วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

Star Ocean 6: The Divine Force


 จากก้าวเล็กๆของมนุษย์ชาติสู่มหากาพย์การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ใจกลางมหาสมุทรแห่งดวงดาว  

ปี ค.ศ 1957 - สหภาพโซเวียตปล่อย Sputnik ที่ 1 ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกขึ้นสู่อวกาศ


ปี ค.ศ 1961 - สหภาพโซเวียตส่งยาน วอสต็อก1 ขึ้นไปโคจรรอบโลกพร้อมกับ ยูริ กาการิน ในฐานะนักบินอวกาศคนแรกของโลกที่ได้เดินทางออกไปนอกโลก


ปี ค.ศ 1969 - ยาน Apollo 11ของสหรัฐอเมริกาขึ้นสู่วงโคจร ก่อนจะส่งนีล อาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกที่ได้ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์


ปี ค.ศ.  2064 - เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ผลของสงครามทำให้โลกเต็มไปด้วยกัมมันตรังสีภายในเวลาเพียง 2 อาทิตย์ ทำให้มีการเริ่มแผนการอพยพทิ้งถิ่นฐานไปจากโลกด้วยการทดลอง Warp drive ไปยังอวกาศเพื่อหาแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งใหม่


ปี ค.ศ. 2087 - Warp drive หรือระบบการเดินทางข้ามดวงดาวถูกพัฒนาขึ้นจนสำเร็จโดย Dr. Trillas Bachtein 


ปี ค.ศ. 2090 - ได้มีการร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมา โดยให้นับศักราชใหม่เพื่อเป็นการเริ่มต้นยุคศักราชแห่งห้วงจักรวาล ที่เป็นเสมือนเริ่มหน้าประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในการเริ่มต้นใหม่ของมวลมนุษย์ชาติสู่อวกาศ เรียกว่า ปี SPACEDATE หรือ SD

 


SPACEDATE ที่ 10 – Universal Science and Technology Administration ชื่อย่อว่า USTA เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและทดลองทางอวกาศเพื่อสันติและเพื่อช่วยรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์ จัดตั้งกองกำลังสำรวจอวกาศ SRF (first space pioneer Corps) เพื่อบุกเบิกและสำรวจห้วงลึกของอวกาศ 

และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสำรวจอวกาศเพื่อมวลมนุษย์ชาติของ Edge Maverick กัปตันแห่งยานสำรวจ SRF-003 Calnus ซึ่งเป็นเรื่องราวใน Star Ocean 4 The Last Hope


SPACEDATE ที่ 12 - มีการร่างสนธิสัญญาการป้องกันตัวเองจากความป่าเถื่อนและการรุกรานในความไร้มนุษย์ธรรมจากต่างดาว


SPACEDATE ที่ 207 – เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสาร "quantum transfer machine" ถูกสร้างขึ้นเป็นผลสำเร็จ


SPACEDATE ที่ 346 - เกิดโรคระบาดขึ้นที่ดาว Roak ในเขต Theta Sector ทำให้ต้องจัดตั้งศูนย์แพทย์เพื่อระวังป้องการติดเชื้อขึ้น โดย Ronixis J. Kenny และ Ilia Messrs ก็ถูกส่งตัวมาจากโลกเพื่อยับยั้งเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใน Star Ocean First Depature


SPACEDATE ที่ 360 – มีการรวมกลุ่มของผู้ทรงปัญญารวมทั้งผู้มีความรู้ด้านต่างๆให้เป็นองค์กรกลางขนาดใหญ่ให้เป็นเสมือนเสาหลักของความคงอยู่ของมวลมนุษย์ชาติ สหพันธรัฐแห่งโลกได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการว่า สมาพันธรัฐแห่งทางช้างเผือก หรือ Galactic Federation


SPACEDATE ที่ 366 – มนุษย์ชาติสามารถเดินทางจนถึงหมู่ดาว expel อันไกลโพ้นเป็นเสมือนการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษย์ชาติและเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของ Claude C. Kenny ในฐานะลูกชายของ Ronyx J. Kenny ตัวเอกจากภาคแรก และ Rena Lanford ชาว Nedian แห่งดาว Expel ใน Star Ocean 2 The Second Story


SPACEDATE ที่ 368 – ค้นพบ mother computer เก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ในทวีปมูบนพื้นโลกที่ถูกตั้งโปรแกรมช่วยในการควบคุมและดูและทรัพยากรมนุษย์ก่อนจะมีคำสั่งให้ทำลายมันทิ้ง


SPACEDATE ที่ 371 – Dr. Precis F Neumann คิดค้นเครื่อง "Mana cleaner" สำหรับใช้ เอนเนอร์จี้ สโตน ดูดซับสิ่งปนเปื้อนในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ expel ได้สำเร็จ


SPACEDATE ที่ 537 – Dr. Krupp คิดค้นระบบการควบคุมมิติแรงโน้มถ่วง ทฤษฎีใหม่จากการต่อยอดจากทฤษฎี Subspace Warp จนสามารถสร้างเครื่องวาร์ปที่เรียกว่า "gravity warp" ซึ่งสามารถทำให้ยานอวกาศเดินทางด้วยเส้นทางวาร์ปได้รวดเร็วขึ้นได้สำเร็จก่อนจะติดตั้งเอาไว้ที่โลก


 และจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใน Star Ocean 5  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลึกเข้าไปในห้วงจักรวาลที่ห่างไกลที่ดาวเคราะห์ เฟครีด  ในห้วงเวลา 6 พันปีแสงจากโลก ก็เริ่มขึ้นตรงนี้


SPACEDATE ที่ 539 – เป็นเรื่องราวใน Star Ocean: Anamnesis เกม Android, iOS ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ในไทมไลน์ 

ผู้เล่นรับบทกัปตันยานอวกาศ GFSS-3214F ของสหพันธ์ Pangalactic ซึ่งกำลังสำรวจห้วงอวกาศหลังจากเหตุการณ์ของ Star Ocean: Integrity and Faithlessness เมื่อสองปีก่อน หลังการจู่โจมโดยโจรสลัด ลูกเรือทั้งหมดทิ้งเรือโดยยานหนีภัย ขณะที่กัปตันอยู่บนเรือโดยมีเพียงหุ่นยนต์ AI Coro ได้ตัดสินใจเปิดใช้งานไดรฟ์ไฮเปอร์สเปซของเรือ การบิดงอล้มเหลวและจบลงด้วยการส่งพวกเขาไปยังพื้นที่ห่างไกลนอกเขตแดนของสหพันธ์ ขณะสำรวจดาวเคราะห์ที่ดูเหมือนแห้งแล้ง ก็ได้พบกับผู้หญิงลึกลับที่ถูกสัตว์ประหลาดไล่ตาม เธอชื่อ Evelysse ใช้รูปแบบเวทย์มนตร์ Symbology อันทรงพลังที่ทำให้เธอสามารถเรียกนักรบจากทุกเวลามาช่วยสู้ได้ และเมื่อกัปตันได้เข้าช่วยเหลือจนปลอดภัย  Evelysse จึงเข้าร่วมเดินทางกับกัปตัน เส้นทางกลับบ้านจากโลกที่ห่างไกลก็เริ่มขึ้น

https://starocean.fandom.com/wiki/Series_timeline


SPACEDATE 583 -  46 ปีหลังจากนั้น ……..


Pangalactic Federation องค์กรที่พยายามที่จะนำความสงบมาสู่ฝูงกาแล็กซี่ ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาอยู่ในระบบสุริยะ ฮีโร่หลายคนได้รับใช้ภายใต้ร่มธงของพวกเขาที่ออกเดินทางคอยกอบกู้ดาวเคราะห์ตามความคำสั่ง 

แต่เมื่อถึงปี 583 SD สิ่งต่างๆ ก็ได้เปลี่ยนไป Pangalactic Federation  ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในฐานะกลุ่มผู้รักษาความสงบสุขของจักรวาล ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในนามขององค์กรที่ดูดกลืนดาวเคราะห์ที่ขัดต่อเจตจำนงของพวกมัน จากที่เคยยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม ตอนนี้พวกเขาถูกความมืดมิดกลืนกินไปจนหมดสิ้น


                                [Prologue]

          Main Story : Tragedy Aboard the Ydas 

Raymond กัปตันยานขนสินค้า Ydas ออกเดินทางจากดาว Verguld ที่อยู่นอกการปกครองของสหพันธรัฐ ในภารกิจขนส่งตามปกติ งานที่เรียบง่าย กับเส้นทางที่คุ้นเคย


Elina - นี่คือ มหาสมุทรแห่งดวงดาว


ใครบ้างที่จ้องมองไปที่มันเป็นครั้งแรกและฝันว่าในจะเป็นกุญแจของมนุษยชาติ ?


จักรวาลต้องดูกว้างใหญ่ซักเพียงใดสำหรับพวกเขา ไม่มีวันสิ้นสุด และ เป็นนิรันดร์?


แต่ ถ้าคนช่างฝันเหล่านั้นเท่านั้นที่รู้ว่า ตอนนี้ฉันรู้อะไร...


มนุษย์ชาติที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย ที่แม้แต่จักรวาลที่ไม่มีวันสิ้นสุด ก็มาอาจปลอดภัย 

Raymond – อ่า ..... อีก 24 ชั่วโมงก็เสร็จงานแล้ว ต้องบอกว่า นี่เป็นอีกงานที่เรียกว่า หมูตู้ มากๆเลย 
Elina – ใช่ค่ะ ชั้นคิดว่าคุณน่าจะอยากได้กาแฟเพิ่ม  ใช่มั๊ย Ray?
Raymond – อืมม ชัวร์

Chloe – อย่าหาว่าชั้นก้าวก่ายเลยนะ Ray … เอ่อ โทษที .. กัปตัน เอาจริงๆนะ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ชั้นรู้สึกได้เลย 
Elina – ซิกเซ็นท์ของคุณอีกแล้วหรอ? ชั้นจะรอดูก็แล้วกัน สัญชาติญญาณของมนุษย์เป็นสิ่งลึกลับที่ชั้นอยากจะเรียนรู้

Raymond – เฮ้ย อันตรายมักจะแอบซ่อนอยู่และจะแสดงตัวออกมาตอนที่เราเริ่มคาดหวังว่าจะไม่มีมันนะ ไม่แน่มันอาจจะมีพวกโจรสลัดกำลังซุ่มแอบตามมาตอนที่เรากำลังคุยกันอยู่ก็ได้ 
Chloe – โอ้ ฮา กันเข้าไปเถอะพวกนายน่ะ 
Raymond – ฮ่าๆ ไม่เอาน่า เธอก็น่าจะผ่อนคลายได้แล้ว ดูสิ ข้างนอกนั่นเงียบจะตายไป

            คำเตือน!!  คำเตือน !!  พบวัตถุกำลังใกล้เข้ามา 

Chloe – เห็นมั๊ย ไม่ยอมเชื่อสัญชาติญญาณของชั้นแล้วเป็นไง 
Raymond – น่าจะแค่ดาวเคราะห์น้อยหรออะไรซักอย่างล่ะมั้ง?


Elina – กำลังสแกน .... นั่นมัน Astoria เรือประจัญบานของสหพันธ์ Pangalactic

Raymond – ทรงพลังที่สุดในสามโลกตอนนี้เลยซินะ ชั้นได้ยินมาว่า Kenny อยู่บนยานนี้ด้วย มันมาทำบ้าอะไรนอก Fed Space เนี่ย?

            Chloe – เอ่อ ... ชั้นว่าพวกเขากำลังเล็งมาที่เรานะ ...


คำเตือน คำเตือน ปืนใหญ่ถูกยิงออกมาแล้ว ระยะห่าง 350,000 Klicks

Raymond – ต้องรีบออกจากตรงนี้! ตัวขับเคลื่อนกราบขวาเดินหน้าเต็มกำลัง!!
Elina – ไม่ทันแล้วค่ะ ทุกคน เตรียมรับแรงกระแทก!!

Chloe – บาเรียเหลืออีก 78% ..ทำไมพวกเขาถึงทำแบบนี้เนี่ย!!

     Raymond – ส่งสัญญาณติดต่อไป บอกว่าเราไม่ใช่ศัตรู บ้าเอ้ย!!!


Elina – ไม่ได้ผล การโจมตีละลอกสองกำลังมา!
Chloe – ไม่นะ ตอร์ปิโดโปรตรอนเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว!!
Raymond – เอาแผนผังขึ้นจดใหญ่แล้วหาทางออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้!


Elina – ไม่ดีแน่ ปืนใหญ่ระดมยิงมาที่กำลังหลักของเรา  บาเรียเหลืออีก 12%  ตรวจพบกิจกรรมการใช้อาวุธ เตรียมรับการโจมตีละลอกสาม 

ยังคงไม่มีการตอบกลับจาก แอสโทเรีย ดูเหมือนพวกเขาไม่ต้องการที่จะปล่อยเราไป 



Elina – ไม่ยิงหรอ? ... Ray พวกเขาหยุดยิงแล้ว ขอคำสั่งต่อไปด้วย!

Raymond – เตรียมสละยาน ลูกเรือทุกคนรีบไปขึ้นกระสวยหลบภัยเดี๋ยวนี้!
Elina – เดี๋ยว! เราต้องคำนึงถึงภารกิจการส่งสินค้าด้วยนะ คิดดีแล้วหรอถึงใช้คำสั่งอพยพ?
Raymond – มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ ไม่งั้นได้เป็นฝุ่นอวกาศกันแน่นอน ภารกิจจะสำคัญกว่าชีวิตคนได้ยังไง งานนี้ไม่คุ้มกับชีวิตเราหรอก นี่เป็นคำสั่งของกัปตัน อพยพเดี๋ยวนี้!!

           Chloe – เดี๋ยว เรย์ นายจะไปไหนเนี่ย??


Raymond – มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำนิดหน่อย ไม่ต้องห่วงน่า เดี๋ยวชั้นตามไป! ชั้นไม่เป็นไรหรอกน่า !

                      Raymond – ไม่เอาน่า เปิดสิวะ!!


Elina – พลังงานถูกตัดออกหมดแล้ว ทำยังไงก็ไม่สามารถเปิดมันได้หรอกค่ะ
Raymond – อะไรนะ?
Elina – ก็ Astoria ระดมยิงใส่เรา ชั้นขอโทษ แต่ยังไงก็ไม่ทันหรอกค่ะถ้าจะพยามจะรักษาสินค้าเอาไว้ตอนนี้ คุณมีเหลือแค่ 1 นาทีเท่านั้น
Raymond – มีเวลาเหลือเฟือน่า เร็วๆมาช่วยกัน
Elina – ได้ค่ะ กัปตัน 

Raymond – ไม่ เฮ้ๆๆ เดี๋ยว นี่เธอคิดจะทำอะไรเนี่ย Elina??  Elina!!
Elina –
ลูกเรือทุกคนต้องการคุณ Ydas ต้องการคุณ

                 โชคดี Ray และลาก่อนค่ะกัปตัน 


                         Raymond – ไม่นะ ม่ายยยยย !!!!!

Raymond – ขอตำแหน่งและจำนวนของยานหนีภัยทั้งหมดด้วย!
คอมพิวเตอร์ – ตามบันทึกล่าสุด 9 ใน 10 ของยานหนีภัยออกมาได้สำเร็จ ที่เหลืออีก 1 ยังไม่สามารถติดตามได้
Raymond – แม่งเอ้ย !!!

Elina – นี่คือ ทะเลแห่งดวงดาว ใครที่จ้องขึ้นไปก็มักจะฝันว่า มันเป็นกุญแจสู่อนาคตของมนุษย์ชาติ 

Chloe – พวกเขาเป็นไงกันบ้างนะ ... ? Ray ... Elena ... ชั้นกลัวจัง ฮือๆ


Elina – จักรวาลจะดูกว้างใหญ่แค่ไหนสำหรับพวกเขา ไม่สิ้นสุด เป็นนิรันดร์ และ เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด 


คอมพิวเตอร์ – กำหนดเส้นทางไปยังสถานที่ปลอดภัยใกล้ที่สุด ที่ดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ของระบบ Aster Star ..วาร์ป 2.1 ถึงจุดหมายประมาณ 5 วัน 
Chloe – เป็นดาวเคราะห์ที่ล้าหลังงั้นหรอเนี่ย?  ชั้นรับไม่ได้อ่า ..

Elina – แต่ทว่า มนุษย์ชาตินั้นไม่รู้จักพอ มันคือความหิวโหย ที่มีความโลภเป็นตัวขับเคลื่อน ..พวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้เป็นเจ้าของดาวเคราห์ดวงสุดท้ายบนท้องฟ้า


คอมพิวเตอร์ – ตรวจพบยานหนีภัยที่อยู่ในระยะสื่อสาร 
Raymond – ต้องเป็น Chloe แน่เลย เปิดช่องทางการสื่อสาร!

Chloe – Ray หรอ? ขอบคุณพระเจ้าที่นายปลอดภัย แล้ว Elena ล่ะ?Raymond – เป็นเธอจริงๆด้วย ดีใจที่ได้ยินเสียงเธออีกนะ .. Elena เธอ .. เธอปลอดภัย ... ตอนนี้มาห่วงสถานกาณ์ของเราสองคนก่อนเถอะ

Chloe – ทำไมถึงเลือกมุ่งหน้าไปที่ดาวเคราะห์ที่ด้อยพัฒนาแบบนั้นอ่ะเรย์ !?
Raymond – ใจเย็น คนที่ฐานได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือของเราแล้ว อีกเดี๋ยวเขาก็คงมากัน แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เราต้องแวะที่นี่กันก่อน ถือว่าเป็นการผจญภัยก็แล้วกัน โอเค๊?

คอมพิวเตอร์ – กำลังเข้าสู่วงโคจรรอบดาวเคราะห์ดวงที่ 4 แห่งระบบดาวแอสเตอร์ 


                              Chloe – ว๊ายยย !!

Raymond – เป็นอะไร Chloe? ตอนสิ เธอโอเคมั๊ย? ใจเย็นนะ เดี๋ยวชั้นตามไปหา โอเค๊?

       บทสรุป Star Ocean 6: The Divine Force

                               BY Decibel Per Oxide


คนช่างฝันพวกนั้นรู้แบบที่ชั้นรู้ในตอนนี้ คุณสามารถผลักจักรวาลได้จนถึงตอนที่มันผลักกลับ 

Computer – ตอนนี้มาถึงพื้นผิวของดาวเคราะห์ Aster IV พบว่ามีอากาศมากพอสำหรับสิ่งมีชีวิตบนยาน เริ่มต้น ข้อกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน เปิดระบบสัญญาณขอความช่วยเหลือ 

Raymond – เอาล่ะ .. ที่เหลือก็รอคนมารับ ... หรือไม่ก็ หาทางแก้ปัญหาเอาเอง 


                             Main Story: Royal Meetings

                                 ดาวเคราะห์ Aster IV 

                                    Larcasse Weald 


Raymond – ระบบไฟฟ้าของกระสวยรู้สึกว่าจะยังใช้งานได้ดี แต่ก็หมดหน้าที่กระสวยหนีภัยแค่ตรงนี้แล้วสินะ 

Raymond – เออใช่ ... คอมพิวเตอร์ ขอตำแหน่งพิกัดของลูกเรือ Ydas ทั้งหมดให้ชั้นหน่อย 
คอมพิวเตอร์ – ไม่สามารถระบุตำแหน่งของกระสวยหนีภัยจากยาน Ydas ได้ 
Raymond – เยี่ยม ... งั้นขอตำแหน่งพิกัดของ Chloe ชั้นเห็นเธอเข้าวงโคจรของดาวมาด้วยกัน 
คอมพิวเตอร์ – การลงจอดของกระสวยถูกขัดจังหวะโดยปืนแม่เหล็กไฟฟ้า คอมพวเตอร์ในกระสวยอาจได้รับความเสียหายจากการโจมตี 
Raymond – ไหนบอกดาวด้อยพัฒนา ด้อยพัฒนาส้นตีนเหอะ … คอมพิวเตอร์ช่วยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปให้พี่ชายชั้น Antonio Lawrence อีกรอบ บอกให้มาด่วนเลย!

คอมพิวเตอร์ – พยายามติดต่อ อันโตนิโอ้ ลอว์เรนซ์ กัปตันเรือขนส่งสินค้า Aldous อยู่ค่ะ 
Raymond –  เร็วๆสิ .... เร็วหน่อย พี่

          Raymond –  เฮ้ยย !!  นี่มันตัวบ้าอะไรวะเนี่ย ...?

                     Laeticia – นี่นาย ! เอาดาบนี่ไปใช้!!

Raymond –  โว่ๆๆๆๆ
Albaird – อยากตายรึไง รีบจับอาวุธขึ้นมาเซ่ !!

Raymond –  ชั้นไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น แต่ใครให้ของขวัญมาก็ควรขอบคุณอ่ะนะ โอเค ไปลุยกัน !!

        ศัตรูตัวแรกของเกม Giga Toad สำหรับเรียนรู้ระบบการต่อสู้เบื้องต้น 

การใช้ Skill ต่างๆสำหรับโจมตี , การใช้ไอเทม ด้วยปุ่ม วงกลม / สี่เหลี่ยม / สามเหลี่ยม การใช้ท่าโจมตีต่างๆต้องใช้ค่า AP ประกอบการใช้งาน เกจ AP คือแถบสีเขียว ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 5 ช่อง นั่นแปลว่าโจมตีทำคอมโบได้ 5 ครั้ง เมื่อ AP หมดจะโจมตีไม่ได้ ต้องรอซักพักเพื่อรอให้ AP ฟื้นคืน 

เริ่มต้นใช้คอมโบพื้นฐาน ด้วยปุ่ม วงกลม / สี่เหลี่ยม / สามเหลี่ยม ในการกำจัด Giga Toad

Raymond –  ขอบคุณสำหรับดาบนั่นนะ ผมก็ไม่รู้จะทำไงถ้าคุณไม่เข้ามาช่วย
Albaird – หุบปาก!  นายเป็นใครกันแน่?
Raymond –  ถ้าชั้นบอกนายแล้วนายจะปล่อยชั้นไปใช่ป่ะ?
Albaird – ปล่อยนายไป หลังจากที่นายเพิ่งนั่งยานรุกล้ำประเทศของเราเนี่ยนะ? นายนี่มันโง่กว่าที่เห็นเยอะเลย
Raymond –  ดะ เดี๋ยวนะ รู้เรื่องกระสวยหนีภัยนี่ด้วย? ให้เดานะ พวกแกเป็นคนที่ยิงกระสวยหนีภัยเราตกใช่มั๊ย?

คอมพิวเตอร์ –อันโตนิโอ้ ลอว์เรนซ์ กัปตันเรือขนส่งสินค้า Aldous ติดต่อกลับมาแล้วค่ะ  
Albaird –
ห๊ะ!??


Antonio – Raymond!! นี่พี่เองนะ Antonio ได้ยินมั๊ย ตอบด้วย?
Albaird – กะแล้วว่าแกไม่ได้มาคนเดียวแน่นอน เปิดเผยตัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!
Antonio – ห๊ะ? นั่นแกเป็นใครกันวะ? ไม่ใช่ Raymond นี่?
Albaird – แกนั่นแหละ เปิดเผยตัวออกมาสิ!!
Antonio – นี่ไอ้บ้า! ถ้าแกบังอาจมาทำร้ายน้องชายชั้นแม้แต่ปลายเส้นผม ชั้นจะไประเบิดดาวแกให้เป็นจุลแน่ ได้ยินมั๊ย?  …. Raymond นายอยู่ไหน?

Laeticia – มันเป็นไปได้ยังไงเนี่ย? ทำไมได้ยินแต่เสียง ไม่เห็นมีคนอยู่เลยล่ะ?
Raymond – นี่ก็ถามใหญ่เลย ขอชั้นตอบเค้าก่อนได้มั๊ย?  เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทีหลัง สัญญาเลย
Laeticia – ก็ได้ 
Albaird – เจ้าหญิงครับ!!
Laeticia – เอาน่า ถ้าเขามีพลติดอาวุธซุ่มอยู่จริงเราคงตายไปนานแล้วล่ะ เชิญเลยค่ะ เซอร์ เรย์มอนด์ ลอว์เรนซ์ อย่าปล่อยให้สหายท่านรอนาน 

Raymond – โอ้ ...ขอบพระทัยฝ่าบาทกับ พ่อบ้านหรืออะไรซักอย่างนั่นด้วย และถ้าจะให้ดีก็ขอหลักฐานด้วยนะว่าพวกท่านไม่ได้ยิงยานของเราจริงๆ 
Albaird – แก !!!!
Laeticia – ได้สิ  ชั้นให้สัญญา แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คุณต้องบอกว่าคุณเป็นใครและ เรือเหาะพูดได้นั่นคืออะไรด้วยนะ  
Raymond – โอเค ได้เลย ดูเหมือนเราจะตกลงกันได้แล้วนะ เอาล่ะ เล่ามา

Raymond – Antonio นี่ชั้นเอง Raymond
Antonio – โล่งอก ...Ray นายโอเคนะ
Raymond – ไม่เป็นไร แต่ไม่รู้จะเรียก โอเค มั๊ย เราปะทะกับพวกสหพันธ์และยาน Ydas ของชั้นถูกสอยร่วงว่ะ 
Antonio – อะไรว่ะเนี่ย?
Raymond – ตอนนี้ชั้นลงจอดฉุกเฉินที่ดาวอะไรซักดวงที่เรียกว่า Aster IV คนที่นี่ก็เฟรนรี่ดีอ่ะนะ แล้วก้อ …. กำลังยืนฟังเราคุยกันอยู่เนี่ย .. Chole ตกลงซักแห่งนึงนี่แหละ แต่ไม่รู้ที่ไหนเพราะสัญญาณขาดหายไปเลย แล้วก็ เครื่องหมายคำถามใหญ่ๆเลย นายจะมาหาเราได้เมื่อไหร่ เราต้องการนายด่วนเลย

Laeticia – เซอร์ เรย์มอนด์ ... คุณ อันโตนิโอ้ 
Antonio – เฮ้ นั่นเสียงชาว Aster ที่เฟรนรี่ของนายใช่ป่ะ?
Laeticia – ชั้นขอให้คำมั่นว่า เรย์มอนด์ จะปลอดภัยในดินแดนแห่งนี้ โดยมีเงื่อนไขข้อเดียว คุณต้องตอบคำถามของชั้น พวกคุณเกี่ยวข้องกับ จักรวรรดิ Vey’l หรือเปล่า?
Raymond – ใครนะ?  ชั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้พวกที่ว่านั่นเป็นใคร?
Albaird – แกมันโกหกไอ้สาระเลวเอ้ยย !!
Laeticia –  Albaird!!  แล้ว สหายที่หายไปของคุณที่ว่า พอจะรู้มั๊ยว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน?

