด้วยความดีใจ แต่อย่างไรก็ดี หลังจากแวะพูดคุยได้ไม่นานดันเต้ก็ต้องเดินทางต่อทันทีที่ได้รหัสผ่านจาก Matier

นั่นเพราะดันเต้กำลังจริงจังกับงานที่กำลังทำอยู่หาใช่ว่าเพราะไม่ชอบที่ Matier พยายามขอร้องให้เขาแต่งงานกับ Lucia เพื่อชีวิตของเขาเองและเพื่อมอบความทรงจำดีๆให้กับ Lucia ซึ่งดันเต้ก็บอกออกไปว่า "ผมผิดเอง แต่ผมก็มีเหตุผลของผมนะ" ถึงแม้จะถูก Matier บ่นกลับมาว่าสปาร์ด้าพ่อของคุณมีวิธีพูดแก้ตัวที่ดีกว่านี้ "ผมว่าผมดีกว่าพ่อผมเยอะเลยนะ" ดันต้ตอบอย่างมั่นใจ ก่อนที่ Matier จะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า ถ้าอย่างงั้นก็เลิกหยาบคายกับลูเซียซะที ดันเต้ที่เริ่มเบื่อกับการบ่นของ Matier ก็พยายามเปลี่ยนเรื่องสนทนาเป็นเรื่องที่ Matier ขอร้องให้เขากลับมาที่เกาะนี้อีกทำไม

Matier จึงถามดันเต้ว่าจำชื่อปีศาจที่เขากำจัดที่เกาะนี้ได้หรือเปล่า ดันเต้จำได้ว่าเขาฆ่าไอ้ที่เหมือนลิงยักษ์  Orangguerra ตัวใหญ่ๆใช่่มั๊ย ทำให้ Matier ต้องย้ำเตือนให้ว่าปีศาจที่เขาฆ่าไปชื่อ Argosax
ทำไงได้ ดันเต้ คงไม่จำเป็นต้องสนใจจำชื่อพวกปีศาจที่เคยพ่ายแพ้เขาไปให้รกสมองนอกจากไอ้ Mundus ที่ทำร้ายแม่ของเขาเพียงตัวเดียว Matier บอกกับดันเต้ว่าปีศาจที่ปรากฎตัวขึ้นเป็นมือขวาของ Argosax จนทำให้ดันเต้พอจะนึกถึง Argosax ขึ้นมาได้บ้างแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะก็แค่จัดการตัวแรกแล้วก็มีตัวที่สองมาให้จัดการก็แค่นั้นไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นภัยคุกคามอะไรๆ แต่  Matier ก็ย้ำว่า ปีศาจที่เป็นมือขวาของ Argosax ตัวนี้แข็งแกร่งกว่าปีศาจทุกตัวที่เคยเล็ดลอดเข้ามาในโลกมนุษย์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านเลย แล้วมันก็กำลังรวบรวมไพร่พลกองทัพปีศาจที่มีจำนวนมากกว่าครึ่งของนรกเพื่อเตรียมพร้อมที่จะบุกโลกอยู่ เนื่องจากพวกปีศาจที่ว่านั้นมีจำนวนมาก  Matier จึงคิดว่าพวกมันไม่น่าที่จะผ่านรูช่องว่างของมิติออกมายังโลกได้ และ Matier เชื่อว่าที่ปีศาจกลุ่มนี้มาเพราะมีใครซักคนกำลังทำพิธีอัญเชิญพวกมัน

ดันเต้ถามต่อว่า รู้มั๊ยว่าใครเป็นคนทำพิธีเรียกพวกมันมา ซึ่ง Matier ก็ยังตอบไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน และ Arius ที่เคยทำแบบนั้นก็ตายไปแล้ว ดันเต้ถามถึงชื่อปีศาจที่เป็นมือขวาของ  Argosax ว่ามันชื่ออะไร Matier ก็ได้แต่หัวเราะแล้วบอกไปว่า ถึงบอกไปยังไงพรุ่งนี้คุณต้องลืม ... ปีศาจตนนั้นชื่อ Balrog ปีศาจแห่งไฟที่ดุร้ายตามตำนาน จึงต้องระวังตัวไว้ให้มาก หลังจากได้ยินชื่อเสียงเรียงนามพร้อมคำเตือนจาก Matier ดันเต้ก็ได้แต่ยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินจากไป

                                        Nero Chapter 2


บทเริ่มต้นด้วย Nico และ Nero ในห้องใต้ดินของปราสาท Fortuna ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยของ Agnus ที่นี่ทำเอานิโก้มีความสุขอย่างมากที่ได้อยู่กับอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่เธอสามารถสัมผัสได้ทุกอย่างโดยไม่มีใครมาห้าม โดยเฉพาะกระบอกทรงกลมที่ครั้งนึงเคยเป็นที่กักเก็บพวกปีศาจ Nero ถาม Nico ว่าเธอวางแผนจะทำอย่างไรกับเอกสารการวิจัยของ Agnus เพราะเขาเกรงว่า Nico ที่เป็นลูกสาวของ Agnus อาจจะสานต่อการทำงานที่เป็นอันตรายของพ่อเธอต่อไปและนำปีศาจมาสู่โลกอีกครั้ง มือนึงก็เตรียม Blue Rose พร้อมเอาไว้ในมือเพื่อที่เขาอาจจะต้องฆ่าเธอทิ้งหรือเปล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของเธอ แต่คำตอบนั้นยิ่งทำให้ Nero สับสันยิ่งกว่าจนเขาต้องเอานิ้วออกจากไกปืนเมื่อ Nico ตอบกลับมาว่าเธอต้องการเป็น ศิลปิน "เธอต้องการวาดรูปพวกปีศาจงั้นหรอ?" Nero ถามกลับจนทำให้ Nico หัวเราะออกมาก่อนที่จะบอกว่า เธอไม่สนใจภาพวาดหรอกแต่อยากจะเป็นศิลปินในการสร้างอาวุธต่างหาก ซึ่งก็ทำให้ Nero พอจะเข้าใจได้จากที่เธอซ่อม  Red Queen ให้ดีดั่งเดิมได้ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

Nico ถาม Nero ว่าเคยได้ยินชื่อเสียงของนักสร้างอาวุธที่ชื่อ .45 Calibre หรือเปล่า นั่นแหละย่าของเธอเอง Nero ส่ายหัวไปมาว่าไม่รู้จัก นั่นทำให้ Nico โกรธอย่างหนักจนต้องตะโกนออกมา "นี่นายไม่รู้จักจริงๆหรอ?" จริงๆนายไม่เคยรู้อะไรเลยต่างหากไอ้เด็กน้อยเอ้ย แต่ Nero ก็พยายามจะตอบกลับด้วยความใจเย็นทั้งๆที่กำลังถูกดูถูกว่า เขาต้องใช้เวลาและความสำคัญกับการเลี้ยงดูพวกเด็กกำพร้าที่วันๆต้องรู้จักเรียนรู้ความอดทนอดกลั้นจากการกวนประสาทของเด็กๆจนไม่มีเวลาจะมาสนใจเรื่องอะไรเลย แล้วอีกอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของศิลปินที่สร้างอาวุธที่เป็นย่าของ Nico ก็เพราะอาวุธปืนไม่ได้เป็นที่นิยมในเมือง Fortuna ซึ่งแม้แต่การใช้ปืน Blue Rose ของเขาเองก็ยังเคยถูกดูถูกมาตลอดเหมือนกัน "นายมีปืนด้วยหรอ?" Nico ถามอย่างสนใจ จน Nero ต้องควักเอาปืน Blue Rose ที่ซ่อนเอาไว้ออกมาให้ดู ขอให้ชั้นดูหน่อยได้มั๊ย? Nico ถามไปพร้อมหยิบปืนของ Nero มาตรวจสอบด้วยความสนใจโดยไม่รอคำตอบ ปืนพกที่มีกระบอกยิงกระสุนสองช่องที่กระสุนทั้งสองนัดมีความหน่วงเวลาทียิงออกมาแทบจะพร้อมกัน นัดแรกเป็นกระสุนเจาะเกราะอีกนัดเป็นกระสุนระเบิด ทำเอา Nero ต้องถึงกับอึ้งที่ Nico สามารถวิเคราะห์ปืนของเขาโดยการเอาดูใกล้ๆแค่นั้นเอง

แล้วนายคิดว่าชั้นเป็นใครห๊ะ? Nico พูดด้วยความย่ามใจก่อนจะบอกว่า การสร้างปืน Blue Rose หากเป็นแค่ขั้นตอนการออกแบบนั้นอาจจะพอทำได้แต่ในวิธีการสร้างมันขึ้นมานั้นยากมาก คนสร้างต้องมีทักษะชั้นสูงซึ่งแม้แต่ชื่อของมันก็เป็นการเล่นสำนวนในภาษาญี่ปุ่น นั่นสะท้อนให้ Nero เห็นว่า Agnus จะต้องบ้าขนาดไหนถึงจะสร้างมันขึ้นมาได้ Nero พูดถึงชีวิตของเขาในอดีตที่ถูกเลี้ยงมาในบ้านที่ถูกสอนให้ซื่อสัตย์และรักความยุติธรรมโดย Credo ที่เป็นทั้งพ่อและพี่ชายในคนเดียวกัน แต่ตอนนี้เขาอยู่กินกับ Kyrie หญิงคนรัก Nico ก็เล่าถึงผลงานที่คุณย่าของเธอสร้างขึ้นมานั้นเป็นอะไรที่ง่ายๆแต่งดงามนัก โดยเฉพาะกับปืน 2 กระบอกสุดท้ายที่ย่าเธอทำก่อนตายที่ชื่อ Ebony และ Ivory ที่หมายถึงสีขาวและสีดำบนคีย์บอร์ดของเปียโน แค่ชื่อก็เป็นศิลปะแล้ว แต่ชื่อปืนที่ว่ากลับทำให้ Nero เริ่มสนใจ Nico อธิบายต่อ ว่าปืนคู่นี้สามารถยิงได้อย่างรวดเร็วพร้อมๆกับมีพลังทำลายล้างสูง มันเป็นปืนที่ถูกออกแบบมาจากจิตสำนึกของนักล่าปีศาจ และเธอเชื่อว่าปืนนี้เป็นปืนของนักล่าปีศาจคนนึง ซึ่ง Nico พยายามนึกอยู่นาน จน Nero ต้องตอบแทนออกมาว่า ... Dante

Nico จึงรีบถาม Nero ถึงชายที่เป็นคนใช้ผลงานชิ้นสุดท้ายของยายของเธอทันทีที่เขาเอ่ยชื่ออกมาเหมือนจะรู้จักดี “อย่าบอกนะว่าเขาเป็นคนห่วยแตกอ่ะ?” .. “ใจเย็นก่อนสิ ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง” ..Nero ขอให้เธออดทนในขณะที่เขากำลังเริ่มเล่าถึงว่า ดันเต้สำคัญกับเขาอย่างไร ดันเต้คือคนที่ช่วยชีวิตเขาและผู้คนอีกมากมายตอนเกิดความวุ่นวายขึ้นที่เมือง Fortuna แต่เรื่องที่ว่าดันเต้ฆ่า Agnus ยังไง ตอนนี้ลูกสาว Agnus กำลังยืนอยู่ตรงหน้า "จะให้ชั้นอธิบายมันตอนนี้เนี่ยนะ !" Nero ตะโกนลั่น ในขณะที่ Nico ได้แต่ยกคิ้วของเธอเพื่อย้ำว่า เออน่าเล่าออกมาชั้นกำลังรอฟัง ..

                                              Dante Chapter 2


บทเริ่มต้นขึ้้นหลังจากที่ Dante ดันเต้ได้ฆ่าปีศาจที่ลักษณะคล้ายลิงระหว่างเส้นทางที่กำลังเดินทางไปสู้กับ Balrog ในขณะที่ดันเต้กำลังชื่นชมผลงานอยู่ในใจว่ามันเหมือนจะสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในผลงานชิ้นเอกของ Nell Goldstein คนที่สร้างปืนคู่นี้ให้ เขาก็ได้ยินสำเนียงฝรั่งเศสดังมาจากข้างหลังว่า "ปืนของคุณยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยนะ" ดันเต้ก็หันไปตอบกลับไปว่า "ไม่เจอกันนานเลยนะลูเซีย" ลูเซียแซวว่า เหมือนดันเต้จะดูแก่ขึ้นนะ "คิดไปเองหรือเปล่า ใครจะไปเหมือนเธอล่ะที่ดูไม่เปลี่ยนเลย" ดันเต้ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ลูเซียต้องย้ำในเชิงน้อยใจเพื่อเตือนความทรงจำให้ว่า ลืมแล้วหรอเวลาทำให้เธอชราไม่ได้ จนดันเต้ต้องพูดเพื่อปลอบใจว่ายังมีผู้หญิงอีกมากที่ยอมเสียเงินมากมายเพียงเพื่อให้ตัวเองดูดูอ่อนเยาว์แต่เธอสบายกว่าที่ไม่ต้องทำแบบนั้น แน่นอนว่าดันเต้ก็แอบสังเกตุว่า ความสามารถจากผลของร่างกายที่เป็น artificial demon ของลูเซียนั้นยิ่งเธออยู่นานมันยิ่งตอกย้ำทำให้เธออ้างว้างขึ้นทุกทีผ่านการแสดงออกทางสีหน้าของเธอ แต่ใครจะรู้ว่ามุขตลกของดันเต้ท่ามกลางบรรยากาศสยองขวัญรอบๆตัวที่เป็นพรสวรรค์ของดันเต้จะทำให้เกิดรอยยิ้มบนใบหน้าของลูเซียขึ้นมาได้ ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามายื่นมือออกมาแตะไหล่ดันเต้เพื่อขอบคุณที่ยังอุตสาห์กลับมา

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับดันเต้เพราะเขาเพิ่งได้ยินจากมาเทียร์ว่าลูเซียไม่ได้อยากให้เขากลับมาที่นี่อีก ลูเซียจึงบอกว่า Balrog นั้นแข็งแกร่งเกินไปที่คนๆเดียวจะรับมือไหว ดังนั้นที่เธอขอบคุณดันเต้ที่มาก็เพราะว่า การที่มีคนมาช่วยจัดการกับ Balrog จะทำให้งานเสร็จเร็วยิ่งขึ้น ดันเต้ก็แค่ยิ้มและคิดในใจว่า  'ชั้นไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ด้วยตัวเอง' เป็นอะไรที่เสแสร้งที่สุดสำหรับลูเซีย แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบไว้เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เธอดูมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ภาพของดันเต้และลูเซียที่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อไปต่อสู้กับ Balrog ไม่ว่าในใจทั้งคู่จะคิดอะไรแต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะนานแล้วที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่ทั้งคู่ก็ยังพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันเสมือนคู่หูเก่าที่เต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกันเหมือนเดิม

ดันเต้และลูเซียเดินทางร่วมกันต่อสู้ไปจนเจอตัวของ Balrog ได้ในที่สุด ในขณะที่  Balrog ที่กำลังแอบจ้องมองทั้งคู่ด้วยความเย็นชา ดันเต้ก็บอกไปว่า ออกมาเถอะไม่ต้องอายหรอกน่า Balrog ก็ตอบว่า ในที่สุดพวกแกก็มาซะที ดันเต้ก็ย้ำอีกทีว่า ถ้ารอพวกเราอยู่ก็ให้รีบออกมาซะที จนในที่สุด Balrog ก็ตอบรับคำเชิญก่อนจะก้าวออกมาทั้งคู่จนพื้นสะเทือยเลื่อนลั่นพสุธา แต่ในระหว่างการสนทนาดันเต้ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่คุ้นเคยในบริเวณใกล้เคียง จน Balrog กล่าวว่าหลังจากสูญเสีย Argosax ไปเขาก็เริ่มเบื่อ จนมาถึงตอนนี้ตอนที่เขามีพลังใหม่ ดันเต้สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในกำปั้นของ Balrog ซึ่งแม้จะเห็นแค่แว๊บเดียวเขาก็จำได้ทันทีว่ามันคือเศษชิ้นส่วนของดาบยามาโตะนั่นเอง เศษชิ้นส่วนของดาบยามาโตะที่แตกหักกระจัดกระจายอยู่ในนรกนี่เองที่ Balrog เก็บมาแล้วใช้มันผ่านเข้ามาในโลกมนุษย์ และมันก็ช่วยเฉลยว่า ที่ดันเต้สามารถหนีมาจากนรกจากช่องทางที่ถูกเปิดไว้ก็คือช่องทางที่ Balrog มันใช้เศษชิ้นส่วนของดาบยามาโตะเปิดทิ้งไว้ตอนมันเข้ามาที่โลกมนุษย์จนทำให้ดันเต้เชื่อว่าที่เขาหนีมาได้เพราะความบังเอิญ

ดันเต้เอ่ยถึง ยามาโต๊ะ เสียงดังออกมา ดาบยามาโตะที่เคยใช้เพื่อผนึกปีศาจแต่ตอนนี้มันกำลังเป็นหนทางที่จะช่วยทำให้ปีศาจเข้ามายังโลกมนุษย์ได้ ไม่ต้องจากเมื่อครั้งที่ภาคีแห่งดาบได้รวบรวมชิ้นส่วนของดาบยามาโตะเพื่อเติมเต็มความทะเยอทะยานของตัวเองจนทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายที่เมือง Fortuna ดันเต้ตอบสนองสิ่งเร้าจากสิ่งที่เขารับรู้ด้วยการกุมดาบ Rebellion แน่นเพื่อเตรียมพร้อมในการต่อสู้ทันทีในขณะที่  Balrog ก็แผดเสียงคำรามลั่นเสมือนการรับคำท้า แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ดันเต้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด เขาบอกกับลูเซียว่า นี่แหละคืองานของชั้น ก่อนจะโดดเข้าโรมรันเปิดฉากแลกหมัดเข้าใส่ Balrog ในทันที

                                          Nico Chapter 1


เนื่องจากเอกสารการวิจัยของ Agnus ที่ Nico รวบรวมมามีจำนวนมากเกิดจะตรวจสอบไหวภายในวันเดียว Nico จึงจำเป็นต้องพักอยู่ที่บ้านของ Nero ที่เมือง Fortuna ซักพัก และที่นี่ Nico ได้พบกับ Kyrie ภรรยาของ Nero เป็นครั้งแรก Nico ที่เคยคิดว่าความงดงามมีให้เห็นได้เฉพาะกับตอนที่สร้างอาวุธก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้เจอความงดงามของ Kyrie แต่ Kyrie กลับมองว่า Nico นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนแม่ Alyssa ที่ตายตั้งแต่เธอยังเด็กเอามากๆ ..ชั้นเรียกคุณว่า Nico ได้มั๊ย? Kyrie ถามอย่างสุภาพ แต่ Nico กลับตอบอย่างหยาบคายกลับไปว่า อยากจะเรียก Nico หรือ Nicoletta อะไรก็เชิญเลยคะอีดอก! Nero รีบกระทืบเท้าของ Nico ที่อยู่ใต้โต๊ะทันทีก่อนจะตะโกนด้วยความโกรธว่า "อย่ามาพูดคำหยาบต่อหน้า  Kyrie นะ!" Nico รู้ดีว่า Kyrie เป็นแฟนของ Nero แต่ไม่รู้ว่า Kyrie เป็นคนพิเศษสำหรับ Nero ขนาดไหนจึงรีบขอโทษ Kyrie ไปที่ปากเสียไปหน่อย ซึ่งพ่อของเธอเองก็ยังมักจะชอบตำหนิอยู่บ่อยๆแต่เธอไม่จำเอง Nero ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่มันก็ทำให้ Kyrie ยิ้มออกมาได้ราวกับเธอกำลังดูเด็กน้อยสองคนกำลังทะเลาะกัน และมันก็ทำให้ Nico ที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ผ่อนคลายหายกดดันลงได้ไม่น้อย

Kyrie เชิญให้ Nico มาทานอาหารร่วมกันก่อนจะลองสอบถามว่า Nico ชอบหรือไม่ชอบทานอะไรให้แน่ใจ Nico ก็ตอบกลับไป "ต่อให้เธอเอายางรถมาทำอาหารชั้นก็จะกินมัน" ทำเอา Kyrie หัวเราะชอบใจ และทันทีที่ Kyrie เดินเข้าไปเตรียมอาหารในครัว Nico ก็บอกกับ Nero ว่า "นางเป็นผู้หญิงที่น่ารักแต่ชั้นว่านางดีเกินไปสำหรับนายวะ" แทนที่จะคิดโต้แย้ง Nero กลับตอบกลับว่า "ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" Nico พูดถึงเมื่อครั้งที่ Agnus พ่อของเธอทิ้งเธอและแม่ไปเมื่อครั้งที่เธอยังเด็ก ทำใหเธอมีความรู้สึกที่สับสนเมื่อคิดถึงพ่อของเธอมาตลอด คิดไปก็พลางจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบไป Nero รีบห้ามทันทีเพราะไม่อยากให้สูบบุหรี่ในบ้าน ทำให้ Nico ต้องขอร้องขอสูบในโรงรถก็ยังดีเพราะถ้าเธอไม่สามารถทำงานอะไรได้เลยถ้าขาดบุหรี่ ในโรงรถเด็กๆคงไม่มีทางเข้ามาเห็นและเธอก็ไม่อยากจะออกสูบข้างนอกจนถูกขับไล่เพราะเป็นคนนอกที่ลอบเข้ามาแม้ที่นี่จะเป็นเมืองบ้านเกิดของพ่อเธอก็ตาม แต่ไม่ว่ายังไง Nero ก็ยังสั่งให้เธอออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกอยู่ดี

Nero บอกกับ Nico ว่าหากขาดเหลืออะไรในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆก็ขอให้บอกมาได้เลยจะได้หามาให้ แม้ Nico จะไม่ได้พยักหน้าหรือส่ายหน้าคัดค้านแต่ Nero ก็ดูออกมามันคือการตอบรับโดยปริยาย Nico บอกแค่ว่า " ไม่เป็นไร เราต่างก็เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ บวกลบ แล้วก็ได้ทั้งคู่ ชั้นสร้างอาวุธชั้นเลิศให้นาย ส่วนนายก็เอาไปใช้จัดการปีศาจ แค่นี้เรากือว่าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกันแล้ว แต่ Nero ก็อดที่จะถามไม่ได้ว่า มันจะดีแล้วหรอที่ Nico จะมาร่วมงานกับเขาที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการฆ่าพ่อของเธอ แม้แต่ Nico ซึ่งดูเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรก็อาจจะเป็นเรื่องทำใจยากไม่น้อยก็ได้ แต่ Nico ก็ตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไร มันเป็นเรื่องในอดีต เธอเองก็ไมได้มีความผูกพันอะไรกับพ่อมากนัก พ่อทิ้งเธอไปตั้งแต่ 2 - 3 ขวบ ตอนนั้นเธอยังจำพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ ก่อนที่ Nico จะขอใช้โทรศัพท์พูดคุยธุระจนสูบบุหรี่หมดมวน Nero ถามขึ้นว่า เธอโทรหาใคร? Nico ตอบว่า โทรหาพ่อน่ะ ชั้นขอให้เขาช่วยส่งเครื่องมือของชั้นมาให้ ... อ่อ ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่  Agnus  ชั้นหมายถึงพ่อคนปัจจุบันของชั้นต่างหาก มีศักดิ์เป็นลุงของชั้นน่ะ หลังจาก Nero ได้ยินคำอธิบายก็ได้แต่อ้าปากกว้างไม่มีคำพูดอะไรออกมา
     

                                            Lucia Chapter 1


ลูเซียที่กำลังเฝ้าดู Dante และ Balrog เข้าโรมรันต่อสู้กัน Balrog ที่ดูเหมือนกำลังสนุกที่ได้ต่อสู้และไม่ได้แสดงอาการหัวเสียเมื่อดันเต้เอาแต่หลบไปมาเวลาต่อสู้  ในขณะที่กำลังดูดันเต้ต่อสู้ ลูเซียก็พยายามศึกษาทักษะการต่อสู้เอาไว้ให้มากที่สุดเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นโดยที่จะได้ไม่ต้องพึ่งพาดันเต้อีกต่อไปในอนาคต แต่ทุกครั้งที่ดูดันเต้ต่อสู้เธอจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นกระจอกงอกง่อยชมัด บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าความห้าวหาญในการต่อสู้ของดันเต้นั้นมาจากประสบการณ์ของเขาเองหรือเพราะเขามีสายเลือดของสปาร์ด้ากันแน่ ในขณะที่การต่อสู้ระหว่าง Dante และ Balrog ก็เริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากไฟของ Balrog ทำให้ต้นไม้และบ้านร้างถูกไฟไหม้ไปทั่ว ดันเต้อดถามไม่ได้ว่าเพราะอะไร Balrog ถึงชอบไฟมากนัก ไม่คิดว่ามันเกร่อหรือไงเพราะปีศาจหลายตัวมันก็ใช้กันทั่วไปหมด Balrog บอกว่าไฟของมันนั้นไม่เหมือนใคร ก่อนจะต่อยดันเต้ด้วยหมัดไฟที่ร้อนแรงเพื่อแสดงให้ดู หมัดที่แสนรุนแรงกระแทกใส่พื้นจนฝุ่นฟุ้งไปทั่วทำให้ลูเซียต้องเผลอตัวเรียกชื่อดันเต้ออกมาเพราะความเป็นห่วง แต่เมื่อฝุ่นจางเธอก็เห็นดันเต้ถูกปกป้องด้วยกำแพงที่มองไม่เห็นจากกระบอง 3 ท่อนที่เขาถืออยู่ "ไม่ได้ใช้ท่านี้นานแล้ว พอดีไม่ชอบอะไรที่มันร้อนๆอ่ะ" ดันเต้กล่าวถึงกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้น ก่อนที่ Balrog จะโจมตีอีกครั้งด้วยความโกรธแค้น ในขณะที่ดันเต้ก็ใช้ท่าตั้งรับของ Cerberus ที่ไม่ต่างจากหนังบรูซลีพร้อมกับเปล่งประกายความเย็นของ Cerberus ออกมาจนทั่ว Balrog เห็นดังนั้นจึงถามว่า อาวุธนั่น ความสามารถแบบนั้น นั่นมันกระบองสามท่อน Cerberus ใช่มั๊ย?

