วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Red Dead Redemption 2


                                 

                       บทสรุป Red Dead Redemption 2


                                                 BY Decibel per - oxide


In the Old West, you bet it was rough      
ในตะวันตกสมัยก่อน เชื่อเลยว่ามันยากลำบาก

Both men and women were hardy and tough   
ทั้งหญิงชายต่างแกร่งกล้าและทรหด

For sure there were those who were lawless and mean 
แน่ละมีพวกนอกกฎหมายและพวกเอาแต่ได้

But most folks were fine,          
แต่คนส่วนใหญ่เป็นคนดี

like you and like me.            
เหมือนคุณ  เหมือนผม

In the absence of politics, fences and rules   
ในภาวะที่ปลอดการเมือง ปลอดรั้วและกฎหมาย

an unwritten 'code' was the West's best tool   
“บทบัญญัติ” ที่ไม่ต้องบันทึกคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในยุคนั้น

You behaved, or you could die      
คุณต้องทำตาม หรือไม่ก็ตาย

No foolin, no waiting, short trial.      
ไม่มีการหลอก ไม่มีการรอ การพิพากษานั้นสั้น

An eye for an eye and a one way trip       
ตาต่อตา และการเดินทางที่ไม่มีวันหวนกลับ

“Bring back the code” ของ Jim Reader
https://open.spotify.com/track/7m9obH78XTDPnFfRrOYxSn

https://web.facebook.com/JEABYODEL?eid=ARBX8ywCXgBTNxTFEBJ_Jp4kZcIs2-e4cW-6855BqTkG924C3C7ZoUdrpCkW49fQYyibZPeJzalYBw42


ปี ค.ศ 1899 ยุคสมัยของพวกนอกกฎหมายและเหล่ามือปืนภายใต้ฉากหลังของดินแดนเถื่อนทางตะวันตกของแม่น้ำมิซซิสซิปปีกำลังใกล้จะสิ้นสุดลง หลังจากสั่งสมจิตวิญญาณของยุค Wild West มาตั้งแต่หลังสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกากำลังจะสิ้นสุดลง อเมริกากำลังจะกลายเป็นดินแดนแห่งกฎหมาย 



เมื่อการสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกาครั้งที่ 11 ในปี 1890 ได้มาถึง ผู้ตรวจการรัฐ ก็เริ่มเดินหน้าหาข้อยุติของปัญหาในเรื่องการตั้งถิ่นฐานของผู้อพยพ พร้อมทั้งนำกฎหมายเข้ามาบังคับใช้ในการควบคุมดินแดนบ้านป่าเมืองเถื่อนทางฝั่งตะวันตกอย่างจริงจังเพื่อทำให้เขตพรมแดนระหว่างความศิวิไลและล้าสมัยหมดสิ้นลง เหล่าผู้ใช้ชีวิตอย่างอิสระตามใจจนเกินความดีงามก็ถูกตีตราว่าคือ พวกนอกกฎหมาย จาก ผู้รักษากฎหมายที่เข้ามาควบคุม 



คนส่วนใหญ่ทั่วไปก็เต็มใจที่จะยอมเชื่อฟัง ในขณะที่แก๊งนอกกฎหมายที่ยังหลงเหลือบางแก็งก็ต้องใช้ชีวิตซัดเซพเนจรระเหเร่ร่อนไป ท่ามกลางการถูกไล่ล่าจากผู้รักษากฎหมายที่หมายจะกำจัดทิ้งอย่างไม่ใยดี  

https://en.wikipedia.org/wiki/American_frontier
http://www.gettawa.com/cowboystory/ch2_CowboyLegend.htm

ไม่เว้นแม้กับแก็ง Van der Linde ที่ยิ่งใหญ่ของ Dutch ที่ตอนนี้ต้องเดินทางฝ่าสภาพอากาศที่เลวร้ายเพื่อหนีจากการไล่ล่าของทางการกับลูกน้องที่หลงเหลือจากการล้มตายเพียงไม่กี่คน 


แก็ง Van der Linde ก่อร่างสร้างมาจาก Dutch กับเพื่อนซี้นามว่า Hosea Matthews เมื่อครั้งตอนที่พบกันครั้งแรกในวัยเพียงยี่สิบต้น ๆ ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์สองคนที่มีแรงบันดาลใจเดียวกันได้ร่วมเดินทางออกปล้นด้วยกันจน Hosea กลายเป็นทั้งมือขวาและเพื่อนรักของ Dutch 



ก่อนที่ทั้งคู่จะมาพบกับ Arthur Morgan เด็กกำพร้าวัย 13 ชาวเวลส์ที่พ่อแม่ถูกจับในข้อหาลักพาตัว ประจวบเหมาะกับวิสัยทัศน์ในความเกลียดชังในกฎหมายเหมือนๆกัน ทั้ง 3 จึงก่อตั้งแก็ง Van der Linde ขึ้นมาจากการรวบรวมพวกคนจรจัดที่มีเจตนารมณ์เดียวกันที่พบเจอระหว่างทาง



โดยสมาชิกรุ่นแรกของ แก็ง Van der Linde นั้นประกอบด้วย Dutch van der Linde (หัวหน้าแก็งค์) , Hosea Matthews รองหัวหน้า มือขวาของ Dutch , Arthur Morgan หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ (ตัวเอกของเกม) , John Marston (ตัวเอกภาคแรก) , Bill Williamson อดีตทหารหัวรุนแรง , Javier Escuella นักปฏิวัติชาวเม็กซิกันจาก Nuevo Paraiso และ Micah Bell อดีตนักฆ่ามืออาชีพที่ไม่รู้จักคำว่าซื่อสัตย์ ก่อนที่จะเริ่มขยับขยายเป็นแก็งขนาดใหญ่ที่สามารถเดินบนถนนของอาชญากรแบบไม่ต้องเกรงกลัวใคร



               Abigail บอกว่าเขาใกล้จะตายแล้วอ่ะ Dutch เราคงต้องหาที่หยุดพักกันก่อนแล้วล่ะ !!

                             โอเค ชั้นส่ง Arthur ออกไปดูต้นทางข้างหน้าแล้วล่ะ 

ถ้าเราไม่หยุดหาที่พักกันก่อน เราได้ตายกันหมดแน่นอนครับ ก็หวังว่าไอ้พวกผู้รักษากฎหมายมันจะตามเราไม่ทันอย่างที่ชั้นคิดอ่ะนะ 

                               นั่นไง เขากลับมาแล้ว ไง Arthur มีโชคบ้างมั๊ย?



ผมเจอที่ที่นึงที่เราพอที่จะพักได้นะ น่าจะพอให้ Davey พักได้ มันเป็นเหมืองร้างที่ไม่ไกลจากนี่หรอก ตามผมมา !!

                            Chapter 1 : Colter 


                                          1 – 1 Outlaws From the West



                                            เอาเขาเข้ามาข้างในเลย 

                           Miss Gaskill เอาไฟมาส่องตรงนี้หน่อยเร็วๆ !

                         Miss Jone ขออะไรก็ได้ที่พอจะห่มได้หน่อย !!

                 คุณ Pearson เห็นมั๊ยว่าเราต้องการอาหารน่ะ ลองไปหาดูหน่อย 

                                             Davey ตายแล้วล่ะ 

                                                ตายแล้วหรอ?

                                      นายช่วยอะไรเขาไม่ได้หรอก

                แล้วเราจะเอาไงต่อล่ะ? เราต้องการของกินของใช้จำนวนมากเลยนะ 



แต่ทุกคนก็ต้องพักที่นี่กันก่อน ทำให้ร่างกายอุ่นเข้าไว้ ตอนนี้ชั้นส่ง John กับ Micah ออกไปสำรวจแถวๆนี้ดูแล้วล่ะ แต่เดี๋ยวชั้นกับ Arthur จะออกไปดูลาดราวเพื่อจะเจอพวกเขา

                                             ในสภาพอากาศแบบนี้อ่ะนะ !?

                              ก็แค่เป็นเดียวแหละน่า นายก็รู้ว่าเราไม่มีทางเลือก 




Dutch –  เอาล่ะทุกคนฟังผมแปบนึงนะ .. ตอนนี้พวกเรา เอ่อ ..ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาสองสามวันแล้ว ชั้นรักเจ้า Davey มันมากนะ  ..Jenny John Mac พวกเขาจะยังอยู่ดีมั๊ยเราก็ไม่รู้ ..แต่ก็ถือว่าคนของเราสูญหาย 



ตอนนี้ถ้าทำได้ชั้นคงจะออกไปตามหาพวกเขาแล้ว แต่ เราจะขี่ม้าออกไปหาอาหารมาให้ ทุกคนอยู่ในนี้ ทุกๆท่าน ตอนนี้พวกเราปลอดภัยแล้ว รับรองว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หน้าไหนที่จะตามเรามาในสภาพอากาศแบบนี้แน่ๆ และ เมื่อถึงตอนที่พวกมันมาถึงที่นี่ เราก็คงไปกันนานแล้ว 



คุณ Pearson .. Miss Grimshaw ผมต้องการให้พวกคุณเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นแค้มป์ชั่วคราวของเรา ยังไงเราก็คงต้องอยู่ที่นี่ซักวันสองวันก่อน เอาล่ะ ทุกๆท่าน ทุกๆท่าน ! พยายามทำตัวเองให้อุ่น เข้มแข็งเข้าไว้ และอยู่ร่วมกับผมต่อไป เพราะงานของเรายังไม่จบ เอาล่ะ ไปกันเถอะ Arthur เรามีงานต้องทำ


Dutch – เอาล่ะ ตอนนี้เราจะยังไม่ออกไปตามหาพวกเขาอ่ะนะ พวกเขาทั้งคู่น่าจะมุ่งลงไปที่ตีนเขาแล้ว
Arthur – ชัวร์ เออ เฮ้ ผมรู้ว่าไม่ควรถามตอนนี้ แต่ ทำไมถึงต้องกลับไปที่เรือลำนั้นอีกล่ะ?
Dutch – เพราะเราคิดถึงนายไง ก็เท่านั้นแหละ มาเถอะ !




Dutch – ตอนนี้เราต้องพึ่งความแข็งแกร่งของนายนะ
Arthur – โอเค .. แต่ผมไม่มั่นใจว่าเราจะหาอะไรเจอในสภาพอากาศแบบนี้หรอกนะ Dutch
Dutch – ยังไงเราก็ต้องลองพยายามดูก่อนแหละ เข้ามาใกล้ๆกันไว้นะเราต้องเกาะติดเส้นทางไว้ให้ดีๆด้วย 
Arthur – อากาศมันแย่งจริงๆ
Dutch – พายุแบบนี้เต็มที่สองสามวันก็จบแล้วล่ะ

Dutch – แล้วเรื่องเงินนั่นล่ะ? ได้โปรดบอกชั้นหน่อยว่า ในที่สุดนายก็เอามันมาก่อนที่มันจะหายไปกับเรือบ้านั่นน่ะ 
Arthur – เราได้มันมาแล้วล่ะครับ มันถูกซ่อนไว้ในจุดซ่อนเงินที่อยู่ในเมือง
Dutch – เดี๋ยวนะ เหมือนกันชั้นเห็นใครกำลังมาทางนี้ด้วย .. นั่นใครน่ะ !?


Micah – ผม Micah เอง !
Dutch – ไง เจออะไรบ้างมั๊ย? 
Micah – คิดว่าเจอนะ ผมเจอบ้านพักอาศัยอยู่ในเส้นทางอยู่นิดหน่อย
Dutch –  โอเค แล้วมีคนอยู่อาศัยรึเปล่าล่ะ?
Micah – มีสิ มันมีแสงไฟและมีเสียงดังออกมาจากบ้านด้วย เหมือนกำลังจะมีปาร์ตี้งั้นเลย
Dutch –  ไหนขอดูหน่อย นำทางไปเลย


                                                                  Micah Bell 




                                                   ผมเชื่อว่า โลกนี้มีแค่ ผู้ชนะกับผู้แพ้
                                                        ไม่มีสิ่งใดนอกเหนือจากนั้น


แม้มือปืน revolvers คู่โทนแดง - ดำกับคนนี้จะเพิ่งเข้าร่วมแก๊งได้เพียง 5 เดือนก่อนเหตุการณ์ในเกมจะเริ่มขึ้น ประกอบกับความเป็นคนที่ป่าเถื่อน รักสนุกและไม่อาจคาดเดาได้ มิคาห์ก็อาจจะไม่ตรงตามมาตรฐานของแก๊ง Van der Linde มากนัก แต่มิคาห์ก็เป็นนักฆ่าที่มีประสบการณ์และได้รับความโปรดปรานจากดัตช์เป็นอย่างมาก มิคาห์นั้นเพิ่งมีบทบาทครั้งแรกในภาค 2 นี้ และ เป็นบทบาทสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับ แก๊ง Van der Linde จนยากจะลืมเลือน 
http://reddead.wikia.com/wiki/Micah_Bell





Micah – ตามมาเลยครับ ..แล้วเจ้า Davey ทำอะไรได้บ้างป่ะล่ะ?
Dutch – เขาทำไม่สำเร็จหรอก ..ไม่เหมือนกับ Jenny 
Micah – เป็นเรื่องที่แย่มาก Davey Callander เป็นนักสู้ตัวจริงคนนึงเลย แล้ว Mac กับ Sean ล่ะ?
Dutch – เราก็ไม่รู้เหมือนกัน 
Micah – เฮ้อ เป็นการทำธุรกิจที่ยากมากจริงๆ
Dutch – ชั้นดีใจนะที่นายปลอดภัยน่ะ Micah
Arthur – เฮ้ ถามเขาสิว่าเห็น John บ้างรึเปล่า?
Dutch – แล้วนายเห็น John บ้างรึเปล่าล่ะ Micah ?
Micah – พอพายุมามันก็ไม่เห็นอะไรอีกแล้วล่ะ ! 
Dutch – Micah ไม่เห็นเขา Arthur!
Micah – เขาไม่เป็นไรหรอกน่า ไอ้หมอนี่โชคเข้าข้างเขาเสมอแหละ
Dutch – ก็หวังว่า Mac กับ Sean คงจะปลอดภัยอยู่ที่ไหนซักแห่งข้างนอกนั่นเหมือนกันนะ ขึ้นหน้าไปเลย Arthur ผมจะระวังหลังให้เอง

Dutch – นานแน่ใจนะ Micah?
Micah – คุณ Morgan ผมไม่เห็นใครเลยจริงๆจนมาเจอพวกคุณเนี่ย โคตรดีใจเลยที่เจอหน้าพวกคุณตอนนี้ในสภาพอากาศแบบนี้ แล้วทุกกคนอยู่ไหนล่ะ?
Dutch – อยู่ที่เหมืองเก่าด้านหลังแนวเขานู้นแนะ 
Micah – นั่งรอรอบกองไฟรอป๊ะป๋าเอาหารมาวางให้บนโต๊ะสินะ ก็อย่าที่ผมเคยบอกก่อนหน้านี่นั่นแหละ มีคนมากก็กินมาก
Dutch – ตอนนี้เราเหลือกันไม่กี่คนแล้ว หวังว่านายคงจะพอใจแล้วนะ
Micah – เอาล่ะ ตรงไปที่สันเขาด้านล่างนั่นเลย แล้วดับตะเกียงซะด้วยล่ะ 



Dutch – เอาล่ะ Micah นายไปแอบที่รถม้านั่น ส่วน Arthur นายไปหลบต้องกระท่อมเก่าทางซ้ายนั่น ก้มต่ำไว้นะทั้งสองคน

                        เข้าไปหาที่กำบังที่กระท่อมฝั่งซ้ายด้วยการกด R1 เข้าที่กำบัง


Dutch – ฮัลโหล หวัดดีเพื่อน 
???? – นายต้องการอะไรเพื่อน
Dutch – ชั้นต้องขอโทษจริงๆที่ต้องรบกวนนะเพื่อน พอดีเพื่อนชั้นกำลังมีปัญหาน่ะ เราหลงทางในพายุกันอยู่
???? – เราคงช่วยพวกนายไม่ได้หรอกนะ
Micah – Arthur เรามีปัญหาแล้ว
Arthur – ได้ยินแล้ว นายจับตาดู Dutch ไว้ก็แล้วกัน 


เมื่อเห็นศัตรูที่ซุ้มออกมาจากด้านหลังบ้านแล้วก็ออกจากที่กำบังมาจัดการมันได้เลย ทันทีที่ลั่นกระสุนนัดแรกออกไปการดวลปืนกับพวกศัตรูจะเริ่มขึ้นทันที จัดการพวกศัตรูให้หมดแล้วเข้าไปรวมตัวกันในกระท่อมของพวกศัตรู

                                                     Challenge

- ไม่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการยิงต่อสู้
- ค้นหาไอเทมในกระท่อมได้ 6 หรือมากกว่า
- เสร็จสิ้น Challenge โดยมีความสมบรูณ์อย่างน้อย 80%


หลังจากจัดการศัตรูหมดแล้ว เข้าไปในกระท่อมเพื่อเก็บไอเทมต่างๆมาให้หมด แล้วกดใช้ไอเทมเติมพลังชีวิตซะ Dutch จึงจะออกไปรอข้างนอกพร้อมทั้งส่งให้เป็นค้นที่โรงหน้าต่อ

เข้าไปที่โรงนาฝั่งตรงข้ามกับกระท่อมที่พัก ทันทีที่เปิดเข้าไปด้านใน จะพบชายหนุ่มที่แอบอยู่ด้านในเข้ามาโจมตี หลังจากอัดมันลงกับพื้นสำเร็จ Dutch จะสั่งให้สอบสวนหาความจริงกับมัน โดยการกด L2 โพกัสไปที่ตัวมัน แล้วกดสามเหลี่ยมบีบคอแล้วกด O ต่อยมันจนมันพูดออกมา


Dutch – ถามมันสิว่า พวกมันมาทำอะไรกันที่นี่แล้ว Colm O’Driscoll มันอยู่ที่ไหน?
Arthur – พูดสิ ไอ้ลูกหมา !! Colm O’Driscoll มันอยู่ที่ไหน?
???? – อยู่กับคนอื่นๆ ที่แค้มป์ของพวกคนงานเหมืองทางใต้ของที่นี่ ใกล้ๆกับทะเลสาบ
Arthur – แล้วพวกแกมาทำห่าอะไรที่นี่วะ?
???? – เรากำลังเตรียมการปล้นรถไฟ เตรียมทำระเบิดไว้ทำลายราง ชั้นรู้แค่นี้แหละ จริงๆนะ สาบาน
Dutch – ดูเหมือนเราจะได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วนะ Arthur ส่วนนานจะจัดการมันยังไงก็เชิญ ชั้นไม่สนหรอก เสร็จแล้วก็ไปรวมตัวกันที่ม้าแล้วกัน



                                                 Choke (บีบคอจนตาย)
                                                     Spare (ไว้ชีวิต)
                                                        Beat (ต่อย)



หลังจากจัดการลูกน้อง O’Driscoll จนสาแก่ใจแล้วก็เข้าไปจูงม้าที่อยู่ในคอกออกมาด้วย เมื่อเดินกลับไปที่กระท่อมจะพบเสียงดังโวยวายออกมาจากด้านใน


Micah – ดูดิชั้นเจอใครซ่อนอยู่ในกระท่อมด้วยอ่า ฮ่าๆๆ 
????? – อย่ามาแตะตั้งชั้นนะ !!
Micah – ดุซะด้วย ฮ่าๆๆ
Dutch – อย่าไปยุ่งกับเธอ Micah!
Micah – ชั้นยังไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย! ดูเหมือนนางจะเป็นพวกเดียวกับ O’Driscoll นะ
Dutch – เธอไม่ได้เป็นพวกเดียวกับมันหรอก ดูเธอสิ 



Dutch – ใจเย็นๆก่อนนะ พวกเราสัญญาจะไม่ทำร้ายคุณหรอก คุณๆ มากับเราเถอะ ทุกอย่างจะเรียบร้อยนะ คุณกำลังทำให้ที่นี่ไฟไหม้หมดแล้ว มาเถอะ ทุกคนออกจากที่นี่ได้แล้ว เร็วเลย 



Dutch – คุณไม่เป็นไรนะคุณผู้หญิง
????? – พวกมันมาที่เมื่อ 3 วันก่อน แล้วมันก็ฆ่าสามีของชั้น ..พวกมัน ฮืออ
Dutch –คุณผู้หญิง ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้วนะ แต่คุณจะอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว บ้านไฟไหม้หมดแล้ว คุณต้องมากับเรา .. Arthur ดูแลเธอด้วย
Arthur – คุณผู้หญิง ไม่เป็นไรนะ ..เราก็เป็นคนไม่ดี แต่ไม่ได้ชั่วเหมือนพวกมันแน่นอน เราจะคุ้มครองคุณออกจากที่นี่ แล้วคุณจะไปไหนนั่นก็แล้วแต่คุณได้เลย ไม่ต้องกลัวนะ 
Micah – คุณชื่ออะไรหรอ? คุณผู้หญิง?
Adler – Adler .. Mrs. Sadie Adler ...




Lenny – เหมือนมีคนกำลังเข้ามานะ นั่น Dutch นี่ ! เฮ้ทุกคน Dutch กลับมาแล้ว ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง?




Dutch – Micah ไปพบบ้านหลังนึง แต่ เราไปเจอพวก Colm O’Driscoll อยู่ที่นั่น เลยเกิดการต่อสู้กันนิดหน่อย เราเจอคนของมันคนนึงแอบอยู่ที่นั่นด้วย บังคับให้มันพูดจนทำให้รู้ว่าพวกมันกำลังมีแผนปล้นรถไฟกันอยู่ แล้วผมก็พบเสบียงกับของใช้นิดหน่อย 



Dutch – แล้วก็นี่ Mrs. Sadie Adler ..Miss Tilly , Miss Karen พวกคุณช่วยทำให้ตัวเธออุ่นหน่อย หาอะไรให้เธอดื่มด้วยนะ Adler ไม่ต้องกลัวนะ คุณปลอดภัยแล้ว ...พวกมันทำให้นางกลายเป็นม่าย สัตว์นรกชัดๆ ..ผมคงต้องพักหน่อย ไม่ได้นอนมา 3 วันแล้ว 
Grimshaw – เชิญทางนี้เลยคะ Miss O’shea จะนำทางไปที่ห้องให้ ..คุณ Morgan เราจัดห้องให้คุณไว้ทางนี้คะ ส่วนคุณ Bell เชิญทางนี้คะ 
Micah – ทำไมที Arthur มีห้องให้แล้วทำไมชั้นต้องไปนอนเตียงพังๆใกล้กับ Bill Williamson ด้วยฟ่ะ !



                                1 – 2 : Enter, Pursued By A Memory



                                                              Challenge

                             - ไม่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างจัดการฝูงหมาป่า
                            - เสร็จสิ้น Challenge โดยมีความสมบรูณ์อย่างน้อย 80%


Abigail – เขาหายไปหลายวันแล้ว อากาศก็แย่แบบนี้ด้วย แต่เขาก็ทั้งแข็งแกร่งและฉลาด ไง Arthur คุณเป็นไงบ้าง?
Arthur – ก็ดี Abigail แล้วเธอล่ะ? 
Abigail – ชั้นอยากให้คุณ ..
Arthur – เฮ้อ .. 
Abigail – ชั้นขอโทษที่ต้องพูดแต่ 
Arthur – เพราะเจ้า John ตัวนายใช่มั๊ยล่ะ? ..เขาพาตัวเองไปหาปัญหาอีกแล้ว ..
Abigail – เราไม่ได้เจอเขามา 2 วันแล้วนะ 2 วันแล้ว !!
Arthur – John ของเธอเขาไม่เป็นไรหรอกน่า ชั้นหมายถึง เขาอาจจะทึ่มๆหน่อย แต่ก็แกร่งเหมือนกับเหล็กเหมือนกับหินเลยนะ เขาคงไม่ตายหรอกกะอีแค่เจอพายุหิมะเนี่ย 



Hosea -  ชั้นว่าออกไปดูเขาหน่อยก็ดีนะ Javier นายไปกับ Arthur นะ ลองไปหาดู John มันหน่อย นาย 2 คนคือมือดีที่สุดที่เรามีอ่ะนะ 
Arthur – ตอนนี้เลยหรอ?
Hosea - นาง เอ่อ พวกเราต่างก็เป็นห่วงเขาอ่ะนะ 
Javier – ชั้นรู้ ชั้นรู้ สถานการณ์เปลี่ยน แต่หวยมาออกที่ชั้นกับนาย ไปเถอะ Arthur
Abigail – ขอบคุณคะ ...

                                                 Javier Escuella 




                                                              เมื่อยามสู้ เราสู้
                                                          เมื่อยามหนี เราหนี
                                                       ถ้าหากเราต้องตาย ก็ตาย 
                                                    แต่นั่น ทำให้เราเป็นอิสระเสรี 

Javier Escuella  เกิดใน Nuevo Paraiso (เขตแดนการปกครองของชาวสเปนใน Red Dead Redemption) อดีตนักล่าค่าหัวจากกลุ่มปฏิวัติชาวแมกซิกันที่จำเป็นต้องหนีออกจากประเทศจากการไล่ล่าของทางการ มาเข้าร่วมแก็งค์ตั่งแต่ปี 1895 เนื่องจากชื่นชอบในอุดมการณ์ของ Dutch ซึ่ง Javier นั้นมีบทบาทสำคัญในภาคแรก ในฐานะหนึ่งในเป้าหมายในการไล่ล่าของ John  และอยู่ในฐานะตัวประกอบในภาค 2  

http://reddead.wikia.com/wiki/Javier_Escuella




Javier – ทางนี้ ล่าสุดที่ชั้นรู้ John มุ่งหน้าไปทางต้นแม่น้ำ นั่นแหละเรารู้ เขาขี่ม้าขึ้นเหนือแล้วไม่กลับมาอีกเลย 
Arthur – เขาคงไม่คิดที่จะหนีแน่นอน
Javier – ก็นะ แต่แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะ 
Arthur – เฮ้ ชั้นเห็นควันรอยขึ้นมา ลองไปดูกัน
Javier – หวังว่ามันคงไม่ใช่พวกของ O’Driscoll นะ 



Javier – อ่อ แค้มป์ไฟนะ อืมม ร่องรอย ... ไปทางนั้น ! มีร่องรอยเดินทางเรียบแม่น้ำไป โอเค ตามมา 
Arthur – นายคิดว่าเป็นร่องรอยของ John งั้นหรอ?
Javier – นายบอกชั้นสิ ที่รู้ๆมันเป็นรอยเท้าม้าแน่นอน แต่ไม่รู้ของใคร 

Arthur – อ่อ .. นายก็อยู่ที่นั่นด้วยนี่ Javier ถามหน่อยมันเกิดอะไรขึ้นที่เรือนั่น? 
Javier – เรากำลังจะได้เงินกันดีๆอยู่แล้ว จู่ๆพวกมันก็มาจากทุกทิศทุกทางเต็มไปหมด 
 Arthur – พวกนักล่าค่าหัวงั้นหรอ?
Javier – เปล่า พวกของ Pinkerton ** น่ะ พวกแม่งบ้าชิบเป๋ง มาถึงก็สาดกระสุนเข้ามาทันทีเลย


** The Pinkerton National Detective Agency ** คือ หน่วยงานนักสืบเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสหรัฐ ก่อตั้งโดย Allan Pinkerton 




        ในปี 1850 เคยทำหน้าที่เพื่อความปลอดภัยส่วนตัวให้กับ ประธานาธิบดีอับราฮัมลินคอล์น 



ในช่วงสงครามกลางเมืองและมีชื่อเสียงมากขึ้นเมื่อพวกเขาอ้างว่า ได้ทำการทำลายแผนการลอบสังหารประธานาธิบดีอับราฮัมลินคอล์นได้สำเร็จ 



ถือว่าเป็นองค์กรทางกฎหมายของเอกชนที่ใหญ่และมีอำนาจที่สุดในโลกในยุคนั้นและยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบันในนามของ The Pinkerton โดยมีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจเป็น การป้องกันภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบทางธุรกิจแทน ด้วยสโลแกนที่ว่า "We Never Sleep" ยืนยาวมาถึง 168 ปี
https://en.wikipedia.org/wiki/Pinkerton_(detective_agency)
https://en.wikipedia.org/wiki/Allan_Pinkerton
https://www.pinkerton.com/#landing


Javier – เอาล่ะ ช้าหน่อย ตรงนี้มันเป็นสันเหว ... ตอนนั้น Dutch ได้ฆ่าผู้หญิงไปคนนึง มันก็นะ ไม่ค่อยดีนักหรอก แต่ ตอนนั้นมันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมากๆ
Arthur – ชั้นว่า ดูไม่เหมือนเขาเท่าไหร่เลยนะ 
Javier – Davey เปิดฉากยิงก่อน จากนั้น Mac กับ John ก็กระหน่ำยิงตาม ชั้นไม่รู้ว่า Sean ไปไหน ชั้นแปลกใจมากที่พวกเราแยกย้ายหนีกันเร็วมากเลย 
Arthur – บ้าเอ้ย พายุเริ่มหนักขึ้นอีกแล้ว
Javier – เราต้องรีบไปให้เร็วขึ้นก่อนจะไม่เห็นร่องรอยอีก 
Arthur – อ่า ไม่รู้วะ Javier ชั้นกลัวเราตามไปแล้วไม่เจออะไรน่ะสิ 
Javier – ไปต่ออีกหน่อย เผื่อเราเจอร่องรอยอะไรเพิ่มอีกก็ได้ 



Javier – เฮ้ดูนั่นดิ นายเห็นอะไรมั๊ย? ซากม้า ชั้นจำได้ John ขี่ม้าตัวนี้มาตั้งแต่ Blackwater ลองยิงปืนดูหน่อยดีกว่าเผื่อเขาจะได้ยินเรา
John – เฮ้ ช่วยด้วยยย ผมอยู่ข้างบนนี้ !!!
Javier – นั่นไง เสียงมาจากด้านบนนั่น มาเถอะ เขาต้องที่ไหนซักแห่งบนนั้นแน่นอน !! ชั้นเอาปืน ShotGun ใส่ไว้ในเป้หลังม้าของนายด้วยนะไว้กันเหนียวไปหยิบมาใช้สิ


กด L1 โฟกัสไปที่ม้า เพื่อเข้าเมนูสิ่งของ กด L2 หรือ R2 หาปืน ShotGun แล้วปล่อย R1 จะสามารถหยิบปืนในเป้หลังม้ามาใช้ได้


Javier – เป็นไงบ้าง?
Arthur – สังเวชตัวเอง ... สองสามวันนี้เจอมาหนักมากๆ 
Javier – ชั้นรู้ ...อ่ะ ดื่มนี่ซะหน่อยสิ มันจะทำให้ดีขึ้น
** การดื่ม Kentucky Bourbon จะทำให้เกท Stamina (เกทรูปสายฟ้าทางขวาของเกทพลังชีวิต) เพิ่มสูงขึ้น ** 
Javier – ชั้นไม่เหมาะกับหิมะบ้านี่เลยจริงๆวะ เอาล่ะไปต่อกันเถอะ 
Arthur – John นายอยู่ที่ไหน ?!!!
John – ผมอยู่นี่ ริมผาด้านบน !!


Javier – นั่นไงเขา ... เอาล่ะ นั่งนิ่งๆก่อนนะ Marston !
Arthur – กว่าเราจะค้นหานายจนเจอก็เล่นเอาแย่เหมือนกันนะ 



John – ไม่อยากจะพูดแบบนี้เลยจริงๆนะ แต่ ดีใจที่เจอแกนะ Arthur Morgan 
Arthur – อย่าเพิ่งรีบตายละ คาวบอย ชั้นจะพานายกลับที่พักเอง 

Javier – เอาล่ะ เราคงกลับทางเดิมไม่ได้แล้วล่ะ งั้นมาที่นี่กันดีกว่า ไง ทำไมทำหน้าเหมือนไม่พอใจแบบนั้นล่ะ ?
John – เปล่า ... ชั้นขี้เกียจจะเถียงกันนายตอนนี้วะ 
Javier – เห็นมั๊ย ชั้นบอก Dutch แล้วว่านายไม่เหมาะกับงานนี้ 
John – ชั้นกะแล้วว่านายต้องพูดแบบนั้น ..อ๊ากกก !!
Javier – นายไม่เป็นไรนะ?
John – ชั้นก็หวังว่างั้นนะ ...
Javier – มาเถอะ หวังว่าทางนี้จะพาเราออกไปจากที่นี่ได้อ่ะนะ


Arthur – พวกหมาป่า .. เยี่ยมเลย เอาล่ะ พาเขาไปที่ม้าชั้นจะจัดการพวกเพื่อนๆของ John ให้จนกว่าพวกนายจะขึ้นมาเสร็จ 



Javier – เอาล่ะ John มาเถอะ ไปที่ม้ากัน ... เบี่ยงเบนความสนใจพวกมันไว้ Arthur ยิงมันเลย !! 



                        Javier – รีบไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะแห่กันมาอีก !! 



Javier – เฮ้ ใครก็ได้ออกมาช่วยหน่อย John กำลังบาดเจ็บหนัก มาช่วยเอาเขาลงจากม้าหน่อย! 
Abigail – เขายังไม่ตายจริงๆด้วย !!
Javier –  ให้ตายสิเจ้าโง่ระวังขาเขาด้วยสั
Abigail – เข้าไปข้างในชั้นจะทำให้เขาอุ่นขึ้นเอง ขอบคุณ ขอบคุณทั้ง 2 คนมากนะ !


Javier – คุณมีสาวๆที่หลงทางให้เราช่วยอีกมั๊ย? บอกได้นะ
Hosea – วันนี้ยังเพื่อน 



Arthur – คุณคุยกับ Dutch รึยังว่าเราจะเริ่มเดินทางออกจากที่นี่กันเมื่อไหร่?
Hosea – ชั้นเพิ่งคุยกับคุณ Strauss ว่าเราจะมุ่งตะวันออกต่อทันทีเมื่อพายุสงบอ่ะนะ 
Arthur – ตะวันออกเนี่ยนะ นั่นมันเป็นที่ที่ ...เจริญเกินไป
Strauss – ผมรู้ แต่ทางตะวันตกมันสร้างปัญหาให้เรามากกว่านี่ 
Arthur – เออๆ ก็จริง .... 
Hosea –  มาเถอะคุณ Strauss เข้าไปหาที่อุ่นข้างในนเถอะ
Strauss – ขอบคุณนะที่ช่วย คุณ Morgan 


                                   1 – 3 The Aftermath of Genesis


                                                           Challenge

- ฆ่ากวางทั้ง 2 ตัวด้วยธนูดอกเดียว 
- อย่าทำให้กวางตกใจกลัว
- ฆ่ากวางตัวที่ 2 ด้วยการฆ่าแบบ Clean Kill (ฆ่าโดยการยิงที่หัวหรือคอให้ตายภายในครั้งเดียว) 



                                               CARAVAN CAMP : Colter 



Mount Hagen ทางตะวันตกของเทือกเขา Grizzlies ทางทิศใต้ของทะเลสาบ Isabella ในเขต Ambarino


** Mount Hagen เป็นสถานที่สมมุติที่ถูกใส่เข้ามาในโลเกชั่นในแผนที่จริง เพราะ Mount Hagen ที่ในเกมนำเสนอนั้นในพื้นที่จริงจะเป็นหุบเขาเล็กๆทางใต้ของทะเลสาบ Isabella ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งจริงๆแล้ว Mount Hagen ไม่ได้อยู่ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แต่อยู่ที่ เวสเทิร์นไฮแลนด์ ใน Papua New Guinea และ เทือกเขา Grizzlies ของจริงก็อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Glacier ในมอนทาน่าทางเหนือของ ทะเลสาบ Isabella ใน แคลิฟอร์เนีย อีกไกล **


                                  ตำแหน่งของ Colter ที่น่าจะเป็นตำแหน่งจริงของแผนที่จริง

https://www.reddit.com/r/reddeadredemption/comments/9h6br0/speculation_on_the_location_of_mount_hagen/?fbclid=IwAR1kOyp_BK20M2hb-miM5k-oRuascwqdRnUz4wRhTH2gPzlY4AGbc6niM2I



อาทิตย์นี้เราวิ่งวุ่นกันทั้งอาทิตย์ ผมหมายถึงมันวุ่นมากกว่าปกติ ตั้งแต่เริ่มงานปล้นเรือข้ามฝากที่ Blackwater ทุกอย่างก็เข้าสู่หายนะ ... ไอ้หนู Jenny เกือบถูกฆ่าก็ว่าแย่แล้วนะ Sean กับ Mac ก็ดันมาหายสาบสูญไปอีก หรือจะตายไปแล้ว ใครจะไปรู้ .. Dutch ยิงผู้หญิงคนนั้นตายรึเปล่าผมก็ไม่แน่ใจนะ ไม่รู้บังเอิญหรือตั้งใจ แต่สังหรณ์ใจเหมือนทุกอย่างมันเซ็ตเอาไว้อยู่แล้ว เราได้แต่มองไปที่สันเขาแล้วต่างคนก็ต่างหาทางหนีทิ้งเงินและทุกอย่างที่ควรเป็นของๆเราเอาไว้ที่เรือบ้านั่น ...

                                    QUEST: MR. PEARSON



Pearson – เรามีสิ่งที่พอเป็นอาหารได้รวมทั้งของสดอย่างพวกเนื้อกระต่ายอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง คิดว่ามันจะพอกับปากคนสิบกว่าคนมั๊ย? 
Arthur – สมัยผมเป็นทหาร ผมไม่เคยได้ยินใครบ่นว่าอยากได้อะไรจากการเป็นทหารเลยเชื่อมั๊ย คุณ Pearson
Pearson – ตอนนี้เรากำลังยืนอยู่บนปากเหวแล้ว ..เกือบ 50 วันแล้วนะ
Arthur – และคุณก็โชคร้ายที่ยังไม่ตาย 
Pearson – ตอนที่เราหนีมากจาก Blackwater ชั้นไม่ได้เตรียมวัตถุดิบอะไรไว้เลย 
Arthur – ก็ดี เพราะถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐมาจัดการนายได้ เวลาช็อปปิ้งของนายก็ไม่เหลือเหมือนกันแหละ พวกเรารอด และเอาตัวรอดได้เสมอมา และถ้าเป็นไปได้เราอาจจะกินนายก็ได้นะ นายยิ่งอ้วนๆน่ากินอยู่ด้วยสิ 
Pearson – ชั้นส่ง Lenny กับ Bill  ออกไปล่าสัตว์ก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย 
Arthur – ก็เจ้าหนู Lenny มันชอบอ่านหนังสือมากกว่าล่าสัตว์นี่ ส่วน Bill มันก็แค่ ไอ้โง่ เว้นเสียแต่ว่าที่การล่าสัตว์บนภูเขานั่นมันสามารถอ่านได้ ไม่แปลกหรอกที่พวกมันจะไม่ได้อะไรกลับมาอ่ะนะ 
Charles – พอแล้วน่า ชั้นว่าเราออกไปลองหาเสบียงดูหน่อยดีกว่าเผื่อจะได้อาหารกลับมาบ้าง มาเถอะ  Arthur
Pearson – เดี๋ยวๆ แปบนึง พวกนายต้องการอะไรไว้กินระหว่างทาง 
Arthur – เครื่องในหมักเกลืองั้นหรอ? เหมาะเอาไว้กินเวลาหิวสินะ 
** ไอเทม Assorted salted offal ใช้สำหรับเพิ่มพลังชีวิตและเกท Dead Eye **


Charles – ไปกันเถอะ  Arthur
Arthur – จะออกไปล่าทั้งที่มือบาดเจ็บแบบนี้น่ะหรอ? 
Charles – ชั้นขี้เกียจมานั่งฟังนาย 2 คนมาเถียงกันอยู่ที่นี่น่ะ ฟังนะ ถ้าบนเขานั่นมีสัตว์อยู่จริงชั้นตามรอยได้แน่ แล้วก็ไม่ใช้มือด้วย เพราะนายต้องเป็นคนฆ่ามัน
Arthur – นายควรต้องพักผ่อนนะ Charles
Charles – นายคิดว่านี่เรามาพักผ่อนงั้นหรอ? มาเถอะ



Charles –  ....เอานี่ ตอนนี้ชั้นใช้มันไม่ได้ นายเอาไปใช้ซะ 
 Arthur – ธนูเนี่ยนะ นายตลกหรอ? 
Charles – ขืนใช้ปืนพวกสัตว์ก็กลัวหนีกันไปหมดพอดีสิ นายคงไม่แก่เกินเรียนหรอก คิดว่านะ

                                                     Charles Smith 



                                            จำนวนของเรื่องเลวร้ายที่เราสร้างขึ้น
                                        คือหนี้ที่ต้องใช้คืนกลับไปไม่วันใดก็วันนึง

จอมโจรผู้เงียบขรึมลูกครึ่งแอฟริกันอเมริกันกับชนพื้นเมืองอเมริกันเข้าร่วมแก๊ง Van der Linde ตั้งแต่ปี 1899 พูดน้อย ต่อยหนัก สื่อสัตย์ แต่พร้อมสู้ตาย สมิธเพิ่งมีบทบาทครั้งแรกในภาค 2 นี้ จึงไม่มีประวัติให้เชื่อมโยงต่อเรื่องราวในเกมมากนัก 
http://reddead.wikia.com/wiki/Charles_Smith


Arthur – พักก่อนดีมั๊ย Charles?
Charles –  ผมโอเค ยังมีมือเหลืออีกข้าง ไม่เป็นไร ....แม่งไม่น่าพลาดเลยจริงๆ !!
Arthur – บาดเจ็บมากเลยหรอ?
Charles –  ไม่เป็นไร อีกสองสามวันก็หาย แต่ยังไงวันนี้ชั้นก็ง้างธนูไม่ไหวแน่นอน 
Arthur – ก็หวังว่าชั้นจะทำได้นะ เพราะไม่เคยใช้ธนูมาก่อนเหมือนกัน
Charles –   นายทำได้อยู่แล้วน่า 
Arthur – แล้วนายหวังว่าเราจะเจออะไรให้ล่างั้นหรอ? หวังว่าคงไม่ใช่พวก O’Driscpll นะ
Charles –    ฮ่าๆ รับรอบแถวนี้มีเนื้อให้กินแน่นอน Pearson มันก็พูดไปเรื่อย ดูสิ สภาพอากาศเริ่มค่อยๆดีขึ้นแล้วเห็นมั๊ย พวกสัตว์มันก็ต้องการออกมาหาอาหารเหมือนกันแหละ เอาล่ะ ตามมา เราต้องหาที่สูงกว่านี้อีกหน่อย



Arthur – สองสามวันมานี้เจอแต่เรื่องหนักๆตลอดเลย หนีขึ้นเหนือมาจาก Blackwater มาติดพายุที่นี่ แล้วก็ต้องลากสังขารไปตาม John กลับมาอีก
Charles –  นายคิดว่าอะไรๆก็มาลงที่นายสินะ ก็หวังว่าวันนี้ชั้นจะให้นายถูกใจอ่ะนะ  
Arthur – ชั้นไม่ได้หมายความว่างั้น ชั้นก็แค่ ... มีเรื่องต้องคิดเยอะไปหน่อย 
Charles –  ถึงตอนนี้ชั้นยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่เรือนั่นบ้าง
Arthur – เหมือนกัน .. แต่ Javier เล่าให้ชั้นฟังบ้างแล้วล่ะ แต่ มันไม่ค่อยจะน่าฟังนักหรอก 
Charles –  ตอนนี้แทบไม่มีลมพัดเลย 
Arthur – แล้วมันไม่ดีรึไง?
Charles – ไม่มีลมพัดเลยก็ไม่ดี แต่ถ้าพัดแรงไปพวกสัตว์ก็จะไม่ออกมา เงียบไว้ เอาล่ะ หยุดตรงนั้น..