Raymond – ณ. ตอนนี้คือ ยังหาเบาะแสไม่ได้ เด็กสาวชื่อ Chloe นั่งอยู่ในกระสวยอีกลำ แล้วก็บู้มม !!! ติดต่อไม่ได้อีกเลย 
Laeticia –  แล้วยานแบบนี้ เป็นไปได้มั๊ยที่จะมีใครขับมันได้อีก?
Raymond – ได้ ก็น่าจะได้อ่ะนะ แต่ก็ เอ่อ พอดีน้ำผลไม้มันหมดก็เลยยังไปไหนไม่ได้ในตอนนี้อ่ะนะ

Laeticia –  งั้นก็หมายความว่า ถ้าเราหาน้ำผลไม้มาเพิ่มให้มันได้ เราก็จะใช้งานมันได้อีกครั้งใช่มั๊ย?
Raymond – เธอนี่เป็นคนที่ช่างสงสัยอยากรู้อยากเห็นไปซะหมดจริงๆเลยนะเนี่ย ...  นั่นไง ..กำลังพูดถึงอยู่พอดีเลย ..ก็ประมาณนั้น 


Albaird – บ้าไปแล้ว ...!
Laeticia – นั่นมัน สุดยอดไปเลยนะ 
Raymond – คอมพิวเตอร์ ช่วยตรวจสอบหน่อย นั่นใช่ยานที่ออกมาจาก Ydas หรือเปล่า แล้วใครอยู่ในนั้น?
คอมพิวเตอร์ – ใช่ค่ะ จากการตรวจสอบ กระสวนนั้นดีดตัวออกมาจาก Ydas แต่ไม่มีสัญญาณชีพของผู้โดยสาร 
Raymond – มันมีเมืองหรืออะไรที่อยู่ตรงแถวนั้นบ้างมั๊ยอ่ะ?

Albaird – เอ่อ ไม่ มันไม่ใช่เมือง ..ไม่ใช่ ..
Laeticia –  Astonishing ค่ะ
Albaird – มันเป็นแค่ ซากปรักหักพังแค่นั้นแหละ
Laeticia –   Albaird นายดูนี่สิ ?
 Albaird – ไม่เอาน่า ฝ่าบาท ..

Raymond – ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะ แล้วก็ เอ้อ คงต้องขอยืมเจ้าดาบนี่ซักพักก่อนนะ
Albaird – เสียใจด้วยเพื่อน แต่ไม่ได้อ่ะนะ 
Laeticia – พอเลย Albaird โบรารสถานนั้นอาจมีมอนสเตอร์ที่อันตรายอยู่ก็ได้ ...และ ชาวบ้านที่แสนเฟรนลี่ 2 คนนี้สามารถช่วยได้ด้วยนะ  
Albaird – บ้าไปกันใหญ่แล้ววว ...
Raymond – อ้า งั้นก็ขอบคุณมากๆเลย

Laeticia – คุณจะเรียกชั้นว่า Laeticia ก็ได้นะ ส่วนสุภาพบุรุษคนนี้ชื่อ Albaird ... พอเลย Albaird  เรามาที่นี่ก็เพื่อช่วยเขา จบนะ ?
Albaird – เฮ้ออ .. แล้วแต่เลย ...

Raymond – โย่ อันโตนิโอ้ ไว้ค่อยคุยกันใหม่ โอเคนะ ? ขอให้เราทั้งคู่โชคดี 
Antonio – รับทราบ ระวังตัวด้วยล่ะ 
Albaird – ห๊ะ??
Laeticia – ยานหายไปแล้ว ??

Raymond – แล้วก็ ชั้นจะอธิบายเรื่องเกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีนี่ให้พวกคุณฟังหลังจากลูกเรือของชั้นปลอดภัยหมดแล้ว โอเคนะ 
Laeticia – ตกลงค่ะ เราจะไปกันเลยใช่มั๊ย เรย์มอนด์?
Raymond – อะๆๆ ไม่เอาชื่อเต็ม เรียกแค่ เรย์ พอ
Laeticia – ก็ได้ ..เรย์ 
Raymond – เอาล่ะ ไปกันเถอะ


เรียนรู้การกลิ้งตัวหลบ 

ด้วยปุ่ม L1 + ปุ่มทิศทาง
ในขณะหลบหลีก จะอยู่ในสถานะคงกระพันช่วงขณะ 
ในขณะหลบหลีก การฟื้นคืน AP จะหยุด ฉะนั้นการกลิ้งหลบบ่อยๆนานๆอาจทำให้การโจมตีชะงักเพราะไม่มีค่า AP 

เรียนรู้การล็อกเป้าศัตรูที่จะโจมตี
กดแกนอนาล็อก R3 เพื่อล็อกเป้าหมายและกดอีกครั้งเพื่อปลดล็อกเป้าหมาย
ใช้ปุ่มทิศทาง ซ้าย – ขวา ในการเลือกเป้าหมาย 

เรียนรู้การสลับตัวละครในการใช้งาน
กดปุ่มทิศทาง บน –ล่าง เพื่อเปลี่ยนตัวละครที่จะบังคับ 


เรียนรู้การใช้งาน Stop Mode
เมื่อกดทัชเพด จะเข้าสู่ Stop Mode (หยุดเวลาระยะนึง)
-หากใช้ขณะเดินทาง จะเป็นการใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังชีวิต (ระดับ 2 ดาว) ในการฟื้นฟูพลังชีวิตให้ทุกคนในทีมแบบอัตโนมัติ (กดสี่เหลี่ยมเพื่อเริ่มฟื้นฟู HP และกด O เพื่อยกเลิกการฟื้นฟู HP) 
-หากใช้ขณะต่อสู้ คุณจะมีเวลาในการเลือกใช้ไอเทม (X) เปลี่ยนกลยุทธ (L1 – R1) , สลับตัวละคร (กดปุ่มทิศทาง บน –ล่าง)  และเลือกเป้าหมายการโจมตี 

เรียนรู้การ Level Up และอัพเกรด Skill ตัวละคร

เมื่อคุณกำจัดศัตรูจนได้ค่า Exp ในจำนวนที่กำหนดจะทำให้ตัวละครเลเวลอัพ ในทุกๆการเลเวลอัพ จะได้ค่า Skill Point หรือ SP เพื่อนไปใช้อัพเกรดความสามารถต่างๆในเมนู Skill Tree 

                                     SKILL TREE



                               Raymond SKILL TREE

                                                                 

Combat skills (สกิลสายต่อสู้) 

ไอค่อนรูปดาบไขว้ เป็นสกิลสำหรับเรียนรู้ท่าโจมตีต่างๆ  เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในชุดคอมโบในเมนู Chain Combo

1.Outrage 

ท่าโจมตีคอม 5 Hit Slash และ เตะ ที่ศัตรูไม่สามารถขัดจังหวะได้จนจบคอมโบ

2. Payback Time 

ท่าแทงมือเดียวด้วยความเร็วสูง สามารถยกเลิกการเตรียมใช้สกิลและเวทย์ของศัตรูได้ทันที

3.Fantasista 

ท่าพุ่งเข้าไปเตะต่ำ เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีศัตรูที่ตัวเล็กหรือเตี้ย 

4. Abyssal Gate

ท่าร่ายชาร์จสร้าง ออร่า สีแดงแล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่ศัตรู 

5. Cruel Buster 

ท่าโจมตีที่งัดศัตรูขึ้นแล้วเตะซ้ำ สร้างความเสียหายเพิ่มเติมถ้าศัตรูกระเด็นไปชนกำแพงหรือตกจากที่สูง

6. Brazen wave 

ยิงพลังคลื่นอัดกระแทกสีเขียวไปบนพื้น โดยคลื่นจะเลื่อยไปรอบๆพื้นที่


                                                          

                           Passive skills (สกิลติดตั้ง)  

 ไอค่อนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด สกิลชนิดนี้ เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในเมนู Passive skills ซึ่งสามารถถอดปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามประโยชน์ใช้งาน 

1. First Aid 

มีโอกาส(จำนวน %) ที่จะฟื้นฟู HP (จำนวน %) เมื่อถูกโจมตี 

** มีผลเมื่อใช้คู่กับสกิลลดความเสียหายจากการโจมตี (damage-reducing Skill)

2. Quick Usage 

ลดระยะเวลา(จำนวน %) การเตรียมใช้ไอเทมใน Stop Mode และ ทำให้ใช้ไอเทมได้เร็วขึ้นขณะใช้ท่า Chain Combo

3. Auto Healing 

ฟื้นฟู HP (จำนวน %) ระหว่างการต่อสู้เป็นระยะๆ

4. No Guard 

ทำให้ไม่เสียจังหวะขณะถูกศัตรูโจมตี หากเกิดความเสียหายต่ำกว่า(จำนวน %)ของ HP สูงสุด  

5. Magical Muscle 

เมื่อโจมตีเวทย์มนต์จนเกิด Critical hit พลังโจมตีทางกายภาพจะเพิ่มขึ้น (จำนวน %) เมื่อโจมตีตาม

6. Heavy Usage 

เพิ่มความรุนแรงของเอฟเฟคของไอเทมที่ใช้โจมตี (จำนวน %) 

7. Food Feeling 

เพิ่มโอกาส (จำนวน %)  ที่จะป้องกันไม่ให้เอฟเฟคของอาหารลดลง


                                                          

                     Active skills (สกิลติดตัว) 

ไอค่อนรูปลูกศรสามแฉก สกิลนี้เมื่อเรียนรู้แล้วจะติดตัวผู้ใช้ไปตลอด 

1. Leadership 

ช่วยเพิ่มค่า Guts (จำนวน % / จำนวนระยะเวลา ) ให้กับเพื่อนทุกคนขณะต่อสู้ยกเว้นผู้ใช้ 

เป็นสกิลที่มีประโยชน์เมื่อต้องสู้กับศัตรูที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางสเตตัสต่างๆ

2. All for One 

ค่า Ability หลักของเพื่อนจะเพิ่มขึ้น (จำนวน %) ตามสัดส่วนของเพื่อนทุกคนในการต่อสู้

3. intimidate 

ลดค่า ATK และ INT ของศัตรู (จำนวนเวลา) ที่อยู่ระยะไกลลงจนทำให้ศัตรูเกิดภาวะ เสียขวัญ

4. Berserk 

ลดค่าพลังป้องกันของผู้ใช้ลง (จำนวน % / จำนวนระยะเวลา ) แต่เพิ่มพลังโจมตีขึ้น (จำนวน % / จำนวนระยะเวลา ) ** ไม่สามารถใช้ร่วมกับ Passive skills : No Guard 

5. All in 

เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพและการโจมตีเวทย์ของผู้ใช้ (จำนวน % / จำนวนระยะเวลา ) เมื่อใช้การโจมตีด้วยคอมโบ



                                                     

                           Stat increases Skills 

สกิลสายเพิ่มสเตัสของตัวละคร 

รูปดาบ - ATK up (เพิ่มพลังโจมตี)

รูปโล่ - DEF up (เพิ่มพลังป้องกัน)

รูปมัดกล้าม - Guts up  (เพิ่มกำลัง)

รูปหัวใจ - HP up (เพิ่มพลังชีวิต)

รูปคฑา - INT up (เพิ่มพลังเวทย์)



                                                         

                         Resistance increases Skills 

สกิลเพิ่มความต้านทาน 

1.Weakness Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ อ่อนแอ

2. Scorched Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกเผาไหม้

3. Fire Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุไฟ

4. Earth Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุดิน 

5. Wind Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุลม 

6. Water Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุน้ำ 

7. Poison Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยพิษ

8. Confusion Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ มึนงง 

9. Freeze Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกแช่แข็ง



                            Laeticia SKILL TREE


                                                                   

Combat skills (สกิลสายต่อสู้) 

ไอค่อนรูปดาบไขว้ เป็นสกิลสำหรับเรียนรู้ท่าโจมตีต่างๆ  เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในชุดคอมโบในเมนู Chain Combo

1. Croix Gardien

ท่าตีลังกากลับหลังตวัดดาบเป็นรูปตัว X โจมตีใส่ศัตรู 

** ช่วงเริ่มใช้ท่า ผู้ใช้จะเป็นอมตะชั่วระยะสั้นๆ

2. Sceau de Vent

ทำให้ดาบติดสถานะธาตุลมช่วงขณะ ส่งผลกับศัตรูจำพวกเครื่องจักรและพืช 

3. Sceau de Terre 

ทำให้ดาบติดสถานะธาตุดินช่วงขณะ ส่งผลกับศัตรูจำพวกยักษ์และศัตรูที่บินได้

4. Sceau de Flamme  

ทำให้ดาบติดสถานะธาตุไฟช่วงขณะ ส่งผลกับศัตรูจำพวกสัตว์ป่า และ พวกที่มีร่างกายเป็นเหล็ก

5. Sceau de Glace

ทำให้ดาบติดสถานะธาตุน้ำแข็งช่วงขณะ ส่งผลกับศัตรูจำพวกสัตว์ป่า , พืช และ อันเดด

6. Ronde Mysterieuse 

นำดาบมาต่อกันแล้วปั่นหมุนจนเกิดเป็นพลังลมทอร์นาโดหมุนโจมตีใส่ศัตรู (ความรุนแรงขึ้นอยู่กับค่า INT ของผู้ใช้)

7. Grand Malheur 

ท่าแทงดาบด้วยมือเดียวใส่ศัตรู ท่านี้ไม่ทำให้ศัตรูกระเด็นแต่เป็นท่าที่ใช้กดดันได้ดีถ้าจัดใน Chain Combo ที่เหมาะสม 

8. Liberation du Gerbera 

การโจมตีด้วยท่าต่อเนื่องเป็นละลอก 

9. Mistral 

ท่าควงดาบหมุนโจมตีทำให้ศัตรูกระเด็นลอยขึ้นบนอากาศ เหมาะสำหรับท่าเริ่มต้นในการทำคอมโบกลางอากาศ

10. Supernova 

ทักษะดาบประจำราชวงศ์ (Royal Skill) ท่าคอมโบที่ฟาดฟันศัตรูด้วยท่าต่อเนื่องที่รุนแรง


                                                                

                           Passive skills (สกิลติดตั้ง)  

 ไอค่อนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด สกิลชนิดนี้ เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในเมนู Passive skills ซึ่งสามารถถอดปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามประโยชน์ใช้งาน 

1.Determined Princess 

เพื่อนในปารตี้ทั้งหมดได้ Exp เพิ่ม 130% จากการต่อสู้

แต่ผู้ใช้ DEF ลด 50% และ GUTS ลด 50%

2.Stylish Dreamboat 

เพิ่มเอฟเฟคของเกราะที่ใส่ 30%

3. Auto Healing 

ฟื้นฟู HP (จำนวน %) ระหว่างการต่อสู้เป็นระยะๆ

4. First Aid 

มีโอกาส 12%  ที่จะฟื้นฟู HP 20 % เมื่อถูกโจมตี 

** มีผลเมื่อใช้คู่กับสกิลลดความเสียหายจากการโจมตี (damage-reducing Skill)

5. Clever Fighter 

ค่า INT จะลดลง 50% แล้วไปเพิ่มให้ค่า  ATK ชั่วคราว เมื่อโจมตีติด Critical hit 

6. Extend Dodge 

ขยายระยะเวลาการเป็นอมตะเมื่อหลบ 6 ครั้งต่อ 60 วินาที

7. Heavy Usage 

เพิ่มความรุนแรงของเอฟเฟคของไอเทมที่ใช้โจมตีอีก 20 %  

8. Quick Usage 

ลดระยะเวลาการเตรียมใช้ไอเทมใน Stop Mode ลง 45 % และ ทำให้ใช้ไอเทมได้เร็วขึ้นขณะใช้ท่า Chain Combo


                                                              

                     Active skills (สกิลติดตัว) 

ไอค่อนรูปลูกศรสามแฉก สกิลนี้เมื่อเรียนรู้แล้วจะติดตัวผู้ใช้ไปตลอด 

1. Purification 

รักษาอาการผิดปกติทั้งหมดให้ผู้ใช้ (แต่รักษาเพื่อนในปารตี้ไม่ได้)

2. Vampire Weaponry 

ดูดซับความเสียหายจากการถูกโจมตีแทนเพื่อนทุกคน 5 % เป็นเวลา 10 วินาที 

หากในกรณีเป้าหมายติดสถานะ ตาบอด อัตราการโจมตีที่บังคับโดย A.I จะรุนแรงขึ้น

3. Vitality Drive 

เพิ่มค่าสเตตัสให้ผู้ใช้

DEF เพิ่มขึ้น 23% เป็นเวลา 10 วินาที
GUTS เพิ่มขึ้น 23% เป็นเวลา 10 วินาที

5. All in 

เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพและการโจมตีเวทย์ของผู้ใช้ 50 % เป็นเวลา 2 วินาที เมื่อใช้การโจมตีด้วยคอมโบ

6. One for All

เพิ่มค่า Ability หลักของเพื่อนทุกคน 20% ตามสัดส่วนของค่า Ability ของผู้ใช้ 


                                                           

                           Stat increases Skills 

สกิลสายเพิ่มสเตัสของตัวละคร 

รูปดาบ - ATK up (เพิ่มพลังโจมตี)

รูปโล่ - DEF up (เพิ่มพลังป้องกัน)

รูปมัดกล้าม - Guts up  (เพิ่มกำลัง)

รูปหัวใจ - HP up (เพิ่มพลังชีวิต)

รูปคฑา - INT up (เพิ่มพลังเวทย์)


                                                              

                         Resistance increases Skills 

สกิลเพิ่มความต้านทาน 

1.Weakness Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ อ่อนแอ

2. Scorched Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกเผาไหม้

3. Fire Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุไฟ

4. Earth Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุดิน 

5. Wind Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุลม 

6. Water Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุน้ำ 

7. Poison Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยพิษ

8. Confusion Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ มึนงง 

9. Freeze Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกแช่แข็ง


                                   Albaird SKILL TREE

                                                                    

Combat skills (สกิลสายต่อสู้) 

ไอค่อนรูปดาบไขว้ เป็นสกิลสำหรับเรียนรู้ท่าโจมตีต่างๆ  เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในชุดคอมโบในเมนู Chain Combo

1. Shadow Remnants

สร้างจักรโคจรรอบตัว เหวี่ยงฟาดศัตรูที่เข้ามาใกล้ สร้างสูงสุดได้ 4 อันเมื่ออัพ semiomancy (พลังเวทย์มนต์)

2. Fireball

เวทย์สร้างกระสุนเพลิงยิงใส่ศัตรู

3. Ice Sword

เวทย์สร้างแท่งกระสุนน้ำแข็งยิงใส่ศัตรู

4. Demon Gate

เวทย์สร้างลูกแก้วแรงโน้มถ่วงดึงศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงมารวมกัน ทำให้พวกมันขยับไม่ได้จนกลายเป็นเป้านิ่ง 

5. Barrier

สร้างบาเรียป้องกันการโจมตีของศัตรู (ป้องกันได้ไม่หมดทุกอย่าง)

6. Peerless Guillotine 

เขวี้ยงกงจักรสังหาร (flying guillotine) จำนวนมากโจมตีใส่ศัตรู 

7. Ikaruga

ขว้างกงจักรสังหารขนาดใหญ่แล้วจะแตกเป็นกงจักรเล็กโดนศัตรูที่อยู่รอบๆอย่างทั่วถึง


                                                               

                           Passive skills (สกิลติดตั้ง)  

 ไอค่อนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด สกิลชนิดนี้ เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในเมนู Passive skills ซึ่งสามารถถอดปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามประโยชน์ใช้งาน 

1. Extend Dodge 

ขยายระยะเวลาการเป็นอมตะเมื่อหลบ 6 ครั้งต่อ 60 วินาที

2. Rainy Day Fund

ได้รับ Fol จากการต่อสู้มากขึ้น 20%

3. First Aid 

มีโอกาส 12%  ที่จะฟื้นฟู HP 20 % เมื่อถูกโจมตี 

** มีผลเมื่อใช้คู่กับสกิลลดความเสียหายจากการโจมตี (damage-reducing Skill)

4. LongerPunishment 

เพิ่มระยะเวลาเอฟเฟคสเตตัสผิดปกติที่คุณสร้างขึ้นอีก 20 % 

5. Quick Usage 

ลดระยะเวลาการเตรียมใช้ไอเทมใน Stop Mode ลง 45 % และ ทำให้ใช้ไอเทมได้เร็วขึ้นขณะใช้ท่า Chain Combo

6. Heavy Usage 

เพิ่มความรุนแรงของเอฟเฟคของไอเทมที่ใช้โจมตีอีก 20 %  

7. Weapon Expert 

เพิ่มผลของเอฟเฟคที่ติดอยู่กับอาวุธอีก 30%


                                                         

                     Active skills (สกิลติดตัว) 

ไอค่อนรูปลูกศรสามแฉก สกิลนี้เมื่อเรียนรู้แล้วจะติดตัวผู้ใช้ไปตลอด 

1. Shadow Blind 

มีโอกาสเกิด MVSPD 40% เป็นเวลา 10 วินาที 

ลดความเร็วศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อช่วยให้คุณรักษาระยะห่างและมีเวลาโฟกัสได้นานขึ้น

2. Spring of Wisdom

เพิ่มสเตตัส INT 50% ให้กับผู้ใช้ 10 วินาที แต่มีโอกาสที่ทำให้ GUTS ลดลง 30% เป็นเวลา 10 วินาที 

3. Vitality Drive 

เพิ่มค่าสเตตัสให้ผู้ใช้

DEF เพิ่มขึ้น 23% เป็นเวลา 10 วินาที
GUTS เพิ่มขึ้น 23% เป็นเวลา 10 วินาที

4. Hide 

ทำให้ผู้ใช้อยู่ในสถานะล่องหน ไม่เป็นเป้าของศัตรูในการต่อสู้ 10 วินาที

** แต่ถ้าถูกโจมตีจะยกเลิกเอฟเฟคนี้ทันที
** ไม่สามารถใช้ได้เมื่ออยู่คนเดียวในฉากต่อสู้ 

5. Purging 

เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ (MVSPD) 50% เป็นเวลา 10 วินาที
แต่มีโอกาสที่ค่าสเตตัส DEF จะลดลง 15% เป็นเวลา 10 วินาที


                                                         

                           Stat increases Skills 

รูปดาบ - ATK up (เพิ่มพลังโจมตี)

รูปโล่ - DEF up (เพิ่มพลังป้องกัน)

รูปมัดกล้าม - Guts up  (เพิ่มกำลัง)

รูปหัวใจ - HP up (เพิ่มพลังชีวิต)

รูปคฑา - INT up (เพิ่มพลังเวทย์)


                                                              

                         Resistance increases Skills 

1.Weakness Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ อ่อนแอ

2. Scorched Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกเผาไหม้

3. Fire Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุไฟ

4. Earth Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุดิน 

5. Wind Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุลม 

6. Water Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุน้ำ 

7. Poison Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยพิษ

8. Confusion Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ มึนงง 

9. Freeze Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกแช่แข็ง


-------------------------------------------------------------------------

หลังจากกัปตัน เรย์มอนด์ จำต้องเดินทางร่วมกับเจ้าหญิง เลติเซีย และ อัลแบร์ด ผู้ติดตาม ภายใต้ข้อตกลงเพื่อ การตามหาลูกเรือที่หายไป แลกกับ ความอยากรู้อยากเห็นในวิทยาการของ เจ้าหญิง เลติเซีย

เป้าหมายแรกคือมุ่งหน้าไปยังจุดตกของกระสวยหนีภัยลำสุดท้ายที่เพิ่งออกมาจากยานที่ตรงไปยังตำแหน่งของโบราณสถาน Mhedume Ruin ที่ Raymond แอบหวังไว้ในใจว่าข้างในจะเป็น Elena ที่หนีตามมาได้สำเร็จ

โดยต้องเดินทางจาก Larcasse Weald ไปจนถึงทางเข้า โบราณสถาน Mhedume Ruin  แต่จะไม่สามารถโดดข้ามซากปรักหักพังของบันไดทางขึ้นได้

จากนั้นมองไปยังฝั่งตรงข้ามกับทางขึ้น จะพบซากบันไดอีกด้านที่มีหินกองอยู่พอที่จะโดดปีนขึ้นไปได้ ตามทางเดินด้านบนจะมีทางไปจนถึงทางเข้า โบราณสถาน Mhedume Ruin ได้ 

                                   Mhedume Ruin

เข้ามาด้านในโบราณสถาน Mhedume Ruin  แล้วก็มุ่งหน้าเข้าไปที่บันไดแล้วขึ้นไปจนถึงด้านบนสุดก็จะพบประตูเข้าไปในวิหารที่มีซากของกระสวยหนีภัยจอดอยู่

                Raymond – ได้โปรดๆๆๆ ขอให้ปลอดภัยด้วยเถอะ!

Raymond – นี่ล้อกันเล่นใช่มั๊ยเนี่ย?
Albaird – มันคืออะไรหรอครับ?   
                

Raymond – Elena .. ทำไม? 
Albaird – Ray ..
Raymond – ทำไมต้องมาเล่นบทฮีโร่บ้าๆแบบนี้ด้วย ทำไม ทำไมถึงไม่นั่งไอ้กระสวยบ้านี่หนีออกมาซะ!!?  .... กัปตันอย่างชั้นนี่มัน ....