ลูเซียจำสิ่งที่มาเทียร์สอนเธอเกี่ยวกับ Devil Arms ได้ดี นางบอกว่ามีสองวิธีที่จะสร้าง Devil Arms ขึ้นมาได้ คือปีศาจเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอาวุธที่ร้ายแรงเพื่อใช้ในการตัดสินแพ้ชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือปีศาจจะเปลี่ยนอาวุธที่มีอยู่ให้กลายเป็น Devil Arms โดยใช้สายใยความผูกพันเชื่อมต่อกับอาวุธจนมันแข็งแกร่งขึ้น ในขณะที่ดันเต้ก็พูดกับ Cerberus ว่า ออกมาสิไอ้ลูกหมา ก่อนจะขวา ง Cerberus ที่มีรูปทรงประหลาดๆออกไปใส่ Balrog จนเกิดเสียงดังสนั่นอย่างรุนแรงจนทำให้ Balrog ถูกกับต้องเดินเซ แต่ปรากฎว่าการแกล้งมีอาการโซเซของ Balrog คือเหยื่อล่อให้ดันเตชะล่าใจจนลดการ์ดของเขาลง ก่อนที่ Balrog จะใช้มือขวาที่ถือชิ้นส่วนของยามาโตะอยู่ข้างไปที่ดันเต้ด้วยความรุนแรงไปพร้อมๆกับโดดเข้าไปโจมตีจนบาเรียน้ำแข็งของ Cerberus ต้องแตกระจายไปพร้อมๆกับเศษชิ้นส่วนของยามาโตะจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยกระจายไปทั่ว ทันทีที่ Cerberus ถูกทำลายไปดันเต้ก็รีบชักดาบ Rebellion ออกมา เมื่อ Balrog เห็น ดาบ Rebellion จึงถามว่า แกเป็นบุตรแห่งสปาร์ด้าใช่หรือไม่? ดันเต้ตอบกลับ "แล้วถ้าเป็นแกจะทำะไรอ่ะ" Balrog บอกว่า เขาเคยได้ยินข่าวลือว่าบุตรแห่งสปาร์ด้าคือคนที่กำจัด Mundus มาแล้ว Argosax ประเด็ดคือ  Balrog เริ่มคิดว่าตอนนี้เขามีทางเลือก 2 ทางคือ สู้จนตายกับยอมแพ้ แต่ Balrog ก็เข้าใจถึงเรื่องความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งกับความอ่อนแอดีพอ เขาจึงตัดสินใจที่จะยอมแพ้และยอมให้ดันเต้เป็นผู้ชนะ แต่จู่ๆดันเต้ก็ถูกล้อมรอบด้วยพายุหมุนเปลวไฟในทันที

ไม่ต้องตกใจ Balrog บอกกับดันเต้ว่า เขายินดีที่จะให้ดันเต้ใช้พลังของเขาเป็น Devil Arm เพราะรู้สึกว่าได้ประลองกับดันเต้แล้วทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเผื่อมีซักวันอาจจะมีโอกาสได้แก้มืออีกครั้ง พูดจบเปลวไฟที่หมุนรอบตัวด้นเต้ก็หายไปในร่างของดันเต้ "บ้าเอ้ย เห็นแก่ตัวฉิบเป๋งเลย ไม่ถามกันซักคำ"ดันเต้ บ่นอย่างไม่พอใจ ก่อนที่  Balrog จะเริ่มพูดสร้างความรำคาญกับดันเต้ทันที ดันเต้รีบอกเรื่องข้อตกลงถ้าจะอยู่ร่วมกันว่า เรื่องนึงที่แกจะต้องรับรู้ไว้ หากจะอยู่ร่วมกัน ถ้าแกจะพลามแบบนี้ทั้งวันรับรองชั้นจะทำให้แกเจ็บตัวแน่นอน ลูเซียเองก็ได้แต่ยิ้มเพราะช่วยอะไรไม่ได้ และรู้สึกเหงาเมื่อรู้ว่างานกำลังจบลง เธอคิดว่ามาเทียร์ก็รู้ดีมาตลอดว่าที่เธอบอกว่าไม่ต้องการให้ดันเต้มาที่นี่อีกก็เพราะว่า จิตใจของลูเซียนั้นโหยหาแต่ดันเต้ ลูเซียชอบหาว่ามาเทียร์นั้นเป็นคนที่เจ้ากี้เจ้าการแต่ดันเต้ก็มักจะบอกว่านางเป็นแม่ที่ดีแม้จะไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกันก็ตาม ก่อนที่ดันเต้จะเรียกชื่อดันเต้ออกมาดังๆจนทำให้ใจเธอถึงกับเต้นรัว แต่เมื่อเขาพูดเรื่องเกี่ยวกับชิ้นส่วนของยามาโตที่อยู่กับ Balrog ก็ทำเอาลูเซียรู้สึกผิดหวัง ดันเต้แค่พยายามอธิบายถึงเรื่องที่ว่าพวกปีศาจผ่านเข้ามาในโลกมนุษย์ได้ยังไงเพื่อให้เธอเข้าใจก่อนจะจากไป และกำชับว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกให้โทรหาเขาทันที ลูเซียก็ได้แต่พยักหน้าว่าเข้าใจ แต่ลูเซียก็ตระหนักดีว่าชิ้นส่วนของยามาโตะที่ถูกทำลายไปนั้นสำคัญกับดันเต้ขนาดไหน ลูเซียบอกกับดันเต้ก่อนไปว่า ดันเต้ช่างเป็นคนที่ใจร้ายใจดำนักที่ปล่อยให้เธอสับสนอยู่แบบนี้ "กลับมาเพื่อจากลาเนี่ยนะ มาเทียร์เองก็ไม่สมควรเรียกเขามาเพื่อให้เขาบอกลาชั้นแบบนี้" ส่วนสิ่งที่ดันเต้พอจะพูดกับลูเซียได้ในตอนนี้ก็คือ ..ดูแลตัวเองให้ดีๆ


                                   Intermission Chapter


กล่าวถึง Rock Goldstein ที่กำลังพูดคุยโทรศัพท์กับ Nico ที่ร้านขายปืน Rock’s Guns and Ammo ของเขา เรื่องที่ Nico แจ้งว่า เธออาจจะต้องอยู่ที่เมือง Fortuna ซักระยะ Nico ต้องการให้เขาส่งเสื้อผ้า , เครื่องมือ รวมทั้งเอกสารต้นฉบับจากนิตยสาร Folklore Times ที่อยู่ให้นอนมาให้เธอ ไอ้นิตยสารชั้นต่ำนั่นน่ะหรอ? Rock ถามย้ำให้แน่ใจ จน Nico ตอบกลับมาว่า บอกให้ส่งก็ส่งมาเถอะน่า! เสร็จแล้วก็ไปแขวนคอตายซะ Rock ได้ฟังแล้วก็ได้แต่เสยผมที่ลงมาบังที่หน้าจนเผยให้เห็นที่ปิดตาที่อยู่ที่ขวาของเขา ถ้าจะอธิบาย Rock Goldstein ก็คือลูกชายของ Nell Goldstein กับ Roy Martin ผู้มั่งคั่ง ทั้งคู่ไม่เคยแน่ใจในความโรแมนติกของตัวเอง แต่อาจเป็นเพราะ Nell นักสร้างปืนในตำนานกับความต้องการปืนเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ที่เป็นงานอดิเรกสุดโปรดของ Roy ถึงทำให้ทั้งคู่ยังอยู่ด้วยกันได้ก็เป็นได้ Rock แม้จะอยู่ในร้านขายปืนมาตั้งแต่เด็กแต่เขาก็ไม่เคยได้รับอณุญาติให้ใช้ เข้าใกล้ปืนหรือแม้แต่เข้ามาในร้านขายปืนของแม่เลยนับตั้งแต่ที่เข้าแอบมาเล่นปืนที่ Nell กำลังสร้างอยู่จนเกิดอุบัติเหตุปืนลั่นทำให้เขาเสียตาข้างขวาไป จากเหตุการณ์นั้น Roy ก็โทษ Nell ว่าเป็นต้นเหตุทำให้ Rock ต้องตาบอดมาตลอดจนทำให้ทั้งคู่เริ่มห่างเหินกันมากขึ้น จนกระทั่ง Roy ไม่ต้องการจะให้ Nell สร้างปืนอีกต่อไป ซึ่งสำหรับ Nell แล้วการให้เธอหยุดสร้างปืนก็คือโทษประหารดีๆนี่เอง ในคืนนั้น Rock เข้าไปหาแม่เพื่อขอโทษและบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเองมากกว่า มันทำให้ Nell ถึงกับร้องไห้ก่อนที่จะปลอบใจ Rock ว่าเป็นความผิดของเธอมากกว่า จากนั้น Rock ก็หยิบกระดาษที่เขาวาดรูปเหรียญรางวัลให้กับ Nell ในฐานะศิลปินผู้สร้างปืน .45 ที่เจ๋งที่สุดมาให้เธอดู แม้ Rock จะเขียนผิดเป็น ‘.45 ART WARKS’ ทำให้ Nell ถึงกับโอบกอด Rock ร้องไห้ไปพร้อมกับพูดว่า ขอโทษและขอบคุณซ้ำไปซ้ำมา Rock บอกกับ Nell ว่าแม่จ๋าอย่าหยุดสร้างปืนเลยนะผมไม่เป็นไรหรอก ทำให้ Nell ตัดสินใจจะสร้างปืนต่อส่งผลให้ความสัมพันธ์ของ Nell กับ Roy ต้องจบลง Nell แยกตัวออกมาเปิดร้านขายปืนใหม่ของตัวเองโดยใช้ชื่อร้านว่า ‘.45 ART WARKS’ ตามที่ Rock เขียนเป็นเหรียญรางวัลให้เธอตั้งแต่นั้น

ในขณะที่ Rock ต้องการที่จะตามไปอยู่กับแม่ แต่ Roy ผู้เป็นพ่อนั้นไม่ยอม เขาใช้ความมั่งมีและช่องทางกฎหมายจนได้ตัว Rock มาเลี้ยงดู Rock ถูกห้ามไม่ให้เจอแม่ถึงกับต้องยืนร้องให้ที่หน้าต่างดูแม่เดินจากไปพร้อมภาพวาดเหรียญรางวัลในมือของเธอ หลังจากหย่ากับ Nell ไม่นาน Roy ก็แต่งงานใหม่ Rock ก็ไม่สามารถเข้ากับเมียใหม่ของพ่อได้ทำให้เกิดการต่อต้านมาตลอด จน Alyssa ลูกของภรรยาใหม่ของ Roy (ซึ่งก็คือแม่ของ Nico) เกิดมาก็ทำให้ Roy ให้ไปสนใจลูกใหม่มากกว่า ทำให้รอยร้าวระหว่าง Rock และครอบครัวมีมากขึ้นจน Rock ต้องแยกตัวออกมาอยู่เองแล้วได้ทำงานที่บริษัท Uroboros ในแผนกพัฒนาอาวุธ แม้ Rock จะพยายามค้นหาจนเจอที่อยู่ใหม่ของ Nell แม่ของเขาแต่ด้วยความเข้มงวดของบริษัทที่เขาทำงานทำให้เขาไม่สามารถลางานเพื่อปลีกตัวไปหาแม่ได้เลย จากแค่ 1 วันกลายเป็น 1 เดือนจนถึง 1 ปี สุดท้ายก็พบว่า Nell แม่ของเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่วันที่รับรู้ว่าแม่เสีย Rock ก็เลิกใช้นามสกุลของพ่อเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของแม่ทันที Rock Goldstein ลาออกจากบริษัท Uroboros ไปเปิดร้านขายปืนเล็กๆตั้งชื่อว่า Rock’s Guns and Ammo เพื่อสืบทอดมรดกต่อจาก Nell Goldstein แม่ของเขา ในขณะที่พ่อของ Rock โกรธมากที่เขาลาออกจากงานที่ Uroboros เพราะเขาอุตสาห์ช่วยให้ได้งานนั่น แต่ Rock ก็บอกไปว่าเขาภูมิใจที่ได้เป็นลูกชายของ Nell Goldstein มากกว่า

ตัดมาที่ Rock ในปัจจุบันขณะกำลังพยายามหากุญแจห้องของ Nico เพื่อเข้าไปเอาของใช้ส่วนตัวไปส่งให้ตามที่ Nico สั่งก็บังเอิญเหลือบไปเห็นผลงานต่างๆที่เขาทำเสียมากมายที่ถูกวางไว้อย่างเรี่ยราด มันสะท้อนให้เห็นว่า Rock ที่ต้องการผู้สืบทอดการเป็นสุดยอดช่างทำอาวุธจากแม่กลับมีความสามารถไม่ได้ครึ่งของแม่ด้วยซ้ำ ทำให้ Rock เองก็แอบสงสัยว่าถ้าที่ผ่านมาเขาได้รับการฝึกฝนจากแม่ของเขาบ้างฝีมือจะพัฒนาไปได้ถึงขั้นไหนกันนะ Rock อดคิดถึงสมัยก่อนตอนที่ได้เล่นสนุกกับแม่ตอนกลางคืน Nell แม่ของ Rock มักชอบพูดตลกว่า "แม่คิดว่าหนูเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งนะ ถ้าไม่ได้เป็นเด็กติดแม่ที่ละเมอเรียก มามี้ มามี้ ตอนหลับทุกคืน”

ในอดีต หลังจากที่ Rock ออกมาเริ่มทำร้านขายปืนของตัวเองไม่นาน Roy พ่อของเขากับภรรยาใหม่ก็เสียชีวิตลง Rock คิดว่าอาจฆ่าตัวตายจากการลงทุนที่ล้มเหลวจนมีหนี้สินจำนวนมาก คฤหาสน์รวมถึงทรัพย์สินต่างๆก็ถูกยึดจนหมด ทำให้ Alyssa น้องสาวของ Rock ที่เกิดจากเมียใหม่พ่อนั้นไม่มีเงินเหลือติดตัว แม้ว่าธุรกิจของ Rock ก็อาจจะไม่ได้เลิศหรูมากนัก แต่เขาก็ทนเห็นน้องสาวคนละแม่ต้องลำบากไร้ที่อยู่ Rock จึงตัดสินใจพา Alyssa มาอยู่ที่ร้านด้วย

หลังจากที่ Alyssa ได้งานที่บริษัท Uroboros ทั้งคู่ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมากขึ้นด้วยรายได้ของ Alyssa และรายได้จากร้านขายปืนของ Rock ที่มีลูกค้ามาอุดหนุนมากขึ้นเนื่องด้วยทักษะการพัฒนาของเขา จนอยู่มาวันหนึ่ง Alyssa ก็ถาม Rock อย่างกล้าๆกลัวๆว่าจะโอเคมั๊ยถ้าเธอจะพาใครคนนึงมาเที่ยวบ้าน Rock ถามว่า ใคร? Alyssa ก็ได้แต่หน้าแดง จน Rock บอกว่า แฟนหรอ?เจอกันที่ไหนล่ะ?” Alyssa บอกว่าเขาเป็นพนักงานบริษัท Rock ถามต่อว่าเขาทำงานอะไร อย่าบอกชั้นนะว่าเขาเป็นนักวิจัยอ่ะ ยิ่งถ้าเป็นนักวิจัยของ Uroboros ล่ะมีแต่พวกหลุดโลกทั้งนั้นเลย  Alyssa กลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ก่อนจะบอกว่า ใช่ เขาเป็นนักวิจัยที่ Uroboros เขาชื่อ Agnus นั่นยิ่งทำให้ Rock ไม่เข้าใจว่าทำไม Alyssa เห็นเจ้า Agnus คนนี้แล้วบอกว่าน่ารักเพราะ Rock เองก็เคยทำงานที่นั่นและเคยเห็น Agnus อยู่บ่อยๆ Agnus เป็นนักวิจัยที่ไม่เหมือนคนอื่นเพราะร่างกายที่ดูกำยำแข็งแรง ซึ่ง Rock เองก็เคยเข้าไปแกล้งทักเขาว่า ไง แว่นจิ๋วข้างเดียวของนายเจ๋งดีนะ Agnus ก็ตอบมาว่า ขอบใจ นี่ชั้นทำเองเลยนะ Rock ก็ได้แต่คำในใจว่า Agnus ไม่รู้เข้าใจว่าเขากำลังพูดเสียดสี

หลังจาก Alyssa คบหากับ Agnus ได้ซักพักเธอก็เริ่มตั้งครรภ์และเธอลาออกจากงานที่ Uroboros มันทำให้ Rock รู้สึกว่าเป็นสองปีที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิตที่ได้เห็น Nicoletta ลูกตัวน้อยของ Alyssa โตวันโตคืน และได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือของ Alyssa ด้วย ...แต่หลังจากนั้น 2 ปี Agnus ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกภาคีแห่งดาบ (The Order of the Sword ) ก็บอกกับ Alyssa ว่าเขาจำเป็นต้องกลับไปที่เมือง Fortuna เนื่องจากถูกท่านประมุขของภาคีเรียกไปใช้งาน Alyssa ถามว่าทำไมเธอถึงตามไปอยู่ที่เมือง Fortuna ด้วยไม่ได้ Agnus บอกว่ามีเพียงผู้ศรัทธาเท่านั้นที่สามารถอยู่ที่นั่นได้ Alyssa ก็บอกว่าเธอเองก็อาจสามารถเป็นผู้เชื่อในลัทธินั้นได้เหมือนกันหากอธิบายให้เธอเข้าใจ แต่ Agnus บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะเธอไม่มีทางเข้าใจความเชื่อของพวกเขา และไม่กี่วันต่อมา Agnus ก็หายตัวไป ..และไม่กลับมาอีกเลย

Alyssa วางแผนที่จะติดตาม Agnus ไปยัง Fortuna แต่เธอกลับล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลเสียก่อน ผลการวินิจฉัยออกมาว่าเธอเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่เธอยังคงมีความพยายามที่จะเดินทางไปที่ Fortuna เสมอ จนไม่กี่ปีต่อมา Alyssa ก็เสียชีวิต  หลังจากการตายของ Alyssa Rock ก็ได้รับเลี้ยง Nico อย่างถูกกฎหมายและเลี้ยงดูเธออย่างดีจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม้ Rock จะไม่ได้ตั้งใจให้เธอเป็นนักสร้างอาวุธตามอย่างเขา แต่ Nico กลับมีความสนใจในศาสตร์ในการสร้างอาวุธด้วยตัวเอง จนวันนึง Nico ก็ได้เห็นรูปของ Nell Goldstein ถือปืน Ebony และ Ivory ที่เธอสร้างเอาไว้ให้ดันเต้แล้วส่งมาให้ Rock ดูเหมือนหลายเดือนก่อน "ว้าวววว นี่มันอะไรเนี่ย มันสุดยอดมากเลย เธอคนนี้เป็นใครหรอ?" Nico ถึงกับอุทานเสียงหลังหลังจากเห็นปืนสองกระบอกในรูป Rock บอกว่า อ๋อ นั่นแม่ของชั้นเองแหละ ..แม่คุณหรอ งั้นเธอก็เป็นย่าของชั้นอะสิ มันสุดยอดอ่ะ" Nico กล่าวอย่างภาคภูมิใจ เมื่อรู้ในภายหลังว่า Nell Goldstein นักสร้างอาวุธในตำนานคือย่าของเธอ

Rock พูดถึงปืนคู่ Ebony และ Ivory ว่าแม่ทำขึ้นเพื่อให้กับชายที่ชื่อ ดันเต้ แต่หน้าแปลกตรงที่ข้างๆปืนดันสลักชื่อ ‘Tony Redgrave’ แต่ดันเต้เคยบอกว่ามันเป็นชื่อที่เขาบอกกับแม่ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกถ้าใครจะมาให้ทำปืนให้ซักกระบอก เขาอาจเอาไปใช้ฆ่าคนก็ได้ แต่กับดันเต้มันไม่ใช่หรอกเพราะปืนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ทำลายปีศาจ ตอนนั้นดันเต้ยังบอกให้ Rock ช่วยสลักคำว่า .45 ART WARKS’ ไปบนกระบอกปืนเพิ่มด้วย จากนั้นดันเต้ก็ตะโกนว่า มามี๊ !! ดังลั่นเลย เขาบอกว่า จริงๆเขาเองก็อยากจะแก้คำผิดให้ถูกต้องแต่ก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาสัมผัสปืนเก่าระดับมาสเตอร์พีซของแม่ และหากจะต้องแก้คำผิดจริงๆ คนแก้ก็ควรจะต้องเป็นคุณไม่ใช่หรอ Rock Goldstein ...Rock เล่าความหลังทั้งน้ำตา "ปืนที่สวยงามแบบนี้ไม่ควรมีคำที่เขียนผิดถูกเขียนอยู่บนมัน" หลังจาก Rock แก้ไขข้อผิดพลาดของปืนจนเรียบร้อย เขาก็ไม่ได้เจอดันเต้อีกเลย

Rock จัดการส่งสิ่งของที่ Nico ต้องการไปให้ที่เมือง Fortuna แม้ Nico จะไม่ได้บอกเหตุผลอะไรแต่เขาก็รู้ดีว่ายังไง Nico ก็ไม่ได้คิดที่จะย้ายไปอยู่ที่เมืองนั่นเพราะ Agnus แน่นอน ก่อนออกเดินทางไป Nico บอกกับ Rock ว่าเธอยอมแพ้ในการที่จะเป็นช่างสร้างปืนแล้วเพราะคิดว่าไม่มีวันจะทำได้ดีเหมือน Nell ได้ นั่นทำให้ Rock เแปลกใจไม่น้อยก่อนที่เขาจะถามว่า แล้วต่อไปเธอจะทำอะไร Nico ตอบว่า ยังไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นอาวุธแบบไหนเพราะมันยังไม่เสร็จ รู้อย่างเดียวว่ามันต้องเป็นอะไรที่เป็นศิลปะแน่นอน Rock นั้นมีความสัมพันธ์เป็นพี่น้องกับ Alyssa แต่ Nico ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆกับ Nell เลย แต่เธอก็เรียกแทนตัว Nell ว่า ย่า เสมอ ผิดกับ Rock ที่เลี้ยงเธอมา เวลา Nico คุยกับ Rock เธอกลับไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อเลย ก่อนที่ Nico จะออกเดินทาง Rock บอกกับเธอว่า จงทำให้ดีที่สุด และชั้นรู้ดีว่าเธอเก่งกว่าแม่ของชั้นแน่นอน เขารู้ว่าวันนึง Nico จะต้องประสบความสำเร็จในการสร้าง แขนกล อะไรนั่นแน่นอน และเมื่อถึงวันนั้นเขาก็จะพูดได้ว่า "นั่นแหละลูกสาวชั้นเองที่เป็นคนทำ" เป็นความนึกคิดที่ทำให้ Rock ถึงกับยิ้มออกมา



                              บทสรุป Devil May Cry 5 


                                                       By Decibel per oxide



                                                PROLOGUE  

   

       ส่วนหนึ่งของบทกลอน A Poison Tree ของ  William Blake บรรทัดที่ 9-12 กล่าวไว้ว่า

                                          And it grew both day and night,
                                             Till it bore an apple bright.
                                            And my foe beheld it shine.
                                           And he knew that it was mine,

                                   และมันก็เติบโตทั้งกลางวันและกลางคืน
                                    มันจะเจาะชอนไชจนได้ผลแอปเปิ้ลสุกใส
                               เพื่อให้ศัตรูของข้าก็จะได้เห็นแสงที่เปล่งประกาย
                                         และรู้ว่าแสงนั้นมันเป็นของข้าเอง



ผู้พูดพยายามสื่อถึง ความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้(ชอนไช) จนวันนี้ก็ปลดปล่อยมันออกมา (แอปเปิ้ลสุกใส) แต่แอปเปิ้ลมันเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรอ? ใช่ คนพูดอยากให้ศัตรูของเขามองเห็นเป็นอย่างนั้น เห็นความโกรธของผู้พูดเป็นดั่งผลแอปเปิ้ลที่ดูสวยงาม แต่มันแฝงไว้ด้วยพิษ ความโกรธาที่คลุมเครือของผู้พูดจะเป็นภัยต่อศัตรูของเขาในซักวัน  



ครั้งหนึ่งเคยมีปีศาจที่ช่วยโลกให้รอดพ้นจากการทำลายล้าง ซึ่งทำให้ปีศาจตนนั้นกลายเป็นตำนาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปชื่อของเขาก็จางหายไปจากพงศาวดารแห่งประวัติศาสตร์บัดนี้โลกต้องเผชิญกับภัยคุกคามใหม่ ๆ โดยมนุษย์? โดยปีศาจ? หรือบางที ......