Charles – มีรอยเท้ากวางเคยผ่านมาตรงนี้  เอาล่ะเราต้องเดินเท้าเพื่อตามรอยมันไปจากที่นี่ นายไปหยิบธนูที่หลังม้าติดตัวมาซะด้วย 



กด L1 โฟกัสไปที่ม้า เพื่อเข้าเมนูสิ่งของ กด L2 หรือ R2 ในช่องด้านล่าง (Longarm back) หาธนู แล้วปล่อย R1 จะสามารถหยิบปืนในเป้หลังม้ามาใช้ได้

Charles – เอาล่ะ คราวนี้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก้มต่ำแล้วตามรอยไปช้าๆ


กด L3 + R3 เพื่อใช้ Eagle Eye จะทำให้สามารถเห็นร่องรอยกวางได้ชัดมากขึ้น จากนั้นกด R1 โฟกัสตามรอยเท้ากวางไปเรื่อยๆ


          เมื่อตามรอยจนเจอตัวกวางแล้ว กด R2 เพื่อง้านธนู เล็งที่หัวหรือคอเพื่อให้ได้ Clean Kill

เมื่อจัดการตัวแรกแล้ว ตามรอยต่อไปจนเจอกวางตัวที่ 2 แล้วจัดการมันซะ แล้วแบกซากกวางกลับมาที่ม้า เดินทางกลับไปที่แค้มป์


Pearson –เอามันไปวางไว้ตรงนั้นเลย 
Arthur –  น่าแปลกใจมากๆเลย มีหนูในแค้มป์มาอยู่ในครัวนี้ด้วยสิ 
Uncle – เนี่ยหรอวิธีทักทายเพื่อนเก่าน่ะ ? ชั้นรู้สึกว่าเราไม่ได้คุยกันหลายวันแล้วนะ
Arthur –  ผมพยายามที่จะไม่เจอคุณน่ะ 
Uncle – เขารักชั้นมาขนาดนั้นเลยนะเนี่ย เขาคงรู้สึกไม่ดีถ้าต้องแสดงความรักแบบตรงๆ
Arthur –   มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกลุง ...เออ ช่างมันเถอะ

     
                                                                        Uncle 



                                                          คนชอบบอกว่าชั้นขี้เกียจ 
                                                                  ชั้นไม่ได้ขี้เกียจ
                                       แค่ชั้นไม่อยากทำงานที่มันมีแต่ความขัดแย้งกัน ก็เท่านั้นเอง 

ชายแก่ขี้เมาหนึ่งในสมาชิกที่เก่าแก่ที่สุดของของแก๊งค์ Van der Linde แต่มีประโยชน์ต่อแก๊งค์น้อยที่สุด ไม่มีหน้าที่ที่แน่นอน ที่ผ่านมาถ้าดัตช์ ไม่เห็นแกเป็นตัวโจ๊กที่สร้างเสียงหัวเราะในแก๊งค์แกก็คงโดนไล่ออกจากแก๊งไปนานแล้ว 



ในภาคแรกลุงก็ทำงานในฟาร์มปศุสัตว์ของครอบครัว Marston ที่  Beecher's Hope เพื่อแลกอาหาร หลังจากที่ John กับ Abigail แยกตัวออกมาจากแก๊งหลังจบภาค 2 และถ้าใครเล่นภาคแรกมาแล้วก็จะรู้ว่า นอกจากให้เควสย่อย 2 เควสกับ John แล้ว ลุงแก ไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลฟาร์มของแกได้ดีเท่าไหร่ตามเคย 

http://reddead.wikia.com/wiki/Uncle




Pearson –อ่ะ ดื่มซะ 
Arthur – วู๊!! พระเจ้า นี่มันอะไรเนี่ย?
Pearson – Navy rum น่ะ นี่แหละ มันนี่แหละที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย 
Arthur – ใช่ ดูเหมือนมันช่วยนายให้ดีขึ้นมากด้วย ...นายก็ไปพักมือซะหน่อยเถอะ Charles 
Charles – สองสามวันก็หายแล้วน่า 
Pearson – นายจะไม่คิดที่ช่วยถลกหนังกวางนั่นให้ชั้นหน่อยหรอคุณ Morgan?
Arthur – มันจะง่ายขึ้นถ้านายมาช่วยด้วยอ่ะนะ จะให้ชั้นถลกหนังนายไปด้วยเลยป่ะละ?
Pearson – นายนี่มันตลกตลอดเลยนะ 
Charles – คงไม่มีงานอะไรให้คนมือเจ็บทำได้แถวๆนี้แล้วอ่ะนะ เอาล่ะ แล้วค่อยเจอกัน



Pearson – ฝีมือไม่เลวนี่หว่าคุณ Morgan ถึงว่าสิเขาถึงเรียกคุณว่าจอมเชือด รู้มั๊ย คุณสามารถเอาหนังพวกนี้ไปขายในเมืองได้ด้วยนะ ถ้าคุณต้องการเงินมาใช้ก็น่าจะทำนะ 
Arthur – สำหรับชั้นหรอ ตอนนี้ สิ่งที่คิดจะทำอย่างแรกคือ รอดออกไปจากภูเขาหิมะบ้านี่ก่อนเลย 



Pearson – เออๆ ถ้าคุณล่าอะไรมาได้อีกก็เอามาให้ผมก็แล้วกันนะ 
Arthur – ที่ได้มาตอนนี้ก็จะน่าจะทำให้คนในแค้มป์อยู่รอดได้อีกหลายวันเลย ..ทำสตูให้อร่อยๆก็แล้วกันนะ ...เฮ้อ สองสามวันมานี่เหนื่อยชิบเป๋งเลย ..



                                                     1 – 4: OLD FRIENDS



                                                            Challenge

-จับตัว Kieran ให้ได้ภายในเวลา 45 วินาที
-ฆ่าพวก O'Driscolls 3 คนด้วยการใช้ Dead Eye 
- ฆ่าศัตรูด้วย Headshot 15 คน 
- จบภารกิจภายใน 15 นาที 30 วินาที 
- จบภารกิจโดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลย 



Micah – ก็แล้วแต่แกนะไอ้หนู ก็ชั้นนึกว่าแกจะชอบสายบู๊ เมื่อ 2 วันก่อนเห็นพวกแกหนีกระเจิงกันหมดเลย นอกจากแก แน่นอนล่ะ ชั้นไม่เคยเห็นใครหน้าถอดสีขนาดนี้มาก่อนเลย 
Lenny – หุบปากได้แล้ว Micah  


                                                               Lenny Summers 

                                                      ที่ต้องใช้ชีวิตนอกกรอบเยี่ยงนี้  
                                               เพราะผมไม่มีทางอื่นที่ดีให้เลือกมากนัก

หนุ่มผิวสีที่หนีคดีฆ่าคนที่ฆ่าพ่อของเขาจนตายตั้งแต่วันเพียง 15 ปี ฉลาด มีการศึกษา มากความสามารถและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน และพร้อมในทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย Lenny มีบทบาทครั้งแรกในภาค 2 นี้ จึงไม่มีข้อมูลในเชิงลึกที่จะนำเสนอมากนัก
http://reddead.wikia.com/wiki/Lenny_Summers


Bill – ชั้นเดาว่าเพราะทุกคนคลาดกัน นั่นแหละที่มันเลวร้าย
Micah – หรอ ตอนที่ชั้นพลาดชั้นก็ไม่ลนลานขนาดนั้นหรอก 
Lenny – เมื่อนายพลาด ก็จัดปารตี้กันเล๊ย ฮ่าๆๆๆ 
Bill – ปาร์ตี้หรอ? น่าสนใจว่ะ ฮ่าๆๆๆ 
Micah – ตลกกันนักหรอ  ห๊ะ !!
Bill – เออ สิว่ะ 

Micah – อื้อออ !!! 
Bill – มึงต่อยกูหรอ ห๊า !!!!
Micah – บางทีกูอาจจะไม่ขำเหมือนพวกมึง 2 คนว่ะ 



Dutch – หยุดกันได้แล้ว !! เดี๋ยวนี้ !! ไอ้พวกโง่มากัดกันเองอยู่ได้ !! พวกไอ้ Colm O’Driscoll มันกำลังตามเล่นพวกเราอยู่ พวกแกจะยอมนั่งเชยๆรอให้มันมาตามเราจนเจอรึไง? ทุกคน เรามีงานต้องทำ เตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว


Arthur – เรื่องนี้คุณแน่ใจนะ Dutch ?
Dutch – ชัวร์ พวกมันเพิ่งมารวมตัวกันไม่นานนี้เอง 
Arthur – แต่พวกเรายังแทบไม่มีแรงจะยืนกันเลยนะ
Dutch – แล้วลืมแล้วหรอว่าที่ผ่านมาพวกเราฉิบหายก็เพราะถูกลอบโจมตีโดยพวกของ Colm O’Driscoll มาเถอะ ไปลุยพวกมันกัน
Arthur –ผมรู้ว่าคุณเกลียดเขามากนะ Dutch
Dutch – พวกมันมาที่นี่เพื่อพวกเราแท้ๆเลย 
Arthur – แต่ผมสงสัยเหมือนกันนะ ..
Dutch – แกคงจะไม่สงสัยชั้นใช่มั๊ย?


Arthur – เปล่า ผมไม่สงสัยในตัวคุณหรอก Dutch แต่คุณเคยพูดเสมอว่า การแก้แค้นเป็นความหรูหราที่เราไม่สามารถจ่ายได้นะ 
Dutch – ชั้นตัดสินใจดีแล้ว Arthur .. อ่ะ เอานี่ไปใช้ และ นี่ไม่ใช่เรื่องแค้นเคืองกันจากงานที่แล้วนะ แต่พวกมันพูดถึงการวางแผนปล้นรถไฟ .. Colm มันมีสายข่าวดีเสมอแหละ มาเถอะ



Arthur – คุณคิดว่า ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมในการปล้นรถไฟของพวกเรางั้นเรอะ?
Dutch – ตอนนี้นายอาจพอใจกับการประทังชีวิตด้วยเศษเนื้อกวางกับกระต่ายไปวันๆ แต่ชั้นแกเกินจะใช้ชีวิตแบบนี้แล้วว่ะ ...คุณ Matthews คุณ Smith คุณ Pearson ช่วยดูแลที่นี่ให้ดีด้วยนะ ชั้นจะแวะไปทักทาย O’Driscoll เพื่อนเก่าซะหน่อย เดี๋ยวมา !!



Arthur – เขาบอกว่าให้ตรงไปตามทางรถไฟมุ่งหน้าลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ พวกมันน่าจะตั้งแค้มป์อยู่ซักแห่งแถวริมแม่น้ำ
Dutch – โอเค เราต้องตามหาพวกมันก่อนมันจะเจอพวกเรา แล้วเราก็จะยึดเอาแผนการปล้นของมันมาเป็นของพวกเราซะ 


Arthur – นั่นอะไร?
Dutch – รอยเท้าม้า ยังใหม่ๆอยู่เลย น่าจะแค่บางส่วนของพวกมัน โอ้โง่ที่ไหนก็บอกได้ทันทีว่าพวกมันไปทางนี้ 
Arthur – คุณโอเคนะ Dutch 
Dutch – แน่นอน นี่ฟังนะ ชั้นรู้ว่างานนี้นายคงไม่ชอบไอเดียชั้นซักเท่าไหร่หรอก แต่เชื่อเหอะน่าว่าเราทำถูกแล้ว 
Arthur –โอเค อย่างน้อยๆผมก็ได้คุณคนเดิมกลับมาแล้ว 
Dutch – ชั้นเรียนรู้มานานแล้วตั้งแต่เริ่มซัดกับพวก O’Driscoll ถ้ามัวแต่รอ พวกมันจะฆ่าคนที่เรารักจนตายแน่นอน 
Arthur – นี่มันเป็นความแค้นระหว่างคุณกับเขา มันน่าจะสามารถอภัยให้กันได้ไม่ทางใดก็ทางนึงนะ
Dutch – บางความแค้นมันก็ยากที่จะอภัย ยากที่จะลืมเลือน ยิ่งนึกถึงตอนที่มันทำกับ Annabelle ชั้นก็ไม่อยากที่จะอภัยและก็ไม่อยากที่จะลืมแล้ว !
Arthur – แต่ คุณฆ่าน้องเขานะ Dutch
Dutch – เออสิว่ะ !! และครั้งนี้ก็หวังว่าไอ้พวกห่านั่นมันจะมารวมตัวกันเร็วๆนะ จะได้จัดการให้มันจบๆไปในครั้งเดียวเลย .. นั่น เห็นควันไฟนั่นมั๊ย? เข้าไปดูที่นั่นกัน เขาบอกว่าแค้มป์ของมันอยู่ใกล้แม่น้ำ งั้นเราก็ใกล้แล้ว 


Dutch – เอาล่ะ สุภาพบุรุษ พร้อมกันยัง? 
Javier – พร้อมแล้ว Dutch
Lenny – พร้อมครับ 
Dutch – ดีมาก เดี๋ยวคุณ Morgan กับผม จะขึ้นไปดูลาดเลาในแค้มป์ก่อน ..คุณ Williamson , คุณ Bell พวกคุณหาที่ซ่อนตัวอยู่นอกแค้มป์ก่อน ..คุณ Summers คุณ Escuella ซุ่มรอกันอยู่ตรงจุดนี้ก่อน ..เอาล่ะ มาเถอะคุณ Morgan ไปดูลาดเลากัน 



Dutch – นั่นไงพวกมัน เป็นพวกมัน 100 % แน่นอน 
Arthur – Colm ล่ะ?
Dutch – อืมมม ....นั่นไง มัน


Dutch – มันคุยกับใครว่ะนะ? ดูไม่ค่อยจะแฮปปี้เท่าไหร่ด้วย มันกำลังจะไปแล้วหรอ?
Arthur – งั้นก็แปลว่าเราต้องรีบเข้าไปจัดการมันเลยงั้นหรอ?
Dutch – ไม่ต้องหรอก เรื่องของไอ้ Colm เอาไว้ที่หลัง ดีซะอีกสิที่พวกมันจะได้ลดจำนวนลงไปอีก เสียดายที่ไม่มีโอกาสจะจับมันพร้อมกับชิงแผนปล้นของมันไปพร้อมๆกันในทีเดียว มาเถอะ กลับลงไปข้างล่างกัน  

Dutch – อย่าลืมเอา Rifle ที่ม้าติดตัวไปด้วยล่ะ นายสองคนขึ้นไปซุ่มรออยู่ด้านบนก่อน 

กด L1 โฟกัสไปที่ม้า เพื่อเข้าเมนูสิ่งของ กด L2 หรือ R2 ในช่องด้านล่าง หาปืน Rifle แล้วปล่อย R1 จะสามารถหยิบปืนในเป้หลังม้ามาใช้ได้ 



Dutch –สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือ อาวุธ กระสุน ทุกอย่างที่หยิบฉวยได้ เอามาให้หมดทุกอย่าง แล้วรีบเผ่นเลย 
Arthur – บางทีงานนี้ผมน่าจะลุยเองนะ เพราะพวกมันกำลังหมายหัวคุณอยู่
Dutch – พวกมันทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก 
Arthur – ไม่หรอ แต่เราก็เคยหนีกระเจิงกันมาแล้วไม่ใช่หรอ?
Dutch – เฮ่ออ เอาล่ะ ลงไปข้างล่างกันก่อนเถอะน่า 


Arthur – เอาล่ะ เอาไงต่อสั่งมาได้เลย เดี๋ยวผมจัดให้ 
Dutch – นายอยากจะเป็นคนนำรึไง? งั้นก็ หาโอกาสเหมาะๆแล้วเปิดเลย เราจะลุยตามทันทีที่นายเริ่มยิง



Bill – ชั้นว่าจัดการพวกมันหมดแล้วนะ ค้นหาทุกอย่างจากตัวพวกมันมาให้หมดเท่าที่ทำได้ ลองดูสิมีคนที่นายหมายหัวไว้รึเปล่า Dutch?

Dutch – ไม่ใช่แน่นอน ไอ้ Colm มันไม่มีทางออกลุยเองกับคนของมันหรอก มันสนแต่เรื่องตัวเลขจำนวนเงินที่มันจะได้อย่างเดียว แค่คุณยิงปืนได้ขี่ม้าเป็น ฆ่าคนได้แบบไม่ต้องคิด ก็สามารถเข้าแก็งค์มันได้แล้ว พนันเลยว่า Colm มันไม่รู้จักลูกน้องมันด้วยซ้ำ เอาล่ะ หาต่อ เราต้องการฉกทุกอย่างที่มีค่าจากไอ้ชั่วพวกนี้ให้หมด ....ทุกคน !! กำลังเสริมของพวกมันบุกมาแล้ว จากป่าด้านหน้า เตรียมรับมือ !!!


เรียนรู้การใช้โหมด Dead Eye ในการต่อสู้ โดยเกทจะเริ่มเพิ่มขึ้นมาทางฝั่งซ้ายล่างของจอถัดจากเกม Stamina ใช้งานโดยขณะยิงศัตรูให้กด R3 เพื่อใช้งานโหมด  Read Eye ซึ่งจะทำให้เวลาช้าลงทำให้สามารถเล็งยิงไปตามจุดต่างๆของเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และยังสามารถกำหนดยิงไปยังจุดตายของเป้าหมายหลายๆจุดก่อนจะกด R2 เพื่อระดมยิงกระสุนออกไปพร้อมๆกันในครั้งเดียวอีกด้วย (สามารถเพิ่มเกท Dead Eye ได้ด้วย Tonic)

Dutch – บ้าเอ้ย พวกมันมาเพียบเลย !! เอาไงดี Arthur เราจะตั้งรับอยู่ที่นี่หรือออกไปลุยกับพวกมันด้านนอกนั่นดี ? เอาล่ะ ยิงมันอย่าให้พวกมีนพ้นแนวต้นไม้เข้ามาได้ 

Dutch – เอาล่ะ ไอ้พวกตัวตลกนั่นมันหนีกระเจิงไปหมดแล้ว เก่งมากเด็ก เอาล่ะ กลับมารวมตัวกันที่แค้มป์ก่อน ถ้าเราได้ทุกอย่างที่เราต้องการแล้วเราจะได้เตรียมเผ่นกันซะที Bill ไปดูในรถเข็น Micah ไปตรวจดูในบ้านหลังนั้นอีกรอบ Arthur นายไปตรวจดูที่บ้านหลังทางซ้าย
เร็วๆด้วยทุกคน !! หาระเบิด ตัวจุดระเบิด หรืออะไรที่สามารถหาได้ ขนกลับให้หมด



Arthur – ดูนี่สิ เราเจอของดีด้วย นายว่าไง Bill ?
Bill – เยี่ยมเลย ดูน่าจะยังใช้ได้ กลิ่นดินระเบิดหอมมาก 


 Dutch – เอาล่ะ ทุกคน ได้อะไรกันมาบ้าง?
Micah – ผมคิดว่าได้นะบอส เราเจอแผนที่นี่ด้วย 
Dutch – ขอบใจ ... โอ้ น่าสนใจมาก นี่มันเป็นแผนการปล้นรถไฟที่พวกกำลังเตรียมการณ์กันอยู่ ..คุณ Leviticus Cornwall ... งั้นหรอ? เอาล่ะ ทุกคน ขึ้นมาได้เราจะไปต่อกันแล้ว 



Dutch – ชั้นภูมิใจกับทุกคนมาก ที่งานนี้เราไม่เสียใครเลย ไม่เลวเลยสำหรับโจรที่กำลังหิวและขวัญกระเจิง มันเล่นเราหนักได้เราก็โต้กลับได้เหมือนกัน นั่นแหละเรา อาชญากรตัวพ่อของจริง ตอนนี้ก็แค่รอให้ John , Mac , Charles กับ Sean หายดีจนขี่ม้าได้ก่อน ชั้นเชื่อว่าพวกเขาจะกลับมาลุยกับเราอีกครั้งได้แน่นอน 
Arthur – นี่ขนาดคุณยังจับตัว Colm ไม่ได้ แต่ก็ทำเอาเขาเจ็บเจียนตายได้เลยนะเนี่ย 
Dutch – โดยเฉพาะตอนที่เราปล้นรถไฟนั่นได้ก่อนมัน ฮ่าๆ 
Arthur – ฮ่าๆๆ ผมก็อยากเห็นตอนนั้นเหมือนกัน ..คุณรู้มั๊ย รับรองมันมาหาพวกเราแน่ 
Dutch – แน่นอน มันมาแน่ แล้วมันจะได้พักไปตลอดชีวิตด้วย แต่ก่อนอื่น เราต้องรู้ที่อยู่ของมันก่อน เราต้องเข้าไปประชิดมันก่อนทีมันจะถึงตัวเรา เราจะไม่มีวันให้พวกมันตลบหลังเล่นงานเราเหมือนที่มันทำที่ Blackwater อีกแล้ว นั่นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแน่นอน  

 Dutch – เฮ้ย พวกเรา เห็นมั๊ย? ไอ้นั่นมันมาจากแค้มป์ของไอ้ Colm ไม่ใช่หรอ?
Arthur – ไว้เป็นหน้าที่ผมเอง !
Dutch – ไปจับมันมาแบบเป็นๆนะเพื่อมันจะประโยชน์อะไรกับพวกเราบ้าง 


จากนั้นกดเข้าเมนูอาวุธแล้วเลือกใช้ เชือก เอามาใช้ ขี่ม้าตามศัตรูที่กำลังหนีไปที่แยกทางขวาให้ทัน แล้วกด L2 เตรียมใช้เชือกเชือกบ่วงบาศ เล็งไปที่ตัวมัน จนสามารถจับตัวมันด้วย กด L2 ค้างลากตัวมันจนมันยอมแพ้แล้วลงไปจับตัวมันมัดจับขึ้นหลังม้าพาเดินทางกลับไปที่ฐาน


Arthur – แกชื่ออะไรวะไอ้หนู ?
Kieran – ผมชื่อ Kieran 
Arthur – Kieran อะไร?
Kieran – Kieran Duffy 
Arthur – เอาล่ะ ชั้นจะบอกนายตรงๆเลยนะ Kieran Duffy วันนี้ไม่ใช่วันดีของนายหรอก
Kieran – คุณจะพาผมไปไหน?
Arthur – ที่ที่นายคงไม่ชอบนักหรอก
Kieran – ทำไม? แล้วคุณจะทำอะไรกับผมเนี่ย? 
Arthur – ทำบางอย่างที่นายคงไม่ชอบนักหรอก แนะนำว่าอย่าถามมาก เก็บแรงเอาไว้ร้องแหกปากดีกว่านะ นายจะหุบปากเองหรือให้ชั้นจัดการให้ดีล่ะ 

Kieran – โธ่ ได้โปรด อย่าทำผมเลย !!
Arthur – ยังไม่หุบปากอีก อยากรอดีกับชั้นว่างั้น? เพราะชั้นจะหักกระดูกของแกให้หมดทั้งตัวจะได้หุบปากซะที
Kieran – โอเคๆๆ ผมเสียใจ ผมขอโทษ
Arthur – ชั้นจะไม่เตือนอีกแล้วนะ 


Arthur – ผมจับมันมาได้แล้ว
Dutch – เยี่ยมมาก ขอตอนรับสู่บ้านใหม่นะ หวังว่าแกคงจะแฮปปี้ที่ได้อยู่ที่นี่
Arthur – จะให้ผมทำให้มันพูดมั๊ย?
Dutch – ไม่ต้องหรอก เราเจอคนโกหกมาจนชินแล้วล่ะ .. ลุง , คุณ Willamson ช่วยกันจับไอ้นี่ไปมัดในที่ที่ปลอดภัยหน่อย เราต้องทำให้มันหิวก่อน ชั้นอยากจะบอกอะไรไว้อย่างนะเพื่อน เราจะยิงเมื่อเราอยากจะยิง  เราจะไว้ชีวิตก็ต่อเมื่อเราอยากไว้ชีวิต และ จะให้กินก็ต่อเมื่อเราอยากให้กิน เราจะรู้ให้ได้ว่าพวกแกต้องการอะไรกัน .... บ้าเอ้ย !!  ไม่อยากเชื่อเลยว่าชั้นจะเอาพวกของ O’Driscoll เข้ามาในแค้มป์ของตัวเอง !
Kieran – ไม่ๆ ผมไม่ใช่คนของ O’Driscoll นะครับคุณ .. ผมก็เกลียดพวกมันเหมือนกัน !!



Dutch – เออ อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะไอ้หนู .. ทำดีมาก Arthur 
Arthur – ผมเสียใจด้วยนะที่เราพลาดกับไอ้ Colm 
Dutch – โอ้ ไม่ต้องห่วงหรอก ยังมีเวลาอีกเยอะ ตอนนี้ชั้นต้องไปเตรียมแผนในการปล้นรถไฟนั่นก่อน 
Arthur – โอเค 


                                1 – 5: Who The Hell is Leviticus Cornwall?



                                                          Challenge

-ช่วย Lenny ตอนที่เขากำลังตกรถไฟได้สำเร็จ
-จัดการศัตรูให้หมดภายใน 1 นาที 30 วินาที ก่อนรถไฟจะหยุด
-ไม่เสียพลังชีวิตในขณะยิงต่อสู้กับศัตรู
-จัดการศัตรูด้วยการยิง Headshot 10 ตัว
- จบภารกิจนี้โดยไม่ต้องใช้ไอเทมเติมพลังชีวิตเลยแม้แต่ครั้งเดียว


                                                      หลายวันต่อมา ......



Arthur – หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอะไรที่แย่มาก แต่ Dutch ก็ยังเป็น Dutch เสมอ เขายังคงวุ่นกับแผน ..ที่เกี่ยวกับการโจรกรรมและความฝันของเขา ...



Arthur – ชั้นนึกว่านายกำลังทำพิธีศพให้เขาซะอีก ทีแท้นายกำลังแนะนำเขาเรื่องบาปบุญคุณโทษให้เขาฟังนี่เอง 
Swanson – ผมอยากจะแนะนำคุณเรื่องการให้เกรียติซึ่งกันและกันมากกว่าคุณ Morgan
Arthur –  สาธุ ... ท่านบาทหลวง 



Arthur – ไง ยังไม่ตายหรอ? เป็นไงบ้าง?
John – ผมเป็นหนี้คุณนะ 
Arthur – เออ อย่าลืมจ่ายด้วยล่ะ ..แต่ตอนนี้ พักให้หายดีก่อนเถอะ 



Dutch – เฮ้ย Arthur อยู่นี่เอง ชั้นว่าถึงเวลาที่เราจะปล้นรถไฟนั่นแล้วล่ะ 
John – คุณอยากให้ผมไปช่วยได้มั๊ยล่ะ?
Dutch – แน่นอนสิวะ แต่ ดูนายสิ 
John – ชั้นก็ขี้เหร่แบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่หว่า Dutch 



John – ให้ตายสิ ลูกเห็นชั้นในสภาพนี้จนได้ เธอพาเข้ามาทำไมเนี่ย?
Abigail – ตอนแรกนึกว่าจะพาเขามาเคารพศพพ่อของเขาซะอีก 
John – รอเวลานี้อยู่หรอ? เธอคงมีคนต่อคิวอีกเพียบสิท่า ..



Abigail – คนอย่างนายมันน่าขยะแขยง John Marston !
Dutch – เขามันงี่เง่า Abigail เรื่องนี้พวกเรารู้ดี .. เอาล่ะตามมา พนักงานรถไฟ 


                                                               John Marston



                                        เดาว่า ทุกอย่างที่ชั้นมีคงฉิบหายไปหมดแล้ว
                                       คงเหลือแค่ความสงสัยกับแผลที่หน้าเท่านั้นเอง


ปี 1881 - พ่อของ John เสียชีวิต John ถูกส่งตัวเขาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ปี ???? - ช่วงวัยรุ่น (ที่ไม่ทราบเวลาแน่ชัด) John ในวัย 12 ก็หนีออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้แต่ก็ถูก แก็งค์ Van der Linde ของ Dutch จับได้และถูกบังคับให้เข้าร่วมแก็งค์



ต่อมาอีก 5 - 6 ปี Abigail โสเภณีเร่ร่อนก็เข้ามาร่วมแก็งค์ ก่อนจะได้พบรักกันจนให้กำเนิดลูกชายคนแรก แต่สำหรับ John Marston, Jr. หรือน้อง Jack แก็งค์ของ Dutch คือครอบครัวเดียวที่เขารู้จัก ซึ่งใน Red Dead Redemption II Jack เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น 



ในภาค 2 John Marston อายุ 26 ปี ใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของแก็งค์ในฐานะตัวประกอบ ก่อนจะเกษียณจากการใช้ชีวิตที่ผิดกฎหมาย เป็นตัวเอกของภาคแรกที่เริ่มขึ้นใน ปี 1911 


Dutch – Bill นายขี่ม้าล่วงหน้าไปก่อนเลย แล้วเตรียมการซุ่มโจมตีตรงหอตั้งถังน้ำก่อนถึงอุโมงค์
Bill – ไม่ปัญหา 
Hosea – ทำไมเราต้องเรื่องแบบนี้ตอนนี้ด้วย? พายุเริ่มหยุดแล้วเราควรรีบหนีต่อนะ ชั้นคิดว่าเรากำลังอยู่ในช่วงหลบซ่อนตัวจากพวกเจ้าหน้าที่ซะอีก?
Dutch – นายต้องการอะไรจากชั้นวะ Hosea?
Hosea – ชั้นไม่อยากให้คนของเราต้องตายอีกแล้วนะ Dutch
Dutch – เราจะไม่ตายหรอก Hosea พวกเราจะไม่มีใครตายอีกแน่นอน ดูชั้นสิ ดูนายสิ เราต้องใช้ชีวิตต่อไปนะ และที่สำคัญ เราต้องการเงิน ทุกๆอย่างที่ควรเป็นของเราอยู่ที่ Blackwater นายอยากจะกลับไปเอามั๊ยล่ะ? 
Hosea – ฟังนะ Dutch คือชั้นไม่ได้อยากที่จะทำให้นายเสียหน้าหรอกนะ ชั้นก็แค่ อยากให้เราเดินตามแผนที่ตั้งไว้น่ะ หลบซ่อนตัวแล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันออก แต่ตอนนี้ เรากลับกำลังวางแผนปล้นรถไฟ
Dutch – เรามีทางเลือกมั๊ยล่ะ?
Hosea – Leviticus Cornwall ไม่ใช่ตัวตลกนะ Dutch เขานะ ..
Dutch – แล้วมันใครวะ Leviticus Cornwall เนี่ย?



Hosea – ผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่ ส่งออกน้ำตาล น้ำมัน และอีกมากมายเลย 
Dutch – งั้นก็เหมาะเลย เขาก็มีมากพอที่จะแบ่งปันให้เราไม่ใช่หรอ?  
Hosea – Dutch !!
Dutch – เอาล่ะ ท่านสุภาพบุรุษทุกท่าน ถึงเวลาที่ต้องทำงานที่พวกเราถนัดแล้ว !! ขึ้นมาเลยพวกเรา เราจะไปปล้นรถไฟกัน !!


Dutch – โอเค ฟังผมหน่อยทุกคน  ตามข้อมูลที่เราได้มาจากพวก O’Driscolls ที่แสนดี ขบวนรถไฟเป้าหมายจะมุ่งหน้าผ่านหุบเขาใหญ่มาจากทางเหนือ ซึ่งเราต้องข้ามพรหมแดนเข้าไปที่เขต Grizzlies ตรงนั้นจะเป็นจุดเนินสูงที่ทำให้เราได้เปรียบ Charles นายเป็นคนดูต้นทาง คอยรับมือพวกที่ไม่ได้รับเชิญ ว่าแต่ มือนายโอเคแล้วนะ
Charles – ผมโอเค 
Dutch – ดีมาก  ส่วนชั้นจะเข้าไปจัดการคนขับ Lenny กับ Javier นายสองคนไปขึ้นรถส่วนหน้าจัดการพวกการ์ด Arthur กับ Micah พวกนายลุยขึ้นมาจากท้ายรถ นั่นแหละที่เราจะทำกับรถไฟส่วนตัวของคุณ Cornwalls 
Micah – นายกับชั้น Morgan นายคงไม่มีปัญหานะ
Arthur –  ไม่มี ถ้านาย หดหัวเอาไว้เหมือนครั้งก่อน
Micah – ระวังตัวเองให้ดีเถอะ 
Dutch – พอได้แล้ว !! เราต้องรีบไปให้ทันก่อนที่ Bill จะระเบิดรางรถไฟ ทุกคนเข้าใจแผนดีแล้วนะ !!
Arthur –  ครับ !
Micah – กระจ่างแจ้งเลยครับ !


Arthur –  ออกจากเขตหิมะซะที 
Dutch – รู้สึกดีใช่มั๊ยล่ะ? แต่เราต้องรีบหน่อยก่อนที่จะมีใครมาชิงตัดหน้าเรา ดูซะก่อน นี่สิถึงจะเรียกว่าลูกสมุนตัวจริงได้อย่างเต็มปาก Micah Bell, Charles smith, Arthur Morgan, Javier Escuella แล้วก็เจ้าหนู Lenny ที่เพิ่มขี่ม้าไหวเป็นครั้งแรก นายแน่ใจแล้วนะว่าไหวเจ้าหนู 
Lenny – ผมพร้อมแน่นอนครับ แล้วก็ดีใจมากที่ได้กลับมาร่วมทีมอีกครั้งครับ Dutch
Dutch – ไม่ต้องตื่นเต้น หูไวตาไวเข้าไว้ ทุกๆคนเลย รับรองว่าคราวนี้จะไม่ผิดพลาดแน่ ไม่อีกแล้ว
Micah – หลังจบงานนี้เราจะกลับไปที่ Blackwater อีกใช่มั๊ยครับ? 
Arthur – แกถามเรื่องนี้มากี่ครั้งแล้ววะ Micah ?
Micah – ก็นั่นมันไม่ใช่เงินน้อยๆนะเว้ย !! ทิ้งไว้นานได้ไง
Charles – มันต้องบ้ามากแน่ๆที่จะกลับไปที่นั่นอีกตอนนี้น่ะ พวก Pinkertons เพียบแน่นอน 
Dutch – เราจะไปก็ต่อเมื่อชั้นบอกให้ไป จบนะ !! เงินพวกนั้นยังปลอดภัยแน่นอนเชื่อชั้นสิ !


Dutch – นั่นไง Bill อยู่ตรงนั้น นายลงไปเช็คดูหน่อยได้มั๊ยว่ามันทำเสร็จยัง? 
Arthur – โอเค 
Charles – ตรงนั้นแหละเหมาะที่สุดเลย
Dutch – แน่นอน ต้องอย่าลืมขอบคุณพวก O’Driscolls ด้วยที่อุตสาหะวางแผนดีๆให้เรา



Arthur – เสร็จยัง Bill?
Bill – เสร็จแล้ว 
Arthur – ชัวร์นะ? 
Bill – เออ !! แกเอาชนวนไปเซ็ตกับตัวจุดระเบิดที่หลังก้อนหันนั่นได้เลย ! ติดตั้งแล้วก็ขึ้นไปรวมกลุ่มกับพวกด้านบนได้เลย ที่นี่ชั้นจัดการเอง 



                     Dutch – เอาล่ะ พร้อมนะ อย่าพลาดล่ะ ใส่หน้ากากได้เลย รถไฟจะมาแล้ว !
                           ** จากนั้นกดเข้าเมนูอาวุธแล้วเลือกเอา Bandana ออกมาใช้ ** 


Dutch – สุภาพบุรุษทุกท่านถึงเวลาปล้นแล้ว ! รู้แล้วนะว่าต้องทำอะไรบ้าง โชคดีทุกคน !!



                    Bill – มาแล้ว เอาล่ะนะ !!  ตายห่าแล้ว ไม่นะ ไม่ !!! มันไม่ระเบิด !!



Dutch – นี่รอกันเล่นใช่มั๊ยเนี่ย !!?
Arthur – คุณไปหาไอ้คนปัญญาอ่อนนั่นมาจากไหนหรอ?
Dutch – ก็นายบอกว่าทุกอย่างโอเคไง?
Arthur – ผมผิดใช่มั๊ยเนี่ย คุณมันทุเรศรู้ตัวมั๊ย !! 


จากนั้นวิ่งตามรถไฟโดดลงไปที่หลังคา ลุยกับพร้อมกับ Lenny จัดการพวกการ์ดในขบวนให้หมด เป้าหมายคือเข้าไปให้ถึงหัวขบวนเพื่อหยุดขบวนรถไฟ ที่หัวขบวน Lenny พลาดท่าถูกศัตรูจับได้ ทำให้ต้องยิงศัตรูเพื่อช่วยเขาเอาไว้


ทันทีที่หยุดรถได้ ศัตรูที่ยังเหลืออยู่ก็เริ่มเปิดฉากโจมตี จัดการศัตรูที่ออกมาจากโบกี้รถไฟให้หมด เก็บไอเทมในพื้นที่จนกว่าจะพอใจก่อนแล้วค่อยกลับไปรวมตัวกับ Dutch

Dutch – นายสองคน โอเค นะ? 
Arthur – พวกเราไม่เป็นไร เรียกเอาเงินแล้วไปกันได้แล้ว 
Dutch – เราต้องจัดการกับพวกการ์ดที่ล็อกประตูโบกี้สุดท้ายให้ได้ก่อน



Dutch – ไอ้หนู ! พวกแกกำลังวางแผนอะไรกันอยู่ในนั้นวะ? ฟังนะ พวกเราไม่ได้ต้องการจะฆ่าพวกนายหรอก ..ก็มันไม่มีเหลือแล้วนี่หว่า ฮ่าๆๆ .. ชั้นให้สัญญา จงเชื่อชั้นได้ 
Guard – พวกเราทำงานให้กับคุณ Leviticus Cornwall นะ เราได้รับคำสั่งมา ยังไงเราก็เปิดประตูให้ไม่ได้ 
Dutch – ไม่เอาน่าไอ้หนู ....  โอเค นายบอกเองนะ 5 – 4 – 3 – 2 – 1  สงสัยเพื่อนเราคงเมาหลับกันหมด ยิงปลุกพวกมันหน่อย !!! 

Dutch – ชั้นไม่สนแล้วนะว่าพวกแกจะอยู่ข้างในรึเปล่า !!  เอาล่ะเบิดไปติดแล้วระเบิดประตูแม่งเลย เอาล่ะ ออกมาๆๆ เราไม่ได้ตั้งใจมาฆ่าพวกแกหรอก เรามาปล้นของๆเจ้านายแกเท่านั้นแหละ เอาล่ะ ขึ้นไปบนโบกี้แล้วขนของมีค่าออกมาให้หมด เร็ว !!