D.U.M.A – อุปกรณ์ D.U.M.A รุ่น 004213 กำลังเปิดใช้งาน ยืนยัน มีสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการปกป้อง 

Raymond – โว่ ไอ้เจ้านี่มันอะไรวะเนี่ย?
D.U.M.A – คำเตือน คำเตือน! ระบุวัตถุกำลังใกล้เข้ามาอย่างไม่เป็นมิตร เริ่มเปิดโหมด ปกป้อง เดี๋ยวนี้!

Albaird – ฝ่าบาท ไม่เป็นอะไรนะครับ!?
Laeticia – เอ่อ ..คิดว่าไม่นะ แต่ นี่มันอะไรกันเนี่ย?


Raymond –
เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลัง ขอจัดการแขกที่ไม่ได้รับเชิญนี่ก่อน


                             D.U.M.A – Based Combat 

                เรียนรู้การใช้งาน D.U.M.A ในการต่อสู้ 

กด R1 เปิดใช้งานโหมดต่อสู้ กด R1 ค้างเพื่อสแตนบาย บาเรีย จะถูกเปิดออกเพื่อปกป้องการโจมตีระยะประชิดของศัตรู เรดาห์ทรงกลมจะปรากฎให้เห็นและเคลื่อนที่ไปมา แสดงเป็นตำแหน่งและสถานะของศัตรู 

ถ้าเรดาห์เป็นสีเหลือง แสดงว่า ศัตรูเห็นว่าเรากำลังโจมตีมันอยู่
ถ้าเรดาห์เป็นสีแดง แสดงว่า ศัตรูกำลังพุ่งเป้ามาโจมตี

จากนั้นระบบจะล็อคศัตรูที่ใกล้ที่สุดอัตโนมัติ จากนั้นปล่อยปุ่ม R1 จะพุ่งโจมตีไปที่ศัตรูที่ล็อกออนไว้ด้วยความเร็วสูงเรียกว่า Vanguard Assault หรือ VA 

นอกจากนี้ท่า VA ยังสามารถใช้แกนอนาล็อกซ้ายเลื่อนซ้าย – ขวา - บน เพื่อหลบหลีกการโจมตีของศัตรูได้ เรียกว่าท่า VA rush โดยการใช้ท่านี้จะทำให้ศัตรูมองไม่เห็นตำแหน่งของคุณก่อนโดนโจมตี การโจมตีโดยศัตรูมองไม่เห็นในทุกกรณีจะเรียกว่า Blindside Attack 

การโจมตีแบบ Blindside นั้นจะทำให้ศัตรูอ่อนแอและเคลื่อนไหวไม่ได้ชั่วขณะ และการทำ Blindside กับศัตรูสำเร็จจะทำให้เกจ AP ของคุณยาวขึ้นเรื่อยๆ นั่นส่งผลให้สามารถทำคอมโบได้มากขึ้นนั่นเอง 

Surprise Attack   อีกหนึ่งการโจมตีโดยใช้ท่า VA Charge (กด R1 แล้วปล่อย) คือการโจมตีแบบไม่ให้ศัตรูตั้งตัว (ซึ่งแตกต่างกับการโจมตีแบบ Blindside ที่เห็นแล้วว่าพุ่งมา แล้วเปลี่ยนทิศทางจนหาไม่เจอจนถูกโจมตี) เมื่อโจมตีแบบไม่ให้ศัตรูตั้งตัว ตัวศัตรูจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขยับไม่ได้ชั่วขณะ อ่อนแอลง ถ้าโจมตีมันต่อด้วย Chain Combo จนครบเซ็ต จะได้รับโบนัสเป็น Chain Count  หรือ ถ้ากำจัดมันได้ตอนยังคงสถานะตัวเหลืองอยู่ก็มีโอกาสจะได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มเติมหลังจบการต่อสู้อีก 

การใช้โหมดโจมตีด้วย Vanguard Assault นั้นจำเป็นต้องใช้ค่า VA Gauge เกจสีฟ้าใต้เกจ AP เมื่อใช้งานจน VA Gauge หมด จะไม่สามารถใช้งาน โจมตีด้วย Vanguard Assault ต้องโจมตีศัตรูแบบปกติ เกจ VA ก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นมาจนเต็มอีกครั้ง

                               BOSS – U.D. Hercules 

การต่อสู้กับศัตรูขนาดใหญ่ บางตัวจะมีจุดที่สามารถโจมตีได้หลายจุด เช่น ลำตัว , หาง หรือ หัว เป็นต้น โดยแต่ละจุดจะสร้างความเสียหายหรือผลกระทบกับศัตรูแตกต่างกัน 

ในกรณีโจมตีด้วยท่า VA นั้น สามารถใช้ปุ่มทิศทาง ซ้าย – ขวา เพื่อโจมตีส่วนบนของศัตรูได้ 

และแน่นอนว่า ไม่ใช่แค่ Raymond คนเดียวที่สามารถใช้ D.U.M.A ในการต่อสู้ได้ เมื่อคุณสลับไปบังคับตัวละครอื่นในปาร์ตี้ พวกเขาก็สามารถใช้ D.U.M.A ได้ด้วยเช่นกัน 

Raymond – เอาจริงดิ ? ไอ้นี่มันอะไรวะเนี่ย?
Albaird – อ้าว ชั้นก็นึกว่าของนายนะเนี่ย?
Raymond – ดูเหมือนชั้นต้องดูแลมันมากกว่าเป็นของอ่ะนะ เฮ้ D.U.M.A ใช่มั๊ย? แล้ว สรุป ข้อตกลงของนายคือยังไง? … เอา อย่ามาเชิดใส่กันแบบนี้สิเว้ย ! 

Laeticia – ทำไมเขาดูน่ามหัศจรรย์มาก บอกชั้นหน่อย นี่คือ semiomancy  (เวทย์มนต์) รูปแบบใหม่หรอคะ?
Raymond – semiomancy? คำๆนี้อีกแล้ว ตกลงมันคือสัญลักษณ์ หรืออะไรในสังคมของคุณงั้นหรอ? 
Laeticia – สัญลักษณ์ หรอ?
Raymond – เอ่อ ช่างมันเถอะ ... แต่ยังไงก็ขอบคุณคุณทั้งคู่มากๆนะที่ช่วยตามหาเจ้านี่จนเจอ แล้วก็ ดาบ นี่ชั้นคืนให้เลยก็แล้วกัน 

Laeticia – แล้วพอเราแยกกันแล้ว คุณจะทำไงต่อล่ะ?
Raymond – ก็ต้องพยายามหาลูกเรือชั้นให้เจอให้หมดอ่ะนะ 
Laeticia – ที่นี่มันกว้างมากเลยนะ แล้วคุณจะทำไงเรื่องที่พัก เรื่องอาหาร? จะเอาตัวรอดได้ยังไง? แล้วถ้าเพื่อนคุณอยู่อีกฟากของทะเล คุณจะไปช่วยยังไง ว่ายน้ำไปงั้นหรอ? 
Raymond –
  .......... 


Laeticia –
เพราะงั้น ชั้นถึงมีข้อเสนอให้คุณไงเรย์ ช่วยเราในเรื่องการเดินทางของเรา แล้วเราก็จะช่วยคุณตามหาเพื่อนทุกคนจนเจอ
Raymond –  แน่ใจนะว่านั่นคือความคิดที่ฉลาดแล้ว เธอรู้จักชั้นแค่ชื่อเท่านั้นเองนะ 
Laeticia – งั้นเราก็มาทำความรู้จักกันใหม่ เพราะการเรียนรู้เรื่องของอีกฝ่ายเป็นประโยชน์กับเราทั้งสองฝ่ายแน่นอน 
Albaird – แต่ ฝ่าบาท ..
Laeticia – Albaird  ถ้าเรย์เขาตกลงตามนี้ เขาจะอยู่ในการดูแลของชั้น และชั้นพร้อมจะรับผิดชอบกับผลที่ตามมาเอง 

Laeticia – ชั้นขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยก็แล้วกัน ชั้น Laeticia Aucerius มกุฎราชกุมารีแห่ง Aucerius และนี่คือ Albaird Bergholm เป็น มหาดเล็ก ของชั้น 
Raymond –  โอ้ ตายล่ะ ผมนึกว่าเขาล้อเล่นตอนเรียกคุณว่า ฝ่าบาท 
Laeticia – นี่คุณหาว่าเราโกหกงั้นหรอ?
Raymond –  ก็จริง เอาจริงๆ ถ้าคุณจะโกหกก็คงเรียกเป็นอย่างอื่นมากกว่าอ่ะนะ 
Laeticia – ฮ่าๆ ใช่เลย เอาล่ะ ไม่ไกลจากโบราณสถานนี่มีหมู่บ้านๆนึงชื่อ Larcette เราจะหาเวลาเงียบๆคุยกันที่นั่น 

 Raymond –  โอเค งั้นชั้นคง ต้องยืมดาบนี่ต่ออีกหน่อยก็แล้วกันนะ

Laeticia – เชิญเลยค่ะ ซึ่งมันจะเป็นสัญลักษณ์การไว้วางใจที่พวกเรามอบให้คุณก็แล้วกัน


                          Main Story : D.U.M.A

หลังจากที่ Raymond ต้องพบความผิดหวัง จากการที่กระสวยหนีภัยที่ตกลงมาในซากปรักหักพังนั้น ไม่ใช่ Elena ที่หนีจากยานตามมา แต่มันบรรทุก D.U.M.A. อุปกรณ์ซึ่งเป็นสินค้าที่ Ydas กำลังขนส่งอยู่ และ ดูเหมือนจะถือว่าเรย์มอนด์ถือว่ามันเป็นสิ่งที่เขาต้องปกป้อง ในขณะที่เขาต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาลูกเรือที่หายตัวไปต่อ โดยมี เลติเซีย เจ้าหญิงแห่งอาณาจักร Aucerius เสนอตัวที่จะให้ความช่วยเหลือ และเสนอให้มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้าน Larchette เพื่อหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว


ตอนนี้ เมื่อได้รับ D.U.M.A ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือในการเดินทางและการต่อสู้ที่ Elena ทิ้งไว้ให้ มาแล้ว จะทำให้การค้นหาสิ่งต่างๆระหว่างการเดินทางและการต่อสู้สนุก เร้าใจ และหลากหลายมากขึ้น พร้อมกับเมนูสเตตัสใหม่ที่ต้องเรียนรู้

                                 D.U.M.A Menu 


Assign D.U.M.A Skill (สำหรับติดตั้งทักษะให้ D.U.M.A )

1. D.U.M.A Skill Field
ประกอบด้วย 1 ช่องสวมใส่ Skill 

2. D.U.M.A Skill Battle 
ประกอบด้วย 3 ช่องสวมใส่ Skill

โดย Skill ต่างๆของ D.U.M.A สำหรับใส่ใน ช่องสวมใส่ Skill นี้ สามารถเรียนรู้และอัพเกรดได้จากเมนู Strengthen D.U.M.A


Strengthen D.U.M.A (ทักษะ สำหรับ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ D.U.M.A)

1.D.U.M.A Skill Field
Skill Type Strengthen Auxiliary Performance (เสริมสร้างฟังก์ชั่นตัวช่วยเพิ่มสมรรถนะ) 
-Extend Scan (ขยายขอบเขตการสแกนค้นหาของ D.U.M.A)
- Silencer (ลดระยะการตรวจจับฝีเท้าจากศัตรู)
2. D.U.M.A Skill Battle
Skill Type Strengthen Base Performance (เสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐาน) 
- Guardian เมื่อบล็อกด้วยโล่ จะสูญเสียเกจ VA น้อยลง (จำนวน% ตามเลเวล)
- Strike Gain เพิ่มจำนวนเกจ (จำนวน% ตามเลเวล) เมื่อโจมตีบนพื้น 
- Reduce Assault เมื่อใช้การเปลี่ยนทิศทางการโจมตีจนเกิด Blindside จะสูญเสียเกจ VA น้อยลง (จำนวน% ตามเลเวล)
- Extend Stun Lock ขยายระยะเวลาการเกิด Blindside ของศัตรูให้นานขึ้น   (จำนวน% ตามเลเวล)
- Evasion Gain เมื่อทำการหลบได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะได้รับ เกจ VA เพิ่ม (จำนวน% ตามเลเวล)


การอัพเกรด Skill ของ D.U.M.A นั้นจำเป็นต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า D.U.M.A PTS หรือ DP ซึ่งเป็นผลึกสีส้มที่พบได้ตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งแบบตามพื้นในแบบปกติและในที่ที่เข้าถึงได้ยาก 


การใช้งาน D.U.M.A ในการโจมตีศัตรูนั้นจะกระทำผ่านทักษะการต่อสู้ของตัวละครด้วย เรียกว่า Synchro Skill ซึ่งสามารถอัพเกรดได้ผ่านเมนู
Party > Check & Strengthen Skill > Synchro Skill ประกอบด้วยท่า VA attack ของตัวละคร ( 3 ตัวแรก ในตอนนี้) คือ

Jet Daredevil  [VA attack ของ Raymond ]
Avant Charge [VA attack ของ Laeticia]
Severing Vortex [VA attack ของ Albaird]

การอัพเกรดจะทำให้ท่า VA attack (กด R1 แล้วปล่อย) ของแต่ละตัวละครพัฒนาขึ้นทั้งความแรง ระยะการโจมตี และอื่นๆ โดยการอัพเกรดก็ต้องใช้ค่า SP เหมือนกับอัพเกรด Skill 

                 
ระหว่างการเดินทางจากพื้นที่ Larcasse Weald ไปยัง หมู่บ้าน Larchette ในเขตพื้นที่ Larchette นั้น สามารถใช้โหมด FREE VA บินไปตามจุดต่างๆเพื่อตามเก็บ ผลึก DP , หีบสมบัติต่างๆที่เคยไปไม่ถึง


การ Scan พื้นที่ ด้วยปุ่ม L2 ค้าง เพื่อหาตำแหน่งหีบสมบัติ โดยจะแสดงทิศทางในวงแหวนเป็นแถบสีเขียว ซึ่งเมื่อพบตำแหน่งของหีบสมบัติแล้วตัวสแกนจะแจ้งเตือนเป็นวงกลมสีเหลืองในทิศทางที่มีหีบสมบัติ ซึ่งจะสามารถดูจากแผนที่ได้เลย มันจะมีตำแหน่งระบุขึ้นมาให้


หลังจากได้เพื่อนร่วมทางแล้ว จะสามารถใช้งานคำสั่ง Tactic ที่อยู่ใน Stop Mode ได้ โดยจะมีการสั่งการรูปแบบการต่อสู้ให้เพื่อนๆเบื้องต้นได้ดังนี้

Free-From = ให้พรรคพวกใช้วิจารณญาณการต่อสู้ของตัวเอง 
Maintain Focus = ให้พรรคพวกโจมตีเป้าหมายเดียวกับตัวละครที่บังคับ
Split Focus = ให้พรรคพวกโจมตีเป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายที่ตัวละครที่บังคับกำลังโจมตีอยู่


จากนั้นก็เดินทางกลับไปยัง Larcasse Weald แล้วลงใต้ต่อเพื่อไปยังพื้นที่ Larchette ระหว่างทาง Raymond ก็อดไม่ได้ที่จะติดต่อกลับไปหาพี่ชายอีกครั้งเพื่ออัพเดทสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป 


Raymond – Antonio ทราบแล้วเปลี่ยน? นายได้ยินชั้นมั๊ย?
Antonio – ได้ยินชัดเจนเรย์ แล้วในกระสวยมีใครในนั้นรึเปล่า?
Raymond – ไม่มีเลย มันเป็นสินค้าที่ Elena ส่งลงมาก่อนยาน Ydas จะตก
Antonio – เดี๋ยวนะ แล้วสรุปว่าเธอดีดตัวออกมารึเปล่าเนี่ย? ถ้างั้นเธอก็
Raymond – ชั้นไม่อยากจะได้ยินอะไรแบบนั้นตอนนี้หรอกนะ โอเค๊? ในฐานะกัปตัน ชั้นก็อยากให้ลูกเรือทุกคนปลอดภัย และตอนนี้ชั้นกำลังออกตามหา Chloe กับ 2 คนเมื่อวาน 
Antonio – แล้วนายเชื่อใจพวกเขาได้แน่นะ?


Raymond – มันสำคัญด้วยหรอ? ตอนนี้ชั้นต้องการพวกเขา ไม่รู้ว่าเชื่อใจได้มั๊ย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ดูมีเหตุผล และพวกเขาช่วยชีวิตชั้นไว้ นั่นก็น่าจะพอแล้วสำหรับชั้น

Antonio – ก็ได้ เอาล่ะ ชั้นจะรีบไปหานายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย
Raymond – อืมม บอกพ่อด้วยว่า อย่าเพิ่งเสียเซลล่ะ เข้าใจนะ?
Antonio – สายไปและ อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่านายเลือกที่จะโทรมาขอให้ชั้นช่วย แทนที่จะเป็นเขาอ่ะนะ 
Raymond – ฮ่าๆ พ่อแม่ก็เงี้ยแหละ
Antonio – ก่อนนายจะไป ชั้นขอคุยกับสองคนนั้นหน่อยสิ
Raymond – เฮ้ นี่ พวกนาย คือ แบบ พี่ชายชั้นอยากจะคุยด้วยอ่ะ

Laeticia – ค๊ะ? 
Antonio – เอ่อ เมื่อวาน คือแบบ ผมเสียใจนะที่พูดไม่ดีกับพวกคุณไปอ่ะครับ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ขอโทษด้วยตัวเอง จริงๆแล้วผมชอบทำแบบนั้นมากกว่า เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันใหม่นะ  ผมชื่อ Antonio Lawrence เป็นพี่ชายของ Raymond 
Laeticia – เซอร์ Antonio ชั้นเจ้าหญิง Aucerius และคนที่มากับชั้นคือ 
Albaird – เอ่อ ผม Albaird Bergholm ครับ 


Antonio – โอเค คุณ Laeticia และคุณ Albaird … ผมมั่นใจว่า Raymond อาจจะดูเป็นคนแปลกๆสำหรับพวกคุณ แต่ได้โปรด ช่วยดูแลน้องชายผมให้หน่อย ครอบครัวลอว์เรนซ์ของเรามาจากตระกูลพ่อค้าที่มีชื่อเสียง พวกเราจ่ายหนี้ที่เราติดค้างเสมอ 


Laeticia – คุณไม่ต้องกลัวไปหรอกนะคะ พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้น้องชายคุณปลอดภัย 
Antonio – ขอบคุณมากๆครับ ... เรย์แกก็อย่าทำตัวน่ารำคาญกับเพื่อนใหม่ของนายให้มากนักล่ะ? ขอให้โชคดีทุกคน 


Laeticia – พี่ชายนายนี่น่ารักดีนะ
Raymond – ก็คงงั้น .. แต่ก็ไม่ต้องมาดูแลเหมือนชั้นเป็นเด็กล่ะ
Laeticia – ฮ่าๆๆ
Raymond – ชั้นไม่สนอะไรแล้วตอนนี้ อยากนอนบนเตียงนิ่มๆเต็มทีแล้ว  ไปกันต่อเถอะ!
Laeticia – ได้เลย เดี๋ยวพวกเรานำทางไปเอง 


                               Larchette Region


เมื่อลงใต้จากเขต Larcasse Weald ก็จะเข้ามาที่เขตพื้นที่ Larchette เป้าหมายคือหมู่บ้าน Larchette ทางตะวันตกของแผนที่ 

แต่ก่อนเข้าไป มีเวลาพอที่จะจัดการศัตรูเก็บเลเวล ค้นหา ผลึก DP และหีบสมบัติต่างๆในพื้นที่ก่อน   


และหากสแกนค้นหาดีๆ D.U.M.A จะสามารถตรวจจับสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้ และเมื่อตามพิกัดไปจนพบก็จะเจอเจ้า กระต่ายน้อย (Mini-Bunny)


เจ้า กระต่ายน้อย (Mini-Bunny) ที่จับได้อาจต้องพามันไปไว้ที่สถานที่พิเศษซักแห่ง ซึ่งไม่ทราบตอนนี้ 



                                  Larchette Village


Laeticia – คุณน่าจะเหนื่อยเต็มที่แล้ว เราไปพักโรงแรมกันเลยดีมั๊ย?
Albaird – โรงแรมน่าจะเป็นอาคารหลังใหญ่ทางเหนือของหมู่บ้านนั่นไง
Raymond – คิดว่าเราควรซ่อนไอ้เจ้า D.U.M.A เอาไว้ก่อนมั๊ย กลัวจะเป็นที่จับตามมองอ่ะ
D.U.M.A -  ........ !!
Laeticia – ชั้นว่าไม่ต้องหรอก เพราะมันเหมือนกับลูก Semiomancer Orb ของที่นี่ ลองดูของชายคนนั้นสิ 
Raymond – Semiomancer Orb หรอ?  เอางั้นก็ได้
Laeticia –  อีกอย่าง ชั้นจัดลำดับความสำคัญที่เราควรจะทำแล้ว อย่างแรกคือ เราต้องพักผ่อนก่อนเลย อย่างอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากัน 

ก่อนเลือกเข้าพักจะมีอาหารมื้อค่ำให้เลือกด้วย ซึ่งอาหารแต่ละอย่างก็มีเอฟเฟคหลังกินที่จะส่งผลในการต่อสู้ไม่เหมือนกัน 


เช่น เมนู Custard Pie ของโปรดของ Albaird ซึ่งจะมีเอฟเฟคที่ทำให้มีโอกาสที่จะถูกโจมตีแล้วเสียหลักน้อยลง 150% เป็นต้น 


Raymond – อ่า... อาหารมื้อนี้ทำให้รู้สึกคุ้มจริงๆที่ยังมีชีวิตอยู่ เอาล่ะ มาเริ่มคุยแบบจริงๆจังๆกันได้เลย 
Laeticia –  อย่างแรกเลย คุณมาจากไหน?
Raymond – ถ้ารู้สึกว่าชั้นพูดจาอะไรแปลกๆออกไปก็อย่าว่ากันอ่ะ  ชั้นมาจากโลกอีกโลกนึง จากอีกกาแล็กซี่ที่ไกลแสนไกล 
Laeticia –   จากโลกอื่นหรอ?
Albaird – กะ ..กาแล็กซี่?


Raymond – มันก็เหมือนพวกคุณข้ามภูเขามาเจอหมู่บ้านนี้ หรือ ข้ามทะเลไปยังอีกที่นึงอ่ะ ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าคุณบินได้สูงมากพอ คุณก็จะบินข้ามทะเลดวงดาวไปยังอีกโลกนึงได้ 
Laeticia –  เหมือนเป็นดวงดาวหรอ? แล้วดวงดาวที่เป็นบ้านคุณเรียกว่าอะไรล่ะ?


Raymond – โว้ เดี๋ยวก่อน มันเป็นแค่ดาวเคราะห์ดวงนึง ไม่ใช่ดวงดาว และ คุณมองไม่เห็นมันจากที่นี่หรอก 
Albaird – อืมม ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อนเลยล่ะ?
Raymond – เพราะคนบนดาวของคุณจะยังไม่เรียนรู้เรื่องพวกนี้อย่างน้อยก็อีกสองสามร้อยปีเลยอ่ะนะ


Raymond – งานของผมคือ ขนส่งสินค้าระหว่างดาวเคราะห์ต่างๆ และก็อย่างที่รู้ สินค้านั่นก็คือเจ้า D.U.M.A นั่นแหละ ยานขนส่งของผมชื่อ Ydas ซึ่งถูกโจมตีโดยยานรบบ้านั่นจนเราต้องหนีมาที่นี่ และตอนนี้ผมกำลังตั้งใจตามหาลูกเรือของผมทุกคน เริ่มจาก Chloe ลูกเรือคนนึงที่หนีออกมาถึงดาวนี้พร้อมกัน แต่ไม่รู้ไปลงจอดตรงไหน


Albaird – แปลกนะ ทำไมดูคุณไม่กระตือรือล้มเลยทั้งที่เพื่อนกำลังหลงอยู่ในดินแดนที่ไม่รู้จักแบบนี้ ?
Raymond – นางฉลาด และเก่งภาษามากๆ มันคงจะเป็นการดูถูกเธอเกินไปถ้าคิดว่าเธอจะเอาตัวไม่รอดอ่ะนะ  เอาล่ะ ถึงตาเธอต้องให้คำตอบกับชั้นบ้างและ ทำไมเจ้าหญิงอย่างเธอต้องออกมานอกปราสาทพร้อมบอดี้การ์ดแค่คนเดียวแบบนี้ด้วยล่ะ?


Laeticia – เพราะชั้นกำลังตามหาคนๆนึง ที่เคยเห็นเขาเข้าไปที่โบราณสถาน Mhedume Ruin เพราะงั้นชั้นจึงยื่นข้อเสนอที่จะช่วยคุณหาตัว Chloe เพื่อหวังให้คุณช่วยเรื่องของเราด้วยเหมือนกัน 
Raymond – ชัวร์ ได้สิ แต่ชั้นจะช่วยได้แค่ไหนก็ชั้นไม่ใช่คนที่นี่อ่ะ ?
Albaird – คนที่เรากำลังตามหา เข้ากับคนอื่นได้ยาก แต่ก็อยากรู้อยากเห็น ซึ่งพอได้เจอนาย เชื่อเถอะ นายช่วยเราได้แน่นอน
Raymond –ดูเหมือนชั้นจะได้งานใหม่หลังจากงานเก่าพังหมดได้เร็วดีเหมือนกันแฮะ 
Laeticia – บางทีข้อมูลเพิ่มเติมพวกนี้อาจจะช่วยได้ เขาชื่อ Midas Felgreed เป็นหนึ่งใน 3 ปรมจารย์ที่เก่งที่สุดในอณาจักร Aucerius ของเรา 


Raymond – ไม่ค่อยอยากจะวิ่งตามหา Semiomancer อะไรนั่นเลย จริงจริ๊ง แต่เอาจริงๆชั้นก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวของดาวนี้เท่าไหร่เลย น่าจะไม่มีปัญญาตามหา Chloe ได้เองแน่เลย แกคิดงั้นป่ะ? … เฮ้อ พอถึงเตียงนอนนิ่มๆก็คิดมากจนนอนไม่หลับอีก ออกไปเดินเล่นหน่อยดีกว่า 


                      Larchette Village Side Quest

เควสย่อยแรกของเกม โดยในแผนที่จะแสดงจุด NPC ที่มีภารกิจย่อยให้ทำเป็นจุดสีส้ม  รับเรื่องจาก น้องทาสแมว ที่ยืนอยู่หน้าโรงแรมแล้ว 


น้องทาสแมว – Chacham แกอยู่ไหนเนี่ย ??  เฮ้ พี่คะ เห็นแมวหนูมั๊ย? มันชื่อเจ้า Chacham อ่ะค่ะ? มันชอบขึ้นไปที่สูงๆอ่ะค่ะ บางทีมันอาจจะแอบขึ้นไปตามที่สูงๆ พี่ช่วยตามหาให้หน่อยได้มั๊ยคะ?