กล่าวถึงในช่วงไม่กี่วันนับตั้งแต่ต้นไม้ปีศาจเริ่มปรากฏขึ้น มอร์ริสันกำลังพินิจพิเคราะห์ต้นไม้ที่ผุดขึ้นมาที่จัตุรัสกลางเมือง Red Grave City ท่ามกลางประชาชนที่กำลังถ่ายภาพบ้างก็สวดภาวนา เป็นช่วงเวลา 3 ชั่วโมงแล้วที่ดันเต้ เลดี้ และ ทริช เข้าไปในต้นไม้นั่นตามการจ้างงานของเขากับอีก 30 นาทีที่ V และ Nero ที่เพิ่งตามเข้าไปสมทบ มอร์ริสันคิดมาตลอดว่าชื่อเมือง Redgrave และนามแฝง โทนี่ เรดเกรฟ ของดันเต้นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้โทนี่จะเต็มไปด้วยชื่อเสียมากกว่าแถมนักล่ารับจ้างคนอื่นก็ไม่ยอมร่วมงานเพราะที่ผ่านมาใครที่ร่วมงานกับโทนี่ล้วนตายห่าหมด 

แต่ด้วยเหตุผลในความเป็นสายเลือดของสปาร์ด้าที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของปีศาจต่างหากที่ทำให้มอร์ริสันเชื่อใจในดันเต้ และมอริสันเองก็เป็นคนให้นามแฝงของ Tony Redgrave กับดันเต้เพื่อซ่อนตัวจากการค้นหาจากพวกปีศาจแต่โชคร้ายที่พวกมันตามจนเจอ แต่มองอีกแง่ก็ทำให้การเก็งกำไรจากการจ้างงานของเขาเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าโดยเฉพาะตอนที่ราชาปีศาจเริ่มใช้ต้นไม้ปีศาจโจมตีเมือง Redgrave 


ซึ่งโดยปกติแล้วจากที่เคยร่วมงานกันมาดันเต้สามารถทำงานให้เสร็จภายในไม่กี่นาทีหรือเต็มที่ก็ไม่เกินชั่วโมง แต่ครั้งนี้ดันเต้หายเข้าไปในต้นไม้ปีศาจ 3 ชั่วโมงแล้ว “ เรารู้จักกันมานานแล้วนะ ที่ผ่านมาคุณไม่เคยมีปัญหามากขนาดนี้ คุณจะผ่านมันไปได้เหมือนทุกครั้งหรือเปล่า ดันเต้ ?” มอร์ริสันกล่าวด้วยความกังวล




 16 พ.ค เวลา 2 ทุ่มกว่าๆ ต้นไม้พิษของศัตรูไร้นามกำลังได้หยั่งรากลึกลงในกลางเมือง Redgrave city อย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความงวยงงสงสัยของผู้คนที่ไม่รู้ว่าตนเป็นศัตรูที่ถูกหมายหัว


Morrison – เรารู้จักกันมานานแล้ว แต่นายไม่เคยเจอปัญหาถึงขนาดนี้ ..นายเอาอยู่ใช่มั๊ย Dante?





                                                          Dante – อ๊ากกก !!



Nero – ชั้นมาทำไมให้เสียเวลาเนี่ย? Dante ก็อยู่ที่นี่แล้ว
V – คุณอย่างเพิ่งไปดูถูกดูแคลนปีศาจต้นนี้นะ อย่างน้อยมันก็ขโมยแขนขวาของคุณไปได้และก็ได้รับพลังจากมันไปมากมายซะด้วย ..ผมขอตัวไปก่อนดีกว่า ผมแนะนำว่าถ้าคุณมัวจะช้าจะไล่ตามไม่ทันนะ 
Nero – โอเค V นายเป็นคนที่น่าสนใจมาก แต่ นายพูดถูก ...งั้นจะทำแต้มด้วยการจัดการไอ้ปีศาจบ้านั่นเอง !! ... หวังว่าชั้นคงเชื่อใจนายได้นะ V

จากนั้นตาม V ไปลุยเข้าไปตามทางพร้อมเรียนรู้การบังคับการโจมตีเบื้องต้น จนถึงด้านใน


Nero – อ้าว หยุดทำไมอ่ะ ถอดใจแล้วรึไง?
V – นี่คุณยังไม่เข้าใจจริงๆใช่มั๊ย? เราไม่มีหวังที่จะทำเรื่องนี้เลยถ้าไม่มีคุณ
griffon – ไม่เป็นไร ซุปเปอร์สตาร์ ถ้าดื้อรั้นนะก็ไปก่อนเลย เดี๋ยวเราจัดการทางนี้เอง

ด้วยความดื้อรันของ Nero ที่กลัวจะไปจัดการศัตรูไม่ทัน เขาจึงตัดสินใจแยกทางออกมาจาก V ทันทีเมื่อ griffon ประชดใส่

ภารกิจของ V ที่กำลังมุ่งหน้าไปก็เพื่อจัดการกับปีศาจบางตัวเพื่อเคลียร์เส้นทางให้ Nero เดินทางไปถึง Urizen ได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ต้นไม้ปีศาจ Qliphoth ทำหน้าที่เป็นรูขนาดใหญ่เพื่อให้ปีศาจนับไม่ถ้วนบุกขึ้นมาที่โลกมนุษย์ผ่านทางท่อน้ำเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเลือดของมนุษย์ที่ต้นไม้ดูดเอาไว้เป็นตัวล่อ แต่แม้ว่า V จะเคลียร์เส้นทางรอไว้ Nero ก็ยังไม่โผล่มาทำให้ทั้ง Griffon และ  Shadow ต่างก็บ่นอย่างไม่พอใจ ก่อนที่ V จะเปลี่ยนสภาพ Shadow ช่วยให้เขาก้าวข้ามความสามารถที่น้อยนิดในปัจจุบันโดยเปลี่ยนมันเป็นฟอร์มช่วยการเคลื่อนไหวให้รวดเร็วเพื่อไปตามหา Nero 

จนกระทั้งได้พบ Nero กำลังต่อสู้กับปิศาจ Nero ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร แต่เนื่องจากว่ามีปีศาจจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทำให้ Griffon ตัดสินใจเข้าไปช่วยจัดการพวกมัน Griffon พูดกับ Nero ว่า“ นี่นายยังไม่เข้าใจอีกหรือไงพ่อฮีโร่? เราจะจัดการไอ้พวกนี้เอง” ก่อนที่ Griffon จะตะโกนบอก V เพื่อให้รีบจัดการศัตรให้เร็วที่สุดในจุดที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ นั่นบอกถึงความสามารถที่แท้จริงของ Griffon และ Shadow ที่เป็นเพียงภาพจากจินตนาการไม่ต่างจากภาพจากความฝันที่สามารถสร้างความเสียหายกับพวกปีศาจได้แต่ไม่สามารถทำลายพวกปีศาจด้วยตัวเองได้ จึงเป็นหน้าที่ของ V ที่จะปิดท้ายด้วยการกำจัดปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของ  Griffon และ Shadow ให้สูญสลายไป


ทันทีที่เดินทางเข้าไปจนถึงที่หน้าบัลลังก์ของปีศาจตัวร้าย Nero ก็ต้องตกใจเมื่อเห็น Trish , Lady หรือแม้แต่กับ Dante ที่นอนระเนระนาดไปคนละทิศละทาง






Nero – แหม่ ดูเหมือนจะไม่เสียเวลาที่มาแล้วสิ เฮ้ย ไอ้ปีศาจงี่เง่า พ่อแม่ไม่เคยสอนรึไงว่าอย่าขโมยของของคนอื่นน่ะ ฮะๆ โทษทีนะ Dante ผมขอแซงหน้าฆ่าไอ้นี่ก่อนก็แล้วกัน



แม้จะเข้าไปต่อสู้อย่างห้าวหาญ แต่ก็จบด้วย Nero ที่ต้องคลานไม่ต่างจากพวกก่อนหน้า urizen นั้นแข็งแกร่งกว่าที่ Nero คิดอย่างที่ V เตือนเอาไว้จริง


                                griffon – เป็นนี้ก็จบเห่แล้ว ทุกอย่างจบแล้ว !!




                                                   Dante – ยกสองเว้ย !!


ดันเต้ตะโกนด้วยเสียงที่เหนื่อยล้า แต่ก็ยิงอัดหน้า Urizen เพื่อไม่ให้มันฆ่าทุกคนเอาไว้ได้ ก่อนที่จะใช้พลังสุดท้ายที่มีแปลงร่างปีศาจ พุ่งเข้าไปปะทะระยะประชิดกับ Urizen อย่างท้าทาย แต่ภายในใจ Dante นั้นรู้ดีว่าต่อจากหนีคือเต็มกลืน


                  Dante – V !! พา Nero หนีไปจากที่นี่ก่อนที่นี่สถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้ว!

Nero – ไม่ ชั้นยังสู้ไหว !
Dante – Nero หนีไปก่อน อยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงเปล่าๆ!
Nero – ถอยไป ปล่อยนะ !
V – มาเถอะ เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่คุณคิดเอาไว้เยอะมาก
Nero – ไอ้บ้าเอ้ย มันเรียกชั้นว่า ตัวถ่วง ! ชั้นไม่ยอมถ่อมาถึงนี่เพื่อกลับไปมือเปล่าหรอกนะ !



V – ฟังนะ เลิกโทษตัวเองแล้วหาคิดหนทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้จะดีกว่านะ เผื่อถ้าดันเต้แพ้ นายก็จะเป็นความหวังเดียวที่จะปราบ Urizen ไง
Nero – Urizen นั่นชื่อมันหรอ? 
V – ใช่ มันล่ะ ราชาปีศาจ Urizen .... ชื่อของปีศาจที่เอาแขนของนายไปนั่นแหละ 







                                    Morrison – เดี๋ยวๆ มันเกิดอะไรขึ้น ดันเต้ล่ะ?
                                  V – เขาซื้อเวลาให้เราอยู่ แต่สภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่
                                           ชาวเมือง – กรี๊ดดดด !! ช่วยด้วยยยยย !!!


         
                 
                         Morrison – เป็นไปไม่ได้หรอก ดันเต้อ่ะนะแพ้เนี่ยนะ?
     V – ไม่ต้องเลย Nero เปล่าประโยชน์น่า เราช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก เราต้องไปกันแล้ว



ทันทีที่ทุกคนพอจำทำใจได้ที่ต้องทิ้งดันเต้เอาไว้ และผลของการพ่ายแพ้ครั้งแรกของดันเต้ที่ มอริสัน ต้องจำต้องรับรู้แม้จะไม่ค่อยจะเชื่อก็ตาม มอริสันถาม V ว่าจะเอาไงต่อไป V บอกกลับไปว่าเขาไม่มีแผนแต่มีสิ่งที่จำเป็นที่ต้องหาให้ได้นั่นคือ พลัง แม้มอริสันจะบอกว่ามันจะหามาได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรอ V ก็บอกได้แค่ว่า เขาไม่มีทางเลือก เพราะเรามีเวลาเหลืออย่างน้อยหนึ่งเดือนโลกก็จะต้องล่มสลายเพราะต้นไม้ปีศาจ มอริสันได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะตะโกนออกไป มันเป็นบ้าอะไรกันวะ! เนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้แถมยังไม่มีใครอาสามาช่วยซะด้วย V ได้แต่บอกว่า อย่าเพิ่งยอมแพ้ เป็นมนุษย์ต้องไปยอมแพ้ นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์ 

Nero ที่นิ่งเงียบมาตลอดก็พูดออกมาว่า อีกหนึ่งเดือนใช่มั๊ยก่อนที่โลกจะล่มสลายน่ะ V บอกเสริมว่า Nero ต้องทำเท่าที่ทำได้เพื่อให้ได้พลังมาให้ได้มากที่สุดเพราะนอกจากดันเต้แล้วตอนนี้ก็เหลือแค่ Nero ที่เป็นความหวังเดียวที่จะเอาชนะ Urizen ก่อนที่ Nero จะขอให้มอริสันไปส่งเขากลับไปที่เมือง Fortuna ก่อนที่กลับมาใหม่ในอีก 1 เดือนข้างหน้า มอริสันนั้นเคารพในความดื้นรันของ Nero ที่แม้จะยังเป็นแค่เด็กหนุ่มแต่ก็อาจจะมีโอกาสได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองก็ได้ เหมือนกับที่ดันเต้เคยเล่าให้มอริสันฟังเมื่อหลายปีก่อนว่าเขาพบเด็กหนุ่มที่น่าสนใจคนนึงที่เมือง Fortuna เขามีสายเลือดปีศาจเหมือนกันแถมดันเต้ยังชอบความมุทะลุของเด็กคนนี้จนถึงกับส่งต่อป้ายไฟสัญลักษณ์ Devil May Cry ให้กับเขา ส่วน V บอกว่าเขาจะอยู่ที่เมือง Red Grave ต่อเพื่อรวบรวมข้อมูลของศัตรูเท่าที่จะทำได้ Nero บอกว่าอีก 1 เดือนเจอกัน V พยักหน้าก่อนที่จะเดินจากไป 

เมื่อ Nero กลับถึงเมือง Fortuna เขาก็เข้าไปปรึกษากับ Nico เพื่อต้องการแขนเทียมมาใช้งานในทันที Nico บอกว่าเย็นไว้ แขนกลที่เธอคิดค้นขึ้นกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงอาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนก่อนจะใช้งานได้จริง Nero บอกกลับไปว่าเขารอไม่ได้ เขาต้องการแขนที่ทรงพลังอันใหม่มาใช้ภายใน 1 เดือน Nico รีบบอกกลับไปว่ามันไร้สาระชัดๆ แต่หลังที่ Nero อธิบายเกี่ยวกับเวลาที่เหลืออยู่ของโลกใบนี้ให้ Nico ฟังเธอจึงเข้าใจ Nero รีบถามต่อว่า ตกลงเธอเริ่มสร้างมันรึยัง Nico เลยตะคอกกลับไป มันไม่ใช่การสร้างโมเดลพลาสติดของเล่นนะเว้ย Nero เลยบอกว่าเขาจะขอให้มอริสันมาช่วย แต่ Nico ปฎิเสธและเสียใจที่ไม่สามารถเจอมอริสันตอนนี้ได้เพราะกลัวว่าเขาจะไปบอกดันเต้ว่าเธอทำงานงกๆอยู่ในโรงรถในขณะที่ Nero นั่งสบายอยู่ที่บ้าน

Nero ถามว่าการทำงานเป็นยังไงบ้าง Nico ตอบว่าก็พอมีแนวคิดลอยๆอยู่ในหัวอยู่บ้าง Nero รีบตอบกลับไป นี่เธอทำงานมา 2 คืนติดกันแล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็นอีกหรอ? Nico ฟังแล้วหงุดงหงิดเลยบอกออกไปว่า "มือสมัครเล่นเอ้ย ไม่รู้หรอว่าส่วนสำคัญที่สุดของการทำงานคือตอนวางแผน หรืออยากให้งานมันออกมาแค่ แขนตะขอของโจรสลัดวะ !?" ทำให้ Nero ต้องขอโทษ Nico ไปและยอมรับว่าเริ่มหมดความอดทนเพราะเหลือเวลาอีกไม่มาก Nico ก็บอกว่า เธอเองก็ใจร้อนไม่ต่างกัน เพราะเธอก็อยากเจอดันเต้เร็วๆอยากขอเขาดูปืน Ebony และ Ivory และอยากได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคุณยายของเธอจากเขา ก่อนที่ Nico จะพูดติดตลกว่าเธอจะทำแขนสำหรับกินพาสต้าให้ Nero อีกด้วย Nero ขอโทษอีกครั้งที่ใช้อารมณ์ไปเร่ง Nico และยินดีที่จะรออีกซักพัก Nico ก็บอกกลับไปว่าต้องรอเพราะสมองของเธอไม่สามารถผลิตไอเดียดีๆได้ถ้าเอาชะตากรรมของโลกมาให้เธอแบกเอาไว้

ขณะนั้นเอง Julio ก็รีบวิ่งมาบอกว่าเขาพบปีศาจอยู่ที่ป่า Mitis Nero รีบถามว่ามีใครบาดเจ็บรึเปล่า  Julio บอกว่าไม่เพราะทุกคนหลบอยู่ในบ้านกันหมดแล้ว Nero ตกบ่าชมเชย Julio ที่รีบมาบอกเขา ก่อนที่ Nero จะออกไปที่จุดเกิดเหตุ เขาบอกกับ Nico ว่าอยากจะตามมาด้วยก็ได้นะเผื่อเธออยากจะเห็นปีศาจของที่นี่  Nico บอกว่าตอนนี้เธอกำลังยุ่งมากกับการที่ต้องศึกษาเอกสารของพ่อ แต่การตามไป Nero ต่อสู้กับปีศาจก็อาจเป็นประโยชน์ในการนำมาออกแบบแขนกลก็เป็นได้ Nero แนะนำ Nico ให้รักษาตัวให้ปลอดภัย อย่าไปอยู่ใกล้พวกปีศาจมากนัก Nico ตอบกลับไปว่า ไม่ต้องห่วงเธอไม่ได้สนใจพวกปีศาจมากขนาดนั้น

Nero เดินทางเข้าไปยังป่า Mitis ที่มีคนพบเห็นปีศาจ แต่เขากลับไม่เจอสิ่งผิดปกติอะไรเลย Nico กล่าวติดตลกว่า ส่งสัยชาวเมือง Fortuna กำลังสับสนระหว่างหมีกับปีศาจก็เป็นได้ Nero บอกปกติที่ป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกของคนในภาคีชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยมีใครเข้ามานอกจากเข้ามาตัดไม้ Nero คิดว่าถ้าหากมันจะมีปีศาจจริงๆก็คงจะอยูแถวๆท้ายป่า ขณะที่ Nico ที่เริ่่มจะรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเพราะเพิ่งทำงานแบบไม่ได้นอนต่อกัน 2 คืนรู้สึกว่าอยากกลับไปที่โรงรถแล้ว แต่ Nero ไม่ยอมทิ้งให้เธอกลับไปคนเดียวจึงพา Nico เข้าไปด้านในป่าต่อด้วยกัน 

จนเมื่อทั้งคู่เดินทางจนถึงด้านในป่าที่มีความมืดเริ่มปกคลุมทั้งคู่ก็ถูกลอบโจมตีจากด้านบน โดย Nero ได้ช่วยเตะ Nico ให้พ้นจากอันตราย ก่อนจะเข้าไปสู้กับปีศาจที่เข้ามาโจมตี Nero จัดการ Blitz ตัวแรกลงได้อย่างรวดเร็วในขณะที่ Nico ยืนดูตัวแข็งทื่อเพราะที่ผ่านมาเธอเห็นแต่คำว่า ปีศาจ ผ่านทางตัวหนังสือของเอกสารวิจัยของพ่อ แต่เธอก็จำข้อมูลได้ว่า Blitz นั้นมันเป็นปีศาจที่มองไม่เห็นและโจมตีจากที่มาของเสียงจากศัตรูเธอจึงเลือกที่จะไม่ส่งเสียงอะไรออกไป Nero พยายามล่อศัตรูเพื่อให้ Nico มีโอกาศหนีไปพลางก่อนจะค่อยๆจัดการเชือดไปทีละตัว แต่ขณะที่หนีไปมา Nico ก็ได่ไอเดียการพัฒนาแขนกลแล้วเขียนมันด้วยตัวอักษรหวัดๆอย่างเร่งรีบลง Memo แล้วให้ Nero ดู "ชั้นนึกออกได้อย่างนึงแล้ว ชั้นมีไอเดียแล้ว" Nico ตะโกนลั่นด้วยความดีใจ "เอาจิงดิ" Nero เริ่มบ่นออกไปเพราะอุตสาห์ยอมเป็นตัวล่อให้ Nico หนี ก่อนที่ Nero จะจัดการพวก Blitz ที่น่ารำคาญจนหมดลงได้สำเร็จ

เมื่อ Nero และ Nico กลับมาถึงบ้าน Nico ก็ได้เก็บชิ้นส่วนของ Blitz กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำงานด้วย ทำให้ Nero กังวลใจว่าแขนกลของเขาจะมีชิ้นส่วนของ Blitz อยู่ด้วย Nico จึงอธิบายให้ฟังว่า ชิ้นส่วนของ Blitz จะไม่แสดงให้เห็นที่แขนกลแต่เธอจะใช้เพียงความสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าของมันมาทำเป็นพลังให้แขนกลเท่านั้น Nero บอกว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะเขาจะได้ล่าปีศาจเพื่อเอาชิ้นส่วนมาให้ Nico ใช้สร้างแรงบันดาลใจ Nico ก็พอใจดึงบุหรีออกมาสูบแล้วบอกว่า "รับทราบ" 



                                                  Mission 1 - NERO


ตี 4. 24 นาทีของวันที่ 15 มิ.ย  1 เดือนหลังจากที่ราชาปีศาจได้ประกาศศักดิ์ดาด้วยฤทธาที่มากล้นจนดันเต้ต้องทำทุกอย่างเพื่อต้านพลังของมันเพื่อให้พอมีเวลาให้ V พา Nero หนีไปในตอนที่ยังทำได้ Nero ที่เต็มไปด้วยความขุ่นข้องหมองใจไม่สามารถสิ่งใดที่จะสามารถหยุดมันได้จนทำให้ต้องทิ้งอนาคตที่ค้างคาใจว่าดันเต้จะอยู่รอดหรือไม่ไว้เบื้องหลังเพื่อมุ่งไปข้างหน้าหาบางสิ่งมาต่อกร 



วิทยุ – เมือง Red Grave และเมืองเล็กๆบริเวณโดยรอบตอนนี้ได้ถูกปิดหมดแล้ว เหตุจากมีต้นไม้ประหลาดขนาดใหญ่ได้ผุดขึ้นมากลางเมืองพร้อมทั้งสิ่งมีชีวิตประหลาดที่บุกเข้าโจมตีผู้คนเมื่อ 1 เดือนที่แล้ว จากเหตุดังกล่าวทางรัฐบาล .....
ชาวบ้าน - มันเป็นปีศาจครับ ผมเห็นมันกับตาเลยจริงๆนะ เมือง Red Grave ถูกพวกมันยึดไปแล้ว
ผู้นำศาสนา – ขอให้พวกเราสวดอ้อนวอนขอความเมตตาต่อสวรรค์เบื้องบน จุดจบ ...



Nero – เหมือนกันหมดทุกช่อง เป็นวันที่ไม่ธรรมดาเลย ...งั้น บอกชั้นหน่อยสิ
Nico – บอกเรื่อง?
Nero – รู้สึกยังไงที่ต้องไปช่วยคนที่ฆ่าพ่อตัวเองน่ะ?
Nico – นี่ ชั้นดีใจด้วยซ้ำที่เราได้รับสิทธิ์อย่างเป็นการส่วนตัวเลย ก็นะ เขาทิ้งแม่กับชั้นไปตั้งแต่เด็กๆ เขาทิ้งพวกเราไปตายเองต่างหาก ฉะนั้นชั้นเลยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น
Nero – งั้นตอนนี้เขาคงพลาดรางวัลพ่อดีเด็กแห่งปีแล้วสินะ?
Nico – แต่ผลงานวิจัยของเขาไม่ได้กระจอกเลยนะ มันมีประโยชน์กับเรามากๆเลยล่ะ อย่าลืมขอบคุณเขาเรื่องนี้ด้วยล่ะ
Nero – มันจำเป็นต้องสูบในนี้ด้วยหรอบุหรี่เนี่ย?  ปกติในนี้ก็เหม็นเหมือนตูดจะตายอยู่แล้ว 



                                                    Nero – เอ่อ .... Nico !!



                                Nico – ไม่กรี๊ดแบบแต๋วแตกก็ได้น่า ชั้นเห็นแล้ว 
                           Nero – เฮ้นี่เธอจะชนมันให้หมดทุกตัวที่อยู่บนถนนเลยใช่มั๊ยเนี่ย?



                                                  Nico – งั้นตาชั้นมั่งนะ !!



                     ความมืดมิดแห่งยามค่ำคืนที่อยู่รอบๆจิตวิญญาณในใจฉัน
                               กับนักล่าที่กำลังสูญเสียการควบคุม
                                         ต้องปล่อยมันออกไป
                                         จะต้องปล่อยมันออกไป
                                              ปล่อยมันออกไป
                                           จะต้องปล่อยมันออกไป



                                       ปีศาจที่อยู่ภายในมันกำลังครอบกุมชั้น
                    ต้องปลุกปล้ำกับมันเผื่อทวงเอาพลังคืนมาเพื่อปล่อยตัวตนให้เป็นอิสระ
                                                 ต้องปล่อยมันออกไป
                                              จะต้องปล่อยมันออกไป
                                                   ปล่อยมันออกไป
                                             จะต้องปล่อยมันออกไป



                                        เร็วหน่อยที่รักอย่างได้ช้าไป
                        จงหลีกทางไป รีโหลดพร้อมไว้ ถึงเวลาต้องไปเสียที
                     ดูเหมือนว่าชั้นจะคุมมันไว้ไม่ไหว ความโกรธทั้งหมดในใจ
                               ถือมันเอาไว้แล้วจงเต้นแร้งเต้นกาไปกับมัน
                                 ดั่งถูกประทับตราด้วยไฟจากั้นบึ้งนรก
                             ความคิดทั้งหมดในจิตใจกำลังวิ่งผ่านหัวไป



                                        จิตใจที่ไหม้ไฟจนแดงฉานชั้นทนไม่ไหว
                                           ความแค้นกำลังลุกไหม้ในตัวชั้น
                                            ชั้นร้อนแรงดั่งไฟจนหน้าไหม้
                                         ความขุ่นมัวมันเริ่มก่อตัวจนใหญ่
                                               แบง แบง แบง ยิงมันออกไป
                                          ดึง Devil Trigger ของชั้นให้ออกมา !






              ตี 5. 02 นาทีของวันที่ 15 มิ.ย  ที่ถนนส่วนในของเมือง Redgrave 



               ทหาร – ตั้งแนวป้องกันไว้ !! อย่าให้พวกมันผ่านเข้ามาได้แม้แต่ตัวเดียว !!



                                                 ทหาร – อ๊ากกกก !!!




Nero – เหมือนนายต้องการให้ใครมากอดปลอบใจนะ แต่ ชั้นไม่มีวันกอดนายแน่รับรองเลย ทางที่ดีนายหนีไปซะดีกว่านะ
ทหาร – เฮ้ นายเป็นใคร? อยากตายรึไง อย่าเข้าไป 
Nico – อย่างี่เง่าน่า หมอนี่เขาชอบฆ่าปีศาจก็ปล่อยให้เขาทำเถอะ 
ทหาร – ไม่ได้ยินที่ผมพูดกันรึไง พวกมันยิงไม่เข้า พวกคุณจะตายกันหมดนะ!