Lenny – โอ้โห ดูโบกี้นี้สิ อย่างกะวังแนะ
Arthur – เออ เห็นแล้ว พวกนายไปค้นในเซฟนั่นเดี๋ยวชั้นจะไปค้นในห้องพักเอง 



                          จดหมายจากบริษัท Leland Oil Development Company 

ถึง คุณ Cornwall 
เรายังไม่ได้รับการชำระเงินจำนวน 2,000 บาทสำหรับการสำรวจครั้งแรกที่ wapitor indian Reservation Ambarino ตามข้อตกลงระหว่าง Kerorene และ Tar กับน้ำมัน Leland เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 189

เมื่อได้รับเงินทุนแล้วเราจะดำเนินการกับขั้นตอนที่ 2 และ 3 ของโครงการและนำเสนอรายงานโดยละเอียดเกี่ยวกับการค้นพบของเราภายในเวลา 1 เดือน

ด้วยความเคารพอย่างสูง
James Critchly 
หัวหน้าฝ่ายบัญชี
บริษัท Leland Oil Development Company



                     จดหมายจาก Archibald Jameson จากบริษัท Jameson Mining Company  

ถึง คุณ Leviticus
ขอขอบคุณที่โทรเลขมาในความสนใจของคุณใน บริษัท เหมืองแร่ Jameson ของเรา แต่ข่าวใด ๆ ที่คุณได้รับจากการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสมที่เหมืองใน Annesburg นั้นเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ผมแนะนำให้คุณสอบถามจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้เท่านั้น

อุตสาหกรรมถ่านหินค่อนข้างแตกต่างจากอุตสาหกรรมน้ำมันมาก ดังนั้นผมจึงอยากจะเปิดการประชุมทางธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้ความชำนาญในบริษัทของเรา นอกจากนี้ผมยินดีที่จะเป็นเจ้าภาพในการพาทัวร์เหมืองและโรงงานที่ Annesburg เพื่อให้คำแนะนำกับคุณเป็นการส่วนตัว เพื่อการร่วมงานกันของเราในอนาคต

ด้วยความจริงใจ
Archibald Jameson




ค้นหาเก็บไอเทมในโบกี้ให้หมดจนถึงลิ้นชักด้านในเก็บ พันธบัตร มาแล้วออกจากโบกี้ได้เลย


Dutch – ไง เจออะไรบ้าง?
Arthur – พันธบัตร มีค่ามากหรือเปล่า?
Dutch – แน่นอนสิ  นี่มัน bearer bond เป็นพันธบัตรที่จ่ายให้ผู้ถือมาเท่านั้น คิดว่าเราขายมันไม่ยากหรอก ดีมาก ..เอาล่ะ ทีนี้ก็ทำลายหลักฐานให้หมด   
Arthur – รถไฟหรอ?
Dutch – ใช่ เอาไปจอดไว้ที่ไกลๆเลย 
Arthur – แล้วไอ้คนพวกนี้ล่ะ?
Dutch – นายว่าไงล่ะ?
Arthur – ผมจะไปรู้หรอ?
Dutch – แล้วแต่นายก็แล้วกัน ฆ่าแม่งทิ้งหรือปล่อยไว้ที่นี่ ให้มันอยู่เฝ้ารถไฟของมันก็ตามใจ แต่ต้องมันใจว่าพวกมันจะส่งคนติดตามเราได้ก็พอ เสร็จแล้วก็เจอที่แค้มป์แล้วกัน พอนายกลับไปถึงเราจะออกเดินทางทันที 


                                             R2 – เล็งปืนยิง เพื่อฆ่าทิ้งให้หมด
                                              สามเหลี่ยม – ข่มขู่ และไว้ชีวิต 

เมื่อเลือกในสิ่งที่จะทำกับพวกตัวประกันได้แล้วก็ เข้าไปที่หัวขบวนรถไฟเพื่อเดินเครื่องให้รถไฟแล่นต่อไปให้ไกลจากที่นี่ได้เลย


                                         

                                     1 – 6:EASTWARD BOUND


                                                       Challenge

                                   - แวะรับ Javier ก่อนถึง Horseshoe Overlook 
                                   - จบภารกิจภายใน 6 นาที 



Dutch – ยังไงเราต้องลองดูก่อน สภาพอากาศเริ่มนิ่งแล้ว 
Hosea – แต่เราเพิ่งปล้นรถไฟของ Leviticus Cornwall มานะ
Dutch – ก็ใช่ เงินเราถึงเต็มกระเป๋าอยู่นี่ไง ปัญหาเดียวของเราคือของมากมายที่อยู่ด้านหลังนายที่เราต้องเอาไปให้หมด



Hosea – ชั้นพอจะรู้จักพื้นที่นี้ดีนิดหน่อย ชั้นบอกนายแล้วว่าเราควรจะตั้งแค้มป์ใน Horseshoe Overlook ใกล้กับเมือง Valentine เราตั้งแค้มป์อยู่ที่นั่นจนกว่าเรื่องจะเงียบอย่างไม่มีปัญหาแน่นอน 
Dutch – ดี งั้นก็ออกเดินทางได้เลย ! Arthur นายไปขึ้นรถคันเดียวกับ Hosea นะ เผื่อนายจะได้คุยเรื่องความหลังที่แสนหวานกันได้สะดวกๆ



Arthur – บ้าเอ้ย ! ล้อหลุด !
 Hosea – ไหนลงไปดูสิซ่อมได้มั๊ย?
Bill – คันหลังเป็นไงบ้าง โอเคมั๊ย?
Arthur – ดูแล้วโอเคมั๊ยล่ะ? ล้อมันหลุดไงไม่เห็นหรอวะ?
 Hosea – เอาเถอะๆ มาลองซ่อมดู น่าจะพอไหวนะ 



Hosea – เอาล่ะ Charles นายกับชั้นช่วยกันยกนะ Arthur นายเอาลองกลับมาใส่เลย
Arthur – นายยังไม่แก่เกินจะยกรถม้าใช่มั๊ย?
Hosea – หุบปากเลย !! ใส่ล้อเอามาเลย 
Arthur – เสร็จแล้ว ดูสิ นายยังไม่แก่เกินแกงนี่หว่า
Hosea – ฮ่าๆๆๆ 






Arthur – เอาไงดี Hosea ?
Charles – ถ้าพวกมันอยากจะหาเรื่องล่ะ? ..มองพวกมันไม่ชัดเลย 
Hosea – ไงไอ้พวกทึ่ม .... เราซวยแน่ๆถ้าพวกมันลงมาที่นี่  ...ไปกันเถอะ 


Hosea – แล่นเรียบแม่น้ำไปเรื่อยๆจากนั้นค่อยตัดขึ้นถนนด้านบน พื้นที่พวกนี้พวกอินเดียนสมัยก่อนถูกบังคับให้ขายอย่างไม่เป็นธรรมเท่าไหร่หรอก ที่นี่คือ Heartland ที่ที่เรากำลังจะเข้าไป ฟาร์มดีๆ ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์  พวกเขาเสียมันไปทั้งหมด ถูกขโมยไปจากพวกเขาจนหมด ไม่เหลือแม้แต่หญ้าซักใบ ไม่ถูกฆ่าก็ถูกต้อนพาตัวไป ... ที่ที่ไม่มีอยู่จริง
Charles – แล้วมันต่างกัน ที่ไหนซักแห่ง ยังไงเนี่ย
Hosea –  บางที่มันก็ไม่ต่างกันหรอก ชั้นเคยได้ยินพวกทหารที่เคยออกมาปฏิบัติงานที่นี่ ก็รู้สึก ไม่เป็นที่พอใจเท่าไหร่ 
Charles – ไม่เป็นที่พอใจเท่าไหร่หรอ? ... แล้วคุณปล้นฆ่าคนแถวนี้สนุกเลยล่ะสิ?   
Arthur – เราไม่ได้ทำ ทั้งๆที่  Dutch จะบอกให้ทำก็เถอะ 
Hosea – ชั้นว่า Dutch เขาคงกลัวว่าเส้นทางที่นี่มันคงจะซับซ้อนเกินไปสำหรับคนขับรถม้าที่แสนจะงี่เง่าของเราน่ะ 
Arthur – เฮ้ อย่าโทษกันสิ ชั้นไม่มีทางหลงทางหรอก ที่นี่ Conman กับ Charles เกิดและมีลูกมีหลานที่นี่นะ อีกอย่าง ที่เขาชอบทำเป็นเสียงดังเวอร์แบบนั้นไม่ได้แปลว่าเขารู้ในทุกเรื่องที่เขาพูดหรอกนะ 


Arthur – แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับเผ่าของนายหรอ Charles?
Charles – ชั้นจะไปรู้ได้ยังไงว่ะ? อยู่คนเดียวมาตั้งแต่จำความได้แล้ว พ่อผมเป็นคนผิวสี เคยเล่าให้ฟังพ่อเคยอยู่กับพวกของพ่อระยะนึง เป็นช่วงเวลาที่มีเสรีภาพที่สุด แต่พอตอนที่ต้องอพยพของจากถิ่นฐานเรา ทุกคนก็ต้องหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง ตอนนั้นชั้นยังเด็กก็จำอะไรไม่ได้มาก พอจำความได้ก็ได้แต่หนีมาตลอดชีวิต ไม่กี่ปีก่อนพวกทหารจับแม่ผมได้ ถูกคุมตัวไปที่ไหนซักแห่ง จากนั้นผมก็ไม่เคยเจอแม่อีกเลย ผมกับพ่อก็ได้แต่เร่ร่อนไปทั่ว พ่อเองก็ได้แต่โศกเศร้าเมามาย พออายุ 13 ผมเลยเลยแยกตัวออกมาตามทางของตัวเอง 
Hosea – รุ่นราวคราวเดียวกับตอนที่เราเจอ Arthur ที่นี่เลย อาจจะแก่กว่านิดหน่อย เป็นเด็กที่ก้าวร้าวที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย แต่เขาก็เรียนรู้เร็วมากเหมือนกัน
Arthur – ไม่เร็วเท่า Marston หรอกมั้ง 
Charles – เดี๋ยวนะ  คือ ผมไม่เข้าใจคุณสองคนนี่ไม่ถูกกันมาตั้งแต่ชาติบางไหนหรอ?
Hosea – กับ Arthur น่ะหรอ?
Arthur – เรื่องมันยาวนะ 


Arthur – เราตรงไปทางขวาเรื่อยๆใช่มั๊ย?
Hosea – เรากำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเพื่อค้นหาอนาคต และพักผ่อนในป่า ตามที่เราวางแผนไว้ใช่มั๊ย? เปล่าเลย ที่ถูกต้องคือเรากำลังหนีอย่างสิ้นหวังจากผู้รักษากฎหมายไปยังตีนเขาฝั่งตะวันออก ใช่ ชั้นเชื่อว่าเรากำลังทำแบบนั้น
Charles – คุณรู้จักแถวนี้ดีงั้นหรอ?
Hosea – ก็พอรู้นะ เคยมาสองสามครั้ง มีเมืองชื่อ Valentine อยู่ไม่ใกล้จากที่นี่มากนะ มีพวกคาวบอย พวกนอกกฎหมาย หญิงบริการอยู่รวมกัน เป็นที่ที่เหมาะกับคนอย่างเรามากๆ 
Arthur – พวก O’Driscolls ล่ะ?
Hosea – ก็อาจจะมีพวกมันด้วยแหละ
Arthur – คนของ Pinkertons ล่ะ?
Hosea – ก็หวังว่าคงไม่มีพวกมัน
Arthur – ที่ที่เราจะไปน่ะ เอ่อเดี๋ยวนะ มันชื่ออะไรนะ บอกอีกที่สิ?
Hosea – Horseshoe Overlook
Arthur – ที่นั่นเหมาะที่จะใช้ซ่อนตัวหรอ?
Hosea – ก็ดีที่สุดเท่าที่หาได้ในตอนนี้แหละน่า ว่าแต่ทำไมนายคิดว่า Dutch จะไปที่นั่นเพื่อหลบซ่อนล่ะ?  บางที นายรู้มั๊ย อาจเป็นชั้นนี่แหละที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เขาหรอก เราบอกเขาตลอดแหละว่า งานงานที่เรือเฟอรรี่นั่นมันไม่เวิร์คหรอก นายกับชั้นที่ Blackwater มันควรจะจบงานด้วยดี แต่ไม่ใช่กับ Dutch เขาไม่ได้ขวัญเสียขนาดนั้น
Arthur – บางครั้ง อะไรๆมันก็ผิดพลาดกันได้ มีคนต้องตาย ..วิถีโจรมันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ เราก็ต้องรับมันให้ได้ด้วย .. ผม คุณ แล้วก็ Dutch เราต่างๆก็อยู่สายงานแบบนี้มานานมากแล้ว และเราก็ยังอยู่ถึงตอนนี้ ..  ชั้นคิดว่ามันคงโคตรถูกจริตกับคนแบบเราจริงๆนั่นแหละ


Arthur – คุณนั่งทำอะไรของคุณอยู่ได้เนี่ย เห็นทำอยู่นายแล้ว?
Hosea – ก็แค่ ดอกยาร์โรว์ กับ โสม มาคลุกให้เข้ากัน มันดีต่อสุขภาพนะ ดีกว่ายาที่นายไปซื้อตามร้านด้วยนะจะบอกให้ ชั้นทำกินบ่อยจนจะหลับตาทำได้แล้วนะ  เอาสิลองดูหน่อย 



** ถึงตรงนี้ในบริเวณทางเลี้ยวขวา จะพบ Javier ยืนอยู่ข้างทางแล้วเรียกให้จอดรับเขาไปด้วย จอดรถแล้ว Javier จะโดดขึ้นรถเอง ซึ่งก็จะได้ Challenge ด้วย **



Dutch – อย่างที่นายพูดไม่ผิดเลยวะ Hosea ที่นี่โคตรเฟอร์เฟคเลย 
Hosea – ชอบก็ดีแล้ว
Dutch – ทุกๆท่าน พวกเรารอดแล้ว 
Hosea – อย่างน้อยก็ตอนนี้ 
Dutch – เวลาของความสำเร็จของพวกเรามาถึงแล้ว Arther กับชั้นพูดเรื่องความสำเร็จตั้งแต่ที่ Blackwater 



Hosea – เราควรจะได้อยู่ในที่ที่มันอลังกาลกว่านี้ จน Micah มาพาให้ไปทำงานที่เรือเฟอรรี่นั่น และสุดท้ายเราก็ต้องมานอนในป่านี้ 
Dutch – เราก็ทำพลาดกันมาตลอดทั้งปีนั่นแหละน่า Hosea เราก็พลาดกันได้ทุกคนแหละ แต่ชั้นทำให้เรายังคงได้อยู่ร่วมกัน ทำให้ทุกคนปลอดภัย ทำให้รอดปากเหยี่ยวปากกา 
Hosea – แต่ชั้นแค่ห่วงนะ Dutch ชั้นคงอยู่อีกไม่นานหรอก ชั้นอยากให้ทุกคนปลอดภัยก่อนชั้นจากไปน่ะ 
Dutch – ชั้นก็เหมือนกัน
Hosea – แต่ตอนนี้เรากำลังติดอยู่แหงกอยู่ทางตะวันออกของ Grizzlies และไม่มีเงินซักแดงเดียว ซึ่งห่างไกลกับการที่เราจะไปสร้างฝันที่ฝั่งตะวันตกที่เราหวังเอาไว้เยอะเลยนะ


Dutch – ชั้นรู้ !! แต่พวกเราก็ปลอดภัยไม่ใช่หรอ? เราอาจหาเงินได้เล็กๆน้อยๆที่นี่แล้วจากนั้นก็ค่อยเดินทางต่อ มุ่งหน้าไปยังตะวันตกของดินแดนลุงแซม หาเงินต่ออีกหน่อยไม่กี่เดินเราก็ซื้อที่ดินที่ไหนซักแห่งได้แล้วน่า 
Hosea – ชั้นก็หวังให้มันเป็นแบบนั้นนะ 



        Dutch – ทำไมนายถึงไม่มองดูรอบๆตัวนายก่อนล่ะ โลกใบนี้กำลังปลอบขวัญให้พวกเราอยู่ 



Strauss – ท่านสุภาพบุรุษ เอ่อ ผมเพิ่งลงไปที่เมืองในท้องถิ่นแถวๆนี้ ผมว่าเราน่าจะพอทำธุรกิจอะไรเล็กๆน้อยๆได้บ้างนะ 
Dutch – แน่นอน คุณ Herr Strauss
Arthur –  ผลชอบปล้นธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยซะด้วยสิ
Dutch – ยังไงเถอะ แบบนี้ค่อยเป็นงานที่ทรงเกรียติสมกับพวกเราหน่อย เอาล่ะ ทุกคนวางเครื่องไม้เครื่องมือลงแปบนึง มารวมตัวที่นี่ก่อน เร็วๆเลย 


Dutch – ผมรู้ว่าที่ผ่านมาเราเจอกันมาหนักมาก แต่ตอนนี้เราก็ปลอดภัยแล้ว แถมยังมีทางที่จะทำให้ห่างไกลความยากจนด้วย นั่นแปลว่าถึงเวลาทำงานของทุกคนแล้ว 
Hosea – ออกไปทำงานแล้วก็ต้องพยายามอยู่ห่างๆปัญหากันด้วยนะ อย่าลืมนะ พวกเราเป็นแรงงานพลัดถิ่น ....
Dutch – ที่เพิ่งถูกไล่ออกมาจากโรงงานที่อยู่ทางเหนือที่เพิ่งปิดตัวไป เอาล่ะ ไปได้แล้ว ออกไปทำงานหาของมีค่าทุกอย่างเท่าที่จะหาได้  ..ลุง , คุณ Swanson ไม่เอานักเดินทางแล้วนะ ตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนจะได้รับในสิ่งที่พวกเขาเก็บเอาไว้ 
Hosea – มันจะมีเมืองเล็กๆ ที่ต้องเดินทางไปตามเส้นทางเล็กลงไปด้านล่าง ชื่อเมือง Valentine เป็นเมือง ปศุสัตว์ ที่เต็มไปด้วยโคลนและพวกด้อยปัญญา ถ้าชั้นจำไม่ผิดนะ เป็นที่ที่เหมาะสมในการเริ่มต้นของพวกเรา 
Pearson – เราต้องการอาหาร ผมหมายถึงอาหารจริงๆ แบบได้กินทุกวันทุกๆคนเลย



 Dutch – และจงอย่าลืมว่า ไม่ว่าทุกคนจะหาอะไรมาได้ก็ตาม ส่วนนึงต้องแบ่งปันมาให้ทางแค้มปสำหรับส่วนรวมด้วย แล้วก็อยู่ข้างนอกนั่นก็จงใช้ไหวพริบกันหน่อยนะ ไปได้แล้ว


Susan – ตอนนี้พวกผู้หญิงเตรียมเต้นท์ที่พักให้คุณเสร็จแล้ว คุณ Morgan มากับชั้นเลยคะ ส่วนคุณ 2 คนรออีกแปบนึงนะ นี่คะอยู่ตรงนี้ 
Arthur – ผมมั่นใจว่าไม่นานทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้นนะ Miss Grimshaw 
Susan – มันก็ควรจะเป็นอย่างงั้น ถ้าสินค้าของคุณที่ Blackwater ปลอดภัยนะ 
Arthur – ตอนนี้ผมมีทุกอย่างยกเว้นเงิน ..
Susan – โอ๊ย ไม่ต้องมาตอกย้ำชั้นเลยนะ 
Arthur – ได้ยังเราก็มีโอกาสทำเงินเสมอแหละน่า 





                        Chapter 2 : Horeshoe Overlook 




                                ....................  หลายสัปดาห์ต่อมา ...................



Arthur – ในที่สุดเราก็ออกมาพ้นจากภูเขาจนได้ และกำลังมุ่งหน้าตะวันออก ไปยังดินแดนที่แสนสวยงามนามว่า Heartland ..ไม่ได้เข้ามาในเขตตะวันออกไกลขนาดนี้มาหลายปีแล้ว Dutch เริ่มดูดีขึ้นมาหน่อย ตาเริ่มเปล่งประกายอีกครั้ง ดูจากความคิดอันบรรเจิดของเขาได้ ผมคิดว่า อย่างน้อยๆตอนนี้พวกเราก็กำลังมีความสุข แม้ว่าทุกคนเพิ่งผ่านความวุ่นวายที่ Blackwater มาหมาดๆก็เถอะ 



Hosea – กาแฟหน่อยมั๊ย Arthur ?
Arthur – อืมมม Hosea
Hosea – วันที่แสนเงียบสงบ 
Arthur – ก็หวังให้เป็นอย่างงั้นนะ 
Hosea – พวกหนุ่มๆเตรียมพร้อมอยู่ที่เมือง Valentine แล้วนะ Bill, Charles, Javier และ Swanson พบบางอย่างที่สถานีรถไฟ และ Strauss ก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่ารังเกียจบนใบหน้าเขา ทำให้ผมแน่ใจว่าพวกเขาน่าจะมีรายชื่อผู้โชคร้ายที่พวกเขาเล็งที่จะปล้นเอาไว้แล้ว ฮ่าๆ นายลองไปดูหน่อยก็แล้วกันนะ  
Arthur – ขอบคุณสำหรับข่าวนะ แล้วคุณล่ะจะทำอะไร?
Hosea – อ่านหนังสือที่ค้างไว้ให้จบน่ะสิ 


                        Mission 2 – 1 : Polite Society, Valentine style 


                                                          Challenge

                               -แวะช่วยลุงที่ม้าหลุดจากรถม้าระหว่างทาง
                               -ตามหา Karen ให้เจอภายใน 45 วินาที


     เข้าไปที่จุดภารกิจ U ในพื้นที่แค้มป์ Horeshoe Overlook คุยกับตาลุงที่กำลังเมาหลับอยู่


Arthur – ตื่นได้แล้ว !! ระวังล่ะ มัวแต่อู้งานจะตายอยู่ที่นี่ไม่รู้ด้วยนะ 
Uncle – ชั้นกำลังคิดอะไรอยู่นะ
Arthur – หรอ ในขณะที่พวกเราออกไปขโมย ปล้น ฆ่า พยายามที่จะเอาชีวิตรอด แต่ลุงมัวแต่นั่งคิดนอนิดทั้งวันเนี่ยนะ 
Uncle – โลกที่เราอยู่ตอนนี้มันก็แปลกๆแบบนี้แหละ Arthur เอ้ย 
Arthur – ลุงอยากจะเข้าเมืองด้วยกันมั๊ย? เผื่อจะเจออะไรดีๆบ้างเอามั๊ย?
Uncle – แน่นอน ไปสิ ชั้นอยากทำภารกิจพิเศษนานและ 
Arthur – ดี งั้นไปเตรียมม้าให้พร้อมเดี๋ยวนี้เลย !



Karen – นี่ ถ้าจะพาตาแก่ขี้เมานั่นเข้าเมืองล่ะก็ พาพวกชั้นไปด้วยไม่ได้หรอ?
Arthur – ตั้งใจจะไปทำไมกันล่ะ?
Karen – เผื่อจะหาอะไรทำไง  ถ้าเจองานหรืออะไรที่พวกเราพอที่จะทำได้จะได้ทำเลย
Mary – Beth – อยู่ที่นี่เฉยๆมาสองอาทิตย์พวกเราเบื่อจน Karen จะฆ่าป้า Grimshaw อยู่แล้วนะ  
Arthur – แล้วป้า Grimshaw อนุญาตรึยังไงล่ะ?
Karen – ป้า Grimshaw อนุญาตรึยังเนี่ยนะ ? นายบ้าไปแล้วหรอ Arthur สาวสวย 3 คนต้องการให้พาเขาไปออกปล้น แต่นายมัวแต่จะให้ไปขออนุญาตยัยป้าแม่บ้านนั่น ไม่เอาน่า ไปกันเถอะ
Arthur – อืมม ก็จริง งั้นมาเถอะ 
Tilly – เย้ !!! ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะได้ไปสู่ความศิวิไลซ์กันแล้ว ฮ่าๆๆ



ระหว่างเดินทางเมื่อรถม้าขึ้นสู่ถนนสายหลัก จะพบรถม้าของลุงที่เกิดอุบัติเหตุม้าหลุดออกจากรถม้าจนต้องจอดข้างทาง แวะเข้าไปช่วยลุงเขาหน่อย


 โดยการออกไปตามเอาม้าที่หลุดไปกลับมา ด้วยการค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ กด L1 โฟกัสไปที่ม้าแล้วกดสี่เหลี่ยมปลอบให้มันหายตกใจแล้วค่อยขี่มันกลับไปให้เจ้าของม้า


Tilly – ว้าว ถึงซะที ได้กลิ่นแกะโชยมาแต่ไกลเลย 
Karen – หรือไม่ก็กลิ่นของตาลุงนี่ ฮ่าๆ 
Uncle – ขำตายล่ะ 
Mary – Beth – เมืองนี้เล็กกำลังดีเลย ผู้คนที่นี่ ก็นะ ...แต่ยังไงชั้นก็ไม่ยอมกลับไปอยู่บนภูเขาหิมะนั่นอีกแน่นอน 
Tilly –พวกเธอคิดว่าเราน่าจะชวน Molly มากับเราด้วยมั๊ย?
Karen – โอ้ ไม่ๆๆ ยัย O’shea หล่อนหัวสูงกว่าพวกเราเยอะ ..เอาล่ะสาวๆ ถึงแล้ว ลองไปดูรอบๆเมืองดูสิว่าเจออะไรดีๆบ้าง 
Uncle – ที่นี่มีสำนักงานนายอำเภออยู่ด้วยนะ แน่ใจว่านายจะปล้นคนที่นี่ได้นะ Arthur
Arthur – ก็หวังว่าพวกเขาจะไม่เห็นอ่ะนะ 
Uncle – นี่มันเกมของพวกคนหนุ่มชัดๆ
Karen – เอาล่ะ ถึงเวลาจะทำเรื่องชั่วๆที่เมืองนี้กันแล้ว 
Arthur – อย่าลืมล่ะ พยายามอย่าทำตัวให้เป็นที่สนใจมากนัก
Karen – แล้วนายละ จำได้ยัง Arthur?
Arthur – ไม่ค่อยอยากจะจำเหมือนกัน
Uncle – เอาล่ะ สุดทางแล้ว เราต้องจอดตรงนี้แหละ


Arthur – เราจะหาอะไรทำกันดีล่ะลุง?
Uncle – ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้เดือดร้อนอ่ะนะ ให้พวกผู้หญิงไปทำงานเถอะ
Karen – ด้วยความยินดีเลย เริ่มจากที่ Saloon ก่อนก็แล้วกัน 
Arthur – โอเค พยายามอยู่ห่างปัญหาเอาไว้ด้วยก็แล้วกัน 
Uncle – ชั้นว่าจะเข้าไปหาซื้อของในร้านค้าหน่อย ไปเจอกันที่ร้านเมื่อนายพร้อมก็แล้วกันนะ
Karen – มาเถอะสาวๆ มโนเอาว่ากำลังอยู่ในปารีสก็แล้วกัน



Arthur – ถามจริง ลุงยังจำตัวเองได้ใช่มั๊ย? ไม่ได้บ้าจริงๆใช่มั๊ย?
Uncle – คนบ้าหรอ? ไม่อยากจะคุย เมื่อก่อนชั้นมีฉายาว่า ไอ้หนูนัดเดียว One Shot Kid นะ
Arthur – โอเค ผมคงไม่ถามหรอกนะว่าได้มาได้ยังไง
Uncle – นายเป็นคนตลกนะ Arthur Morgan แต่ชั้นก็รู้ว่านายรักชั้น 
Arthur – ไม่อยากทำให้ผิดหวังนะ ..แต่ คุณเป็นพยาธิโปรดของผมเลยล่ะ ไม่สิ ขี้กลากต่างหากที่ผมชอบที่สุด คุณเป็นพยาธิตัวโปรดอันดับสองของผมก็แล้วกันนะลุง 
Uncle – ตลกอีกแล้ว
Arthur – ไม่สิ  ผมโกหก จริงๆผมชอบ ขี้กลาก ..กาฬโรค แล้วก็ลุงน่ะ
Uncle – หุบปากไปเลย 


เข้าไปในร้านขายของ หาซื้อเสื้อผ้าไอเทมต่างๆได้ตามต้องการแล้วซื้อ Ground Coffee มา จากนั้นก็ออกจากร้านได้เลย

Uncle – เอานี่ เพื่อสุขภาพ แล้วก็มานั่งตรงนี้ก่อนเลย ..โลกนี้มันตลกว่ามั๊ย ในสายอาชีพแบบชั้น ชั้นวาดภาพตัวเองแต่งงานมีลูก ....



Mary – Beth – หนุ่มๆ ชั้นว่าชั้นเจออะไรดีๆเข้าแล้วล่ะ ชั้นแอบเข้าไปในบ้านหลังนึง ทำทีว่าจะมาสมัครเป็นคนรับใช้ ได้ผลด้วยล่ะ มีคนบอกว่าน้องสาวของเธอกำลังเดินทางไปนิวยอร์กหรือที่ไหนซักแห่งนี่แหละ คิดดู รถไฟที่เต็มไปด้วยนักเดินทางรวยที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ Saint Denis จากนั้นก็ล่องเรือต่อไปบราซิล รถไฟที่เต็มไปด้วยสัมภาระ และ กำลังเดินทางไปยังถิ่นกันดารยามค่ำคืน ก่อนจะไปถึงที่ท่าเรือที่ชื่อ Scarlett Meadows อะไรเนี่ย
Uncle – ชั้นรู้จักๆ ใกล้ๆกับ New Hanover ที่นั่นเปลี่ยวมากเลยนะ
Arthur – ฟังดูดีเหมือนกันแฮะ แล้ว Tilly กับ Karen อยู่ไหนล่ะ?
Mary – Beth – ก็คงไม่พ้นที่โรงแรมนั่นแหละ เห็นว่าจับพวกคนเมารวยๆได้คนนึง ปล้นได้หมูๆเลย แต่ก็ดูเหมือนจะหายเงียบไปนานแล้วเหมือนกันนะ 
Arthur – สงสัยต้องไปดูซะหน่อยเผื่อมีปัญหาเกิดขึ้น 
Mary – Beth – นั่นไง Tilly อยู่ตรงนั้นไง ...ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วยแฮะ 



Tilly – ไปให้พ้นนะ !! 
????? – ชั้นเล็งอยู่นานแล้ว 
Arthur – เอาล่ะ เอามือออกจากเธอได้แล้วเพื่อน !
????? – แล้วแกเป็นใครวะ !!!
Tilly – เพื่อนของชั้นน่ะสิ 
Arthur – เลิกยุ่งกับเธอได้แล้ว !
????? – แล้วถ้าไม่เลิกล่ะ แกจะทำไมวะ?
Arthur – อยากรู้ก็ลองดูสิ 
????? – แกทำพลาดครั้งใหญ่แล้ว Tilly Jackson ... ฝากไว้ก่อนเถอะ !!
Tilly – ไสหัวไปได้แล้ว !! 
Arthur – ไปรวมตัวกับคนอื่นๆที่อีกฝั่งของถนนเลย Tilly 
Tilly – ขอบคุณมากนะ Arthur

จากนั้นเดินทางเข้าไปที่โรงแรมในเมือง แล้วขึ้นไปที่ชั้นสองของโรงแรมพังประตูเข้าไปห้องท้ายสุดจะพบ Karen กำลังถูกรังแกอยู่ในห้อง


Arthur –  เฮ้ย !!
????? – แกเป็นใครวะ ชั้นจ่ายเงินแล้วนะ !!
Arthur – จ่ายแล้วก็ไม่ได้แปลว่าจะทำร้ายเธอได้นะ ! เข้ามา ไอ้สัตว์นรก !!!

Arthur –  เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่เนี่ย? 
Karen – ก็พยายามจะเล่นสนุกกับเขาซักหน่อย แต่ไม่เข้าดีเท่าไหร่
Arthur –   เธอไม่เป็นไรแน่นะ?
Karen – ชั้นโอเค ไม่ต้องห่วงหรอกก็แค่ ผู้ชาย ...ไอ้บ้าเอ้ย มาโม้ว่าทำงานที่ธนาคาร ที่นี่ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ก็เป็นเมืองเศษฐกิจที่มีเงินหมุนเวียนไม่น้อยเลยนะ 



Tilly – เธอเป็นอะไรมั๊ย?
Karen – ก็แค่โดนตบน่ะ แต่ Arthur จัดการให้แล้ว 
Mary – Beth – ดูไอ้หมอนั่นสิ มันมองมาที่พวกเรานานแล้วนะ 


????? – นายน่ะ ชั้นจำได้ เหมือนเคยเจอที่ Blackwater เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ใช่มั๊ย?
Arthur –  ผมหรอ ? เปล่านะไม่เคยมาจากที่นั่น จำคนผิดแล้วมั้ง
????? – แต่ชั้นเห็นนายอยู่ในกลุ่มพวกโจรนั่น
Arthur – ผมหรอ ไม่ใช่แล้ว จำผิดแล้วมั้ง? เอาล่ะ ไหนมาคุยกันแปบนึงสิเพื่อน มานี่มา
????? – ชั้นเห็น ชั้นจำได้ !! ไม่อยู่แล้วววว !!
Uncle – ชั้นไม่ชอบเลยแบบนี้ .... 
Arthur – เหมือนกัน ชั้นคงต้องตามไปคุยกับเพื่อนของเราหน่อยแล้ว 

ขี่ม้าตามชายแปลกหน้าปากโป้งที่ขี่ม้าหนีไปจนมันไปพลาดท่าจะตกหน้าผาอยู่ที่สุดทาง


Arthur – ทำไมนายถึงต้องพูดโกหกเกี่ยวกับชั้นด้วย ห๊า?
????? – ผมผิดไปแล้ว ได้โปรดช่วยผมด้วย ดึงผมขึ้นไปหน่อยสิ !! 
Arthur – ชั้นไม่เคยอยู่ที่ Blackwater 
????? – แล้วทำไมต้องไล่ตามจับผมด้วยล่ะ?
Arthur – ก็แค่เคราะห์หามยามร้าย
????? –  ผะ ผมก็เหมือนกัน ได้โปรด ดึงผมขึ้นไปหน่อย ได้โปรด !!



????? – เลอะเทอะไปหมดเลย
Arthur –  ไม่ตายก็ดีแล้วนี่ 
????? – เอ่อ ผมชื่อ Jimmy Brooks นะ 
Arthur –   ชั้นคิดว่า ถ้าจะให้ดีสำหรับเราสองคน ก็ขอให้ทำให้เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจะดีกว่า 
Jimmy  - ก็ได้ ตกลง ... คุณช่วยชีวิตผมไว้ คุณก็เป็นคนดีนะ ...อ่ะ ผมมีของเล็กน้อยจะให้ตอบแทน



Arthur –   นายเป็นคนมีน้ำใจมาก Jimmy แต่ ชั้นไม่ใช่คนดีหรอกนะ Jimmy Brooks ไม่ใกล้เคียงเลยด้วย นายก็เห็นชั้นที่ Blackwater ชั้นฆ่าคน บางทีชั้นอาจจะฆ่านายด้วยก็ได้ ชั้นควรต้องฆ่านายมั๊ย Jimmy Brooks?
Jimmy  -  ผมหรอ? ผมไม่เคยเห็นคุณที่ Blackwater ซะหน่อย ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ผมว่าเราคงเข้าใจกันแล้วนะ 
Arthur – ชั้นเข้าใจแล้ว Jimmy Brooks  แต่ก็อย่าลืมซะล่ะ ชั้นเป็นคนความจำดีนะจะบอกให้ 


ย้อนกลับไปที่เมือง Valentine จะพบจุดเครื่องหมาย ? ในแผนที่ นั่นคือจุดภารกิจที่จะได้รับจากคนแปลกหน้าทั่วไปที่เรียกว่า Stranger Quest

                       Stranger Quest: The Noblest of Men and a woman 



Arthur – เพื่อนคุณที่เมาหลับอยู่นี่ใครหรอ?
Calloway – ฮ่าๆ เอาไอ้นี่ใส่ไปในหนังซื้อของนายด้วยเซ่ 
Levin – นี่ Jim "Boy" Calloway ยังไงล่ะ
Arthur – ใครวะ?
Levin – ก็พวกมือปืนยังไงล่ะ? เขายิงด้วยมือซ้ายได้เร็วยิ่งกว่าลมหายใจซะอีก ฆ่ามาแล้ว 14 ศพที่ Lewsey Hollow 
Arthur – แล้วจะรออะไรอีกล่ะ?
Levin – คุณหมายความไงไม่ทราบ? 
Arthur – ก็ฆ่ามันแล้วเอาไปขึ้นรางวัลไง
Levin – ผมไม่ได้จะฆ่าเขาซักหน่อย ผมจะเชิดชูเกรียติเขาต่างหาก เขามันระดับพระกาฬเลยนะ ผมพยายามเขียนหนังสือชีวประวัติของเขาอยู่เนี่ย 
Arthur – จะทำไปเพื่อ? แล้วนายจะทำยังไง?



Levin – ผมไม่มีปัญญาไปต่อสู้หรือฆ่าเขาหรอก ก็แค่ตกลงกันว่า เขาอยากจะเป็นที่จดจำว่าเป็นมือปืนที่ดีที่สุดใน บอลทิมอร์ หรือจะฆ่าผมซะผมจะได้ไม่ต้องมากวนเขาอีก 
Arthur – เอาล่ะ อย่างน้อยนายก็เข้าใจสิ่งสำคัญที่นายต้องรู้แล้ว
 Levin – อะไรหรอ? 
Arthur – สิ่งที่พวกมือปืนบูชามี 2 อย่าง เสรีภาพและเกรียติยศ 
Levin – สุดยอดดดด  เดี๋ยวผมจะเขียนเอาไว้ในหนังสือด้วยเลยล่ะกัน คงได้นะ แล้วคุณชื่ออะไรหรอ?
Arthur – ได้ ไม่มีปัญหา ผมชื่ออะไรหรอ? .... ผมไม่มีชื่อหรอก
Levin – แต่คุณก็เป็นมือปืนไม่ใช่หรอ?
Arthur – ก็ไม่เชิงหรอก ...ใครยิงมาก็ยิงแม่งกลับก็แค่นั้น 
Levin – แล้วคุณเคยดวลปืนป่ะ?
Arthur – เคยครั้งนึง 
Levin – แล้วคุณไม่อยากจะมีชื่อเสียงบ้างหรอ?
Arthur – ไม่อยากมีหรอก
Levin – แปลกแฮะ แล้วที่หวังไว้ในอนาคตล่ะ?
Arthur – เงินไง 



Levin – โอ้ ..รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยแฮะ ..แต่ผมก็อยากทำหนังสือนี่ให้เสร็จ ซึ่งก็ยังเหลือรายชื่อพวกมือปืนอีกเพียบเลยที่อยากได้ประวัติของพวกเขา อย่างนี่ .. ระดับตำนาน ทั้ง Emmet Granger , Flaco Hernandez , Billy Midnight , Black Belle 
Arthur – ผมไม่รู้จักพวกเขาซักคน
Levin – แต่คุณอาจจะลองไปพูดคุยกับพวกเขาได้ บอกพวกเขาอย่างที่ผมบอกกับ Calloway นี่แหละ แต่ถ้ามันทำเก๋า ก็ ... ยิงแม่งซะเลย ไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะพูดแบบนี้ 
Arthur – สรุปว่าคุณต้องการให้ผมออกไปตามหาไอ้พวกมือปืนขี้แพ้แบบไอ้หมอนี่ สอบถามเรื่องราวของเขา แต่ถ้าเจอใครเก๋าก็ยิงแม่งเลย ใช่มั๊ย? .. แล้วจะจ่ายเท่าไหร่ล่ะ?
Levin – ก็มากโขอยู่นะ ..ผมให้ 50% ของรายได้ของหนังสือเลยล่ะ
Arthur – โอเค งั้นจะลองหาดูก็แล้วกัน
Levin – ฮ่าๆๆๆ เยี่ยมเลย อ่อ อย่าลืมถ่ายรูปพวกเขามาด้วยล่ะ นี่กล้อง กับรูปของพวกเขา รายละเอียดเบาะแสของพวกเขาผมเขียนไว้ที่หลังรูปนะ
Arthur – จะลองดูเท่าที่หาได้ก็แล้วกันนะ 

                                              Legendary gunslinger


เป้าหมายในภารกิจย่อยนี้คือ ตามหามือปืนตามรูปที่ได้มา 4 คนคือ Emmet Granger , Flaco Hernandez , Billy Midnight , Black Belle ซึ่งต้องออกค้นหาให้เจอตามคำบอกใบ้ด้านหลังภาพของแต่ละคน


 ในจุดภารกิจย่อยของแต่ละคน (จะเห็นเป็นอักษรตัวย่อของชื่อแต่ละคนในจุดภารกิจนั้น) เข้าไปทำภารกิจย่อยของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเงื่อนไขในการเข้าหาที่แตกต่างกัน สิ่งที่ต้องทำคือ ถ่ายรูปพวกเขามาให้ได้ไม่ว่าเป็นหรือตายก็ตาม

                                                  ตำแหน่งของ Emmet Granger


                                           ตำแหน่งของ Flaco Hernandez


                                                     ตำแหน่งของ Billy Midnight



                                                     ตำแหน่งของ Black Belle


เมื่อได้กล้องถ่ายรูปมาก็จะสามารถใช้ Photo Mode ในการถ่ายรูปได้แล้ว โดยการกด L1 เลือกใช้กล้องถ่ายรูป จะสามารถถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ ผู้คน รวมถึงการถ่ายเซลฟี่ตัวเองได้



                              Bounty Quest: Good Honest, Snake Oil


                                                             Challenge

-ช่วย Benedict Allbright ไม่ให้ตกเขส
- ตามจับ Benedict Allbright ให้ได้ภายใน 1 นาที 15 วินาที
- จับตัว Benedict Allbright เดินทางไปส่งนายอำเภอภายในเวลา 1 นาที 30 วินาที 


นายอำเภอ – ว้าว ดูสิใครมา? บางที นี่แหละคนที่เรากำลังต้องการ 
Lawman – คุณเป็นพวกนักล่าค่าหัวหรือเปล่าครับ 
Arthur – ก็อาจจะใช่ ขึ้นอยู่กับว่าใครถาม
นายอำเภอ – เดาว่าคุณคงเพิ่งถึงเมืองนี้ไม่กี่วันมานี้ แต่ถ้ามาอยู่ที่นี่แล้วก็ช่วยรักษากฎหมายด้วยแล้วกัน นอกนั้นผมไม่อยากรู้เรื่องอะไรของคุณทั้งนั้น จนกว่าผมจะมีเหตุผลพอที่จะอยากรู้ 
Arthur – โอเค 

นายอำเภอ – ที่นี่คือเมืองเศรษฐกิจนะคุณ ย่อมดึงดูดพวกคนเลว พวกนอกกฎหมาย ให้เข้ามารุมตอมเหมือนแมลงวัน ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่จะไปเด็ดหัวพวกมันที่มีอยู่มากมายได้อย่างรวดเร็ว แต่ผมก็อยู่มานานพอที่จะรู้ว่า แม้คุณไม่ได้เป็นนักบุญแต่ก็จับคนบาปได้ ตามหาเป้าหมายที่ผมต้องการ ผมก็จะจ่ายให้อย่างดีเลย และชั้นจะไม่ถามซักคำว่าคุณจับมันมาด้วยวิธีไหน 
Arthur – แล้ว คุณต้องการให้จัดการใครล่ะ?
นายอำเภอ – ทำไม คุณไม่ลองดูโปสเตอร์หมายจับที่แปะอยู่บนพนังนั่นล่ะ 



Lawman – เขาเป็นพ่อค้าเร่กระจอกๆ ที่ชอบวางยาพิษคนเพื่อหวังที่จะหลอกขายยาแก้พิษ ก่อเหตุตั้งแต่แถวๆเมืองนี้ไปจนถึง Annesburg ฆ่าคนมามากกว่า Landon Ricketts โดยไม่ต้องเหนี่ยวไกปืนซักนัด ส่วนใหญ่จะป่วยตายกันหมด 
นายอำเภอ – พวกคนที่ Salloon บอกว่าเคยเห็นมันล่าสุดบนถนนทางเหนือของเมือง คุณคิดว่าจะไปจับมันมาได้มั๊ยล่ะ? เงินดีนะ อ่อ ผมขอให้จับเป็นมันด้วยล่ะ เพราะผมต้องการจะแน่ใจว่าพวกเหล่าแม่หม้ายที่ผัวพวกเธอตายเพราะมันจะได้รับการชดเชยก่อนที่มันจะถูกแขวนคอ 
Arthur – จะลองดูเท่าที่จะทำได้แล้วกันนะครับ 
นายอำเภอ – โชคดีนะ 



รับงานแล้วเดินทางขึ้นไปทางทิศเหนือของเมือง เข้าไปที่ตำแหน่งเป้าหมายของภารกิจจะพบคนร้ายตามหมายจับกำลังตั้งแค้มป์พักอยู่ที่ริมแม่น้ำ


Arthur – คุณคือ Benedict Allbright ใช่มั๊ย?
Benedict – ไม่ใช่ครับ ..
Arthur – อ่อ คุณดูเหมือนเขามากๆเลย แล้วก็ได้ข่าวมาว่าเขาอยู่แถวๆนี้ด้วยสิ
Benedict – ไม่รู้สิ ก็ผมไม่ใช่เขานี่
Arthur – หรอ เสียดายแฮะ ผมก็แค่อยากจะมาซื้อยาจากเขาเท่านั้นเอง ได้ยินว่ามันเป็น ยาวิเศษด้วยสิ ผมพร้อมจ่ายสดด้วยทองที่ผมมีเลยล่ะ และผมจะให้รางวัลอย่างงามเลยถ้าคุณพาผมไปเจอเขาได้ ผมก็แค่ ...แม่ผมกำลังป่วยหนัก อยากได้ยาไปรักษาแม่น่ะ ..
Benedict – โฮ่ๆๆ ทางแบบนั้น ถ้าเพื่อนผู้หญิงที่ป่วย ผมก็ยินดีที่จะช่วยเลย ผมเป็นผู้เยียวยาผู้คนคุณรู้มั๊ย? เป็นขายยาหนึ่งเดียวในย่านนี้ 



Arthur – งั้นก็ เกม เลย คุณ Benedict ยกมือขึ้นเลยครับ ผมขอจับคุณเลยนะครับ
Benedict – จับผมเนี่ยนะ ? จับเพื่อ?
Arthur – ก็เห็นอยู่ว่า ยาที่คุณขายมันทำให้ผู้คนตายยังไงล่ะ? และ คุณก็มีค่าหัวด้วย คุณ Benedict เรื่องอื่นผมไม่รู้หรอกเพราะไม่ใช่เรื่องของผม
Benedict – ไม่เอาน่าเพื่อน นี่มันบ้าไปแล้วผมเป็นหมอรักษาคนนะ เห็นก็น่าจะรู้ สาบานเลยผมเป็นักวิทยาศาสตร์จริงๆนะ ผู้คนก็มันจะไม่พอใจอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้ตลอดแหละ นี่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครั้งใหญ่เลยนะ 
Arthur –ยกมือขึ้นเลยเพื่อน  หยุดพล่ามได้แล้ว เดี๋ยวพวกเขาจะเป็นคนสอบสวนคุณเอง 
Benedict – ผมบอกเลยที่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดเอามากๆนะ !!
Arthur – อย่าทำอะไรโง่ๆนะ !



ในขณะที่ Arthur กำลังเข้าจับกุม Benedict ที่พยายามที่จะพูดต่อรองและขัดขืนจนทำให้พลัดตกลงไปในแม่น้ำจนทำให้ร่างของ Benedict ถูกกระแสน้ำพัดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ Arthur ต้องรีบขี่ม้าตามไปจนถึงปลายน้ำ จัดการเอาเชือกบวงบาศก์ลากมันขึ้นมาจากน้ำแล้วจับมันมัดยกขึ้นม้าพาตัวเดินทางมามอบให้ที่สำนักงานายอำเภอในเมืองเพื่อรับรางวัลได้เลย



                                Mission 1 – 2:  American at Rest 


                                                        Challenge

ช่วย Javier ภายในเวลา 15 วินาที
จัดการ Tommy ให้ได้ภายในเวลา 1 นาที 30 วินาที 


เข้าไปที่จุดภารกิจ JE ที่ Saloon ในเมือง Valentine จะพบ Javier และ Charles กำลังดื่มเหล้าเคล้านารีกันอยู่อย่างสนุกสนาน ..