                       Side Quest : Find My Kitty!

ภารกิจย่อยตามหาน้องแมว Chacham ที่หายไป ซึ่งตามที่น้องทาสแมวบอกใบ้ว่า มันชอบอยู่ที่สูง 




โดยตำแหน่งที่ซ่อนของแมวก็จะอยู่บนหลังคาบ้านทางมุนซ้ายบนของแผนที่ด้านหลังโรงแรง โดยต้องบินขึ้นไปจับตัวลงมา แล้วเอาไปส่งให้น้องทาสแมว ก็จบภาระกิจ


                  Larchette Village Private Action


               Private Action #1: Sleepless Attendant


Raymond – ไง นอนไม่หลับเหมือนกันหรอ?
Albaird – แค่ก็แค่กำลังคิดอะไรไปเรื่อย อย่ามาพยายามตีสนิทกันง่ายๆแบบนี้สิ 
Raymond – ไม่เอาน่าเพื่อน ยังไงเราก็ร่วมทางกันแล้ว เลิกงัดข้อกับชั้นได้แล้วน่า 
Albaird – หยุดเล่นลิ้นได้แล้ว นายน่ะ ..
Raymond – พอแล้วววว มันดึกแล้วเลิกเสียงดังได้แล้วน่า ถ้าไม่อยากอายชาวบ้านอ่ะนะ
Albaird – ฝ่าบาททรงสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมากรวมถึงเรื่องเพื่อนๆของนายด้วย การเป็นมิตรกับสามัญชนเป็นเรื่องที่ดี แต่ความเป็นมิตรทำให้เธอดูอ่อนแอ 
Raymond – นายคงไม่อยากเปลี่ยนให้เธอเป็นคนหยิ่งหรอกใช่มั๊ย?
Albaird – ปัญหาคือ ความจริงไม่มีใครสนใจที่จะห้ามเธอเลยนอกจากชั้นอ่ะนะ
Raymond – ฟังนะ วันนี้นายก็เจอมาเยอะแล้ว นายควรไปพักก่อนดีกว่า
Albaird – ก็พระองค์ตรัสว่า นอนไม่หลับจะออกมาเดินเล่นหน่อย ชั้นเลยต้องตามมาอารักขาความปลอดภัยเพื่อมีอันตรายเกิดขึ้นไง!


Raymond – โอเค เข้าใจแล้ว ขยันจริงๆเลยนะนายเนี่ย
Albaird – ไม่ได้ขยัน แต่มันเป็นหน้าที่ในฐานะองค์รักษ์ จะมัวไปนอนขี้เกียจหรือเที่ยวเตร่ไรสาระอยู่ได้ไง .. นายเริ่มทำให้ชั้นรำคาญแล้วนะ 
Raymond – ใช่ มันก็ดีอ่ะนะ แต่แหม่ นายไม่จำเป็นต้องเครียดอะไรขนาดนั้นก็ได้ 


                Private Action #2: Midnight Promise 


Laeticia – เป็นอะไรรึเปล่าคะ? มีปัญหาเรื่องการนอนหรอ?
Raymond – อ่า ก็นิดหน่อย ก็เลยออกมาเดินจนกว่าจะเหนื่อยเพื่อจะง่วงบ้าง
Laeticia – ชั้นต้องขอโทษด้วยนะ ไม่ควรไปสร้างภาระให้คุณด้วยปัญหาของเราเลย 


Raymond – เฮ้ ชั้นเป็นคนตกลงเองนะ ก็มันจัดการเรื่องอาหารกับที่พักเองไม่ได้นี่นา ไม่ต้องอายหรอก ให้ผมช่วยแหละ วินๆแล้ว 
Laeticia – ฮ่าๆ ถ้าคุณยืนยันอย่างงั้นอ่ะนะ 
Raymond – ตอนนี้เราไม่ต้องการคนที่คิดลบเพิ่มหรอกนะ มี Albaird คนเดียวก็พอแล้ว 
Laeticia – ชั้นนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สบายใจ อย่าไปถือโทษโกรธเขาเลยค่ะ 
Raymond – ไม่ๆ ผมรู้ ผมรู้ เดาว่าเขาคงผ่านอะไรมาเยอะสินะ แต่บางทีไอ้ความขี้กังวลแบบนั้นของเขาก็ทำให้ยิ้มได้เหมือนกันนะ 
Laeticia – คุณคิดว่าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามในรายละเอียดเชิงลึกหรือเปล่าคะ?


Raymond – ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของอณาจักรนี้ Albaird ก็กังวลได้ตลอดนั่นแหละ ... เจ้าหญิงของอณาจักรนึงที่กำลังแอบมองหานักปราชญที่ถูกเนรเทศ ประมาณนี้รึเปล่าครับ แต่รับประกันเลยว่า ทางข้างหน้าเป็นหลุมเป็นบ่อแน่นอน เราควรหาเวลาเพลิดเพลินกับความเงียบสงบในขณะที่พอจะทำได้ดีกว่านะคุณเจ้าหญิง


Laeticia – แล้วอีกเรื่องนึงที่อยากจะขอร้องนะคะ เลิกเรียกชั้นตามพระนามแบบนั้นได้แล้ว เรียกชื่อชั้นเถอะนะ?
Raymond – ชั้นว่าแบบนี้ถ้า Albaird มาได้ยินเข้าคงจะบ้าแน่เลย
Laeticia – ก็เก็บเป็นความลับสิ แล้วชั้นก็ชอบแบบนี้มากกว่าจริงๆนะ ตกลงมั๊ย เรย์ ? 
Raymond – โอเค รู้เรื่อง เข้าใจแล้วล่ะ


Laeticia – เยี่ยมเลย ! เอาล่ะ ถึงเวลาที่ชั้นต้องถอดเกราะนี่แล้วพักผ่อนซะที นายก็เหมือนกันใช่ป่ะ?
Raymond – แน่นอน ฝันดี Laeticia
Laeticia – ใช่ !! ต้องแบบนี้ซิ! .....  ฝันดี เรย์ !

จากนั้นก็สำรวจเก็บทุกอย่างในเมืองตามความพอใจก่อนจะกลับโรงแรมเพื่อนอนสู่วันใหม่ 


Raymond – มอนิ่งทุกคน ก่อนจะออกเดินทาง ผมอยากจะขอขอบคุณพวกคุณอีกครั้งจากใจจริง Laeticia , Albaird
Laeticia – อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะ เรย์ 
Raymond – แล้วก็ เอ่อ ตกลงเราจะไปไหนกันต่อเนี่ย ผมลืมไปแล้ว
Albaird – เราจะไปกันที่เมืองแห่งเหมือง Delryk ทางใต้จากที่นี่ เราจะไปที่นั่นเพื่อเตรียมของสำหรับการเดินทางของเรา 
Raymond – อ่อ ใช่ๆ โทษที มันเบลอไปหน่อย ไม่ได้นอนหลับสบายเต็มอิ่มแบบนี้มานานแล้ว เลยไม่ค่อยชินน่ะ 
Albaird – เอาไว้โทษตัวเองตอนถูกศัตรูเล่นงานเถอะ!


ก่อนออกจากเมือง เตรียมซื้ออาวุธและไอเทมต่างๆในร้านค้าของเมืองให้พร้อมแล้วแวะคุยกับ Laeticia ที่ท้ายเมืองอีกครั้ง เพื่อเก็บ Private Action 

               Private Action #3: Basic Swordsmanship


Raymond – รู้มั๊ย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชั้นไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะต้องมาใช้ดาบในการต่อสู้แบบตอนนี้ ชั้นคงไม่แบบ เอ่อ ใช้มันผิดๆใช่ป่ะ?
Laeticia – ไม่นะ ดูเหมือนว่านายมีความสามารถในการใช้ดาบดีไม่ใช่เล่นเลยด้วย แล้วนายเคยเรียนศิลปะการต่อสู้ทางทหารมาก่อนมั๊ย?
Raymond – ก็ไม่นะ ชั้นก็แค่พยายามรักษาหุ่นตัวเอง ไม่ได้ฝึกอะไรแบบจริงจังหรอก ชั้นก็แค่ แกว่งมันไปมาเหมือนหวดไม้นั่นแหละ 
Laeticia – จริงหรอ? แต่นายทำมันออกมาได้ดีเลยนะ บางทีชั้นควรจะสอนนายเรื่อง วิถีแห่งดาบ บ้างก็ดีเหมือนกันนะ?
Raymond – เธอแน่ใจนะ?
Laeticia – จริงสิ แม้ว่าชั้นเองก็ไม่ได้เก่งอะไรเท่าไหร่อ่ะนะ อาจจะสอนได้แค่พื้นฐานเท่านั้น
Raymond – ไม่ๆ แค่นั้นก็ดีถมไปแล้ว ชั้นเองยังไม่รู้พื้นฐานอะไรเลยด้วยซ้ำ แล้วชั้นก็ไม่คิดจะเป็นยอดนักดาบในทุกครั้งที่ชั้นสู้กับตัวประหลาดหรอกนะ 
Laeticia – ถ้างั้นก็เตรียมตัวเลย  เดี่ยวหาโอกาสแล้วลุยกันเลยอย่ารอช้า 
Raymond – แต้งกิ้วนะคุณเจ้าหญิง 


                   Main Story : Missing Persons

เมื่อออกจากป่าได้อย่างปลอดภัย กลุ่มของ Raymond  ที่ต้องการพักร่างกายที่อ่อนล้าของพวกเขาตรงเข้าไปยังโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านทันที  Laeticia บอก Raymond ว่า เพื่อแลกกับความช่วยเหลือของเธอ เขาต้องช่วยเธอตามหา Midas Felgreed เซมิโอแมนเซอร์ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสามนักปราชญ์ของอาณาจักร การเดินทางของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่พวกเขาออกเดินทางไปยังเมืองเดลริก เมืองแห่งเหมืองแร่ทางตอนใต้ เพื่อค้นหาเซมิโอแมนเซอร์ที่หายไป


Laeticia – นายทั้งคู่น่ะตามมา ชั้นนำทางให้เอง 
Raymond – เมือง Delryk นี่ไกลจากนี่มากมั๊ยอ่ะ?
Albaird – ดินแดนแห่ง Del’vyr นั้นกว้างใหญ่มาก ชั้นว่าขนาดนักเดินทางผู้ช่ำชองยังต้องบอกเลยว่า ไกล 
Raymond – เยี่ยมมม นายคงไม่ได้ซ่อนเวทย์เคลื่อนย้ายทางไกลอะไรไว้ใช่ป่ะ
Laeticia – เรามี D.U.M.A อยู่แล้วนี่ ? เอาล่ะมุ่งลงใต้กันได้แล้วหนุ่มๆ


Laeticia – ดูเหมือนนายจะชินกับการใช้ดาบบ้างแล้วสิเรย์ เพราะตอนแรกนายดูไม่ไหลลื่นเท่านี้ 
Raymond – จริงดิ ชั้นก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกนะว่ามีฝีมือขึ้นหรือเปล่าอ่ะนะ 
Laeticia – นายก็ฝึกต่อไปก็แล้วกัน ชั้นต้องพึ่งฝีมือของนายนะ
Raymond – เออ ก็นะ จะทำเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันอ่ะนะ


                                    Del'vyr Region


Albaird – ดูเหมือนเรามาดินแดน Del’vyr กันแล้วนะ 
Laeticia – วิ้วว ... ใช้เวลาเดินทางนานเหมือนกันนะเนี่ย
Raymond – แน่นอน และยังเหลืออีกไกลด้วย ชั้นว่า รีบไปต่อกันเถอะ
Albaird – หมู่บ้าน Delryk อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่ ยังไงเราเริ่มจากลงใต้กันก่อนก็แล้วกัน



ระหว่างทางจะพบจุด สักการะเสาแรก ซึ่งจำเป็นต้องมี เฮอร์เมส ลิลลี่ (Hermes Lilies) สำหรับ สักการะ 



โดย Hermes Lilies สามารถค้นหาและเก็บได้ตามพื้นที่ต่างๆ ผลของการ ที่ได้ก็คือ food buff active ต่างๆให้ส่งผลในการเดินทาง 

                         จุดพบตัว Yellow Mini Bunny



เข้ามาในพื้นที่ตามตำแหน่งในพื้นที่แล้วกดสแกนหาจนกว่าจะพบแล้วพยายามตามจับให้ทันด้วย 


         Main Story : The Mining Village of Delryk




             
                                    Delryk Village 


Raymond –  โว่ คนเยอะไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย?
Albaird – Delryk เป็นหมู่บ้านเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดและผลิตแร่ได้มากที่สุดในอณาจักร ถ้าเกิดนายหลงทาง อย่าคิดว่าชั้นจะตามหาก็แล้วกัน 
Raymond –  เออๆๆ ... ว่าแต่ มาถึงแล้วเอาไงต่อ ?
Laeticia – ก่อนอื่นเลย ตอนเช้าเราจะไปหา Intrimancer ที่บ้านเลย 
Raymond –  Intrimancer??
Laeticia – เป็น Semiomancer ที่หายาก เพราะเขาสามารถรักษาโรคต่างๆให้ผู้คนได้ 
Raymond –  เราจะไปหาหมอคนนี้เพราะว่าเขารู้ว่า Midas อยู่ที่ไหนใช่ป่ะ?
Laeticia –  ใช่ ก็ประมาณนั้น ....แต่ เอ่อ 
Raymond –  แต่อะไร?
Laeticia –  ช่างเถอะ มันไม่สำคัญหรอก .. เราไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่านะ 


      ?????- โอเค ไว้ค่อยเจอกันใหม่น้า ... อุ้ย ขอโทษค่ะ 


Albaird – พวกเราไม่เป็นไรหรอกแล้วเธอล่ะ บาดเจ็บหรือเปล่า?
?????-  ชั้นไม่เคยเห็นพวกคุณมากก่อนเลยอ่ะ ..หน้าตานายดูไม่ดีเลย ป่วยหรอ? ถ้ารู้สึกไม่สบายก็แวะมาที่คลีนิคของชั้นได้นะ รับเลยว่า Intrimancer มือหนึ่งของชั้นจะรักษาคุณได้แน่นอน 


?????-   เอาล่ะ ชั้นต้องไปก่อนแล้วนะ!
Albaird – ชั้นสบายดี ...อ่ะ  เด็กคนนี้แปลกดีแฮะ ...  


Raymond – ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าทำไมเธอถึงคิดงั้น อาจะเพราะหน้าตาที่บึงตึงของนายก็ได้  
Albaird – ก็อาจเป็นได้ แต่ถ้านายกับฝ่าบาทไม่สร้างเรื่องวุ่นวายอยู่ตลอด ชั้นคงไม่ต้องหน้าหงิกแบบนี้หรอก 
Raymond – ได้ยินปาะฝ่าบาทดูเหมือนเขาจะพูดไม่ดีกับคุณอยู่นะ 
Laeticia – ก็นายไปยั่วเขาเองก็รับคำด่าไปเองเลย อย่ามาเอาชั้นไปเอี่ยวด้วยสิ

พักที่โรงแรมหนึ่งคืน ..... แล้วเดินไปที่คลีนิคหมอ Marquis


Raymond – นี่ไง ถึงแล้ว ..คลีนิคของ Marquis จะมีอะไรรอเราอยู่อีกเน้อ รีบเข้าไปพบหมอนั่นกันเถอะ 


Laeticia – อืมม ไม่เห็นมีคนอยู่เลย เขาออกไปข้างนอกหรือเปล่าเนี่ย?
????? – อ่ะ!! พวกนายที่ชั้นเดินชนเมื่อคืนนี้นี่ 
Raymond – เด็กคนนี้อ่ะหรอ Intrimancer ขั้นเทพที่เธอกำลังตามหา?
Laeticia – คิดว่า ไม่น่าจะใช่อ่ะนะ ...
????? – โห หยาบคาย!! เธอเข้ามาที่คลินิกชั้นแล้วบอกว่าชั้นไม่มีฝีมืองั้นหรอ?
Laeticia – เปล่าๆ ไม่ใช่แบบนั้น ชั้นหมายถึงเธอไม่ใช่คนที่ชั้นตามหาต่างหาก เราเดินทางมาไกลมาเพื่อตามหา Marquis Yzen น่ะ 


????? – อ่อ พวกคุณมาหาคุณหมอหรอเนี่ย ?  ..เอ่อ ชั้นชื่อ Nina ค่ะ เป็นผู้ช่วยของหมอ Yzen


Nina – ตกลงเป็นเขาใช่ป่ะล่ะที่ป่วยอ่ะ
Albaird – ก็บอกว่าชั้นสบายดี ไม่ได้ป่วยเว้ย !!
Nina – ชั้นรู้พวกคุณเดินทางมาไกล แต่คงพบหมอตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ เขาออกไปข้างนอก บอกไปหาวัตถุดิบมาใช้ในการทดลองยังไม่กลับมาเลย ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะกลับมาง่ายๆแน่เลย 


คนงานเหมือง – คุณหมอ Yzen คับ!!
Nina – ห๊ะ! มีอะไรหรอ??
คนงานเหมือง – มีปีศาจปรากฏตัวขึ้นที่เหมืองทางตะวันตก มีคนบาดเจ็บเพียบเลย เราต้องการคุณ ด่วนเลย !!
Nina – เดี๋ยวนะ เหมืองทางตะวันตกหรอ? นั่นมันที่ที่หมอบอกว่าจะไปนี่นา แล้ว เอ่อๆ มีคนบาดเจ็บกี่คนนายรู้รึเปล่า?
คนงานเหมือง – ไม่รู้เว้ย ใครจะมีเวลามานับกันเล่า!!


Raymond – เรื่องนี้เราจัดการเอง Nina ไปเตรียมของมาเร็ว ไม่มีเวลามาจู้จี้จุกจิกแล้ว 


         Nina – ได้ๆ ก็ดีเหมือนกัน ขอบคุณที่ช่วยนะ 

เดินไปที่ทางเข้าเหมืองทางด้านบนของหมู่บ้าน .....


Raymond – โห ไม่คิดจะแย่ขนาดนี้อ่ะนะ เอาล่ะ เราพา Intrimancer มาแล้ว เดี่ยวเธอจะเอายามารักษาพวกคุณเอง 
Nina – เอาล่ะ  ก่อนอื่นชั้นต้องรู้ก่อนว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน  แล้วก็ต้องหาที่วางของด้วย 


        คนงานเหมือง – อ๊ากกก พวกปีศาจมันกลับมาอีกแล้ว!!!


Raymond – บ้าเอ้ย นี่จะไม่ให้พักกันเลยใช่มั๊ยเนี่ย? Albaird, Laeticia , D.U.M.A พร้อมจะลุยกันยัง! 
Albaird – แน่นอน !!
Laeticia – แค่นี้ไม่น่าจะใช้เวลานานหรอกนะ!


Albaird – บอกหน่อย พวกคุณเจอสัตว์ประหลาดแถวนี้บ่อยแค่ไหนหรอ?
คนงานเหมือง – ไม่ครับ เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกในชีวิตเลยเนี่ย
Raymond – แล้วจนถึงตอนนี้ นายเห็นหมอมาที่นี่หรือเปล่า?
Laeticia – ชั้นว่าหมออยู่ข้างในเหมืองชัวร์
Raymond – Nina ก็กำลังยุ่งกับการรักษาคนอยู่ เราสามคนคงต้องลุยเข้าไปช่วยหมอออกมากันเองแล้วล่ะ
Albaird – นายหมายความว่า เราสามคนจะเข้าไปแบบไม่มีข้อมูลอะไรเลย และไม่มีนำทางเนี่ยนะ?
Raymond – ชั้นจะใช้คอมพิวเตอร์บันทึกเส้นทางเอาไว้ อย่างน้อยก็มีตัวช่วยในการตัดสินใจอ่ะนะ 
Laeticia – งั้นก็เอาตามนั้น ลุยเข้าไปกันได้แล้ว 
Albaird – แบบนี้อีกแล้วฝ่าบาท ในเหมืองอาจมีปีศาจที่น่ากลัวอยู่ ถ้าไม่เตรียมการให้ดี ก็เตรียมตัวตายกันหมดได้เลยแบบนี้ !!


                                 Delryk Mines 


             เดินลุยเข้าไปด้านในเหมืองจนถึงสุดทาง .....


Raymond – ตรงนี้น่าจะจุดลึกสุดของเหมืองแล้วนะ
Albaird – ชั้นไม่เข้าใจ เห็นชัดๆว่าที่นี่เป็นรังใหญ่ของมันแต่กลับไม่มีมอนสเตอร์มาโจมตีเลยซักตัว มันเป็นไปได้ไง? 



Raymond – นี่ไง มาตามคำขอนายแล้ว ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีด้วยนะ   

                           BOSS – Mother Worm 


Laeticia – ถ้าไอ้ตัวนี้เป็นแม่ของพวกสัตว์ประหลาดนั่น ถ้าไข่พวกนี้ฟักออกมาได้เมื่อไหร่เมื่อนี้หายนะแน่นอน 
Raymond – เราถึงต้องรีบทำลายมันให้เร็วที่สุด งานนี้คงต้องบอกให้ชาวเมืองมาช่วยกันด้วยอ่ะนะ


                             Marquis – อ่า ..อ่ากกก ... 


Laeticia – นั่นคุณหมอ Yzen นี่?
Raymond – โชคดีที่เราเจอคุณก่อนพวกมันฟักออกมาอ่ะนะ 

                          คลีนิคหมอ Marquis


Nina – ชั้นไม่ได้อยากจะเหนื่อยแบบนี้ตลอดไปหรอกนะ ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้กันหน่อยนะทุกคนนน 
Laeticia – ชั้นมั่นใจว่าทุกคนต้องชื่นชมความพยายามของเธอแน่นอน


Albaird – และเราก็โชคดีมากที่บาดแผลของหมอไม่ร้ายแรงด้วย 
Nina – นั่นก็เพราะพวกคุณที่เข้าไปช่วยเขาออกมาไง ชั้นจะบอกหมอถึงความดีที่พวกคุณทำทันทีที่เขาตื่นขึ้นมาเลย .. แต่เดี๋ยวนะ 


Nina – ลืมไป ชั้นยังไม่รู้จักชื่อของพวกคุณเลยอ่ะคะ ฮ่าๆ 
Raymond – เราไม่มีเวลามาแนะนำตัวกันเลยมากกว่าอ่ะนะ ชั้นชื่อ เรย์มอนด์ หรือจะเรียก เรย์ เหมือนที่คนอื่นเรียกก็ได้ 
Albaird – ชั้น อัลแบร์ด
Laeticia – และชั้น เลติเซีย
Nina – เอาล่ะ มี เรย์มอนด์ แล้วนั่น อัลแบร์ด แล้วเธอก็ เลติเซีย โอเค รู้เรื่อง 


Nina – ทันทีที่คุณหมอรู้สึกตัวชั้นจะรีบส่งข้อความไปบอกพวกคุณที่โรงแรมทันทีเลย แม้ครั้งนี้คำขอบคุณน่าจะไม่พอ แต่อยากจะขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยชีวิตคุณหมอเอาไว้ 
Laeticia – เราจะรออย่างใจจดใจจ่อแน่นอนค่ะ


คนดูแลโรงแรม – ขอโทษด้วยนะคะ มีข้อความถึงคุณจากคนที่ชื่อ Nina เธอบอกว่า ตอนนี้คุณหมอ Yzen ได้สติแล้ว พวกคุณสามารถแวะเข้าไปหาได้ตลอด
Laeticia – นั่นเป็นข่าวดีมากๆเลย ขอบคุณมากนะคะ 
Raymond – ว้าว ตื่นซะที เราไปหาเขากันเลยเถอะ!


                       Fast Travel 

ตอนนี้สามารถเดินทางด่วนเพื่อไปยังหมู่บ้านหรือพื้นที่ที่เคยไปมาแล้วด้วยระบบ Fast Travel ได้แล้ว ด้วยการกด R2 เปิดแผนที่ แล้วกด R2 อีกครั้งจะออกมาที่แผนที่โลก ก็จะพบจุดวาร์ปเพื่อไปยังหมู่บ้านหรือพื้นที่ที่เคยไปมาแล้ว



เดินทางไปที่คลีนิคของหมอ Marquis …….


Nina – มอนิ่งค่าทุกคน คุณหมอรอพวกคุณอยู่แล้ว ตามทางนี้เลยค่ะ


Marquis – ผมไม่สามารถพูดได้ว่า ผมหวังให้คุณช่วยผมหรอกนะ แต่ก็ดีใจที่ยังเห็นคุณสุขภาพดี เลติเซีย
Laeticia – เช่นกันค่ะ คุณหมอ Marquis
Nina – ห๊ะ? เดี๋ยวนะ พวกคุณรู้จักกันมาก่อนแล้วงั้นหรอ?