Nero – เป็นกำลังใจให้หน่อยแล้วกันนะไอ้เกรียน ดูแล้วจำไว้ให้ดีด้วยล่ะ !! เอาล่ะ ได้เวลาเตะตัวใครซักคนแล้ว 



Nico – ช่าย หมอนี่แหละมือโปรเรื่องอัดพวกปีศาจล่ะ  นั่นแหละชั้นถึงทำแขนกลนั่นขึ้นมาก็เพื่อเอาไว้ให้เขาใช้เตะตูดพวกปีศาจโดยเฉพาะเลยล่ะ 

เพลย์เกมของนีโรนั้น Devil Breakers แขนกลที่เป็นอาวุธหลักเป็นสิ่งที่คุณจะต้องศึกษาการใช้งานเป็นอย่างแรก เพราะสิ่งที่แขนกลแต่ละแขนทำได้ที่แตกต่างกัน โดยแขนแต่ละแขนจะแบ่งเป็นการใช้งานแบบปกติตามสถานะภาพหลักด้วยการกด O ซึ่งจะสามารถใช้งานได้หลายครั้งก่อนที่แขนจะพัง และท่า Boost Knuckle การเพิ่มสมรรถนะของแขนกลให้เพิ่มขึ้นด้วยการกด O ค้างที่จะทำให้แขนกล 1 อันนั้นพังทันทีหลังใช้งานเสร็จ 



การใช้งานแขนกลของนีโรที่ต้องใช้แบบเรียงลำดับโดยไม่สามารถสลับไปมาได้ นอกจากกด L1 เพื่อปลดทิ้งเพื่อเลือกใช้อัดที่อยู่ในสล๊อตต่อไป ในจำนวนแขนทั้งหมด 8 ชนิดที่มีมากมายหลากหลายความสามารถทำให้เพลย์เกมของนีโรนั้นจะต้องวางแผนการเลือกใช้ Devil Breakers เพื่อให้เหมาะสมกับภารกิจ ฉาก และศัตรูที่จะเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนสู้กับบอส 



Nero ลุยพวกปีศาจตามท้องถนนของเมือง Redgrave เข้าไปจนถึงจุดที่มีรากของต้น Oliphoth ขวางทางอยู่ ทำลายมันซะจะทำให้เถาของต้น Oliphoth ที่ขวางทางอยู่หายไป


Nico – เฮ้ จอมอึด จัดการไปก็ไม่ช่วยอะไรได้หรอก
Nero – หมายความว่าไง?
Nico – พวกทหารบอกชั้นว่า ต้นไม้กับพวกปีศาจนี่มันโผล่ขึ้นมาจากใต้โลก แล้วก็ไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่เป็นเหมือนกันหมดทุกที่เลย



                              Nero – มันเกิดขึ้นเพราะ ดาบยามาโตะงั้นหรอ?

         30 เมษายน เวลา 17.45 น. เมือง Fortuna  ...สองเดือนก่อนหน้านี้ ..



ที่โรงรถในบ้านของ Nero ที่เมือง Fortuna ในขณะที่ Nico กำลังติดตั้งป้ายนีออน Devil may cry ที่ดันเต้เคยให้มาไว้ที่รถตู้เพื่อเริ่มธุรกิจล่าปีศาจอย่างที่ดันเต้เคยแนะนำไว้ แม้ Nico จะบอกว่าชื่อ ปีศ่าจอาจต้องร้องไห้ มันฟังดูตลกก็ตาม Nico แนะนำว่ามันน่าจะเติม S ด้วยเพราะตอนนี้มีเธอมาทำงานร่วมด้วย Nero บอกเขาก็คิดถึงเรื่องนี้ แต่มันฟังดูไม่ค่อยดี ถึงตอนนี้ Nico ก็อาศัยอยู่ที่เมือง Fortuna ครบ 1 ปีพอดี 



แนวคิดในการทำรถ Devil May Cry van ขึ้นมาก็คือ ปกติแล้ว Kyrie และ Nero ไม่ได้มีเงินจำนวนมากและในเมือง Fortuna ก็ไม่มีงานเข้ามามากนัก และถึงจะมีงานเข้ามา  Kyrie ก็มักจะขอให้ Nero ปฏิเสธการรับเงินจากชาวบ้านซึ่งยากจนอยู่แล้ว รายได้ของ Nero จึงมักจะเป็น เนื้อสัตว์ ผักและรของใช้เล็กๆน้อยๆมากกว่า แม้แต่  Kyrie ก็ยังสวมเสื้อผ้าชุดเดียวตลอด แต่เธอก็ยังอุตสาห์ทำเสื้อผ้าให้กับ Nero และแจกให้พวกเด็กกำพร้าไว้ใช้ ด้วยรถตู้นี้จะทำให้ Nero สามารถออกไปหางานนอกเมืองได้ก็จะเป็นหนทางที่ทำให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัวมากขึ้นด้วย แต่เนื่องจาก Nero ไม่มีเงินพอที่จะซ่อมแซมรถตู้เก่าที่เพิ่งซื้อมา จะหวังเพิ่ง Nico เธอเองก็ไม่ได้ทำอาวุธขายมาซักพักเพราะมัวมาอยู่ที่นี่จึงขาดรายได้ไม่ต่างกัน ทั้งคู่จึงต้องช่วยกันซ่อมแซมรถตู้แบบตามมีตามเกิดเพื่อใช้งานไปพลางๆก่อน


Nico – ทำไมชั้นรู้สึกเหมือนกำลังเป็นลูกน้องของนายเลยฟ่ะเนี่ย? อยากใช้มากได้ป่ะ
Nero – นี่ ชั้นก็ตามที่เธอขอให้ทำหมดแล้วนะ  เธอเป็นหนี้บุญคุณชั้นจำได้ป่ะ?
Kyrie  - นี่ เธอสองคนน่ะ มากินอาหารเย็นได้แล้วนะ 
Nero – ไปเดี๋ยวนี้แหละที่รัก  เฮ้ Nico เธอไปกินไรก่อนไปที่เหลือชั้นทำต่อให้เสร็จเอง

Nico ร่วมทานอาหารเย็นร่วมกับ Kyrie และเด็กกำพร้าอีกสามคน: Julio, Kyle และ Carlo สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในฟอร์จูน่าไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น ดังนั้นง Kyrie และ Nero จึงต้องดูแลเด็กกำพร้าเท่าที่จะทำได้ไปก่อนในตอนนี้ ในขณะกินข้าว Nico ถึงกับเอ่ยชมอาหารที่ Kyrie ว่าอร่อยแบบที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนเลย จนเธอแปลกใจที่คนอย่าง Nero ไปหาเทพธิดาแบบนี้มาทำเมียได้ยังไง ในขณะที่  Kyrie เริ่มแปลกใจว่าทำไม Nero มัวแต่ทำอะไรถึงไม่มากินข้าวซะที Kyrie วาง Carlo เด็กกำพร้าที่อายุน้อยที่สุดไว้บนตักของ Nico ก่อนที่จะเดินไปตาม Nero



Nero – หืมม นายต้องการอะไรหรอ? หิวงั้นหรอ? งั้นนายก็โชคดีแล้วล่ะเพราะเราเพิ่งทำอาหารเสร็จแล้วแฟนชั้นก็ทำไว้มากพอด้วยนะ แต่หวังว่านายจะไม่ว่าถ้าโต๊ะอาหารจะเสียงดังกันนิดหน่อยนะ ..... ตกลงนายต้องการอะไรกันแน่ ..? 



           Nero – อะไรวะเนี่ย ? แขนมันแสดงปฏิกิริยาบางอย่าง ..... แกเป็นปีศาจงั้นหรอ ??
           Kyrie – Nero จะมากินข้าวได้รึยัง อาหารเย็นหมดแล้วนะ เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า??
            Nero – Kyrie กลับเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้ !!!!




                                               ???? – ข้ามาเอาสิ่งนี้คืน 
                                              Nero – อ๊ากกกกก !!!!!




                                       ???? - เวลาของข้าใกล้จะหมดแล้ว ...


                                            Nero – เดี๋ยว !! ... หยุดก่อน .....!!

เสียงของ Nero ที่ตะโกนมาจากโรงรถว่า ไม่ให้ออกมา ทำให้  Kyrie ถึงกับยืนตะลึงเพราะมันสื่อถึงสัญญาณอันตราย ในขณะที่เสียง Nero ร้องลั่นมาจากโรงรถ Nico รีบฝาก Carlo ไว้กับ Julio ก่อนที่จะวิ่งตามไปดูทันที



ภาพในโรงรถที่เต็มไปด้วยเลือดทำให้ Nico ถึงกับเสียวสันหลังในขณะที่  Kyrie ก็กรีดร้องเรียกหา Nero จน Nico พบตัว Nero แต่สังเกตุว่าแขนขวาของเขาขาดไป Nero ตะโกนลั่น ชั้นแค่ทิ้งนายไว้แปบเดียวเองนะ แต่ Nero ที่มักจะด่าตอบโต้กลับก็ได้แต่นิ่งเงียบเอาแต่จ้องมาที่เธอด้วยสายตาที่ดูว่างเปล่า Nico บอก Kyrie ให้รีบไปตามหมอ และคิดว่าคนที่ทำแบบนี้อาจจะยังอยู่แถวๆนี้ Nico จึวดึงบลูโรสมาจาก Nero เพื่อใช้ปกป้องทุกคน ในขณะเดียวกัน Nico ก็ดึงลวดจากกล่องเครื่องมือมาพันรอบแขนของ Nero เพื่อพยายามห้ามเลือด ปากก็ตะโกนขู่ไปพลางว่าถ้ารู้ว่าใครทำรับรองเธอจะยิงให้กระโหลกแตกเหมือนวอลนัทแน่ๆ Nico อดคิดไม่ได้ว่าใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ มันเป็นไปได้หรอที่มนุษย์ธรรมดาจะตัดแขนคนอื่นออกอย่างง่ายดายและรวดเร็วแบบนี้ ใครกันที่เข้ามาตัดแขน Nero อย่างรวดเร็วแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่คิดจะฆ่า Nero ด้วยซ้ำ เรื่องทั้งหมด Nico ยังคิดไม่ตกเลย

ทันใดนั้น Nico ก็นึกออกว่าได้อ่านเกี่ยวกับดาบ Yamato ในเอกสารการวิจัยของ Agnus ที่ A gnus พ่อของเธอเป็นคนกู้คืนชิ้นส่วนของ Yamato ที่เจอบนชายฝั่งที่ชานเมือง Fortuna ขึ้นมาใหม่ เธอจำได้ว่าเคยพูดถึงยามาโตะกับ Nero และ Nero บอกเธอว่ามันเป็นดาบของพี่ชายของดันเต้ Nico จึงรีบถาม Nero ว่าตอนนี้ ยามาโตะอยู่ที่ไหนเพราะมันอาจจะมีพลังที่อาจจะเยียวยา Nero ได้ เธอจะค้นคว้าหาทางให้เอง Nero ตอบว่าเธอเอามันไปค้นคว้าไม่ได้หรอก Yamato มันอยู่ในแขนของเขาเอง และมันก็เป็นสิ่งที่อันตรายเกินกว่าที่เธอจะเข้าใกล้มัน Nico ฟังที่ Nero บอกก็ถึงกับอ้าปากค้างทั้งตื่นเต้นตกใจและสงสัยว่ามันดาบมันเข้าไปอยู่ในแขนแบบนั้นได้ยังไง และคนที่เข้ามาตัดแขนของ Nero ไปเพื่อต้องการดาบยามาโตะโดยไม่คิดจะฆ่า Nero อีก Nico ก็ยังไม่เข้าใจ Nico ได้แต่สงสัยไปจนสุดท้ายรถพยาบาลก็มา

หลังจากถูกชายปริศนาตัดแขนไป Nero ก็ตื่นขึ้นมาหลังจากอยู่ในอาการโคม่าหลายวัน ทันทีที่ตื่นขึ้นมา Nero ก็พบชายท่าทางแปลกที่ตัวเต็มไปด้วยรอยสักที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน  จน Nero ต้องรวบรวมกำลังเพื่อตะโกนเรียก รปภ เข้ามาช่วย แต่ชายที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักยิ้มให้เขาก่อนที่จะยอมรับว่าเขาเข้ามาทางหน้าต่างโดยไม่ได้รับอณุญาติและบอก Nero ว่าชื่อของเขาคือ V ซึ่งโดยปกติแล้ว Nero จะพึ่งพาแขนปีศาจ Devil Bringer เพื่อบอกว่าคนๆนั้นเป็นปีศาจหรือไม่ แต่ตอนนี้สิ่งที่เหลืออยู่ในแขนขวาที่ถูกตัดขาดพันด้วยผ้าพันแผล Nero ยังคงพยายามอยากรู้สิ่งที่เกิดขึ้้นกับเขาโดยการถาม V ด้วยเสียงอันดังว่า V นั่นเป็นใครและต้องการอะไรจากเขากันแน่

 V ตอบ Nero ว่าเขารู้ว่าปีศาจที่ขโมยแขนของ Nero ไปเป็นปีศาจที่ได้รับพลังของยามาโตะจากการขโมยแขนของ Nero และตอนนี้ดันเต้กำลังกำลังไปเผชิญหน้ากับเขา Nero ถามว่า V รู้เรื่องนี้อย่างไร? V ตอบกลับไปว่า เขากำลังตามล่าปีศาจตัวเดียวกับ Dante และ คนที่ขโมยแขนของ Nero ซึ่ง V บอกว่าเขาไม่สามารถเอาชนะปีศาจนี้ได้เพียงลำพังดังนั้นเขาจึงขอความช่วยเหลือจาก Dante จากนั้น V ก็เชิญ Nero ให้มากับเขาด้วยเพื่อมาร่วมศึกครั้งนี้เพราะ V คิดว่างานนี้ดันเต้คนเดียวน่าจะเอาไม่อยู่ 

นั่นทำให้ Nero อดสงสัยไม่ได้ว่ามันเป็นปีศาจแบบไหนกันที่ดันเต้ไม่สามารถเอาชนะได้ ก่อนที่ Nero จะยื่นแขนที่พันผ้าพันแผลของเขาให้ V ดูก่อนประชดออกมาว่า 'ฉันควรทำอย่างไรดี' ทันใดนั้นรอยสักบนแขนของวีเริ่มก็เริ่มขยับตัวเหมือนกับมีชีวิตก่อนที่จะมีนกประหลาดโผล่ออกมาจากรอยสัก ม้นบอกว่ามันชื่อ Griffon ก่อนที่มันจะเรียก Nero ว่า คนเฉื่อยชาและบอกให้เขารีบออกเดินทางต่อเพราะมีเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว V เองก็บอกกับ Nero ตรงๆว่าเขาไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะปีศาจที่ขโมยแขนขวาและความความยโสโอหังของ Nero ไปได้หรือเปล่า 


Nero บดฟันของเขาแทนความหมายของการคิดหนัก เขายอมรับว่า V ดูน่าไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่ แต่เขาก็ต้องการคืนแขนที่ถูกขโมยไปคืนมา ฉะนั้นการตาม V ไปอาจจะเป็นหนทางเดียวที่จะนำพา Nero ให้ไปถึงตัวปีศาจที่ขโมยแขนเขาไปที่เขาได้ ซึ่งที่ Nero คิด การสู้แบบแขนเดียวไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเพราะที่ผ่านมาเขาก็ต่อสู้ด้วยมือเดียวมาตลอดตอนที่ต้องซ่อนแขนปีศาจ Devil Bringer ไม่ให้ใครเห็น แต่ปัญหาเดียวที่ต้องคิดคือ Kyrie เธอจะอนุญาตให้เขาไปล่าปีศาจในสภาพแบบนี้ได้รึเปล่าเนี่ยสิ แต่ถ้า V รอได้ เขาก็จะต้องขอเวลาในการแอบเข้าไปเอาอาวุธปืน Blue Rose และ Red Queen ในโรงรถโดยที่ไม่ให้ Kyrie และ Nico รู้  Griffon และ V จึงบอก Nero เป็นเสียงเดียวกันว่าให้รีบดำเนินการได้ทันที

กล่าวถึง Kyrie ที่กำลังรู้สึกกังวลอย่างมากหลังจากได้ยินข่าวว่า Nero หนีออกจากโรงพยาบาลทั้งที่กำลังบาดเจ็บอยู่ เธอถาม Nico ทั้งน้ำตาว่าเธอควรจะทำอะไรดี Nico ก็ได้แต่กอด Kyrie เพื่อปลอบใจและบอกว่าเธอไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอเพราะมั่นใจว่า Nero จะกลับมาอย่างปลอดภัยในไม่ช้า แต่สำหรับ Nico เธอรู้ดีตั้งแต่สังเกตุเห็นแล้วว่า Blue Rose และ Red Queen ที่เก็บอยู่ในโรงรถได้หายไป ก็ทำให้เชื่อได้ว่า Nero กำลังตามไปเอาเรื่องกับใครก็ตามที่ตัดแขนของเขาไปอย่างแน่นอนแม้ว่าเขาจะรู้ทั้งรู้ว่าถ้า Kyrie รู้เขาเธอจะไม่สบายใจที่เขาทำแบบนี้ Nico เข้าใจดีว่าไม่มีทางเลยที่ Kyrie จะมีความสุขกับการ Nero เป็นอยู่ในตอนนี้ แต่เธอยังสงสัยว่า Nero รู้ได้ยังไงว่าใครเป็นตัวการที่ขโมยแขนของเขาไป

จนกระทั้งจูลิโอหนึ่งในเด็กกำพร้าที่ Kyrie ดูแลอยู่เข้าไปหา Nico ในโรงรถเพื่อบอกเธอเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่เขาเห็นเมื่อคืน จูลิโอบอกว่าเขาเห็นมันลงจอดในเขตชานเมืองแล้วไม่นานก็บินออกไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยากที่มีเฮลิคอปเตอร์มาลงจอดในเมือง Fortuna จึงทำให้ Nico เชื่อว่า เฮลิคอปเตอร์นั่นต้องเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ Nero แน่นอน ในขณะที่ Kyrie ก็ยังกังวลกับเรื่องนี้อยู่ตลอดจน Nico ต้องพยายามปลอบใจเธอว่า “ อย่างที่ชั้นพูดเธอไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอ ไม่ต้องกังวล Nero เป็นคนแกร่ง เขาไม่มีทางแพ้ใครง่ายๆหรอก” ซึ่ง Kyrie เองก็พยักหน้าเห็นด้วย Nico ย้ำว่า Kyrie ควรจะอยู่ที่นี่เพราะนอกจากเธอจะไม่มีเบาะแสว่าจะเริ่มตามหา Nero จากที่ไหนแล้วเธอยังมีเด็กกำพร้าที่ต้องดูแล 


ก่อนที่ Nico จะบอกกับ Kyrie ว่าเธอคงจะไม่กินอะไรซักพักและอยากให้ช่วยไม่ให้เด็กๆเข้ามาในโรงรถ Kyrie ถามว่าเพราะอะไร? Nico ตอบว่า เธอต้องการจะใช้สมาธิอย่างมากในการออกแบบสิ่งประดิษฐบางอย่าง Nico มีแผนที่จะสร้าง demon-infused artificial arms หรือแขนเทียมที่มีพลังในการฆ่าปีศาจที่ได้จากข้อมูลการวิจัยของ Agnus ให้กับ Nero เพื่อให้เขาใช้สู้กับพวกปีศาจทดแทนแขนที่ขาดไป ในขณะที่ Nico ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกโรงรถเพื่อครุ่นคิดก่อนจะเริ่มดำเนินการ พลางก็หวังว่า Nero จะกลับมาอย่างปลอดภัยพร้อมกับพ่นควันออกไปในอากาศก่อนจะเข้าไปดำเนินการสร้างแขนกลในทันที 


เมื่อ Nero กลับถึงเมือง Fortuna เขาก็เข้าไปปรึกษากับ Nico เพื่อต้องการแขนเทียมมาใช้งานในทันที Nico บอกว่าเย็นไว้ แขนกลที่เธอคิดค้นขึ้นกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงอาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนก่อนจะใช้งานได้จริง Nero บอกกลับไปว่าเขารอไม่ได้ เขาต้องการแขนที่ทรงพลังอันใหม่มาใช้ภายใน 1 เดือน Nico รีบบอกกลับไปว่ามันไร้สาระชัดๆ แต่หลังที่ Nero อธิบายเกี่ยวกับเวลาที่เหลืออยู่ของโลกใบนี้ให้ Nico ฟังเธอจึงเข้าใจ Nero รีบถามต่อว่า ตกลงเธอเริ่มสร้างมันรึยัง Nico เลยตะคอกกลับไป มันไม่ใช่การสร้างโมเดลพลาสติดของเล่นนะเว้ย Nero เลยบอกว่าเขาจะขอให้มอริสันมาช่วย แต่ Nico ปฎิเสธและเสียใจที่ไม่สามารถเจอมอริสันตอนนี้ได้เพราะกลัวว่าเขาจะไปบอกดันเต้ว่าเธอทำงานงกๆอยู่ในโรงรถในขณะที่ Nero นั่งสบายอยู่ที่บ้าน

Nero ถามว่าการทำงานเป็นยังไงบ้าง Nico ตอบว่าก็พอมีแนวคิดลอยๆอยู่ในหัวอยู่บ้าง Nero รีบตอบกลับไป นี่เธอทำงานมา 2 คืนติดกันแล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็นอีกหรอ? Nico ฟังแล้วหงุดงหงิดเลยบอกออกไปว่า "มือสมัครเล่นเอ้ย ไม่รู้หรอว่าส่วนสำคัญที่สุดของการทำงานคือตอนวางแผน หรืออยากให้งานมันออกมาแค่ แขนตะขอของโจรสลัดวะ !?" ทำให้ Nero ต้องขอโทษ Nico ไปและยอมรับว่าเริ่มหมดความอดทนเพราะเหลือเวลาอีกไม่มาก Nico ก็บอกว่า เธอเองก็ใจร้อนไม่ต่างกัน เพราะเธอก็อยากเจอดันเต้เร็วๆอยากขอเขาดูปืน Ebony และ Ivory และอยากได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคุณยายของเธอจากเขา ก่อนที่ Nico จะพูดติดตลกว่าเธอจะทำแขนสำหรับกินพาสต้าให้ Nero อีกด้วย Nero ขอโทษอีกครั้งที่ใช้อารมณ์ไปเร่ง Nico และยินดีที่จะรออีกซักพัก Nico ก็บอกกลับไปว่าต้องรอเพราะสมองของเธอไม่สามารถผลิตไอเดียดีๆได้ถ้าเอาชะตากรรมของโลกมาให้เธอแบกเอาไว้

ขณะนั้นเอง Julio ก็รีบวิ่งมาบอกว่าเขาพบปีศาจอยู่ที่ป่า Mitis Nero รีบถามว่ามีใครบาดเจ็บรึเปล่า  Julio บอกว่าไม่เพราะทุกคนหลบอยู่ในบ้านกันหมดแล้ว Nero ตกบ่าชมเชย Julio ที่รีบมาบอกเขา ก่อนที่ Nero จะออกไปที่จุดเกิดเหตุ เขาบอกกับ Nico ว่าอยากจะตามมาด้วยก็ได้นะเผื่อเธออยากจะเห็นปีศาจของที่นี่  Nico บอกว่าตอนนี้เธอกำลังยุ่งมากกับการที่ต้องศึกษาเอกสารของพ่อ แต่การตามไป Nero ต่อสู้กับปีศาจก็อาจเป็นประโยชน์ในการนำมาออกแบบแขนกลก็เป็นได้ Nero แนะนำ Nico ให้รักษาตัวให้ปลอดภัย อย่าไปอยู่ใกล้พวกปีศาจมากนัก Nico ตอบกลับไปว่า ไม่ต้องห่วงเธอไม่ได้สนใจพวกปีศาจมากขนาดนั้น

Nero เดินทางเข้าไปยังป่า Mitis ที่มีคนพบเห็นปีศาจ แต่เขากลับไม่เจอสิ่งผิดปกติอะไรเลย Nico กล่าวติดตลกว่า ส่งสัยชาวเมือง Fortuna กำลังสับสนระหว่างหมีกับปีศาจก็เป็นได้ Nero บอกปกติที่ป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกของคนในภาคีชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยมีใครเข้ามานอกจากเข้ามาตัดไม้ Nero คิดว่าถ้าหากมันจะมีปีศาจจริงๆก็คงจะอยูแถวๆท้ายป่า ขณะที่ Nico ที่เริ่่มจะรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเพราะเพิ่งทำงานแบบไม่ได้นอนต่อกัน 2 คืนรู้สึกว่าอยากกลับไปที่โรงรถแล้ว แต่ Nero ไม่ยอมทิ้งให้เธอกลับไปคนเดียวจึงพา Nico เข้าไปด้านในป่าต่อด้วยกัน 

จนเมื่อทั้งคู่เดินทางจนถึงด้านในป่าที่มีความมืดเริ่มปกคลุมทั้งคู่ก็ถูกลอบโจมตีจากด้านบน โดย Nero ได้ช่วยเตะ Nico ให้พ้นจากอันตราย ก่อนจะเข้าไปสู้กับปีศาจที่เข้ามาโจมตี Nero จัดการ Blitz ตัวแรกลงได้อย่างรวดเร็วในขณะที่ Nico ยืนดูตัวแข็งทื่อเพราะที่ผ่านมาเธอเห็นแต่คำว่า ปีศาจ ผ่านทางตัวหนังสือของเอกสารวิจัยของพ่อ แต่เธอก็จำข้อมูลได้ว่า Blitz นั้นมันเป็นปีศาจที่มองไม่เห็นและโจมตีจากที่มาของเสียงจากศัตรูเธอจึงเลือกที่จะไม่ส่งเสียงอะไรออกไป Nero พยายามล่อศัตรูเพื่อให้ Nico มีโอกาศหนีไปพลางก่อนจะค่อยๆจัดการเชือดไปทีละตัว แต่ขณะที่หนีไปมา Nico ก็ได่ไอเดียการพัฒนาแขนกลแล้วเขียนมันด้วยตัวอักษรหวัดๆอย่างเร่งรีบลง Memo แล้วให้ Nero ดู "ชั้นนึกออกได้อย่างนึงแล้ว ชั้นมีไอเดียแล้ว" Nico ตะโกนลั่นด้วยความดีใจ "เอาจิงดิ" Nero เริ่มบ่นออกไปเพราะอุตสาห์ยอมเป็นตัวล่อให้ Nico หนี ก่อนที่ Nero จะจัดการพวก Blitz ที่น่ารำคาญจนหมดลงได้สำเร็จ