Javier – อ้าว Arthur มานี่ มานี่ ชั้นจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่ของพวกเรา
 Arthur – ยินดีที่ได้รู้จักครับ 
สาว – แหม อยากรู้จังว่าคุณน่ะแข็งเหมือนต้นสักภูเขาหรือเปล่า?
สาว – โอ เคร่งขรึมจังตัวเอง ... มีคนเคยบอกชั้นว่าผู้ชายที่พูดน้อยเนี่ยเป็นพวกจุ๋มจิ๋ม
Javier – ช่ายๆ เขานี่แหละ จิ๋ม ...จุ๋ม เลยล่ะ  ใช่ป่ะ Arthur
Arthur – เออ อยากพูดอะไรก็พูดไปเหอะ ....ถามตรงๆเลยนะสาวๆ เท่าไหร่เนี่ย?
สาว – โห นี่หาคำพูดมาทักทายผู้หญิงได้ดีแค่เนี่ยหรอ?
Arthur – อ้าว ผมไม่รู้นะเนี่ยว่ากำลังพูดกับผู้หญิงอยู่อ่ะ?
 สาว – หึ ขอตัวก่อนนะ ...



Javier – นายนี่มันรู้ใจผู้หญิงจริงๆเลยวะ อามิโก้ 
Arthur – เออ ก็เสน่ห์แรงอย่างงี้มาตลอดนั่นแหละ 
Javier – ฮ่าๆๆๆๆ  
Arthur – เออแล้ว Bill มันไปไหนวะเนี่ย?
Javier – เฮ้ๆๆ นั่นไงๆ พูดถึงมันก็มาพอดีเลย
Bill – อย่ามาถูกตัวกูนะเว้ย !!
Arthur – นั่นมันกำลังจูบหรือต่อยเขากันแน่วะ ฮ่าๆๆ
Javier – โอ้ !!!! นั่นไงล่ะ เอาเข้าให้ แกได้คำตอบแล้วนั่นไง !!!



Javier – เฮ้ย ช่วยกันต่อยพวกมันหน่อยสิวะ Arthur
Arthur – กูก็ต่อยอยู่นี่ไง !!



Tommy – ข้างล่างเกิดอะไรขึ้นว่ะ ?
บาร์เทนเดอร์ – ไม่ๆ Tommy ไม่ต้องลงมายุ่งเลย !!
Tommy – มันต้องเจอข้า ไอ้พวกบ้านนอก เข้ามาเลย 



Tommy – ไอ้นี่ต่อยอย่างกับผู้หญิงแนะ ฮ่าๆๆๆ
Bill – เฮ้อ Arthur ไปช่วยไอ้ Javier หน่อยเร้ววว !!
Arthur – เฮ้ยย พี่เบิ้ม !!!
Bill – อยากเจอนักใช่มั๊ยแก !!



Bill – ฮ่าๆ ชั้นหวังว่าแกจะมีอะไรที่ดีกว่านี้นะ 
ช่างตัดผม – เด็ดหัวมันออกมาเลย !!
Bill – ถ้าตอนนี้ข้าบอกว่ากำลังมันส์จะได้ป่ะวะ !
Charles – ไหวป่ะวะ Arthur ?
Arthur – เออสิ ! ชั้นจัดการไอ้ลูกม้านี่ได้แน่ !!
เจ้าของโรงแรม – โชว์ให้มันเห็นซิว่า คนชาวเมือง Valentine สู้กันยังไง !!
Charles – จะเล่นงานมันไม่ง่ายเลย 
Bill – รับรองศพไม่สวยแน่หลังจากที่ข้าชนะแล้ว จมโคลนไปซะ !!
Javier – มัวแต่เล่นอยู่ได้ เอาจริงกับมันซะทีซิวะ Arthur
เจ้าของร้านปืน – เอาหน้ามันกดลงโคลนเลยสิ !!
Bill – จัดการไอ้สมองถั่วนี่ได้แล้ว มอร์แกน !!
หมอ – เตะมันให้ฟังหักในไปเลย !! 
Javier – เร็วๆสิวะ Arthur พวกเรารอกินเหล้าต่ออยู่นะเว้ย !!


ชาวบ้าน – พอแล้ว  ได้โปรด ! พอแล้ว !! ผมขอร้องล่ะ คุณชนะแล้ว ก็หยุดได้แล้วโอเคนะ?  
Arthur – แล้วแกมาเสือกอะไรด้วยวะ ?!
ชาวบ้าน – ไม่ใช่เรื่องของผมหรอกครับ แต่ได้โปรด พอเถอะนะครับ ผมขอร้องล่ะ



Trelawny – เข้าใจผูกมิตรกับเพื่อนใหม่อีกแล้วนะ Arthur
Dutch – ดูซิเราเจอใครมาพักผ่อนอยู่ที่เมืองนี้ด้วย
Arthur – Josiah Trelaway ...ผมนึกว่าคุณอยู่ที่ New York ซะอีก 
Trelawny – จะให้ผมพลาดเรื่องหนุกแบบนี้อ่ะนะ คุณนี่ตลกจริงๆ
Arthur – แล้วเป็นไง สบายดีมั๊ย?
Trelawny – แน่นอน สบายดี ผมเพิ่งไปที่ Blackwater มากะว่าจะไปหาพวกคุณนี่แหละ  ไม่ค่อยจะมีชื่อเสียงกันเท่าไหร่เลยนะ ฮ่าๆ ....อ่าว Javier กับ Charles มาพอดีเลย ผมคิดถึงพวกคุณจริงๆเลย แล้วก็นั่น Bill ใช่มั๊ยถ้าผมจำไม่ผิดนะ ท่านสุภาพบุรุษทุกท่าน ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ 


Dutch – คุณพูดถูกแล้ว เราไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไหร่ที่ Blackwater
Arthur – และเราก็ทิ้งเงินจำนวนมากไว้ที่นั่นอีกด้วย 
Trelawny – กับเจ้าหนุ่ม Sean ด้วย ใช่มั๊ยล่ะ?
Dutch – Sean ? คุณเจอเขาด้วยหรอ?
Trelawny – เจอสิ เขาถูกพวกนักล่าค่าหัวคนนึงจับเอาไว้ คิดดูสิว่ารัฐบาลต้องทุ่มเงินขนาดไหนเพื่อจ้างพวกเขา ผมรู้ว่าเขายังอยู่ที่ Blackwater และกำลังใกล้ที่จะปากโป้งแล้วด้วย



Arthur – ถ้าเรากลับไปที่ Blackwater ตอนนี้ก็เหมือนรนหาที่ตายแน่นอน 
Dutch – พวก Pinkertons คุมที่นั่นไว้หมดแล้วก็จริง แต่ ถ้า Sean ยังไม่ตายจริงๆ เราก็ต้องลองกันหน่อยแล้ว 
Arthur – แน่นอน ..
Trelawny – พวกเขาต้องการคุณนะ Dutch 



Dutch – พวกเขาต้องการผมเสมอแหละ ..Charles ออกไปเช็คดูหน่อย ระวังตัวด้วยล่ะ Josiah เอา Javier ไปด้วย ส่วนนาย Arthur ไปล้างเนื้อล้างตัวซะ พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปร่วมกับพวกเขาก็แล้วกัน
Bill – แล้วผมล่ะ?
Dutch – โอ้ แน่นอน แล้วนายล่ะ?
Bill – แล้วมันหมายความว่าอะไรล่ะ?
Dutch – โธ่ Bill ไม่เอาน่า ...




                                 Stranger Quest: A Test of Faith    


                                                      Challenge

-ค้นหา ฟอสซิลไดโนเสาร์ ให้ครบ 30 ชิ้น
- ส่งตำแหน่งที่พบ ฟอสซิลไดโนเสาร์ให้กับ Deborah Macguiness ครบทุกที่
-ได้รางวัลทั้งหมดจาก Deborah Macguiness



                  จุดรับภารกิจรูปเครื่องหมาย ? ทางทิศใต้ของแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook



??? – ใครน่ะ คุณคงไม่ใช่พวก Spy ใช่มั๊ย? ไอ้พวกชั่วนั่นไม่มีทางทำลายชั้นได้หรอก ทฤษฎีของชั้นถูกต้องแน่นอน ชั้นจะพิสูจน์ได้คอยดูสิ !
Arthur – แล้วนี่คุณกำลังทำอะไรเนี่ยครับ?
??? – ชั้นเป็นนักชีวะวิทยามือสมัครเล่น แต่พวกมหาวิทยาลัยดังกลับไม่ยอมจ้างชั้นเพราะไม่ชอบแนวคิดของชั้น 
Arthur – สรุปว่าคุณเป็นอะไรนะ?
??? – เฮ้ออ ... ชั้นศึกษาเกี่ยวกับไดโนเสาร์ คุณรู้จักใหม่ พวกกิ่งก่ายักษ์อ่ะ
Arthur – พวกมันมีตัวตนจริงหรอ ?
??? – มีจริงสิ เจ้าซื้อบื้อเอ้ย และมีอยู่ทั่วไปหมดด้วย 
Arthur – ทุกทีเลยหรอ?
??? – พื้นที่ทั้งหมดแถวนี้ในอดีตมันเคยเป็นทะเลมาก่อน เลยมีสัตว์แปลกๆที่เหลือเชื่อมากมายหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะสัตว์บก สัตว์น้ำ หรือ แม้กระทั้งสัตว์ปีกต่างๆที่หายาก ชั้นเรียกมันว่า Totalisaurus ** ซึ่งตอนนี้ก็รู้แค่นี้แหละ ฮ่าๆ  ชั้นกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเท่าที่จะหาได้จากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อ่อ ดิชั้นชื่อ Deborah Macguiness  ยินดีที่ได้รู้จักคะ


** Titanosaurus เป็นซากฟอลซิลไดโนเสาร์ที่เชื่อว่าเป็นประเภท ซอโรพอด พวกไดโนเสาร์คอยาว ตั้งชื่อตามตำนานไททันส์เทพแห่งกรีกโบราณหมายถึง กิ่งก่ายักษ์ (titanic lizard)  ถูกค้นพบครั้งแรกโดย ริชาร์ด ไลเดคเกอร์ นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ที่ เนินหินตะกอนที่ประเทศอินเดียในปี 1877 อายุราว 70 ล้านปี


Arthur – ผมชื่อ Arthur 
Deborah – เอาล่ะ ชั้นขอแรงช่วยยกมันขึ้นรถหน่อยสิ แล้วก็ถ้าคุณเจอพวกเศษกระดูกของพวกมันไม่ว่าที่ไหน ช่วงเอาไปให้ชั้นที่บ้านหน่อยนะ ที่ Cumberland Forest หรือไม่ก็ส่งไปรษณีไปตามที่อยู่นั้นก็ได้ ชั้นมีรางวัลตอบแทนให้อย่างงามเลยล่ะ 
Arthur – แน่นอน ทำไมจะไม่ได้ล่ะ



Deborah – ดีมาก และเราจะพิสูจน์ให้ไอ้พวกโง่นั่นมันรู้ว่าพวกมันคิดผิดที่ไม่ยอมเชื่อชั้นในฐานะนักวิทยาศาสตรที่เก่งที่สุด !!



                                     Dinosaur Bones Location [30 ชิ้น] 



                                                            [ไฟล์ภาพใหญ่]
                                           https://i.redd.it/pug047xyouv11.jpg



                                                           [ไฟล์ภาพใหญ่]
https://assets.vg247.com/current//2018/11/red-dead-redemption-2-dinosaur-bones-1.png

https://assets.vg247.com/current//2018/11/red-dead-redemption-2-dinosaur-bones-2.png

https://assets.vg247.com/current//2018/11/red-dead-redemption-2-dinosaur-bones-3.png

Source:
https://en.wikipedia.org/wiki/Titanosaurus
https://www.vg247.com/2018/11/20/red-dead-redemption-2-dinosaur-bones-locations/
https://www.reddit.com/r/reddeadredemption/comments/9th7iu/dinosaur_bone_locations/



                                    Stranger Quest: All That Glitters 



            เดินทางไปที่จุดหมายภารกิจรูปสัญลักษณ์ ? ทางตะวันตกของสถานีรถไฟ Flatnect


Arthur – มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ?
นักล่าสมบัติ – ปัญหาหรอ? ไม่ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันจะมีปัญหามันก็เป็นปัญหาของผมไม่ใช่คุณอ่ะนะ 
Arthur – โอเค ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนกัน



นักล่าสมบัติ – ไม่ๆ ขอเวลาผมซักน่าทีเถอะ นะๆ ผมมั่นใจว่าคุณคงเคยได้ยินชื่อ Máximo Cristóbal Valdespino นักสำรวจที่มีชื่อเสียง
Arthur – ผมก็บอกไม่ถูกว่ารู้จักหรือเปล่า ..
นักล่าสมบัติ – มีเรื่องราวของผมเขียนไว้มากมายเลยนะ ครั้งนึงผมเคยไปดื่มชากับอุปราชแห่งอินเดีย ช่วยเคลื่อนไหวเรื่องการต่อสู้เพื่อเสรีภาพที่อเมริกาใต้ก็เคย เคยปีนเขา ว่ายน้ำข้ามทะเล และ มีสาวๆมาติดพันเพียบเลยด้วย จนเมือง 3 เดือนที่แล้วจนถึงตอนนี้ ผมเป็นนักล่าสมบัติที่เก่งที่สุดในอเมริกา ดินแดนที่สวยงาม แต่ พรุ่งนี้ผมจำเป็นต้องออกเดินทางไปที่เกาะ Shokoku ในปรเทศญี่ปุ่น เพื่อตามหาไพลินของ Tokushima ในตำนาน


Arthur – หรอ งั้นก็ขอให้โชคดีนะ ..
Máximo – เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนสิ คุณลองดูแผนที่นี่ก่อน มันคือสมบัติที่พวกแก็งค์ Jack Hall มันซ่อนเอาไว้ เงินที่มันปล้นธนาคารมาตลอดทางจากที่นี่จนถึง California เลยนะ  
Arthur – ใช่ ผมรู้จักพวกแก็งค์ Jack Hall ดี 
Máximo – อ่อ ดีนะ ทีพวกมันกลับรู้จัก แต่ผมดันไม่รู้จัก ..มีข่าวลือว่าพวกมันเอาทองมาฝังไว้ในละแวกนี้ด้วยนะ แต่พวกมันโดนฆ่าตายก่อนที่จะมาเอาไป พวกมันทำแผนที่ไว้ 2 แผ่นเพื่อทำให้ยากในการค้นหา นี่เป็นแผนที่แผ่นแรก มันจะพาคุณไปหาแผนที่แผ่นที่ 2 คุณก็แค่ไปหาตามที่มันเขียนเอาไว้ 
Arthur – ผมเนี่ยหรอ? 
Máximo – ใช่ คุณนั่นแหละ ก็ผมไม่มีเวลานี่ ผมเลยต้องการเอามาเสนอขายให้คุณ ในราคาแค่ 10 ดอลลาร์เท่านั้นเอง ผมว่ามันเป็นเงินขี้ปะติ๋วในการต่อยอดทางธุรกิจของคนแบบคุณ รับรองได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าแน่นอน 


ทันทีที่ตัดสินใจกดสี่เหลี่ยมเลือกซื้อแผนที่สมบัติราคา 10 ดอลลาร์มา ภารกิจย่อยในการล่าสมบัติก็เริ่มขึ้น โดยตำแหน่งของสมบัติทั้ง 3 คือ


                  1. ที่ภูเขา  Caliban’s Seat ทางเหนือของแค้มป์ Horseshoe Overlook




            2. ที่บ่อน้ำพุร้อน Cotorra Springs ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Valentine




           3 บนเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบ Lake O’Creagh’s Run ทางตะวันออกของเมือง Valentine



                              Mission 1 – 3: Who is Not without Sin 


                                                       Challenge

เล่นไพ่ Poker ให้ชนะ
พาตัว Reverend กลับมาที่แค้มป์ภายในเวลา 2 นาที 5 วินาที



                       เดินทางไปที่จุดภารกิจอักษรย่อ RS ที่สถานีรถไฟ Flatnect Station



Swanson – สวัสดีคุณ Mogan ผมจะบอกอะไรให้นะ
Arthur – ไงวันนี้พระเจ้าไม่เข้าข้างรึไง ... ที่พูดนี่หมายความว่าไง?
Swanson – ผมจะบอกอะไรให้นะ  ...ผมเพิ่งออกมาจากอ้อมกอดของ Morpheus ผมไม่มีทางเจ๊งหรอกครับ เพราะผมมีอิสระ อิสระเสรี......
Arthur – นายไม่ได้มีอิสรเสรีเพื่อน นายกำลังเมาแล้ว 
คนเล่นไพ่ – นั่งลงเลย Reverend เรายังเล่นไม่จบเกมนะ
Arthur – ยังเล่นไม่จบหรอ? นายดูสภาพเขาก่อน เขาจบแล้ว 
คนเล่นไพ่ – ก็ไม่มีใครไปบังคับเอาเหล้าไปกรอกใส่ปากเขานี่เพื่อน ชั้นก็แค่อยากให้เขามาเล่นต่อให้จบแค่นั้นเอง 
Arthur – อย่างแรกนะ เราไม่ใช่เพื่อนกัน อย่างที่ 2 เขาเมาจนแทบไม่รู้เรื่องแล้ว เลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว ! และชั้นไม่สนใจเหตุผมอะไรของพวกนายทั้งนั้น จะให้ชั้นกลับออกไปดีหรือจะให้จัดการเรื่องวุ่นวายที่นี่ให้มันจบๆไป ว่ามา 
คนเล่นไพ่ – ผมก็แค่อยากให้เขามาเล่นต่อให้จบเกมก็เท่านั้นเอง 



Swanson – ทำไมเราไม่จบกันด้วยดีล่ะ พวกนี้ก็คนดีๆทั้งนั้น ลูกหลานของพระเจ้าเหมือนกันทั้งนั้น 
คนเล่นไพ่ – โธ่ให้ตายสิ เมาหลับไปซะแล้ว เออ ว่าแต่คุณน่ะ สนใจมาเล่นแทนเขาป่ะล่ะ เอามั๊ย?


                          **สนใจจะเล่นโป๊กเกอร์หรือไม่ เลือกตัดสินใจได้ตามสะดวก **


                                          การเล่นไพ่ Poker เบื้องต้น

เป้าหมายในการเล่น Poker คือสร้างไพ่มือที่ดีที่สุด 5 ใบจากไพ่ที่คุณได้รับแจกมาในครั้งแรก โดยความแข็งของไพ่จะเรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำ คือ เอซ, คิง, แหม่ม, แจ็ค, 10, 9, 8, 7, 6, 5, 4, 3, 2, เอซ (เอซถือว่าเป็นทั้งแต้มสูงและแต้มต่ำ) ดอกของไพ่ไม่ว่าจะเป็นดอกจิก ข้าวหลามตัด โพแดง และโพดำ ทุกดอกมีค่าเท่ากันหมด
โดยหน้าไพ่ที่ดีที่สุดจะเป็นผู้ชนะ หน้าไพ่ต่างๆประกอบด้วย


                                                        1. รอยัลฟลัช (Royal Flush)
            เป็นมือที่สูงที่สุด ประกอบด้วยเอซ คิง แหม่ม แจ็ค และ 10 ซึ่งมีดอกเดียวกัน ดอกใดก็ได้


                                                       2.สเตรทฟลัช (Straight Flush)
                                         คือไพ่ 5 ใบที่มีดอกเดียวกันและเรียงลำดับกัน


                                                     3.โฟร์การ์ด (Four of a kind)
                                                          ไพ่ 4 ใบที่มีแต้มเท่ากัน


                                                          4.  ฟูลเฮาส์ (Full House)
                                                       ไพ่ที่มีตองและคู่อยู่ด้วยกัน


                                                             5.   ฟลัช (Flush)
                                    ไพ่ 5 ใบที่มีดอกเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับกัน


                                                              6.  สเตรท (Straight)
                                            ไพ่ 5 ใบดอกใดก็ได้ที่มีแต้มเรียงลำดับต่อกัน


                                                           7.  ตอง (Three of a kind)
                                                           ไพ่ 3 ใบที่มีแต้มเท่ากัน


                                                                 8. 2 คู่ (Two pair)
                                                        ไพ่ที่มีแต้มเหมือนกัน 2 ชุด


                                                               9.  1 คู่ (One pair)
                                                         ไพ่ที่มีแต้มเหมือนกัน 1 คู่


                                                             10. ไพ่สูง (High card)
ในกรณีถ้าไพ่ของผู้เล่นทั้งโต๊ะไม่มีตรงตามหน้าไพ่ 1 - 9 เลย ให้ดูไพ่ใบที่มีค่าสูงที่สุด ใครมีไพ่สูงที่สุดชนะ (ถ้าหากไพ่สูงที่สุดตัวแรกเท่ากันให้ดูตัวที่สอง เรียงตามลำดับความใหญ่มาเรื่อยๆ) เรียงจาก A K Q J 10 9 8 7 6 5 4 3 2

                                          เมนูบนโต๊ะเล่น Poker 




Your Card – มองดูไพ่ในมือ 
FOLD – หมอบ เมื่อผู้เล่นคิดว่าไพ่ในมือไม่ดีพอ
CALL – ลงเดิมพัน เกสู้ ตามจำนวนเงินของการเดิมพัน
All-in หมดหน้าตัก พนันด้วยเงินทั้งหมดที่มี
Check - ผ่าน ไม่ลงเดิมพันในการเกไพ่ในรอบนั้นๆ
Raise –เพิ่มเงินเดิมพันให้มากกว่าที่ลงครั้งแรก 
Community Cards – ดูไพ่รวมกลางโต๊ะ

เริ่มเกม เลือก CALL เพื่อลงเงินเดิมพัน(ตามราคาของโต๊ะนั้นๆ) เมื่อการวางเงินเดิมพันกันครบแล้ว เจ้ามือจะแจกไพ่อีก 3 ใบไว้กลางโต๊ะ ไพ่ที่อยู่กลางโต๊ะเรียกว่าไพ่รวม (Community Cards)  หลังจากนั้นจะเริ่มเกไพ่กันอีกครั้งจะสู้จะหมอบก็ว่ากันไป ผู้เล่นสามารถเลือกผ่าน (Check) โดยไม่ต้องวางเงินได้ ไพ่ใบต่อไปก็จะถูกวางกลางโต๊ะอีกครั้งทีละใบ ผู้เล่นก็สามารถ สู้ - หมอบ - ผ่าน ได้ จนเมื่อไพ่รวมกลางโต๊ะเปิดครบทั้ง 5 ใบ จากนั้นผู้เล่นจะต้องเลือกไพ่ 5 ใบจากไพ่รวมกลางโต๊ะรวมกับในมือ 2 ใบ ให้ได้หน้าไพ่ที่ดีที่สุดตามที่ต้องการ ใครหน้าไพ่แต้มสูงสุดตามหน้าไพ่ 1 - 10 แบบที่กล่าวมาแล้ว จะเป็นผู้ชนะ

Source:
https://forum.thailandsportsonline.com/index.php?topic=40.0
https://www.thaicasinoclub.com/poker/


Arthur – อ้าว แล้วเขาไปไหนแล้วล่ะ ?
คนเล่นไพ่ – ใคร?
Arthur – ก็ไอ้คุณ Swanson ไง บ้าเอ้ย !!  



Arthur –...โทษครับ พอจะเห็นไอ้นักบวชขี้เมางี่เง่าผ่านมาทางนี้บ้างมั๊ย? 
ชาวบ้าน – แน่นอนเห็นสิ ได้กลิ่นเหม็นๆของมันด้วย แล้วก็ไม่อยากจะอยู่ใกล้ๆมันด้วย ฮ่าๆ นั่นเขาไปทางนั้น แต่เขาเหมือนพวกไม่เต็มมากเลยนะคุณ

  จากนั้น รีบขี่ม้าตาม Swanson ไปที่ทางรถไฟข้ามแม่น้ำจะพบเขากำลังขาติดอยู่กลางรางรถไฟ




Swanson – คุณเป็นคนดีนะ Arthur  ฮืออๆๆๆ  
Arthur – บ้าเอ้ย Swanson ตรงนั้นมันอันตรายนะ !!
Swanson – ดูเหมือนชั้นจะชอบที่นี่และอยากจะอยู่ตรงนี้แล้ว
Arthur – เอาเท้าออกจากรางเดี๋ยวนี้ ขยับเท้าหน่อยสิวะไอ้ขี้เมาบ้าเอ้ย !! ช่วยกันหน่อยสิ เดี๋ยวก็ได้ตายกันหมดหรอก !!!



Swanson – ขอบคุณมากกกก คร๊าบบบ ..
Arthur – อ่ะๆๆๆ ไม่ต้องไปไหนเล๊ย !!! นายเป็นบ้าอะไรของนายวะ ?
Swanson – แล้วคุณล่ะเป็นบ้าอะไรถึงเหวี่ยวผมออกจากสะพานแบบนั้นน่ะ?
Arthur – ก็รถไฟมันมาไงไอ้บ้าเอ้ย !!
Swanson – ผม ..ผมทำตัวเลวๆอีกแล้วใช่มมั๊ย คุณ Morgan ? ผมขอโทษ ฮือออๆๆ ผมคิดว่าผมจะไม่เหมือนเดิมแล้ว 
Arthur – ผมจะพาคุณกลับบ้านเอง 
Swanson – กลับบ้านหรอ? เป็นความคิดที่ดีนะ ผมควรกำลังนั่งดื่มชากับ Margaret 
Arthur – Margaret? แล้วใครล่ะ Margaret? .... อ่าว ..เฮ้อออ..


                 แบก Swanson ขึ้นมาแล้วเดินทางกลับมายังแค้มป์ที่ Horseshoe Overlook


Arthur – เอาล่ะ ที่นี้ก็นอนไปจนถึงนิพพานได้เลยเพื่อน 
Susan – มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
Arthur – ก็ ..ตามเคยแหละครับ
Susan – ไอ้งี่เง่าเอ้ย .
Arthur – จริงแท้แน่นอนเลยล่ะครับ
Susan – ยังไงก็ขอบคุณมากนะคุณ Morgan เดี๋ยวชั้นดูเขาต่อเอง
Arthur – ต้องถือว่าวันนี้เขายังโชคดี โคตรโชคดีเลยล่ะ


                  Mission 1 – 4: Exit Pursued By a Bruised Ego

                                                Challenge

-ตามรอยหมีจนสุดทางภายในเวลา 1 นาที 30 วินาที 
- ยิงหมีให้โดน 6 นัดขึ้นไป
- จบภารกิจภายใน 12 นาที 




                            เข้าไปที่ภารกิจรูปตัว H ในแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คุยกับ Hosea


Arthur – Hosea
Hosea – ไง อยากไปล่าสัตว์ด้วยกันมั๊ยล่ะ? 
Arthur – คุณจะไปล่าอะไร ช้างหรอ?
Hosea – เกรงว่าจะไม่ใช่ ข้าเห็นหมีขนาดใหญ่มาต่างหาก ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยล่ะ มองด้วยตาน่าจะหนักซักพันปอน์ดได้มั้ง 
Arthur – พระเจ้า .. แล้วคุณอยากให้ผมไปด้วยมั๊ยล่ะ?
Hosea – แน่นอนสิวะ ไปกันเถอะ
Arthur – แล้วรู้ว่าเราจะต้องไปที่ไหนใช่มั๊ยเนี่ย?
Hosea – ใกล้ๆกับแม่น้ำ Dakota ใช่เวลาเดินทางวันสองวันก็ถึง
Arthur – ดีเหมือนกัน ผมก็อยากจะไปให้ไกลๆจากที่นี่นานแล้ว
Hosea – โอ้ ผมก็เหมือนกัน สองสามอาทิตย์มานี่ก็เจอแต่เรื่องหนักๆมาตลอดเลย ไปกัน นายต้องการอะไรเพิ่มอีกรึเปล่าล่ะ?
Arthur – คิดว่าไม่น่า ผมมีทุกอย่างที่ต้องการหมดแล้ว
Hosea – งั้นไปกันเถอะ


Hosea – แล้วไม่คิดจะหาม้ามาเปลี่ยนเจ้า Boadicea บ้างหรอ?
Arthur – ม่ายอ่ะ เธอก็เป็นม้าที่ดีอยู่นะ เจ้านี่ก็ดีนะ แต่สู้ Boadicea ไม่ได้หรอก 
Hosea – ผมเคยใช้ม้า Shire horse ตัวใหญ่เพราะมันออกที่ทุระกันดารได้ดี แต่มันดื้อชะมัด 
Arthur – คุณได้มันมายังไงหรอ?
Hosea – มันมีไอ้ยักษ์ปากมากตัวนึงมันพยายามจะปล้นชั้นตอนกำลังขี่ม้าเดินทาง นายก็คงรู้นะว่ามันจะเจอกับอะไร
Arthur – เออ รู้
Hosea – ผมว่า พามันไปที่เมือง Valentine เลยดีกว่า ที่นั่นมีร้านรับซื้อขายม้าอยู่ ให้คุณเอาไปขายแล้วซื้อม้าใหม่มาใช้ดีกว่า ย้ายอานมาใส่มันเลย 
Arthur – แต่ผมยังชอบเจ้าม้าตัวนี้อยู่เลยนะ
Hosea – มีม้าไว้ 2 ตัวก็ไม่เสียหลายอะไรนี่ ตัวไหนพร้อมกว่าก็เลือกใช้ตัวนั้น

กด L2 โฟกัสที่ม้าตัวเก่าของ Arthur แล้วกดปุ่มทิศทางขึ้นบนเพื่อยกอานออกจากตัวม้าเพื่อยกมาใส่ที่ม้าตัวใหญ่สีดำตรงกลาง แล้วขี่ม้าออกเดินทางตาม Hosea ไปที่เมือง Valentine ได้เลย


Hosea – เอาล่ะ ตรงไปที่ Valentine เลย พอถึงแล้วก็ไม่เอาต่อยตีในบาร์อีกนะ ได้โปรด ชั้นได้ยินมาแล้ว
Arthur – จะพยายามก็แล้วกันครับ 
Hosea – โรงม้าที่ Valentine นี่ถือว่ามีม้าที่ดีที่สุดในระแวกนี้เลยนะจะบอกให้ อานม้าสวยๆก็มีขายเพียบ ผมก็เคยซื้อมาใช้อยู่เหมือนกัน 
Arthur – หรอ แล้วมันไปไหนแล้วล่ะ?
Hosea – ถูกขโมยไปตอนที่อยู่ที่ deer creek น่ะสิ 
Arthur – อ่อ จำได้แล้ว เรื่องมันตั้งนานแล้วนี่ 
Hosea – เออ จำได้ด้วยหรอ? เจ้า Mac มันคลั่งจนฆ่าคนไปทั้งเมืองเลย ส่วนเจ้า Davey ก็หนีไปไหนไม่รู้จนเราต้องทิ้งมันไว้ที่นั่น วันต่อมามันก็กลับมา แม่งก็แดกจนเมาหนักอีก 
Arthur – ฮ่าๆๆ เฮ้ออ ผมล่ะคิดถึงไอ้เด็กพวกนั้นจริงๆเลย 
Hosea – Jenny ก็ด้วย เป็นเด็กสาวที่มีชีวิตชีวามากๆ
Arthur – เหมาะกับ Lenny มากๆ คุณน่าจะยุให้เขามาจีบเธอนะ 
Hosea – Lenny กับ Jenny น่ะหรอ? ไม่เหมาะกันหรอก เหมือนกับเอานายจับคู่กับ Martha หรือเอา Bill ไปจับคู่กับ Phil นั่นแหละ
Arthur – ฮ่าๆๆๆ คุณพูดถูก 

Arthur – จะว่าไปเราก็โชคดีไม่น้อยที่ไม่ตายเหมือนพวกเขานะ
Hosea – ไม่จริงหรอก เรายังโอเคอยู่นะ ไม่ได้แย่อะไรมากมาย แค่ต้องหาเงินมาใส่กระเป๋าให้กลับมาเดินต่อไปให้ได้ก็พอแล้ว 
Arthur – ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ว่าแต่ คุณหาทางใช้ไอ้เจ้าพันธบัตรคอร์นวอลล์นั่นได้รึยัง?
Hosea – ยังก่อน ของยังร้อนๆอยู่ คงต้องรออีกหน่อยถึงจะทำให้มันถูกต้องได้ แต่ก็พอจะมีลู่ทางอยู่บ้างอ่ะนะ ชั้นกำลังมองๆอยู่ไม่ต้องห่วงหรอก 


เจ้าของโรงม้า – เฮ้ มีอะไรให้ช่วยครับ
Arthur –  ผมกำลังมองหาม้าตัวใหม่อยู่น่ะ ขอตัวที่แข็งแรงและเร็วด้วย
เจ้าของโรงม้า – งั้นคุณมาถูกที่แล้วล่ะครับ ตอนนี้ผมมีม้าตัวงามๆอยู่หลายตัวเลยล่ะ ว้าว แล้วเจ้ายักษ์นี่ล่ะ คุณจะขายมั๊ย?
Arthur –  ผมก็ยังไม่แน่ใจอ่ะนะ 
เจ้าของโรงม้า – มีเอกสารถูกต้องรึเปล่าล่ะ?
Arthur –   ไม่มีหรอกครับ
เจ้าของโรงม้า – ก็นะ มันก็อาจจะมีปัญหาในการซื้อขายบ้าง แต่คุณโชคดีเพราะกำลังมีคนต้องการม้าไว้ใช้งานอยู่พอดี ตรงตามสเปคเจ้าตัวนี้เลย เขาจ่ายงามด้วยนะ เอาเถอะลองคิดดู ผมมีม้าดีๆอยู่หลายตัวนะ ลองดูก่อนสิ 


จากนั้นก็สามารถเลือกม้าที่ต้องการจะซื้อได้ตามใจ หรือถ้าใส่โค๊ด DLC ที่ได้แถมมากับแผ่นไปแล้ว ก็จะสามารถเลือก War Horse พันธ์ Ardennes ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อนำไปใช้ได้ฟรีๆเลย  เมื่อได้ม้าใหม่มาใช้แล้วก็ขี่มันออกเดินทางตาม Hosea ไปต่อ


Hosea – เอาล่ะ เดินทางกันต่อ ที่ที่เราจะไปเรียกว่า O’Creagh’s Run ต้องข้ามภูเขาไปทางตะวันออกของน้ำตก Cumberland Falls หวังแต่ว่าผมยังจำทางได้อยู่นะ 
Arthur –   ต้องกลับขึ้นเขาอีกแล้วหรอเนี่ย 
Hosea – แต่ครั้งนี้เราเป็นฝ่ายล่านะ เออ แล้วเรื่องระหว่างคุณกับ John ล่ะ เป็นไงบ้าง?
Arthur –  ก็ดี  
Hosea – ยังไม่ถึงเวลาที่คุณจะปล่อยวางอีกหรือไง?
Arthur – เพิ่งผ่านไปแค่ปีเดียวเองนะ Hosea ...แม่งทิ้งเราไปเป็นปีเลยนะ 
Hosea – ผมก็บอกคุณหลายครั้งแล้วนะว่าเขาเองก็สำนึกผิดแล้ว และก็อยากจะลืมมันไปเหมือนกัน
Arthur – ผมรู้ แต่สิ่งที่หนีไปพร้อมไอ้เด็กนั่นอย่างนึงคือ รหัสนั่น มันรู้ดี เขาไม่ใช่ Trelawny Dutch กับคุณนะแหละที่ชอบให้ท้ายเขาตลอด 
Hosea – ผมรู้ แต่มันจบไปนานแล้ว 
Arthur – ถึงจะนานแล้วแต่ไม่มีใครทำใจต้อนรับเขากลับมาง่ายๆหรอก และหลังจากนั้น ..คุณก็รู้ดีนี่
Hosea – ก็อาจจะคิดได้ แต่ ได้โปรด คุณอย่าคิดเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวทดสอบอะไรดีกว่านะ
Arthur – ผมไม่เคยต้องการทำแบบนั้นหรอก  

Hosea – โอเค ผมคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว ผมจำได้แล้ว ที่นี่เรียกว่า Moonstone Pond นั่นลำธารอยู่ตรงนั้น เรามาถูกทางแล้ว เอาล่ะต่อไปก็หาทางข้ามน้ำไปอีกฝั่ง ..ดูนั่นสิ กระต่าย บางทีเราอาจจะจับมันมาทำมื้อเย็นได้นะ 

จัดการออกไปล่ากระต่ายในพงหญ้าแถวๆนี้มาตัวนึงแล้วกลับมาตั้งแค้มป์ตรงที่ Hosea อยู่ด้วยการกด L1 เปิดเมนูอาวุธแล้วกด R1 สลับไปที่เมนูไอเทมที่เมนูด้านล่างจะเป็นเมนูสำหรับตั้งแค้มป์


จากนั้นกด X เลือกเมนู Cook เพื่อทำอาหารจากเนื้อสัตว์ที่ล่าได้ กินเพื่อทำให้พลังชีวิตทั้งหมดฟื้นคืนกลับมา แล้วทั้งคู่ก็จะเข้านอนพักผ่อนเอาแรงกันคืนนึงก่อนออกล่าสัตว์วันพรุ่งนี้


Hosea – มอนิ่ง Arthur .. พร้อมยัง?
Arthur – แปบดิ
Hosea – กาแฟหน่อยมั๊ย?
Arthur – แน่นอน ...แล้วเอ่อ แผนคุณคือยังไงหรอ?
Hosea – ก็แกะรอยมันตามปกติ เพิ่มเติมคือเราจะทำเหยื่อล่อมันด้วย หมีมันชอบกินปลา หลายคนชอบวางเหยื่อล่อแล้วยิงมันมาจากบนต้นไม้ แต่ เราจะล่ามันบนพื้นนี่แหละ อันตรายหน่อยแต่มีโอกาสยิงจะๆได้มากกว่า เอานี่ปลากับเบอรี่ คุณช่วยผสมเหยื่อให้หน่อยได้มั๊ย? 

ที่กองไฟเลือกเมนู Craft ผสมเหยื่อ Potent Predator Bait โดยใช้ เนื้อปลา 1 กับ ผล Blackbeery 1



จากนั้นขี่ม้าตาม Hosea เดินทางเรียบชายฝั่งไปจนถึงจุดหาอาหารของหมี กด L3 + R3 ใช้ Eagle Eye  ในการมองหาเบาะแสร่องรอยของหมีเป็นละอองสีทอง เข้าไปสำรวจที่เบาะแสแล้วกดใช้ Eagle Eye ตามด้วย R1 เพื่อโฟกัสรอยเบาะแสที่เห็นไป


Arthur – บ้าเอ้ย ร่องรอยของมันสิ้นสุดแค่ตรงนี้เอง เราหามันไม่เจอแล้วหรอ?
Hosea – ก็แค่ตอนนี้แหละ มองโลกในแง่ดีหน่อย Arthur 
Arthur – เออๆ แล้วคุณคิดยังไง จะเอาไงต่อดี? 
Hosea – ผมว่าเราน่าจะแยกกันออกตามหามัน
Arthur – หรือไม่ก็วางเหยื่อมันตรงนี้เลย  
Hosea – คิดว่าเวิร์คมั๊ยล่ะ?

คุณสามารถเลือกได้ระหว่าง
Split up -แยกกันออกตามหา
Use Bait –  วางเหยื่อตรงนี้เลย

Arthur – วางเหยื่อตรงนี้เลยดีกว่า
Hosea – เอาไงก็ว่าตามกัน คุณเอาเหยื่อไปวางแล้วค่อยมาแอบที่หินนั่น เอาเหยื่อไปวางตรงหินก้อนใหญ่นั่นแหละเหมาะสุดแล้ว 

เดินไปตรงจุดสีเหลืองที่เป็นเป้าหมายในแผนที่ตรงหลังหินก้อนใหญ่ กดปุ่มทิศทางขวาเพื่อเปิดเอาไอเทมในกระเป๋า เลือกใช้เหยื่อ Potent Predator Bait แล้วกลับไปซ่อนตัวที่ก้อนหินกับ Hosea


Arthur – ไอ้หมีนั่นหนักพันปอนด์เลยจริงๆหรอ?
Hosea – ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ มีแผลเป็นใหญ่ๆที่หน้าด้วย ...เหยื่อนั่นโอเคป่ะล่ะ ? 
Arthur – ก็ดี คุณมืออาชีพเรื่องนี้อยู่แล้วนี่
Hosea –เตรียมปืนให้พร้อมไว้ด้วยนะ
Arthur – ผมโอเค คุณดูกังวัลๆนะ 
Hosea – ผมโอเคน่า ว่าแต่ คุณวางเหยื่อดีรึเปล่าทำไมเงียบจัง ผมลองไปเช็คอีกรอบดีกว่า..



Arthur – เฮ้ยย มันมาแล้ว !!
Hosea – ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งยิงมันใกล้ไป



Arthur – มันหนีไปแล้ว ...ฮ่าๆไง สบายดีมั๊ยตาแก่?
Hosea – เออ สบายดีสิวะ ไม่เป็นไรทั้งนั้น
Arthur – ขอบคุณมากนะ สนุกดีใช้ได้เลยล่ะ ฮ่าๆ
Hosea – รู้อะไรมั๊ย Arthur Morgan ? ชั้นนะทั้งเก่าและพุพังมาตั้งแต่ผ่านงานใหญ่นั่นมา นายเก็บนี่ไว้เถอะนะ 
Arthur – มันคือ?
Hosea – แผนที่ไง ผู้ชายที่บาร์ให้ผมมา ...เออ จริงๆชั้นขโมยมันมานะ ช่างมันเถอะ มันเป็นแผนที่พิกัดของสัตว์ใหญ่ในตำนานทั้งหลาย .... เพื่อตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตผมไง 
Arthur – ขอบคุณครับ 
Hosea – ผมว่าผมกลับแค้มป์ดีกว่า ไปเลียแผลน่ะ ฮ่าๆๆ คุณจะกลับไปพร้อมกันเลยมั๊ยหรือจะตามรอยมันไปต่อ 
ตอนนี้จะเลือกได้ว่าจะตาม Hosea กลับไปที่แค้มป์ด้วยเลยหรือจะอยู่ที่นี่เพื่อตามรอยหมีต่อก็สุดแล้วแต่


หลังจากได้แผนที่ตำแหน่งและพิกัดของเหล่าสัตว์ใหญ่ในตำนานมาแล้ว ที่คุณต้องทำก็คือ หาโอกาสนำพา Arthur ไปไล่ล่ามันเพื่อนำชิ้นส่วนของมันมาทำวัตถุดิบในการสร้างไอเทมดีๆต่อไป


                                  ตำแหน่งสัตว์ในตำนาน ( Legendary animals location)
https://external-preview.redd.it/bewgbuvtC1f0nsfnHBz95xT28wwfwhCBpefC1jmay-w.jpg?auto=webp&s=e049882f560d8ffe4d0ce3ac0bdc49f31bcfb14f

                                                              (ไฟล์ภาพขนาดใหญ่)


                              Mission 1 – 5: Paying a Social Call

                             
                                                  Challenge

- ลอบฆ่าคนในแก็งค์ของ O'Driscolls ได้ 4 คน
- ยิงศัตรูแบบ headshots 12 คน
- จบภารกิจโดยสมบูรณ์ 80% ขึ้นไป
-จบภารกิจโดยไม่ใช่ไอเทมเติมพลังชีวิตเลย


เข้าไปที่ภารกิจรูปตัว K ในแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คุยกับ Kieran ที่ถูกจับมันอยู่กับต้นไม้



Arthur – ทางที่ดีนายน่าจะยอมพูดอะไรซักอย่างนะ เพื่อตัวนายเอง เกี่ยวกับแก็งค์เก่าของนายน่ะ
Kieran – ผมก็บอกไปแล้วไง ...ผมไม่รู้อะไรจริงๆ
Arthur – ว่าแล้วนายต้องพูดแบบนี้ 
Dutch – โว้ๆๆ จอดม้าเอาไว้ตรงนั้นแหละ รอให้มันกินลิ้นของไอ้หมอนี่ก่อน ผมเพิ่งจะพูดกับคุณ Williamson อยู่เมื่อกี้เอง 
Bill – แกพร้อมจะพูดรึยังไอ้หนู?
Kieran – ผมก็บอกไปแล้ว บอกไปจนหมดแล้ว ว่าไม่รู้อะไรเลยจริงๆ พวกมันไม่ได้เป็นเพื่อนผมซะหน่อยแค่เคยไปพักกับพวกมันไม่นานนี้เอง
Bill – ตอแหล !!! แกคิดว่าพวกเราโง่รึไง ห๊ะ? แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าที่แกพูดมาเป็นความจริง ! Dutch คุณจะให้ผมทำอะไรสั่งมาเลย 
Dutch – ต่อยมันสิ ครั้งต่อไปที่มันเปิดปากมันจะได้พูดแต่ความจริง คิดว่าชั้นล้อเล่นงั้นหรอ? รู้มั๊ยถ้าคนของ O'Driscolls ไม่ยอมเปิดปาก หรือเปิดปากแล้วมันโกหกจะต้องทำยังไง ? รับรองสนุกแน่นอน จับแม่งตอนเลย !!
Bill – เย้ๆๆๆ 
Kieran – เขาจะทำอะไรน่ะ? เขาไปเอาอะไร?
Dutch – ไม่ต้องห่วงๆ เราจะเหลือไข่ไว้ให้ไอ้หนู คงไม่มีปัญหาใช่ป่ะ
Kieran – นี่ล้อเล่นใช่มั๊ย? ไอ้บ้าเอ้ยยย !!!! พวกนายต้องการอะไรจากชั้นนนน !!
Dutch –ก็แค่พูดความจริง ตอบคำถามมาเดี๋ยวนี้ 


Kieran – โอเคๆ ฟังนะ ผมรู้ว่า O'Driscolls มันซ่อนอยู่ที่ไหน และ ใช่ เขาไม่ค่อยชอบหน้าคุณเหมือนกับที่คุณไม่ชอบขี้หน้าเขานั่นแหละ เขาอยู่ที่ Six Point Cabin ผมจะพาพวกคุณไปที่นั่นเอง จริงๆนะ ผมก็ไม่ค่อยชอบเขาเหมือนกัน ผมหมายถึง ผมชอบเขาน้อยกว่าที่ชอบพวกคุณน่ะ 
Dutch – เอาล่ะ งั้นก็เก็บกรรไกรเอาไว้ก่อน Bill 
Arthur – ทำไมคุณไม่ส่งพวกเราขึ้นไปลองสำรวจดูตอนนี้เลยล่ะ Dutch ? 