Marquis – แล้วนั่นก็ ..
Albaird – Albaird Bergholm ครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับคุณ Marquis
Marquis – นั่นสินะ แทบจำคุณไม่ได้เลยด้วยซ้ำ  ... แล้วนั่นคงเป็น Raymond ผมไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงที่ช่วยพวกชาวบ้านเอาไว้


Raymond – ไม่ต้องไปคิดมากหรอกครับ แค่เห็นคุณมีกำลังใจที่ดีผมก็ดีใจแล้ว 
Marquis – แล้ว ... เลดี้ เลติเซีย ตอนนี้ผมติดหนี้บุญคุณอะไรคุณหรือเปล่า?
Laeticia – ชั้นกำลังเดินทางออกตามหา Midas Felgreed และหวังว่าคุณอาจจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน


Marquis – อืมม ... คุณตามหาเขาเพื่อธุระอันใดรึ ผมขอถามหน่อยได้มั๊ย?


Laeticia – ชั้นต้องการจะพาเขากลับเมืองหลวง ตอนนี้ภัยคุกคามกำลังย่างกรายมาจากทางเหนือ และถ้าปราศจากความช่วยเหลือของเขา เราคงต้องเสร็จมันแน่ๆ 
Marquis – ท่านหญิงเลติเซีย คุณพอจะทราบมั๊ยล่ะว่า ทำไมเขาถึงลาออกจากองค์มนตรี ?
Laeticia – ทราบมาว่าทางฝ่ายที่ปรึกษาของราชวงศ์ไม่พอใจกับวิธีการของเขาค่ะ 


Marquis – ถ้างั้น ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ผมมี คุณคงเข้าใจเหตุผลที่ผมไม่สามารถเปิดเผยที่อยู่ของเขาได้ และมันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงแน่นอน 
Laeticia – ยังไงคุณก็จะไม่ยอมบอกจริงๆหรอคะ?
Marquis – บางที ถ้าแรงจูงใจของคุณเปลี่ยนไป คำตอบของผมก็อาจเปลี่ยนได้เช่นกัน 
Laeticia –  Marquis …..
Marquis – ผมขอให้คุณไปจากที่นี่ซะ และอยากกลับมาหาผมอีก นับแต่นี้เป็นต้นไป 


Raymond – มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับพวกคุณ 3 คนกันแน่เนี่ยเขาถึงแสดงออกแบบนั้นออกมา
Laeticia –  …………..
Albaird –  ……………..


Nina – เดี๋ยวก่อน! ชั้นมีอะไรจะถามพวกคุณหน่อยได้มั๊ยคะ? เอ่อ เลติเซีย คุณไม่ใช่แค่ มหาดเล็กของราชสำนักใช่มั๊ยคะ? เพราะที่ผ่านมาชั้นได้ยินแต่คุณหมอพูดถึงผู้คนในชีวิตเขาอย่างให้เกรียติมาตลอด คุณสองคนเหมือนรู้จักกันมาก่อน คุณลุง Midas ก็ด้วยหรือเปล่าคะ?
Raymond –  ลุง Midas งั้นหรอ?


Nina – อย่างน้อยๆคุณก็ต้องรู้ว่าหมอ Yzen เป็นหนึ่งในสามนักปราชญ์แห่ง Aucerius เหมือนกับลุง Midas
Raymond –  หมอเคยเป็นคนมีชื่อเสียงด้วยหรอเนี่ย?
Laeticia –  แล้วชั้นควรต้องทำยังไง? …….


Nina – ไม่แน่ คุณอาจจะสนใจถ้ารู้ชื่อจริงของชั้น ชั้นชื่อ Nina Deforges ค่ะ 
Laeticia – สกุล Deforges หรอ? อย่าบอกนะว่าเป็น Deforges เดียวกับ .
Nina – ใช่ค่ะ พ่อของชั้นคือคนที่อยู่เคียงข้างลุง Midas และ หมอ Yzen ในฐานะ 1 หนึ่งในสามนักปราชญ์แห่ง Aucerius คงเป็นใครไปไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ พ่อของชั้นคือ Filberto Deforges … ว่าไงคะ? เด็กอย่างชั้นพอจะร่วมทีมกับพวกคุณได้รึยัง?


Nina – เรื่องแบบนี้คุยกันบนถนนแบบนี้ไม่น่าจะเหมาะนะ เราไปคุยต่อกันที่บ้านของชั้นกันเถอะ อีกฝากของโรงแรมใกล้ๆแค่นี้เอง 


          บ้านของ Nina ……………


Nina – ตามสบายนะทุกคน คิดว่าเป็นบ้านของตัวเองก็แล้วกัน 
Laeticia – ว้าว เธอศึกษาเรื่องโรค เฮลการ์ ด้วยแฮะ ...แล้วเอ่อ มาสเตอร์ Deforges ไปไหนหรอคะ?
Nina – พ่อเสียไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วค่ะ 
Laeticia – จริงหรอ? ..


Nina – ใช่ค่ะ แล้วคุณหมอ Yzen ก็รับอุปการะชั้นไว้ เป็นทั้งผู้ปกครอง แล้วก็เป็นครูที่สอนชั้นเกี่ยวกับ iatrimancy 
Raymond – แล้วเธอไม่ได้เรียนจากพ่อเธอเลยหรอ?
Nina – เขาทิ้งตำราไว้ให้ชั้นเพียบเลยค่ะ แต่ไม่เคยสอนด้วยตัวเองเลยซักครั้ง ถ้าจะพูดให้เป็นธรรมกับพ่อหน่อยก็คือ ชั้นไม่เคยขอให้เขาสอนเลยเพราะชั้นไม่คิดว่ามันสำคัญจนเขาจากไป


              Marquis – นี่ฝ่าบาทมาทำอะไรที่นี่เนี่ย!?


King Aucerius – Semiomancer ผู้เลื่องชื่อได้เสียชีวิตลง ข้ามาที่นี่เพื่อไว้อาลัยน่ะสิ
Marquis – ผู้ตายคงไม่อยากให้ฝ่าบาททำแบบนี้หรอก ทรงกลับไปซะเถอะ!



King Aucerius – จริงสิ เจ้าพูดถูก เขาคงไม่อยากจะเห็นหน้าข้าหรอก ..หนูคงเป็นลูกสาวของ Filberto สินะ ชั้นเห็นทั้งเขาและ Amalia อยู่ในตัวหนู หนูเป็นเชื้อสายของ Semiomancer ที่แท้จริงเลยนะ 

Marquis – เธออาจจะเป็นหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ Filbertoไม่ต้องการให้เธอเดินในเส้นทางเดียวกับเขา ดังนั้น ปล่อยให้เธอเลือกด้วยตัวของเธอเองเถอะ


King Aucerius – ถ้า Filberto ที่อยู่เบื้องบนได้ยินที่เจ้าพูดเขาคงตายตาไม่หลับแน่นอน ข้าจะปล่อยให้เจ้าเสียใจไปก็แล้วกัน .. เราไปกันเถอะ Laeticia , Albaird …




Nina – ถึงว่าสิว่าชั้นเคยได้ยินชื่อ Laeticia มาจากไหน?
Laeticia – Nina ...
Nina – ขอพูดตามตรงนะคะฝ่าบาท ชั้นมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะทำมานานแล้ว ชั้นรู้ว่ามันจะงี่เง่ามากเลยถ้าจะถาม แต่ได้โปรดช่วยตอบให้หายคาใจหน่อยเถอะค่ะ แล้วชั้นสัญญาว่าจะตอบแทนด้วยการพยายามโน้มน้าวใจให้บอกที่ซ่อนตัวของลุง Midas ให้ 


Laeticia – เธออยากบอกอะไรงั้นหรอ?
Nina – แน่นอนว่าที่ผ่านมาคุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก แม้ครอบครัวคุณจะขัดแย้งกับพ่อ แต่คุณก็ยังช่วยทั้งเขาและเมืองนี้เอาไว้ คุณเป็นคนดี ชั้นรู้ 
Raymond – ชั้นได้ยินหมอพูดว่า แรงจูงใจของเราต่างกัน คำตอบของเขาก็เช่นกัน มันเป็นคำบอกใบ้อะไรที่จะทำให้เขายอมเปลี่ยนใจรึเปล่านะ?
Laeticia – ชั้นว่า คงจะยากแล้วล่ะ 
Nina – ตอนนี้ไม่น่าจะใช่เวลาที่เหมาะอ่ะนะ ไม่ว่าเราจะพูดยังไงเขาก็ไม่สนหรอก ..แต่ ..


Nina – เอ่อ Ray คุณช่วยตามชั้นมาที่คลีนิคหน่อยได้ป่ะ มาคนเดียวนะ 
Laeticia – เธอคิดจะทำอะไรงั้นหรอ?
Nina – แค่ทำงานอะไรนิดหน่อยแค่นั้นแหละ ป่ะ ไปกันเถอะ!
Raymond – เอ่อ ... โอเค ได้สิ 


Nina – เอาล่ะ นายไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น พอไปถึงที่คลินิกแล้ว ทำตามที่ชั้นบอกก็พอ โอเคนะ

คลีนิคหมอ Marquis


Nina – คุณหมอ Yzeeeeen! หนูจะขออนุญาตไปที่ Rythal เพื่อซื้อ ทิงเจอร์  กับวัตถุดิบอะไรนิดหน่อยนะคะหมอออ!! 
Marquis – ห๊ะ? ไปคนเดียว เวลาแบบนี้อ่ะนะ ชั้นว่าไม่เหมาะมั้ง?
Nina – หนูไม่ได้ไปคนเดียวซะหน่อย มีบอดี้การ์ดไปด้วย ใช่ป่ะๆๆ 
Raymond – อ่ะ อ่า ใช่ๆ 
Marquis – ไม่ๆ เธอไปไม่ ..
Nina – ชั้นว่าเราไปกันได้แล้ว ป่ะ!!


                          Marquis – นี่เดี๋ยวก่อน!!


Nina – เรียบร้อย อิอิ เอาล่ะ ก็น่าจะช่วยซื้อเวลาให้เราได้นิดหน่อย เรารีบกลับไปหาสองคนนั่นก่อนที่หมอจะตามหาตัวพวกเขากันเถอะ 


บ้านของ Nina ……………


Nina – นี่พวกคุณสองคน เรารีบไปกันเธอคุณหมอกำลังจะมาตามหาพวกคุณแล้ว !!
Laeticia – ตามหาเราทำไมอ่ะ?? แล้วเธอจะไปไหน มีจุดหมายแล้วหรอ!??
Raymond – ดูเหมือนนางจะไปซื้อยาที่ Rythal อะไรนี่แหละ
Albaird – ซะ ซื้อยาเนี่ยนะ?
Nina – จะไปทำอะไรใครสนกันล่ะ? เว้นแต่คุณจะอยากรับหน้าคุณหมอที่กำลังโกรธจัดแทนชั้นอ่ะนะ 



                                      Nina –  พ่อคะ


        Nina – ไม่ต้องห่วงนะคะพ่อ หนูทำได้แน่ คอยดูสิ !

                    Nina Deforges เข้าร่วมกลุ่ม >>>>>>


                                   Nina SKILL TREE

                                                                

Combat skills (สกิลสายต่อสู้) 

ไอค่อนรูปดาบไขว้ เป็นสกิลสำหรับเรียนรู้ท่าโจมตีต่างๆ  เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในชุดคอมโบในเมนู Chain Combo

1.Tempered Metal 
ท่าเชียร์เพื่อนในกลุ่ม + พลังป้องกัน (15% เป็นเวลา 6 วินาที) เพื่อลดความเสียหายทางกายภาพ
2. Pledge 
ท่าเชียร์เพื่อนในกลุ่ม + ค่า GUTS (25% เป็นเวลา 6 วินาที) เพิ่มจำนวนการฟื้นฟูพลังชีวิตและลดโอกาสที่จะติดสภาวะผิดปกติต่างๆลง
3. Come Together 
ท่าสั่นกระดิ่งเรียกเพื่อนที่กำลังต่อสู้ตามจุดต่างๆให้เข้ามาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม 
4 . Solo
สร้างพื้นที่คุ้มครองรอบๆตัว Nina ที่ศัตรูและกระสุนไม่สามารถผ่านมาได้ 
5.Reverberate 
ปล่อยคลื่นเสียงพลังบำบัดขั้นสุดยอด เพื่อฟื้นคืนชีพเพื่อนที่หมดสภาพในการต่อสู้ (คืนชีพพร้อม HP 60%)
6. Tingling Chimes Ceremony 
สั่นกระดิ่งให้เป็นเสียงดนตรีเพื่อขับกล่อมและเยียวยาเพื่อนร่วมทีม(ที่อยู่ในอณาเขต) 
เป็น Skill AOE = Area of Effect ฟื้นฟูแบบทั้งกลุ่มของ Nina 
7. BAAAM!! 
ท่ากระโดดพุ่งเอาหัวโขกที่โดนทั้งศัตรูและพวกเดียวกัน 
8.Tubular Bell
ปล่อยพลังคลื่นเสียงซัดศัตรูให้ออกห่างจากเพื่อนร่วมทีมที่กำลังเป็นเป้าหมายการโจมตี
9.Wind Waves
ปล่อยคลื่นเสียงใส่ศัตรูเพื่อยั่วยุเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูให้มาที่ตัวเอง 
ในขณะเดียวกัน เพื่อนที่อยู่ในอณาเขตจะได้รับการบัฟสเตตัส  
+ พลังโจมตี 30 % เป็นเวลา 15 วินาที
+ พลังป้องกัน 23% เป็นเวลา 15 วินาที
10.Language of sound Ceremony
ปล่อยคลื่นเสียงที่มีระดับเสียงที่แตกต่างกันใส่ศัตรูเพื่อสะกัดกั้นและทิ้งระยะห่างของศัตรูกับเพื่อนในปารตี้ 
11.Heavy Bass 
ปล่อยวงแหวนคลื่นเสียงอัดกระแทกศัตรูช้าๆเป็นระยะๆ เหมาะสำหรับศัตรูที่ไม่ค่อยเคลื่อนที่เสียจังหวะ 

                                                               

                           Passive skills (สกิลติดตั้ง)  


 ไอค่อนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด สกิลชนิดนี้ เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในเมนู Passive skills ซึ่งสามารถถอดปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามประโยชน์ใช้งาน 

1.Longer Punishment 
เพิ่มระยะเวลาเอฟเฟคสเตตัสผิดปกติที่คุณสร้างขึ้นอีก 20 %
2. Quick Usage 
ลดระยะเวลาการเตรียมใช้ไอเทมใน Stop Mode ลง 45 % และ ทำให้ใช้ไอเทมได้เร็วขึ้นขณะใช้ท่า Chain Combo
3. Food Feeling 
เพิ่มโอกาส (20 %) ที่จะป้องกันไม่ให้เอฟเฟคของอาหารลดลง
4. First Aid 
มีโอกาส 12%  ที่จะฟื้นฟู HP 20 % เมื่อถูกโจมตี
5.Counterattack Signal 
เพิ่มเกจ AP จนเต็มเมื่อใช้ท่ากลิ้งหลบอย่างสมบูรณ์แบบสำเร็จ 
6. Auto Healing 
ฟื้นฟู HP (1.5%) ระหว่างการต่อสู้เป็นระยะๆ
7. No Guard 
ทำให้ไม่เสียจังหวะขณะถูกศัตรูโจมตี หากเกิดความเสียหายต่ำกว่า(16%) ของ HP สูงสุด  
8. Heavy Usage 
เพิ่มความรุนแรงของเอฟเฟคของไอเทมที่ใช้โจมตีอีก 20 %  

                                                    

                     Active skills (สกิลติดตัว) 


ไอค่อนรูปลูกศรสามแฉก สกิลนี้เมื่อเรียนรู้แล้วจะติดตัวผู้ใช้ไปตลอด
 
1. Taunt
ท่ายั่วยุ เพื่อดึงดูดความสนใจของศัตรูโดยรอบเข้ามาหาตัวเอง เพื่อลดความกดดันให้เพื่อนร่วมทีม (มีผลปานกลาง)
2. Purification
รักษาอาการผิดปกติทางสเตตัสให้ตัวเอง (ไม่สามารถรักษาเพื่อนในกลุ่มได้)
3. Spring of Wisdom
เพิ่มสเตตัส INT 50% ให้กับผู้ใช้ 10 วินาที แต่มีโอกาสที่ทำให้ GUTS ลดลง 30% เป็นเวลา 10 วินาที
 4. Concentration
บัฟค่าสเตตัสของ Nina
+ ATK 30% เป็นเวลา 10 วินาที
+ INT 30% เป็นเวลา 10 วินาที
+ DEF 15% เป็นเวลา 10 วินาที
+ GUTS  15% เป็นเวลา 10 วินาที
5.Hide 
ทำให้ตัวเองไม่เป็นเป้าโจมตีของศัตรูเป็นเวลา 10 วินาที 
* เอฟเฟคนี้จะถูกยกเลิกเมื่อถูกโจมตี
* เอฟเฟคนี้ใช้กรณีตอนสู้คนเดียวไม่ได้ 


                                 

                       Stat increases Skills 

รูปดาบ - ATK up (เพิ่มพลังโจมตี)

รูปโล่ - DEF up (เพิ่มพลังป้องกัน)

รูปมัดกล้าม - Guts up  (เพิ่มกำลัง)

รูปหัวใจ - HP up (เพิ่มพลังชีวิต)

รูปคฑา - INT up (เพิ่มพลังเวทย์)


                                                              

                         Resistance increases Skills 

1.Weakness Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ อ่อนแอ

2. Scorched Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกเผาไหม้

3. Fire Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุไฟ

4. Earth Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุดิน 

5. Wind Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุลม 

6. Water Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุน้ำ 

7. Poison Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยพิษ

8. Confusion Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ มึนงง 

9. Freeze Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกแช่แข็ง



Nina แม้จะเข้าร่วมต่อสู้ในฐานะ 1 ในตัวละครที่สามารถบังคับเล่นได้ แต่เธอเป็นตัวละครที่มีเงื่อนไขพิเศษกว่าตัวอื่นในเกม นั่นคือ

- Nina เป็นตัวละครสายฮีล ที่มีหน้าที่รักษาทีมเป็นหลัก ท่าโจมตีของเธอออกไปปกป้องพวกฟ้องมากกว่าจะเป็นการ Take Damage ให้ศัตรูบาดเจ็บจนถึงตายได้  
-ในฉากต่อสู้ เธอจะล็อคเป้ากับเพื่อนในทีม(เพื่อใช้ท่ารักษาเยียวยา) เท่านั้น เธอจะไม่สามารถล็อกเป้าเพื่อโจมตีศัตรูได้ เธอจึงไม่สามารถใส่ offensive item ใน Chain combo ได้ แต่เธอสามารถล็อกเป้าศัตรูเพื่อใช้ไอเทมกับมันได้ใน Stop Mode


  ก่อนออกเดินทาง นอนโรงแรม 1 คืน เพื่อปลดล็อค Private Action


                Private Action #4: Chakram Devotion 


Raymond – จากตัวเลือกทั้งหมด กงจักร นี่เป็นอาวุธที่เจ๋งที่สุดสำหรับนายแล้วใช่ป่ะ? 
Albaird –  นี่แกกล้าดูถูกอาวุธที่ชั้นเลือกงั้นหรอ!!?
Raymond – ทำไมนายต้องชวนไผว้ตลอดเลยด้วยเนี่ยห๊ะ? ชั้นก็แค่รู้สึกว่าสุดยอดไปเลยที่นายใช้มันอย่างคล่องแคล่วก็เท่านั้นเอง
Albaird –  อืมม ….
Raymond – แล้วอะไรที่ทำให้นายเลือกมันเป็นอาวุธงั้นหรอ? ชั้นหมายถึง มันไม่ใช่อาวุธที่ใช้กันทั่วไปใช่ป่ะละ
Albaird –   มันไม่เกี่ยวกับนาย 
Raymond – ว่าแล้ว นายต้องพูดแบบนี้ บางทีเหตุผลอาจจะเป็นเพราะ


They really cool
(เพราะว่า มันเจ๋ง)
whey were Cheap (เพราะว่า มันราคาถูก)
they easy to use (เพราะว่า มันใช่ง่าย) 


Raymond – เพราะว่ามันเจ๋งใช่ป่ะ?
Albaird –  นายเป็นบ้าอะไรของนาย? อาวุธน่ะไม่ได้ถูกเลือกเพราะเหตุผลแบบนั้นหรอก 
Raymond – ผิดแล้วเพื่อน อาวุธมันต้องเจ๋ง เพราะท้ายที่สุดแล้วมันคือเพื่อนร่วมทางของเรา เราต้องไว้วางใจมันด้วยชีวิตเลยนะ ถ้ามันไม่ได้เรื่องนายก็คงไม่ให้ใจมันหรอกว่าป่ะ?
Albaird – ... มันคิดได้แค่นี้จริงๆใช่มั๊ยเนี่ย ... นายคิดผิดแล้ว 
Raymond – จริงดิ? ชั้นคิดว่ามันสำคัญมากๆเลยนะ 


                       Delryk Village Side Quest
                      


   ภารกิจย่อยของ Delryk Village จะมีอยู่ 2 ภารกิจ ซึ่งจะปรากฏตามที่เห็นเป็นจุดสีเหลืองในแผนที่


                                     Side Quest: Why is it Only Me?

นักสำรวจคนนึงได้กินอาหารในโรงแรมแล้วออกเดินไปยังพื้นที่ Larcasse Region จู่ๆก็ถูกพวกปีศาจหนอนโจมตี จึงขอให้ช่วยไปกำจัดหนอนพวกนั้น 

ขั้นตอนการทำภารกิจนี้ 
1. เข้าไปกินอาหารในโรงแรม (เมนูอะไรก็ได้)
2. ใช้ Fast Travel เดินทางไปที่เขต Del'vyr Region แล้วขึ้นบนไปยังพื้นที่ พื้นที่ Larcasse Region ต่อ


3. จึงจะพบกลุ่มมอนสเตอร์ใหม่ที่เป็นเป้าหมายออกมาคือ เจ้า Gluttonous Worm กำจัดให้หมดทั้ง 10 ตัวแล้วกลับไปคุยกับนักเดินทางที่ให้เควส 


                                          Side Quest: Delrky Oddball

ลุงช่าง ต้องการให้เราไปหาจะตีชุดเกราะแบบเก่า จึงต้องการให้ไปหาไอเทม Tattered Robe มาให้เพื่อเป็นวัตถุดิบ 

ขั้นตอนการทำภารกิจนี้
1.ต้องมีความสามารถผสมไอเทม [Crafting] ก่อน
2. เดินทางไปที่เมืองท่าเรือ Seaport Rythal (เมืองที่กำลังจะเดินไปจากนี้) ไปที่ร้านค้าที่ท่าเรือซื้อไอเทม Scruffy rag 
3. จากนั้นก็ ผสมไอเทม [Crafting] Scruffy rag ไปเรื่อยๆจนออกมาเป็น Tattered Robe แล้วเอากลับไปให้ลุงช่าง 



     Main Story: Doctor Marquis & Wise man’s Daughter 


ออกเดินทางจาก Delryk Village ไปยัง เมืองท่าเรือ Seaport Rythal ด้านขวาบนของแผนที่


Nina – ขอต้อนรับเข้าสู่ Rythaaaaaaal !!!
Raymond – เป็นการเดินทางที่ทุระกันดารมาก เอาล่ะ มาทำในสิ่งที่ Nina จะทำให้มันเสร็จๆไปเถอะ !


                             Seaport Rythal


Raymond – ท่าเรืองั้นหรอ ..
Laeticia – มีอะไรหรอเรย์ ...