เมื่อ Nero และ Nico กลับมาถึงบ้าน Nico ก็ได้เก็บชิ้นส่วนของ Blitz กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำงานด้วย ทำให้ Nero กังวลใจว่าแขนกลของเขาจะมีชิ้นส่วนของ Blitz อยู่ด้วย Nico จึงอธิบายให้ฟังว่า ชิ้นส่วนของ Blitz จะไม่แสดงให้เห็นที่แขนกลแต่เธอจะใช้เพียงความสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าของมันมาทำเป็นพลังให้แขนกลเท่านั้น Nero บอกว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะเขาจะได้ล่าปีศาจเพื่อเอาชิ้นส่วนมาให้ Nico ใช้สร้างแรงบันดาลใจ Nico ก็พอใจดึงบุหรีออกมาสูบแล้วบอกว่า "รับทราบ" 


ในเมืองเรดเกรฟ ตอนนี้ต้นไม้ปีศาจ Qliphoth ยังคงเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆพร้อมๆกับหลุมที่เป็นทางผ่านระหว่างโลกมนุษย์และโลกปีศาจที่ใหญ่ขึ้นตาม Griffon ถาม V ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่หากอพยพผู้คนออกจากเมืองเสียก่อนเพราะหากผู้คนและเลือดของพวกเขาที่เป็นอาหารถูกกันออกไปจากจากต้นไม้ปีศาจ Qliphoth ก็จะทำให้มันไม่เติบโตเร็วนัก V ตอบว่าไม่มีใครเชื่อหรอกถ้าเราพยายามเตือนพวกเขาแบบนั้น การอพยพคนอย่างเร่งด่วนก็ต้องขอความเห็นชอบกับทางนักการเมืองท้องถิ่นอีก เรามีเวลาไม่พอหรอก พยายามอย่างดีที่สุดกับสิ่งที่เราสามารถทำได้ก็พอ 

Griffon ถาม V ว่าเขากังวัลเรื่องอะไรอยู่ V ตอบว่า ทันทีที่ต้นไม้ปีศาจเริ่มโจมตีทางการก็จะส่งกองทหารมาที่เมืองเรดเกรฟเพื่อยั้บยั้งเหตุ แต่เราก็รู้ว่ามันไร้ประโยชน์พวกทหารจะกลายเป็นอาหารชั้นเลิศจำนวนมากที่จะทำให้ต้นไม้ปีศาจ Qliphoth เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้น Griffon ถาม V ต่อว่าเคิดว่า Nero จะกลับมามั๊ย V ตอบว่า“ เขาจะกลับมา เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนั้นหรอก” Griffon หัวเราะและพูดว่า“ แล้วเขาจะไปเอาพลังที่จะมาต่อกรกับ Urizen จากใคร” V ตอบกลับเพียงสั้นๆว่า“ ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ”

V ก้มลงมองหนังสือที่ถืออยู่ในมือ มันคือหนังสือบทกวีเก่าของครอบครัวที่สะสมไว้ตั้งแต่สมัยเขายังเป็นเด็ก มันมีบทกวีบนนึงที่สะดุดตาบทกลอนที่ชื่อ A Poison Tree ของ  William Blake บรรทัดที่ 9-12 กล่าวไว้ว่า 

"และมันก็เติบโตทั้งกลางวันและกลางคืน มันจะเจาะชอนไชจนได้ผลแอปเปิ้ลสุกใส เพื่อให้ศัตรูของข้าก็จะได้เห็นแสงที่เปล่งประกาย และรู้ว่าแสงนั้นมันเป็นของข้าเอง" 

เป็นบทกวีที่เป็นคำทำนายถึงเรื่อง ต้นไม้ปีศาจ Qliphoth ที่ทำให้ระลึกถึงความผิดพลาดของตัวตนเดิมของเขา V ทำหน้าบูดก่อนจะปิดหนังสือไป ก่อนที่เขาจะเริ่มที่จะเดินไป Griffon ถามว่าเขากำลังจะไปไหน V บอกว่าเขาจะไปช่วยพวกมนุษย์จากการถูกต้นไม้ปีศาจ Qliphoth ทำร้าย Griffon รีบตอบกลับไป "ช่วยมนุษย์หรอ? นายเนี่ยนะ? แน่ใจนะว่าหัวนายไม่ได้ไปถูกกระทบกระเทือนมา"

ที่ V เคยบอกว่าเขาจะอยู่ที่ Redgrave เพื่อหาข้อมูลของศัตรูแต่จริงๆแล้ว V โกหกเพราะเขารู้ทุกอย่างมาจนหมดแล้ว เขารู้ว่าทำไมโศกนาฏกรรมถึงเกิดขึ้นในเมืองนี้ เขารู้จักตัวตนของ Urizen เขารู้ทุกอย่างจนถึงจุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมด แต่ที่เลือกที่จะอยู่ในเมืองนี้เพราะพยายามที่จะเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกายหมดสภาพเร็วเกินไป แต่ถึงกระนั้นเขาก็อยากจะช่วยเหลือผู้คนในเมืองอยู่ดี Griffon รีบบินตามเขาไปแล้วบอกว่า "เฮ้ รอก่อนสิ V นายเอาจริงดิ ช่วยชาวบ้านเนี่ยนะ ตกลงนายจะทำแบบนี้จริงๆใช่มั๊ย นายไม่จำเป็นต้องทำคนเดียวหรอ ชั้นจะช่วยอีกแรงก็แล้วกัน V รู้ดีว่าการที่จะช่วยคนแค่คนสองคนมันไม่สามารถหยุดยั้งการเติบโตของ Qliphoth ได้หรอก แต่ถ้ามันจะช่วยซื้อเวลาได้ 1 - 2 นาทีเขาก็พร้อมที่จะลองทำ วิญญาณของเขาสั่งให้ทำ V ย้ำด้วยน้ำเสียงที่ดังว่า "เขาจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้" เพื่อลดความเสียหายของเมืองให้มากที่สุดก่อนที่ Nero จะกลับมาในอีก 1 เดือน 


ในขณะที่ Nero กำลังเตรียมพร้อมที่จะกลับไปที่เมืองเรดเกรฟอีกครั้ง Kyrie บอกเขาว่าเธอจะอยู่ดูแลของเด็กกำพร้าให้ดีที่สุดเพื่อรอเขากลับมา Nero กล่าวว่า Morrison อาจพาชาวเมืองเรดเกรฟมาลี้ภัยที่เมือง Fortuna ยังไงก็ช่วยให้พวกเขาปลอดภัยด้วย ก่อนที่ Nico จะบี๊บแตรเรียกบอก Nero ให้ไว เพราะต้องเดินทางต่ออีกไกล Nero ตอบกลับอย่างไม่พอใจว่า“เข้าใจแล้วหุบปากได้แล้ว” Nico เข้าไปประจำในช่องคนขับรถตู้และบอก Kyrie ว่าไม่ต้องกังวล Nero จะไม่ตายในขณะที่ใช้ผลงานของ 'ศิลปินจากสวรรค์' แน่นอน แทนที่จะทำการล้อเล่นกันต่อ ทุกคนตัดสินใจว่าตอนนี้ที่ทุกคนต้องทำคือทำตามที่ Nero ได้สัญญาว่าจะพบกับ V คือเดินทางไปที่ Redgrave ให้เร็วที่สุด 

Nico และ Nero ขับรถออกไปด้วยกัน Nero โทษ Nico ตลอดทางในการขับรถแบบแย่ๆของเธอ  แต่ Nico ยืนยันว่าเธอพยายามทำให้รถตู้บ้านี่เชื่องที่สุดแล้ว ก่อนที่ Nico จะก้มดูที่แขนเทียมของ Nero และซองหนังหุ้มแขนอาไหล่ที่เธอออกแบบ เพื่อความจำเป็นในการใช้เปลี่ยนแขนกลขณะใช้งาน เนื่องจากความทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อของมันทำให้แขนกลที่ Nico สร้างขึ้นมีปัญหาเรื่องที่มันแตกหักง่ายซึ่งเป็นผลมาจากการรวบรวมพลังมหาศาลทั้งหมดไว้ในแขนกลที่มีขนาดเล็กๆนั่นเอง


 Nico ถาม Nero ว่าเขาชอบ Devil Breaker ของเธอรึเปล่า Nero ตอบว่า“ Devil Breaker งั้นหรอ?” Nico บอกเขาว่า ใช่ มันเป็นชื่อที่เธอคิดขึ้นมา เหตุผลเพราะมันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการทำลายปีศาจ Nero ตอบว่า“ ไม่ใช่เพราะมันแตกง่ายหรอ?” Nico ทำหน้าไม่พอใจก่อนจะย้ำว่ามันเป็นเพราะพลังมากมายที่อัดอยู่ในสิ่งเล็กๆและเบามากทำให้สามารถพกพาอาไหล่เสริมได้พร้อมกันหลายๆอัน Nero บอกกับ Nico เพื่อไม่ให้เสียงกำลังใจว่า “ เอาน่า คุณทำได้ดีที่สุดแล้ว ผมไม่คิดว่าคุณจะสามารถออกแบบแขนสองแบบที่แตกต่างกันภายในเวลาที่กำหนดด้วยซ้ำ "

แขนกล 2 อันแรกที่ Nico สร้างให้ Nero คือ Overture ที่สร้างหลายวันหลังจาก Nero ต่อสู้กับ Blitz จากนั้นก็สร้าง Gerbera แขนกลที่ได้แรงบันดาลใจจากการที่ Nico เห็นดอกเยอบีร่า ซึ่งอันนี้ Nero ไม่แน่ใจว่าจริงมั๊ยแต่ก็คิดว่าไม่แน่ Nico อาจจะเป็นคนที่ชอบดอกไม้ก็ได้ใครจะไปรู้ Nico กล่าวต่อว่า เธอมีแนวคิดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยสำหรับต่อยอด Devil Breakers ของเธอต่อได้อีกแต่เนื่องจากมีเวลาและทรัพยากรที่จำกัดเธอจึงไม่สามารถจะทำให้ได้ในตอนนี้ Nero บอกว่าเขาสามารถจัดหาวัตถุดิบให้เธอได้ Nico แนะนำว่าถ้าเขานำซากชิ้นส่วนของพวกปีศาจที่ Nero จัดการได้กลับมาให้เธอ แม้กระทั่งเศษเล็กเศษน้อยเธอก็สามารถทำเป็น Devil Breakers แบบใหม่ๆให้ได้ Nero คิดในใจ ใครจะไปรู้ว่าวันนึงเขาจะได้มีโอกาสมาร่วมงานกับลูกสาวของอดีตศัตรูของเขา ทำให้ Nero คิดไปว่าดันเต้จะรู้สึกยังไงถ้ารู้เรื่องนี้เข้า


สำหรับ Nero การต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงไม่ใช่เพียงเพื่อปกป้อง Dante และไม่เพียงช่วยโลกให้รอดพ้นจากการถูกทำลาย แต่ สำหรับเขาแล้วมันเป็นการต่อสู้แห่งความภาคภูมิ


Nero หวนคิดไปถึงวันที่เขาได้สูญเสียแขนไป จนได้พบกับ Nico เพื่อนใหม่ที่ทำให้ได้ค้นพบพลังที่ยิ่งใหญ่อย่างที่ทุกคนคาดหวังไว้ ในขณะเดินทางกลับมายังเมือง Redgrave เพื่อไปยัง ต้นไม้ปีศาจ Qliphoth เพื่อหาทางช่วยดันเต้ให้ได้ต่อไป



                    Nero – ตอนนี้ พยายามอย่าให้เราถูกฆ่าระหว่างทางไปที่นั่นก็แล้วกัน 




                                    Mission 2 - QLIPHOTH


                      ตี 5. 32 นาทีของวันที่ 15 มิ.ย เมือง Redgrave




                           Nico – แค่นี้แหละ ทางมันขาด รถไปต่ออีกไม่ได้แล้วล่ะ
                           Nero – เอาล่ะ งั้นก็คงต้องเดินต่อก็แล้วกัน 



                                Nico – โย่ๆๆๆ เดี๋ยวก่อน เอาไอ้นี่ไปอ่านด้วย
                                Nero – แล้วมันคือ ..?
                                Nico – จาก Morrison น่าจะเป็นคำแนะนำอะไรบางอย่างนี่แหละ




                                                 จดหมายจากมอร์ริสัน 

ครั้งสุดท้ายที่เขียนจดหมายก็เมื่อ 30 ปีที่แล้ว แล้วตอนนี้ก็ไม่มีเครื่องพิมพ์ดีดหรืออะไรซะด้วยสิ งั้นายคงต้องทนอ่านลายมือไก่เขี่ยของชั้นไปก่อนก็แล้วกันนะ ชั้นได้ยินมานายกำลังจะกลับไปที่เมือง Redgrave ซึ่งชั้นไม่แต่ใจว่าจะช่วยอะไรนายได้รึเปล่าอ่ะนะ ชั้นไม่มีพลังพิเศษเหมือนนาย ไม่มีแม้มีดคมๆในลิ้นชักด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยธุรกิจของชั้นก็มีข้อมูลมานำเสนอมันอาจจะช่วยนายได้บ้างไม่มากก็น้อย ดีกว่าไม่มีตัวช่วยเลยอ่ะนะว่ามั๊ย? 

ตอนที่ชั้นเจอ Dante ครั้งแรกเขาใช้นามแฝงว่า Tony Redgrave มันทำให้นายรู้สึกยังไงบ้างมั๊ย? ชื่อเขา Tony Redgrave ... Redgrave ชื่อเมืองไง ..มันแค่บังเอิญเหมือนกันหรือมีอะไรมากกว่านั้น ชั้นเองก็บอกไม่ได้หรอก แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่น่าจะตั้งข้อสังเกตุเอาไว้ ยังไงถ้านายไปถึงที่นั่นแล้วนายก็อาจได้รู้ความจริงด้วยตัวเองก็ได้ เพราะงั้นแหละชั้นถึงจะบอกนายเกี่ยวกับ Dante ในทุกๆเรื่องที่ชั้นรู้เกี่ยวกับเขาเลย ไม่ใช่ทุกครั้งหรอกนะที่ชั้นจะยอมปล่อยข้อมูลให้ฟรีๆแบบนี้นะ นายควรจะขอบคุณชั้นนะไอ้หนู 




Nero – เฮ้ แล้วเอ่อตกลงเราจะลุยเลยมั๊ยหรือยังไง?
Nico – ชั้นรอนายอยู่เนี่ย วันนี้ชั้นเป็นแม่ครั้ว มีเมนูพิเศษจะสั่งป่ะละ? เฮ้ ชั้นมีแขนกลใหม่มาฝากนายด้วยล่ะ

                        การใช้งาน Devil Breakers ที่มีให้ใช้ในช่วงแรก




Overture แขนพลังไฟฟ้า 
Normal Attack (กด O) Battery ช็อกและอัดกระแทกศัตรูด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่ใช้ได้ทั้งการโจมตีและการ Parry การโจมตีศัตรู
Boost Knuckle Attack (กด O ค้างแล้วปล่อย) Exploder จะเป็นท่าอัดกระแทกศัตรูขนาดเล็กถึงกลางให้กระเด็นไปพร้อมกับติดตั้งระเบิดเวลาไปที่ตัวศัตรูด้วย


Gerbera แขนพลังอัดกระแทก 
Normal Attack
(กด O + ปุ่มทิศทางต่างๆ)
- Jocky เป็นทางใช้พลังอัดกระแทกจากแขนทำให้ร่างของนีโรพุ่งเข้าไปใส่ศัตรู แม้จะมีพลังโจมตีที่ไม่รุนแรงมากแต่เป็นท่าระงับยับยั้งศัตรูที่สามารถทำให้ศัตรูเสียจังหวะและทำให้ต่อเนื่องท่าโจมตีต่างๆได้ง่ายขึ้น
(กด O ในขณะอยู่กับที่) เป็นการใช้แขนสร้างแรงอัดกระแทกที่เป็นได้ทั้งการตัดกำลังศัตรู ขนาดเล็กที่จะอัดกระแทกพวกมันไปให้ไกลได้พอตั้งตัว และสามารถใช้เป็นท่า Parry ต้านทานท่าโจมตีที่รุนแรงของศัตรูขนาดใหญ่ได้อีกด้วย
Boost Knuckle Attack
Petal Ray (กด O ค้างแล้วปล่อย + ในขณะอยู่ในอากาศ) ท่ายิงแสงเลเซอร์จำนวนมากจากปลายนิ้วไปตามทิศทางต่างๆทั่วทั้งฉาก
Stamen Ray (กด O ค้างแล้วปล่อย + ในขณะอยู่บนพื้น) ท่ารวมพลังยิงแสงเลเซอร์ขนาดใหญ่ที่รุนแรงแต่ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้



Gerbera GP01 [DLC] แขนพลังอัดกระแทก รุ่นอัพเกรดของ Gerbera ที่ได้รับเกรียติจากคุณ Shōji Kawamori ผู้ออกแบบ Macross series
มีความสามารถเหมือนกับ Gerbera แบบแรกแตกต่างกันที่สีและแรงอัดกระแทกที่มากขึ้นทำให้เพิ่มระยะการดีดตัวโจมตีและหลบหลีกได้ไกลขึ้น


Pasta Breaker [DLC] แขนกลสำหรับกินพาสต้าที่ Nico การใช้งานก็ตามชื่อของมันเพราะ Nico ต้องการให้ nero เอาไว้กินพาสต้ามันจึงไม่เหมาะจะใช้ในการต่อสู้แบบจริงๆจังๆเพราะมันทำได้แค่หมุนควงส้อมไปมาแค่นั้นไม่ได้สร้างความเสียหายกับศัตรูมากนัก


Sweet Surrender [DLC] แขนกลที่มีความนุ่มนวลเสมือนมือคนจริงๆ โดยแขนนี้จะมีความสามารถในการเติมพลังชีวิตอย่างเดียวไม่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้


Mega Buster [DLC] แขนกลที่ทำเลียนแบบของ Rockman ที่สามารถยิงคลื่นพลังออกไปได้ไกลมากและเมื่อเลือกใช้มันตอนกระโดดจะทำให้ท่าทางของ Nero เหมือนกับ Rockman ตอนกระโดดด้วย



                           Nero - Ability & Weapon Upgrades List 


                                                          Ability 


Wall Jump -  ระหว่างการกระโดดให้กด X ใกล้กับกำแพงแล้ว
กระโดดอีกครั้งพร้อมกับดันกำแพงไว้
Speed - ดัน (กด) แกนอนาล็อกซ้ายในทิศทางต่างๆเพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่ง
Table Hopper - ขณะอยู่บนพื้นดินก่อนที่การโจมตีจะโจมตีให้กด R1 + แกนอนาล็อกซ้ายในแนวนอน + X - หลบการโจมตีของศัตรูด้วยการเคลื่อนไหวเล็กน้อยช่วยให้สามารถโจมตีตอบโต้ได้ง่ายขึ้น
Table Hopper 2 - หลังจากเรียนรู้ Table Hopper แล้ว จะสามารถเบี่ยงตัวหลบเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครั้ง
Table Hopper 3 หลังจากเรียนรู้ Table Hopper  2แล้ว 2 การหลบหลีกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งความเร็วและระยะในการแดช
Wire Snatch 2 กด R1 + ◯ อัพเกรดท่า Wire Snatch (ใช้แขนกลดึงศัตรูจากระยะไกล) เป็นระดับ 2 ทำให้เพิ่มระยะการจับไกลขึ้น
Wire Snatch 3 กด R1 + ◯ อัพเกรดท่า Wire Snatch 2 (ใช้แขนกลดึงศัตรูจากระยะไกล) เป็นระดับ 3 ทำให้เพิ่มระยะการจับไกลมากขึ้น
Air Hike ระหว่างการกระโดดให้กด X อีกครั้งทำให้กระโดดได้ 2 ชั้นเพิ่มความสูงได้มากกว่าเดิม
Enemy Step เมื่ออยู่กลางอากาศกด X ใกล้ๆศัตรูจะสามารถโดดเหยียบหัวศัตรูเพื่อใช้เป็นฐานในการโดดไปด้านหลังหรือโดดให้สูงขึ้นได้
Get More Orbs - เพิ่มจำนวนในการได้ Red orbs ให้มากกว่าเดิม
EX Provocation  - ท่ายั่วยุแบบพิเศษ [กด L3 + Touchpad ค้างไว้] ทำให้เพิ่มการได้ Stylish Rank มากขึ้นกว่าเดิม


                                                       Blue Rose

Color Up - กด☐ค้างไว้จน Bullet Gauge เต็มแล้วปล่อย คือรีโหลดกระสุนทั้งหมดแล้วยิงกระสุน 3 ชุด (6 นัด) พร้อมกันเพิ่มความรุนแรงในการยิงมากขึ้น
Color Up 2 - อัพเกรดจาก Color Up ที่ทำให้การยิงแบบเต็ม Bullet Gauge มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
Color Up 3 - อัพเกรดจาก Color Up 2 ที่ทำให้การยิงแบบเต็ม Bullet Gauge มีความรุนแรงมากขึ้นและเพิ่มการระเบิดเป้าหมายในการยิงแต่ละครั้งด้วย
High Shot Press กด☐ค้างไว้จน Bullet Gauge เต็มแล้วปล่อยเหมือนท่า Color Up แต่เป็นการยิงด้วยกระสุนแบบพิเศษที่มีความรุนแรงมากขึ้นและทำให้ศัตรูเกิดอาการ Stun เมื่อถูกยิง
Charge Shot - กด☐ค้างไว้ส่งพลังไปที่ Blue Rose จนแขนซ้ายเริ่มเรืองแสงแล้วปล่อยการยิงที่ทรงพลังออกไป และสามารถกด☐ค้างไว้ในขณะที่โจมตีเพื่อเพิ่มความรุนแรงเข้าไปอีก
Charge Shot 2 - อัพเกรดจากท่า Charge Shot ที่ทำให้ความรุนแรงในการยิงเพิ่มมากขึ้น
Charge Shot 3 -อัพเกรดจากท่า Charge Shot 2 ที่ทำให้ความรุนแรงในการยิงเพิ่มขึ้นสูงสุดและใช้กระสุน demonic bullets ทะลุทะลวงร่างศัตรูจนทำให้เกิดระเบิดจากภายใน


                                                   Red Queen

Streak - ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปข้างหน้า (ในทิศทางที่จะโจมตี) + △ คือการแทงดาบพุ่งโจมตีศัตรูจากระยะไกล
Streak 2 - อัพเกรดจากท่า Streak ที่ทำให้สามารถพุ่งโจมตีศัตรูได้ไกลมากขึ้น
Split - ขณะกำลังลอยตัวกลางอากาศ+ ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหลัง + △ คือการโจมตีโดยการกระโดดใช้ดาบฟังศัตรูลงมาจากด้านบน
Red Queen Combo A ขณะที่อยู่บนพื้นดินให้กด△ - △ - △ - △
Red Queen Combo B ขณะที่อยู่บนพื้นดินให้กด△ - △ แล้วแตะ△ย้ำๆ
Red Queen Combo C ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด  △ - △  จากนั้นกด△ - △ - △ - △
Red Queen Combo D ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด△ - △ - △จากนั้นก็ △
Roulette Spin - ขณะกำลังลอยตัวกลางอากาศกด△ - △จากนั้น△
Aerial Combo - ขณะกำลังลอยตัวกลางอากาศกด △-△-△
Shuffle - ขณะที่อยู่บนพื้นดินกด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายมาด้านหลังแล้วดันไปด้านหน้า (ทิศทางที่จะโจมตี) + △
Payline - ขณะกำลังลอยตัวกลางอากาศกด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหน้า (ทิศทางที่จะโจมตี) + △
Hard Way - ขณะที่อยู่บนพื้นดินกด  △ ค้างแล้วปล่อย
High Roller - ขณะที่อยู่บนพื้นดินกด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายมาด้านหลัง + △ เพื่องัดศัตรูให้ลอยขึ้นฟ้าแล้วกด △ ค้างเพื่อตามไปโจมตีศัตรูกลางอากาศต่อ
Calibur - ขณะกำลังลอยตัวกลางอากาศกด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายมาด้านหลังแล้วดันไปด้านหน้า (ทิศทางที่จะโจมตี) + △ จะเป็นการใช้ท่า Streak พุ่งโจมตีศัตรูจากการอากาศ


Exceed - กด L2 ค้างหลายๆครั้งเพื่อเบิ้ลดาบจน Ex-Gauge เต็มเมื่อใช้ดาบโจมตีศัตรูด้วยท่า Exceed moves LV1
Exceed 2 - อัพเกรดเลเวล 2 ของ Exceed เพื่อเติมหลอด Ex-Gauge เป็น 2 ช่อง ในการใช้ท่า Exceed moves LV2
Exceed 3 - อัพเกรดเลเวล 3 ของ Exceed 2 เพื่อเติมหลอด Ex-Gauge เป็น 3 ช่อง ในการใช้ท่า Exceed moves LV3
Ex-Act -  กด L2 หลังจากการโจมตีเพื่อทำให้ Ex-Gauge กลับมาเต็ม 1 ช่องจากแค่ได้มาทีละนิดหลังโจมตีศัตรูแบบปกติ
MAX-Act - กด L2 หลังจากการโจมตีเพื่อทำให้ Ex-Gauge กลับมาเต็ม