Arthur – เอาล่ะ ไปกันเถอะ คงต้องสนุกแน่นอน  หวังว่าแกคงจะไม่พยายามจะล่อพวกเราไปให้ไอ้ O'Driscolls นะ
Kieran – โธ่ ผมไม่ใช่พวกของมันหรอกน่า ...
Arthur – ก็ขอให้มันจริงเถอะ ! .... John ! Bill มานี่  เราจะไปคุยกับเพื่อนเราหน่อย เราต้องไปทางไหนว่ามา
Kieran – เออ ก็ต้องขึ้นเนินเขาด้านหลังเมือง Valentine  เดี๋ยวผมนำทางไปเอง
Arthur – John นายคอยจับตาดูไอ้หนูสกปรกนี่ไว้ด้วยนะ ถ้ามันตุกติกก็ฆ่าได้เลย 
John – ได้เลย
Arthur – ถ้าสำเร็จพวกเราจะมีรางวัลให้อย่างงามเลยชั้นรับประกัน
John – มันจะพาพวกเราไปหาไอ้ Colm หรอ?
Arthur – เห็นมันบอกว่างั้นนะ ...ไปกันเถอะ !!


John – อยู่กับแก็งค์ O'Driscolls เนี่ยนะ เอาอะไรคิดวะเนี่ย?
Kieran – เฮ้อ ผมบอกไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าผมไม่ได้เป็นพวกเดียวกับไอ้พวก O'Driscolls 
John – แต่ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วใช่ชัวร์ กลิ่นของแกก็ โอ้โห บ้าเอ้ย กลิ่นแกก็เหมือนมันด้วย
Kieran – เออ กลิ่นผมมันเหมือนขี้ม้า 
John – เออ ใช่เลยวะ ฮ่าๆๆ

Bill – Morgan นายเอามีดขวางใส่กระเป๋าดีแล้วใช่มั๊ย? เห็น Dutch บอกให้ชั้นช่วยเตือนแกด้วย และชั้นก็กำลังจะเตือนแกอยู่เนี่ย
Arthur – คราวหน้านะถ้าแกจะให้อะไรกับชั้นก็ช่วยเอามาให้ดีๆด้วย ไม่ใช่ไปวางไว้ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วก็เสือกมาถามว่าเอามารึยัง  
Bill – เออ จำไว้นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ชั้นจะทำดีๆให้แกแล้ว 
Kieran – เฮ้ๆ ถ้าผมจำไม่ผิดก็เลยเนินตรงนั้นไปอีกหน่อย ใช่ๆ ผมจำที่นี่ได้แล้ว ไปตามแนวภูเขาหินนั่นไปเรื่อยๆ


Arthur –  แกไหวนะ John ?
John – ก็โอเค ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ไหว
Arthur –  นายคงจะเข้าที่ดีแล้วนะ นอนพักมาตั้งนานขนาดนั้น
John – ชั้นไม่เป็นไรน่า ... Abigail ยังไม่อยากให้ชั้นลุกจากเตียง นายก็รู้จักเธอดี เธอไม่มีเหตุผลอะไรเท่าไหร่หรอก 
Arthur –  ก็นะ อย่างที่เขาว่า เมื่อคุณเริ่มที่จะเป็นคนไร้เหตุผลก็จงไปแอบอยู่หลังเมียของคุณซะ เราก็น่าจะทำตามเขาว่านะ 
 John – ชั้นจะลองทำตามที่นายบอกก็แล้วกัน.. แม้ว่าที่ผ่านมาก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ก็เถอะ 
Arthur –  ชั้นก็แค่กลัวว่านายจะไม่รู้วิธีช่วยคนอื่นนอกจากตัวเองอ่ะนะ 
 John – นายดู O'Driscolls สิเห็นมั๊ย? ถ้านี่คือวิธีปฏิบัติกับคนที่เป็นเพื่อนของมัน ก็ลองคิดดูว่ามันจะทำยังไงกับคนที่เป็นศัตรู
Kieran – แต่ผมพอจะรู้ว่าพวกคุณทำยังไงกับศัตรูของพวกคุณก็ตอนที่พวกคุณพยายามจะตัดไข่ผมนี่แหละ
 Arthur –  Bill แกยังอยากตัดลิ้นไอ้หมอนี้อยู่อีกหรือเปล่าวะ?

Kieran – ทางนั้น ขึ้นเขาลูกนั้นไปเลย 
John – เก็บแรงของม้าไว้ด้วยหนุ่มๆ เราต้องขึ้นเขาอีกไกล 
Kieran – ผมจะบอกไรให้นะ พวกคุณก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวก O'Driscolls เล๊ย 
John – แกพูดว่าไงนะ !?
Kieran – ผมเฝ้าดูพวกคุณมาตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา 
John – แกถูกมัดไว้กับต้นไม้ตลอดแกจะรู้อะไรเกี่ยวกับแก็งค์ของชั้นนักวะ ?
 Kieran – ผะ ผมก็แค่อยากบอกว่าพวกคุณก็ไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับแก็งค์ O'Driscolls เหมือนกันนั่นแหละ อันที่จริงผมว่าผมรู้จักพวกคุณดีกว่าพวกคุณรู้จักพวก O'Driscolls อีกนะ และผมก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพวกมันด้วย
John – งั้นไหนบอกสิว่า พวกเราไปเหมือนไอ้พวกหมาพันธ์ทางนั่นตรงไหนวะ?
Kieran – พวกคุณเป็นพวกนอกกฎหมายเหมือนพวกมัน ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดเหมือนพวกมัน พวกคุณใช้ชีวิตที่ต้องผ่านขวากหนามอย่างยากลำบากเหมือนพวกมัน ต่อสู้กับผู้รักษากฎหมายเหมือนกัน และ มีความอยากทิ้งอดีตของตัวเองโดยสันดาร เหมือนกัน 
John – เห็นมั๊ย นี่แหละที่ว่าทำไมถึงบอกว่าแกเป็นพวก O'Driscolls เพราะพวก O'Driscolls ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด แต่พวกเราทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ต่างหากล่ะ ..Colm มันก็ดีแต่ลักขโมยไม่ก็ปล้นฆ่า แต่ Dutch เป็นมากกว่า เขาเสมือนครูที่สอนทุกอย่างให้พวกเรา
Kieran – ไม่รู้สิ ... ก็จากที่ที่ชั้นเคยอยู่มา มันเหมือนกับพวกคุณ ก็เท่านั้นเอง .
John – แกมันก็แค่มองแต่ไม่ได้เห็นซะหน่อย 
Arthur –  John ทำให้ไอ้เด็กนั่นมันหุบปากได้แล้ว !

Kieran – เลาะไปทางซ้ายอีกหน่อยจะเจอทางลงเขา เราจะเข้าไปในป่าต่อ
Arthur –  เราจะเข้าไปอย่างเงียบที่สุดและค่อยลอบจัดการพวกมันทีละคนพยายามอย่าให้รู้ตัวก่อน เร็วและเด็ดขาดอย่างที่พวกเราถนัดโอเคนะ 
Kieran – ที่นี่แหละ... กระท่อมอยู่อีกฝากของเนินเขา 
Arthur –   เอาล่ะทุกคนลงจากม้าได้
Bill – แกไม่ลืมเอามีดขว้างไปใช่มั๊ย?
Kieran – เอาล่ะ ตามผมมา ไปอีกไม่ไกลหรอก



Kieran – กระท่อมด้านล่างนั่นดูเหมือนไม่มีใคร แต่รอบๆมีพวกมันอยู่เต็มไปหมด
Arthur –  กองกำลังติดอาวุธหรอ?
Kieran – ก็มีอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็แค่พวกขี้เมาทั้งนั้น คอยระวังไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามา
Arthur –   ไอ้ Colm ล่ะ?
Kieran – ส่วนใหญ่ก็พักอยู่ในกระท่อมของมัน
Bill – ดูนั่น มีพวกมันกำลังเดินมาทางนี้ด้วย จะจัดการยังไงกับไอ้พวกที่มาฉี่นี่ดี Morgan 



กดโฟกัสที่ Bill เลือกกด O เพื่อสั่งให้เขาไปจัดการเป้าหมาย หรือ เลือกกดสี่เหลี่ยมให้เขาตามมาสนับสนุนทันทีที่ Arthur เริ่มเปิดเกม เป้าหมายคือจัดการศัตรูในแค้มป์ให้หมดอย่างเงียบที่สุดโดยใช้การลอบจัดการจากด้านหลังและใช้มีดขว้างจัดการศัตรูจากระยะไกล

หลังจากจัดการศัตรูจนหมด และสำรวจเก็บไอเทมจากศพจนพอใจแล้ว เข้าไปสำรวจที่กระท่อมต่อ ในขณะที่กำลังชะล้าใจ Arthur ก็โดนลูกน้องของ O'Driscolls ที่แอบซ่อนอยู่เข้ามาโจมตีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็โชคดีที่ Kieran ที่อยู่ใกล้ๆเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันเวลา เมื่อเข้าไปสำรวจในกระท่อมก็กลับไม่พบ O'Driscolls อย่างที่ตั้งใจ


Arthur –   ไอ้ O'Driscolls มันไม่ได้อยู่ที่นี่ แกจัดฉากให้พวกเราเข้ามาใช่มั๊ย? 
Kieran – อะไร ? ผมเปล่านะ !
Arthur –   ก็ไอ้ O'Driscolls มันไม่ได้อยู่ที่นี่อย่างที่แกบอกนี่! แกรู้ว่า Colm มันไม่ได้อยู่ที่นี่แต่แรกแล้วใช่มั๊ย? 
Kieran – ก็ปกติเขาเคยอยู่นี่ ผมสาบานเลยเขาเคยอยู่จริงๆนะ ถ้าผมจัดฉากผมคงไม่ช่วยชีวิตคุณหรอก
Bill – มันก็พูดมีเหตุผลนะ Arthur
Arthur –  เออ ...   เอาล่ะ กลับกันได้แล้วพวกเรา ส่วนแก ไปให้พ้นๆได้แล้ว
Kieran – ผมไม่ได้จัดฉากนะ อะไร ไปให้พ้นๆ จะให้ผมไปไหน? พวกมันจะได้ฆ่าผมน่ะสิ ถ้า Colm มันเห็นที่นี่ราบเป็นหน้ากลองแบบนี้มันฆ่าผมแน่ 
Arthur –  แล้ว?
Kieran – ผมเป็นพวกเดียวกับคุณแล้วนะ
Arthur –  ขอพักซักหน่อยเถอะว่ะ .. โอเค ตามมา แต่ชั้นจะจับตาดูแกนะ อย่าลืม เอาล่ะ ออกจากแค้มป์นี้กันได้แล้ว !
เดี๋ยว คุณเอาเงินมาแล้วหรอ?
Arthur –  เงินอะไร?
Kieran – มันซ่อนเงินที่มันหามาได้ไว้ที่ปล่องไฟน่ะ
Arthur – เดี๋ยวชั้นไปเช็คดูเอง พวกนายพาเจ้าเด็กนี่กลับแค้มป์เราก่อนก็แล้วกัน   
Kieran – แล้วเจอกันนะ Arthur เห็นมั๊ยว่าผมไม่ใช่คนเลวอะไรว่ามั๊ยอ่ะ
Arthur – Bill นายบอก Dutch ด้วยว่า Kieran ยังมีประโยชน์อยู่ อย่าเพิ่งฆ่ามัน แค่ตอนนี้อ่ะนะ 


จากนั้นเข้าไปในกระท่อม สำรวจเก็บไอเทมให้หมด เก็บปืน Double Barreled Shotgun ที่แขวนบนพนังด้านบนปล่องเตาผิงมาเป็นปืนหลักสำหรับใช้งานอีกกระบอก (อย่าลืมกดสี่เหลี่ยมทำความสะอาดปืนก่อนด้วย) แล้วสำรวจเก็บ เงิน 600 ดอลลาร์ที่ซ่อนอยู่ในปล่องไฟมาก็จบภารกิจ ออกจากพื้นที่ได้เลย ..


                         Mission 1 – 6: Money Lending and Other Sins - I


                                                          Challenge

                                    จบภารกิจโดยใช้เวลาทั้งหมด 2 นาที 10 วินาที



เข้าไปที่ภารกิจรูปตัว LS ในแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คุยกับ Leopold Strauss ผู้ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเงินของแก็งค์


ตาเฒ่า Strauss เกิดปี 1846 ในครอบครัวที่ยากจนของ Vienna, Austria จนพี่ชายวัย 12 ต้องออกทำร้ายพวกคนที่ขี้ขลาดยามค่ำคืนเพื่อแลกอาหารมาเจือจุนครอบครัว และด้วยความยากจนพ่อของ Strauss จึงจำเป็นต้องขาย Anna น้องสาววัย 9 ขวบให้ไปเป็นทาสเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจพี่ชายทั้ง 2 คนมากๆ ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ Strauss 

ในวัย 17 ปี Strauss ถูกส่งตัวไปอยู่กับลุงที่อเมริกาท่ามกลางเหตุจลาจลที่นิวยอร์กในปี 1863 จนลุงของ Strauss ต้องเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ทำให้ Strauss ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้นำพา  Strauss มาพบเจอกับ Dutch van der Linde และเข้าร่วมแก็งค์ตั้งแต่นั้นมาในฐานะผู้ดูแลด้านการเงินของแก็งค์ และดำเนินกิจการธุรกิจเงินกู้นอกระบบของ Dutch นำมาซึ่งรายได้เป็นกอบเป็นกำจากนิสัยตระหนี่ขี้เหนียวของ Strauss ที่เกิดมาจากครอบครัวที่ยากจนนั่นเอง

Strauss – คุณมอแกน คุณมอแกน ยุ่งอยู่หรือเปล่า?
Arthur – ทำไมหรอ?
Strauss – อยากให้ช่วยไรหน่อย 
Arthur – ทวงเงินกู้หรอ ใช่มั๊ยล่ะ?
Strauss – นายก็รู้นี่ .... ผู้คนแฮปปี้มากที่ชอบมากู้เงินคนอย่างผม แต่ส่วนใหญ่มักจะกระตือรือล้นที่จะใช้คืนกับคนแบบคุณ 
Arthur – แน่นอนอยู่แล้ว ...มีใครบ้างหรอ?



Strauss – ไหนดูสิ ... มี Chick Matthews ทำงานที่ Guthrie Farm ..คุณ Wróbel เจ้าของ Painted Sky และ มิส Lilly Millet สาวใช้ในปศุสัตว์ที่ Emerald Ranch 
Arthur – เมื่อก่อนผมเชื่อว่าคนของ Dutch ชอบข่มขู่ชาวบ้าน ตอนนี้เราเปลี่ยนเป็นช่วยชาวบ้านแล้วหรอ?
Strauss – มันเป็นงานถูกต้องตามกฎหมาย คุณมอแกน ..แต่ลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกขี้คุก เราทำให้พวกเขาชอบมากๆเลยนะ
Arthur – หรอ ผมมั่นใจว่าเฉพาะในมุมมองของพวกเขามากกว่าน่ะสิ 
Strauss – เอาหนี้สินที่ทวงได้ใส่ไว้ในกล่องเงินของแค้มป์เลยนะ พยายามอย่าไปฆ่าพวกมันล่ะ มันจะส่งผลเสียทางธุรกิจ 



ตอนนี้ในแผนที่จะมีจุดภารกิจ LS ของ Strauss ขึ้นมา 3 จุด ที่ต้องไปทวงเอาหนี้สินกลับมา ประกอบด้วย


1. Wróbel ที่ Painted Sky เมื่อเข้ามาเจอตัวเขาในบ้านแล้ว ก็ทำการข่มขู่ด้วยการต่อยไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเขาก็ต้องยอมจ่ายด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่มีในบ้าน ค้นหาและเก็บของในบ้านตามจุดต่างให้หมดก็ออกจากบ้านไปที่ต่อไปได้เลย


2. Chick Matthews ที่ Guthrie Farm เมื่อเดินทางมาถึงที่หมาย เตรียมม้าไว้ที่เหมาะๆก่อนเข้าไปสอบถามหาตัว Matthews กับลุงที่นั่งอยู่ในพื้นที่ ทันทีที่ Matthews มันรู้ตัวมันจะขี่ม้าหนีทันที รีบขี่ม้าตามไปให้ทันเอาเชือกคล้องจับมันเอาไว้ให้ได้


จน Matthews ยอมต่อรองที่จะให้แผนที่ซ่อนสมบัติของเขา สำรวจเก็บแผนที่ในตัวมันมาแล้วเปิดดูจะมีเป้าหมายของที่ซ่อนสมบัติแสดงขึ้นมาในแผนที่


จากนั้นก็เดินทางไปยังจุดหมายเก็บเงินที่ Matthews มันซ่อนไว้ที่ต้นไม้มาซะ ส่วนเจ้า Matthews ก็ตัดเชือกไว้ชีวิตปล่อยมันไปซะ


3. มิส Lilly Millet ที่ Emerald Ranch เมื่อเข้ามาในพื้นที่จะพบ Lilly นั่งคุยกับ Copper เจ้าหนี้อีกคนที่กำลังมาทวงเงินเธอเหมือนกัน เมื่อเข้าไปทวงเงินเธอ เธอจึงให้ Copper เข้าไปจัดการกับ Arthur เพื่อที่เธอจะได้ใช้หนี้ทั้งหมดกับ Copper แทน เข้าไปจัดการเจ้า Copper ซะแล้วสำรวจเก็บเงินจากตัว Copper มา Arthur ก็จะได้เงินที่ Lilly จะใช้หนี้มาทั้งหมด

หลังจากทวงหนี้ได้แล้ว นำเงินที่ได้กลับมาที่แค้มป์ แล้วเข้าไปสำรวจที่กล่องเงินส่วนกลาง เลือก Give All Debts เพื่อส่งคืนเงินที่ทวงได้ไปทั้งหมด


 จากนั้นเลือก Ledger สำรวจสมุดบัญชี จะสามารถเข้าไปดูรายชื่อและมูลค่าที่แต่ละคนในบริจาคให้ส่วนรวมไว้ และยังสามารถนำเงินรายได้รวมทั้งหมดที่มีนำไปสร้างร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในแค้มป์ได้ด้วย จัดการอัพเกรดแค้มป์ตามจำนวนเงินส่วนรวมทั้งหมดจนพอใจได้เลย


Strauss – ดีๆ ทำได้ดีมาก
Arthur – ยินดีรับใช้ครับ
Strauss – คุณนี่ยินดีรับใช้เสมอเลยนะ งั้นก็รบกวนไปทวงอีกซักรายได้ป่ะ คนที่เป็นชาวนาและเป็นนักเทศน์ที่ผมเคยเจอที่เมือง Valentine ชื่อ คุณ Downes 
Arthur – ดูท่าจะไม่น่าจะดื้อดึงเท่าไหร่ ผมรู้จักคนแบบนี้คนนึง ผมรู้จักคนแบบนี้ดีเลย 
Strauss – ขอบคุณ คุณมอร์แกน 
Arthur – ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ก็อย่างที่คุณบอกนั่นแหละ .. ผมยินดีรับใช้เสมอครับStrauss – ยังไงก็ระวังๆด้วยล่ะ ไอ้หมอนี่มีเล่ห์เหลี่ยมเยอะกว่าที่เห็นนะ สอนมารยาทมันหน่อยก็ดี แต่ก็อย่าไปทำอะไรที่มันงี่เง่าก็แล้วกัน 
Arthur – งี่เง่า ผมเนี่ยนะงี่เง่า ?
Strauss – ถ้ามันไม่มีเงินก็อัดมันจนกว่ามันจะยอมให้ 
Arthur – ของถนัดเลยล่ะ 


จากนั้นเดินทางไปยังจุดภารกิจ LS ของ Strauss ที่เหลืออีกจุดทางฝั่งตะวันตก เข้าไปที่บ้านของลูกหนี้อีกคนจะพบ Thomas Downes กำลังทำไร่ข้าวโพดอยู่ Arthur จึงเข้าไปเล่นงานทันทีเพื่อทวงเงินที่ติดหนี้ไว้ Thomas เองก็พยายามอ้างถึงครอบครัวที่เขามีแต่ก็ใช่ที่ที่ Arthur ระดมอัดแบบไม่ยั้งต่อไป


Arthur – แกยืมเงินจากคุณ Strauss เพื่อร่วมธุรกิจของชั้น แกเป็นหนี้เขา แกเอาเงินของเขาไป และตอนนี้เขาต้องการเงินคืน มันมีอะไรที่แกไม่เข้าใจตรงไหนวะ ? ...เงิน ของชั้น อยู่ ที่ไหน !?
Thomas – ผมไม่มีจริงๆครับ 
Arthur – งั้นที่ของแกซะสิ
Thomas – เราเพิ่งได้บ้านหลังนี้มาเองครับ มันมีค่าต่อเรามากๆ
Arthur – งั้นก็ขายเมียขายลูกขายอะไรซักอย่าง เราไม่ใช่องค์กรการกุศลนะโว้ย ! เข้าใจนะ 



Edith – คุณคะ !!
Arthur – มองไรวะคุณนาย ?
Edith – สามีชั้นทำอะไรผิดหรอ? ถ้าเรามีเงินมากๆเราก็จะให้อยู่หรอก !
Arthur – ก็อย่างที่พูดไปนั่นแหละ พวกเราไม่ใช่องค์กรการกุศล! ไปหาเงินของเรามาซะ !!



Strauss – เป็นไงบ้าง? 
Arthur – ก็ไม่ค่อยดีนัก .. เขากำลังจะตายอยู่แล้ว และอีกอย่าง พวกเขาดูรวยหรือจนล่ะ คุณโง่เองที่ให้พวกเขากู้เงิน 
Strauss – คนพวกนั้นยังไม่เข้าตาจนหรอกน่า และมันก็ไม่ใช่ปัญหาที่ชั้นต้องสนใจด้วยนี่
Arthur – แน่นอนล่ะ ..


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------




Mary – Beth – คุณโอเคนะ อาเธอร์
Arthur – คิดว่านะ ...
Mary – Beth – ดูเหมือนคุณกำลังกังวลอะไรอยู่หรือเปล่า?
Arthur – แน่นอน ผมต้องกังวลสิ
Mary – Beth – กังวลเรื่องอะไรหรอคะ?
Arthur – โลกมันกำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งผมเริ่มจะเห็นมันชัดเจนขึ้นทุกที อย่างตอนนี้ ช่วงเวลาดีๆของเรามันผ่านไปเร็วมากๆ อีกหน่อยก็คงไม่มีคนอยากเป็นเหมือนพวกเราอีกแล้ว ทำตามกฎของเขาหรือ เป็นคนที่ถูกสาปแช่ง ไม่มีอีกแล้ว พวกนอกกฎหมาย ไม่มีพวกนักฆ่า ..มีแต่ถูกไล่ล่า เหมือนกับพวกเราในตอนนี้ และไม่มีทางที่พวกเขาจะเลิกราด้วย เราตัดสินใจที่จะเดินทางไปตามเส้นทางที่เราเลือกเมื่อนานมาแล้ว  ผมว่ามันคงถึงเวลาที่เราต้องชดใช้บาปที่เราเคยทำเอาไว้แล้ว 
Mary – Beth – โธ่ อาเธอร์ ทำไมมองโลกที่เราอยู่ให้มันน่าเศร้าขนาดนั้นล่ะ
Arthur – ผมไม่ได้กำลังเศร้านะ Mary Beth ..ก็แค่ มองตามความเป็นจริงๆ ว่าวันข้างหน้าเราต้องเจอกับอะไรเท่านั้นเอง แต่ผมก็ได้แต่ ยิงนกตกปลาไปวันๆ ..ไม่รู้สิ 
Mary – Beth – โธ่ อาเธอร์ ..คุณคือคนเดียวท่ามกลางไอ้พวกโง่นั่นที่รู้ว่า พวกเขากำลังจะสูญเสียอะไรไป 
Arthur – ไม่จริงหรอก ..


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



                               Mission 1 – 7: A Quiet Time


                                                       Challenge

                         พยายามเข้าไปขอโทษ Tommy ที่เคยต่อยกันในบาร์ 
                         เข้าไปเจอตัว Lenny กำลังเอาผู้หญิงในห้องชั้นบน
                                            ไม่ถูกนายอำเภอจับ



                         เข้าไปที่ภารกิจรูปตัว D ในแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คุยกับ Dutch



Arthur – ไง Dutch ...... มิส O’Shea 
Dutch – ดูเหมือนเราใกล้ที่จะเข้าที่เข้าทางกันแล้วนะ
Arthur – แล้วคุณหาผู้ซื้อที่จะซื้อพันธบัตรที่เราขโมยมาได้รึยัง?
Dutch – ยัง แต่ Hosea กำลังเดินเรื่องอยู่ 
Arthur – เมื่อไหร่เราจะกลับไปฝั่งตะวันตกอีก?
Dutch – เร็วๆนี้มั้ง ...ไม่รู้สิ 
Arthur – ผมรู้สึกว่า เดี๋ยวนี้มันเริ่มจะไม่เหมือนเดิมแล้ว โลกมันกำลังเปลี่ยนไปหมด ไม่มีใครต้องการคนอย่างพวกเราแล้ว แถมเรายังถูกล่าด้วย 
Dutch – แต่เราฉลาดกว่าพวกมันเยอะ โดยเฉพาะไอ้พวกปัญญาอ่อนที่ทำงานให้รัฐบาล 



Arthur  – ก็หวังอย่างนั้นนะ ฮ่าๆๆๆMolly – เชื่อ Dutch เถอะคุณ Morgan ...ทำตามที่เขาว่าแล้วทุกอย่างจะดีเอง

Lenny – พวกเขาจับ Micah ได้แล้ว !! Dutch ! .... Arthur!
Dutch – เกิดอะไรขึ้น ?
Lenny –Micah ถูกจับข้อหาฆ่าคนตาย ตอนแรกเขาอยู่ที่ Strawberry แล้วเขาก็ ..
Dutch – ไอ้หนู ใจเย็นๆ หายใจก่อน ค่อยๆพูด



Lenny – - ผมเกือบโดนพวกมันรุมประชาทัณฑ์แนะ ..พวกมันจับ Micah ไปที่สำนักงานนายอำเภอที่ Strawberry ได้ยินว่าเขาจะโดนแขวนคอที่นั่นด้วย 
Arthur – ก็สมควร
Dutch – อาเธอร์ !!
Arthur – ทำไม? ก็มันดันโง่เองนี่หว่า คุณไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไงกับมันน่ะ Dutch
Dutch – นายคิดว่าชั้นไม่รู้หรอว่ามันเป็นคนชอบคุยโตโอ้อวดน่ะ แล้วไม่เคยคิดจะดูลึกเข้าไปในใจมันบ้างเลยหรอ ? ลึกๆแล้วมันก็เป็นคนดีนะ 
Arthur – ไม่อ่ะ ยังไงผมก็ไม่ไปช่วยไอ้โง่นั่นแน่นอน 
Dutch – ก็ชั้นไปไม่ได้ หน้าชั้นแปะหราในใบประกาศจับไปทั่ว Elizabeth ฝั่งตะวันตกแล้ว นึกว่าชั้นขอก็แล้วกัน  มันเองก็ไปทำงานเพื่อแกนะ
Arthur – ผมไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างมันน่ะ ... บ้าเอ้ย เออก็ได้ 



Arthur – นายโอเคนะ Lenny ?
Lenny – ผมโอเค ผมไม่เป็นไรหรอก 
Arthur – แต่ดูไม่โอเคเลยวะ 
Dutch – พาไอ้หนูนั่นเข้าเมืองไปด้วยเลย ไปหาข่าวใน Valentine นะไม่ใช่ที่ Strawberry พาไปเมาให้เต็มที่ได้เลย แล้วก็นาย Arthur อย่าทำอะไรบ้าๆจนเสียเรื่องอีกล่ะ แล้วก็ไปจัดการช่วย Micah ออกมาจากคุกซะด้วยล่ะ
Arthur – ไปกันเถอะไอ้หนู



 Arthur – ดูเหมือนนายจะโดนมาหนักเหมือนกันนะ
Lenny – ก็โดนทุบตีนิดหน่อย จริงๆเราเกือบจะหนีพ้นภูเขานั่นแล้ว ถ้าไอ้ Micah มันไม่บ้าซะก่อน
Arthur – มันทำอะไรหรอ? เราให้พวกนายไปสืบข่าวแค่นั้นไม่ใช่หรอ?
Lenny – ผมถามเขาแล้วว่าจะทำอะไรแต่เขาก็แค่ว่า อย่ากังวัลมากนักเลยน่าไอ้หนู แค่ทำธุระนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องของเด็กหรอก ... คุณก็รู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน
Arthur – เออ รู้ดีเลยล่ะ
Lenny – ก็เขาล่อจนเมาปลิ้นไปตั้งแต่ก่อนเข้าไปที่นั่นแล้วด้วยจะบอกให้ จากนั้นเราก็ไปหาคนกลุ่มนึง หนึ่งในคนที่เขารู้จักก็เมาไม่ต่างกันแลย
Arthur – จากนั้น Micah ก็ยิงหนึ่งในพวกนั้น แล้วก็เริ่มยิงกันเละ ... ชั้นรู้
Lenny – ผมก็บอกไม่ถูกเหมือนกันเพราะมันเกิดขึ้นเร็วมากเลย  และพวกผู้รักษากฎหมายก็เข้ามาจับเราเร็วมากๆอีกด้วย มันตรงเข้ามากะจับผมก่อนเลย แต่ผมหนีออกมาได้ทัน ...ทำไงได้ล่ะ
Arthur –  นายทำถูกแล้วไอ้หนู ที่เหลือเราจัดการเอง 
Lenny – คุณจะไปช่วยเขาหรอ? ให้ผมไปด้วยนะ
Arthur –  ไม่ๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ชั้นเอง ตอนนี้ เมาให้ลืมไอ้ Micah กันดีกว่า 
 Lenny –  ก็เพราะเมาไงเรื่องมันถึงลงเอยแบบนี้น่ะ
Arthur –  เราแค่ดื่มกันแก้วสองแก้วเอง ดื่มกันสองคนเงียบๆ ได้ที่แล้วก็กลับ โอเค๊ ?
Lenny –  โอเค 



Lenny – แค่แก้วสองแก้วใช่มั๊ยอาเธอร์ ?
Arthur – แน่นอน ดื่มๆไปเถอะน่าอย่ามาดารม่าตอนนี้ .... ขอเบียร์ 2 ที่ครับ
บาร์เทนเดอร์ – นายอีกแล้ว ชั้นไม่ต้องการปัญหาเข้าใจนะ
Arthur –  ไม่มีปัญหาแน่นอน ตอนนั้นผมก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้นเอง ทอมมี่เขาไม่เป็นไรหรอกน่า เอ้า เอาเงินไป ไม่ต้องทอนนะ 
บาร์เทนเดอร์ – ขอบคุณ 



Lenny – Micah เขารู้จักคนเยอะ นั่นแหละที่เป็นปัญหา
Arthur – มีปัญหายังไง?
Lenny – ก็ที่ผ่านมาผมก็เคยเจอพวกบ้าระห่ำมาเยอะนะ แต่กับ Micah ..



Patron – ชั้นก็เจอพวกบ้าระห่ำมาเยอะ 
Arthur – ช่วยหุบปากหน่อยนะ? 
Patron –ช่วยหุบปากหน่อยนะ ?
Arthur – เงียบได้แล้วเพื่อน 
Patron – โอ้ ฮ่าๆๆ พวกนายนี่มันโง่จริงๆ พระเจ้า นายมันโคตรซื่อบื้อเลย
Lenny – ไม่ต้องไปสนใจไอ้งี่เง่านั่นหรอกน่า อาเธอร์
Patron – ไม่ต้องไปสนใจไอ้งี่เง่านั่นหรอกน่า คนแถวนี้ก็ไม่มีใครสนชั้นมาเกือบจะ 10 ปีแล้วว่ะ ชั้นเบื่อที่จะอยู่คนเดียวจะตายอยู่แล้ว



                                ตอนนี้สามารถเลือกที่จะจัดการปัญหานี้ได้ 2 ทางคือ

Beat – ชกต่อย
Threaten – ข่มขู่
Charm – พูดจากด้วยวาทะศิลป์ 


                                      **เลือก Charm ไว้หากไม่ต้องการมีเรื่อง**



Arthur – นี่ฟังนะเพื่อน นายก็เป็นคนมีเสน่ห์คนนึงเลยนะ แต่พอดีชั้นกับเจ้าหนูนี่กำลังคุยเรื่องธุรกิจกันนิดหน่อยน่ะ จะเป็นไรมั๊ยถ้านายจะ ..ช่วยปล่อยให้พวกเราคุยกันซักหน่อยล่ะ ขอละ ผมไม่ได้เจตนาจะทำให้เกิดเลยนะ  
Patron – ผมนี่คงไม่มีใครชอบจริงๆนั่นแหละ ผมก็แค่พยายามจะสร้างมิตรภาพนิดหน่อยแค่นั้นเอง



หลังจาก Arthur แก้ปัญหาจากคนเมาที่มารบกวนตามที่ผู้เล่นตัดสินใจ เมื่อ สองสามแก้ว อย่างที่ทั้ง 2 คนตั้งใจผ่านไป อีกหลายแก้วก็ซ้ำเข้ามาซ้ำเติมเพื่อเพิ่มเติมความเมา



Lenny – ทำไมนายถึงไม่แต่งงานมีเมียซะทีวะ?
Arthur – ไม่มีใครเอาชั้นอยู่หรอก และไอ้ที่นายเห็นนั่นมัน ...



                                              ** เงื่อนไขการทำ Gold Medal ** 




- ในช่วงที่ Lenny หายตัวไปในช่วงแรก เมื่อเริ่มออกตามหาเขาให้แวะคุยกับ Tommy ที่นั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะทางซ้ายของบันไดทางขึ้นชั้นบนเพื่อพยายามจะขอโทษที่ต่อยเขา



- ในช่วงที่ Lenny หายตัวไปในช่วงที่ 2 ให้ขึ้นไปชั้นบนพังประตูเข้าไปในห้องแรกจะเจอ Lenny เอากับผู้หญิงอยู่



ยิ่งคุยมันยิ่งดื่มเมา จนอยู่ไม่ติดที่ ทำให้ Arthur ต้องเดินหาตัว Lenny ที่เดินป่วนไปหลายที่ โชคดีที่ไม่มีเรื่องต่อยตี เต้นรำอย่างสุขีกันทั้งคืน

แต่พอเหล้าเข้าปาก Arthur มากเข้า ขันติที่เคยตั้งใจว่าจะต้องมีก็เริ่มลดลง อะไรที่เคยฟังแล้วลื่นหูก็กลับทำให้หงุดหงิด ที่ทำให้เริ่มจากการตบตีเล็กๆระหว่าง Arthur กับ Lenny ลุกลามจนเกินพอดีเมื่อ Patron จอมป่วนดันอยู่ผิดที่ผิดเวลา


ซึ่งคราวนี้เขาไม่ได้โชคดีเหมือนตอนก่อนที่ Arthur จะเมา เพราะทันทีที่ Arthur หันไปเห็น Patron ที่วนเวียนมาให้เจอหน้าอีกครั้ง Arthur จึงไม่ยั้งมือจับ Patron ที่นั่งกินเหล้าข้างๆ ไปกดน้ำที่รางน้ำม้าเพราะหมั่นไส้ที่ขวางสายตา


แต่เหตุที่เกิดตามมาคือสิ่งที่ทุกทั้ง 2 คนตั้งใจจะไม่ให้เกิดก่อนที่จะมา เมื่อเจ้า Patron ไปตามนายอำเภอให้มาจับ Arthur ในโทษฐานทำร้ายร่างกาย Lenny ถูกจับได้ก่อนเป็นคนแรกในขณะที่ Arthur ก็พยายามหนีทั้งๆที่ยังเมามาย

                                   ** เงื่อนไขการทำ Gold Medal **

- ในขณะที่พวกนายอำเภเข้ามาจับ ให้วิ่งหนีอ้อมไปด้านหลังแล้วตรงไปที่ป่าหลังเมืองก็จะหนีพ้นการไล่จับ ตอนเช้าก็จะตื่นมาที่ป่าในตอนจบภารกิจ 


                                                       แต่ถ้าวิ่งหนีไม่พ้นก็จะถูกจับ



Arthur – อ่า.... เราอยู่ไหนเนี่ย .. เราทำไรลงไปวะเนี่ย?
Lenny – ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
ปลัดอำเภอ – นายสองคนทำผิดกฎหมายน่ะสิ เมาและอาละวาดในเมือง โชคดีที่ไม่ได้ฆ่าใครตาย 
Arthur – เราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มนะ 
ปลัดอำเภอ – ไม่ นานนั่นแหละเริ่ม
Arthur – เอาเถอะ ก็คนมันจำไม่ได้นี่หว่า ..
ปลัดอำเภอ – ก็หวังว่าแก 2 คนจะมีเงินนะ 10 ดอลล่าห์ เสียค่าปรับก็เป็นอิสระกลับออกไปเดินเล่นให้สบายใจได้แล้ว 
Lenny – มีแน่นอนครับ 
ปลัดอำเภอ – เอาล่ะ พวกแกออกไปได้แล้ว และอย่าให้ชั้นเห็นพวกแกแถวนี้อีกล่ะ 



Lenny – อ๊วกกกกก !!! อ่า .... ไง นี่คือการดื่มกันสองคนเงียบๆใช่มั๊ย?
Arthur – ครั้งแรกที่เงียบขนาดนี้เลยนะ ... อย่างน้อยๆก็ทำให้ลืมเรื่องของไอ้ห่า Micah ได้ซะแปบก็ยังดี 
Lenny – จริงอย่างที่สุดเลยล่ะ ... ผมว่าผมรีบออกจากเมืองนี้ดีกว่า
Arthur – ส่วนชั้น ขอนั่งพักให้ส่างแปบนึงก่อนก็แล้วกัน ....




เมื่อจบภารกิจจะปลดล็อก Mission: Blessed are the Meek? ของ Micah Bell เป็นรูปสัญลักษณ์ตัว M ในแผนที่

แวะเข้าไปในแค้มป์ที่พักของ Arthur จะพบจดหมายวางอยู่ สำรวจอ่านดูจะพบว่าเป็นจดหมายจาก Mary Linton



                                                                ถึง อาเธอร์

ชั้นตั้งใจจะเขียนจดหมายนี้เป็นพันๆครั้งแล้ว ไม่รู้ว่าจะเหมาะสมหรือเปล่า นี่ชั้นเองนะ เห็นลายมือห่วยๆของชั้นคุณคงจะจำได้แล้วล่ะมั้ง ชั้นรู้ว่าเราเคยคุยกันมาก่อน แต่พอชั้นมาแต่งงานเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย ชั้นรู้ว่าชั้นพูดหลายๆอย่างออกไป และมันมีความหมายมากๆกับชั้น ในตอนนั้นชั้นอาจคิดไปเองมากไปหน่อย แต่ชั้นก็ภูมิใจนะ เพราะชั้นไม่เคยพูดกับใครแบบใส่ใจมากก่อนเลยแม้กับตัวชั้นเองก็เถอะ 



ตอนนี้ชั้นอยู่ที่เมือง Valentine มาจะเดือนนึงแล้ว ตอนนี้โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เรื่องมันยาวน่ะและมันก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่หรอก แต่ตอนที่ชั้นเขามาในเมืองก็เห็นคุณกับพวกผู้หญิงกลุ่มนึงที่เป็นเพื่อนร่วมงานของคุณเดินอยู่ในเมือง มั่นใจว่าน่าจะใช่คุณนะ ชั้นจำเสียงคุณได้ ชั้นยังอยากเจอคุณอยู่นะ ถ้าคุณพอจะเจียดเวลานิดหน่อยแวะมาหากันบ้างก็คงจะดี ตอนนี้ชั้นเช่าห้องอยู่ที่ Chadwick Farm ทางเหนือของเมือง Valentine

                                           ด้วยความจริงใจ ......  Mary Linton 


หลังได้รับจดหมายจาก Mary Linton จบจะปลดล็อก Mission: We Loved Once and True – II ของ Mary Linton เป็นรูปสัญลักษณ์ตัว ML ในแผนที่

ในขณะที่กำลังอยู่ที่แค้มป์มิส Grimshaw จะเข้ามาบอกข่าวเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือของ Hosea Matthews ทำให้ปลดล็อก Mission: The Spines of America ของ Hosea ออกมา


                          Mission 1 – 8: We Loved Once and True – II


                                                      Challenge

สามารถพูดโน้มน้าวให้พวก Chelonians ยอมให้คุยกับ Jamie อย่างสันติได้สำเร็จ
พา Jamie กลับมาส่งให้ Marry ภายในเวลา 2 นาที


เดินทางไปที่จุดภารกิจสัญลักษณ์รูปตัว ML ในแผนที่ทางตอนเหนือของเมือง Valentine เข้าไปพบ Mary Linton ในบ้านพักของเธอ


Arthur – โอ้ ขอโทษด้วย ผมไม่ได้ตั้งใจจะรับกวนครับคุณผู้หญิง คือเอ่อ มิส Linton อยู่หรือเปล่าครับ?
หญิงชาวบ้าน – เดี๋ยวบอกให้ ....  คุณ Linton มีคนมาหา 



Mary – หวัดดี อาเธอร์
Arthur – แมรี่ ..
Mary – ชั้นเอ่อ ... ชั้นเห็นคุณกับเพื่อนอยู่ในเมืองน่ะ
Arthur – โอเค .... ไหน เขาชื่ออะไร ?
Mary – เขาตายไปแล้ว
Arthur – ขอโทษนะที่ถาม เสียใจด้วยนะ
Mary – อืมม เหมือนกัน เขาตายไปนานแล้วล่ะ โรคปอดน่ะ
Arthur – ที่ทำงานไม่ค่อยดีหรอ?
Mary – แน่นอน 
Arthur – แล้วเธอ เอ่อ เป็นม่ายหรอ แล้ว เอ่อ ..เธอก็เลยมาที่เมืองนี้เพื่อผมหรอ ..
Mary – ไม่ มันไม่ใช่อย่างนั้นอาเธอร์  เอ่อ .. ครอบครับของชั้น ชั้นอยากให้คุณช่วย 
Arthur – คุณหมายถึง ครอบครัวคุณที่ชอบมองผมอย่างดูถูกน่ะหรอ? คุณอยากให้ผมช่วยพวกเขาอ่ะนะ?
Mary – น้องชายชั้นน่ะ เจ้า Jamie 
Arthur – หึ ..ผมรู้จักเขาดี Jamie น่ะ อย่างน้อยก็รู้จักดีกว่าพวกเขาทั้งหมด 

Mary – Jamie ทำให้หัวใจของพ่อสลาย 
Arthur – หัวใจของพ่อเธออ่ะนะ?
Mary – อย่าให้ชั้นต้องขอร้องเลยนะอาเธอร์
Arthur – เงินของผม ชีวิตของผม และก็ตัวผม มันไม่ดีพอไง
Mary – เรื่องนั้นเราก็เสียใจ แต่ชั้นต้องการให้คุณช่วยจริงๆนะ เรื่องราวมันเลวร้ายมากๆ Jamie เขาไปร่วมกลุ่มกับพวกคลั่งลัทธิประหลาดที่ชื่อ  Chelonians 
Arthur – ก็เหมาะกับเขาแล้วนี่
Mary – พวกมันเป็นพวกชั่วร้ายนะอาเธอร์ พวกมันอาจจะฆ่าน้องชั้นได้นะ คุณเป็นคนเดียวที่เขายอมฟังนะ 
Arthur – แต่ผมมันป่าเถื่อนเกินไปที่จะแต่งงานกับคุณนะ เป็นคนหยาบคายที่ครอบครัวคุณรับไม่ได้ แต่กลับมาขอร้องให้ไปช่วยครอบครัวของคุณได้งั้นหรอ?