Raymond – ชั้นก็แค่คิดน่ะ มันอาจจะเป็นเรือที่จะมุ่งหน้าไปจุดที่ Chloe อยู่ก็ได้ 
Laeticia – เข้าใจแล้ว เดี๋ยวเราลองสอบถามที่ท่าเรือดู ถ้าลำไหนออกทะเลไปในช่วงเวลานี้ เธอก็อาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้ 
Raymond – แล้วเธอล่ะว่าไง Nina ได้มาที่ท่าเรือเจ๋งดีมั๊ยล่ะ ?
Nina – แน่นอน ก็ชั้นต้องมาที่นี่อยู่แล้วนี่ มันก็ต้องดีสิ


                        Seaport Rythal Side Quest 


              Side Quest :Such Soft and Fluffy Beds

เจ้าของโรงแรมกำลังมองหา ขนสัตว์ ในการมายัดซ่อมแซมหมอนและผ้านวมในห้องพักของโรงแรม และ ขนสัตว์ที่เธอต้องการคือ Axe Beak feathers ซึ่งถ้าหามาให้เธอได้ เธอจะให้พักโรงแรมฟรี 1 คืน 


ไอเทมเควสที่ต้องการคือ Axe Beak’s Feather 4 อัน ซึ่งหาได้จาก มอนสเตอร์ Axe Beak ในเขตพื้นที่ Del'vyr 

ระหว่างทางถ้าแวะเก็บเลเวลไปด้วยรับรองว่าได้ติดมาเพียบแน่นอน ส่งมอบให้เธอเพื่อจบเควสได้เลย  


                     Side Quest: Es’owa Initiation


แม่ค้านอกกฎหมายคนนึงที่หน้าโรงแรม นำเสนอขายสินค้าชนิดนึงให้ มันคือ Es’owa deck หรือ ชุดเล่นเกมหมาก เอส’โอวา ในราคา 1200 Fol 

เมื่อคุณซื้อ Es’owa deck ก็จะได้เริ่มแข่ง เกม Es’owa กับชาวเมืองตามที่ต่างๆที่เป็นนักเล่น Es’owa ได้ 

กติกาการผ่านเควสของแม่ค้าลึกลับคนนี้ก็คือ ไปชนะนักเล่น Es’owa คนไหนก็ได้ในเมืองมา 1 ครั้ง 

แต่การท้าแข่งกับ นักเล่น Es’owa ตามที่ต่างๆก็ต้องอาศัย Rank การเล่นที่เท่าเทียมกับเขาด้วย โดยการจะเพิ่ม Rank การเล่นของตัวเองให้มากขึ้น ก็ต้องเริ่มแข่งกับ นักแข่งในระดับมือสมัครเล่นเหมือนกันก่อน เมื่อชนะ นักเล่น Es’owa แต่ละคนก็จะทำให้ Rank การเล่นของเราค่อยๆเพิ่มขึ้น ก็จะสามารถท้าแข่งกับ นักเล่น Es’owa ที่มีระดับที่สูงขึ้นได้ 


โดย นักเล่น Es’owa มือสมัครเล่นที่เราสามารถท้าแข่งได้ในเมืองนี้ก็มีเจ้าหนูที่ยืนอยู่ที่มุมตึกทางทิศเหนือของเมือง แต่การจะแข่งให้ชนะได้ก็ต้องมาเรียนรู้กติกากันก่อน


                         กฎกติกาการเล่น Es’owa

Es’owa ก็เหมือนหมากรุก ที่ประกอบด้วย กระดานหมาก และ ตัวหมาก ซึ่งตัวหมากแต่ละตัว ที่ก็มีทั้งการได้จาก เก็บตามหีบสมบัติ , รางวัลของเควสต่างๆ, ได้จากการผสมไอเทม หรือ หาซื้อตามร้านค้า ก็จะมี พลังโจมตี แตกต่างกัน 


เริ่มจาก การจัด deck หรือ การเลือกตัวหมากสำหรับใช้แข่ง ซึ่งสามารถเลือกลงได้ 20 ตัว โดยจะสามารถจัด deck ของตัวหมากต่างๆที่มีได้ในคำสั่ง Es’owa ที่เพิ่มเข้ามาในเมนู COLLETION

ตัวหมากชนิดต่างๆ เมื่อวางบนกระดาน จะสร้างความเสียหายเท่ากับพลังโจมตีของมันเป็นเบื้องต้น แต่ยังมีความสามารถพิเศษของหมากแต่ละชนิดด้วย คือ 

Soldier: เป็นเบี้ยพื้นฐาน หลังจากที่คุณวางเบี้ยทหารสามตัวบนกระดานแล้ว คุณถึงสามารถวางเบี้ยตัวอื่นได้ 
Wizard: เพิ่มการโจมตีของเบี้ยที่อยู่ติดกันของคุณ + 40
Elite:  สร้างความเสียหายเท่ากับพลังโจมตีของมัน
Assassin: เมื่อวางบนกระดาน ใกล้กับตัวหมากศัตรู จะนำเอาหมากของศัตรูตัวนั้นไปไว้ในสุสาน (เกิดขึ้นแบบสุ่ม/และระดับของเบี้ย) ซึ่งทำให้ หมากของศัตรูตัวนั้นออกจากการแข่งขันไปเลย 

** การส่งเบี้ยศัตรูไปยังสุสาน สามารถทำได้อีกวิธีคือ การวางเบี้ยในจุดปิดล้อมรอบเบี้ยศัตรู ** 

Gunner: ลด MP ของคู่ต่อสู้ลง 2 ขีด เมื่อวางบนกระดาน
Commander: เมื่อวางบนกระดาน จะได้รับ MP มากกว่าเบี้ยปกติ 1 เท่า
Berserker: เมื่ออยู่ติดกับเบี้ยตัวอื่น ลดพลังโจมตีลง 30 ต่อเบี้ยแต่ละตัว
Hero: เบี้ยของตัวละครพิเศษต่างๆ ซึ่งจะมีค่าพลังโจมตีที่สูงกว่าเบี้ยธรรมดาแต่ความสามารถที่ติดตัวของเบี้ยนั้น ตามชนิดของเบี้ย เหมือนกับเบี้ยทั่วไป เช่น วัลคิลี่ Lenneth เบี้ยระดับ 5 ดาว มีพลังโจมตีสูงถึง 143 แต่สถานสเตตัสก็เทียบเท่า Commander คือ เมื่อวางบนกระดาน จะได้รับ MP มากกว่าเบี้ยปกติ 1 เท่า


กติกาพื้นฐานของ Es’owa ก็คือ ใช้พลังโจมตีจากหมากที่วางลงบนกระดานรวมกันพลัดกันโจมตีใส่กัน ใครแต้มพลังชีวิตหมดก่อนก็แพ้

แต่ละเทิร์น แต่ละฝ่ายจะได้ค่า MP เพิ่มขึ้น 1 ขีด เมื่อสะสมครบ 3 ขีดจะทำให้สามารถใช้ Special Moves หรือการโจมตีแบบพิเศษชนิดต่างๆได้ ด้วยการกดสี่เหลี่ยม ระหว่างเทิร์นการต่อสู้ (เมื่อมี MP ตามที่กำหนดคือ 3 ขีด) โดยสามารถเลือก Special Moves ได้ 1 อย่าง ในเมนูจัด deck แล้วกด สี่เหลี่ยม เลือก 

Special Moves ประกอบด้วย 

Flame Charge: สร้างความเสียหายโดยตรงกับคู่ต่อสู้ของคุณ 3/5/7 MP = 200/400/800 ดาเมจ
Revive: ชุบชีวิตเบี้ยจากสุสานของศัตรูและเบี้ยที่วางไว้ในมือของคุณ  2/4 MP = 1/2 ตัวเบี้ยฟื้นคืนชีพ
Reinforce: เรียกกำลังเสริม ทำให้สามารถ จั่วเบี้ยจากเด็คแล้ววางในมือคุณได้เพิ่ม  3/5 MP = เบี้ย 1/2 ตัว
Enfeeble: ทำให้เบี้ยของฝ่ายตรงข้ามที่วางอยู่บนกระดานอ่อนแอลง 4/7 MP = ลบล้างความสามารถ / ลบล้างความสามารถและการโจมตี


และ ตัวเบี้ยต่างๆ นอกจากจะนำไปใช้เล่นใน Es’owa แล้ว ยังสามารถนำไปสวมใส่ใน ในฐานะเครื่องประดับที่เพิ่มค่าสเตตัสให้ตัวละครได้ด้วย

Soldier: + DEF
Wizard: 
Elite:  + INT
Assassin: 
Gunner: +ATK 
Commander: 
Berserker: + GUTS 
Hero:

Erys – ต่อต้านการผิดปกติของสเตตัส 38%
Jack – สร้างความเสียหายกับศัตรูประเภท Humanoids 30% / สร้างความเสียหายกับศัตรูประเภท Demon 45%
Ridley - สร้างความเสียหายกับศัตรูประเภท Humanoids 30% /เพิ่ม ATK 10%
Lezard -  สร้างความเสียหายกับศัตรูประเภท Divinities 30% / เพิ่ม INT 10%
Lenneth - สร้างความเสียหายกับศัตรูประเภท Divinities 45% / สร้างความเสียหายกับศัตรูประเภท undead 45%
Dorne – ต่อต้านการกระเด็นจากการถูกโจมตี 15%
Coro – ช่วยดูดซับความเสียหาย 6%จากการถูกโจมตี
Henri – สร้างความเสียหาย + 54% เมื่อพลังชีวิตต่ำกว่า 25%
Opera - ช่วยดูดซับความเสียหาย 60% เมื่อโจมตีจุดอ่อนของศัตรู
Anne – ฟื้นฟู 5AP เมื่อกำจัดศัตรูได้ 
Ashton – สร้างความทนทานต่อธาตุไฟ +24 / สร้างความทนทานต่อธาตุน้ำ +24
Leon – เพิ่มอัตราการบัฟเอฟเฟคต่างๆ +48%
Stephen – เพิ่มโอกาสการเกิด MVSPD 70% เป็นเวลา 10 วินาที

* จะอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมอีกเรื่อยๆระหว่างการเล่น เมื่อได้เบี้ยใหม่

>> เดินเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจหลัก ที่ท่าเรือของเมือง


พ่อค้า – ทำไมเรือที่จะไป Cotto ถึงยังไม่ออกอีก แบบนี้ธุรกิจชั้นก็แย่หมดสิ 
กลาสีเรือ  - คุณต้องการจะรีบไปที่เมืองหลวงสินะ งั้นผมคงต้องบอกข่าวร้ายกับคุณให้รู้ไว้ ตอนนี้จักรวรรดิ Vey’l ได้นำกองเรือมาปิดล้อมเอาไว้ และพวกเขาก็คงยังไม่เปิดให้เข้าไปง่ายๆในช่วงนี้แน่นอนอ่ะนะ 
พ่อค้า – แล้วถ้าชั้นยอมจ่ายอย่างงามล่ะ 
กลาสีเรือ  -  เฮ้ออ ...ลืมเรืองการไปที่ Cotto หรือ เมืองหลวงตอนนี้ได้เลย แล้วไปหาที่นอนพักผ่อนเอาแรงให้สบายใจก่อนก็ได้นะ 


Raymond – ชั้นว่าไม่ว่าจะอยู่บนดาวดวงไหนของจักรวาล กฎของอุปสงค์ อุปทาน ก็ยังคงใช้ได้เหมือนกันหมด พอผู้ผลิตมีน้อย ราคาก็จะสูง ..แต่เดี๋ยวนะ เรามาที่นี่เพื่อซื้อของไม่ใช่หรอ ทำไม่ไปซื้อซะล่ะ ? 
Nina – ก็เพราะท่าเรือมันปิดนี่แหละที่จะทำให้เรามีปัญหา ชั้นว่าลองไปที่คลินิกในเมืองนี้แทนไปก่อนดีกว่าจะได้ไม่เสียเที่ยว 


???? – นี่ขอโทษนะ เอาจิงดิ? ไม่มีเรือลำไหนวิ่งเลยเนี่ยนะ? แล้วจะออกเดินทางกันได้ตอนไหนล่ะยะ?
ลูกเรือ – เอ่อ ... ผมก็บอกไม่ได้หรอกครับว่า เมื่อไหร่ บริการทุกอย่างต้องยกเลิกชั่วคราวตั้งแต่กองเรือของจักรวรรดิบุกเข้ามาอ่ะครับ 


?????- อะไรนะ!!?? งดให้บริการชั่วคราวงั้นหรอ?? แล้วพวกคุณทำอะไรไม่ได้เลยงั้นหรอ?? 
ลูกเรือ – ผมคงทำอะไรไม่ได้หรอกครับ เรือออกไม่ได้ผมจะทำอะไรได้ 
?????- งั้นชั้นมีความคิดดีๆ เราจะลอบผ่านพวกจักรววรดิไปที่เมืองหลวงกัน ดีป่ะ??
ลูกเรือ – ห๊ะ?? อะไรนะครับ !!!
?????- นายต้องลอบเข้าไปแล้วอัดพวกมันให้สลบไงล่ะ แล้วพวกจักรวรรดิก็จะออกเรือไม่ได้ พวกนายก็จะได้ออกเดินเรือได้อีกครั้งไงล่ะ !!! แผนชั้นดีมั๊ยล่ะ?
ลูกเรือ – อ่า ฮ่าๆๆ เป็นแผนที่ดีมากๆเลยครับ ฮ่าๆๆ 
?????- คิดว่าชั้นพูดเล่นตลกๆงั้นหรอ? ชั้นไม่ได้พูดเอาฮานะ !! 


?????- ได้โปรดเถอะครับคุณผู้หญิง ตอนนี้เราเดินเรือไม่ได้จริงๆครับ ขอโทษด้วยคร๊าบบบบบบบ !!!!


?????- เฮ้ออ ไอ้คนไม่ได้เรื่องเอ้ยย แล้วชั้นจะทำยังไงก็ในเมื่อเรือของพวกเขามันกระจอกเกินจนไม่สามารถออกเรือได้ แต่ ชั้นคิดว่า คุณต้องหาวิธีดีๆได้แน่นอนเลย ใช่มั๊ย คุณ Welch ?


Laeticia – เป็นผู้หญิงที่แปลกดีจริงๆเลยนะ ..พูดแบบไม่คิด นางคงไม่รู้ว่าพูดอะไรออกมาอ่ะนะ 
Raymond – อืมม พูดอีกก็ถูกอีก ..เฮ้ ดูสิ เหมือนเธอจะทำอะไรหล่นเอาไว้ด้วยนะ 


Laeticia – แหวนงั้นหรอ??  อืมมม นี่มันสัญลักษณ์ของ Vineyards ที่เป็นลูกรู้จักกันดีในฐานะ ตระกูลพ่อค้าแห่ง Delryk
Raymond – หมู่บ้าน Delryk งั้นหรอ? ไหนๆเราก็เป็นคนเจอมันแล้ว เราก็คงต้องเอาไปส่งคืนเจ้าของแล้วล่ะแบบนี้ 


>>> เดินเข้าไปที่จุดหมายของภารกิจที่คลินิกในเมืองนี้ 


Nina – สวัสดีค่า คุณหมอ Vahnel อยู่มั๊ยคะ??
Vahnel – หนู Nina นี่เอง นึกว่าใครที่ไหน ชั้นได้ยินข่าวเรื่องที่เธอรับมือพวกมมอนสเตอร์พวกนั้นอยู่เหมือนกัน 
Nina – เดี๋ยวนะ หมอรู้ได้ไงเนี่ย??
Vahnel – ในช่วงที่ยังไม่มีของมาส่งแบบนี้ บางทีเราก็ต้องเงี่ยหูฟังข่าวที่อาจส่งผลกระทบกับเราไว้บ้างอ่ะนะ 
Nina – งั้นหมอก็กำลังขาดพวกเวชภัณฑ์อยู่ซินะคะ
Vahnel – ตอนนี้ยังพอใช้อยู่ รอแปบนะ เดี๋ยวชั้นไปเอายาที่เธอขอไว้มาให้


Raymond – เอ่อ คือ ชั้นไม่ได้จะหยาบคายนะ ถ้าเธอจะมาที่นี่เพื่อซื้อยาแล้วจะให้พวกชั้นแห่กันมาด้วยเพื่อ ?????
Nina – ต้องขอโทษด้วยนะคะ จริงๆแล้วที่อยากให้มาด้วยเพราะอยากให้ Laeticia ได้เห็น


Vahnel – ต้องขอโทษด้วยที่ให้รอนาน .. ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ Nina ??
Nina – คือ ... ถ้าไม่ว่าอะไร ชั้นอยากจะขอดูคนไข้หน่อยได้มั๊ยคะ?
Vahnel – ได้สิ แต่ อาการเขาค่อนข้างรุนแรง อย่าเข้าไปใกล้มากก็แล้วกัน
Nina – เข้าใจแล้วค่ะหมอ  เอ่อ Laeticia ถ้าไม่ว่าอะไรชั้นอยากจะให้คุณมาดูด้วยหน่อย 


Laeticia – เขาเป็นโรคอะไรงั้นหรอ?
Nina – โรค Helgar ค่ะ ตอนนี้มันคร่าชีวิตคนไปกว่า 20 คนแล้ว แบบไม่แสดงอาการอะไรเลยด้วย 


Albaird – ตายมากขนาดนั้นเลยหรอ?
Nina – คุณ Laeticia ถ้าไม่ว่าอะไร ชั้นอยากจะขอตามไปที่เมืองหลวงด้วย ชั้นต้องการไปที่สมาคม Semiomancy ค่ะ 


Raymond – เธอต้องการจะทำอะไรกันแน่?
Albaird – สมาคมทำการวิจัยเกี่ยวกับ Semiomancy ที่มีทุกอย่างครบครันมากที่สุดในอณาจักร 
Nina – เป้าหมายของชั้นคือ ต้องการหาทางรักษาโรค Helgar ค่ะ และการจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องศึกษาหาความรู้ให้มากที่สุดเกี่ยวกับศาสตร์ Semiomancy ได้โปรดเถอะค่ะ ชั้นแค่อยากจะกำจัดโรคที่คร่าชีวิตพ่อของชั้นให้หมดไปจากโลกนี้ให้ได้ !!


Laeticia – ไม่รู้ว่า Marquis จะยอมมั๊ยนะ ..
Nina – ถ้าเขาไม่ยอม เราก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับโรคนี้ และก็จะมีคนตายมากขึ้นอีกเยอะ ชั้นจะไม่ยอมให้โรคนี้มันระบาดมากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะชั้นกับหมอ Yzen ก็ลุยกันมาด้วยตัวเองจนสุดความสามารถแล้วค่ะ 
Albaird – เราเข้าใจความรู้สึกของเธอดีนะ โดยส่วนตัวแล้วไอ้เรื่องพาเธอไปที่สมาคมมันไม่ใช่ปัญหาหรอก แต่เหตุผลที่เรามาที่นี่เพื่อโน้มน้าวให้หมอยอมบอกที่ซ่อนตัวของ Felgreed แต่ถ้าเราทำให้หมอ Yzen ไม่พอใจ มันก็จะทำลานจุดประสงค์ที่เราเดินทางมาที่นี่จนหมด
Raymond – ไม่รู้สินะ ทำไมไอ้คนที่ชื่อ Marquis มันต้องดื้อรั้นขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ !? เอาล่ะ เรากลับไปที่ หมู่บ้าน Delryk กันเถอะ การออกนอกเส้นทางนิดหน่อยคงไม่ทำให้คุณหมอเค้าโกรธหรอกมั้ง 
Albaird – ก็ดีเหมือนกัน อยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร .....อ๊ากกกก !!!


Laeticia – Albaird !!???
Albaird – ขออภัยในความไม่รอบคอบนะฝ่าบาท .. แต่ไม่ต้องห่วง ผมทนไหว ผมยังยืนได้ .....อ๊ากกก !!


Nina – แย่แล้ว ตัวร้อนจี๋เลย คุณหมอ Vahnel ค่ะ ช่วยมาดูทางนี้หน่อยค่ะ !!


Albaird – อาการเขาเป็นไงบ้าง?
Laeticia – คุณหมอบอกว่า แค่เหนื่อยนิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก แต่ต้องให้นอนพักจนถึงเช้า 
Nina – ดีจังที่ไม่เป็นอะไรมาก
Laeticia – คุณหมอ แนะนำให้คุณหมอ Yzen ตรวจอาการเขาซ้ำอีกครั้งทันทีเมื่อเรากลับไปถึง หมู่บ้าน Delryk
Albaird – แปลกแฮะ ดูเหมือน Nina จะพูดถูกที่ตอนนั้นบอกว่า Albaird ป่วย
Laeticia – จริงด้วย และตอนนี้ชั้นก็เริ่มเหนื่อยแล้วด้วย ก่อนที่ชั้นจะน็อคไปอีกคน เราไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ

>> พักโรงแรม 1 คืน ตอนเช้าเดินกลับไปที่หน้าคลินิกหมอ Vahnel


Albaird - ต้องขอบคุณทุกคนมากๆที่ช่วยดูแลชั้นนะ และขอโทษด้วยที่ต้องทำตัวเป็นภาระ โดยเฉพาะกับเธอ Nina 
Raymond - นี่นายโอเคแล้วแน่นะ ??
Albaird - แน่นอน ชั้นจะไม่ยอมให้นายเห็นชั้นคุกเข่าล้มไปแบบนั้นอีกแน่ !
Laeticia - ถ้านายไม่อยากเป็นหนักกว่านี้ อย่าลืมแวะไปหาหมอ Yzen เช็ครอบด้วยล่ะ 
Nina - เอาล่ะ งั้นเราก็กลับไปที่เมือง Delryk กันเถอะ 


                           Main Story: Helgar's Disease 


                           Delryk Village [รอบ 2]

เมื่อกลับมาถึง Delryk Village อีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปที่จุดเป้าหมายของภารกิจหลักคือที่คลีนิคหมอ Yzen ให้สำรวจดู เควสย่อยใหม่ๆก่อน 


                         Delryk Village Side Quest


                          Side Quest: Pesky Thieves

ชาวบ้านที่เหลืออดกับปัญหา พวกโจรมาก่อกวนในเหมือง จึงร้องขอให้ไปช่วยจัดการพวกมันให้หน่อย 


เป้าหมายภารกิจ : กำจัดพวกโจร 16 ตัวใน Delryk Mines 

เข้าไปด้านในเหมืองของเมืองจนถึงโถงถ้ำด้านในสุดที่เคยสู้กับบอสหนอยยักษ์ จะพบกลุ่มโจรหลายตัวอยู่ในนี้ กำจัดพวกมันให้หมดแล้วกลับไปปิดจ๊อบกับคนให้เควสได้เลย 


              Side Quest: Delrky Oddball [เควสที่ค้างอยู่]

เป้าหมายภารกิจ : ลุงต้องการให้ไปหาไอเทม Tattered Robe มาให้

** ภารกิจนี้ ต้องรอให้เนื้อเรื่องดำเนินไปถึงตอนได้ความสามารถ ประดิษฐไอเทม [Crafting] มาก่อน 


เดินไปที่บ้านที่มีสัญลักษณ์รูปนิ้วชี้ ด้านบนสุดของแผนที่ ที่นี่คือบ้านของสาวน้อยปริศนาที่ทำแหวนหล่นเอาไว้ที่ Seaport Rythal ที่เราต้องเอาแหวนมาคืนเธอ


???? – ไม่มีทางๆๆๆ มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ !! มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง !! ม่ายยยยย!!!


Raymond – เฮ้ นี่เธอ ทำไอ้นี่หายรึเปล่า?
???? – ห๊ะ? อะไรนะ ? นายเป็นใครเนี่ย ทำไมถึงมาอยู่ใน ...นั่นแหวนของชั้นนี่ !!!

???? – อ๋อออ ชั้นทำตกเอาไว้ที่ท่าเรือตอนกำลังจะกลับมาที่นี่นี่เอง โชคดีอะไรแบบนี้ที่นายเก็บมันได้แล้วมาคืนชั้นเนี่ย  ขอบคุณมากน้า !!!


Welch – ขออนุญาตแนะนำตัวหน่อยนะคะ ชั้นเป็นหัวหน้าของตระกูลพ่อค้าที่มั่งคั่งที่อาศัยและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเมือง Delryk มาจากรุ่นสู่รุ่น ชั้นทั้งฉลาด สุดสวย ชั้นคือ Welch Vineyard ค่า!!!


Raymond – เอ่อ ... แต่ดูบ้านแล้วไม่เหมือนเศษฐรซักเท่าไหร่นะ เธออยู่ที่นี่จริงๆหรอ?
Welch – พูดจาน่าเกลียดจัง ..เอ่อ ยังไงก็เถอะ ที่นายหยิบแหวนของชั้นแล้วเอามาให้ชั้นที่นี่ ช่างน่าเวทนาจริงๆเลย ....เอ่อๆๆ ชั้นหมายถึง ช่างดีอะไรแบบนี้ ว่า แต่ ชั้นมีอะไรจะถามหน่อยจะได้มั๊ย?


Welch – คือ ชั้นมีบางอย่างที่ต้องการมากๆ และมีลางสังหรณ์ว่า นายจะหานมาให้ชั้นได้ ของง่ายๆใช่ป่ะล่ะ ไม่ต้องห่วงนะ จบงานมีรางวัลให้อย่างงามเลยล่ะ 


Raymond – โอเค๊
Welch – เยี่ยมไปเล๊ย!!! เอาล่ะ ชั้นออกคำสั่งไปแล้วนะ ที่นี้ก็ทำเหมือนต้นไม้ ที่รอ .... เอ่อ ชั้นหมายถึง ได้โปรด รีบทำมันให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เลยน้า 


                Side Quest: Welch the Compounder 

เป้าหมายภารกิจ : หา Roly-Poly Bean มาให้ Welch 3 อัน


ไอเทม Roly-Poly Bean นั้นหาง่ายเจออยู่ทั่วไป ถ้าผ่านเนื้อเรื่องมาถึงตรงนี้แล้วรับรองว่ามีติดตัวแน่นอน ลองเซ็คดูในเมนู Meterials ถ้ามีครบก็เอาให้ Welch ได้เลย


          Welch – โอ้ยย ทำไมมันไปนานอย่างนี้ นานนๆๆๆๆ 


Raymond – ขอโทษด้วยนะที่มาช้า
Welch – นายมาตอนไหนเนี่ย ?? เอ่อๆๆๆ หมายความว่าไงมาช้า นี่นายทำงานเร็วมากๆๆเลยนะ 


Welch – เยสสสส ใช่แล้ววว นี่แหละที่ชั้นต้องการ ...เดี๋ยวชั้นจะเอามันไปผสมนู้นนี่นั่น หูยยย ที่นี้ละได้ยุ่งทั้งวันแน่นอน .... ดะ เดี๋ยยววว หยุดม้าก่อนคาวบอย อย่าเพิ่งรีบไปไหนสิ !!  ชั้นคงทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสียแน่ๆเลยถ้าปล่อยให้นายไปโดยที่ไม่ให้รางวัล นี่ลืมที่ชั้นพูดรึไงว่า มีรางวัลให้อย่างงาม อ่ะ  ...เอาล่ะ ที่นี้ชั้นจะสอนวิชาลับที่สั่งสมมานานของวงศ์ตระกูล Vineyard ของชั้นให้ .... รับไปสิ !!!!  


Welch – ตราบใดที่นายมีเจ้านี่ นายจะสามารถติดต่อชั้นได้ไม่ว่าจะอยู่ไกลแสนไกลแค่ไหน และด้วยนายเป็นคนไม่หือไม่อือ เอ่อ ชั้นหมายถึง จากความสามารถของนาย ชั้นขอแต่งตั้งให้นายเป็นคนเก็บขยะส่วนตัวของชั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พอชั้นเรียกผ่านแหวนนี่เมื่อไหร่นายต้องรีบย้ายก้นมาให้เร็วที่สุดเลยนะ !!
Raymond – เออ เอาไงก็เอา ....
Welch – เยี่ยมมากกก!! และ ถ้าคราวหน้า นายเอาสิ่งที่ชั้นร้องขอมาให้ได้ ชั้นก็จะสอนวิชาการสรรสร้างประจำครอบครัวให้อีก โอเค๊ ?? เอาล่ะ จนกว่าชั้นจะเรียกหา เอาไว้ค่อยเจอกันนะ !!