Devil Breaker 
Breaker Plus - เพิ่มช่องเก็บ Magazine แขนกลสำรองเป็น 4 ช่อง
Breaker Plus 2 - เพิ่มช่องเก็บ Magazine แขนกลสำรองเป็น 5 ช่อง
Breaker Plus 3 - เพิ่มช่องเก็บ Magazine แขนกลสำรองเป็น 6 ช่อง
Breaker Plus 4 - เพิ่มช่องเก็บ Magazine แขนกลสำรองเป็น 7 ช่อง
Breaker Plus 5 - เพิ่มช่องเก็บ Magazine แขนกลสำรองเป็น 8 ช่อง เต็ม




                                       ท่า Devil Bringer ของร่าง Super Nero 

Showdown - เมื่อใช้ร่าง Devil Trigger (กด L1) : ขณะอยู่บนพื้นดินกด R1 +แกนอนาล็อกซ้ายไปข้างหน้า + △ + ◯
Maximum Bet- เมื่อใช้ร่าง Devil Trigger (กด L1) : ขณะอยู่บนพื้นดินกด R1 +แกนอนาล็อกซ้ายกลับหลัง + △ + ◯
Flap Top - หลังจากกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ กด X 1 ครั้งจะคลี่ demonic arms ออก จากนั้นกด X อีกครั้งจะสามารถร่อนกลางอากาศได้


จากนั้นลุยไปตามถนนของเมือง Redgrave จนถึงตึกโรงแรม Chiaro Mondo ด้านในจะพบ
รังตัวอ่อน Nidhogg เก็บตัวออกเอาไว้ แล้วเอาไปใส่ที่รากต้นไม้ปีศาจ Qliphoth ที่ขวางทางอยู่มันจะถูก Nidhogg กัดกินจนสลายไปทำให้ผ่านเข้าด้านในตึกได้


ระหว่างทางที่เข้าไปจนถึงห้องๆนึงในโรงแรมจะพบสัญลักษณ์สีแดงประหลาดๆที่พนัง เรียนรู้การค้นหา Secret Mission ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละ Mission การที่จะเข้าไปทำ Secret Mission นั้นต้องค้นหาสัญลักษณ์สีแดงให้เจอ จากนั้นปรับมุมกล้องให้เห็นสัญลักษณ์โดยสมบูรณ์ก็จะทำให้จุดวาร์ปเข้าไปทำ Secret Mission เปิดออก และจะถูกบันทึกไว้ในรายชื่อ Secret Mission ในหน้าจอหลักเพื่อที่ผู้เล่นจะสามารถเข้าเล่นผ่านเมนูหลักได้ทันทีในกรณีที่ยังทำตามเงื่อนไข Secret Mission ไม่ผ่าน รางวัลของการผ่านเงื่อนไขของแต่ละ Secret Mission ก็คือ Blue Orb


                                            Secret Mission # 1 

                                    เงื่อนไข – กำจัดศัตรูให้หมดภายในเวลาที่กำหนด

เมื่อผ่านตึกโรงแรมจนมาถึงถนนอีกฝากแล้ว ลุยเข้าไปตามถนน ใช้ตัวอ่อน Nidhogg ทำลายรากต้นไม้ปีศาจ Qliphoth แต่ละจุดเพื่อเปิดทางไปต่อจนถึงตู้โทรศัพท์



ที่นี่เป็นจุดสำหรับโทรเรียกรถตู้ของ Nico ให้มาให้บริการในการอัพเกรดหรือเตรียมไอเทมต่างๆให้พร้อม ก่อนที่จะเข้าไปเจอบอสที่รออยู่หน้าโบสถ์ของอีกฝากถนน

ทันทีที่ Nero ทิ้งตัวลงมาจากซากปรักหักพังจนถึงที่หน้าโบสถ์ของเมือง Redgrave ซากรถพยาบาลก็ถูกขวางออกมาใส่ โชคดีที่ร่างของ Nero ไปตรงกับช่องประตูก็เลยสามารถถีบประตูออกมาเพื่อถามหาคนทำ


                                        Nero – โทษที มีใครเรียกหมองั้นหรอ?


Goliath – มนุษย์งั้นหรอ? ข้าคิดว่าจะไม่เหลือคนที่รอดชีวิตแล้วซะอีก !!
Nero – ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังอ่ะนะ เอ่อ นี่ แกพอจะเห็นคนที่ถือไม่เท้ามาแถวนี้บ้างรึเปล่าอ่ะ ชั้นกะว่าจะมาเจอเขาแถวๆนี้ หวังว่าแกคงไม่ได้กินเขาไปแล้วนะ?



Goliath – เลือดของแกมีค่าต่อการบูชายันต์ ถ้าข้ากินเข้าไปมันคงไม่ดีกับข้าแน่ มันมีค่าจนถึงหยดสุดท้ายเลยล่ะที่จะไว้สำหรับเป็นผู้คุมกฎแห่ง Underworld ในฐานะ ราชา
Nero – ราชาเลยหรอ แกอ่ะนะ? ไม่รู้วะ แต่ชั้นว่าแกตัวใหญ่ก็จริงนะ แต่มันดูเหมือนไอ้อ้วนตดเหม็นที่เดินอุ่ยอ่ายไปมาจนน่ารำคาญมากกว่านะ ไม่ว่ากันนะ
Goliath –  ไอ้มนุษย์ที่แสนจะอ่อนแอเอ้ย แกรู้มั๊ยว่าข้าคือใคร? ข้าจะแสดงให้เห็นถึงความเกรี้ยวกราดของ Goliath ผู้ยิ่งใหญ่ให้ดู !!!



                                                           Boss – Goliath 



Goliath –  ข้าไม่วันแพ้ง่ายๆหรอก โดยเฉพาะที่แบบนี้ ...ผลไม้นั่นต้องเป็นของข้า ! ข้าจะเป็นผู้ครอง Underworld แต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่มัน !!
Nero – เฮ้อ .. เออๆๆ



V – ข้าสาปแช่งแม่ดวงดาราของข้าในความโทมนัสที่เศร้าโศกสลด ที่ทำให้ความรักของข้าสูงส่งแต่ข้ากลับต่ำตมเหลือเกิน 

                                          I curse my stars in bitter grief and woe
                                         that made my love so high and me so low 
                          ข้าสาปแช่งแม่ดวงดาราของข้าในความโทมนัสที่เศร้าโศกสลด
                                    ที่ทำให้ความรักของข้าสูงส่งแต่ข้ากลับต่ำตมเหลือเกิน 



มาจากบทกวีของ William Blake ใน ถ้อยทำนอง When early morn walks forth in sober gray ที่ว่าด้วยเด็กหนุ่มจากหมู่บ้านที่ห่างไกลที่ต้องช้ำรักเพราะคนรักถูกแย่งชิงไป เด็กหนุ่มที่คลั่งแค้นจึงพรรณาความโศกเศร้าด้วยความแค้น
http://www.theotherpages.org/poems/blake01.html


                                                  Goliath –  แก .. ทำไมแกถึง ? ...
                                   V – นักเดินทางตัวน้อย ถึงเวลากลับบ้านได้แล้ว  อ๊า !!


                                                    Goliath –  อ๊ากกกกกกก !!

             คำว่า นักเดินทางตัวน้อย ถึงเวลากลับบ้านได้แล้ว  (Little wanderer, hie thee home.’) 



มาจากบทกวีของ William Blake ในบท A Dream ซึ่งเป็นลำนำของแม่ผู้น่าสงสารที่ฝากลอยลมไปถึงลูกที่จากบ้านไปยังแดนไกลให้กลับบ้าน
https://kalliope.org/da/text/blake1999041316


Nero – นึกว่าชั้นต้องแงะเอานายออกจากฟันที่หน้าท้องของมันซะแล้ว 
V – ขอโทษในความล่าช้าของชั้นด้วยนะ พอดีมัวอ่านอะไรเพลินไปหน่อย 
Nero – ช่าย ดูเหมือนจะสนุกมากจนวางไม่ลงล่ะ 





Nero – นายคิดว่าดันเต้ยังอยู่บนนั้นรึเปล่า?
V – ก็ถ้า Urizen จัดการเขาไปแล้ว ชั้นมั่นใจว่าป่านนี้เขาคงกลายเป็นละอองเกสรของ Qliphoth ไปแล้วล่ะนะ
Nero – อะไรนะ?
V – Qliphoth ไง ชื่อของต้นไม้ปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากใต้โลกนี่ไง มันดูดเลือดมนุษย์เป็นอาหาร แล้วใครก็ตามที่โดนมันดูดไปก็จะเป็นอย่างที่เห็นตรงนั้น ..พูดง่ายๆว่าพวกเขาจะไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้วล่ะ 



Nero – ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ เราก็ต้องค้นหาต่อไป ถ้าดันเต้ยังไม่ตายเราก็หาทางช่วยเขา ถ้าเขาตายแล้วก็พอ 
V – เดี๋ยว ..ก่อนอื่น เราต้องทำลายรากของ Qliphoth ซักรากนึงก่อน 
Nero – V ..นายมันเป็นใครกันแน่วะ?



Nico – ชั้นรู้ ชั้นรู้ ชั้นมาสาย หุบปากไปเลย ! ก็ถนนมันปิดหมดแล้วนี่หว่า ... เฮ้ นายคงจะเป็น V สินะ เฮ้ๆๆๆ นายเก็บไอ้นั่นมาให้ชั้นหน่อยได้ป่ะ Nero? นั่นๆๆตรงขานายน่ะ 



Nico – สุดยอดดดด เดี๋ยวชั้นจะสร้างอะไรเจ๋งๆจากไอ้นี่ให้ดู 
Nero – นี่เธอไม่เหม็นมันบ้างรึไง? รู้มั๊ยว่ามันมาจากไหนน่ะ?
Nico –  มาจากตูดนายป่ะ? 
Nero – เฮ้อออ ...โฟกัสเรื่องงานหน่อยสิ !!


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                             ที่มาของชื่อต้นไม้ปีศาจ Qliphoth                                   

นิกายคับบาลาห์ของศาสนายิว เป็นนิกายที่เน้นแนวคิดปริศนาโบราณของชาวฮีบรูที่เรียกว่า Qibel หรือ "ศาสตร์ลึกลับ" ที่ถ่ายทอดกันปากต่อปากตั้งแต่ยุคโบราณ ว่ากันว่ามันคือหนทางที่จะเชื่อมโยงกับพระเจ้าสำหรับผู้ที่ตีปริศนาให้แตกได้ ปริศนาโบราณที่นิกายคับบาลาห์นับถือคือคัมภีร์โทราห์ทั้ง 5 เล่มที่ประกอบด้วยภาพปริศนาที่แตกต่างกันไป หนึ่งในนั้นคือภาพปริศนาที่ชื่อว่า"The Tree Of Life" หรือ ต้นไม้แห่งชีวิต ซึ่งเป็นเสมือนแผนที่สำหรับจิตที่จะนำทางไปสู่หนทางมนุษย์จะกลับไปหาพระเจ้าผู้สูงสุดได้ ด้วยการก้าวข้ามการฝึกฝนจิตวิญญาณที่เรียกว่า Sephiroth ทั้ง 10 ระดับ


Qliphoth เป็นตัวแทนของความชั่วร้ายหรือความไม่บริสุทธิ์ทางจิตซึ่งเป็นสิ่งที่สวนทางกับ Sephiroth ที่เป็นตัวแทนของการปลดปล่อย Qliphoth มาจากคำว่า qlippot ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นภาพลวงตาที่จิตสำนึกของผู้ไม่ศัทธราสร้างขึ้นเพื่อมุ่งเน้นตัวเองอยู่ตรงกันข้ามกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งภาพปริศนาของ Qliphoth ก็จะมีรูปแบบที่ตรงข้ามกับ "The Tree Of Life" หรือ ต้นไม้แห่งชีวิต แต่จะเป็น ต้นไม้ปีศาจ ที่มีแผนผังที่เป็นหนทางให้ก้าวข้ามความเชื่อที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 ประการที่เรียกว่า Ten Spheres of the Qliphoth หนทางสู่ชีวิตอิสระที่จะแยกออกจากพระเจ้าโดยสิ้นเชิง

Source:
https://en.wikipedia.org/wiki/Qliphoth
https://web.facebook.com/dr.sinchai.chaojaroenrat/posts/985222764856573?_rdc=1&_rdr
http://www.faena.com/aleph/articles/the-secrets-of-kabbalah-the-role-of-evil-in-the-great-cosmic-drama/

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                                 Mission 3 : FLYING HUNTER


ภายใต้สถานการณ์ที่เมือง Red Grave เต็มไปด้วยกลิ่นไอปีศาจที่เหม็นคลุ้งที่เข้าครอบครองจนเต็มพื้นที่ในทุกตารางนิ้ว Nero ได้พบกับ V อีกครั้งหลังจากจัดการปีศาจขนาดใหญ่ที่หน้าโบสถ์ของเมือง Nero ได้รับรู้ชื่อของต้นไม้ปีศาจอย่างเป็นทางการว่า "Qliphoth" และวิธีที่จะหยุดยั้งไม่ให้มันโจมตีเมืองนั่นคือ ตัดราก ถอนโคน !!


                                         15 มิ.ย .. 6 โมง 26 นาที เมือง Redgrave 



V – ชั้นคิดว่าเราควรจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มนะ
Nero – เพื่อจะได้ครอบคลุมในใต้ดินได้กว้างขึ้น เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน



Nero – ช้าก่อน พ่ออัจฉริยะ อย่าลืมเตรียมแขนดีๆไว้ด้วย ..  อ๊ะๆๆๆๆ จ่ายเงินก่อนค่า 
V – อะไร? วัตถุดิบต่างๆชั้นก็เป็นคนหามาให้นะ นิดๆหน่อยๆแค่นี้ต้องคิดเงินทุกเรื่องเลยรึไง?
Nico – สมองชั้นต่างหากล่ะที่ทำให้งานทุกๆชิ้นของชั้นมีค่ารู้ไว้ด้วยย่ะ
Nero – งั้นก็ช่วยควบคุมคุณภาพอย่าให้มันห่วยมากด้วยล่ะ รู้ได้ด้วยล่ะ
Nico – งั้นก็ไม่ต้องใช้ จะได้ปล่อยให้พวหปีศาจรุมอัดนายซะให้เข็ดดีมั๊ย?
Nero – เออๆๆ ช่างเหอะ



Nico – เฮ้ออ .. ชั้นนี่มันโคตรมีพรสวรรค์จริงๆเลย นี่มันผลงานสุดอาร์ตชัดๆ
Griffon – โอ้ ฮ่าๆๆๆๆ นี่เจ้าเป็นศิลปินแล้วหรอ ห๊า?
Nico – ก็เออสิวะ !! มีอะไรจะถามอีกมั๊ย ไอ้ลูกเจี๊ยบ !? ย่าของชั้นคือ .45 Caliber Virtuoso .. นักสร้างปืนในตำนาน ชั้นตั้งใจจะเป็นเหมือนเธอในซักวันนึง เป็นทั้งศิลปินและโคตะระช่างฝีมือ ฮ่าๆ ทุกๆอย่างที่ชั้นสร้างมันคือศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น ปืน ถือจะเป็นหม้อต้มอาหารที่เอาไว้ต้ม นก กิน ! หึ ...มีคำถามอะไรอีกมั๊ยห๊ะ? ไอ้ลูกเจี๊ยบ !!!



V – ชั้นว่าชั้นขอตัวก่อนดีกว่า ..และถ้าไม่ได้เจอกันอีก ก็ไปเจอกันที่รากแก้วของ Qliphoth ก็แล้วกันนะ 
Nero – เออ ... แล้วเธอล่ะ Nico จะทำไรต่อ?
Nico – ชั้นว่าจะไปยืดเส้นยืดสายหน่อย ยังไงเดี๋ยวชั้นจะแจ้งไปก็แล้วกัน .. เฮ้ นายมีอะไรจะถามอีกเปล่า ทางที่ดีก็ถามตอนนี้เลย เพราะชั้นก็อ่านใจนายไม่ออกด้วย อ่ะนะ

                                           New Devil Breaker 



Punch Line : the Flying Haymaker แขนจรวด 
Normal Attack (กด O) Jet Gadget ยิงแขนจรวดใส่ศัตรู
และสามารถใช้เทคนิคการขี่จรวดได้ด้วย โดยหลังจากยิงแขนจรวดออกไปแล้วกด O แขนจรวดจะกลับมาให้ขึ้นขี่ ในขณะขึ้นขี่สามารถใช้ปุ่ม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลมสร้างท่าโจมตีต่างๆ กด X เมื่อต้องการลงจากแขนจรวด และหากขี่ไปเรื่อยๆในระยะเวลานึงจะมีการนับถอยหลังจนเกิดระเบิดทำลายศัตรูจำนวนมากได้ (แน่นอน นีโรไม่บาดเจ็บ)
Boost Knuckle Attack (กด O ค้างแล้วปล่อย) Boost Knuckle ใช้ท่า haymaker punch โดยการจุดระเบิดจากข้อศอกเพื่อปล่อยพลังต่อยที่เป็นหมัดที่รุนแรงจนจัดการศัตรูขนาดเล็กได้ในพริบตาและแรงพอที่สามารถล้มศัตรูขนาดใหญ่ให้ปลิวได้สบายๆ


Helter Skelter แขนสว่านเจาะเกราะ  
Normal Attack (กด O) ต่อยมือสว่านโจมตีแบบเจาะใส่ศัตรู
Boost Knuckle Attack (กด O ค้างแล้วปล่อย) โจมตีด้วยการโดดพุ่งตัวควงสว่านใส่ศัตรูให้กระเด็นลอยขึ้นไปบนอากาศ


การเดินทางท่ามกลางสิ่งก่อสร้างที่ปรักหักพังที่จมน้ำอยู่ตามที่เห็นอยู่เบื้องหน้าจำเป็นต้องยืนที่จุด Wire Bound จึงจะสามารถใช้แขนกลในการโหนตาม Grim Grip ซึ่งเป็นตะเกียงที่ลอยอยู่ บางจุดก็ไม่สามารถโหนได้เลยต้องยิงให้ไฟในตะเกียงติดก่อนถึงจะโหนตัวไปได้ จากนั้นก็ โหนไปมาเก็บไอเทม จัดการศัตรู จนไปถึงทางเข้าทางระบายน้ำฝั่งตรงข้าม


ด้านในท่อระบายน้ำนั้นทางเข้าที่สุดทางจะถูกราก Qliphoth ปิดทางเอาไว้ จัดการเข้าไปทำลาย Blood Clots ที่เป็นแกนรากของมันที่อยู่ในพื้นที่ให้หมดก็จะสามารถเข้าประตูไปด้านในได้

เมื่อผ่านประตูทางเข้ามาแล้วจะพบกับทางขึ้นบันไดที่มี Grim Grip สำหรับโหนดึงตัวขึ้นไปชั้นบน ก่อนขึ้นไปสำรวจตรงประตูทางเข้าให้ดีตรงนี้จะมีจุดสัญลักษณ์ของ Secret Mission อยู่ด้วย



                                                 Secret Mission # 2 

                          เงื่อนไข – จัดการตัว Red Empusas ให้หมดก่อนที่มันจะหนีไปได้



จากนั้นขึ้นบนไดจากท่อระบายน้ำไปยังอาคารด้านบน ลุยผ่านห้องสมุด จนถึงจุดที่มีตู้โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อให้ Nico มาขายไอเทมให้ ทันทีเตรียมตัวพร้อมเมื่ออกมาที่ลานกว้างด้านหน้าที่เป็นตำแหน่งโคนต้น Qliphoth  Nero จะพบปีศาจขนาดใหญ่คล้ายนอกที่เข้ามาเผชิญหน้าและหลบหลีกด้วยความเร็วด้วยปีมากมายยามเมื่อ Nero ลั่นกระสุนใส่


Boss – Artemis รอบตัวของมันจะมี Rapid Laser ที่ลอยคุ้มกันอยู่ แต่จะสามารถยิงทำลายมันจนกลายเป็น Grim Grip สำหรับใช้โหนตัวได้ เมื่อโจมตีมันจนถึงช่วงที่มันขึ้นไปลอยตัวรวบรวมพลังอยู่บนอากาศ ให้รีบเกาะ Grim Grip ที่อยู่รอบตัวมันดึงตัวขึ้นไปหามันแล้วรีบยิงโจมตีให้มันชะงักจนร่วงลงมาก่อนที่มันจะปล่อยลูกพลังใส่พื้นทำให้บาดเจ็บหนัก



เมื่อ Artemis ถูกโจมตีจนใกล้อยู่หมัด Nero ก็พุ่งเข้าไปเผด็จศึกด้วยดาบสุดท้ายจนร่างของปีศาจขาดออกเผยให้เห็นร่างของผู้หญิงเปลือยเปล่าอยู่ด้านใน Nero รีบโดดไปคว้าไว้ก่อนที่ร่างที่ไร้สติของเธอจะตกถึงพื้น


Nero – นี่มันเพื่อนของ Dante นี่
Nico – นั่น Lady
Nero – รู้จักเธอด้วยหรอ?
Nico – เคยเจอในงาน Gunsmith Day นะ



Nico – โห ไม่น่าเชื่อเลยว่านายจะทำแบบนี้กับ Kyrie ได้ลงคอ 
Nero – ทำ ..ทำอะไรฟ่ะ?
Nico – ชั้นคงต้องไปฟ้องเธอแล้วล่ะ .....หยอกๆๆๆ ยังไงก็ถอด จ็อกสแตรป ของนายให้เธอใส่ไปก่อนก็ได้นะ ฮ่าๆๆ ...ถ้าทำอะไรแผลงๆล่ะ 
Nero – ฮ่า ....ฮ่า ...


                                    Nero – ถ้า Kyrie รู้เธอเอาเราตายแน่ๆเลย .....



                                                   Mission 4 : V


หลังจาก Nero แยกทางกับ V เพื่อหาทางจัดการทำลายรากของ Qliphoth ที่กระจัดกระจายทั่วเมืองให้ได้มากที่สุดเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นในเมือง Nero ได้พบกับปีศาจที่มีที่ยิงแสงเลเซอร์ร่อนไปมาเป็นอาวุธ แต่ทันทีที่จัดการมันได้ Nero ก็พบ Lady เพื่อนของ Dante อยู่ด้านใน เธอจะเป็นแสงสว่างแห่งชัยชนะในศึกครั้งนี้หรอ? แล้ว V ล่ะ มีเหตุจูงใจอันใดกันเล่า


                             15 มิ.ย .. 6 โมง 35 นาที เมือง Redgrave




Griffon – V เจ้าคิดว่าเจ้าเด็กนั่นจะจัดการ Urizen ได้จริงๆหรอ?
V – ความหวังหนึ่งเดียวของเราเลยล่ะ แต่ตอนนี้เรามีธุระที่ต้องรีบไปให้เสร็จกันก่อน 





Griffon – โอ้ ดูนั่นสิพ่อคนฉลาด ศัตรูโผล่มากันเพียบเลย เจ้าคงต้องระวังตัวแล้ว ใช่มั๊ยล่ะ V? ข้าหมายถึงตอนนี้เจ้ายังมีความเปราะบางมาก ต้องรีบจัดการปัญหาให้เร็วที่สุดเพื่อให้ไม่เจ้าติดอยู่ในสถานการณ์นี้นานเกินไป แต่ข้าอยากจะบอกว่า วิ่งหนีเถอะนั่นเป็นทางที่โอเคสุด วิ่งหนีโอเคตลอดทุกสถานการณ์อยู่แล้ว ถ้าเจ้าไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมากอ่ะนะ



    V - "เขาผู้ได้แค่ปราถนาแต่มิเคยลงมือทำ ก็เท่ากับเพาะพันธ์โรคระบาด" มันเขียนไว้แบบนี้ 

"He who desires but acts not, breeds pestilence" คือหนึ่งในคำพูดของ William Blake ในหนังสือ The Proverbs of Hell แปลได้ว่า  "เขาผู้ได้แค่ปราถนาแต่มิเคยลงมือทำ ก็เท่ากับเพาะพันธ์โรคระบาด"


มนุษย์ทุกคนล้วนมีความฝัน แต่ความฝันของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ผู้คนที่หลับฝันตอนกลางคืนท่ามกลางจิตใจที่กำลังพักผ่อนเมื่อเขาตื่นขึ้นมาจะคิดว่าความฝันมันไร้สาระ แต่คนที่ฝันตอนกลางวันนั้นเป็นบุคคลที่อันตรายเพราะพวกเขาฝันทั้งๆที่กำลังลืมตาเพื่อทำฝันนั้นให้เป็นจริง
http://www.unfckyourlife.com/2011/08/he-who-desires.html



Griffon – โอเคพ่อ เช็คสเปียร์  จำเอาไว้นะ เจ้ากับข้าต่างก็อยากมีชีวิตอยู่ต่อ งั้นก็รีบๆจัดการไอ้พวกปีศาจนั่นให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน เพราะฆ่าพวกมันไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับข้าหรอกนะ ข้าต้องอยู่ช่วยเจ้าตลอดก็เพราะมีหุ้นส่วนที่ใกล้ตายนี่แหละ 

การต่อสู้ของ V นั้นจำเป็นต้องอาศัยเพื่อนปีศาจคู่หูทั้ง 3 ตัวในการช่วยต่อสู้ แต่เนื่องจากปีศาจทั้ง 3 ก็ไม่สามารถฆ่าพวกปีศาจด้วยกันได้ พวกมันจึงทำได้มากที่สุดแค่ทำให้ศัตรูบาดเจ็บสาหัสส่วนการทำลายพวกปีศาจในขั้นตอนสุดท้ายต้องเป็นหน้าที่ของ V ในการกำจัดปีศาจให้สิ้นไป โดยการบังคับปีศาจทั้ง 3 ประกอบด้วย