Mary – ชั้นขอโทษ ที่คุณไม่อยากช่วยชั้นก็เข้าใจนะ แต่ ชั้นคิดถึงแต่คุณมาตลอดเลยนะ 
Arthur – นั่นมันนานเกินไปแล้ว
Mary – ชั้นขอร้องล่ะอาเธอร์ 
Arthur – ผมว่าปล่อยให้ Jamie เขาใช้ชีวิตอย่างที่เขาอยากจะใช้ดีกว่านะ จริงๆ มันก็ไม่ต่างจากฝันร้ายที่พ่อเขาทำกับเขาหรอก 
Mary – Jamie เขายังบริสุทธิอยู่นะอาเธอร์ ได้โปรดเถอะนะ คุณจะช่วยชั้นหน่อยได้มั๊ย?


Arthur – [เลือกตอบ Help Mary]  ....เออ เขาอยู่ที่ไหนล่ะ?
Mary – คิดว่า แถวๆ Catmody Dell อ่ะนะ เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์แถวๆนั้นบอกชั้นมาว่าเห็นเขาอยู่แถวๆเขตน้ำตก Cumberland ชั้นแค่อยากได้เขากลับมาอาเธอร์ เธอคุณเจอเขาพาเขากลับมาหาชั้นที่สถานีรถไฟนะ ชั้นจะรออยู่ที่นั่น
Arthur – จะทำเท่าที่ทำได้นะ ...
Mary – ชั้นเป็นหนี้คุณนะอาเธอร์ 
Arthur – คุณเป็นหนี้ผมอยู่แล้ว


ในช่วงวัยรุ่น Arthur กับ Mary ตกหลุมรักซึ่งกันและกันถึงกับมีแผนที่จะแต่งงานกัน แต่ความสัมพันธของทั้งคู่ก็จำต้องขาดสะบั้นเนื่่องจาก Arthur ให้ความสำคัญกับพวกฟ้องในแก็งค์ Van der Linde เนื่องด้วยการที่ครอบครัวของ Mary ที่ไม่อยากที่จะต้อนรับ Arthur มากนักจากเหตุผลที่ว่าเขาเป็นคนหยาบคายและไร้ซึ่งเงินตราในสายตาพ่อของเธอ ในทางเดียวกับ Mary แม้จะรัก Arthur จนหมดใจและต้องการมีชีวิตอยู่ร่วมกับเขาแต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับที่ว่า การเลือกอาร์เธอร์ที่เป็นคนนอกฎหมายมีคดีความทางอาญามากมายไม่ส่งผลดีต่อการมีอนาคตร่วมกันได้แน่นอน เมื่อ Mary เข้าใจชัดแล้วว่า โลกของ Arthur นั้นเป็นโลกที่ไม่มีใครสามารถหนีจากชะตากรรมที่ก่อขึ้นได้ แต่แม้เธอจำต้องตัดใจ เธอก็ยังเลือกที่จะจดจำ Arthur ในฐานะชายที่เธอรักแม้ว่าเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเขาจะต่ำแค่ไหนในสายตาครอบครัวของเธอ 



จนต่อมา Mary ก็ได้ตัดสินใจเลือกที่จะแต่งงานกับคนในตระกูล Linton ที่มีฐานตระกูลที่มั่งมี แต่ก็โชคร้ายที่สามีเธอต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคปอด ในขณะที่ครอบครัวของเธอก็เริ่มตกต่ำลงจากการที่พ่อของเธอเริ่มติดเหล้าและการพนันอย่างหนักจนเป็นหนี้เป็นสินบ้านช่องถูกยึดในที่สุด ประกอบกับเริ่มมีการใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว ส่งผลให้ Jamie น้องชายของเธอ ที่รู้จัก Arthur มาตลอดชีวิตหนีออกจากบ้านไปเข้าร่วมกับลัทธิ Chelonia พวกนอกรีตทางศาสนา ทำให้ Arthur ต้องตัดสินใจเข้าช่วยเหลือตามคำขอของ Mary โชคชะตาได้นำพาทั้งคู่มาพบกันอีกครั้งในยุคสมัยและความไว้วางใจที่เริ่มจะเปราะบาง


จากนั้นเดินทางไปยังจุดเป้าหมายของภารกิจที่มีเครื่องหมาย ML ในแผนที่ จะพบ Jamie กำลังอยู่ร่วมกับพวกลัทธิ Chelonian บนเนินเขา


Arthur – ขอผมคุยกับเด็กคนนั้นหน่อยได้มั๊ยครับ?
Jamie – อาเธอร์หรอ?
Arthur – ไงไอ้หนู พี่สาวนายกำลังเป็นห่วงอยู่นะ 
หัวหน้าลัทธิ Chelonian – เด็กหนุ่มคนนี้ได้เลือกทางเดินของเขาแล้วครับ เส้นทางสู่ความจริง
Arthur – ก็นะ พี่สาวของเขาต้องการจะคุยด้วยนี่ 
Jamie – อาเธอร์ ผมเลือกทางเดินทางผมแล้วนะ 
หัวหน้าลัทธิ Chelonian – เด็กหนุ่มคนนี้ได้เลือกทางเดินของเขาแล้ว เขาเลือกความปลอดภัย และคุณละ เส้นทางใดกันเล่าที่คุณเลือกที่จะเดิน

Undecided – ตอบอย่างลังเล 
Impatient – ตอบแบบส่งเดช

Arthur – [Undecided] ผมก็ ...กำลังค้นหาอยู่ ล่ะมั้ง
หัวหน้าลัทธิ Chelonian – เราก็ต่างกำลังค้นหา คำสอนของลัทธิเราคือ การค้นหา แล้วคุณคิดว่า คุณกำลังค้นหาอะไรออยู่ล่ะ? 

Purpose – ตอบอย่างมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 
Stupidty – ตอบแบบโงๆส่งเดชไป

Arthur – [Purpose] ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ... ความปลอดภัยมั้ง ? ความปลอดภัยมีความหมายพอรึเปล่าล่ะ?


หัวหน้าลัทธิ Chelonian – เรื่องนั้น Jamie เขารู้ดี และ แน่นอน คุณคุยกับเขาได้
Arthur – ชัวร์ล่ะ ถ้าคุณเป็นผู้สั่งสอนคนจริงจะรู้ว่าผมไม่ทำอันตรายเขาหรอก .. มาเถอะ Jamie 
Jamie – ไม่ ... ผมไม่ไปกับคุณหรอกอาเธอร์
Arthur – ก็แค่กลับไปคุยกับ Mary เท่านั้นเองนะ จากนั้นจะทำอะไรก็เรื่องของแกเลย ...ไอ้เด็กบ้าเอ้ย !
Jamie – ไปให้พ้นเลยอาเธอร์ ผมไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยเลยนะ !!



Arthur – หยุดหนีแล้วมาคุยกันดีๆ พวกมันแค่หลอกใช้นายนะ พูดในสิ่งที่นายอยากได้ยินก็แค่นั้น
Jamie – คุณมันจะไปรู้อะไรอาเธอร์ นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณเลยนะ !
Arthur – บ้าเอ้ย นี่นายจะเลือกทางยากใช่มั๊ย?
Jamie – ผมก็แค่อยากจะทำอะไรตามใจตัวเองบ้างแค่นั้นเอง 
Arthur – ไม่เอาน่า Jamie พี่สาวนายเขาเป็นห่วงนายมากนะ
Jamie – ตอนผมมีปัญหาหล่อนมัวไปไหนมาล่ะ?
Arthur – ไม่เอาน่า Jamie อย่างี่เง่า นี่มันจะบ้ามากไปแล้วนะ 
Jamie – คุณเองก็บ้าเหมือนกันแหละน่า !!
Arthur – พระเจ้า หยุดเดี๋ยวเถอะน่า Jamie
Jamie – ผมไม่มีคำตอบที่คุณต้องการหรอก
Arthur – นายต้องการอะไรวะ Jamie ใช้ชีวิตอยู่บนภูเขากับคนพวกนั้นอ่ะนะ?
Jamie – พวกเขาเป็นเพื่อนผม ถ้าคุณไม่เลิกยุ่งผมยิงคุณจริงๆนะจะบอกให้ 
Arthur – แกพูดอะไรว่ะเนี่ย แกไม่ใช่นักฆ่านะ !
Jamie – คุณไม่รู้หรอกว่าผมทำอะไรได้บ้างอ่ะ


Jamie – ขอร้องล่ะอาเธอร์ ผมโตแล้วนะ ผมพบบางสิ่ง มันเรียกหาผม
Arthur – แกยังเป็นเด็ก!! และกำลังเลือกทางเดินที่ผิดครั้งใหญ่ด้วย!
Jamie – ผมไม่จำเป็นต้องฟังคำแนะนำจากคนอย่างคุณหรอก คุณมันพวกนอกกฎหมาย แต่พวกนั้นเขาเป็นคนดี ผมเตือนคุณแล้วนะอาเธอร์ มอแกน อย่ามายุ่งกับผม 
Arthur – ใจเย็นๆไอ้หนู วางปืนลงซะ..
Jamie – ผมเตือนแล้วนะ อาเธอร์ ผ.. ผมยิงจริงๆนะ 


                         ใช้ Dead Eyes ยิงไปที่ปืนของ Jamie ก่อนที่เขาจะยิงตัวเองตาย


Arthur – เอาล่ะ ใจเย็นไอ้หนู ..เอาล่ะ ชั้นจะพากลับไปหาพี่ของนายนะ 
Jamie – โอเคครับ ฮือออๆๆ โอเค
Arthur – ไม่เป็นไรไอ้หนู ไม่เป็นไร 
Jamie – ผมนี่มันงี่เง่ามากเลยใช่มั๊ยอาเธอร์?
Arthur – ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ชั้นไม่รู้จักนายดีพอหรอก แต่ที่รู้แน่ๆก็คือ จงอย่าอายถ้าจะมองหาโลกที่มันดีกว่าเดิม 
Jamie – ผมคิดถึงคุณนะอาเธอร์ ..คุณจะกลับมาแต่งงานกับพี่ผมอีกรอบหรอ?
Arthur – อ่า ไม่หรอก ....  เรื่องนั้นมันจบไปนานแล้วล่ะ มันนานมาก ชั้นเห็นนายครั้งสุดท้ายตอนนันนายยังเด็กน้อยอยู่เลยนะ Jamie Gillis 


Jamie – คุณรู้มั๊ย คุณเป็นคนสอนผมขี่ม้าด้วยตัวเองเลยนะ 
Arthur – แน่นอนล่ะ ไม่ใช่พวก Chelonia เป็นคนสอนแน่นอน ถามจริงนายไปหลงงมงายอะไรกับพวกมันห๊ะ?
Jamie – พวกเขาดีกับผมมาก พวกเขาเป็นคนสุภาพมากๆด้วยนะ
Arthur – ชัวร์ล่ะ ถามหน่อยนายไม่ได้ให้เงินพวกมันไปใช่มั๊ย?
Jamie – แน่นอนสิผมต้องให้อยู่แล้ว ก็เขาเปิดขอรับบริจาคนี่
Arthur – พระเจ้า !! Jamie ไม่เอาน่า 
Jamie – ก็ผมเชื่อว่าพวกเขาจะเอาไปทำในสิ่งที่ดีนี่นาที่จะย้อนผลตอบแทนกลับมาให้ผมในวันหลัง วันที่ผมทอดกายลงบนแม่น้ำ พ่อบอกกับผมว่า เจ้าจะไม่เป็นจำนวนนับของสิ่งใดทั้งนั้นถ้ายังไม่ได้เป็นชายเต็มตัว ผมก็เลยหนีออกมาเริ่มค้นหาเส้นทางของตัวเอง 
Arthur – ขอโทษนะแต่ พ่อนายมันพวกอัธพาล ตัวตลกแบบนั้นไม่ต้องไปฟังเขามากก็ได้ 
Jamie – อย่าพูดกับพ่อผมแบบนั้นสิ 
Arthur – แล้วจะให้ชั้นพูดยังไงวะ Jamie เขาเป็นพ่อที่ดีงั้นหรอ?
Jamie – เขาก็แค่ไม่แฮปปี้เวลาเห็นคุณก็เท่านั้นแหละ 
Arthur – ฝากบอกเขาด้วยว่า เขาเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดเท่าที่ชั้นเคยเจอเลยล่ะ 
Jamie – ประเด็นคือ ...เขาอาจพูดถูก ผมไม่ได้ดีพอกับจริงๆนั่นแหละ 
Arthur – ไม่เอาน่า มันไม่จริงซะหน่อย ไหนบอกสิว่านายชอบอะไรบ้าง
Jamie – อืมม อ่า ...อืมมมม ..
Arthur – ไม่ต้องคิดเยอะน่า 
Jamie – ไม่รู้สิ แอปเปิ้ลล่ะมั้ง 
Arthur – แอปเปิ้ลเนี่ยนะ?
Jamie – ใช่ ผมชอบแอปเปิ้ล 
Arthur – โอเค ...ชั้นก็คิดว่าจะเป็นพวกม้าหรือพวกช่างไม้อะไรงี้ ..เอาล่ะ งั้นก็ทำงานในสวนผลไม้ก็แล้วกัน
Jamie – ก็เหมือนกัน คุณยังชอบยิงคนปล้นคนเลยนี่ 
Arthur – ไม่หรอกชั้นชอบยิงแต่ไอ้เด็กโง่ๆที่ขี่ม้าหนีชั้นตอนที่ชั้นพยายามจะช่วยมันเท่านั้นแหละ 

Jamie – พ่อเคยเล่าให้ผมฟังถึงเรื่องคุณด้วย 
Arthur – ชั้นมั่นใจว่าเขาต้องเล่าอยู่แล้วล่ะ
Jamie – คุณยังติดตาม Dutch อยู่หรอ แล้วอีกคน เขาชื่ออะไรนะ Hester หรอ?
Arthur – Hosea .... ใช่ ยังอยู่กับ Dutch เหมือนเดิม 
Jamie – แล้ว Annabelle กับ Bessie ล่ะ?
Arthur – ชั้นเกรงว่า พวกเขาจะตายหมดแล้วนะ 
Jamie – บ้าเอ้ย !! บางทีผมว่าพี่ Marry อาจเลือกถูกแล้วก็ได้ 
Arthur – ไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ แล้วก็ ไม่มีอะไรที่ไรสาระไปกว่าที่นายอ่านจากหนังสือพิมพ์อีกแล้ว
Jamie – แล้วคุณกับพี่ผมมีโอกาสจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกมั๊ยอ่ะ?
Arthur – เอาล่ะ ถึงแล้ว เธอรออยู่ด้านในสถานี



Marry – โอ้ Jamie กลับมาแล้ว พ่อเศร้ามากเลยนะ 
Jamie – พ่อไม่มีทางเศร้าหรอก ที่ผมกลับมาก็เพราะพี่ต่างหาก 
Marry – น้องรักของพี่ ...รถไฟมาแล้ว มาเถอะ ...อาเธอร์ขอบคุณมากๆนะ
Arthur – ดีใจที่ได้เจอเธออีกนะ Mary
Marry – เหมือนกันอาเธอร์ เหมือนกัน 



                          Marry – ชั้น เอ่อ ...คุณ ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เรื่องนั้นชั้นรู้ดี 



      Arthur – ผมรู้สึก เหมือนเป็นชายที่โชคดีที่สุดในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนเป็นแค่ไอ้โง่ 



            ผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมสับสนและเล่นตุกติกหลอกใช้อย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนจริงๆ 



  ผมมั่นใจว่าจะไม่เป็นโง่เขลาเหมือนเดิมอีก แต่ ....จะยังไงก็เถอะ ชั้นก็แค่แค่คิดว่าจะทำได้เท่านั้นเอง ..




                               Mission 1 – 9: Blessed Are The Meek?


                                                          Challenge

-ในขณะที่กำลังขี่ม้าหนีให้จัดการพวกผู้รักษากฎหมายที่ขี่มาไล่ล่ามาให้หมดภายในเวลา 55 วินาที
-จัดการศัตรูการยิงแบบ Head Shot ได้ 15 คน
-จบภารกิจด้วยการทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนอย่างน้อย 70 % 
-จบภารกิจโดยไม่ใช่ไอเทมฟื้นพลังชีวิตเลย 



เดินทางไปที่จุดภารกิจสัญลักษณ์รูปตัว M ในแผนที่ มุ่งหน้ามาที่เมือง Strawberry เป้าหมายคือหาทางช่วย Micah ที่ถูกจับก่อนโดนแขวนคอ เมื่อเดินทางมาถึงแล้วก็เข้าไปที่สำนักงานนายอำเภอที่ใช้สำหรับคุมขังนักโทษได้เลย



Arthur – ผมมาตามรอยของพวกแก็งค์อันตรายที่ผ่านมาแถวนี้ แก็งค์ Colm O’Driscoll ได้ยินว่าคุณจับพวกมันเอาไว้ได้
นายอำเภอ – ที่นี่เราไม่ตกลงธุรกิจกับพวกนักล่าค่าหัวหรอกไอ้หนุ่ม 
Arthur – ผมก็แค่อยากจะสอบถามเรื่องรูปพรรณสัณฐานหรือข้อมูลเล็กๆน้อยๆเท่านั้นแหละ
นายอำเภอ – มันไม่ใช่เพื่อนกัน มันต่อสู้กัน มันกะจะฆ่ากันให้ตายไปข้าง คนนึงปัญญาอ่อน อีกคนก็งี่เง่า บางที่อาจเป็นคนที่นายตามหาก็ได้ จะดูพรรณสัณฐานยังไงก็ตามสบายเลย แต่ต้องรอดูมันตอนเราแขวนคอมันนะ



Micah – ปล่อยกูออกไปนะโว้ยไอ้พวกหนอนสกปรก !! คิดว่าไอ้คุกกระจอกนี่จะขังกูได้งั้นหรอ? ได้ยินมั๊ยวะ !! .... ห๊ะ ? Arthur หรอฦ .. Arthur !!
Arthur – ว่าไง เพื่อนเก่าดูท่าจะสบายดีนะ ใช่มั๊ย?
Micah – แกมาช่วยชั้นออกไปจากที่นี่ใช่ป่ะวะ ?
Arthur – ไม่รู้สิ ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยอ่ะ
Micah – ตลกหรอ? ชั้นไม่ตลกด้วยนะเว้ย !!



Arthur – รู้มั๊ย ชั้นฟังแกปากมากมาตลอด 6 เดือนเลยนะ ตอนนี้เพิ่งได้มีโอกาสได้ดูนายเงียบปากซะที
Micah – แกต้องทำอะไรซักอย่างนะ !
Arthur – แล้วทำไมต้องทำด้วยอ่ะ?
Micah – ที่ผ่านมาชั้นนับถือแกมาตลอดนะ Arthur
Arthur – นั่นแหละคือความผิดพลาดของแกล่ะ ฟังนะ มันมีปัญหาอยู่นิดหน่อย คือไม่ใช่แค่ชั้นนะแต่คนทั้งเมืองกำลังตั้งหน้าตั้งตารอดูแกถูกแขวนคออยู่น่ะ 
Micah – แกต้องทำอะไรซักอย่างนะ Arthur

จากนั้นเดินไปที่เครื่องกว้านที่อยู่ใกล้ๆหน้าต่างห้องขัง ดึงเอาตะขอมาเกี่ยวที่หน้าต่างแล้วหมุนคันโยกให้ตะขอดึงพนังห้องขังให้ฟังออกมา หรือเลือกใช้ระเบิด Dynamite แล้วปาใส่พนังคุกจนเกิดการระเบิดทำลายพนังจนพังก็ได้ ก็จะทำให้ Micah หนีออกมาได้ ทันทีที่หนีออกมาได้ Micah ก็จัดการกับวายร้ายคู่กรณีที่ติดคุกอยู่ด้วยกันทันที



ก่อนที่จะเปิดฉากยิงต่อสู้กับพวกผู้รักษากฎหมายที่ดาหน้าเข้ามาหมายจะจัดการนักโทษแหกคุกที่กำลังจะหนีออกจากเมือง (อย่าลืมใส่ผ้าปิดบังใบหน้าด้วย) 



Micah ต้องยอมเสียเวลายิงฝ่าผู้รักษากฎหมายเพื่อไปบ้านของ Skinny เพื่อเอาปืนของเขาคืนมา



หลังจาก Micah ได้ปืนคู่คู่ใจกลับมาทั้งคู่ก็ต้องฝ่าดงผู้รักษากฎหมายต่อเพื่อไปยังม้าที่ผูกไว้ เพื่อขี่หนีออกจากเมืองอย่างเร็วไว ท่ามกลางกลุ่มผู้รักษากฎหมายที่เข้ามาสกัดเอาไว้


Micah – โอเค เราต้องรีบออกจากพื้นที่ให้ไวเลยก่อนที่พวกมันจะแกะรอยตามมาถูก แกยิงได้ไม่เลวเลยนี่หวา มอร์แกน ชั้นพึ่งแกได้จริงๆด้วย
Arthur – เป็นห่าอะไรถึงได้ย้อนกลับไปในเมืองแบบนั้นวะ?
Micah – ก็แค่อยากทำตัวหลุดโลกบ้างก็เท่านั้นแหละ
Arthur – หลุดโลกนิดหน่อยหรอ? อยู่ๆก็ทำนอกแผนบุกเข้าไปกลางวงล้อมพวกมันซะงั้น?
Micah – ทำไงได้วะ ก็ชั้นห่วงปืนคู่ของชั้นนี่หว่า 
Arthur – แล้วไอ้ที่แกแวะไปยิงมันนั่นใครกันวะ?
Micah –ไอ้ Skinny มันเคยร่วมงานกับชั้นมาก่อน ปล้นแบงก์กันทางใต้ แต่จบไม่สวยเท่าไหร่ 
Arthur – เออ ชั้นเห็นแล้วล่ะว่ามันมีจุดจบยังไง
Micah – ก็มันเสือกจะปล่อยให้ชั้นโดนแขวนคอนี่หว่า
Arthur – ชั้นก็อยากให้แกโดนแขวนคอเหมือนกันวะ ... จริงๆแกควรจะขอบคุณ Lenny ด้วยนะที่มาแจ้งข่าวกับพวกเราได้ทันเวลา
  Micah – เออ นายกับทุกๆคนจะได้รับการขอบคุณจากชั้นแน่นอน ชั้นสัญญาเลย 
Arthur – แกมันโชคดีนะเพราะอยู่ๆ Dutch ก็ต้องการให้ไปช่วยแกกลับมา.... ไม่มีใครรู้หรอกว่าทำไม?



  Micah – ชั้นว่าพวกแม่งคงไม่ตามมาแล้วล่ะ ชั้นให้ซองใส่ปืนคู่กับแกไปเลยแล้วกันนะถือว่าเป็นคำขอบคุณก็แล้วกัน
Arthur – งั้นก็ขอบคุณ วันนี้ชั้นดูเป็นไอ้โง่ก็เพราะแกคนเดียวเลยที่ต้องมาช่วยแกด้วยการยิงกับคนเกือบครึ่งเมือง 
  Micah – ฮ่าๆๆๆ ตลกมากเพื่อน อาเธอร์นายที่มันเป็นคนตลกจริงๆ ฮ่าๆ ทำไมแกต้องทำเป็นโกรธอยู่ตลอดเวลาด้วยวะ?
Arthur – เออๆ มุขแกฝืดวะ ไม่ตลกเลยซักนิด แล้วแกล่ะทำไมต้องทำตัวเป็นตัวตลกงี่เง่าตลอดเวลาด้วยวะ?
  Micah – เอาล่ะๆ ฟังนะ ชั้นขอโทษ ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วน่าอาเธอร์ แกกับชั้นลูกหลานของ Dutch ด้วยกัน เป็นเหมือนพี่น้องกันไง แต่บางทีพี่น้องกันมันก็ทำให้ผิดหวังได้เหมือนกันอ่ะนะ ชั้นจะกลับไปที่แค้มป์ของชั้นแถวๆเมือง Strawberry ก่อนก็แล้วกันนะ แวะมาหาก็แล้วกัน บางที่ชั้นอาจจะทำอะไรให้แกบ้างก็ได้ แล้วแต่แกนะ?



Arthur – แล้วแกจะไม่กลับไปหา Dutch ด้วยกันหรอ?
Micah – ไม่อ่ะ ชั้นมัน Bad Boy ว่ะอาเธอร์ ชั้นจะไม่ยอมไปเจอเขาจนกว่าจะจับเขามาเซ็นสัญญาสงบศึกกันได้ซะก่อนอ่ะนะ ...ไปก่อนนะ 




หลังจบภารกิจนี้จะได้ไอเทม off – Hand Holster ที่จะทำให้ Arthur สามารถใช้ปืน 2 กระบอกในการยิงต่อสู้ศัตรูได้แล้ว


โดยสามารถใส่ปืนแบบไหนเข้าไปก็ได้แต่จะมีสัญลักษณ์ Matched Dual Wielded แสดงให้เห็นสำหรับการจับคู่ปืนมาใช้ร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพในการยิงที่มากขึ้น


                                 Stranger Quest: Smoking and Other Hobbies

                                                                  Challenge
                                              เก็บ Cigarette card ครบทั้ง 12 Set
                                ส่ง Cigarette card ทั้ง 12 Set ให้ Phoneas T. Ramsbottom



                   เดินทางไปที่จุดเครื่องหมายภารกิจรูป ? ที่สถานีรถไฟ Flatneck station


ชายแปลกหน้า – ไง บุหรี่มั๊ยครับ?
Arthur – แน่นอน ..แต่คงไม่สูบมากเท่าคุณหรอกนะ
ชายแปลกหน้า – อ่อ มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ยังไงถ้าอยากได้ก็หยิบไปซักแพ็ค 2 แพ็คได้เลยนะ
Arthur – โอ้ ขอบคุณมากครับ ว่าแต่คุณซื้อบุหรี่มากมายขนาดนี้ไปทำไมหรอ ต้องเดินทางไกลกลัวไม่มีเวลาซื้อเงี้ยหรอ?
ชายแปลกหน้า – เปล่าๆไม่ใช่แบบนั้นหรอก ผมสนใจแต่การ์ดน่ะ ..Cigarette Card ไง ว่าแต่คุณมีบ้างมั๊ยล่ะ?
Arthur – มีสิ 
ชายแปลกหน้า – ไหนเอามาดูสิ เอามาดูๆ
Arthur – ไอ้ภาพเล็กๆพวกเนี้ยนะ?
ชายแปลกหน้า – เออ นั่นแหละๆ ผมจ่ายอย่างงามเลยนะถ้าเกิดผมสนใจอ่ะ ...โอ้ อันนี้ผมมีแล้วอ่ะ ฟังนะ ที่มันมีค่าก็คือ แบบที่เป็น Set น่ะ นั่นแหละที่ทำให้ผมต้องสูบบุหรี่เยอะ วันล่ะเกือบ 200 มวนก็เคยนะเพื่อจะได้การ์ดมาเป็นแพ็คไง คือแบบผมสะสมแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ 
Arthur – ชัวร์ ...มันฟังดูแล้วแบบ ...
ชายแปลกหน้า – น่าตื่นเต้น ใช่ๆ ไม่ได้คุยนะแต่ชีวิตผมมีค่ามากขึ้นก็ดูได้จากจำนวนบุหรี่ที่ผมสูบนี่แหละ โอ้ แต่ก็ผลาญเงินไปเยอะอยู่เหมือนกันนะ มันคงเป็นโชคชะตาที่กำหนดไว้น่ะครับ
Arthur – โชคชะตาเนี่ยนะ?


ชายแปลกหน้า – อ่อ นี่ๆ ผมจะให้ดูการ์ดแบบที่ครบเซ็ท สิ่งล้ำค่าจากโชคชะตาไง นี่ไง พวกมือปืน อันนี้ตัวประหลาดในละครสัตว์ อันนี้ก็เหมียวๆๆๆ แมวทะเลทราย การ์ดพวกสัตว์ ของหายากเลยนะจะบอกให้  
Arthur – ผมไม่ยักรู้มากก่อนเลยแฮะ... เท่าไหร่หรอ?
ชายแปลกหน้า – มันก็ขึ้นอยู่กับว่าหายากแค่ไหนอ่ะครับ ถ้าคุณสะสมได้แบบครบชุดนะ ผมรับซื้อจากคุณได้นะ ราคายุติธรรมด้วย



Ramsbottom - เอานี่ส่งมาที่ที่อยู่ผมตามนี้ ผม Phoneas T. Ramsbottom ยินดีรับใช้ครับ ผมคงต้องไปแล้วล่ะ รถไฟผมมาแล้ว อย่าลืมเรื่องข้อเสนอของผมล่ะ เฉพาะการ์ดแบบครบชุด นั่นแหละที่มีค่ามหาศาลจำไว้ .... ไปก่อนนะครับ 


Cigarette cards นั้นแรกเริ่มเดิมที่มันคือกระดาษแข็งที่ใส่มากับซองบุหรี่เพื่อทำให้แพคเกจจิ้งของบุหรี่แข็งตัวขึ้นรูปเป็นรูปทรงร่างได้ง่ายขึ้น


และต่อมาในปี 1875 ได้มีการทำเป็นรูปต่างๆใส่เข้าไปเพื่อโฆษณาแบรนด์ของบุหรี่นั้นๆหรือรูปบุคคล กีฬา สัตว์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถใช้ในการสะสมและแลกเปลี่ยนกันได้ด้วย


 โดยมีการจัดทำการ์ดที่เป็นรูปชุดของ นักเบสบอล หัวหน้าเผ่าอินเดียนแดงและนักมวยต่างๆเป็นครั้งแรกโดยบริษัท Allen and Ginter tobacco company


ซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างมากจนทำเป็นรูปชุดต่างๆออกตามมาอีกมากมาย ก่อนจะถูกยกเลิกเพื่อประหยัดกระดาษในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและไม่ได้รับการสนับสนุนให้ทำต่ออีกเลย



 จึงทำให้ Cigarette cards ของ Allen and Ginter ยังคงหายากและเป็นที่นิยมต่อผู้ชื่นชอบการสะสมมาจนถึงปัจจุบัน
https://en.wikipedia.org/wiki/Cigarette_card
https://en.wikipedia.org/wiki/Allen_%26_Ginter

                              แผนที่ตำแหน่งของ Cigarette card ทั้งหมด


                                                     กดดูแผนที่ขนาดใหญ่ได้ที่นี่
                                https://www.ign.com/maps/red-dead-redemption-2/world

                      เลือกเมนู MARKER CATEGORIES ที่ด้านซ้ายเลือกค้นหา Cigarette card



                                Mission 1 – 10: The Spines of America 



                                                          Challenge

                   ขโมยทรัพย์สินในบ้านที่ Carmody Dell มาให้หมดทุกชิ้น
                           เข้าไปขโมยของโดยห้ามให้คนในบ้านรู้ตัว
                    นำเอารถม้ากลับไปที่ Emerald Ranch ภายในเวลา 1 นาที 10 วินาที


ปลดล็อกหลังจากจบภารกิจ Paying a Social Call โดยเมื่อกลับมาที่แค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คนในแค้มป์จะบอกข่าวว่า Hosea Matthews ส่งข้อความขอความช่วยเหลือมา


เดินทางไปที่จุดภารกิจรูปเครื่องหมาย H ในแผนที่จะพบ Hosea ที่โรงนาทางใต้ของ Emerald Ranch


Hosea – ไง Arthur ...นี่ Seamus หุ้นส่วนใหม่ของพวกเรา
Seamus – ไม่ได้ถึงขนาดนั้นซะหน่อย
Hosea – หุ้นส่วนใหม่ในอนาคตก็แล้วกัน
Seamus – งั้นก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่เบาๆเสียงหน่อยก็ดี เชื่อผมเหอะ ไม่อยากให้เจ้านายมาได้ยิน นี่มันแค่งานอดิเรกเท่านั้นนะ 
Hosea – เราซื่อสัตย์ต่อกันมานานแล้วนะ ....ให้เราพิสูจน์ตัวเองหน่อยน่า 
Arthur –พิสูจน์ตัวเองกับไอ้ตัวตลกเนี่ยนะ ? คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย?
Seamus – โชคดีนะคุณ Hosea ยินดีที่ได้เจรจาธุรกิจกันนะ



Hosea – เฮ้ เดี๋ยวสิ ฟังก่อน เขาก็แค่ปากดีไปหน่อยก็เท่านั้นเองน่า ชั้นสาบานเลยว่าคุณเชื่อใจเขาได้แล้วก็เชื่อใจชั้นได้ด้วย
Seamus – ผมมันแก่เลย
Hosea – คุณยังไม่แก่หรอก Seamus
Seamus – แก่สิ แล้วรู้มั๊ยว่าทำไมผมถึงยังไม่ตาย?
Hosea – คุณไม่เชื่อใจพวกงี่เง่าใช่มั๊ยล่ะ?
Seamus – ใช่เลยล่ะ
Hosea – แต่เราไม่ใช่พวกงี่เง่านะ แล้วเราจะพิสูจน์ให้เห็นเอง
Seamus – โอเค .. งั้นผมจะบอกอะไรให้นะ ตาแก่ Bob Crawford กับลูกชายของเขา เพิ่งซื้อรถม้าที่ถูกขโมยมาจากทางเหนือ ตอนนี้จอดอยู่ในโรงนาของเขา พวกคุณไปที่นั่นแล้วก็ฉกมันมา จากนั้นเราค่อยมาคุยเรื่องธุรกิจกัน โอเค๊ ?


Hosea – ใครคือตาแก่ Bob Crawford
Seamus – เพื่อนบ้านที่คุ้นเคยของผมเอง
Hosea – ตกลงคุณจะให้เราช่วยจัดการคู่แข่งให้ใช่มั๊ย?
Seamus – เขาไม่ใช่แค่คู่แข่งหรอกแต่เป็นญาติผมเองแหละ แล้วผมก็ต้องการจะดูว่าเด็กคุณทำได้อย่างที่คุยรึเปล่าด้วย 
Hosea – เขาอยู่ที่ไหน?
Seamus – บ้านเขาอยู่ในฟาร์มที่ Carmody Dell ทางเหนือจากที่นี่ เดินทางตามทางรถไฟนั่นไปได้เลยตรงไปทาง Fort Wallace พวกเขามีเงินอยู่ในบ้านจำนวนนึงด้วยนะ นั่นมันงานของคุณนะ แล้วคุณผมไม่เกี่ยว แต่ อย่าฆ่าใครก็แล้วกัน คนแถวนี้รู้ว่าผมเคยสนิทกันมาก่อน และถ้าเกิดอะไรขึ้นทุกคนจะรู้ทันทีเลยว่าผมเกี่ยวข้องด้วย
Hosea – แต่คุณอยากให้เราปล้นบ้านญาติคุณงั้นใช่มั๊ย?
Seamus – ก็แค่ญาติฝั่งเมียน่ะ แต่ก็ใช้ ผมอยากอย่างยิ่งเลยล่ะ
Hosea – โอเค ได้ยินแล้วนะ ไปปล้นญาติของเขากันเถอะ 


Hosea – เอาล่ะ นำทางไปเลย ตามที่เขาบอกที่ว่าทางเหนือจากที่นี่น่ะ
Arthur – ทำไมต้องเป็นผมล่ะ?
Hosea – ก็นายเป็นคนเดียวที่เคยเที่ยวเตร่อยู่แถวนี้บ่อยๆไม่ใช่หรอ?
Arthur – นั่นคุณคิดเอาเองน่ะสิ คุณแค่พยายามปกป้องตัวเองเพราะไม่อยากกลัวจะต้องปะทะก่อนล่ะสิ

Hosea – เรื่องแบบนี้นายบรรเลงได้ดีกว่าไม่ใช่หรอล่ะ?
Arthur – งั้นก็แสดงว่าที่คุณเรียกผมมาที่นี่ก็เพราะจะให้มาเป็นกันชนอ่ะดิ? ตลอดนั่นแหละ
Hosea – ก็ใช่ แต่ ..คุณก็รู้ว่างานนี้มันเวิร์คแน่นอน
 Arthur – ไม่เอาน่า Hosea ไอ้นั่นมันตัวตลก
Hosea – นั่นแหละมันถึงเฟอรเฟ็ค มันจะได้ไม่สร้างปัญหาให้เราไง เข้าไปขโมยรถม้า งานทำเงินที่ง่ายมากเลย 
Arthur – หวังว่าคุณคงจะคิดถูกนะ
Hosea – ไม่เอาน่า เขาไม่ได้ขอให้เราไปปล้นธนาคารซะหน่อย ถ้าเราขโมยรถม้าของญาติไอ้เจ้า Seamus มาให้มันไม่ได้ ธุรกิจใหม่เราก็ลืมได้เลย 



Arthur – กดเลือกถาม [Emerald Ranch?] เรื่องราวมันเป็นมายังไง ทำไมคุณถึงมาที่ Emerald Ranch ล่ะ? คุณเจออะไรงั้นหรอ? 
Hosea – ก็นิดหน่อย เจ้านายของ Seamus มันเป็นคนน่ารังเกียจ มีแต่คนบอกว่า Seamus กลัวเจ้านายมากๆ 
Arthur – แล้ว ...
Hosea – ที่นี่มันแปลกๆ มีทั้ง Saloon ทั้งร้านค้า General Store แต่ดันปิดเอาไว้ แล้วดูคนในเมืองก็มีเงินซะด้วยนะ
Arthur – ฟังดูเหมือนจะคุ้มค่าที่จะลองมองๆหาให้ทั่วดูนะ 
Hosea – แน่นอน Seamus เคยพูดถึงลูกสาวของเจ้าของฟาร์มสองสามครั้งว่าเขาใช้วิธีไหนที่จะเฝ้าดูเธอตลอดเวลา แต่ตอนนี้เธอแทบไม่เคยออกจากบ้านเลย เขาอาจกำลังหลงรักเธออยู่ชัวร์เลย
Arthur – เนี่ยนะที่คุณเรียกว่าเจออะไรนิดๆหน่อยๆน่ะ?
Hosea – เขาพูดแค่ครั้งเดียว ดูเหมือน Seamus จะไม่ค่อยจะชอบพูดเท่าไหร่ 
Arthur – ก็หวังว่าเขาคงจะไม่พูดมากอ่ะนะ 


Hosea – เอาล่ะ ถึงแล้ว รีบสำรวจพื้นที่กันก่อนดีกว่า นายมีกล้องส่องทางไกลใช่มั๊ย?
Arthur – ไม่มีใครอยู่รอบๆบ้านเลย
Hosea – ใช่ ผมลองคิดดูแล้ว เราควรจะเริ่มกันตอนนี้เลย ผมจะจะเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขาให้ ส่วนนายก็เข้าไปในบ้าน ค้นหาทรัพย์สินมาให้มากที่สุดที่จะทำได้ จากนั้นก็ค่อยไปเอารถม้าเพื่อหนีออกจากที่นี่กัน หรือ รอจนกว่าจะมืด นายย่องเข้าไปขโมยของในบ้าน ส่วนชั้นไปเอารถม้าแล้วค่อยออกมาเจอกัน 

                     [จากนั้นก็ต้องเลือกว่า จะวางแผนเข้าปล้นตอนกลางวันหรือกลางคืน]



จะเลือกทางไหนก็ได้ [แนะนำให้เข้าไปตอนกลางคืน] เป้าหมายคือเข้าไปในบ้านแล้วกวาดทรัพย์สินออกมาให้หมดแล้วออกมาหา Hosea ที่เข้าไปเอารถม้ามาจอดรอที่หน้าบ้าน จากนั้นก็ขี่รถม้ากลับไปให้ Seamus ที่ Emerald Ranch ได้เลย


Seamus –เยี่ยมมากคุณ Hosea
Hosea – ส่วนใหญ่เป็นฝีมือ Arthur น่ะ ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละ เขาอาจจะหยาบคายหน่อยแต่ก็เก่งในงานแบบนี้แน่นอน 
Seamus – ขอบคุณ ถ้าคุณขโมยรถม้ามาได้แล้วต้องการจะขายก็เชิญได้นะ ผมจะขอรับซื้อเอง แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าจะทำอะไรก็ต้องระวังๆหน่อย โอเค๊?
Hosea – แน่นอน งั้นก็ลากันตรงนี้เลยนะท่านสุภาพบุรุษ ...ผมว่าจะกลับแค้มป์เลย คุณจะกลับไปพร้อมกันเลยมั๊ยล่ะ Arthur? 