ตอนนี้ จะได้ความสามารถ สร้างไอเทม ด้วยเมนูที่เพิ่มเข้ามาใหม่คือ Item Creation พร้อมความสามารถแรกคือ ผสมไอเทม [Compounding]


ซึ่งจะทำให้สามารถนำไอเทมพื้นฐานมาผสมให้เป็นไอเทมใหม่ๆได้ ยิงผสมมาก ตัวละครนั้นๆก็จะได้ประสบการณ์ที่ทำให้ได้ เลเวล สูงขึ้น ทำให้สามารถผสมไอเทมดีๆได้มากขึ้น 

>> ส่วนความสามารถในการ Creation ด้านต่างๆ ต้องรอเควสต่อไปของ Welch ซึ่งนั่น รวมถึง ความสามารถประดิษฐไอเทม [Crafting] ที่จำเป็นต่อการทำ Side Quest: Delrky Oddball ที่ค้างอยู่ด้วย 

>> ออกจากบ้านของ Welch แล้วมุ่งไปที่จุดหมายของภารกิจหลักที่คลีนิคหมอ Yzen ได้เลย 


Marquis – Nina เธอไปไหนมา !!?
Nina – นี่ค่ะหมอ ยาที่หมอต้องการ 
Marquis – ไม่ต้องมานี่ค่ะ อะไรเลย พระเจ้า เธอไปไหนมา 


Albaird – หมอครับ อย่าไปโกรธ Nina เลย เธอก็แค่พาตัวผมมาที่นี่ในฐานะ คนไข้ แค่นั้นเอง หมอ Vahnel จาก Rythal เป็นคนแนะนำให้มาขอความเห็นในการวินิจฉัยโรคเพิ่มเติม และนี่ครับเอกสารเวชระเบียนในการรักษาของผมครับ 
Marquis – อืมม .... เดี๋ยวชั้นจะดูให้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง เข้ามาข้างในสิ 


Raymond – แขนเทียม หรอเนี่ย ?
Marquis – นี่ก็ 10 ปีแล้วสินะ ถ้าไม่ใช่ฝีมือของ Midas ป่านนี้คงพังไปนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะรักษามันไว้ได้ตลอดโดยไม่ให้มันเสื่อมลงได้หรอก 


Marquis – เขาสร้างอวัยวะเทียมนี้ขึ้นมาโดยใช้ Semioancy มันถูกออกแบบมาให้เติบโตไปพร้อมกับเจ้าของที่สวมใส่มันเหมือนเนื้อของมนุษย์จริงๆ
Raymond – เดี๋ยวนะ ไม่ใช่แค่เคลื่อนไหวได้เหมือนแขนปกติ แต่เติบโตได้ด้วย นี่มันนวตกรรมแห่งศตวรรษเลยนะเนี่ย !!?


Marquis – ถ้าทุกคนตื่นเต้นเหมือนกับคุณตอนมันเปิดตัวก็คงจะดี แต่มันไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิ ...เอาล่ะ คุณใส่เกราะเข้าไปได้แล้ว ผมทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้วล่ะ ...ต้องขอบคุณหมอ Vahnel ที่ช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับแขนนี้ ที่มีความรู้ไม่ต่างจาก Midas .. โอเค ผมจะบอกที่อยู่ของ Midas ให้ก็ได้ เพราะเขาเป็นความหวังเดียวที่จะแก้ไขแขนของ Albaird ตอนนี้ Midas เขาอยู่ที่ หมู่บ้าน Eda 
Laeticia – ขอบคุณมากนะคะ 
Marquis – แต่ก็ต้องขอเตือนก่อนนะว่า เขาเป็นคนที่ค่อนข้างแปลก เป็นคนที่สภาขึ้นบัญชีดำ ว่าเขานำความเดือนร้อนมาให้มานานหลายปีแล้ว การจะพูดโน้มน้าวใจเขา ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน 
Laeticia – ยังไงมันก็หยุดเราไม่ได้หรอกค่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณที่บอกให้เรารู้นะ 


Marquis – ชั้นได้ทำหน้าที่ iatromsncer ในแบบชั้นที่เป็นจนเสร็จสิ้นแล้ว ขอตัวก่อนนะ 


Nina – ดะ เดี๋ยวนะ นั่นหมายความว่า พวกคุณกำลังจะออกเดินทางกันแล้วใช่มั๊ย ?
Albaird – ใช่แล้ว เวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก มาสเตอร์ Maester เป็นส่วนสำคัญที่สุดในภารกิจของเรา เราคงเสียเวลารออะไรไม่ได้อีกแล้วล่ะ 
Nina – ก็มีเหตุผลนะ ...เอ่อ คือ ชั้นไม่รู้จะพุดยังไง คือ ...
Laeticia – Nina อย่ากังวลไปเลยนะ ชั้นเป็นเกรียติมากถ้าเธอจะเดินทางร่วมกับเรา ในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งมีพันธมิตรหลายๆคนยิ่งเป็นเรื่องดีสำหรับเราเลยล่ะ 
Raymond – ได้ยินเจ้าหญิงบอกแล้วใช่มั๊ยล่ะ ไหนลองดูสิว่าถ้าทีมจะมีหมอเพิ่มเข้ามาอีกคนมันจะเป็นยังไง
Nina – ขอบคุณค่ะ โอเค ชั้นจะไปกับคุณ แต่ .. ขอเวลาแปบนึงได้มั๊ยคะ?


Nina – คุณหมอ Yzen ..หนูขอถามอะไรหน่อยได้มั๊ยคะ?
Marquis – ได้สิ เธอจะถามอะไรงั้นหรอ?
Raymond –  เอ่อ ... นี่เราควรให้เขาคุยกันแบบส่วนตัวจะดีกว่าเนอะ 
Laeticia – ควรอย่างยิ่งเลยล่ะ


Laeticia – ในช่วงที่รอ Nina สะสางเรื่องส่วนตัวของเธออยู่ เราไปซื้อของเพื่อเตรียมตัวเดินทางกันก่อนดีกว่านะ

>>> จุดหมายของภารกิจจะขึ้นที่ร้านไอเทม ประหนึ่งว่า แนะนำให้คุณไปเตรียมซื้อของไว้ก่อนออกเดินทาง แต่ถ้ามีทุกอย่างครบแล้วก็เข้าไปที่ร้านไอเทมแล้วออกมาหา Nina ที่หน้าคลีนิคอีกครั้ง ก็จะพบเธอยืนรออยู่



Raymond –  ไง เป็นไงบ้าง?
Nina –ก็ดีค่ะ หมอไม่ว่าอะไรเลย ชั้นบอกว่าอยากจะไปเข้าสมาคม เขาก็บอก ก็ดี โดยมีเงื่อนไขข้อเดียวคือ อย่าทำให้เจ้าหญิงต้องอับอาย แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจะยอม ?


Raymond –  ชั้นเองก็เพิ่งรู้ว่าพวกพ่อแม่เขาคิดยังไงกัน พวกเขาแค่ไม่ต้องการให้ลูกได้รับประสบการณ์ที่ยากลำบากเหมือนที่เขาเคยเจอ ในขณะเดียวกันก็อยากให้ลูกๆเดินตามรอยของเขา เรื่องพวกนี้มันอยู่ในสายเลือดพวกเขาไปแล้ว และ ชั้นก็เพิ่งรู้ดีที่สุดตอนเดินทางร่วมกับพ่อของชั้น


Raymond –  เห็นได้ชัดว่า คุณหมอค่อนข้างจะโกรธพวกราชวงศ์ ซึ่งอาจมีเหตุผลอย่างน้อยๆก็ข้อนึงที่ตาแก่ของเธอไม่เคยพูดถึงอดีตของเขาให้ฟัง อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงทิ้งงานวิจัยกองใหญ่ไว้ให้เธอโดยไม่รู้ตัว ในกรณีนี้ เขาคงคิดว่าเธอคงจะปฎิเสธการเป็น iatrimancer เหมือนกับเขา แต่บางที เขาอาจตั้งใจจะทิ้งไว้ เพื่อเธออยากจะเป็น 


Raymond –  แถมหมอ Yzen ยังให้เธอมาเป็นลูกศิษย์ของเขาอีก ที่ชั้นกำลังจะบอกก็คือ ทั้งสองคนยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนทุกการตัดสินใจของเธอ 


Raymond –  ถ้าเข้าใจแล้วเราก็ต้องเดินทางกันแล้ว เราไปหาทางโน้มน้าวใจหมอ Midas ที่ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกันเถอะ 
Nina – อืมม เข้าใจแล้วค่ะ !!


        Nina – หนูต้องไปก่อนนะคะพ่อ แล้วค่อยเจอกันนะ ..


   >>>>>>  ก่อนออกเดินทาง นอนโรงแรม 1 คืน เพื่อปลดล็อค Private Action




                   Private Action #5: Sweet Secret 

Albaird – อืมม ขนมร้านนี้ อร่อยจริงๆเลยนะเนี้ย ..
Raymond – เฮ้ ทำไรอยู่หรอ?
Albaird – ห๊ะ !!
Raymond – โว้ๆๆๆ ตกใจทำไม นายเป็นไรเนี่ย ??
Albaird – มะ ไม่ ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ กล้าดียังไงมาทำให้ชั้นตกใจ!!
Raymond – นี่นายไม่ได้จะเริ่มดราม่าอีกแล้วใช่มั๊ย? เอ่อ แล้วมีอะไรติดที่หน้านายอยู่อ่ะ กำลังกินไรอยู่หรอ?
Albaird – ห๊ะ !! ไม่มีหรอก ไม่ได้กินอะไรทั้งนั้น!!
Raymond – นี่เพื่อน ทำไมต้องแกล้งปฎิเสธด้วยอ่ะ คนเรามันก็ต้องกิน แค่ซื้ออาหารกินมันไม่ได้ผิดกฎหมายหรอกนะ 
Albaird – ก็บอกแล้วว่า ไม่ได้กินอะไร!! … ชั้นขอตัวก่อนนะ 
Raymond – ไอ้หมอนี่มันเป็นบ้าอะไรฟ่ะเนี้ย ...?


                        Private Action #6: Miner’s Town 

Raymond – บรรยากาศคึกคักแบบนี้ นี่แหละคือเมืองเหมืองแร่อย่างที่ชั้นอยากให้เป็นล่ะ  
Nina – หมอ Yzen เคยบอกว่า มันแตกต่างจากเมื่อก่อนมากๆ 
Raymond – ว่าแต่ พวกเขากำลังขุดอะไรกันอยู่งั้นหรอ?
Nina – ช่วงแรกๆจะเป็นพวกทอง แต่ตอนนี้ก็เหลือแค่พวกโลหะต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นทองแดง เมืองทั้งเมืองจะมีพูดคนหลั่งไหลมาจากทุกที โดยหวังจะขุดแร่ไว้ใช้เอง 
Raymond – เหมือนกับยุคตื่นทองอะไรแบบนี้สินะ?
 Nina – ใช่เลย แม้ทองจะหมดไปแล้วก็เถอะ แต่เหมืองยังอยู่ นายอาจจะเห็นแท่งคริสตัลขนาดใหญ่ที่โผล่ออกมาจากพนังถ้ำของเหมืองใช่ป่ะ หินพวกนั้นเรียกว่า ยิบซั่มโปร่งแสง (translucent gypsum) พวกเขาใช้มันเอาไปทำประโยชน์ได้หลายอย่างเลยล่ะ 
Raymond – นั่นน่ะหรอ ยิปซั่ม ?
Nina – ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก แต่ส่วนใหญ่จะใช่ ยิปซั่มที่ขุดได้ที่นี่เป็นยิปซั่มที่บริสุทธิ์มากๆนะ มันถูกส่งไปที่เมืองหลวงและการก่อสร้างต่างๆเยอะแยะเลย 
Raymond – ว้าวว ชั้นคิดว่ามันเป็นอัญมณีที่ล้ำของที่นี่ก็ว่าได้นะ 
Nina – ใช่เลย ถ้าได้ก้อนใหญ่ๆพอ ก็สามารถเอาไปทำกระจกหน้าต่างพระราชวังหรือตามวิหารได้เลย ยิปซั่มมีหลายประเภทพวกมันถูกเอาไปทำอะไรต่างๆได้หลายวิธี นั่นทำให้ชาวเหมืองต้องยุ่งอยู่ตลอดไงล่ะ 
Raymond – สุดยอดเลย งั้นเมืองนี้ก็เหมือนฮีโร่ของอณาจักรสินะ ห๊ะ?
Nina – ถ้างั้นก็อย่าลืมร้องเพลงสรรเสริญพวกเขาด้วยนะ !! รู้เลยว่า พ่อต้องภูมิใจที่เป็น iatrimancer ให้ผู้คนในเมืองนี้อย่างมาก
Raymond – หมอ Yzen บอกเธอสินะ?
Nina – ใช่ค่ะ และชั้นก็จะเดินตามรอยเท้าพ่อ เพื่อทำในสิ่งพ่อเคยทำในสักวันแน่นอน 
Raymond – ตามรอยเท้าพ่องั้นหรอ? ชั้นเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยล่ะ 




                   Main Story: Albaird s Struggle


ออกจาก Delryk Village แล้วเดินทางไปยังเขตพื้นที่ Larcasse Weald เป้าหมายคือ ทางทิศเหนือฝั่งขวาของแผนที่เพื่อเข้าสู่เขตพื้นที่ Edahli


Laeticia – เราต้องเดินทางขึ้นเหนือเพื่อเข้าไปที่เขตพื้นที่ เอดาห์ลี ต่อ 
Nina – คุณกำลังบอกว่า เรากำลังใกล้จะถึงแล้วใช่ป่ะ?
Albaird – เปล่า ชั้นเกรงว่าเราเพิ่งเริ่มต้นแค่นั้นเอง เราต้องสงวนกำลังไว้ด้วยเพราะเดี๋ยวจะเจอสภาพภูมิประเทศที่ทุระกันดารมากขึ้นอีก 
Raymond – นายหมายถึงเรากำลังจะขึ้นเขาใช่มั๊ย แต่ก็นะ ไม่ได้ขึ้นเขามานานแล้วเหมือนกัน หวังว่าคงจะไม่ชันมากนะ 


ทันทีที่ Fast Travel มาที่เข้ามาที่ Larcasse Weald ลองสแกนค้นหาดูจะพบ Blue Mini Bunny ให้จับ 1 ตัว 


Albaird – จากตรงนี้ เราต้องขึ้นเหนือต่อไปอีกเรื่อยๆ 
Raymond – ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของซากปรักหักพังนั่นสินะ ชั้นยังไม่เคยไปมาก่อนเลยเหมือนกัน  
Laeticia – ก็ใกล้ๆกับจุดที่เราเจอกันครั้งแรกนั่นแหละเรย์ นายน่าจะพอนึกออกบ้างแหละ


                               Edahil Region


Raymond – โว้ !!!! ไอ้ที่นายบอกว่า ทุระกันดาร นี่ไม่ได้พูดเล่นสินะ 
Albaird – ก้าวพลาดแค่นิดเดียวตกลงไปตายแน่นอน รับรองเลยว่าจะไม่มีอะไรมาหยุดรั้งนายไม่ให้ล่วงไปสู่ก้นเหวแน่ๆ งานนี้ต้องใช้ไหวพริบหน่อยก็แล้วกัน 
Laeticia – ถ้านายหายไปเราจะตามหานายด้วย D.U.M.A ก็แล้วกันนะ


เส้นทางในพื้นที่ Edahil นั้นเป็นทางเดินสันเขาที่ทอดยาวไปทางฝั่งตะวันตก ระหว่างทางจะมีหินลอยฟ้าหลายจุดที่สามารถบินเข้าไปเก็บ D.U.M.A PTS ได้ ซึ่งบางครั้งอาจต้องเสียพลังชีวิตแลกมาด้วยการต้องตกเขาบ้างแต่ก็คุ้มค่าที่จะเสียเวลาอยู่


ระหว่างทางจะพบเสาสักการะ ที่ต้องหา Hermes Lilies มาถวาย 

 เมื่อเดินทางมาถึงจุดที่เป็นลานกว้าง Albaird จะแนะนำว่า ควรจะพักค้างแรมกันที่นี่ซักคืน 


Raymond – นี่ เรามาไกลจาก Eda มากเลยนะเนี่ยว่ามั๊ย? 
Albaird – มันต้องปีนเขาเยอะไปสำหรับนายงั้นหรอ 
Raymond – ชั้นไม่ใช่คนที่ล้มหน้าโรงบาลนะ ถามตัวเองก่อนเถอะว่าไหวรึเปล่า?


Albaird – ชั้นพักมาพอแล้ว พร้อมแน่นอน มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะ
Raymond – หวังว่านายคงคิดถูกนะที่จะพักที่นี่ มันโคตรจะหนาวเลยบนนี้


Albaird – อยากจะบอกว่า แปลกใจเหมือนกันที่นายไม่ถามถึงเรื่องแขนของชั้น 
Raymond – ไม่เอาน่าเพื่อน ทุกคนก็มีเรื่องที่ไม่อยากจะเล่ากันทั้งนั้นแหละ แล้วยิ่งคนแบบนายแล้วด้วย คนที่โกรธแม้กระทั่งที่ใครคนนึงมาถามว่ากินอะไร และชั้นก็ไม่ชอบพูดเรื่องอะไรที่มันยั่วโมโหคนขี้งอลด้วยแหละ
Albaird – นายคิดว่าชั้นเป็นคนแบบนั้นงั้นเรอะ!??
Raymond – ม่าย นายมันคนบ้าบอๆที่ชอบทำลายความสุขคนอื่นมากกว่า 
Albaird – ว่าอะไรนะ!!
Raymond – ชูววว !! อย่าเสียงดัง นายจะทำให้คนอื่นตื่นกันหมดนะ 



Raymond – เรย์มอนด์พูด นั่นใครโทรมา ?
Elena – นี่ชั้นเอง Elena ข้างล่างนั่นเป็นยังไงบ้าง?


Raymond – Elena หรอ?? ชั้นว่าแล้วว่าเธอต้องปลอดภัย ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?
Elena – ตอนนี้ชั้นอยู่นอกสนามแรงโน้มถ่วงของดาวที่คุณอยู่ พ็อตของชั้นได้รับความเสียหายตอนที่ดีดตัวออกมาจากยาน ทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ รีเซ็ตระบบก็ไม่ได้เลยต้องพยายามควบคุมด้วยตัวเอง
Raymond – เฮ้ ชั้นไว้ใจการบังคับของเธอมากกว่าระบบออโต้บ้านั่นซะอีกนะ เอาล่ะ ส่งพิกัดการลงจอดของเธอมา ดาวดวงนี้ยังด้อยพัฒนา ชั้นไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะไปถึงตำแหน่งของเธอได้ แต่จะรีบไปให้เร็วที่สุดเลยล่ะ 
Elena – ขอบคุณมากเรย์ แล้วเจอกัน  เลิกการติดต่อ


Raymond – เยส !!!  ช่างเป็นข่าวดีจริงๆเลย!!  เธอขาดการติดต่อไป 17 ชัวโมง แต่ก็ยังรอดมาได้ สุดยอดจริงๆ เรากำลังจะมุ่งหน้าไปทางนั้นแล้ว 


Raymond – จากนั้นก็ตามหา Chloe ชั้นจะไม่ทิ้งไว้ข้างหลังแน่นอน เราจะกลับไปที่ ยาน Verguld พร้อมกันให้หมดทุกคนให้ได้ คอยดูสิ!!



ตอนเช้า ก่อนออกเดินทางจากจุดพักแรม สแกนพื้นที่ด้านบนซ้ายของลานกว้างจะพบ Cool Blue Mini Bunny ให้จับ 


จากนั้นเดินทางต่อไปตามทางเดินริมเขาจนถึงฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ก็จะพบทางเข้าหมู่บ้าน Eda 


Nina – โอ้ นั่นไงชั้นเห็นแล้ว เป้าหมายของเรา เรามาถึงแล้วใช่ป่ะ!?
Raymond – โว้ๆๆๆๆ พระเจ้า นี่เราต้องข้ามไอ้สะพานนั่นไปจริงดิ โคตรสูงเลย !!
Laeticia – ข้ามสะพานแขวนนั่นไปก็จะถึงหมู่บ้าน Eda แล้วล่ะ รีบไปกันเถอะ!


Raymond – เดี๋ยวนะ ประตูนั่นคืออะไร นี่สรุปเรากำลังมาที่หมู่บ้านกลางหุบเขาหรือป้อมทหารกันแน่?
Nina – เอ่อ ดูเหมือนไอ้เจ้าพวกนั้นมันเริ่มขยับตัวแล้วนะ ...... 
Laeticia – มันดูเหมือนปืนใหญ่อะไรซักอย่าง และ ...กำลังพุ่งมาที่เราด้วยสิ


Albaird – ระวัง!! เตรียมรับมือ !!!
Raymond – เป็นบ้าอะไรของแก D.U.M.A เข้า Sleep Mode รึไง? ทำไมแกไม่เตือนเราก่อนหน้านี้ว่ามันจะโจมตีฟ่ะ !!!

Boss – Semiomanic Cannon


Raymond – ทำพวกนายไม่เคยบอกชั้นเลยนะว่า เราต้องมาเข้าตีปราสาทแบบนี้?
????? – ทำลายระบบป้องกันแบบพื้นฐานของชั้นได้แค่นี้ อย่าเพิ่งทำคุย บอกจุดประสงค์การมาที่นี่ของพวกเจ้ามาเดี๋ยวนี้ !!!  หลังจากปล้นเมืองหลวงแล้ว พวกจักรวรรดิจะยึดชายแดนฝั่งตะวันตกอีกหรือไง?


 Albaird – แกคิดว่าเราเป็นสุนัขรับใช้ไอ้พวกจักรวรรดิหรือไงวะห๊ะ?
Laeticia – อย่าหยาบคายแบบนั้นสิ Albaird 
Albaird – ห๊ะ??


Laeticia – ต้องขออภัยด้วยที่ล่วงเกิน เรามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์ไม่ดีหรอค่ะ มาสเตอร์ Felgreed !
Raymond – เนี่ยนะ Midas ?
Laeticia – พวกเราไม่ได้มาที่นี่โดยไม่มีเหตุผล ได้โปรดให้พวกเราเข้าไปด้วยเถอะค่ะ


Midas – โตขึ้นเยอะเลยนะ Laeticia ... แต่ บอกชั้นหน่อยว่าเธอจะโกรธมั๊ยถ้าคำตอบของชั้นคือ ไม่!
Laeticia – ชั้นขอร้องล่ะคะมาสเตอร์ Midas เรามีคนไข้ที่หมอ Yzen บอกว่ามีคุณคนเดียวเท่านั้นที่จะรักษาได้ 


Midas – คนไข้ของ Marquis งั้นหรอ ? …. เอาล่ะ เปิดประตูได้ !!


Albaird – ชั้นไม่สนหรอกว่าไอ้หมอนี่มันจะเก่งแค่ไหน แต่เขาไม่มีสิทธิ์ดูหมิ่นสายเลือดราชวงศ์แบบนี้ 
Laeticia – เขาอาจจะพูดจาไม่เข้าหู แต่ถ้าเขายอมให้เราเข้าไปทั้งที่จำชั้นได้ ชั้นถือว่าเราชนะ การต่อสู้ที่แท้จริงของเรากำลังรออยู่ แต่ไม่ใช่ที่นี่ 


                                 Village of Eda



Midas – ทางนี้ ตามมา ให้เร็วด้วย 
Raymond – ทำไมถึงต้องมีหุ่นพวกนั้นที่หน้าประตูด้วยล่ะครับ 
Midas – นั่นแค่น้ำจิ้ม ยังมีอะไรมากกว่านี้อีกเยอะ ซึ่งตอนนี้นายรู้แล้วว่าที่มีระบบป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องพวกฟองจากพวกคนที่คิดไม่ดี 
Raymond – แน่ใจหรอว่าต้องทำขนาดนี้ สำหรับผมที่นี่ก็ดูปลอดภัยดีแล้วนะ 


Midas – สำหรับตอนนี้อ่ะใช่ ก็จนกว่า Aucerius จะล่มสลาย ถึงตอนนั้นแม้แต่อัศวินที่สูงศักดิ์ก็อาจกลายเป็นอาชญากรได้ 
Albaird – เมสตอร์  ... คุณไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆใช่มั๊ย?
Midas – โอ้ ... ชั้นก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ ซึ่งจริงๆมันก็เห็นๆอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ทำไมพวกราชวงศ์ถึงต้องเดินทางมายังดินแดนที่ห่างไกลเพื่อมาขอร้องให้ช่วยกันล่ะ?
Albaird – ….. ชิ !! .. 


Midas – เอาล่ะ ถึงที่พักชั้นแล้ว พวกเธอ 2 คนรอข้างนอก 


Albaird – แต่ เมสตอร์ครับ ...
Midas – นี่ไม่ใช่การแสดงโชว์นะ เอาเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาก็พอ หรือกำลังใจจากหมอไม่พอเลยต้องให้นายหญิงมาจับมืองั้นหรอ?


Raymond – ผมไม่อยากจะขัดจังหวะอ่ะนะ แต่ผมก็เป็นเซมิโอแมนเชอร์เหมือนกัน ดูนี่สิ เห็นป่ะ ?  คุณแทบไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำ ผมสัญญาขอแค่ดูเฉยๆ ไม่ว่าคุณจะใช้อะไรก็ตามกับแขนนั่น มันสามารถช่วยคนได้อีกมากมายเลยรู้มั๊ยครับ?
Midas – ก็ได้ แล้วก็ช่วยสงบปากสงบคำให้ด้วยก็แล้วกัน 



Midas – เธอ .. ลูก Filberto เธอรู้จักพวกสมุนไพรใช่มั๊ย?
Nina – ลุง Midas หนูชื่อ Nina ค่ะ Nina !!
Midas – โอเค Nina มาดูกันว่า เธอจะทำตามคำสั่งได้มั๊ย? ชั้นต้องการลาเวนเดอร์ และ ใบอาร์ทิมิส อย่างล่ะ 2 กิ่ง เอาแบบแห้งนะ ไม่เอาสดๆ
Nina – ได้ค่ะ รับทราบค่า ... 