                                    กด สี่เหลี่ยม สั่งให้ Griffon โจมตีศัตรู ในระยะไกล

                           
                                 กด สามเหลี่ยม สั่งให้ Shadow โจมตีศัตรู ในระยะใกล้


กด วงกลม สั่งให้ Nightmare โจมตีศัตรู หรือ ทำลายเปิดเส้นทางลับ ซึ่งการเรียกใช้ Nightmare นั้นต้องใช้เกท DT (Devil Trigger) 3 ขีดในการอัญเชิญมันออกมา

V สามารถเพิ่มประสิทธิ์ภาพการต่อสู้ให้กับ Griffon และ Shadow แลกกับเกท DT (Devil Trigger) 1 ขีดเพื่อให้มันสู้ในร่าง Devil Trigger ได้ด้วยการกด
 L2 + สามเหลี่ยม ใช้ Shadow DT
 L2 + สี่เหลี่ยม ใช้ Griffon DT


เมื่อศัตรูถูกปีศาจทั้ง 3 โจมตีจนอยู่ในสภาพใกล้ตายจะมีสัญลักษณ์สีแดงที่ตัวมัน V จะสามารถเข้าไปเผด็จศึกมันได้ด้วยการ กด R1 ล็อกเป้าที่ตัวศัตรูเป้าหมายแล้วกด O วีจะโดดเข้าไปใช้ท่าพิฆาตฆ่าศัตรูทันที

** หากมีปีศาจตัวใดตัวนึงถูกโจมตีจนพลังชีวิตหมดจนสลายไป มันจะยังคงอยู่ในสภาพของลูกกลมๆ และมันจะฟืนขึ้นมาเองได้อีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก แต่ถ้า V เข้าไปยืนใกล้ๆลูกกลมมันจะฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม **

** เกท DT (Devil Trigger) นั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการทำคอมโบของ V ในการเข้าไปจัดการเผด็จศึกศัตรูอย่างต่อเนื่องและจากการอ่านหนังสือ (กด R2 ค้าง) **



เมื่อเรียนรู้การต่อสู้แล้ว ลุยเข้าไปตามทางจากด้านนอกสถานีจนเข้ามาถึงเขตโกดังรถไฟทะลุเข้ามาถึงเขตที่โรงงานของเมืองจนตึกโรงงานที่มีภาพวาดแม่ชีขนาดใหญ่บนพนังตึก

 ต้องเรียก Nightmare ออกมาทำลายพนังตึกแล้วจะมีทางเข้าไปด้านในทะลุออกด้านหลังเก็บตัวอ่อน Nidhogg มา แล้วเก็บระหว่างทางอีก 1 รวมเป็น 2 ตัวแล้วจากนั้นเข้าไปด้านในฝั่งซ้ายก่อนไปถึงบอส ใช้ตัวอ่อน Nidhogg 2 ตัวทำลายรากต้นไม้ปีศาจ 2 จุดเพื่อเปิดทางเข้าไปด้านใน ขึ้นไปที่ชั้นบนของตึกจะเห็นสัญลักษณ์ของ Secret Mission อยู่ที่ตึกฝั่งตรงข้าม ปรับให้ตรงเพื่อเปิดเผยทางเข้าทำภารกิจออกมา

                                            Secret Mission # 3 

                    เงื่อนไข – เก็บ red orbs ที่อยู่ในห้องทั้ง 20 อันให้หมดก่อนเวลาหมด

จากนั้นเข้าด้านในต่อจนถึงหน้าทางเข้าตลาด Burrow Market จะมีตู้โทรศัพท์ที่ V สามารถเรียกรถ Nico ให้มาอัพเกรด Skill และ Ability ต่างๆได้



                     รายละเอียดของ Ability และ Demon Upgrades ของ V


                                                          Abilities

Quickplay - กดแกนอนาล็อกซ้ายค้างไปในทิศทางที่วิ่งไป V จะใช้ความสามารถของ Shadow ในการเคลื่อนที่ความเร็วสูง แต่จะไม่สามารถใช้  Shadow ในการต่อสู้ได้
Promotion - ในขณะที่เรียก Nightmare ออกมา กระโดดเข้าไปใกล้ Nightmare พร้อมกับ กด L1 + ◯ หรือ X  จะสามารถโดดไปเกาะตัวของ Nightmare ในขณะต่อสู้ได้ และ กด L1 + X หรือ X เพื่อลงจากตัว Nightmare
Enemy Step - กด X โดดเข้าไปหาศัตรูจะสามารถเหยียบหัวศัตรูเพื่ออ้อมไปด้านหลังมันหรือใช้ศัตรูเป็นที่เหยียบเพื่อโดดให้สูงกว่าเดิม
Trigger Heart - เมื่อเรียก Nightmare ออกมาจะทำให้เกท DT ลดช้าลงกว่าเดิม ทำให้ใช้งาน Nightmare ได้นานขึ้น
Green Gainer - เมื่อเรียก Nightmare ออกมาจะทำให้ได้ Green Orb ตกจากศัตรูมากขึ้น
White Gainer - เมื่อเรียก Nightmare ออกมาจะทำให้ได้ White Orb ตกจากศัตรูมากขึ้น
Get More Orbs - เพิ่มระยะในการดูด Orbs ที่ตกอยู่เข้าหาตัวได้ไกลมากขึ้น
EX Provocation - ท่ายั่วยุแบบพิเศษ กด L3 + Touchpad ค้างไว้ เมื่อจัดการศัตรูจะทำให้ได้ Stylish Rank มากกว่าเดิม


                                                  CANE (ไม้เท้า)

Checkmate - กด ◯ ที่ศัตรูที่กำลังใกล้ตายในการสังหารศัตรู
Gambit - กด R1 ล็อกเป้าศัตรูที่กำลังใกล้ตายแล้วกด ◯ เทเลพอตไปสังหารศัตรู
Promotion - ในขณะที่เรียก Nightmare ออกมา กด R1 + หมุนแกนอนาล็อกซ้ายหนึ่งครั้ง + ◯ จะใช้ท่า demonic canes ปล่อยคฑามายาจำนวนมากตกลงมาจากท้องฟ้าจำนวนมากเหมือนห่าฝนเพื่อจัดการศัตรูที่กำลังจะตายทั้งหมดในพื้นที่ต่อสู้
 Royal Fork - ท่ากระโดดปล่อยคฑามายาจำนวนมากออกรอบตัวพุ่งไปสร้างความเสียหายกับศัตรูทั้งหมดที่อยู่รอบตัวของ V  โดยการกด R1 ล็อกเป้าศัตรูแล้วกระโดด ควงอนาล็อกซ้าย + O (ใช้เกท DT 1 ขีด)


                                                        Griffon

Bullet - กด ☐ ยิงลูกบอลสายฟ้าจากกระเพาะของ Griffon       
Blockade - กด ☐ ค้างแล้วปล่อย Griffon จะสร้างเสาพลังสายฟ้าปล่อยโจมตีใส่ศัตรู
Blockade 2 - อัพเกรดจาก Blockade กด ☐ ค้างแล้วปล่อย Griffon จะสร้างเสาพลังสายฟ้าปล่อยโจมตีใส่ศัตรูเพิ่มเป็น 3 เสา
Blockade 3 - อัพเกรดจาก Blockade 2 กด ☐ ค้างแล้วปล่อย Griffon จะสร้างเสาพลังสายฟ้าปล่อยโจมตีใส่ศัตรูเพิ่มเป็น 5 เสา
Round Robin - กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายกลับหลัง + ☐ เรียก Griffon มาอยู่ข้างๆ V แล้วปล่อยพลังสายฟ้าโจมตีจากระยะไกล
Round Robin 2 - อัพเกรดจาก Round Robin กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายกลับหลัง + กด ☐ ค้างแล้วปล่อย เรียก Griffon มาอยู่ข้างๆ V แล้วปล่อยพลังสายฟ้าโจมตีจากระยะไกลกินพื้นที่ทำลายล้างศัตรูมากขึ้น
Round Robin 2 - อัพเกรดจาก Round Robin 2 กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายกลับหลัง + กด ☐ ค้าง(ให้นานขึ้น) แล้วปล่อย เรียก Griffon มาอยู่ข้างๆ V แล้วปล่อยพลังสายฟ้าโจมตีจากระยะไกลกินพื้นที่ทำลายล้างศัตรูมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้น
Flank Attack - กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหน้า + ☐  Griffon จะพุ่งโจมตีใส่ศัตรูจนอัดมันลอยขึ้นไปบนอากาศ
Double Check - กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหลังแล้วดันไปด้านหน้า + ☐  Griffon จะปล่อยพลังสายฟ้าเป็นรูปตัว V โจมตีใส่ศัตรู
Griffon Vim - ลดระยะเวลาการคืนชีพของ Griffon ให้เร็วขึ้นหลังถูกโจมตีจนสู้ไม่ได้
Griffon Vigor - เพิ่มความแข็งแกร่งให้ Griffon เพื่อให้ทนทานการถูกโจมตีได้มากขึ้น


                                                   Shadow

Shadow Combo A - ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด△ - △ - △
Shadow จะโจมตีด้วยกรงเล็บในระยะประชิดตามด้วยการโจมตีด้วยหนวดแหลมที่พุ่งออกมาจากลำตัว และสามารถเปลี่ยนเป็นการโจมตีทางอากาศโดยอัตโนมัติหากเป้าหมายอยู่ในอากาศ
Shadow Combo B - ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด△ จากนั้น △ - △
คอมโบพิเศษของ Shadow, กำจัดศัตรูด้วยการโจมตีด้วยกงเล็บตามด้วยการแกว่งหาง
Shadow Combo C ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด△ - △จากนั้นแตะ△ซ้ำ ๆ
Shadow จะทำคอมโบด้วยการตบด้วยกงเล็บ พุ่งเข้าชนด้วยร่างกายที่เป็นหนามแล้วตามด้วยการเปลี่ยนคอของมันให้เป็นแส้ในการโจมตีใส่
Breakthrough - ขณะอยู่บนพื้นดิน กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหน้า  + △ Shadow  จะพุ่งม้วนตัวกลิ้งโจมตีใส่ศัตรู
Hedgehog - ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด△ ค้างแล้วปล่อย Shadow จะเปลี่ยนสภาพเป็นเม่นปล่อยเงาสีดำเหมือนเข็มแหลมออกมาจากร่างกายเพื่อโจมตีใส่ศัตรู
Hedgehog 2 - อัพเกรดจากท่า Hedgehog ขณะอยู่บนพื้นดินให้กด△ ค้างแล้วปล่อย Shadow จะเปลี่ยนสภาพเป็นเม่นปล่อยเงาสีดำทเหมือนเข็มแหลมออกมาจากร่างกายเพื่อโจมตีใส่ศัตรูตามด้วยการใช้หางใช้หางมุดดินพุ่งโจมตีจากใต้ดินขึ้นฟ้าในจำนวนมาก
Arbiter - ขณะอยู่บนพื้นดิน กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหลัง  + △ Shadow จะเปลี่ยนหางเป็นขวานโจมตีศัตรู
Bayonet - ในขณะอยู่กลางอากาศ กด△  Shadow จะใช้ร่างกายควงสว่านโจมตีใส่ศัตรู
Guillotine - ในขณะอยู่กลางอากาศ กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหน้า หรือ ข้างหลัง + △ Shadow จะเปลี่ยนร่างเป็นดาบขนาดใหญ่หมุนเข้าโจมตีศัตรูที่ลอยอยู่กลางอากาศ
Skewer - ขณะอยู่บนพื้นดิน กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปด้านหลังแล้วดันด้านหน้า  + △  Shadow จะเปลี่ยนหัวของมันให้กลายเป็นหนามแหลมพุ่งไปแทงศัตรูจากระยะไกล ในขณะโจมตีด้วยท่านี้ V สามารถขึ้นไปยืนยนหนามแหลมของ Shadow ได้ด้วย
Shadow Vim - ลดระยะเวลาการคืนชีพของ Shadow ให้เร็วขึ้นหลังถูกโจมตีจนสู้ไม่ได้
Shadow Vigor - เพิ่มความแข็งแกร่งให้ Shadow เพื่อให้ทนทานการถูกโจมตีได้มากขึ้น


                                                     Nightmare

Nightmare Combo A - ขณะที่ V กำลังเกาะตัว Nightmare อยู่ กด ◯ - ◯ - ◯ Nightmare จะเข้าไปต่อยศัตรู
Nightmare Combo B - ขณะที่ V กำลังเกาะตัว Nightmare อยู่กด ◯ - ◯ แล้วแตะ ◯ ย้ำ ๆ Nightmare จะปล่อยหมัดอัดศัตรูสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
Strongpoint - ขณะที่ V กำลังเกาะตัว Nightmare กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายไปข้างหน้า +  ◯ Nightmare จะใช้เลเซอร์ยิงศัตรูสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
Critical Position - ในขณะที่ V กำลังเกาะตัว Nightmare และกำลังใช้ท่า Strongpoint อยู่ให้กด ◯ ค้างต่อ  Nightmare จะยิงเลเซอร์จากพื้นดินขึ้นไปในอากาศ
Desperado - ในขณะที่ V กำลังเกาะตัว Nightmare และอยู่กลางอากาศกด ◯  Nightmare จะทุบหมัดทั้ง 2 ข้างลงบนพื้น
Illegal Move - ขณะที่ V กำลังเกาะตัว Nightmare กด R1 + ดันแกนอนาล็อกซ้ายมาด้านหลังแล้วดันไปข้างหน้า (หรือดันไปข้างหน้า 2 ครั้งติดต่อกัน) Nightmare จะเคลื่อนที่แบบเทเลพอทพุ่งตรงเข้าไปหาเป้าหมายในทันที
Domination - ในขณะที่ V กำลังเกาะตัว Nightmare และใช้ท่า Illegal Move เสร็จให้กด ◯  ค้างไว้ Nightmare จะใช้ท่ายิงเลเซอร์ขนาดใหญ่โจมตีศัตรูอย่างรุนแรง (สามารถใช้ แกนอนาล็อกซ้าย ปรับองศาการยิงได้เล็กน้อย)


เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วเข้าไปที่ด้านในตลาด Burrow Market จะพบปรสิตอสูรที่กำลังชอนไชต้นไม้ปีศาจอยู่ออกมาโจมตีแต่โชคดีที่ V ยังมีกำลังพอที่จะหลบมันพ้น


Nidhogg – แกบังอาจหลบข้าหรอ? แกบังอาจมาหลบข้างั้นหรอ !!
Griffon – อ่า ไอ้ Nidhogg ข้าไม่เคยชอบขี้หน้าไอ้บ้านี่เลยจริงๆนะ 
Nidhogg – นี่ ไอ้พวกวัชพืช ข้ารู้จักแกรึเปล่าเนี่ย? 
Griffon – ไอ้งี่เง่าเอ้ย ! ข้าว่า อย่าแม้แต่จะคิดไปยุ่งกับไอ้หมอนี่ให้เสียราคาดีกว่า V ยังไงมันก็ไม่มีหลีกทางทิ้งต้น Qliphoth ไปหรอก ก็มันเป็นหนอนไชต้น Qliphoth นี่หว่า 
Nidhogg – นี่พวกแกดูถูกข้างั้นหรอ?
Griffon – โอ๊ะ โอ ดูเหมือนมันจะได้ยินข้านะ และมันก็เริ่มโกรธแล้วด้วย
Nidhogg – พวกแกดูถูกข้า ! ข้าจะฆ่าแก !!!!
V – ไม่ใช่ในชาตินี้แน่นอน 


                    V -  จากท้องนภาไปสู่ฝูงวิหก หรือ จากท้องนทีของมหาสมุทรไปสู่หมู่มัจฉา
                               ก็หาได้พ้นคำสบประมาทปรามาสที่น่ารังเกียจได้ 

                                                      As the air to a bird or the sea to a fish 
                                                        so is contempt to the contemptible 
                            จากท้องนภาไปสู่ฝูงวิหก หรือ จากท้องนทีของมหาสมุทรไปสู่หมู่มัจฉา
                                            ก็หาได้พ้นคำสบประมาทปรามาสที่น่ารังเกียจได้ 



มาจากบทกวีของ  William Blake บทที่ชื่อว่า The Marriage of Heaven and Hell ในตอน Proverbs of Hell 4
http://www.itu.dk/~metb/Exercise2/proverbs4.html


Boss – Nidhogg จะโจมตีด้วยหนวดทั้ง 3 ของมันสลับกับการปรากฏตัวเข้าๆออกของมันเป็นระยะ  การทำลายหนวดของมันนั้นไม่ได้ทำให้สร้างความเสียหายกับพลังชีวิตของมัน แต่จะช่วยเพิ่มสไตล์ไปจนถึงเพิ่มเกท DT สำหรับใช้งาน



หลังจากจัดการ Nidhogg ลงได้ ต้น Qliphoth ที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้นก็แตกสลายไป แต่กลับทำให้สัตว์จักรกลขนาดใหญ่ที่อยู่แถวนั้นหันมาสนใจและพุ่งเข้าโจมตี V ทันที



Griffon – โอเค แบบนี้ไม่ดีแล้ว ไม่ดีแน่นอนแบบนี้  อ้าว เฮ้ๆ เจ้าจะไปไหนล่ะ V จะหนีไปเฉยๆแบบนี้เลยหรอ? นั่นเป็นสัญญาณไม่ดีเลยนะ 
V – ข้าเกรงว่า ...มันติดอยู่นิดเดียวที่ชั้นคงไม่สามารถรับมือกับ ไอ้นั่น ได้ในตอนนี้อ่ะนะ 


พูดไม่ทันคาดคำ สัตว์จักรกลขนาดใหญ่ ก็ยิงถล่มโจมตีพวกของ V จนต้องหนีกระเจิงแบบไม่เป็นท่า แต่โชคไม่ดียิ่งกว่าเมื่อพื้นที่ถูกยิงใส่ดันถล่มลงจน V ต้องตกลงไปด้านล่างโดยไม่ได้ตั้งใจ


                                                         V -  อ๊ากกกกกกก !!!



                                Mission 5: The Devil Sword Sparda 


                                        15 มิ.ย .. 7 โมง 27 นาที ใต้เมือง Redgrave



                                         Griffon – วู้ รอดแล้ว ! โชคดีที่เรายังไม่ตาย  
                                         V – รากของ Qliphoth มันชอนไชไปทุกที่จริงๆ
                                        Griffon – แน่นอนล่ะ ก็เราอยู่ใต้ดินนี่นา 
                                         V – งั้นเราก็มีบางอย่างที่เราต้องเคลียร์กันนิดนึง 


V ต้องเดินทางจากอุโมงค์ใต้ดินที่พลัดตกลงมา ผ่านท่อระบายน้ำเก่ามาจนถึงเขตก่อสร้าง ทำลายรากของ Qliphoth ตามจุดต่างๆเพื่อเปิดทางไปด้านใน จนถึงบริเวณนั่งร้านตามภาพ


แล้ว Nightmare ออกมาทำลายนั่งร้านออกจะมีทางเข้าไปด้านในแล้วปีนบันไดสีเหลืองขึ้นไปก็จะพบตำแหน่งของสัญลักษณ์ของ Secret Mission ปรับให้ตรงเพื่อเปิดเผยทางเข้าทำภารกิจออกมา


                                                Secret Mission # 4

                                เงื่อนไข –กำจัดศัตรูให้หมดภายในเวลาที่กำหนด



จากนั้นลุยเข้าไปตามทางต่อผ่านเขตก่อสร้างเข้าไปที่ท่อระบายที่อยู่อีกฝั่งจนมาออกที่ด้านหน้าอาคารโคลอสเซี่ยมขนาดใหญ่ที่มีต้น Qliphoth ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่ แวะใช้ตู้โทรศัพท์โทรตามรถตู้ของ Nico มาเพื่อจัดการอัพเกรดและซื้อไอเทมให้พร้อม ก่อนที่จะเข้าตรงกลาง โคลอสเซี่ยม V จะสังเกตว่ามีปีศาจขนาดใหญ่กำลังสื่อสารบางอย่างอยู่


Griffon – Malphas งั้นหรอ? แน่นอน มีปัญหาอีกเพียบเลยล่ะงานนี้ ส่วนอีกตัวที่ขี่ม้านี่ไม่แน่ใจว่าใคร ไม่เคยเจอมาก่อนเลย
V – ชูว์ ..... เงียบๆ





Malphas – เจ้าจงไปตามหาดาบของ Sparda มา เจ้ารู้ดีว่ามันอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าให้ปล่อยมันไปไม่ต้องไปสนใจแต่ข้าก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี ตราบใดที่มันยังมีสายเลือดของ Sparda อยู่ ข้าก็ไม่มีทางเลือก แกเข้าใจใช่มั๊ย !!! ตามหาดาบนั่น แล้วทำลายมันซะ !! จากนั้นถึงจะเรียกว่าเป็นยุคสมัยของเขาอย่างแท้จริง






                        V – ชั้นเห็นแล้ว ชั้นรู้ว่าแกเป็นอะไร ไม่ต้องห่วงไป ชั้นไม่ใจร้ายหรอก 



                                             Boss - Elder Geryon Knight



หลังจากจัดการม้าของมันลงได้แต่ Elder Geryon Knight ก็ยังไม่ตาย สุดท้ายมันเลือกที่จะหนีไปทั้ง โชคดีที่ V ก็ไม่มีแรงที่จะตามไปซ้ำจึงจำต้องปล่อยให้มันลอยนวล


Griffon – V เป็นไรรึเปล่า?
V – แฮกๆ .... ชั้นสบายดี ...ชั้นต้องไล่ล่ามัน ถ้าดาบ Sparda ยังอยู่ มันก็อาจจะดีพอที่จะเป็นความหวังเดียวของเรา 
Griffon – เอ่อ V คิดซักหน่อยดีมั๊ย ตกลงถ้าเจ้าเจอมันจริงๆแล้วจะทำยังไงกับมัน? เจ้าต้องแข็งแกร่งทั้งกายและใจถึงจะใช้ดาบ Sparda ได้ซึ่งเจ้าก็ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่าง ไม่ได้อยากจะขัดหรอกนะแต่ดาบ Sparda มันอาจจะเกินกำลังเจ้าไปหน่อย 
V – สำหรับชั้นก็ใช่ แต่ถ้าเป็นเจ้าเด็กนั่น ...Nero 






                     V – ไปกันเถอะ ..เมื่อเข้าใกล้ดาบ Sparda มากพอ ชั้นอาจจะรู้สึกถึงมันได้บ้างก็ได้ 




                                         Mission 6: STEEL IMPACT



หลังจาก V ได้หลบปีศาจยักษ์ขนาดมหึมาลงมาที่ใต้ดินทำให้ความคืบหน้าในความตั้งใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว แถมยังได้เป้าหมายใหม่ที่อาจจะนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงในคือ ทวงคืนดาบสปาร์ด้า





...ในขณะเดียว ในอีกเหตุการณ์นึงบนพื้นผิวด้านบนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่นาน กล่าวถึง Nero ที่พึ่งช่วยชีวิต Lady กลับมาที่รถตู้ของ Nico อย่างปลอดภัย ..


                                     15 มิ.ย .. 7 โมง 25 นาที / เมือง Redgrave



Nico – โชคดี เธอยังไม่ตาย แถมไม่มีอะไรบุบสลาย ชั้นคิดว่าเธอมีร่างกายที่แข็งแรงมากๆถึงรอดมาได้ ก็เห็นมาตั้งแต่แรกแล้วอ่ะนะ ชั้นว่านายควรไปทำสิ่งที่นายจะทำต่อได้แล้ว เดี๋ยวชั้นดูแลเธอต่อเองไม่ต้องห่วง 




Nero – นั่นมันตัวบ้าอะไรวะน่ะ !?? ...แม่งตัวใหญ่ชิบเป๋งเลย ใหญ่เกินจะจัดการมันคนเดียวได้ด้วยสิ แต่ เดี๋ยวชั้นจัดการมันเอง ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                             New Devil Breaker 



Tomboy คือแขนกลที่จะช่วยถ่ายเทพลังไปเพิ่มประสิทธิ์ภาพของ red queen และ blue rose ของ Nero ให้รุนแรงยิ่งขึ้น (ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะพังไปทั้งแขน)
Normal Attack (กด O) ระเบิดพลังจาก Tomboy ไปสู่อาวุธที่ Nero ถืออยู่ (red queen และ blue rose)
Boost Knuckle Attack (กด O ค้างแล้วปล่อย) ชาร์จพลังงานก่อนระเบิดพลังจาก Tomboy ไปสู่อาวุธที่ Nero ถืออยู่ (red queen และ blue rose) ทำให้เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีของ red queen และ blue rose ให้มากขึ้น


Buster Arm คือ แขนกลที่เป็นกงเล็บขนาดใหญ่ที่สามารถคว้าศัตรู(เดี่ยว) มาฝาดลงฟื้นอย่างรุนแรงให้ตายภายในครั้งเดียว
 Normal Attack (กด O) ตะครุบจับศัตรูด้วยกงเล็บ Buster Arm มากระแทกพื้น
Boost Knuckle Attack (กด O ค้างแล้วปล่อย) ตะครุบจับศัตรูด้วยกงเล็บ Buster Arm มากระแทกพื้นหลายๆครั้ง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Boss – Gilgamesh The Marauding Titan จุดอ่อนของมันอยู่ที่ผลึกสีแดงที่กลางหลัง แต่เนื่องจากที่มันมีขนาดตัวที่ใหญ่โตมาก จึงต้องอาศัยปุ่มสีแดงๆตรงข้อขาทั้ง 4 ที่เมื่อโจมตีทำลายมันแล้วจะกลายเป็นจุดไฟสีฟ้าที่สามารถใช้แขนกลยึดจับเพื่อดึงตัวไปที่บริเวณกลางหลังที่เป็นแกนจุดอ่อนของมันได้ Devil Breaker ที่สามารถสร้างความเสียหายกับมันที่สุดก็คือ Tomboy



Nero – อ้าว แล้วนายไปอยู่อะไรข้างล่างนั่นห๊ะ ?
Griffon – อ่า ฮ่าๆๆๆๆๆ นี่เจ้าคงไม่คิดว่าจะจัดการไอ้นั่นด้วยตัวคนเดียวหรอกใช่มั๊ย?
Nero – รู้มั๊ย ชั้นว่าแกมันต้องรสชาติเหมือนไก่แน่ๆเลย
Griffon – โธ่ แกมันไอ้คนเนรคุณ ....
V – ชั้นยกเจ้าสัตว์ร้ายนี่ให้นายก็แล้วกันนะ คงต้องขอตัวก่อนล่ะ 
Nero – เอาล่ะ ตอนนี้ก็เหลือแต่แกกับชั้นแล้วนะไอ้แมลงสาป !!