ไม่ว่าจะเลือกที่จะกลับแค้มป์พร้อม Hosea หรือจะเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อธุระตามความพอใจก็ย่อมได้ก็จะถือว่าจบภารกิจนี้แล้ว เมื่อจบภารกิจ จากนี้จะปลดล็อกจุด Fence ขึ้นมาในแผนที่ในทุกๆพื้นที่


โดยจุด Fence คือร้านรับซื้อของโจรของ Seamus สามารถรับซื้อของร้อนที่ปล้นมาได้ที่ไม่สามารถขายตามร้านทั่วไปได้เช่นพวก รถม้าหรือทองคำแท่งที่ขโมยหรือปล้นมาได้


โดยเมื่อขโมยรถม้ามาได้ก็สามารถขี่มาที่จุด Fence ที่ Emerald Ranch เพื่อขายให้ Seamus ได้เลย และที่นี่ก็ยังเป็นที่ที่สามารถนำทองคำแท่งและของผิดกฎหมายต่างๆที่ปล้นมานำไปขายในจุด Fence ซึ่งเป็นร้านรับซื้อของโจรที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศดังตำแหน่งต่อไปนี้






                                Stranger Quest: Geology For Beginners 



                                                         Challenge

                                   ค้นหาหินแกะสลักให้ครบทั้ง 10 อัน
                     ส่งตำแหน่งของหินแกะสลักทุกจุดให้กับ Francis Sinclair 
               รับรางวัลจาก Francis Sinclair เมื่อหาหินแกะสลักได้จนครบแล้ว




ชายแปลกหน้า – เป็นอะไร อะไรทำให้คุณอารมณ์เสียหรอเพื่อน?
Arthur – ชั้นเนี่ยนะ?
ชายแปลกหน้า – โอเค โทษที ผมไม่ควรจะหุบปากดีกว่า คือ เอ่อ ผมขอถามคำถามแปลกๆอย่างนึงได้มั๊ย? มันอาจจะฟังดูไร้สาระหน่อยอ่ะนะ แต่ ผมขอพูดแบบตรงไปตรงมาเลยแล้วกันนะ 
Arthur – นายพยายามจะพูดอะไรกันแน่เนี่ยชั้นงงไปหมดแล้วนะ 
ชายแปลกหน้า – โทษทีๆ เข้าประเด็นเลยแล้วกัน คือ เจ้าหินแกะสลักที่ดูตลกๆ .... ประมาณเนี้ย



Arthur – แล้ว ...
ชายแปลกหน้า – ผมกำลังตามหามันให้ครบเพราะสะสมมันอยู่ ไอ้หินพวกนี้มันเป็นปริศนาที่ผมกำลังค้นหา ชั่งเถอะ ฟังแล้วจะงงเปล่าๆ แต่ผมก็พยายามที่จะค้นหามันอย่างมากเพราะมันสำคัญกับผมมากๆๆๆๆ 
Arthur – หินแกะสลักเล็กๆเนี่ยนะ?
ชายแปลกหน้า – ใช่เลย หินแกะสลักเล็กๆแบบเนี้ยแหละ 
Arthur – นายจะเอามันไปทำอะไรวะ?
ชายแปลกหน้า – เรื่องมันค่อยข้างซับซ้อนน่ะ คุณจะคิดว่าผมบ้าแน่ถ้าผมบอกคุณ คือมันคือความรู้นอกห้องเรียนที่ผมอยากเรียนรู้น่ะ 
Arthur – นี่นายเมาใช่มั๊ย ห๊ะ ?
ชายแปลกหน้า – เมาหรอ เปล่าๆ ไม่ได้เมา ผมแค่กำลังหลงทาง เรื่องมันยาวน่ะ .. ว่าแต่ คุณพอจะหาหินแกะสลักเล็กๆ นี่ให้ผมหน่อยได้มั๊ยอ่ะ? คือฟังนะ ถ้าคุณหามันมาได้ ผมยินดีจะจ่ายให้อย่างงามเลยล่ะ นี่นามบัตรผมนะ ได้เรื่องยังไงส่งข่าวมาบอกบ้างล่ะ ผมว่าคุณทำได้แน่ เอ่อ ผมชื่อ Francis Sinclair 



Arthur – ชั้น อาเธอร์ มอแกน ถามจริง นายจะเอาหินพวกนี้ไปทำอะไรกันวะ?
Sinclair – ถ้าผมบอกคุณเดี๋ยวคุณก็หาว่าผมเมาอีก ผมต้องขอพักซักหน่อยก่อนนะ รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ..เฮ้ อย่าเข้ามาทำร้ายผมล่ะ?
Arthur – แม่งบ้าป่ะวะเนี้ย ...

                                   ตำแหน่งของ ROCK CARVINGS ทั้ง 10 อัน




                                                   กดดูแผนที่ขนาดใหญ่ได้ที่นี่
                             https://www.ign.com/maps/red-dead-redemption-2/world
                                     
                                       
              เลือกเมนู MARKER CATEGORIES ที่ด้านซ้ายเลือกค้นหา ROCK CARVINGS



ROCK CARVINGS ที่อาเธอร์ต้องค้นหาคือ ศิลปะสกัดหิน ที่เกิดจากการสกัด, เซาะ, ถาก, แกะ หรือ ครูดหินจนเป็นภาพ ไม่ใช่ใช้การวาดลงไป จึงไม่ควรนำไปสับสนระหว่าง "ศิลปะสกัดหิน" กับ "ภาพวาดบนฝาพนัง" ที่ใช้การวาดภาพลงไปบนหินด้วย แต่ศิลปะทั้งสองแบบก็จัดอยู่ในกลุ่มศิลปะหิน (Rock art) เหมือนกัน ศิลปะสกัดหิน ถูกพบเจออยู่ทั่วโลก เชื่อว่า น่าจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมของผู้สร้างงาน แต่ยากที่จะให้คำอธิบายของความคล้ายคลึงของลวดลายในบริเวณต่างๆ ที่พบ ซึ่งอาจจะเป็นสื่อความหมายถึงเขตแดนระหว่างชนสองเผ่า สื่อถึงความหมายทางศาสนาตามความเชื่อหรือ แค่เกิดขึ้นโดยบังเอิญเท่านั้น
https://th.wikipedia.org/wiki/ศิลปะสกัดหิน


                         Stranger Quest:  Arcadia for Amateurs [Part I]



Arthur – หวัดดีครับ
ชายแปลกหน้า – โอ้ หวัดดี ตกใจหมดเลย ... วันนี้เงียบดีจังว่ามั๊ย? อะไรมันจะดีขนาดนี้หนอที่นี่ ผมจะได้สร้างงานออกมาได้แบบเฟอร์เฟคซะที งานถ่ายภาพน่ะ 
Arthur – ถ่ายอะไรหรอครับ?
ชายแปลกหน้า – โอ้ เกี่ยวกับ ชีวิตในป่า น่ะ ยอมเสี่ยงเลย แม้จะอาจได้เป็นอาหารสิงโตก็เถอะ ไหนคุณลองมายืนตรงนั้นสิ อ่อ ผมชื่อ Albert Mason 



Arthur – ผม อาเธอร์ มอแกน ครับ
Albert – ผมกำลังค้นหาภาพถ่ายที่สมบูรณ์แบบของเหล่าสัตว์นักล่าที่แสนยิ่งใหญ่ก่อนที่พวกมันจะถูกล่าเอาหัวไปติดพนังจนสูญพันธ์ไปจนหมดซะก่อน 
Arthur – งั้นก็ ...โชคดีก็แล้วกันนะ 
Albert – ช่าย มันไม่ใช่งานง่ายๆเลยว่ามั๊ยล่ะ แต่บังเอิญผมมันชอบความท้าทายอ่ะนะ ก็ต้องทริกกันหน่อย หาก้อนเนื้อมาใช้เป็นเหยื่อล่อมันเพื่อไม่ให้กลายเป็นอาหารของพวกมันซะก่อน .... เฮ้ยย นั่น ไอ้หมาป่านั่นมันขโมยกระเป๋าของผมไปแล้วววว !!!



ทันทีที่หมา Coyote คาบขโมยกระเป๋าของ Albert วิ่งหนีไป Arthur ก็ต้องรีบวิ่งตามไป แกะรอยหาตัวหมา Coyote เพื่อเอากระเป๋าที่ถูกขโมยไปกลับมาให้กับ Albert


Arthur – ผมได้กระเป๋าคุณมาแล้ว
Albert – โอ้ ดี ดีมากๆ ขอบคุณมากเลยครับ
Arthur – กระเป๋าคุณมีแต่อาหารที่คุณเอามาทำเหยื่อล่อสัตว์ ไม่แปลกหรอกที่มันจะคาบไปน่ะ
Albert – คุณนี่เป็นสุภาพบุรุษจริงๆ ในกระเป๋ามีแต่อาหารของผมทั้งนั้น คุณช่วยผมเอาไว้แท้ๆ ขอบคุณมาก ดูแลตัวเองล่ะครับ 
Arthur – ผมคงต้องไปก่อนนะ ไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นอาหารสิงโต
Albert – ได้ๆ ผมเข้าใจ ผมมันโง่เองแหละ ฮ่าๆ ขอตัวก่อนนะ และ ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับ

หลังจากได้รู้จักกับ Albert Mason ช่างภาพชีวิตสัตว์ป่าผู้หมายมั่นที่จะพยายามจะเก็บภาพสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดเอาไว้เพื่อเก็บเป็นข้อมูลทางชีวะวิทยาแล้ว วีรกรรมใคร่รู้ได้ไม่รู้จักประสีประสาของ Albert ยังจะมีตามมาอีก 4 ภารกิจที่ Arthur จะสามารถพบเจอกับ Albert ตามสถานที่ต่างๆเพื่อช่วยทำให้เจตนารมณ์ของช่างภาพสัตว์ประสบความสำเร็จตามที่เขาตั้งใจ ซึ่งจะปรากฏเป็นสัญลักษณ์ตัวอักษร AL ในแผนที่


โดยจุดที่ 2 ที่สามารถพบเจอ Albert Mason เพื่อทำภารกิจที่ 2 ของเขาได้คือจุดพื้นที่ทางตะวันตกจากของสถานีรถไฟ Wallace Station ที่อยู่บริเวณทางตอนเหนือของเมือง strawberry

                    Stranger Quest:  Arcadia for Amateurs [Part II]





Arthur – หวัดดี เจอกันอีกแล้ว
Albert – อ่า สวัสดีครับ เอ่อ .... อ่อ  คุณอาเธอร์ นี่เอง โทษทีผมเอ่อ ผมสมองเสื่อมเองแหละ คงไม่ค่อยชินกับการออกมาผจญภัยข้างนอกแบบนี้ล่ะมั้ง ที่นี่มันดินแดนของพระเจ้าอย่างแท้จริงเลยล่ะ ผมรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสถานที่ล้างบาปอย่างั้นแหละ 
Arthur – ผมรู้จักความรู้สึกนั้นดี ว่าแต่ คราวนี้คุณจะถ่ายรูปอะไรอีกงั้นหรอ? หมา Coyotes อีกงั้นหรอ?
Albert – ไม่ๆๆ คราวนี้ผมจะถ่ายพวก หมาป่า
Arthur – หมาป่าเลยหรอ? สงสัยคุณจะอยากให้ตัวเองมาเป็นอาหารสัตว์จริงๆนั่นแหละ 
Albert – เกรงว่าจะไม่หรอกนะ นู้น ผมแขวนเหยื่อล่อเอาไว้ตรงนู้น น่าจะไกลพอที่จะไม่โดนมันขย่ำเอาอ่ะนะ ปลอดภัยแน่นอนน่า แล้วเราก็อยู่ต้นลมด้วย
Arthur – แน่นอน ถ้าคุณต้องการจะดึงดูดหมาป่าที่ฉลาดที่สุดในโลกอ่ะนะ ผมว่าผมอยู่เป็นเพื่อนซักแปบนึงดีกว่า ถ้ามีอะไรเข้ามาผมจะได้ปกป้องคุณได้ ถ้าคุณต้องการอ่ะนะ 
Albert – คุณนี่เป็นสุภาพบุรุษจริงๆเลยนะ



Arthur – ไม่หรอก คุณยังไม่รู้จักผมดีพออย่าพูดงั้นเลย ปกติแล้วผมเลวกว่าพวกหมาป่าเยอะเลย
Albert – คุณเคยมีประสบกาณ์ในการรับมือพวกหมาป่ามาก่อนงั้นหรอ? ยังไม่เคยถูกพวกมันกินใช่ป่ะ? 
Arthur – เคยไปช่วยเพื่อนไม่ให้ถูกพวกมันกินน่ะ พวกมันไม่ได้ญาติดีกับมนุษย์เท่าไหรหรอกนะ 
Albert – ก็ไม่โทษพวกมันหรอก  ชูวๆๆ มันเข้ามาตัวนึงแล้ว ไม่สิ มันมา 3 ตัวแล้ว ใช่เลยๆ เอาล่ะ อย่าเพิ่งไปยิงมันนะ รอผมถ่ายรูปงามๆก่อน ดูพวกมันสิ ช่างเป็นสัตว์ที่งดงามจริงๆเลย
Arthur – ใช่ โดยเฉพาะตอนมันโดดเข้ามาควักลูกตาคุณออกมากินน่ะ 
Albert – เข้ามาเลย เข้ามา อยู่นิ่งๆเจ้าสัตว์ที่สวยงามของชั้น

                       
  ทันทีที่หมาป่าเริ่มเข้ามาใกล้และจะเริ่มเข้าจู่โจมก็เปิดฉากยิงได้เลย


Albert – ให้ตายเถอะ คุณไปยั่วยุพวกมันทำไม !! .... คุณมอร์แกน ช่วยด้วยยยย !!
Arthur – พวกมันไม่ต้องยั่วยุหรอกโว้ย พวกมันเป็นหมาป่า !!
Albert – งั้นก็ทำอะไรซักอย่างสิคุณมอร์แกน ยิงมันเลย !!
Arthur – เป็นไง อยากได้หมาป่าก็เจอหมาป่าสมใจยังคุณ Mason !



Arthur – เอาล่ะ จัดการมันหมดแล้ว มันคงมีเท่านี้แหละ
Albert – เห็นกับตาว่าตัวเองไร้ค่าก็วันนี้แหละ
Arthur – ช่าย พวกมันก็โคตรดุแบบนี้แหละ 
Albert – เฮ้ออ เกือบจะได้เป็นมื้อเย็นของพวกหมาป่าจริงๆแล้วสิ  แต่ก็ช่างเถอะนั่นมันเป็นปัญหาของผมเอง แต่คุณก็ช่วยชีวิตไอ้โง่อย่างผมเอาไว้อีกแล้ว 
Arthur – ไม่เป็นไร อย่าใส่ใจเลย 
Albert – เรื่องของเรื่องคือผมไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณของคุณยังไงเนี่ยสิ แต่ รู้แต่ว่า แม้ผมจะติดหนี้คุณตลอดไปก็จะไม่มีวันลืมแน่นอน 
Arthur – จะไม่ช่วยเลยก็คงไม่ได้หรอก คุณ Mason .... ดูแลตัวเองด้วยล่ะ 

                              Stranger Quest:  Arcadia for Amateurs [Part III]



จุดที่ 3 ที่สามารถพบเจอ Albert Mason เพื่อทำภารกิจที่ 3 ของเขาได้คือจุดพื้นที่บึงทางเหนือของ Emerald Ranch


Arthur – ไง คุณยังไม่ตายนี่  
Albert – อ่อ ฮ่าๆๆ คุณ มอร์แกน
Arthur – แล้วคุณเป็นไงบ้างล่ะ?
Albert – นอกนอกจากอาการไม่ย่อยนิดหน่อยทุกอย่างก็ดีครับ 
Arthur – โปรเจคไปถึงไหนแล้วครับ?
Albert – ตอนนี้หรอ ผมเฝ้าดูพวกม้าป่ามาเป็นอาทิตย์แล้วล่ะ 
Arthur – นั่นน่ะหรอ นั่นม้า Silver dapple pinto
Albert – ผมรู้ มันสวยมากเลยล่ะ .... แค่ยังเข้าใกล้ๆไปถ่ายรูปมันไม่ได้แค่นั้นแหละ สงสัยได้กลิ่นฉุนของผมแน่เลย ฮ่าๆ
Arthur – แล้วถ้าเกิดผมขี่ม้าต้อนมันมาให้ล่ะ?
Albert – โอ้ นั่นจะช่วยได้เยอะเลยล่ะ คุณคงไม่รำคาญใช่ป่ะ? ผมรู้สึกผิดยังไงไม่รู้



จากนั้นขี่ม้าไปที่ฝูงม้าป่าที่จุดสีเหลืองในแผนที่แล้วกด L2 – Shout ตะโกนต้อนฝูงมาให้ไปทางทิศทางที่  Albert กำลังรอถ่ายรูปอยู่


เมื่อต้อนม้าเข้าไปที่จุดที่ Albert อยู่ได้แล้ว ไม่ต้องขี่ม้าตามใกล้ รอจนกว่า Albert จะถ่ายภาพเสร็จค่อยเข้าไปคุยกับเขา



Albert – คุณมันอัจฉริยะชัดๆ ฮ่าๆ
Arthur – เปล่า ผมแค่ขี่ม้าเป็นก็เท่านั้นแหละ
Albert – แต่โลกของผมเรียกว่า อัจฉริยะ
Arthur – ชมเกินไปหน่อยแต่ก็ขอบคุณนะ แล้วเอ่อ ..รูปถ่าย เป็นไงบ้าง?
Albert – โอ้ มันสุดยอดมากๆอ่ะ นี่ๆดูนี่ ผมล้างรูปหมาป่าพวกนั้นออกมาได้แล้ว ก่อนที่มันจะเข้ามาขย้ำเราน่ะ ฮ่าๆ ...ผมให้คุณไปเลย 
Arthur – อืมม ถ่ายได้ดีมากๆเลย
Albert – โอ้ ขอบคุณครับ
Arthur – ดูแลตัวเองด้วยคุณ Mason 
Albert – เช่นกันครับ คุณก็เช่นกัน 

                                                    [ มีต่อ]


                               Mission 1 – 11: The First Shall Be Last 


                                                       Challenge

                   ร่วมกันลอบฆ่าศัตรูที่อยู่ริมแม่น้ำกับ Javier โดยไม่ถูกเห็นตัว
                             ยิงเชือกที่ผูก Sean ตอนปล่อยตัวเขา
                                   ยิงศัตรูด้วย Headshot 10 คน
                            จบภารกิจโดยไม่ใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังชีวิต 



                        เดินทางเข้าไปที่จุดภารกิจอักษรย่อ JE ที่ตอนเหนือของเมือง Blackwater



Javier – พวกมันมีกี่คน?
Charles – เพียบ มีพวกทางการอยู่เกลื่อนเมืองไปหมด
Javier – เห็น Sean มั๊ยว่ามันจับเขาไว้ที่ไหน?
Charles – คิดว่าไม่นะ 
Javier – บ้าเอ้ย Trelawny มันอยู่ที่ไหนกันนะ?
Charles – ใครจะไปรู้วะ 



Arthur – ไง เจอไอ้เด็กไอริสงี่เง่านั่นมั๊ย?
Charles – ไม่แน่ใจว่ะ แต่ Trelawny กำลังออกค้นหาอยู่
Arthur – งั้นคงต้องมีใครลงไปสืบข่าวที่เมืองนั่นเพื่อให้รู้ความจริงไปเลยดีกว่าดีมั๊ย?
 Javier  -ในเมืองมีพวก Pinkertons อยู่เต็มไปหมด ไหนจะพวกนักล่าค่าหัวอีก ภาพของ Dutch กับ Hosea ก็แปะไปทั่วแล้วด้วย
Arthur – เราทิ้งเงินจำนวนมหาศาลไว้ที่เมืองนี้ด้วยสิ 
Javier  - และมันก็ยังถูกซ่อนอยู่อย่างดีจนถึงตอนนี้ซะด้วย 
Arthur –ไม่เข้าใจเลย ทำไมพวกมันถึงยังไม่แขวนคอ Sean วะ 
Charles –   ชั้นคิดว่าพวกมันจะใช้ Sean เป็นเหยื่อล่อพวกเราน่ะสิ 
Arthur – หรือไม่ก็จะทรมานเขาออกสื่อ 



Trelawny – ท่านสุภาพบุรุษ ผมได้ข่าวมาว่า Sean กำลังถูกพาตัวไปที่ทางเหนือของ Montana ก่อนที่ไปจบที่คุก Federal ทางตะวันตก
Arthur – บ้าเอ้ย เราคงไปช่วยเขาที่คุกนั่นไม่ได้แน่นอน เราต้องช่วยเขาตอนนี้เลย หรือไม่ก็ช่างแม่งมัน 
Charles –   เราจะไม่ทิ้งใครทั้งนั้น 
Trelawny – ว่ากันว่าคนของ Ike Skelding กำลังพาเขาไปที่แค้มป์ใกล้ๆก่อนจะส่งตัวมันไปให้พวกรัฐบาลเพื่อแขวนคอ  
Arthur – เราต้องหยุดพวกมันก่อนที่พวกมันจะไปถึงแค้มป์ ... Charles มุ่งหน้าไปทางเหนือแล้วพวกเราจะมุ่งหน้าไปอีกด้านแล้วค่อยมาเจอกัน จะทำให้ทิศทางการค้นหาของเรากว้างขึ้น .. Javier , Josiah ตามชั้นมา 


Trelawny – รุ้มั๊ยอาเธอร์ งานนี้พวกรัฐบาลหรือคนของรัฐบาลไม่ชอบใจเรื่องนี้อย่างแรงเลยล่ะ 
Arthur – แน่นอนล่ะ ก็นะ พอเราช่วย Sean มาได้แล้ว พวกเราก็จะหายเข้ากลีบเมฆ นั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในดินแดนที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้
Trelawny – ผมก็หวังให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน 
Arthur – มุ่งหน้าเรียบแม่น้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอเรือ 



Trelawny – เฮ้ ดูสิ เรือของพวกมันหยุดแล้ว เอากล้องส่องทางไกลมาดูสิว่าพวกมันทำอะไรกัน  
Arthur – ไม่รู้เหมือนกันว่า คนของ Ike Skelding มันมีกันกี่คน แต่ได้ยยินมาว่าพวกมันมีกันเพียบและโคตรโหดด้วย ใช้เวลาในการสร้างชื่อเสียงจนโดงดังด้วยเวลาแค่ปีหรือ 2 ปีแค่นั้นเอง
Trelawny – ชั้นว่านั่นดูเหมือนจะเป็นเจ้า Sean ของพวกเรานะ
Arthur – กำลังรุมเตะกันอย่างเมามันเลย ช่าย นั่นแหละ Sean ล่ะ
Javier  - โอ้ พวกมันเตะเขาแบบเน้นๆโดนทุกดอกเลยดูสิ
Arthur – ก็นะ นายคงนึกภาพไม่ออกตอนที่เขาเอาคืนกับพวกมันแน่เลย 
Trelawny – พวกมันกำลังพาเขาขึ้นไปบนเขาแล้ว 
Arthur – นั่น Charles เข้าอ้อมมาถึงสันเขาด้านหลังของพวกมันแล้ว 
Javier  - แล้วจะเอาไงกับพวกมัน 2 ตัวที่อยู่ด้านล่างนั่นล่ะ
Trelawny – อ่า ผมมีความคิดดีๆแล้วตามมา 


Javier  - เราต้องจัดการพวกมันให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ 
Trelawny – ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง ท่านสุภาพบุรุษ ผมจะอ้อมไปอีกฝั่งแล้วแกล้งทำเป็นสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจของพวกมัน จากนั้นคุณสองคนก็แทงมันจากด้านหลังเลย 



Javier  - เตรียมมีดของนายให้พร้อมด้วยอาเธอร์ ก้มต่ำไว้แล้วตามชั้นมา ก้มต่ำไว้รอจนกว่า Trelawny จะออกมาเบี่ยงเบนความสนใจพวกมันก่อน แล้ว จัดการเลย !


จากนั้นลุยพวกศัตรูไปตามช่องเขาด้านล่างไปจนถึงด้านบน จัดการศัตรูที่อยู่ในพื้นที่ให้หมด  เมื่อจัดการศัตรูจนหมดแล้วก็เข้าไปช่วยปล่อยตัว Sean ที่ถูกจับออกมา


Sean – คุณรู้มั๊ยอาเธอร์ในบรรดาไอ้พวกน่าเกลียดพวกนั้นคุณดูดีที่สุดเลยจริงๆนะ ขอผมกอดเพื่อขอบคุณหน่อยได้มั๊ยล่ะ? กอดอุ่นๆจากน้องรักที่หายตัวไปนาน ตอนนี้เจอกันซะที
Arthur – ฮ่าๆ นายรู้มั๊ย จะไม่มีอะไรที่เกินไปกว่าแค่เพื่อนร่วมแก็งค์ สายสัมพันธ์ที่เรามีต่อกัน แต่นั่นมันก็จริงจังกับชั้นมาก ชั้นฆ่าพวกมันได้และก็ยินดีที่จะตายเพื่อมัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชั้นก็พร้อมที่จะปล่อยนายถูกแขวนอยู่นี่จนตาย ถ้า Charles ไม่ได้ห้ามชั้นไว้ก่อนอ่ะนะ 
Sean – ผมไม่เชื่อคำพูดแบบนั้นของคุณหรอกอาเธอร์ 
Arthur – เอามันไปไกลๆตีนซะทีโว้ย !!
Sean – คุณเป็นคนที่ยิ่งใหญ่อาเธอร์มอแกน ชนิดที่ว่าพวกเด็กน้อยที่ไม่มีชื่อเสียงต่างก็เลื่อมใสคุณ
Arthur – หุบปากไปเลย !! ... เอาล่ะ แยกย้ายกันได้แล้ว  Javier นายลาดตระเวนแถวๆนี้ต่อ คุณ Macguire กลับแค้มป์ ...  Charles นายขี่เดี่ยวแล้วดูมันให้ดีนะ  แล้วก็ระวังพวกศัตรูที่ดักซุ่มตามทางด้วย ส่วนชั้นจะหาของมีค่าในแค้มป์ของพวกมันก่อน แล้วค่อยกลับไปเจอกันที่แค้มป์ก็แล้วกัน



Sean – มาเถอะรีบกลับกัน ชั้นมีเรื่องจะเล่าให้นายฟังเพียบเลยจะบอกให้ ชั้นรู้พวกนายคิดถึงชั้นมาก แต่ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ความสุขได้หวนคืนมาสู่ชีวิตทุกๆคนแล้ว ฮ่าๆ
Arthur –  เฮ้อออ ...


                        Mission 1 – 12: Pouring Forth Oil [Part I – II]


                                                             Challenge

                            ขโมยรถบรรทุกน้ำมันมาที่ที่นัดหมายภายในเวลา 1 นาที 45 วินาที





                     เข้าไปที่จุดภารกิจรูปอักษร J ในแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คุยกับ John Marston



John – เฮ้ อาเธอร์ !
Arthur – ไง มีอะไร?
John – ตาลุงบอกข่าวชั้นเรื่องรถไฟว่ะ
Arthur – เฮ้ออออ ....แล้วลุงแกว่าไงล่ะ?
John – ลุงแกบอกว่า Mary-Beth ได้ยินเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับรถไฟมา รถไฟขบวนที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารรวยๆ กำลังแล่นลงใต้ผ่านมาทาง Scarlet Meadows ติดชายแดนทางใต้ของประเทศ นายจะเอาด้วยมั๊ย?
Arthur – เกรงว่าชั้นไม่ค่อยแน่ใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่วะ
John – ไม่เอาน่า เราจะลุยกันตอนกลางคืน ไม่มีการ์ดคุ้มด้วย เฟอร์เฟคเลยล่ะ



Arthur –ม่ายๆๆ ชั้นไม่คิดว่าจะสำเร็จวะ แกรู้มั๊ยว่าการหยุดรถไฟนะแม่งโคตรยากเลย มันจะเจ็บตัวเอาง่ายๆเลยนะจะบอกให้
John – แน่นอน แล้วถ้าเกิดว่า เราสามารถบังคับให้รถไฟมันหยุดได้ล่ะ?
Arthur – ฮ่าๆๆๆ ยังไงวะ?
John – ถ้าเราเอารถม้าที่บรรจุถังที่เต็มไปด้วยน้ำมันที่มันจะติดไฟได้ล่ะ เอารถมาขว้างทางรถไฟซะ พอพวกมันเห็นมันก็ต้องหยุด พวกมันก็ต้องเลือกว่าจะหยุดหรือจะชนจนระเบิดตายทั้งขบวน ไม่คิดว่าคนขับมันจะรักชีวิตบางหรอไง
 Arthur – นั่นมัน ....โคตรอัจฉริยะเลย เป็นครั้งแรกที่แกคิดได้แบบนี้ ครั้งแรกที่แกจะเหมือนพวกนั้นแล้ว แต่ นายมันคงเป็นอัจฉริยะคนแรกที่โดนหมาป่ากินสมองไปครึ่งนึงแล้วไม่งั้นล่ะฉลาดตายหาเลย
John – หุบปากไปเลย ตกลงนายจะเอาด้วยมั๊ยล่ะ?
Arthur – เอาด้วยสิ แต่ก่อนอื่นเราต้องปืนเตรียมกระสุนเอาไว้ขู่ให้พวกมันกลัว แล้วก็ไดนาไมท์เอาไว้ระเบิดประตูรถไฟ  


John – ชั้นจะไปเตรียมของเองยังไงก็ต้องเข้าเมืองไปทำธุระให้ Abigail อยู่แล้ว ไม่ต้องถามเลยนะว่าเรื่องอะไร ส่วนคุณก็ไปหารถม้าบรรทุกน้ำมันก็แล้วกัน 
Arthur – ได้สิ ชั้นนึกออกแล้วว่าจะไปเอาที่ไหน พวกเขาขนน้ำมันไปที่โรงกลั่นกันตลอดอยู่แล้ว 
John – ถ้าได้มาแล้วก็ไปเจอกันที่กระท่อมร้างแถวชายแดนแถว Dewberry Creek ที่อยู่ทางเหนือจากที่นี่ก็แล้วกันนะ 


จากนั้นเดินทางไปยังจุดสัญลักษณ์ล้อเกวียนสีเหลืองในแผนที่ตรงโรงกลั่น cornwall kerosene and tar ที่ Heartland oil fields



         เมื่อมาถึงแล้ว เป้าหมายคือ ขโมยรถม้าที่บรรจุถึงน้ำมันมาหนึ่งคนจาก 2 คันเป้าหมาย


 (พยายามเข้ามาเวลากลางคืนจะมียามเฝ้าน้อยทำให้ขโมยได้ง่ายกว่า) ขับรถบรรทุกน้ำมันที่ขโมยมาหนีการไล่ล่าให้พบแล้วไปพบ John ที่จุดนัดพบ

                        Mission 1 – 12: Pouring Forth Oil [Part III – IV]


                                                            Challenge

               จัดการฆ่าการ์ดของรถไฟให้หมดก่อนที่ Sean จะมีโอกาสได้เปิดฉากยิง 
                              เก็บของมีค่าในห้องสัมภาระมาให้หมดทุกชิ้น
          หนีการไล่ล่าของผู้รักษากฎหมายไปที่จุดปลอดภัยภายในเวลา 1 นาที 30 วินาที
                                  ใช้โหมด Dead Eye ฆ่าศัตรู 10 คน
                         จบภารกิจโดยไม่ใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังชีวิตใดๆเลย 


                เข้าไปที่จุดภารกิจรูปอักษร J ในแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คุยกับ John Marston


Arthur – น้ำมันพร้อมแล้ว John
John –  ทุกอย่างพร้อมโอเคนะ
Arthur –  พร้อม แล้วนายล่ะ?
John –  ได้ทุกอย่างที่เราต้องการครบแล้ว 
Arthur –  ดี แล้วก็ ชั้นว่าชั้นต้องการให้อีกคนมาช่วยงานนี้เพิ่มซักหน่อย Charles เป็นไง?
John –  ได้ เตรียมผมไปตามเขาให้ พร้อมเมื่อไหร่ไปที่จุดนัดพบก็แล้วกันนะ แล้วเจอกันอาเธอร์ เห็นมั๊ย ผมไม่ได้ซื่อบื้อซะหน่อย
Arthur –  ฮ่าๆ ทีหลังจะปล่อยให้หมาป่ากินสมองให้หมดเลย นายจะได้เป็นอัจริยะจริงๆซะที 



                   จากนั้นเข้าไปที่จุดภารกิจรูปอักษร J  ที่จุดที่เอารถน้ำมันมาซ่อนก่อนหน้านี้


Arthur –   โธ่ ยิงแบบนี้ ทำงานผิดที่แล้วมั้งน้อง งานของเราคือการยิงต่อสู้ แต่แบบนี้คงยิงใครไม่โดนหรอก
Sean – เงียบไปเลยอาเธอร์ ใช่สิผมมันกระจอก ทำการบ้านไม่ค่อยดีเท่าไหร่
Arthur –  เออ ก็เห็นอยู่
Sean – ว่าแต่ คุณมาสนอะไรด้วยล่ะคุณผู้ดีอังกฤษ คุณไม่เคยมีเวลาให้ผมซักหน่อย ผมก็แค่อยากจะหางานคุณ แต่คุณก็กลับไม่สนไปทำงานให้คนอื่นเฉยเลย แถมยังมองไม่เห็นหัวผมให้ไปร่วมงานด้วยอีก 
Arthur –   ชั้นแค่ไม่อยากโดนยิงตายก็เท่านั้น 
Sean –  ฮามาก คุณนี่มันตลกจริงๆนะอาเธอร์ มอแกน ห๊ะ? ตลกมาก ตอนนอนก็ลืมตาเอาไว้ด้วยอ่ะ 
Arthur –  เออ แล้วแกก็จะได้ตายทั้งๆที่นอนลืมตานั่นแหละ ระวังตัวด้วยไอ้หนู
Sean –   อะ ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่าผมรักคุณจะตาย อาเธอร์ มอแกน ไหนๆลองยิงแบบเจ๋งๆให้ดูหน่อยสิ 
Arthur –  โตได้แล้ว !




Sean –    ให้ผมเข้าร่วมปล้นกับคุณด้วยเถอะนะ
Arthur – ปล้นหรอ?    
Sean –  อย่าทำให้ชั้นต้องอับอายสิไอ้หนู มันยังไม่ถึงเวลา ... คุณจะพูดแบบนี้ใช่ปะละ ..  รถไฟนั่น คุณกับเขากำลังเตรียมการณ์กันอยู่ ไม่งั้นคุณจะออกมาที่นี่ทำไม คุณต้องการคนเพิ่มนะ 
Arthur – อ่อ Marston บอกแกใช่มั๊ย? มันไม่ใช่งานใหญ่โตอะไรหรอก แต่ชั้นก็ต้องการให้มันเงียบที่สุดอ่ะ ถ้าชั้นจะเอาแกชั้นชวน Micah ไม่ดีกว่าหรอ
Sean –  คุณเปรียบเทียบผมเหมือนขี้อีกแล้ว คุณตายแน่งานนี้ 
Arthur – ฮ่าๆ ก็ยุติธรรมดี
Sean –   ถามจริงๆเถอะอาเธอร์ คุณมีปัญหาอะไรกับผมนะวะ? ชอบขู่ผมตลอดเลย พูดความจริงมาเลยก็ได้ผมรับได้อยู่แล้ว
Arthur – ชั้นเนี่ยนะขู่นาย?
Sean –  ใช่ คุณคงเห็นผมเป็นเด็กล่ะสิถึงได้แต่ขู่เอาขู่เอาอยู่ได้ เรื่องราวของคุณมันก็เก่าเหมือนกับขุนเขา เปลี่ยนแปลง และดับลงเหมือนกับแสงไฟ คุณกำลังจะหมดแรงลงในไม่ช้าแล้ว ตาแก่ 
Arthur – งั้นหรอ? แล้วแกล่ะเป็นอะไร?
Sean –   ผมหรอ ผมคืออนาคต คือความรุ่งโรจน์ไง
Arthur – เออ งั้นก็โชคดี แล้วก็ช่วยหุบปากด้วย ชั้นต้องนอนพักเอาแรงซะหน่อย ตอนค่ำๆเคยว่ากัน 


John – แกมาทำอะไรที่นี่วะไอ้หนู?
Sean –  ผมมาช่วยทำงานไง John 
John –ก็ชั้นบอกแล้วไงวะว่าไม่ต้องตามมา !
Sean –  ไม่รู้ผมขออาเธอร์แล้ว และนี่มันก็เป็นงานของเขาด้วย โธ่ไม่เอาน่า ไปกันเถอะ แทบรอจะอัดไอ้พวกคนรวยไม่ไหวแล้ว
John – คุณแน่ใจหรอ อาเธอร์
Arthur – ไม่เลย .... แต่ก็เอาเถอะ ทำให้มันจบๆไป พวกนายพร้อมกันแล้วนะ 
John – พร้อม รถไฟกับเรามาคืนนี้แหละ 
Arthur – ดี งั้นไปกันเถอะ ทุกคน ไปเอาเงินของเรากัน 

Arthur นำทีมปล้นรถไฟตามแผนของ John โดยมี Charles ติดสอยห้อยตามมาเพื่อความอุ่นใจ กับเด็กใหม่ ที่ไม่มีใครอยากให้มาแต่มันก็สะเออะตามมาอีกหนึ่งคน


เมื่อทั้ง 4 ขับเกวียนบรรทุกน้ำมันไปเต็มถึงจนถึงจุดจอดขวางทาง Arthur เช็คความสั่นสะเทือนจากรางจนรู้ได้ว่ารถไฟกำลังแล่นเข้ามาอย่างเร็วพลัน


หน้ากากพร้อมปืนพร้อม Arthur ก็ขึ้นไปยืนตระหง่านบนถึงน้ำมัน เหมือนบอกเป็นนัยๆให้ขบวนรถไฟที่กำลังใกล้เข้ามาได้ตัดสินใจโดยพลันว่าจะหยุดอยู่แค่นั้นหรือยอมชนถังน้ำมันจนระเบิดตายทั้งขบวน


ทันทีที่ขบวนรถไฟหยุด John , Charles , Sean ที่สุ่มอยู่ก็รีบจัดการคนขับแล้วรีบบุกขึ้นรถอย่างเร็วพลัน ทุกคนต่างก็รีบเก็บเกี่ยวเงินจากคนรวยมากมายที่อยู่ในรถไฟในทันที เมื่อเก็บเงินจากผู้โดยสารทุกคนทั้งที่ยอมบ้างไม่ยอมบ้างไปจนถึงหัวขบวน


ในระหว่างเข้าไปยังหัวขบวนจะถูกก่อกวนโดนการ์ดประจำขบวนที่ห้องคนขับ Arthur จึงต้องยิงมันจนดับด้วยความสามารถใหม่ของ Dead Eye : Manual Painting ที่สามารถสโลว์เวลาเพื่อให้ยิงเป้าหมายโดยสามาถกำหนดเป้าหมายที่จะยิงเองด้วยการกด R1 แล้วกด R2 ยิงได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่ Arthur จะรีบเข้าไปรื้อค้นเอาทรัพย์สินที่มีค่าในห้องเก็บสัมภาระผู้โดยสาร จนสมดังตั้งใจ


แต่จู่ๆกลุ่มผู้รักษากฎหมายจำนวนมากก็เข้ามาในพื้นที่แล้วแสดงตัวเข้าจับกลุ่ม แม้จะยังไม่รู้ที่มาที่ไปของผู้รักษากฎหมายกลุ่มนี้ว่าเข้ามาที่ได้ยัง ไม่มีทางเลือกที่ทุกคนต้องเปิดฉากยิงทั้งที่พวกมันจำนวนมากกว่า แต่ด้วยฝีมือการนำทีม Arthur ก็สามารถจัดการผู้รักษากฎหมายชุดแรกที่เข้ามาจนหมด


 ก่อนจะรีบขี่ม้าหนีออกจากพื้นที่ทันทีที่โอกาสเปิดทาง จนไกลพอที่ไม่มีใครหน้าไหนตามมา Arthur จึงเริ่มแบ่งเงินที่ปล้นมาได้ให้กับทุกคน


Sean –  วู้ !!! โคตรมันเลยขอบอก นี่สิมันของจริง ฮ่าๆๆๆ ซึ่งแล้วที่ทำไมทุกคนถึงเรียกพวกคุณว่ามืออาชีพที่ไม่มีเครื่องแบบมาการันตี ฮ่าๆ
Arthur – หุบปากไปเลย
Sean –   สุดท้ายเราก็ทำเงินได้จริงๆด้วย ดะ เดี๋ยวๆ ทำไมผมได้แค่เนี้ยล่ะ มันน่าจะ 100 ดอลล่าห์ไม่ใช่หรอ?
Arthur – จริงๆแกไม่ควรได้ด้วยซ้ำเพราะไม่ได้รับเชิญมา



John – แล้วตอนนี้เอาไงต่อ?
Arthur – ตอนนี้เราได้ทุกอย่างสมที่ตั้งใจแล้ว ก็ออกจากที่นี่กันได้แล้ว
John – แล้วไอ้พวกผู้รักษากฎหมายนั่นมันมาเจอเราได้ยังไง?
Arthur – ไม่รู้เหมือนกัน แต่ชั้นก็เริ่มกังวลขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ 
Charles - พวกมันตามเรามาจาก Blackwater รึเปล่าวะ?
Arthur – ก็อาจจะ ..พวกมันเคยเจอชั้นมาแล้วที่ Horshoe แต่ ครั้งนี้มันมากันมากเกินกว่าที่จะเป็นคนในพื้นที่
John – คิดเหมือนกัน ผมจะลองไปดูที่เมือง Valentine ดูก่อนเผื่อจะได้ข่าวอะไรบ้าง
Arthur – เป็นความคิดที่ดี ส่วนที่เหลือก็แยกทางต่างคนต่างไปกันตรงนี้เลย รู้ข้อตกลงแล้วนะ ไม่มีการตามกันไปเป็นกลุ่มเพื่อป้องกันไม่ให้มีการตามเจอได้ง่าย
Sean –  ไม่ขัดข้องครับ บอส 



                               Mission 1 – 13: A Fisher of Men


                                                         Challenge

                                   ตกปลาตัวแรกที่แม่น้ำโดยใช้เวลา 1 นาที 30 วินาที
                                      จบภารกิจโดยใช้เวลาทั้งหมด 7 นาที 20 วินาที




       เข้าไปที่จุดภารกิจรูปตัวอักษร A ในแค้มป์ที่ Horeshoe Overlook คุยกับ Abigail Roberts 




Abigail – เฮ้ อาเธอร์ ขอเวลาซักเดี๋ยวได้มั๊ย?
Arthur – ว่า ?
Abigail – ชั้นอยากจะขอให้คุณทำอะไรให้อย่างได้มั๊ย?
Arthur – เกรงว่าจะไม่ได้นะ
Abigail – ตลกมากเลยนะ ... คุณจะอะไรกันนักกันหนากับ Jack นัก ? ตอนนี้เขาดูเหงาๆยังไงไม่รู้ ไอ้เรื่องมากมายที่มันเกิดขึ้นรอบตัวเขาตอนนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็กที่น่าสงสารแบบเขาด้วยซ้ำ 
Arthur – ทำไมต้องผมด้วยล่ะ เพราะผมคือคนเลี้ยงเด็กให้คุณงั้นหรอ?
Abigail – เพราะเขาชอบคุณ และเอ่อ เพราะพ่อของเขามันไม่ได้เรื่องไง !
Arthur – เฮ้อ ... โอเค 
Abigail – ขอบคุณค่ะ




Arthur – ทำอะไรอยู่ Jack
Jack – ก็เล่นไปเรื่อยเปื่อยอ่ะครับ
Arthur – ชั้นก็ว่างั้นอ่ะนะ .. แล้วมีอะไรหนุกๆมั๊ยล่ะ?
Jack – ก็งั้นๆอ่ะครับ
Arthur – หนูอยากจะไปตกปลากับลุงมั๊ยล่ะ?
Jack – ตกปลาหรอฮะ?
Arthur – ช่าย ถึงเวลาที่หนูต้องหัดตกปลาแล้ว 
Jack – ก็ได้ฮะ 
Arthur – เยี่ยม งั้นไปเอาเบ็ดมาเลย เอ่อ ว่าแต่ หนูคงมีเบ็ดใช้ป่ะ 
Jack – มีสิฮะ ลุง Hosea ทำให้ผมเองแหละ 
Arthur – ดีมาก งั้นไปหยิบมาแล้วมาขึ้นม้า แล้วเราก็ไปตกปลากันเล๊ย !