Midas – ส่วนนาย ...
Raymond – เรย์มอนด์ครับ 
Midas – เรย์มอนด์ นายดูเฉยๆได้ แต่อยากให้ Orb ของนายมาเกะกะขวางทางก็พอ 
Raymond – จะพยายามครับ 


Raymond – ได้ยินแล้วนะ D.U.M.A ? ทำตัวดีๆอย่าให้หมอเขารำคาญอ่ะ 
Midas – นั่นมัน ... ตัวบ้าอะไรวะน่ะ .... 


Midas – เอาล่ะ เรามาเริ่มกันได้แล้ว นอกจากหมดสติที่ Rythal นายมีอาการอย่างอื่นอีกมั๊ย? 

Albaird – ถ้ารู้แล้วไม่ต้องไปพูดมากล่ะ เรย์มอนด์  .... 


ประมาณเดือนที่แล้ว ผมรู้สึกไม่เป็นตัวเองเท่าไหร่ แล้วก็สังเกตว่าแขนจนถึงไหล่มันเริ่มจะมีสีคล้ำลง


Midas – อืมมม ... ครึ่งปี อีก ครึ่งปีคุณก็จะไม่สามารถใช้งานแขนนั้นได้อีก 
Albaird – ห๊ะ! อะไรนะ!!??
Midas – ชั้นสามารถสร้างแขนเทียมให้ได้ แต่ประสิทธิภาพมันจะด้อยกว่าเดิมมาก ไอ้หนุ่ม นายไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง 
Albaird – มันไม่สามารถทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้อีกแล้วหรอครับ?
Midas – ถ้า 14 ปีที่แล้วอ่ะ พอจะทำได้ 
Albaird – ถ้างั้น เมสตอร์ครับ ผมอยากจะขอร้องคุณเรื่องนึง 
Midas – ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องแขนของนาย เรื่องอื่นนายจะเป็นจะตายยังไงชั้นก็ไม่สนทั้งนั้น 
Albaird – อ่า ชิ!! .....


                    Raymond – 14 ปีที่แล้วงั้นหรอ ?


Laeticia – ตกลงว่าไง ?
Albaird – ล้มเหลวครับ คำอ้อนวอนใช้ไม่ได้กับคนหูหนวกหรอกครับ 
Laeticia – ใครสนเรื่องนั้นกันล่ะ ชั้นหมายถึงแขนของนายต่างหาก 
Albaird – อ้าวหรอ? เอ่อ ..เขาบอกว่า อีกปีนึงแขนผมก็จะใช้งานไม่ได้แล้ว 
Laeticia – แต่เขาน่าจะสามารถสร้างแขนใหม่ให้นายได้นี่ ใช่มั๊ย?
Albaird – เขาบอกว่า ได้ แต่ต้องเป็นเมื่อ 14 ปีที่แล้วอ่ะครับ 
Laeticia – อะไรนะ แบบนี้ไม่ได้หรอก!!
Albaird – เดี๋ยวครับเจ้าหญิง !!


Laeticia – เมสตอร์ Felgreed คะ!! ชั้นมาขอความเมตตา ได้โปรด ชั้นขอร้องล่ะคะ ช่วยทำแขนเทียมใหม่ให้เขาด้วยนะคะ 
Midas – ชั้นก็ให้คำตอบไปแล้วนี่ 
Laeticia – ชั้นขอร้องล่ะ!!  ช่วยเมตตาพวกเราด้วย ชั้นสาบานต่อบรรพบุรุษเลยว่า จะไม่มาให้ท่านเห็นหน้าอีกตลอดไป 

Midas – นั่นคือเหตุผลที่เธอเสี่ยงชีวิตเดินทางมาที่ดินแดนห่างไกลล่ะสิ? ทั้งหมดก็เพื่อพาเพื่อนเธอมาตรวจสุขภาพแค่นั้นใช่มั๊ย??  
Laeticia – ชั้นยอมรับว่ามันไม่ใช่เป้าหมายของชั้นแต่แรกหรอกค่ะ ..แต่ว่าตอนนี้ มัน



Laeticia – แต่ตอนนี้ ชั้นมาที่นี่โดยไม่มีจุดประสงค์อื่นนอกจากได้เห็นเพื่อนของชั้นหายจากอาการป่วย ชั้นขอร้องล่ะ เมสเตอร์ ช่วยเขาด้วยเถอะ!!
Midas – เฮ้ออ... วัตถุดิบที่สำหรับใช้ในการรักษามันได้หายสาบสูญไปจากดินแดนนี้ไปเมื่อ 14 ปีก่อนแล้วน่ะสิ เราไม่สามารถย้อนเวลาเพื่อไปสร้างอัวยวะเทียมขึ้นมาใหม่ได้หรอก 
Laeticia – มันเป็นแบบนั้นได้ยังไง?


Midas – แขนเทียมที่ดีที่สุดที่ชั้นจะทำให้เขาได้ตอนนี้ ก็คงได้เท่านี้ ชั้นเคยเตือนแล้วว่า แขนนั่นจะไม่สามารถใช้ได้นานจนถึงตอนโต ดั้งนั้นชั้นจึงเตรียมอันนี้เผื่อเอาไว้ 


ซึ่งมันมีประสิทธิ์ภาพมากพอที่จะทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันในแบบธรรมดาได้ ...แต่ไม่ใช่ในฐานะ อัศวิน ....


Raymond – แล้วเจ้าแขนนั่นมันใช้พลังอะไรในการทำงานหรอครับ?
Midas – สำหรับคนที่ไม่ใช่ Semiomancer นายค่อยข้างฉลาดมาก 


Raymond – โดนจับได้ซะแล้วสิ ....
Midas – ก็มันเห็นๆอยู่ว่านายกับ Orb ของนายมันไม่ได้เชื่อมโยงกัน มันเป็นตัวของมันเองมากกว่าจะทำตามคำสั่งของนาย แต่ชั้นก็ยอมรับนะว่า ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แล้วมันทำงานด้วยพลังอะไรหรอ?


Raymond – เป็นคำถามง่ายๆที่จะตอบให้คุณเข้าใจได้ยากมากๆเลยอ่ะนะ
Midas – นายคิดว่าชั้นจะถูกหลอกด้วยเล่ห์กลแบบนี้งั้นหรอ?
Raymond – ไม่เอาน่า ถ้าจะให้อธิบายให้คุณฟังจนเข้าใจจริงๆ ต่อให้อาณาจักรนี้ล่มสลายก็ยังคุยกันไม่จบแล้วนะ 
Midas – ถ้าอนาคตของ Aucerius ขึ้นอยู่กับชั้นจริงๆ พวกเขาก็สมควรได้รับผลที่ตามมาอ่ะนะ 
Albaird – เมสเตอร์ !!!
Midas – การสนทนาของเราจบลงแค่นี้แหละ ..แต่อย่างไรก็ตาม ชั้นก็มีหน้าที่ที่จะดูแลแขนของนาย เรื่องนั้นชั้นไม่ทิ้งแน่นอน เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้น ชั้นไม่สน 


Laeticia – ถ้างั้นก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ 
Albaird – เจ้าหญิง !!  
Laeticia – ชั้นเห็นแล้วว่า หมู่บ้านนี้ต้องการคุณแค่ไหน และชั้นไม่สามารถกีดกันคนเหล่านี้ไม่ให้ได้รับการคุ้มครองจากคุณได้หรอกค่ะ ชั้นขอแค่คุณช่วยดูแล Albaird ให้ดีที่สุดเท่าที่เขาสมควรจะได้รับก็พอ 


Computer – ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ .. ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ ... ยืนยัน ยานหลบหนีจาก Ydas กำลังเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ทำการวิเคราห์แล้ว ข้างในคือเจ้าหน้าที่พิเศษ Elena 
Raymond – เดี๋ยว !! ตอนนี้เลยหรอ มีอะไรผิดพลาดรึเปล่า?


Albaird – ใครเป็นคนพูดน่ะ นั่นเสียงใคร !! นั่นแผนที่อะไรหรอ?
Raymond – อย่าเพิ่งยุ่งลุง ... Elena ตอบด้วย !!
Elena – เรย์ ยานหลบหนีของชั้นเพิ่งเข้าสู่แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ Aster IV  แต่การควบคุมใช้การไม่ได้การหยุดเพื่อลงไปที่เป้าหมายเลยทำไม่ได้ นี่คือพิกัดการลงจอดที่ชั้นคาดการณ์เอาไว้ 
Raymond – ได้ เดี๋ยวเจอกัน รักษาตัวให้ปลอดภัยด้วยล่ะ โอเค๊?
Elena – จะพยายามค่ะ .... เลิกการติดต่อ 


Nina – เอ่อ มีเรื่องอะไนเกิดขึ้นหรอคะ?
Raymond – โทษทีพวก ชั้นต้องไปทำธุระก่อน รอแปบนึงอ่ะ เดี๋ยวมา 
Albaird – ข้ามศพชั้นไปก่อนเถอะ !!
Raymond – นี่เรื่องซีเรียส 


Albaird –  ชั้นรู้แล้ว นั่นแหละชั้นถึงไม่ให้นายไปคนเดียวไง
Raymond –  ชิ .......


Laeticia – เมสเตอร์ Felgreed พวกเราต้องขอตัวก่อนนะคะ Albaird กับชั้นจำเป็นต้องไปช่วย เรย์ ตามหาเพื่อนของเขาก่อน ไม่ว่าจะที่ไหนเราก็จะตามไปด้วยค่ะ เอาไว้เรากลับมาแล้วค่อยมีคุยเรื่องแขนของ Albaird กันต่อ .... เรารีบไปกันเถอะเรย์ 




Raymond – พุ่งเข้ามาอย่างเร็วเลยแฮะ !! 
Albaird –  โทษทีนะที่ต้องบอก จุดที่กำลังลงจอดเป็นพื้นที่ของศัตรูของเรา ถึงเพื่อนนายรอดมาได้ก็ยังไม่ปลอดภัย
Raymond – บ้าเอ้ยยย !!!


Midas – ตามชั้นมา !!
Laeticia – เมสเตอร์!!
Midas – ถ้าพวกเธอหมายถึงจุดที่อุกกาบาตนั่นตกล่ะก็ ตามชั้นมา 
Raymond – ขอบคุณครับ ผมเป็นหนี้คุณแล้ว 
Laeticia – ขอบคุณนะคะที่ช่วยพวกเรา เมสเตอร์ 
Midas – ชั้นทำเพื่อหมู่บ้านของชั้น ไม่ได้ทำเพื่อเธอซะหน่อย  





                                                                   

Combat skills (สกิลสายต่อสู้) 

ไอค่อนรูปดาบไขว้ เป็นสกิลสำหรับเรียนรู้ท่าโจมตีต่างๆ  เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในชุดคอมโบในเมนู Chain Combo

1.Ice Needles 

เวทย์ยิงใบมีดน้ำแข็งใส่ศัตรู (เป้าหมาย 1 ตัว)

2. Hydro Billow 

เวทย์น้ำอัดกระแทกศัตรูให้กระเด็นออกไป (เป้าหมาย ศัตรูที่อยู่ในพื้นที่การโจมตี)

3. Deep Freeze 

เวทย์น้ำแข็ง แช่แข็งพื้นที่เป้าหมาย ทำให้ศัตรูที่อยู่ในระยะการโจมตีมีโอกาสถูกแช่แข็ง (6 วินาที) 

3. Acid Rain

เวทย์น้ำ สร้างฝนกรดตกลงใส่พื้นที่เป้าหมาย ทำให้ศัตรูที่อยู่ในระยะการโจมตีมีโอกาสพลังป้องกันลดลง 15% นาน 15 วินาที

4. Ice Needles – Final Chant 

เวทย์ยิงใบมีดน้ำแข็งใส่ศัตรูแบบไม่ต้องร่ายเวทย์ (เป้าหมาย 1 ตัว)

5. Flare Torture 

เวทย์ไฟ โจมตีศัตรูในพื้นที่การโจมตี มีโอกาสที่ศัตรูจะติดสถานะถูกเผาไหม้นาน 10 วินาที

6. Wisp Blaster 

เวทย์ไฟ สร้างลูกไฟเคลื่อนที่ช้าจำนวนมากใส่ศัตรู (เป้าหมาย 1 ตัว)

7. Spicule 

เวทย์ไฟ ท่าพุ่งโจมตีขึ้นบนฟ้าแล้วอัดกระแทกลงมาใส่ศัตรูในพื้นที่เป้าหมายอย่างรุนแรง มีโอกาสที่ศัตรูจะติดสถานะถูกเผาไหม้ 3 % นาน 10 วินาที

8. Fire Bolt 

เวทย์ไฟ ยิงลูกไฟแบบติดตามเป้าหมาย (ศัตรูที่ล็อคเป้าไว้)

9. Lightning Blast 

เวทย์ลม ยิงพลังลมไฟฟ้าสถิตไปยังศัตรูในพื้นที่เป้าหมาย (กระแสไฟฟ้าเป็นคุณสมบัติของลมชนิดนึง)

10. Tornado 

เวทย์ลม สร้างทอร์นาโดพัดใส่ศัตรูในพื้นที่เป้าหมาย มีโอกาสที่ทำให้ศัตรูสับสน 15 วินาที 

11. Crush 

เวทย์ดิน สร้างก้อนดินอัดกระแทกศัตรูเป้าหมายจากด้านบน มีโอกาสลด INT ของศัตรู และเพิ่ม INT ของผู้ใช้ 15% เป็นเวลา 15 วินาที

12. Stone Rain 

เวทย์ดิน สร้างก้อนหินจำนวนมากอัดกระแทกศัตรูเป้าหมายจากด้านบน

13. Earth Glaive – Final Chant 

เวทย์ดิน สร้างแรงระเบิดอัดกระแทกจากพื้นใส่ศัตรูเป้าหมายแบบไม่ต้องร่ายเวทย์ 

14. Wind Blade – Final Chant

เวทย์ลม สร้างดาบสายลมโจมตีใส่ศัตรูเป้าหมายแบบไม่ต้องร่ายเวทย์

15. Terra Hammer

เวทย์ดิน สร้างก้อนหินจำนวนมากถล่มศัตรูจากด้านบนเป็นวงกว้าง

16. Thunder Flare

เวทย์ลม สร้างก้อนไฟฟ้าขนาดใหญ่เหนือศัตรูในพื้นที่เป้าหมาย สร้างความบาดเจ็บและตรึงศัตรูให้อยู่กับที่ (กระแสไฟฟ้าเป็นคุณสมบัติของลมชนิดนึง)



                                                                

                           Passive skills (สกิลติดตั้ง)  

 ไอค่อนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด สกิลชนิดนี้ เมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องเอาไปใส่ในเมนู Passive skills ซึ่งสามารถถอดปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามประโยชน์ใช้งาน 

1. First Aid 

มีโอกาส 12%  ที่จะฟื้นฟู HP 20 % เมื่อถูกโจมตี

2. Magical Muscle 

เมื่อโจมตีเวทย์มนต์จนเกิด Critical hit ส่วนนึงของพลังโจมตีทางกายภาพ(จำนวน 50 %) จะถูกเพิ่มไปที่ค่า INT ชั่วคราว จะส่งผลให้การโจมตีของเวทย์รุนแรงมากขึ้น 

3. Quick Usage 

ลดระยะเวลาการเตรียมใช้ไอเทมใน Stop Mode ลง 45 % และ ทำให้ใช้ไอเทมได้เร็วขึ้นขณะใช้ท่า Chain Combo

4. Heavy Usage 

เพิ่มความรุนแรงของเอฟเฟคของไอเทมที่ใช้โจมตีอีก 20 %  

5. Point-Blank Range 

เพิ่มความเสียหาย +50% เมื่อยิงศัตรูด้วยเวทย์ในระยะประชิด 

6.Fast Cast 

ลดเวลาการร่ายเวทย์ลง 16 %

7. No Guard 

ทำให้ไม่เสียจังหวะขณะถูกศัตรูโจมตี หากเกิดความเสียหายต่ำกว่า(16%) ของ HP สูงสุด  

9. Never Keep you Down

ทำการบัฟสเตตัสแบบสุ่มเมื่อลุกขึ้นจากการถูกโจมตีให้ล้ม 


                                                              

                        Active skills (สกิลติดตัว) 

ไอค่อนรูปลูกศรสามแฉก สกิลนี้เมื่อเรียนรู้แล้วจะติดตัวผู้ใช้ไปตลอด 

1. Intimidate 

ทำให้ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเสียขวัญ มีโอกาสที่พลังโจมตีของศัตรูลดลง 15% เป็นเวลา 15 วินาที และ มีโอกาสที่ทำให้ค่า INT ของตัวเอง เพิ่มขึ้น 15% เป็นเวลา 15 วินาที


                                                           

                           Stat increases Skills 

สกิลสายเพิ่มสเตัสของตัวละคร 

รูปดาบ - ATK up (เพิ่มพลังโจมตี)

รูปโล่ - DEF up (เพิ่มพลังป้องกัน)

รูปมัดกล้าม - Guts up  (เพิ่มกำลัง)

รูปหัวใจ - HP up (เพิ่มพลังชีวิต)

รูปคฑา - INT up (เพิ่มพลังเวทย์)


                                                              

                         Resistance increases Skills 

สกิลเพิ่มความต้านทาน 

1.Weakness Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ อ่อนแอ

2. Scorched Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกเผาไหม้

3. Fire Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุไฟ

4. Earth Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุดิน 

5. Wind Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุลม 

6. Water Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยธาตุน้ำ 

7. Poison Resistance up - ต่อต้านการถูกโจมตีด้วยพิษ

8. Confusion Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ มึนงง 

9. Freeze Resistance up - ต่อต้านการทำให้เกิดสภาวะ ถูกแช่แข็ง



Midas นั้นเป็นนักเวทย์ วิถีการต่อสู้ของเขาจึงใช้การโจมตีด้วยเวทย์มนต์เป็นหลัก และท่าโจมตีด้วยเวทย์ก็จะต้องใช้เวลาการร่ายเวทย์ก่อนโจมตี การบังคับ Midas เป็นตัวเล่นจึงต้องวางตำแหน่งให้เหมาะเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการถูกโจมตี ยังดี ระหว่างการร่ายเวทย์นั้น Midas ยังสามารถเคลื่อนที่เพื่อหลบหลีกซื้อเวลาก่อนโจมตีได้ แต่ ทั้งนี้และทั้งนั้น Midas เป็นตัวละครแถวหลังจะเหมาะสมที่สุด 


ก่อนออกเดินทางสำรวจเก็บไอเทมและหาของให้ทั่วๆหมู่บ้านก่อน


สแกนหาตรงบริเวณส่วนของที่นาในหมู่บ้าน จะพบ Snowy White Mini-Bunny 
             
                    Village of Eda SIDE QUEST


                   Side Quest : Meet Some Meat 

ผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าโรงแรมต้องการหา เนื้อ มาทำอาหาร ซึ่งเป็นเนื้อที่เธอไม่เคยกินมาก่อน 

เควสไอเทมที่เธอต้องการคือ Game Meat 3 อัน

Game Meat ได้จากมอนสเตอร์ Hayagriva, ซึ่งหาได้ในเขต Del’vyr region 


                   Side Quest : A Trekker’s Charm 

นักเดินทางยืนอยู่กลางหมู่บ้าน ต้องการเครื่องรางเพื่อปัดเป่าความชั่วร้ายระหว่างเดินทาง 

เควสไอเทมที่เขาต้องการคือ Scent Bag (ถุงเครื่องหอม)

คีย์ไอเทมนี้ ต้องถึงเนื้อเรื่องที่ต้องเดินทางไปที่ Hallowed Mount Galca-Lemthas เข้าไปจัดการ Ancient Chimera โดยตัดหางของมันจะได้ Scent Bag มา

-----------------------------------------------------------------------------------

Side Quest ที่พบเจอระหว่างทาง >>>>


                     Side Quest: Luggage Larceny

ยายยืนอยู่หน้าทางเข้า Larcasse Village ในเขตพื้นที่ Larcasse Region 

ยายต้องการให้ตามทวงคืนทรัพย์สินที่ถูกพวกโจรขโมยไปแล้วหลบหนีเข้าไปใน Mhedume Ruin 

เควสไอเทมที่ยายต้องการคือ Old Lady Belongings (ของใช้ของหญิงชรา)



                  Side Quest : Native Pest of the Forest 

ชายหนุ่มอยู่หน้าทางเข้าโรวแรมใน Larcasse Village กำลังมีปัญหาในการเดินทางเนื่องจากมอนสเตอร์มาขวางทาง 


      ชายหนุ่มต้องการให้ไปจัดการ Giga Toad 2 ตัว ที่ Larcasse Weald 

----------------------------------------------------------------------------


                       Main Story: Midas Felgreed


เดินทางออกจาก Village of Eda มายัง Edahil Region แล้วเข้าทางแยกซ้ายของทางเข้าหมู่บ้าน เข้าสู่เขตพื้นที่ Galca Shrine แล้วเข้าไปที่เทวสถานขนาดใหญ่กลางพื้นที่ 


Raymond – แม่งเอ้ยย ..... Elena !! 
Midas – ให้ช่วยมั๊ย? ... อัลแบร์ด ไปอีกด้าน 3 คนน่าจะดีกว่า 



                                Eliena – Ray ...


Raymond – รายงานสถานะ 
Eliena – ขาขวาและแขนซ้ายได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงวงจรประสาทของมือและขาด้วย ... Symbo-drive ใช้งานไม่ได้ ตอนนี้ต้องใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสำรองมาใช้งาน ด้วยโหมดบำรุงรักษานี้ ทำให้ชั้นเหลือเวลาอีกไม่เกิน 56 ชั่วโมง ฟังก์ชั่นการประมวลผลระดับสูงถูกจำกัดทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ 
Raymond – โอเค แล้วเธอต้องการให้ช่วยยังไงได้บ้าง?
Eliena – เมื่อพลังงานหมดลง ชั้นจะไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ นอกจากนี้ ชิ้นส่วนที่เสียหายไปก็ไม่สามารถสร้างใหม่ได้อีก
Raymond – บ้าเอ้ยย !! แล้วเราต้องทำไงเนี่ย?
Eliena – ปิดระบบของชั้นแล้วทำลายท้งซะ เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีของเราตกเป็นของคนที่นี่ 


Raymond – นี่เธอจะบ้าหรอ!! ชั้นต้องเป็นกัปตันแบบไหนที่บอกให้ลูกเรือทำลายตัวเองห๊ะ??  มันต้องมีทางอื่นบ้างสิ!!


D.U.M.A – อุปกรณ์ที่สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ต้องการเพื่อใช้สร้างชิ้นส่วนตัวเองขึ้นมาใหม่มีอยู่ในพ็อตหนีภัยที่ตกลงมา 
Raymond – อืมม คราวนี้แกเลือกเวลาการพูดได้เหมาะมากๆ 
D.U.M.A –  ชั้นพูดเมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรแกรมชั้นเขียนมาแบบนั้น
Raymond – ก็ต้องขอบคุณที่พูดออกมาเพราะนายพูดถูกที่สุดเลยรู้มั๊ย?


Raymond – พ็อตหนีภัยของชั้นยังอยู่ดี ไม่เสียหาย น่าจะเอามาให้เธอใช้ได้ โอเคนะ Elena ?


Eliena – ชั้นไม่เห็นว่าจะทำไม่ได้นี่ ตราบใดที่คุณหาวัตถุที่ชั้นต้องการมาให้จนครบ ชั้นยังสามารถคืนระบบที่เคยใช้ก่อนหน้านี้มาได้ทั้งหมด ... นี่ สิ่งที่ชั้นต้องการ 
Raymond – ขอบใจมาก งั้นเธอเข้าสู่โหมดบำรุงรักษาเพื่อประหยัดพลังงานเอาไว้ เปิดแค่ช่องทางสื่อสารไว้ให้ชั้นก็พอ โอเคนะ?
Eliena – เข้าใจแล้ว 


Laeticia – นั่นหมายความว่าเราต้องกลับไปที่ยานของนายใช่มั๊ยเรย์? 
Raymond – คงไม่ว่ากันนะถ้าชั้นจะขอออกนอกทางหน่อย 
Laeticia – เราจะว่าได้ยังไง เราตกลงกันแล้วว่าจะช่วยลูกเรือของนาย เราไม่ปฎิเสธข้อตกลงนั่นแน่นอน 
Midas – หมายความว่าเจ้ายังมีอุกกาบาตแบบนี้อีกลูกงั้นหรอ?
Raymond –  ใช่ ทำไมหรอ?
Midas – ชั้นอยากจะเห็นมัน ถ้างั้นชั้นขอร่วมทางไปด้วยก็แล้วกัน 
Nina – โอ้  ... คราวนี้สนใจพวกเราขึ้นมาแล้วสินะ ทำไมเปลี่ยนใจง่ายจังลุง
Midas – ว่าไงนะ!??
Raymond –  ตามสบายเลยครับ เป็นเกรียติมากที่คุณอยากร่วมไปกับเราด้วย ได้คุณช่วยอีกแรงจะดีมากๆเลย เพราะคุณมีเทคโนโลยีที่ผมไม่เคยเห็นจากที่นี่มากก่อน คงจะนอนเต็มตื่นแน่ถ้าได้การช่วยเหลือจากคุณอ่ะนะ 
Midas – ยินดีที่จะเป็นยานอนหลับของนายได้ 
Albaird – แล้วทิ้งเธออยู่ที่นี่คนเดียวมันจะดีหรอ?
Midas – เธอจะปลอดภัย อย่าห่วงเลย พวกชาวบ้านรู้จักที่นี่ดี พวกเขาไม่เข้ามายุ่งแน่ และ มันก็คงไกลเกินไปสำหรับใครก็ตามที่จะมาวุ่นวายด้วย 
Raymond –  งั้นก็ไปกันเถอะ !!

--------------------------------------------------------------------------


                                         to be continued   

                                          (26 / 1 / 2023 )