      Nero – เฮ้อออ ... ไอ้บ้านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของไอ้ต้นไม้ปีศาจนั่นด้วย ..มันเกิดอะไรขึ้นว่ะเนี่ย 


Nico – โย่ !! Lady ฟื้นแล้วนะ ถ้ามีอะไรจะถามเธอก็ให้เร็วเลย
Nero – โอเค 
Nico – เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ ไอ้นั่นเราใช้มันได้ เก็บมาให้หน่อย 
Nero – เฮ้อออ
Nico – ไม่ใช่ๆๆๆ อีกอันนึง 
Nero – อันเนี้ยหรอ?
Nico – ถัดจากอันนั้นไปหน่อย 
Nero – โธ่ให้ตายดิ Nico อันนี้ใช่มั๊ย?
Nico – เออ อันนั้นแหละ 


                                      Mission 7: UNITED FRONT


                                        15 มิ.ย / 8 โมง 57 นาที / เมือง Redgrave




Nero – แล้วตกลงเกิดอะไรขึ้นกับ Dante? แล้ว Trish ล่ะ? พวกเขาถูกทำให้เป็นเหมือนคุณด้วยรึเปล่า?



Lady – Trish เธอถูกจับไป ....ชั้นจำได้แค่นั้นแหละ แต่ไม่รู้เลยว่า Dante เป็นยังไงบ้าง
Nero – บ้าเอ้ย ..



V – จากนี่เราใช้รถไปต่อไม่ได้แล้วนะ
Nero – เออ เรารู้ เราแค่รอนายมาแค่นั้นแหละ  นั่นเป็นทางเดียวที่ไปที่ต้นไม้ปีศาจนั่นได้ ไปกันเถอะ ชั้นพร้อมแล้ว 



V – ชั้นดีใจนะที่เห็นเธอไม่เป็นอะไร
Lady – เหมือนกัน ...
V – ชั้นเจอไอ้นี่ตกอยู่ด้วย ถ้ามันเอาไปใช้อะไรได้ก็เอาไปใช้ได้เลย Nico
Nico – ว้าววว !! ชั้นต้องสร้างอะไรเจ๋งจากไอ้นี่ออกมาได้แน่ๆเลย 



Lady – นี่ ...เราเชื่อใจหมอนั่นได้รึเปล่า?
Nero – การคาดเดาของคุณก็คงดีพอๆกับผมนั่นแหละ ผมคิดว่า เขาก็พอจะมีประโยชน์กับเราอยู่บ้างเหมือนกัน ยังไม่ได้พูดอะไรมากเถอะ ตอนนี้คุณต้องการพักผ่อน นอนพักซักหน่อยเถอะ 



Nico – นี่ Lady ตื่นได้แล้ว ! ได้เวลาทำงานแล้ว 
Lady – เขาเพิ่งบอกให้ชั้นพักผ่อน ...



Nico – อ่อ เขาบอกว่าเธอต้องพักผ่อนหรอ แหม่ แต่เราต้องทำทางเพื่อไปต่ออ่ะนะ เพราะงั้นก็เริ่มขุดกันได้แล้ว มาเร็วๆ ลุกขึ้น ลุกขึ้น 
Lady – แล้วมีชุดอะไรที่เหมาะใช้ใส่ขุดบ้างรึเปล่าล่ะ?


ภารกิจนี้แยกเป็น 2 เส้นทางที่สามารถเลือกตัวละครที่จะเล่นได้ 2 คนระหว่าง V และ Nero
ซึ่งเส้นทางของทั้งคู่ที่ต้องผ่านไปยังจุดหมายนั้นไม่ต่างกันมากนักเพราะทั้งคู่อยู่ในพื้นที่เดียวกันที่อยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก


โดยทั้งคู่ต้องลุยผ่านเส้นทางสถานีรถไฟใต้ดินของเมือง Redgrave เพื่อทะลุผ่านไปโผล่ที่ซากโรงละครที่เป็นที่ตั้งของต้นไม้ปีศาจ Qliphoth ที่อยู่ในเขตนี้



Nero – เยี่ยม นี่มันการรวมตัวกันของวงบอยแบนด์อะไรซักอย่างป่ะเนี่ย ฮ่าๆ 
V – พวกที่ถูกปีศาจสิงสถิต  ....ข้าต้องทำลายพวกมัน
Nero – ชั้นว่าเราก็มีแผนแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ไม่ใช่รึไง 



                          Boss – Proto Angelo และเหล่า Dark Knight Soldier Scudo Angelo 

การต่อสู้กับกองทัพอัศวินมืด Angelo บนซากปรักหักพังของโรงละครที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ร่วงไถลลงมาจบลงตรงที่เหล่า Angelo วอดวายก่อนที่ V และ Nero จะลื่นไถลมาถึงพื้นที่ด้านล่างซึ่งเป็นที่ที่ V นั้นแสนจะคุ้มเคย


Nero – ไอ้ซากปรักหักพังนั่นมาพาเราไกลมาเหมือนกันนะเนี่ย ..เป็นไร แค่นี้เหนื่อยแล้วรึไง?
V – ดูเหมือนชั้นจะจำอะไรบางอย่างได้นิดหน่อย เมืองนี้เคยถูกโจมตีมันครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ว 



Nero – ว่าไปนั่น ?
V –   และชั้นก็เคยอยู่ที่นี่ด้วย ชั้นจำมันได้ ...จริงๆแล้วชั้นเคยเล่นตรงนี้ด้วยซ้ำ 



                                              V –     ..และ นั่นคือบ้านของชั้น 



V – เราคงต้องแยกกันที่ตรงนี้แหละนะ นายล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน 
Nero – อยากระลึกความหลังที่แสนหวานก่อนรึไง? 
V – เปล่า ชั้นกำลังจะตามหาดาบ Sparda อยู่  
Nero – เอ่อ ชั้นว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยนะ เชื่อชั้นดิ



V – นายไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้หรอก แต่ถ้าอยากจะชนะศึกนี้เราต้องการทุกตัวช่วยเท่าที่เราจะหาได้ ชั้นเคยบอกแล้วไม่ใช่หรอ
Nero – ไม่ใช่คนแรกที่คิดแบบนี้งั้นหรอ? ...... นายต้องการจะบอกอะไรชั้นกันแน่วะ ?



                                       Mission 8: DEMON KING


                                       15 มิ.ย / 9 โมง 56 นาที / เมือง Redgrave




Nero – คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ......เฮ้อออ มาตรงเวลาเป๊ะเลย เอาล่ะแบบนี้พวกเราค่อยดูเหมือนเป็นทีมเดียวกันหน่อย 
Nico – นี่นายมาทำพูดแทะโลมกับชั้นหรอยะ? พอเลย ขึ้นรถมาเตรียมตัวได้แล้ว 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
                             
                                                        New Devil Breaker 



Rawhide คือแขนกลที่ใช้แส้เหล็กปลายแหลมในการโจมตี
Normal Attack (กด O) ปล่อยหมัดโจมตีด้วยแส้เหล็กใส่ศัตรู
Boost Knuckle Attack (กด O ค้างแล้วปล่อย) ปล่อยหมัดโจมตีด้วยแส้เหล็กจำนวนมากใส่ศัตรูตามด้วยการจับศัตรูฟาดลงกับพื้น


Ragtime คือแขนกลที่ใช้สำหรับหยุดเวลา
Normal Attack (กด O) ปล่อยพลังหน่วงเวลากับศัตรูตัวเดียวในช่วงเวลาสั้นๆ
Boost Knuckle Attack (กด O ค้างแล้วปล่อย) ปล่อยพลังหน่วงเวลาในวงกว้าง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในที่สุด Nero ก็สามารถเข้ามาด้านในต้น Qliphoth ต้นที่เขาเคยทิ้งพวก Dante เอาไว้ในห้องบัลลังก์ของ Urizen ก่อนที่จะรีบเดินทางมุ่งหน้าไปที่นั่นอีกครั้งเพื่อค้นหาและช่วยเหลือ Dante เท่าที่จะทำได้อย่างที่เคยสัญญาเอาไว้


เส้นทางของ Nero ที่เหยียบย่างเข้าไปคือภายในของต้น Qliphoth ที่น่าขยะแขยง เป้าหมายของ Nero ลงไปตามท่อลำเลียงอาหารที่เต็มไปด้วยเลือดของมนุษย์ที่กำลังถูกส่งไปที่ยอดสุดของต้นไม้ เพื่อไปที่ห้องบัลลังก์ของ Urizen ที่ชั้นล่างสุดของลำต้น ระหว่างจะพบเทวรูป Divinity Statues ซึ่งเป็นที่ที่ใช้สำหรับนำ Red Orb มาแลกเปลี่ยนเป็น Skill และ ไอเทมในจุดที่รถ Nico เข้าไปไม่ถึง

เมื่อเดินทางมาลิฟต์ลาวาเลือดตัวที่ 2 ระหว่างขึ้นลิฟต์ก้อนหินมองทางขวาจะมีที่เกาะโหนขึ้นไปด้านบนต่อ โดดลงไปด้านล่างของอีกที่ขึ้นมาจะเห็นสัญลักษณ์ของ Secret Mission ที่พนังปรับให้ตรงเพื่อเปิดเผยทางเข้าทำภารกิจออกมา


                                                       Secret Mission # 5 

เงื่อนไข – ใช้แขนกลเกาะยึดตะเกียงที่ลอยอยู่ (ต้องยิงจนไฟติดเพื่อให้มันสามารถเกาะได้ก่อนด้วย) ให้ไปถึง Blue Orb ที่อยู่ด้านในโดยห้ามตกพื้นเด็ดขาด

จากนั้นเดินทางต่อจนถึงจุดที่เจอซากตู้โทรศัพท์ที่ยังเสือกสามารถใช้การได้ Nero จึงสามารถโทรเรียกรถของ Nico ให้เข้ามาให้บริการถึงที่จนได้ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว Nero ก็จะเข้าไปถึงห้องบัลลังก์ของ Urizen อีกครั้ง


Nero – ไงไอ้ปีศาจเฮงซวย คิดถึงชั้นมั๊ย? ...Dante เพื่อนของชั้นอยู่ไหนวะ? ไม่มีศพ อยู่ๆเขาจะสลายไปได้ยังไง หรือแกจัดการเขาจนไม่เหลือซากอะไรเลย? 



Urizen – แกกลับมาตายที่นี่ทำไม?
Nero – พูดได้ด้วยเว้น แกน่ะ Urizen ใช่มั๊ย? ชั้นว่าครอบครัวแกคงไม่ค่อยชอบแกหรอกเพราะตั้งชื่อให้แกซะโคตรห่วยเลย
Urizen – ข้าไร้นาม !! ข้าคือพลังอันสมบูรณ์แท้ 
Nero – ก็ดี ไม่มีชื่อใช่มั๊ย เดี๋ยวจะเขียนไว้ให้ที่ป้ายหลุมศพแกให้เอง 
Urizen – แกจะต้องเสียใจ ....และตายในที่สุด 
Nero – เออ ชั้นจะแสดงให้แกดู ไอ้ตัวถ่วง เอ้ย !


                                                             Boss – Urizen

Nero ที่เข้าต่อสู้ด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นและอยากพิสูจน์ตนเองไปพร้อมๆกัน ทำเอาแนวป้องกันของผลึกแก้วที่คอยกั้นขวางการโจมตีจน Urizen แทบไม่ต้องลุกจากบัลลังก์เหมือนทุกครั้งต้องแตกกระเด็นและเปิดช่องว่างให้ Nero เข้าโจมตี


แม้ท้ายที่สุดร่างของ Nero จะถูก Urizen ปัดกระเด็นไปอย่างไม่ใยดี แต่ครั้งนี้ Nero ได้ทิ้งรอยแพลไว้ให้ที่ฝ่ามือ Urizen ไว้ดูต่างหน้า แม้ว่ามันจะไม่ช่วยให้ได้ชัยชนะกลับมาก็ตามที่


                              Nero – มันก็ไม่ถึงกับคว้าน้ำเหลวหรอกน่า 



Urizen – มนุษย์ที่แสนจะอ่อนแอ พลังปีศาจไม่อาจทะลุเข้าเส้นเลือดของแกได้ แต่เจ้าก็ได้พยายามแล้ว แกกล้าดียังไงที่เข้ามาโจมตีข้า 



Nero – อะไรวะเนี่ย !?
Urizen – แกต้องเสียใจที่เกิดมาเป็นมนุษย์ที่ไร้ค่า ข้าจะแสดงให้แกเห็น ฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดของแก ข้าจะมอบความสูญสิ้นและความตายให้กับแก !!


แรงบู้ของ Nero ในครั้งนี้คุ้มค่าที่เขากลับมาพร้อมของดี เพราะมันทำให้ Urizen ยอมลุกจากบัลลังก์ตามราวีอย่างที่การต่อสู้ควรจะเป็น


ร่างของ Urizen ที่ลุกขึ้นมาจากบัลลังก์นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงขนาดที่ใหญ่โตและยังเต็มไปด้วยพละกำลัง มันใช้หนวดที่แข็งแกร่งโอบรัด Nero เอาไว้จนไม่สามารถต่อกรได้ก่อนที่มันจะหมายปลิดชีวัน

จู่ๆแรงสั่นสะเทือนก็เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลั่น จากร่างของสิ่งที่เป็นปริศนาที่ร่วงลงมากระแทกพื้นจากด้านบน ทำให้หนวดของ Urizen ขาดสะบั้น

ก่อนที่ไอเลือดที่บดบังจะเปิดเผยให้เห็นปีศาจที่ดูทรงพลังในท่าทีมาสยายปีกอยู่ตรงหน้า Urizen และเริ่มต่อกรกับหนวดปีศาจที่ Urizen ปล่อยมาจนขาดสะบั้น



                   Urizen – ปีศาจที่แสนต่ำต้อยตนใดที่บังอาจกล้าลุกขึ้นมาเป็นปรปักษ์ต่อองค์ราชา?





                                         Nero – นั่นมัน .... ปีศาจ อย่างงั้นหรอ?

Nero ที่เห็นเพียงร่างของปีศาจปริศนาที่เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ ต่างก็นึกเดาไปต่างๆนานาก่อนที่สติสัมปชัญญะที่เหนื่อยล้าจากอาการบาดเจ็บจะค่อยๆดับลงไปพลันพร้อมกับภาพเลือนรางในสายตาจนไม่รู้ที่มาที่ไปของศึกตรงหน้าว่าจะเป็นอย่างไร .....



                                           Mission 9: GENESIS


                                                    ไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านี้




                          วันที่ 3 พ.ค / 2 ทุ่ม 8 นาที / ร้าน Devil may cry เมือง Redgrave  



Dante – รู้จักการเคาะประตูบ้างมั๊ยฟ่ะ Morrison ?
Morrison – เออ ก็รู้อยู่ .... ชั้นมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายอยากรู้ข่าวไหนก่อนล่ะ?
Dante – แล้วแต่เพ่เลย บอกๆมาเหอะ
Morrison – เอาข่าวร้ายก่อนล่ะกัน น้อง Patty ของนายอยากจะเชิญนายไปงานวันเกิดเธอน่ะ ซึ่งแน่นอนว่าโทรศัพท์นายถูกตัดเลยติดต่อไม่ได้ 
Dante – นายยังฉลาดเหมือนเดิม ...บอกเธอไปรึเปล่าล่ะว่า น้ำ ไฟ ก็ถูกจัดด้วยเหมือนกัน? แล้วข่าวดีล่ะเรื่องอะไร ? 
Morrison – ชั้นพาลูกค้ามาให้ ...เงินสดๆ ...ที่หน้าประตู
Dante – เงินสด ! แบบนี้สิชั้นชอบ จะได้เอาไปจ่ายค่าน้ำ ห้องน้ำจะได้ใช้ได้ซักที 


Morrison – เอ้า .. น้ำ ไฟ แก๊ส อะไรที่หมดก็เอาไปจัดการให้หมด นายเป็นตัวแทนของชั้นแล้ว
Dante – อ่า ไฟใช้ได้ซะที


Dante – ร้าน Devil may cry ครับ
Patty – Dante Dante พี่รู้มั๊ยหนูพยายามโทรหาพี่มากี่ครั้งแล้ว? เป็นล้านๆครั้งแล้วมั้ง
คืนนี้หนูจะจัดงานวันเกิดนะ เย้ๆๆ ปีนี้ 18 แล้ว ไม่ใช่เด็กแล้วนะจะบอกให้ ...
Dante – ดึงสายออกแม่งเลย ...


Dante – โอเค ฟังนะ Morison ชั้นยอมรับงานนั่นเอง ขอให้ชั้นรอดพ้นจากการต้องไปงานปาร์ตี้บ้าๆนั่นเป็นพอ 
Morrison – งั้นก็จัดให้เดี๋ยวนี้เลย ขอเชิญพบกับคุณลูกค้าของนาย


Morrison – ฟังนะ ชั้นไปติดต่อ Lady กับ Trish ให้มาร่วมทีมด้วยเรียบร้อยแล้วนะ
Dante  - อะไรนะ! ไม่เอาน่า นายคิดว่าชั้นรับงานนี้คนเดียวไม่ไหวงั้นหรอ? 
Morrison – งานช้าง งานนี้งานช้างเลยล่ะ Dante นายต้องมีคนช่วยโอเค๊
 Dante – แล้ว เอ่อ นายน่ะชื่ออะไรคุณลูกค้า ?


                     – ผมไม่มีชื่อหรอก ก็เพิ่งเกิดได้แค่ 2 วันเอง ล้อเล่นนะ เรียกผมว่า V ก็ได้              


Dante – โอเค V ทำไมนายไม่อธิบายเกี่ยวกับงานนี้ให้ฟังหน่อยล่ะ 
V – ปีศาจที่ทรงพลังตนนึงกำลังจะคืนชีพ และ เราต้องการห้คุณช่วย Dante
Dante – ฮ่าๆๆๆ ปีศาจที่ทรงพลัง นายรู้มั๊ยว่าชั้นได้ยินไอ้คำว่า ปีศาจที่สุดยอดทรงพลัง ปีศาจโคตรเก่งอะไรแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว พอเอาเข้าจริง ก็นะ ..


V – แต่รายนี้พิเศษ 
Dante – พิเศษงั้นหรอ? โอเค แล้วไอ้ตัวนี้มันพิเศษยังไง?
V – ปีศาจตนนี้คือ เหตุผล .... เหตุผลที่นายต้องต่อสู้ด้วย 
Morrison – แล้ว ไอ้ปีศาจตัวนี้มันมีชื่อมั๊ยล่ะ?
V - .........................



                                  15 มิ.ย / 10 โมง 06 นาที / ชานเมือง Redgrave



ด้วยความมุ่งมั่นของ V ที่จะค้นหาดาบสปาร์ด้าจนต้องปล่อยให้นีโรไปเผชิญหน้ากับปีศาจราชา Urizen เพียงลำพังเพื่อหวังจะแก้แค้น แต่ก็ต้องเจอ Urizen ที่ปลอดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา พลังที่นีโรมิอาจคู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ด้วยในตอนนี้ จนกระทั่งปีศาจที่ไม่คุ้นต่ปรากฎตัวออกมาด้วยดวงตาที่ลุกโชนสีแดงเข้ามารับหน้าบุกโจมตี Urizen


Griffon – อะไรของมันวะนะ?
V – เจออะไรบ้างมั๊ย?
Griffon – เออ ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาเจออะไรนะ แต่ ข้าคิดว่าข้าเห็นพวกปีศาจกำลังเต้นรำกันอยู่อ่ะ
V – ดี งั้นเรารีบไปต่อกันเถอะ ดาบ Sparda อยู่ใกล้ๆนี่แหละ มันตกลงมาจากต้น Qliphoth 

เดินทางเข้าไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของเมืองเล็กๆที่อยู่ชานเมือง Redgrave เข้ามาได้ซักพักจนถึงจุดตำแหน่งตามรูป


จัดการศัตรูให้หมดแล้วเรียก Nightmare ออกมาถล่มพนังจนสามารถผ่านเข้าไปด้านในได้ เข้ามาแล้วก่อนจะโดดลงไปที่หน้าผา แวะมองไปทางซ้ายของทางเดินจะเห็นประตูทางเข้าที่มีรากของ Qliphoth ขว้างอยู่


เข้าไปยืนใกล้ๆแล้วเรียกให้ Nightmare ออกมาทำลายแกนของรากที่อยู่ด้านในจนทำให้รากสลายไปกจะเข้าไปด้านในได้ ขึ้นไปด้านบนของทางเดินก็จะพบสัญลักษณ์ของ Secret Mission


                                                     Secret Mission # 6

                       เงื่อนไข –  กำจัดศัตรูให้หมดโดยใช้เวลาน้อยกว่า 20 วินาที

จากนั้นกลับออกไปที่ทางเข้ามาแล้วโดดลงหน้าผาไปด้านล่าง ลุยเข้าไปด้านในซากอาคารทะลุลงไปในทางเดินด้านในจนมาถึงจุดที่สามารถโทรหา Nico ให้นำรถมาให้บริการให้ เมื่อออกพ้นเส้นทางใต้ดินจะสามารถออกมาที่ซากอาคารที่มีพวกปีศาจกำลังเต้นรำกันอยู่



Griffon – โว้ๆๆ นี่มันเหมือนพวกมันกำลังทำพิธกรรมอะไรบ้างอย่างป่ะเนี้ย? นี่พวกแกกำลังเต้นรำเพราะความคลั่งไคล้ Sparda ใช่มั๊ย?
V – เดี๋ยวชั้นจะเอาดาบนั่นลงมา ... พวกแกก็น่าจะรู้นี่ว่าการสักการะบูชาแบบไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ไม่ได้ทำให้ Sparda ยินดีปรีดาอะไรซักหน่อยนี่ 


                                                            Boss – ฝูง Nobody 



V – ในที่สุดก็ได้มาซะที ..... ดูเหมือนว่าดาบนี่จะแข็งแกร่งเกินที่ชั้นจะรับไหวอยู่เหมือนเดิม แต่ เจ้าเด็ก Nero นั่นน่าจะแข็งแกร่งพอ 


                                                   Shadow – โฮกกกก !!!
                                 Griffon – เหมือนชาโดว์มันจะบอกอะไรเรานะ



                                                      V – นั่นมัน .... Dante !


                                        Griffon – ดูเหมือนเขายังไม่ตายด้วยนะ 
                      V – ดูเหมือนดาบ Sparda จะช่วยปกปิดตำแหน่งของดันเต้เอาไว้นะ 
               Griffon – อะไรมันจะโชคดีขนาดนั้น  ..... เออ V ไม่นะ ไม่ๆๆๆ เก็บไว้เลย ไม่เอาน่า 


                     V – ถ้ามีเพียงคุณเท่านั้นที่จะเอาชนะ Urizen ได้ ..แล้วถ้า ไม่ ....
                    Griffon – V ไม่นะ V ไม่ๆๆๆๆ !
                     V – แล้วถ้าคุณไม่มีชีวิตอยู่แล้วล่ะ ... งั้นชั้นก็จะ !!!!!


                                    Griffon – อย่าทำแบบนั้น V ไม่ๆๆๆๆๆๆ !!!





                                                 UPDATE  21 / 3 / 2019 






                                      Special costume EX Color Unlock
                                              เงื่อนไขการปลดล็อกชุดพิเศษหลังจบเกม



                                                   Jade and Gold - EX Colour V –

                               เงื่อนไข - ต้องเล่นจบ 3 รอบ [บังคับ V เล่น รวม 25 Mission]
                              Extra Effects: ไม่มี


                                                                 Super Nero

                                  เงื่อนไข : ต้องจบโหมด Dante Must Die (ไม่สน Rank)
          Extra Effects: ใช้ devil trigger ได้ไม่จำกัด / ออโต้รีโหลดชาร์จ Blue Rose พร้อมกระสุนระเบิด



                                                                    Super V 

                                      เงื่อนไข : ต้องจบโหมด Dante Must Die (ไม่สน Rank)
      Extra Effects: ใช้ devil trigger ได้ไม่จำกัด / Shadow กับ Griffon อยู่ในสถานะบัฟถาวรและแน่นอน เรียก Nightmare ได้ตลอด


                                                                     Super Dante

                                      เงื่อนไข : ต้องจบโหมด Dante Must Die (ไม่สน Rank)
       Extra Effects: ใช้ devil trigger ได้ไม่จำกัด แต่หากกดใช้ร่าง Sin Devil Trigger เกทจะลดเหมือนเดิม(เพื่อไม่ให้ง่ายเกินไป) แต่จะสามารถกดชาร์จพลัง  Devil Trigger ได้ตลอด


                                               Blue and Gold - EX Colour Vergil –

                                      เงื่อนไข : ต้องจบโหมด Heaven or Hell  (ไม่สน Rank)
                              Extra Effects: เวอร์จิลจะเปลี่ยนไปใส่ชุดของภาค 3 นี้ในทุก cutscenes