Jack – เราจะไปที่ไหนกันฮะ? 
Arthur – ไปที่แม่น้ำไม่ไกลจากแค้มป์เท่าไหร่หรอก  แล้วหนูไหวมั๊ย ลุงได้ยินมาว่าไม่ค่อยสบายหรอ?
Jack – ผมไหวอยู่แล้วฮะ  
Arthur – เป็นเด็กที่กล้าหาญมากๆเลยนะเราน่ะ
Jack – ก็เหมือนคุณไงฮะ 
Arthur – ฮ่าๆๆ ลุงไม่รู้เรื่องกล้าหาญอะไรหรอก แล้วลุงก็ไม่ใช่เด็กอีกแล้วด้วย แม้ว่าแม่ของคุณอาจไม่เห็นด้วยก็เถอะ รวมทั้งผู้หญิงคนอื่นๆด้วยมั้ง 
Jack – คุณหมายถึงอะไรหรอฮะ? 
Arthur – ลุงก็พูดเหลวไหลไปทั่วแหละ ฮ่าๆ สงสัยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วคงเจอมาหนักที่ภูเขาน้ำแข็งนั่นล่ะมั้ง 
Jack – แต่ผมชอบหิมะฮะ ทำไมเราไม่กลับไปที่แค้มป์นั้นอีกล่ะฮะ?
Arthur – แค้มป์ที่อยู่ใกล้ๆ Blackwater อ่ะหรอ? ก็นะ เอ่อ เราไม่ ..ที่นี่คือที่พักใหม่ของเราแล้ว แค่ตอนนี้อ่ะนะ ทำไมหรอ?
Jack – เรารีบออกเดินทางกันเร็วเกินไปผมเลยลืมสมุดบันทึกเอาไว้ที่นั่นอ่ะครับ 
[ item Request จาก Jack – Penny Dreadful book ]
Arthur – หรอ ลุงว่าเดี๋ยวต้องมีใครซักคนหาสมุดบันทึกเล่มใหม่ให้หนูได้แน่นอน
Jack – จริงหรอฮะ เมื่อไหรหรอฮะ? 
Arthur – เอ่อ ก็ ....  นั่นไง เราถึงที่ตกปลาแล้ว ไปตกปลากันเถอะ !



เริ่มต้น กด L1 เข้าเมนูอาวุธแล้วกด R1 เปลี่ยนเป็นเมนูไอเทม แล้วเลือกเบ็ดตกปลามาใช้ จากนั้นกด L1 อีกครั้งเพื่อเลือกเหยื่อตกปลา แล้วกด R2 เหวี่ยงเบ็ดออกไปกลางน้ำ จากนั้นรอจนกว่าปลาจะกินเบ็ด (จอยสั่น) ทันทีที่ปลากินเบ็ดให้กด R2 ทันทีเพื่อให้ปลาติดเบ็ด ใช้แกนอนาล็อกซ้ายดึงปลาไปตามทิศทางต่างๆพร้อมกับหมุนแกนอนาล็อกขวาเพื่อดึงปลาเข้ามา ในขณะที่ดึงปลาเข้ามาหากมีแรงต้านต้องหยุดหมุนเพื่อกันสายเบ็ดขาด พยายามดึงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงต้านของปลา ค่อยๆดึงปลาเข้ามาจนสามารถจับปลาได้

Jack – ลุงอาเธอร์ครับ ผมขอไปเก็บดอกไม้แดงแปบนึงนะ เดี๋ยวมา ..ตกปลามันน่าเบื่ออ่ะครับ ลุงอาเธอร์
Arthur – ช่าย โคตรน่าเบื่อเลยล่ะ ...แต่สุดท้ายมันก็มีบางอย่างเกิดขึ้น หนูจะได้อาหารกินสำหรับวันนี้ 
Jack – จริงหรอฮะ?
Arthur – จริงสิ ถ้าโชคดีพอนะ แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ต้องรู้จัก นั่ง และ รอ โดยไม่ต้องกัวลเรื่องอะไรก่อน รับรองว่ามันต้องดีกับหนูแน่นอน
Jack – แล้วมันดีกับลุงอาเธอร์หรือเปล่าอ่ะฮะ?
Arthur –  ก็น่าจะนะ 



Jack – ดูเซ่ ผมทำเสร็จแล้ว
Arthur – มันคืออะไรหรอ?
Jack – สร้อยคอฮะ ผมทำเองนะ จะเอาไปให้แม่ 
Arthur –  ชัวร์ 



ชายแปลกหน้า – ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริงๆเลยพ่อหนุ่ม ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ อาเธอร์ใช่มั๊ยน่ะ? อาเธอร์ มอแกน ?
Arthur –  พวกคุณเป็นใคร?
ชายแปลกหน้า – ช่ายเลยล่ะ นี่แหละ อาเธอร์ มอแกน ชายที่ Van der Linde เชื่อใจมากที่สุด นายอ่านในข้อมูลแล้วใช่ป่ะ จากเด็กกำพร้า สู่เส้นทางของเด็กเร่ร่อน จอมต้มตุ๋นฉายา สาลิกาลิ้นทอง ที่พูดคล่อง จนใครๆ ก็หลงเชื่อจนถูกหลอก พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็กลานเป็นฆาตกรโหดที่แสนจะอันตราย  
Milton – ผมเจ้าหน้าที่ Milton และนี่เจ้าหน้าที่ Ross จาก Pinkerton หน่วยงานนักสืบเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสหรัฐ (Pinkerton Detective Agency) ยินดีที่รู้จักนะครับ เรารู้เรื่องของคุณมาเยอะมากเลยล่ะ คุณเป็นคนที่มีแต่คนต้องการตัว คุณมีหมายจับค่าหัวคุณตั้ง 5000 ดอลลาร์เชี่ยวนะ 
Arthur –   ชั้นเนี่ยนะค่าหัว 5000 ดอลลาร์ ! ...ผมขอมอบตัวเองแล้วรับเงินแทนได้มั๊ย?
Milton – เราต้องการตัว Van der Linde
Arthur –    ตาแก่ Dutch อ่ะนะ ไม่ได้เจอมาเป็นเดือนแล้ว
Milton – ก็อาจจะจริงเพราะผมได้ยินข่าวชาย 3 คนที่เพิ่งปล้นรถไฟของ Leviticus Cornwall ที่ Granite Pass เมื่อเร็วๆนี้เอง 
Arthur –  ปล้นรถไฟเนี่ยนะ นั่นมันยุคเก่าแล้ว เดี๋ยวนี้มันสมัยไหนแล้วครับ 



Milton – ดูท่าจะไม่ใช่แบบนั้นเลยซักนิดเดียว ... เอาล่ะ ฟังนะ ผมมีข้อเสนอให้ เอาตัว Van der Linde มาให้เรา แล้วเราจะไม่จับคุณ 
Arthur –  โอ้ ยังไงผมก็ไม่ได้จับอยู่แล้วล่ะ เจ้าหน้าที่ เอ่อ ..Milton คุณก็เห็นว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย ผมไม่ยอมจะมาเล่นเกมตามกฎของพวกคุณหรอก 
Milton – อย่ามาตีโวหารหน่อยเลย ผมได้ยินมาหมดแล้วจาก Mac Callander 
Arthur –  Mac Callander งั้นหรอ?
Milton – มันเริ่มพล่ามให้ฟังทันทีหลังจากที่ผมจับเขาได้ ก่อนจะฆ่าให้เขาตายอย่างช้าๆแต่เปี่ยมไปด้วยเมตตา 



Arthur –  พวกแก่สนุกกับการที่ได้เป็นของเล่นของพวกคนรวยใช่มั๊ย? 
Milton – ชั้นสนุกกับความปกพร่องของสังคมนี้ต่างหาก  พวกแกมันเคารพความป่าเถื่อน ซึ่งสุดท้ายก็จะต้องตายกันหมด ! ด้วยความป่าเถื่อน !!
Arthur –  โอ้ เราทุกคนต่างก็ต้องตายเหมือนกันคุณเจ้าหน้าที่ 
Milton – แต่ระหว่างเราอาจมีฝ่ายนึงต้องตายเร็วกว่า ..โขคดี คุณมอร์แกน 
Ross – ตกปลาให้สนุกนะไอ้หนู สนุกให้พอในขณะที่ยังทำได้ 



Jack – พวกนั้นเป็นใครหรอครับ?  
Arthur – ใครจะไปสนล่ะ อย่าไปสนใจพวกมันเลย ... เอาล่ะเก็บของกลับแค้มป์กันได้แล้ว



 Jack – ทำไมคุณถึงต้องโกหกเรื่องลุง Dutch ล่ะครับ?  
Arthur – ก็เพราะ พวกนั้นมัน .. พวกมันไม่ค่อยจะถูกกันกับ Dutch ไง ลุงก็กลัวพวกมันจะไปทำร้ายเขาน่ะสิ 
Jack – พวกเขาพูดถึง Mac แบบนั้นล่ะ เขาถูกจับขังคุกหรอ?
Arthur – ลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหนก็ขอให้เขาโชคดีแล้วกัน ก็อย่าที่ลุงบอกน่ะ อย่าไปสนใจพวกมันเลย โลกเราเต็มไปด้วยพวกคนหยาบคายชั่วช้า เพราะงั้นพวกเราถึงต้องคอยปกป้องหนูจากคนพวกนี้ยังไงล่ะ แล้วสร้อยคอที่ทำได้เอากลับมาด้วยใช่มั๊ย?
Jack – ครับ ผมเอามาด้วย
Arthur – ดีมาก แล้วเป็นไง ตกปลาครั้งแรกชอบมั๊ย?
Jack – มันก็ แบบว่า ... ผมว่ามันเป็นอะไรที่ต้องรอนานไปหน่อยอ่ะนะ



Abigail – เป็นไง กลับมาแล้วหรอลูก?
Jack – เจ๋งเลยฮะ เราได้จับปลากันและผมก็ทำสร้อยคอมาฝากแม่ด้วยล่ะ
 Abigail – โอ้ สวยมากเลยจ๊ะ ว่าแต่ ขอบคุณลุงอาเธอร์รึยัง?
Arthur – ไม่เป็นไรหรอก วันนี้เราสนุกกันมากก็พอแล้วล่ะ 
Abigail – มีอะไรรึเปล่าค่ะ?
Arthur – เปล่าๆ แค่เจอเคยเจอคนๆนึงมา เดี๋ยวผมขอตัวไปคุยกับ Dutch ก่อนนะ ...เฮ้ วันนี้หนูทำได้ดีมากนะ 



Arthur – เรามีปัญหาแล้ว Dutch 
Dutch – เกิดอะไรขึ้น?
Arthur – ผมไปเจอคนกลุ่มนึงที่แม่น้ำใกล้ๆนี่เอง มันชื่ออะไรน้า ..Milton แล้วอีกคนก็ชื่อ เอ่ออ Ross ...Milton กับ Ross 
Dutch – แล้ว ?
Arthur – แล้ว? .. มันมาจาก Pinkerton หน่วยงานนักสืบเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสหรัฐไง ! มันรู้เรื่องการปล้นรถไฟด้วย แล้วมันก็รู้ว่าเราอยู่ที่นี่
Dutch – แล้วนายก็พามันมาที่นี่หรอ !??
Arthur – เปล่าๆ มันแค่รู้ว่าเราอยู่แถวๆนี้ มันบอกมันต้องการตัวคุณ Dutch แล้วยังยื่นขอเสนอให้ผมเอาตัวคุณมาให้แลกกับเสรีภาพของผมด้วยนะ 
Dutch – ทำไมแกไม่รับข้อเสนอไปล่ะ ?
Arthur – ฮ่าๆ ตลกหรอ? แล้วเราจะเอาไงต่อดีล่ะ?




Dutch – เราจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น ยังไม่ถึงเวลา มันแค่จะขู่ให้เรากลัว จนทำอะไรโง่ๆออกไป พวกเราได้ผ่านวิกฤติมาแล้ว และเราอยู่รอดท่ามกลางภูเขาบ้านั่น เราแค่ต้องรออย่างใจเย็น อยู่นิ่งๆไปก่อน แค่นั้นแหละ 

                        เมื่อจบภารกิจนี้จะเป็นการปลดล็อกมินิเกมส์ตกปลาและจุดตกปลาในแผนที่


                                           ตำแหน่งจุดตกปลาที่พบปลาในตำนาน

                                      สามารถเข้าไปดูแผนที่ขนาดใหญ่ได้ตามลิงค์
                              https://www.ign.com/maps/red-dead-redemption-2/world


                      เลือกเมนู MARKER CATEGORIES ที่ด้านซ้ายเลือกค้นหา Fishing Pole



                       Mission 1 – 14: An American Pastoral Scene


                                                       Challenge

                               ยิงหัวการ์ดที่ขี่ม้าคุ้มกันรถขนเงินทุกคน 
                                      ฆ่าศัตรูด้วย dead Eye 10 คน
                                     จบภารกิจภายในเวลา 6 นาที
                              จบภารกิจโดยไม่ใช้ไอเทมฟื้นพลังชีวิตเลย 



เดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจสัญลักษณ์รูปอักษรตัว M ที่ Monto’s Rest ทางตอนเหนือของเมือง Strawberry เข้าไปคุยกับ Micah Bell


Micah – อ่า ดีใจที่ได้เจอนายนะอาเธอร์
Arthur – ทำไม? จะให้ช่วยอะไรอีกล่ะ ?
Micah – ฮ่าๆๆ เปล่าเว้ย แต่ชั้นมีแผนดีๆจะมานำเสนอ
Arthur – แผนดีๆเหมือนที่ตอนที่ปล้นเรือเฟอรรี่ที่ Blackwater หรือแผนตอนที่แกออกไปหาข่าวจนถูกจับติดคุกดีล่ะ?
Micah – Dutch บอกว่านายเหมือนเงาขนาดใหญ่ที่ทอดมาจากต้นไม้เล็กๆ
Arthur – ชั้นไม่รู้หรอกว่ะว่ามันหมายถึงอะไร 
Micah – ชั้นว่าเขาหมายถึงว่านายเป็นเด็กที่แกร่งกว่าคนอื่น ที่คอยปกป้องเสื้อขี่ม้าของเขา
Arthur – ก็ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงแกก็เตรียมหัวขาดได้เลย 
Micah – งั้นสงสัยนายจะไม่อยากจะมาปล้นรถขนเงินของธนาคารที่กำลังจะไปที่เมือง Strawberry อีกไม่กี่อึดใจนี้หรอกมั้ง ? บังเอิญชั้นได้ยินข่าวมาจากคนของ O’Driscoll อ่ะ
Arthur – แกกับชั้น ปล้นรถขนเงิน ใช่มั๊ย?
Micah – นี่ชั้นยังบอกไม่เคลียร์อีกใช่มั๊ย?
Arthur – งั้นนำทางไปเลย 


Arthur – ทำไมแกมาตั้งแค้มป์อยู่ในป่าเขาแบบนี้วะ บ้าไปแล้วหรอ?
Micah – แล้วตอนนี้ชั้นเข้าเมืองได้มั๊ยล่ะ? และก็บอกไปแล้ว ชั้นจะไม่กลับไปหา Dutch จนกว่าเขาจะรับประกันว่าไม่เอาเรื่องชั้นก่อน 
Arthur – แล้วเราจะจัดการรถขนเงินนี่ยังไง?
Micah – ชั้นเฝ้าติดตามมันมาตลอดเวลาเลยก็อย่างที่บอกอ่ะ แค่นั้นจบ
Arthur – ชั้นหมายถึง มันมีคนป้องกันกี่คน มีอาวุธหนักมั๊ย?
Micah – ไม่ต้องห่วงน่า ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอน 
Arthur – ได้ยินมาว่า ธนาคาร จะจ้างมือปืนฝีมือดีมาคุ้มกันจำนวนมากเพื่อกันความผิดพลาด 
Micah – นายนี่มันคิดมากฉิบเป๋งเลยว่ะ  
Arthur – ขอโทษนะ แล้วจะให้ชั้นเชื่อใจข่าวที่ได้มาจากปาก คนของ O’Driscoll ที่ติดคุกพร้อมกับแกตอนแกกำลังเมาปลิ้นอ่ะนะ?
Micah – มันเผลอหลุดปากพูดออกมาเรื่องแผนที่มันจะเข้าปล้น และชั้นก็ไม่ลืมที่จะจดลงสมุดบันทึกหรอกเว้ย 



Micah – เนินเขาตรงนี้จะเห็นทุกอย่างได้ทั้งหมดเลย ตามที่ได้ยินมาพวกเขาน่าจะกำลังเดินทางผ่านมาทางนี้แล้วล่ะ 
Arthur – แล้วมันจะขี่ไปทางเส้นทางไหนแกรู้หรอ?
Micah – สนทำไมวะ เราก็แค่จัดการให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะถึงเมืองแค่นั้นเอง 
Arthur – เออ แกอย่างเพิ่งมาประสาทแดกจนเสียแผนก่อนก็แล้วกัน
Micah – รับทราบจ้าพี่ใหญ่ ...พวกมันน่าจะมาในไม่กี่นาทีนี้แล้วล่ะ



   Micah – นั่นไง มันมาแล้ว ตรงเวลาเป๊ะ เอาผ้าคลุมนะซะ แล้วลุยเลย ไปเอาเงินของเรากันเถอะ 


จากนั้นก็ออกไล่ล่ารถขนเงิน โดยมีเป้าหมายคือจัดการพวกมือปืนที่ติดตามป้องกันรถให้หมด และเข้าไปจัดการพลแม่นปืนบนรถแล้วเข้าไปจัดการยิงคนขับให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะขี่หนีเข้าเมือง เมื่อจัดการหยุดรถได้แล้วก็ขึ้นรถม้าหนีออกจากพื้นที่ได้เลย


Micah – มาเว้ย อาเธอร์ ออกเดินทางได้แล้ว ดูดิชั้นเจออะไร ปืนใหม่ว่ะ Lancaster Repeater อ่ะ ให้นายเอาไปใช้ก็แล้วกัน ถือว่าเป็นของขวัญ ดูท่ามันจะเหมาะกับนายมากกว่าชั้นวะ
Arthur – แล้วแกจะไม่จอดรถเปิดเอาเงินตรงนี้หรอไงวะ ?
Micah – เงินมันเยอะนะเว้ย แล้วก็เผื่อมีพวกมันที่ตามมาสมทบอีก เดี๋ยวค่อยไปหารถม้าเปลี่ยนเอาข้างหน้า หวังว่า Dutch จะไม่บ่นว่าเราขนเงินไปให้เขามากเกินไปใช่ป่ะ ฮ่าๆ 
Arthur – ถึงแกจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่แต่ไม่ได้แปลว่าชั้นจะเชื่อใจง่ายๆหรอกนะเว้ย
Micah – นี่ ถึงชั้นจะทำให้นายต้องวุ่นวายมาตลอดแต่ ชั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายเลยนะ จริงๆชั้นคิดว่าเราสองคนเหมือนกันด้วยซ้ำ 
Arthur – ระวัง !! บ้าเอ้ย เราถูกดักปล้น !!



                  Micah – อะไรกันวะเนี้ย? คนของ O’Driscoll หรอ? จัดการแม่งให้หมดเลยอาเธอร์ !!


Micah – มันหนีกันไปหมดแล้วว่ะ ฮ่าๆๆ รถคว่ำ เราคงต้องขนเงินไปได้เท่าที่จะเอาไปได้แล้วล่ะ ยิงล็อกออกเลยง่ายสุด ให้เกรียตินายเป็นคนเปิดของขวัญก็แล้วกัน .....ดูสิ เงินทั้งนั้น 



Arthur – เอานี่ ส่วนแบ่งของแก แล้วอย่าลืมแบ่งส่วนนึงให้ทางแก็งค์ด้วยล่ะ
Micah – เออน่าๆ ก็อย่างที่ชั้นบอกอ่ะ เงาใหญ่ กับ ต้นไม้เล็ก 
Arthur – เออ ก็อย่างที่ชั้นบอกเหมือนกัน ชั้นไม่รู้หรอกว่ามันหมายถึงอะไร แกรีบไปรายงานตัวกับ Dutch ได้แล้ว ระวังอย่าให้มีใครตามรอยแกไปล่ะ
Micah –  รับทราบครับ บอส .... โคตรมันเลยจริงๆงานนี้ ฮ่าๆๆ 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------



Big shadow cast by a tiny tree เงาที่ใหญ่โตทอดลงมาจากต้นไม้ต้นเล็ก เป็นคำพูดที่ Dutch มันจะใช้กล่าวถึงอาเธอร์ในฐานะคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุด Dutch อาจจะจำมาผิดหรือตั้งใจพูดขึ้นมาใหม่จากเจ้าของคำพูดดังเดิมของนักเขียนชาวจีนที่ชื่อ lin yutang ที่ว่า“When Small men begin to cast big shadows, it means that the sun is about to set”


คนตัวเล็กจะทอดเงาที่ใหญ่ได้เพราะพระอาทิตย์กำลังใกล้จะลับขอบฟ้า หมายถึง เมื่อบุคคลที่ไม่สำคัญดูยิ่งใหญ่กว่าผู้นำของพวกเขา  มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้นำคนนั้นกำลังสูญเสียความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำแล้ว
https://en.wikiquote.org/wiki/Lin_Yutang

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                      Mission 1 – 15: The Sheep and the Goats


                                                    Challenge

                                ต้อนแกะไปถึงเมือง Valentine ได้หมดทุกตัว
                                    ยิง Headshot กับ ศัตรูตอนหนี 25 ตัว
                                      จบภารกิจสมบูรณ์อย่างน้อย 70%
                               จบภารกิจโดยไม่ใช้ไอเทมเติมพลังชีวิตเลย



เดินทางเข้าไปยังจุดภารกิจรูปอักษร J ในฟาร์มที่เมือง Valentine คุยกับ John ที่แฝงตัวหาข่าวอยู่ที่นี่


Arthur – ไง แผลเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นยัง?
John – ก็หายเร็วกว่าที่คิดนะ 
Arthur – ก็ถือว่าโชคดีของนายแล้วนะ ...แล้วนี่นายกำลังทำอะไร มายืนขี้เกียจอยู่ตรงนี้ ได้เบาะแสอะไรบ้างรึยัง?
John – ก็ได้ข้อมูลมาบ้าง ... ดิสิ นายเห็นนั้นมั๊ย?
Arthur – เห็น .. ทำไม? กำลังมโนว่าตัวเองเป็นคนเลี้ยงแกะหรอ?
John – ก็อาจจะ ..ตามมาสิ



Arthur – แล้วนี่เรากำลังจะทำอะไรกันเนี่ย? 
John – หาซื้อไรนิดหน่อย ที่จะช่วยให้เราได้แกะมา 
Arthur – นายมีความตั้งใจที่ เอ่อ น่าลึกลับและน่าสนใจดี แต่นี่นายกำลังทำงานให้ Dutch นะไม่ใช่เพื่อตัวนายเอง มันทำให้นายดูงี่เง่ามากด้วย
John – เออน่า ตามมาเถอะ ...คุณเห็นมั๊ย เราเพิ่งปล้นรถไฟไปไม่นานแต่เราก็ยังต้องการเงินเพิ่มอยู่ดี ยังไงก็ไม่มากพอถ้าเราไม่กลับไปเอาเงินของเราที่ Blackwater  
Arthur – รับรองเรากลับไปเอามันแน่ เร็วๆนี้แหละ 
John – ที่ผมห่วงก็เพราะคุณพูดแบบนี้แหละ Dutch ก็บอกว่าพวกเรา ...
Arthur – Dutch เขาก็พูดมากตลอดแหละ ความสามารถพิเศษของเขาคือ พูดได้ทุกเรื่องยังไงล่ะ
John – คุณหมายความว่ายังไง?
Arthur – ชั้นเคยได้รางวัลจากความโง่เขลามาแล้วครั้งนึง ตอนนี้ชั้นไม่เอาชีวิตไปแลกเพื่อเงินอีกแล้ว แต่ Dutch เขา ...เขา แบบ ก็นะ นายก็อยู่ที่ Blackwater นี่ และตอนนี้เราก็เริ่มเห็นพวก Pinkertons เริ่มเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้กันแล้วด้วย ศตวรรษใหม่กำลังจะมาถึง ชีวิตในเส้นทางนี้ของพวกเรา คงจะเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้วล่ะ ชั้นลองคำนานดูแล้วน่าจะอีกไม่นานหรอก ...แล้วเราจะไปไหนกันเนี้ย
John – ซื้อของนิดหน่อย เอาม้าไปผูกตรงนั้นแล้วมาเจอผมที่หน้าร้านขายปืน
Arthur – ร้ายขายปืน ? 
John – ช่าย คุณเข้าไปซื้อปืน Sniper Rifle มาได้มั๊ย? เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังทีหลัง




             เข้าไปในร้านอาวุธแล้วเลือกซื้อปืน Roling Block Rifle ออกมา (ไม่ต้องเสียเงิน)


Arthur – ถามจริงๆ ทำไมนายถึงทำแบบนั้นวะ?
John – ทำอะไร?
Arthur – ให้ซื้อปืนนั่นมา
John – ก่อนหน้านี้ชั้นเคยทำงานกับเขาได้ไม่นาน ถึงเราจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ก็เถอะ 
Arthur – นายเพิ่งเคยทำงานหรอ? ชั้นนี่ทำงานที่นั่นมาเกือบครึ่งเมืองแล้วมั้ง ...ทำไมนายไม่รู้จักเป็นคนรอบคอบหน่อยวะ ทำอะไรเป็นเล่นไปหมดเลย
John – ชั้นอ่ะนะ ก็ชั้นไม่ใช่คนที่พา Jack ไปออกทริปตกปลานี่
Arthur – ใช่ นายไม่ได้พาไป ! ถ้านายบอกว่าเด็กนั่นมันไม่ใช่ลูกนายแล้วจะมาพูดทำไมวะ? นายอาจจะอยากหนีอีกครั้งล่ะมั้ง 
John – ทำไมคุณต้องมาสนใจอะไรชีวิตผมนักหนา ห๊ะ? ทำไม่หาเมียของตัวเองซักคนล่ะ?
Arthur – ก็แค่อยากให้คบเป็นคนๆไป ไม่ใช่มีหลายๆคนพร้อมๆกัน นั่นแหละที่ชั้นอยากจะบอก
John – อะไรๆ มันก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น คุณควรจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครนะ ก็เหมือนกับคุณกับผู้หญิงนั่นน่ะ ชื่ออะไรนะ? Mary ป่ะ? 
Arthur – มันไม่เหมือนกัน 
John – ใครบอก .....มันเหมือนกันเป๊ะเลย



Arthur – ถามหน่อยตกลงนายพาขี่ม้ามาทำห่าอะไรที่นี่วะเนี่ย? ไม่บอกชั้นจะหันหลังกลับเดี๋ยวนี้แหละ
John – พวกเขากำลังจะนำเอาฝูงแกะมาประมูลที่ Emerald Ranch คนในเมืองบอกว่าเจ้าของทุกรายจะเอาแกะของตัวเองมาประทับตรา มาหมดทุกรายตั้งแต่ที่นี่จนถึง Annesburg ... เอาล่ะ .. มุ่งหน้าต่อไปที่ด้านบนหน้าผานั่นเลย !!... ที่ผมคิดไว้คือ พวกแกะพวกนี้เขาเอามาประมูลกันใช่ป่ะ แต่ก็มีฟาร์มหน้าใหม่ๆเขารับซื้อแกะพวกนี้อยู่ แถมคนในเมืองก็ไม่ได้สนเรื่องความถูกต้องอะไรมากด้วย 
Arthur –  แล้วทำไมเราต้องใช้ปืนไรเฟิลที่นายไม่ได้ซื้อเองนี่ด้วยล่ะ?
John –คิดว่าเราคงใกล้ถึงจุดหมายแล้ว เดี๋ยวก็รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไร



John – เอาล่ะ นั่นไง ยิงพวกคนเลี้ยงแกะพวกนั้นเลย เอาแค่เฉียดให้พวกมันตกใจจนหนีไปแล้วทิ้งแกะเอาไว้ 

                               เล็งปืนไปที่บริเวณที่คนเลี้ยงแกะอยู้ที่ฝูงแกะด้านล่าง



John – นั่นแหละ ยิงอีก ยิงให้พวกคนดูแลแกะมันหนีไปให้หมด .....เอาล่ะ มันไปหมดแล้ว ลงไปต้อนแกะกันได้แล้ว !!


จากนั้นขี่ม้าเข้าไปใกล้ๆแกะที่หนีออกนอกฝูงกด L2 โฟกัสที่ตัวแกะแล้วกด O เพื่อตะโกนไล่ให้มันกลับไปเข้ากลุ่ม แล้วต้อนแกะทั้งฝูงกลับไปที่ฟาร์ม Jackson Worth สถานที่จัดการประมูล


John – มาแล้ว แกะงามๆ 
พ่อค้าแกะ – พวกมันโอเค 
Arthur –  ไงล่ะ ไม่เคยเจอแกะที่ดีกว่านี้แถวนี้ใช่มั๊ยล่ะ?
พ่อค้าแกะ – ก็ดีนะ แม้จะระบุในเรื่องที่มายากซักหน่อยก็เถอะ
Arthur –  หมายความว่าไงวะ?
พ่อค้าแกะ – ชั้นหมายความว่าชั้นขอ  25% ก็พอไง แล้วชั้นจะไม่บอกใครเรื่องที่พพวกนายขโมยแกะมาขาย 
Arthur –  เอาจิงดิ? 
พ่อค้าแกะ – จริง ... 25% 
Arthur –   แกอยากจะให้ชั้นเจาะรูเพิ่มขึ้นบนหัวใช่มั๊ย !?
พ่อค้าแกะ – ผู้คนเพ่นพ่านเต็มไปหมด จะยิงก็ยิง 25% เอาไม่เอา?
John – 15 %
พ่อค้าแกะ – 20 %
John – 18 %
พ่อค้าแกะ – โอเค ตกลง 



พ่อค้าแกะ – นายก็ใจเย็นๆหน่อยนะพวก คิดว่าชั้นเป็นคนซื้อ บาปของพวกนายก็แล้วกัน 
Arthur –  เออ พวกนายเป็นคนซื้อแต่เราเป็นคนที่ต้องจ่ายมัน 
พ่อค้าแกะ – ประมูลเสร็จเมื่อไหร่อย่าลืมกลับมาเอาเงินด้วยล่ะ 

John – Dutch รออยู่ที่ Saloon 
Arthur –  เขามาถึงนี่เลยหรอ? .... 18 % บ้าเอ้ย นี่เรากำลังโดนปล้นใช่มั๊ย?
John – ก็ถือว่าได้เงินมาง่ายๆน่า
Arthur –  ขอบคุณที่ทำให้ได้เงินมาง่ายๆ ไม่ต้องบุกน้ำลุยไฟให้เจ็บตัว
John – พักหน่อยก็หายเหนื่อยแล้วน่า เราไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ 



Arthur –  ไง Ducth ... คุณ Leopold 
Dutch – นายไปไหนมาวะ?
Arthur –   ทำงานสิ งานของ Marston มันน่ะ เดี๋ยวเราก็จะได้เงินจาก เอ่อ การขายแกะ
Dutch – Leopold เพื่อนรักของชั้น คุณอยู่ที่นี่นานไปแล้ว ทำไมคุณกับ John ไม่ไปดูให้เราแน่ใจว่า พวกมันจะไม่เล่นตลกกับธุรกิจของเราล่ะ 


Dutch – ดื่มมั๊ย อาเธอร์
Arthur –    ชัวร์ 
Dutch – คุยกับตาแก่ Strauss ทีไรอยู่สึกอยากจะระเบิดสมองตัวเองทุกทีสิน่า ชั้นน่าจะทิ้งมันไว้ตรงที่ชั้นเจอมันเมื่อหลายปีมาก่อนซะก็ดี เด็กเรียนชาวออสเตรียที่เพิ่งลงมาจากเรือใหม่ๆ สายตาเย็นชาเหมือนไปโกรธใครมา
Arthur –  ต้องบอกว่า Dutch Van der Linde  ผู้จบการศึกษาจากมหาลัยชีวิต ได้รับปริญญาที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร
Dutch –นั่นแหละ ใช่เลย ....เอ้า ดื่ม !! แด่สุขภาพที่ดี
Arthur –  ขอบคุณ 


????? – Van der Linde !!!! ออกมาเดี๋ยวนี้ !!!
Dutch – อะไรของมันวะน่ะ ?



Cornwall – แกไม่รู้จักชั้นแต่เสือกปล้นรถไฟของชั้น .....ชั้นชื่อ Leviticus Cornwall ชั้นไม่ใช่คนที่คนแบบแกจะมาวุ่นวายด้วยหรอกนะ ถ้าไม่ออกมาชั้นจะฆ่าพวกแกให้หมดเดี๋ยวนี้เลย !!



Arthur –  เอาล่ะ คุณเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมนะ ถ้าผมได้โอกาสเหมาะๆ ผมจะจัดการพวกมันเองแล้วคุณก็รีบหนีเลย  



Dutch – เอ่อ ท่านสุภาพบุรุษ ผมว่าเรากำลังมีการเข้าใจผิดกันอย่างมากเลยล่ะ ผมว่าคุณจำผิดคนแล้วล่ะ ผมไม่รู้ว่าคนชื่อ Van der Linde เขาไปทำอะไรกับคุณไว้ แต่พวกเราไม่ใช่คนๆนั้นแน่นอน


จังหวะนี้ให้ใช้ Dead eye จัดการคนที่จับ John เอาไว้แล้ว ทำให้ John และ Strauss เป็นอิสระ ในขณะที่ทุกคนก็เริ่มเปิดฉากยิงถล่มกับคนของ Cornwall ทันที



ในขณะที่ยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด Strauss ก็ถูกยิงที่ขาจนบาดเจ็บ Ducth จึงสั่งให้เอาตัว Strauss ไว้บนรถม้าแล้วให้ทุกคนช่วยกันเข็นใช้เป็นที่กำบังพาทุกคนหนีออกจากวงล้อม


ท่ามกลางการยิงต่อสู้กันจนสนั่นเมือง พวกของ Ducth ก็สามารถเข็นเกวียนมาจนถึงจุดที่อยู่ของม้าที่ผูกไว้ได้สำเร็จ  Arthur รีบอุ้ม Strauss จึงลงจากจากรถม้าไปขึ้นม้าอย่างเร็วไว ส่วนตัวเขาอาสาที่จะยิงต้านพวก Cornwall เอาไว้เท่าที่จะทำได้ เมื่อสบโอกาสที่จะหนีได้ ก็ให้รีบขึ้นม้าขี่หนีออกจากเมือง Valentine ให้ไว


จากนั้นก็ขี่หนีออกจากพื้นที่การกระผิดแล้วรอจนกว่าจะสิ้นสุดการถูกติดตาม  เมื่อนานพอที่ทำให้เกท Wanted เปลี่ยนจากแดงเป็นขาว Arthur ก็จะสามารถหนีจากเหตุการณ์นี้ได้สำเร็จ


                          Mission 1 – 16: A Strange Kindness

                                              Challenge

ช่วยคนที่ถูกจับไปให้กลับไปหาครอบครัวภายในเวลา 1 นาที 40 วินาที 
ยิงศัตรู 5 คนด้วย Headshot
จบภารกิจด้วยความสมบูรณ์อย่างน้อย 80 %
จบภารกิจโดยไม่ใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังชีวิตเลย 

เมื่อกลับเข้ามาที่ แค้มป์ที่ Horeshoe Overlook จะพบว่ามีการเก็บข้าวของรวมถึงที่พักต่างๆกันไปบ้างแล้ว


เข้าไปที่จุดภารกิจรูปตัวอักษร D ในแค้มป์ เข้าไปคุยกับ Dutch ในเต้นท์ที่พักจะพบ Dutch กับ Hosea กำลังถกเถียงกันอยู่


Arthur –  เรากำลังเตรียมออกเดินทางแล้วหรอ?  
Ducth – ใช่ 
Hosea – ย้ายเข้าไปที่ทุ่งสังหารสิไม่ว่า นี่ไม่ใช่การใช้มโนโวหารอะไรนะชั้นหมายถึง ทุ่งสังหาร จริงๆ
Ducth – เราแค่พยายามที่จะอยู่รอดนะ !! เราไม่มีทางเลือกจริงๆ ทนหน่อย อีกไม่นานก็จบแล้ว 
Hosea – เออ ใช่เลย Will !!
Ducth – สงสัยเขาคงท้องผูกอีกแล้วมั้ง? 


Ducth – Micah บอกชั้นเรื่องสถานที่แห่งนึงที่เหมาะกับที่เราสามารถใช้ซ่อนตัวได้ นี่ไงที่ Dewberry Creek ทำไมนายกับ Charles ไม่ลองเข้าไปสำรวจตรวจสอบดูก่อนล่ะ เคลียร์ทุกๆคนที่เจอออกจากพื้นที่ก่อนที่เราทุกคนจะย้ายเข้าไปที่นั่นจะได้ไม่ดูเตะตามาก
Arthur –  ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ?
Ducth – ไม่รู้ว่ะ หาที่ทำที่เต้นรำมั้ง
Arthur –  สงสัยได้เปลี่ยนสภาพกลับไปรับหน้าที่เด็กรับใช้อีกแล้วแน่เลย 
Ducth – นายจะกลายเป็นลูกชายชั้นต่างหาก นายกังวลก็เพราะชั้นกังวล เราก็เหมือนคนๆเดียวๆกันนั่นแหละ 


Arthur –  Charles มานี่หน่อย !! ชั้นมีอะไรให้ช่วยหน่อย เราจะต้องออกไปสำรวจจุดตั้งแค้มป์ใหม่ให้แน่ใจก่อนที่ทุกคนจะย้ายไปที่นั่น
Charles – อีกแล้วหรอ?
Arthur –  มันจำเป็น และต้องรีบทำด้วย ก็ผลพวงจากที่เราทำที่เมือง Valentine นั่นไง เราฆ่าทั้งผู้รักษากฎหมาย ทั้งคนของ Cornwell ตายเพียบ และพวกมันก็รู้หมดแล้วว่าเราซ่อนตัวอยู่ที่ไหน
Charles – เรากำลังจะลงใต้กันใช่มั๊ย? 
Arthur –  ใช่ ไปสถานที่นึงที่เรียกว่า Dewberry Creek นั่นแหละที่ที่ Dutch ให้เราไปสำรวจเพื่อเคลียร์พื้นที่กันก่อน 


Charles – ผมเพิ่งได้รู้จักกับเขาไม่กี่เดือนเอง แต่เท่าที่ได้ยินเจาพูดๆมาไม่ยักกะรู้ว่าเขาอยากเดินทางลงใต้
Arthur –  ชั้นก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้แหละ คงไม่มีที่อื่นที่จะใช้ซ่อนตัวแล้วมั้ง 
Charles – แบบนี้เมื่อไหร่มันจะจบ
Arthur –  อะไรจบ? 
Charles – ย้ายที่อยู่ หนีไปหลบซ่อนตามที่ต่างๆ
Arthur –  Dutch ไม่ได้มองว่ามันเป็น หนี 
Charles – แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
Arthur –  ไม่รู้สิ ...เป็นการถ่วงเวลาและทำให้ระยะทางระหว่างตัวเรากับปัญหาที่เกิดขึ้นห่างกันให้เพียงพอต่อการคิดแก้ไขปัญหา จนในที่สุดปัญหานั้นมันก็หมดไป ... ตอนแรกก็เรื่องภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ ตอนนี้ก็พวก Pinkertons อีก คงดีกว่าจ่ายเงินจ้างพวกนักล่าค่าหัวล่ะมั้ง คิดว่าค่าหัวของพวกเราก็คงอัพขึ้นไม่น้อยแล้วตอนนี้ ....นั่นไง เรามาถึงที่แล้ว ลองสำรวจดูรอบๆดูก่อนดีกว่า


Charles – มาดูนี่สิ ผมเจออะไรบางอย่าง คุณเห็นมั๊ย มีคนนอนอยู่ตรงนั้นด้วย เหมือนเขาจะถูกยิงตายนะ ระวังด้วยอาเธอร์ น่าจะมีแค้มป์อยู่แถวๆนี้นะ 
Arthur –  ดี เดี๋ยวชั้นเข้าไปสำรวจเอง อย่าลืมบทเรียนข้อแรกนะ ยิงก่อน ถามที่หลัง ระวังๆด้วยเผื่อพวกมันได้ยินเราเข้ามา 


Arthur –  ดูสิ มีคนซ่อนอยู่ใต้รถม้าด้วย
Charles – ไม่เป็นไรๆ ออกมาเถอะ คุณโอเคนะ ไม่ต้องกลัวเราไม่ทำร้ายหรอก
Arthur –  เขาถามว่าคุณโอเคมั๊ยน่ะ


แม่ – Sprechen sie Deutsch ?
ลูกสาว – German?
Arthur – เอ่อ ... ไม่ใช่ เอาล่ะ ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว เราต้องการพื้นที่ ไปเลย รีบไป!! ไปสิโว้ย !!
ลูกสาว – พวกมันจับตัวพ่อของเราไป
Charles – ใครทำ?
ลูกสาว – ผู้ชายกลุ่มนึง บุกเข้ามาเมื่อคืนนี้ 
Charles – ที่ไหน? มันจับตัวพ่อเธอไปที่ไหนรู้มั๊ย? 
Arthur –  เฮ้ ธุระไม่ใช่น่า Charles ชั้นพูดภาษาของพวกเค้าไม่ได้ด้วยซ้ำ
Charles – ไม่เอาน่า คุณไม่ได้ซื้อบื้อขนาดนั้นหรอก ... มาเถอะ อาเธอร์ เด็กชี้ว่าไปทางนี้ เดี๋ยวที่เหลือผมแกะรอยเอาเองต่อ 


Charles – ถามจริง คุณจะทิ้งแม่กับเด็กผู้หญิงไว้แบบนั้นจริงๆหรอ?
Arthur –  เราเป็นผู้ร้ายที่มีหมายจับนะ พวก Pinkertons ก็ตามหายใจรดต้นคอเราอยู่ตลอด เราควรรีบไปย้ายแค้มป์ไม่ใช่มามัวขี่ม้าท่องป่าแบบนี้
Charles – คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก ผมรู้ดี 
Arthur –  หรอ บางทีนายอาจจะรู้จักชั้นไม่ดีพอเหมือนที่นายคิดก็ได้ พูดๆก็พูด คิดว่าพวกเขาจะได้เป็นอิสระหรอถ้าชั้นพา Dutch เข้ามาที่นี่น่ะ 
Charles – ไม่เอาน่า พวกเขาก็แค่อยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้นเอง


Charles –เออ เห็น John บอกว่าเขากำลังเดินทางไปเอาเงินที่งานประมูลแกะน่ะ 
Arthur –  มันคงจะเป็นไอ้โง่มหาโง่แน่ๆที่ไปใกล้ๆเมืองในตอนนี้
Charles – เขาคงประเมินแล้วว่าสามารถเข้าออกเมืองนั้นได้สะดวกจากการที่เคยส่งสินค้าเข้าออกเป็นประจำมั้ง 
Arthur –  แน่นอน John ย่อมมีแผนที่ดีเลิศเสมอแหละ
Charles –คุณกับเขามีอะไรกันหรอ?  
Arthur –  เอ่อ เขาหายจากพวกเรานานเกินไปน่ะ 
Charles – เดี๋ยวๆดูเหมือนเราใกล้จะถึงแค้มป์ของพวกมันแล้ว รอยมันเข้าไปที่ป่า ทางนั้น
Arthur – John มันหายตัวไปตอนที่ Jack ยังเป็นเด็ก เมื่อนานมาแล้ว เราเป็น เอ่อ ครอบครัวเดียวกันนายก็รู้ ชั้นเลยยังไม่อยากยกโทษให้เขาง่ายๆใ